คัดลอกลิงก์เเล้ว

The memory{yaoi}

โดย Whiteboard

ถ้าไม่ลองอ่านก็ไม่เข้าใจหรอกนะ ความรู้สึกหลังอ่านจบ คุณจะไม่มีวันลืม...

ยอดวิวรวม

100

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


100

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 ก.ย. 57 / 18:40 น.
นิยาย The memory{yaoi} The memory{yaoi} | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องสั้น : Yaoi 

จะไม่ทำให้เสียดาย....


 

ขอบคุณที่เข้ามาเเวะเวียนนะคะ :)


 



 


เป็นเรื่องสั้นของเพื่อนไรท์เองค่ะ เห็นมันน่าสนใจเลยขโมยเพื่อนมา555
ขออณุญาติค่ะเพื่อน...?



{ winter dark theme }

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 ก.ย. 57 / 18:40


         06:03 น. วันจันทร์

 

          เริ่มต้นด้วยเช้าวันจันทร์ วันที่ต้องไปเรียนไปทำงานของใครหลายๆคน           

ซึ่งผมเองที่เป็นแค่นักเรียนก็จำเป็นต้องตื่นไปทำหน้าที่นักเรียนเช่นกัน

ยังไม่ทันที่ผมจะตื่นหรือสติครบร้อยเปอร์เซ็นต์ มือถือของผมก็ดังเตือนว่ามีสายเข้า

          ตั้งแต่มาเจอเทือกสุบรรณ ช่างหนักใจเหลือเกิน... ~” <<เสียงเรียกเข้า ผมใช้มือปาดไปทั่วเตียง คว้าเอามือถือมาส่องหน้าแล้วมองด้วยตารี่ๆ

ปรากฏว่าเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่แสนจะร่าเริงและบ้าบอของผมเอง ชื่อคิล

          ฮาโหลล.... ??//ด้วยเสียงงัวเงียสุดๆ

           เห้ยย เร็วเข้าเพื่อน เราจะไปเที่ยวดิสนี่แลนด์กัน...คิลพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

          หา... อะไ-ยังไม่ทันที่ผมจะตอบนสุดคำเขาก็พูดต่อ           ในอีก 2 ปีน่ะ ก๊ากกกกๆ!!! โดนหลอก แค่นี้แหละเพื่อน บาย..

แล้วสายก็ตัดไป

          อาไรของมัน.... = =ยังงงๆอยู่เลย แต่มันก็ดี ทำผมกระตือรือร้นขึ้นเยอะ

          แล้วผมก็ลุกจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟันอะไรก็ ว่าไป

          07:14 น. วันจันทร์

          ผมมาถึงโรงเรียนแล้ว ด้วยหน้าตาที่นิ่งเฉยมากๆ

          ผมเดินแบบปกติพลางอ่านหนังสือคู่ใจไปด้วย ท่ามกลางผู้คนที่ก็ต่างก็เดินมาโรงเรียนเหมือนกัน

          แต่ไม่เหมือนกันตรงที่ผู้คนเหล่านั้นมักจะพากันมาเป็นคู่หรือหมู่พวกส่วนผมนั้นเดินคนเดียว ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดา

          ผมเดินเรื่อยๆขึ้นอาคาร มาถึงห้องเรียนผมก็เข้าไปปกติ

          ส่วนภายในห้องนั้นก็มีคนอยู่บ้างที่กำลังจับกลุ่มคุยกันหรือทำนู้นนี่

          ผมนั้นเดินมาถึงโต๊ะตัวเองวางกระเป๋าลงแล้วนั่งอย่างเงียบอ่านหนังสือต่อ

          กิจวัตรของผมก็เป็นงี้แหละ คนอื่นอาจจะมองว่ามันช่างดูโดดเดี่ยวแต่สำหรับผมเองนี่แหละความสุข ผมชอบที่จะอยู่คนเดียว ในโลกส่วนตัว ชอบสร้างกำแพงกั้นไว้ไม่ให้ใครเข้าใกล้

          แต่พักหลังๆมานี้เริ่มมีคนๆหนึ่งเข้ามาทลายกำแพง

          โย่ว ! ว่างายย นี่.. ทำการบ้านมารึเปล่าไหนเอามาลอกหน่อยสิ

คนเดียวกับที่โทร.มาปลุกเมื่อเช้านั่นแหละครับไอ้คิลจวย(อย่าผวนเชียว) - -‘’ ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆถึงเข้ามาตีสนิท อืมม...

