END [fic]Conan - Silver x Mystery

ตอนที่ 12 : กระสุนที่ 10 ผู้ช่วยเหลือ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    20 มิ.ย. 61

                      
                                                                                T
                        B


กระสุนที่ 10 ผู้ช่วยเหลือ

 


ปัง!


กว่าที่จะรู้ตัวฉันก็คว้าปืนและที่เก็บเสียงมาต่อกัน จากนั้นก็ยิงออกไป กระสุนที่ยิงออกไปโดนพวกมันพอดี เราเลยใช้โอกาสนี้หนีออกมา ฉันกำที่เก็บเสียงที่ยังร้อนอยู่แน่น พอคิดว่าอยู่ในมุมที่ปลอดภัยแล้วฉันก็ปล่อยที่เก็บเสียงทันที


“ร้อน!”ฉันสบถออกมา ถุยน้ำลายลงบนมือที่เริ่มพอง ในเมื่อไม่มีผ้าเย็นแก้มือพองก็ใช้วิถีนี้ถูไถไปก่อนแล้วกัน


“พี่สาวสุดยอด เมื่อกี้มันอะไรกันอ่ะ!?”อายูมิถามพลางมืออาวุธในมือ ฉันเลยต้องยกปืนขึ้นก่อนที่เด็กๆ จะแย่งเอาปืนไปดูเล่น ซึ่งนั่นไม่ปลอดภัยแน่ๆ


“เมื่อกี้เธอยิงโดยที่ใส่ที่เก็บเสียงไม่ทัน ที่เก็บเสียงน่ะ โดยปกติแล้วจะใส่โดยการหมุนให้ลงล็อก แต่เมื่อกี้เธอแค่เอาปลายปืนไปจ่อที่เก็บเสียงเท่านั้น ถ้าพลาดเธอจะเสียมือไปเลยนะ”โคนันพูดออกมาเหมือนจะว่าเอาเสียมากกว่า ฉันมองมือที่พองของตัวเองแล้วยิ้มจากนั้นก็หยิบที่เก็บเสียงที่อุ่นๆ มาใส่ดีๆ


“ไม่พลาดหรอก อาจารย์สอนมาดีน่ะ เขาแค่บอกว่าเปอร์เซ็นต์พลาดมันมีเยอะก็เลยไม่แนะนำให้ทำ”


“แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้วิธีนี้เลยนี่”คราวนี้เป็นไอที่พูดขึ้น


“ข้างนอกมีพวกของมันอีก ถ้าได้ยินเสียงปืนพวกมันจะมาทางนี้ ถ้าเป็นฉันคนเดียวที่อยู่ในสถานการณ์นี้ฉันก็คงจะยิงไปเลย แต่เพราะครั้งนี้มีเด็กๆ อยู่ด้วย ฉันอยากให้มีความปลอดภัยมากที่สุด”


“พี่ซากิเองก็ด้วยนะครับ”มิซึฮิโกะพูดขึ้นมา พอฉันหันไปถึงได้เห็นว่าพวกเด็กๆ มองมาที่ฉันด้วยแววตาวาวๆ เหมือนจะร้องไห้


“เอ๊ะ...”


“พี่ซากิก็ต้องปลอดภัยเหมือนกันนะครับ”


“ไม่ต้องห่วงพี่หรอกนะ พี่เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว เอาล่ะ มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะออกจากที่นี่ยังไง”


ฉันบอกกลับอย่างนึกเป็นห่วง


โชคดีอย่างที่อากาอิเคยส่งฉันไปเรียนกับผู้ใช้วิชาลับ คนพวกนี้จะสามารถเก็บอาวุธไว้กับตัวเองได้ ซึ่งจะไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้แม้กระทั่งเครื่องตรวจโลหะ ฉันยังเก็บพวกอาวุธไม่ได้มาก แต่ถ้าคนที่ฝึกจนเข้าขั้นเซียนแล้วต่อให้ใต้เสื้อคลุมมีอาวุธเป็นร้อยก็ไม่มีใครรู้


