END [fic]Conan - Silver x Mystery

ตอนที่ 53 : กระสุนที่ 45 Silver X Mystery [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 207 ครั้ง
    23 ก.พ. 62

                      
                                                                                T
                        B
 


กระสุนที่ 45 Silver X Mystery

 


สภาพหลังงานเลี้ยงเมื่อวานเย็นทำให้ฉันนึกขำกับคนในบ้านเอามากๆ


อย่างแรกคือคุณพ่อฉันที่ดูเหมือนจะดีใจเกินเหตุทั้งที่ฉันกลับมาที่นี่และยอมเปลี่ยนนามสกุลทำให้เมื่อวานคุณพ่อดื่มเหล้าหนักมาก จนเป็นคุณแม่ที่ต้องห่ามกลับห้องโดยมีลูกน้องอีกคนคอยช่วย พี่ชุนดูจะไม่เสียอาการเท่าไหร่ แต่เพราะการที่เจ้าตัวพูดบ่นนั่นนี่ทั้งที่ไม่ใช่นิสัยนั่นแสดงว่าเมาแล้ว ไหนจะบรรดาลูกน้องที่พากันฉลองเอาเป็นเอาตาย


สรุปก็คือเช้าวันต่อมาก็มีแค่คนทำหน้าที่เป็นยามเดินตรวจตราปกติ ส่วนคนอื่นๆ ยังไม่ออกมาจากห้องเลย


ฉันลุกมาใส่ฮาโอริแล้วเดินออกจากห้องมาจบตรงสวนที่อยู่กลางบ้านพอดี ช่วงสายเป็นช่วงที่มีแดดและร่มเงาพาดมาที่บริเวณทางเดินหน้าห้องฉันพอดี ยิ่งตอนนี้ไม่มีใครเดินผ่านทำให้เกิดความรู้สึกเงียบสงบอย่างบอกไม่ถูก


พอมาอยู่อย่างนี้แล้วก็นึกถึงตอนอยู่ที่ร้านอเล็กซ์เหมือนกัน ช่วงเช้าก็จะให้บรรยากาศสบายๆ อย่างนี้แหละ แต่พอร้านเปิดก็มีความครื้นเครงขึ้นมา


“ตื่นเช้าจังนะ”อากาอิที่อยู่ในเสื้อยืดกางเกงวอร์มท่าทางสบายๆ เดินออกมาทักมาย มือใหญ่วางแปะลงกับหัวฉัน เมื่อคืนเขาค้างที่นี่นั่นแหละ แต่เป็นห้องพักแขกเพราะคุณพ่อกับพี่ชุนไม่ยอมให้อากาอินอนห้องเดียวกับฉันเด็ดขาด


เอาจริงๆ นะ ห้ามตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว


“น็อคหลับดีกว่านะ เมื่อวานฉันก็ดื่มไปหลายแก้ว”ฉันหัวเราะขำนิดๆ อากาอิทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ฉัน นั่งฟังเสียงน้ำไหลจากบ่อน้ำใกล้ๆ นี้ ฉันกับอากาอิไม่ได้พูดอะไรกันอีกจนกระทั่งลูกน้องคนหนึ่งเดินเข้ามาบอกว่ามื้อเช้าเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว เราเลยแยกกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้า


มื้อเช้ามื้อแรกของการกลับมาญี่ปุ่นเป็นอาหารเช้าแบบญี่ปุ่นแบบง่ายๆ ซึ่งประมุขของบ้านจะนั่งอยู่ตรงหัวแถวกับภรรยา คุณพ่อมีอาการเอื่อยๆ แบบคนแฮงค์ ในขณะที่คุณแม่นั่งทานอย่างสง่าในชุดกิโมโน ส่วนพี่ชุนเมื่อวานไม่ได้ดื่มหนักเพราะรู้ตัวว่าเช้ามีงานสภาพเลยไม่ได้เป็นอะไรมาก


หลังจกจบมื้อเช้าพ่อกับแม่ก็ให้อิสระกับฉัน ส่วนเรื่องงานฉันลองคุยกับพี่ชุนแล้วว่าอยากเข้ามาช่วยพี่ชุนก็บอกว่าได้ แต่อยากให้ฉันเที่ยวให้คุ้มก่อน เห็นบอกว่าตอนทำงานต้องหัวหมุนแน่ ก็เลยอยากให้ฉันเที่ยวก่อน