          ทุกทีเลยนะ.. เฮ้อออผมถอนหายใจแล้วหยิบสมุดการบ้านออกมาให้หมอนั่น

          แหม่.. ทุกทีอาไรกัน ต้องเรียกว่าตลอดเวลาเลยจะดีกว่านะ อิอิ ขอบใจนะ!นี่ก็

เหมือนกัน แทบจะเป็นกิจวัตร มาขอลอกการบ้านตลอดเวลา

พ่อมันก็เป็นครูที่โรงเรียนนี้ ทำไมไม่รู้จักถามพ่อตัวเอง เดือดร้อนอะไรก็วิ่งมาหาผมก่อนใครทุกที ทำไมกันนะ

 

          12:13 น. วันจันทร์

          ตอนนี้ผมกำลังนั่งเงียบๆคนเดียวอย่างมีความสุขที่ชั้นด่านฟ้าโรงเรียนอยู่

แต่ไม่ทันไรเจ้าบ้าคิลก็หาผมจนเจอ

          แหม่... หาซะทั่วเลย มาอยู่นี่เอง //ยิ้มหน้าบานคิลพูด

          หาทำไม ...มีไร ?” ผมตอบอย่างหน่ายๆ

          ก็ไม่มีอะไรแค่อยากจะมาอยู่ด้วยใกล้ๆน่ะ          มันตอบมาอย่างนั้น

ทำเอาผมรู้สึกตกใจนิดๆและแปลกๆ ผมเลยตัดสินใจถามไป

          ถามอะไรหน่อยนะ

          ว่ามาสิ

          คิดยังไงถึงมาเป็นเพื่อนฉันเนี่ย

          อืม ... ไม่รู้สิ เห็นนายอยู่คนเดียวมันน่าสงสารนี่นา

          สงสารฉันเนี่ยนะ...

          ไม่รู้สิ มันแบบว่า ไม่ใช่แค่สงสารอย่างเดียวน่ะ ที่จริง..ก็หลายๆเหตุผล แต่ไม่ต้องสนใจหรอกน่า…” มันตอบพร้อมกับตบบ่าผมเบาๆ

          ถึงคำตอบมันออกจะครุมเครือแต่ผมก็ไม่คิดอะไรมากนักหรอก

จากจุดๆนี้เอง ทำให้ผมและมันสนิทกันมากยิ่งขึ้น ดูเหมือนความสัมพันธ์มันเริ่มจะ

มากขึ้นไปพร้อมๆกาลเวลา

 

          จนวันหนึ่ง ผมเริ่มนึกอะไรบางอย่างออก ที่เจ้านั่นมันตอบมาว่า เพราะมอง

ตัวผมแล้วรู้สึกสงสารอาจ จะเป็นเพราะเมื่อตอนปีที่แล้ว ผมในตอนนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากตอนนี้ที่เป็นคนโดดเดี่ยวไม่สุงสิงกับใคร วันๆก็เอาแต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างคิดอะไรบางอย่างไปอยู่คนเดียว ลืมบอกไปนะ ว่าผมน่ะ เรียนค่อนข้างเก่ง

          มีครั้งหนึ่งที่ตอนนั้นเป็นวันประกาศผลสอบ ผมนั้นได้คะแนนเต็มอย่างไม่

ต้องสงสัย ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรหรอกนะ เพราะมันชินซะแล้ว แต่ตอน

นั้นเองที่พอผมมองไปที่โต๊ะข้างๆ เจ้าของโต๊ะก็คือไอ้คิลนั้นแหละ มันหันมามองหน้าผมแล้วยิ้มแบบแห้งๆ ให้ เมื่อผมห็นคะแนนสอบที่ไม่ค่อยจะดีนักของมัน       แต่ผมรู้ว่ามันเองก็ไม่สนใจสักเท่าไหร่หรอกกับแค่คะแนนสอบ เพราะดูจากการกระทำที่เอาใบบอกคะแนนนั่นมาพับนกเล่นเฉยๆ แล้วอ่ะนะ (บางทีมันก็พับนกมาให้ผมด้วยล่ะ กำ)