ไม่คิดว่าไอ้ที่เรียนมาจะมีประโยชน์ก็ตอนนี้


“พวกแกออกมาดีกว่า พวกฉันที่มีปืนกันทุกคน ส่วนพวกแกมันก็เด็กๆ”มันตะโกนบอกโดยที่มั่นใจว่าฉันจะไม่ยิงออกไปเพราะออกมายืนจังก้า ทั้งยังเล็งปลายกระบอกปืนมาทางนี้


พวกนายวิ่งออกไปเลย ฉันจะจัดการกับพวกมันเอง


เพราะประสาทการรับฟังที่ไวกว่าชาวบ้านเลยทำให้รู้ว่าพวกมันกำลังเดินมาทางนี้ ฉันเองก็ไม่มีกระสุนมากนัก แถมยิงให้ตายก็ไม่ได้อีก


“เร็วๆๆๆ”ฉันรีบเร่งในตอนที่พวกมันมาประจันหน้าฉันแล้ว สิ่งที่ฉันทำได้คืออยู่ด้านหลังพวกเด็กๆ และยิงปืนสู้พวกมัน และเตรียมใจว่าตัวเองอาจจะไม่รอดก็ได้


จังหวะที่ปืนหมดกระสุนฉันก็ปาใส่พวกมันแล้วออกวิ่งไปตามไปทีหลัง แต่กลายเป็นว่าพวกมันกลับเร็วกว่าเพราะคว้าตัวฉันเอาไว้ได้ทัน


“พี่ซากิ!


“ไม่ต้องสนฉัน ออกไปก่อน เร็ว!”ฉันตะโกนเสียงดัง จนพวกนั้นยอมทำตาม ฉันเลยเผลอผ่อนแรงด้วยความโล่งใจ จนถูกดึงกลับเข้ามาในตึกอีกร้าง โดนมันเหวี่ยงลงกับพื้นจนชาไปทั้งขา


ตอนที่โดนดึงกลับเข้ามาในตึกก็รู้อยู่หรอกว่าจะโดนพวกมันทำอะไรบ้าง แอบเตรียมใจถึงขั้นสุดท้ายแล้วว่าอาจจะมีเรื่องอัปยศเกิดขึ้นกับฉันก็ได้ แต่ดูเหมือนว่าพวกนี้มันสนเพียงความสะใจของตัวเองเท่านั้น เพราะทันทีที่ฉันล้มไปกับพื้น ตีนพวกมันก็กระแทกเข้าเต็มลำตัว


“ฮึ่ย เพราะนังเด็กนี้ เจ้าพวกเด็กเปรตเลยหนีออกไปได้แล้ว”


“แล้วจะเอายังไง เจ้าเด็กพวกนั้นคงแจ้นไปหาตำรวจแล้ว”


“ก็หนีสิวะ แต่ก่อนหนีก็ต้องจัดการนังเด็กนี่ด้วย แม่ง...เห็นหน้าพวกเราหมดแล้ว”


พวกมันหยุดเท้าที่เตะใส่ฉันก่อนที่จะหารือกันว่าจะทำอย่างไรกันต่อ ฉันที่เอามือปัดป้องช่วงใบหน้าได้แต่นอนกุมท้องตัวเอง ต่อให้อึดแค่ไหน แต่โดนเตะเข้าที่ท้องหนักๆ แบบนี้ก็ตายได้นะ นี่แอบคิดในใจเลยว่าเครื่องในคงจะช้ำชิบหายแล้วแน่นอน


แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็ห้ามหมดสติเด็ดขาด ในช่วงเวลาแบบนี้หลับเท่ากับตายสถานเดียว


ปัง!


เสียงปืน...


แต่ในจังหวะที่ฉันคิดจะหมดใจกับการยื้อสติก็ได้ยินเสียงปืนออกมาจากข้างนอก คิดว่าไม่น่าจะใช่พวกตำรวจ เพราะถ้าเป็นตำรวจต้องมีเสียงหวอมาแล้ว และไม่น่าจะใช่เด็กพวกนั้นด้วย


ใครกัน...


ใครที่มาสถานที่แบบนี้...

---------------------------------------------------------

ต่อค่ะ


ปัง!