          ผมเมื่อตอนนั้นรู้สึกเบื่อมากกับชีวิตของตัวเอง ผมมักจะไปที่ด่านฟ้าโรงเรียน ไปยืนฉีกกระดาษที่บอกคะแนนร้อยเต็มนั่นขาดกระจายเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วโปรยไว้ตรงนั้น แล้วเหม่อลอย จนเกือบจะตกจากอาคารไปแล้วหลายครั้ง ผมเริ่มที่จะปล่อยตัวเองแล้วกะจะกระโดดลงไปซะให้ได้

          แต่ยังไม่ทันที่ผมจะคิดจนลงมือทำ ก็มีฝ่ามือหนึ่งคู่นั้นมาโอบกอดผมเอาไว้แล้วดึงผมออกให้ถอยห่างจากขอบอาคารเรียนที่ไม่มีรั้วกั้น

          ผมออกจะตกใจอยู่เหมือนกัน แต่เจ้านั้นก็ยิ้มแล้วพูดแค่ว่า

          หาตัวเจอแล้ว ! นี่ๆ อย่าไปเล่นตรงนั้นสิ เดี๋ยวก็ตกลงไปศพไม่สวยหรอก

ดูจากเหตุการณ์แล้วผมก็รู้ ว่าเจ้านั่นแอบมองผมอยู่ แอบมองมาโดยตลอดเพราะ

อย่างนี้แหละเวลาที่ผมจะมาที่ด่านฟ้ามันมักจะตามผมมาตลอด เพราะมันคิดว่าผมอาจจะคิดสั้นขึ้นมาฆ่าตัวตายก็เป็นได้.... (มันบอกผมว่าอย่างนั้น)

บางทีผมเองก็แอบอิจฉาเจ้าคิลอยู่เหมือนกันนะ ที่มันเป็นคนร่าเริง และเข้ากับคนง่ายมีคนรู้จักมันไปทั่ว ซึ่งต่างกับผมลิบลับ

          แต่มีอยู่ครั้งนึงนะ ตอนนั้นเป็นเวลาเลิกเรียนเย็นมากๆ แล้ว ผมกำลังเดินอยู่ตรงทางเดินกะจะเข้าห้องไปเอาของที่ลืมไว้ ในห้องที่ไม่น่ามีใครอยู่นั้น

กลับมีเจ้าคิลอยู่ ผมเห็นมันกำลังนั่งร้องไห้ เนื่องด้วยอะไรผมก็ไม้รู้ ผมไม่เคยเห็นมันในมุมนี้มาก่อนและไม่รู้ว่ามันเศร้าเรื่องอะไร แต่ผมก็ไม่ได้เข้าไปทักหรือปลอบใจมันหรอกผมก็แค่ปล่อยไป

          พอกะจะลองถามปัญหาของมันทีไรก็โดนหน้าตาที่สดใสนั้นยิ้มให้จนลืมไปเลยว่าเจ้านั้นกำลังเป็นอะไรอยู่ จนตอนนี้ผมเองก็ยังไม่รู้อะไรเลย

     

          16:22 น. วันจัทร์

          ยังอยู่ในห้องเรียนกับเจ้าคิลแค่ 2 คน เพราะวันนี้เป็นเวรทำความสะอาดของผม ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้านั่น แต่มันก็อยากจะกลับพร้อมกันกับผม

          มันเลยนั่งรอเงียบๆในห้อง

          ตอนนี้ นายอยู่ไหนเหรอ ?” จู่ๆ ไอ้คิลมันก็พูดขึ้นมาแล้วมองมาทางผม

          หือ ...??” ผมทำหน้างงๆ

          อื้มๆ ตอบมาเถอะน่ามันพูด - -

          อยู่ที่หน้าต่างครับ...พอดีผมกำลังเก็บขยะที่โต๊ะตัวเองซึ่งติดหน้าต่าง

          นายทำอะไรอยู่เหรอ ??” คิลถามต่อ

          ทำความสะอาดอยู่ครับ - -

          มานั่งอยู่ข้างๆได้มั้ย ?”