“เฮ้ย ออกไปดูดิวะ เดี๋ยวกูเฝ้านังเด็กนี่เอง”ตัวหัวโจกสั่งออกมา พวกลูกน้องที่เหลือเลยต้องออกไปดูอย่างช่วยไม่ได้


ตัวหัวโจกขยับมานั่งยองๆ ที่ข้างตัวฉันพลางจิกผมฉันมา


“เธอเป็นใครกันแน่น่ะห๊ะ ใช้ปืนเป็น เอาตัวรอดเก่งขนาดที่พาเด็กพวกนั้นหนีไปได้แบบนั้นน่ะ”


“...”


“เฮอะ ไม่มีแรงตอบน่ะสิ...”


ปัง


“อ๊ากกกกกกกกก”


“กะ แก! อ๊ากกกก”


เสียงโวยวายข้างนอกทำให้ฉันกับมันหันไปมองที่ประตูซึ่งยังไม่มีเงาของผู้ที่มาใหม่ แต่ฉันคิดว่าคงจะเป็นใครสักคนนั้นแหละที่จัดการกับพวกลูกน้องที่ออกไป


“ใครอีกวะ แม่ง วันนี้เรื่องเยอะจังวะ!”ตัวหัวโจกบ่นอย่างหัวเสียและหยิบปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาถือไว้


ฉันหลับตาและพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกอย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่ต้องเครียดอะไรอีกแล้ว ได้ยินเพียงเสียงโครมครามที่ดังออกมาจากข้างนอก แต่ฉันไม่มีแรงจะมองดูอีกแล้ว


กึก


“ยังทนได้สมเป็นเธอเลยนะ”


“คุณ...”ฉันพยายามมองใบหน้าของคนที่มาช่วยฉัน แต่ไม่ไหวที่จะยื้อสติจริงๆ ทั้งเครียดที่ต้องเอาตัวเองและเด็กๆ ให้รอด ไหนจะต้องตั้งสติแม้ว่าร่างกายจะบอบช้ำเพียงใด นั่นเลยทำให้ฉัน...หมดสติ


“อ้าว สลบไปซะแล้ว”


อ้อมแขนอบอุ่นที่โอบอุ้มฉันเอาไว้นี้...มันฝังลึกอยู่ในความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว

 




ฉันลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งที่เห็นคือเพดานสีขาวและแขนตัวเองถูกเข็มจิ้มให้น้ำเกลือ พอลองขยับตัวเล็กน้อยก็พบว่ามันเจ็บมากเอาการเลยทีเดียว ที่นี่คงเป็นโรงพยาบาลสินะ


“อ๊ะ ฟื้นแล้วเหรอ”ผู้ชายคนที่นั่งเฝ้าฉันเป็นผู้ชายตาตี่ใส่แว่น อากาศก็ไม่ได้เย็นถึงขนาดที่ต้องใส่คอเต่าแบบนั้น ที่มือก็มีหนังสือนวนิยายอยู่ ซึ่งเขาก็ปิดหนังสือลงและมองมาที่ฉันด้วยรอยยิ้มน้อยๆ


“...”


“ดูหน้ามีคำถามนะ จะถามอะไรรึเปล่า ไม่งั้นผมจะได้เรียกหมอมาดูอาการเธอแล้วนะ”


“...ฉันหลับไปกี่วัน”


“ก็ตั้งแต่ตอนที่มาถึงโรงพยาบาล...ตอนนี้ก็บ่ายกว่าแล้วล่ะ”


“คุณเป็นคนพาฉันส่งโรงพยาบาลหรือเปล่า”


“ผมเรียกรถพยาบาลมาน่ะ แต่ถ้าจะถามว่าผมอุ้มเธอไปที่รถโรงพยาบาลรึเปล่า ผมก็คงต้องตอบว่าใช่”


“...”


“...”