          เฮ้ออ..ผมถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเดินไปทิ้งขยะจากนั้นก็กลับมานั่งข้างๆโต๊ะของมัน

          แล้วตอนนี้ นายอยู่ไหนแล้วเหรอ ?” คิลถามย้ำ

          ตอนนี้ก็อยู่ข้างๆนายไงผมตอบ แล้วเจ้านั้นก็จ้องมาที่ผม

          มองอะไรนักหนาเล่า..ผมพูด

          ก็มองนายอยู่นั่นแหละ แหม่มันยิ้มมุมปาก แล้วเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ผมจนติดกัน

ผมแปลกใจอยู่หน่อยๆ

          รู้อะไรมั้ย... ฉันน่ะ ชอบนายนะ ชอบมานานแล้วด้วย...ในที่สุดความจริงก็กระจ่าง ...แล้วมันก็ยื่นหน้าเข้ามาไกล้ๆ ผมจนลมหายใจของกันและกันปะทะหน้า

โอ้วว พระเจ้า! ตอนนี้ผมเริ่มทำอะไรไม่ถูกแล้ว เพิ่งจะรู้สึกเสียใจที่ทำไมตัวเองถึงนั่งติดหน้าต่าง ผมหนีไปไหนไม่ได้เลยตอนนี้ ตายแหง

          ด-เดี๋ยวสิ นี่นายจะทำอะไร...มันแค่ยิ้มให้ผม

          แล้วในที่สุดมันก็ได้ประทับริมฝีปากของมันมาที่ปากของผมอย่างเบาๆ ผมได้แต่กลั้นหายใจและปิดตาลงแน่น

และมันก็ค่อยๆถอนริมฝีปากนั้นออกอย่างเบาๆ เช่นกัน พอปล่อยแล้วผมก็รีบหายใจเข้าเพื่อรับอากาศทันที

          ไอ้เจ้าบ้าคิลมันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ยิ้มบานเลยล่ะ ส่วนผมก็ได้แต่เอามือมาแตะปากของตัวเองอย่างอายๆ

          ถ้าไม่ชอบ ก็ขอโทษทีนะ... เอาล่ะกลับกันเถอะมันพูดอย่างหน้าตาเฉยเลยล่ะ แต่ที่จริงผมก็ไม่ได้ อะไรหรอกก็แค่จูบ แต่กับเจ้านี่ มันออกจะ ...อ่า -////-

          แล้วผมกับคิลก็เดินกลับบ้านด้วยกันเหมือนเดิม อย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะถึงทางแยกที่ต่างคนต่างเส้นทาง

ไอ้คิลมันก็พูดกับผม

          ถ้าฉันไม่อยู่แล้ว.. ก็หัดตีสนิทหรือเข้าหาคนอื่นบ้างนะคิลบอกหน้ายิ้มๆ

          พูดอะไรน่ะ จะให้เข้ากับคนอื่นฉันไม่ไหวหรอก - -

          อืม.. ช่างเถอะแล้วเจ้าบ้านั่นก็ดึงตัวผมเข้ามากอดไว้ ซึ่งคราวนี้ผมตกใจสุดขีดถึงกับเงิบ

          ลาก่อนนะ..เขายิ้มและเดินจากไป ผมเองก็เงิบค้างยืนมองหมอนั่นเดินจากจนลับตา

          06:43 น. วันอังคาร

          วันนี้ผมตื่นสายหน่อยเพราะไม่มีโทรศัพท์จากคนบ้าบางคนมาปลุก

          ผมงัวเงียลุกไปทำกิจวัตรตามปกติและไปโรงเรียนอย่างปกติ แต่ที่ผิดสังเกตของวันนี้คือ

ผมไม่เห็นหน้าเจ้าคิลเลย

คนอื่นๆในห้องหรือแม้แต่อาจารย์เองก็ไม่รู้เลย

 

           ตกเย็นจนกลับบ้านผมเลยโทร.ไปหามันดู แต่ไม่ว่าจะโทร.เท่าไหร่ก็ไม่รับสักที

เริ่มจะคิดถึงซะแล้วแฮะ

           ในวันต่อมาก็ยังไม่เห็นหน้า ต่อๆ มาอีกก็ไร้วี่แวว จากวันเริ่มเพิ่มมากขึ้นเป็นอาทิตย์