“ไม่มีอะไรจะถามแล้วล่ะ”ฉันไม่สนว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นใครมาจากไหน หรือมาเจอฉันได้ยังไง เพียงแค่ติดใจว่าคนที่อุ้มฉันมีอ้อมกอดที่คุ้นมากๆ ในความทรงจำ แต่มันดันเลือนรางจนนึกไม่ออกว่าใครเท่านั้นเอง


และที่ฉันไม่ได้ถามถึงเด็กๆ พวกนั้นก็เพราะว่าถ้าฉันอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ได้อย่างปลอดภัย พวกเด็กๆ ก็ต้องปลอดภัยเช่นเดียวกัน


คุณคนนั้นเลยกดเรียกหมอและพยาบาลเข้ามาดูอาการของฉัน จนใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ฉันถึงได้กลับมานอนพักสบายๆ อาการของฉันก็ไม่มีอะไรมากแค่ร่างกายบอบช้ำตามประสาคนโดนรุมกระทืบ ก็เลยต้องโดนให้น้ำเกลือกับนอนแบ๊บอยู่แบบนี้ คิดว่าสองวันคงออกจากโรงพยาบาลได้


มีตำรวจเข้ามาคุยเรื่องเหตุการณ์เมื่อวานฉันก็เลยเล่าไปตามความจริง


“ส่วนเรื่องปืนที่มีลายนิ้วมือของเธอเราเอาไปตรวจแล้วว่าเป็นของเธอและมีใบอนุญาตชัดเจน จึงไม่มีความผิดอะไร...แต่พกของแบบนั้นมันอันตรายนะ”คุณตำรวจว่าแล้วดุออกมาอีก


“แต่ก็พอดีกับที่เกิดเรื่องนี่คะ ถือว่าหยวนๆ ให้หน่อยนะคะ”ฉันรีบพูดบอกจนคุณตำรวจส่ายหัวเล็กน้อย


“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ และขอให้หายเร็วๆ นะครับ”


“ขอบคุณมากค่า”


ฉันยิ้มบอกและบอกคุณตำรวจที่เดินออกไปแล้วค่อยๆ เอนตัวลงนอน


ตอนนี้คุณผู้ชายที่มาเฝ้าฉันก็หายออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก ตอนนี้เลยมีแค่ฉันคนเดียวที่อยู่ในห้องนี้


ฉันหลับจนถึงประมาณสี่โมงและโดนไอ้เพื่อนดี๊ดาที่ไม่รู้ได้ข่าวเรื่องของฉันได้ยังไงก็มาป่วนเสียงดังจนฉันต้องตื่นขึ้นมามองตาขวางใส่มันจนมันสะอึกไปนิด


“เพื่อนของเธอมาแล้ว งั้นผมขอออกไปข้างนอกหน่อยนะครับ”


“เป็นยังไงบ้าง”ฮิโระถามยิ้มๆ เออ ยังมีหน้ามายิ้มให้อีก


“ก็เจ็บแบบที่เห็น อีกสองวันก็ออกโรงพยาบาลได้แล้วล่ะ”


“งั้นเดี๋ยวช่วงที่เธอต้องนอนโรงพยาบาลฉันจะช่วยเก็บชีทเก็บงานไว้ให้แล้วกัน จะเป็นเด็กดีไม่หลับในห้องเรียนเพื่อเธอเลยนะเนี่ย”


“ให้นาระทำหน้าที่นี้ฉันยังจะสบายใจซะกว่า”


“อ้าว พูดงี้ได้ไงอ่ะ”


ฉันพูดกวนกันไปมากับฮิโระจนยิ้มออกมาได้ เวลาอยู่กับฮิโระฉันชอบความเป็นตัวของตัวเองของมันมาก ไม่แปลกใจเลยที่มันจะเข้ากับคนอื่นได้ง่ายๆ


แม้ว่ามันจะมีอยู่คนนึงที่มันไม่สามารถเข้าไปได้ก็เถอะ


มันคุยเล่นกับฉันสักพักก็ขอตัวกลับก่อนเพราะเห็นว่าที่บ้านเร่งให้กลับเร็วๆ น่ะ ตอนนี้ฉันเลยขอนอนหลับสักงีบล่ะกัน คุยกับฮิโระทีไรใช้พลังงานสิ้นเปลืองทุกที

 




กึก


“มีรอยเลือดอยู่เก็บเอาไปตรวจด้วย”


“ครับ”