           โต๊ะของหมอนั่นก็ยังคงว่างอยู่อย่างนั้น ผมที่กำลังเหม่อมองออกไปนอก

หน้าต่างเริ่มคิดถึงอะไรบางอย่าง

           มันรู้สึกเหมือนกับว่า จะไม่มีใครจำเจ้าคิลได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะหน้าตาหรือรอยยิ้มของหมอนั่น และไม่นานนักผมก็เห็นว่ามีคนเอาแจกันดอกไม้ไปวางไว้ที่โต๊ะของมัน ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไม เพราะอะไร

           จากนั้นห้องเรียนที่อยู่อย่างปกติสุขดูเหมือนจะเริ่มหม่นหมอง ผมเห็นเพื่อนๆ ผู้หญิงในห้องหลายคนพากันร้องให้พร้อมกับถือช่อดอกไม้อันใหญ่ไว้ในมือ ซึ่งผมงงมาก และไม่เข้าใจเลย ผมจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาคนพวกนั้น

          ขอโทษนะ แต่พวกเธอรู้อะไรเกี่ยวกับคิลบ้างไหม ?” ผมถาม

          ฮึกๆ ...คือว่านะ คิลน่ะเค้า..เสียไปแล้วน่ะ

          หา ....?” ผมเบิกตากว้างด้วยอาการอึ้งจนแทบจะพูดไม่ออก

          ด-ได้ไง แล้ว.. ทำไม!?” ผมถามย้ำ

          ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ.. ดูเหมือนว่าเค้าคงจะมีปัญหาบางอย่าง แต่เขาไม่น่าคิดสั้นเลย...ฮือๆๆ

คิดสั้น... ?? แสดงว่าเจ้านั่นมันฆ่าตัวตายเหรอ ผมไม่อยากจะเชื่อเลย คนอย่างไอ้คิลเนี่ยนะ

          ตอนนั้นผมขวัญเสียไปเลย รู้สึกเหมือนจะร้องไห้ ผมเลยขึ้นไปสงบสติอารมณ์ด่านฟ้าโรงเรียนที่เดิม

ไปคิดอยู่คนเดียวอย่างไม่มีจุดหมาย

          จนผมเหลือบไปเห็นบางสิ่ง สิ่งนั้นคือนกที่พับด้วยกระดาษ ผมหยิบมันขึ้นมาดูและคลี่กระดาษออก ปรากฏว่ามันคือกระดาษของคิล

          กระดาษบอกคะแนนข้อสอบของมัน ผมสงสัยว่าทำไมมันยังอยู่ในเมื่อผ่านมาหลายเดือนแล้ว มันน่าจะมีใครเก็บหรือปลิวตามลมไป

          ผมนึกไปพลางเผลอทำกระดาษนั้นหลุดมือและปลิวไป ผมพยายามวิ่งตามมันไปจนไปเจอะกับนกกระดาษอีกตัว

ผมก็หยิบขึ้นมาอีก

          สรุปแล้วมันคือกระดาษบอกคะแนนของผมเอง พอมองดูดีๆ แล้วผมเห็นเทปใสติดเต็มไปหมดจึงได้รู้ว่า

          เจ้าคิลที่เคยมองผมที่กำลังฉีกกระดาษอยู่อย่างเบื่อโลกและโปรยทิ้งไปอย่างไม่สนใจนั้น มันได้เก็บเศษกระดาษนั้นมาต่อกันและบรรจงพับเป็นนกอย่างตั้งใจ

          ทันใดนั้นผมก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของคิลที่บอกกับผมว่า

          ถ้าฉันไม่อยู่แล้ว ก็หัดตีสนิทกับคนอื่นไว้บ้างนะ

          ลาก่อนกับรอยยิ้มที่สดใสนั่น ทำเอาผมกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เพิ่งจะมานึกได้ถึงท่าทางที่แสนจะร่าเริง ทั้งๆ ที่ข้างในใจของหมอนั่น กักเก็บปัญหาเอาไว้และแบกรับมันไว้คนเดียวมาตลอด

           ส่วนผมที่เป็นเพื่อนกลับช่วยอะไรไม่ได้เลยสักนิด แต่ถึงยังไง ผมรู้ดีว่าหมอนั่นคงไม่อยากให้มีใครต้องเป็นห่วงมันหรอก ผมจึงเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มนั้นพร้อมกับพูดกับตัวเองและกำนกกระดาษไว้แน่น

          อา.. เรื่องของนายน่ะ ฉันจะไม่ลืมเลย

 

The End

ผลงานทั้งหมด ของ Whiteboard

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น