ในช่วงเช้าของวันต่อมาหลังจากที่เกิดเหตุการณ์เมื่อคืน มีกลุ่มคนที่เข้ามาในตึกร้างเพื่อตรวจดูบางอย่างให้แน่ใจ ชายคนนึงซึ่งกำลังมองไปยังรอบๆ บริเวณของชั้นหนึ่งก็สังเกตเห็นรอยเลือดที่เริ่มแห้งไปบ้างแล้ว


“ถ้ารู้ว่าเจ้าของเลือดเป็นใครแล้วเป็นผู้เสียหายไม่ใช่ไอ้สวะพวกนั้น สืบต่อทีว่าอยู่โรงพยาบาลไหน และจัดการจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้หมดซะ”


“ครับ”


เมื่อลูกน้องขานรับอย่างขันแข็ง เขาจึงหมุนตัวกลับขึ้นไปรอบนรถ ภายในหัวก็คิดแผนการจัดการพวกมันที่ทำให้ชื่อเสียงของยากูซ่าต้องเสื่อมเสียด้วยการกระทำโง่ๆ ของพวกมัน


ถึงตรงนี้จะไม่ใช่ถิ่นที่เขาดูแลอยู่ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น รวมกับว่าที่ตรงนี้ไม่มีใครคุมอย่างชัดเจน เขาก็ขอเป็นคนคุมถิ่นตรงนี้เอง อย่างน้อยจะได้ไม่มีพวกยากูซ่าปลายแถวแล้วมาทำตัวกร่างใส่คนที่อาศัยอยู่แถวนี้


ชายหนุ่มหลับตาลงเมื่อนึกถึงเรื่องวุ่นวายที่กำลังจะตามมาเมื่อเขาเป็นคนคุมถิ่นตรงนี้ และงานที่ทับถมมาไม่หยุดหย่อนจนนึกอย่างจะพักยาวๆ สักครั้งหนึ่ง แต่ที่ทำได้ก็มีเพียงลืมตามองไปยังทางข้างหน้าและทำงานของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง


“แต่เหยื่อคนนี้ก็น่าสน”ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเมื่อเขาสังเกตเห็นรอยกระสุนที่เจาะฝังไปกับกำแพง


มีอยู่ฝั่งหนึ่งที่พรุนกว่า ดูก็รู้ว่าถูกรุม ส่วนอีกฝั่งที่มีกระสุนฝั่งน้อยกว่า เมื่อลองดูรอยที่กำแพงทำให้ได้เห็นว่ารุ่นของปืนมันแตกต่างกัน ที่น่าสนใจคือเหยื่อต้องเป็นคนแบบไหนถึงได้เก็บปืนเอาไว้กับตัวได้ขนาดนี้ เท่าที่ได้ยินจากคนแถวนี้โดยบังเอิญเห็นบอกว่าคนที่ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเป็นเด็กผู้หญิง


“อยากได้ข้อมูลเชิงลึกด้วยรึเปล่าครับ”ลูกน้องซึ่งทำหน้าที่ขับรถถามผู้เป็นนายทันที


“เอาตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน เอาให้ลึกที่สุดแล้วกัน”ซึ่งเขาเองก็ไม่ปฏิเสธซะด้วย


“รับทราบครับ”


เบื่อๆ งานอยู่พอดี ถ้ามีอะไรให้เขารู้สึกสนใจได้คงจะดีไม่น้อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

499 ความคิดเห็น

  1. #117 สาวชอบฝัน (@suna-gr) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 21:25
    ใครรรรรร
    #117
    0
  2. #60 ระฆังตอนเช้า (@Wi-V) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 12:54
    ใครๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #60
    0
  3. #20 Zero.pan (@price93972) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 17:30
    รอออออน้าาาาา~~~
    #20
    0
  4. #19 abcxyz123098 (@abcxyz123098) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 22:06
    Subaruuuuแน่เลยยยย
    #19
    0
  5. #18 vivnalove123 (@vivnalove123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:39
    พระเอกมาแล้ว!!!!
    #18
    0
  6. #17 fugia (@fugia) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 19:55
    ค้างงงงงงง
    รอต่อนะคะไรต์
    #17
    0