“งั้นไปเที่ยวกัน”อากาอิบอกเมื่อฉันเล่าตอนที่พี่ชุนคุยกับฉันเรื่องงาน ฉันมองเขาอย่างงงๆ ที่พูดเรื่องนี้ออกมา จะว่าอากาอิใจเร็วก็ไม่น่าใช่ หมอนี่มันเป็นประเภทช้าชัวร์มากกว่า


“นึกยังไงของนายเนี่ย”


“ไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันเลยใช่มั้ยละ พวกเราน่ะ”อากาอิพูด มันก็จริงอย่างที่เขาว่ามานะ ปกติการที่เราไปไหนสองคนไม่ใช่เรื่องฝึกก็เรื่องงาน ไอ้การไปเที่ยวชิลๆ ไม่เคยเกิดขึ้นเลยสักครั้ง


“...ก็ดีนะ นายอยากไปที่ไหนละ”


“เที่ยวครั้งนี้ฉันตามใจเธอ หรือถ้าเธอไม่รู้จะไปที่ไหนก็ลองบอกมาก็ได้ว่าอยากไปที่แบบไหน ฉันจะได้พาไปถูก”


“อืมมม ฉันไม่ชอบไปเที่ยวที่มีแสงสี ที่อเมริกาฉันไปจนปวดตาหมดแล้ว อยากได้แบบเรียบๆ มากกว่าอ่ะ”


“ไปเกียวโตมั้ย ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ แต่เป็นเมืองท่องเที่ยว คนคงเยอะหน่อยเธอโอเคมั้ยละ”


“เกียวโตเหรอ...ไม่เคยไปเหมือนกันแฮะ เอาสิ ไปกัน”ฉันตอบรับอย่างยินดี แค่คิดว่าจะได้ไปเที่ยวโดยที่ไม่มีงานเข้ามาเกี่ยวข้องก็เล่นเอาฉันตื่นเต้นแล้ว


“งั้นไปเก็บของเลย ฉันจะพาเธอไปตอนนี้แหละ”


“เอ๊ะ ตอนนี้เลยเหรอ”


“ใช่ ไปกัน”


อากาอิจับมือฉันเบาๆ ฉันที่เหมือนไม่มีสติก็พยักหน้าอย่างว่าง่ายและกลับเข้าไปเก็บของตัวเองที่ห้อง ส่วนเขาก็ไปเก็บของและไปขออนุญาตจากแม่ที่ไม่แฮงค์อยู่คนเดียวในบ้าน ด้วยความที่ไปแบบฉุกละหุกก็เลยไม่รู้ว่าต้องอะไรไปบ้างก็เลยเอาแต่เสื้อผ้าและชั้นในที่จำเป็นไป ส่วนอันไหนที่ขาดเดี๋ยวค่อยซื้อเอาข้างหน้าก็ได้ ฉันเอาไปสองสามชุดใส่กระเป๋าเป้และเดินหาอากาอิที่โรงเก็บรถของคฤหาสน์ ซึ่งรถของเขามาจอดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน


“โรงแรมฉันจองเอาไว้เรียบร้อยแล้วนะ ไปสักสามวันสองคืนน่าจะพอ”


“จองเร็วจัง”ฉันรับมือถือที่เปิดหน้าจองโรงแรมเรียบร้อยแล้วของอากาอิมาดู กดดูรายละเอียดของโรงแรมและห้องพักแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเบาๆ


“เตียงคิงไซส์?”


“ทำเหมือนไม่เคยนอนเตียงเดียวกันไปได้”


“รีบจังนะ”ฉันแกล้งแซว แต่อากาอิก็ยักไหล่แบบไม่ยี่หระใดๆ ทั้งสิ้น เป็นผู้ชายที่ยืนหนึ่งจริงๆ


“ฉันไม่ได้อายุเท่าเธอนะ”


“แสดงว่าแก่จริงๆ ด้วย”


พอฉันแซวว่าแก่มากๆ เข้าใบหน้าที่นิ่งเรียบก็ดูจะตึงขึ้นมาหน่อย เป็นสัญญาณให้ฉันหยุดได้แล้ว เห็นแก่คนแถวนี้ที่ยอมรอฉัน จะยอมสงบปากสงบคำไว้ก่อนแล้วกัน


ด้วยความที่พวกเราออกจากคฤหาสน์ยาบุไทกะในตอนสายๆ ทำให้การเดินทางไปยังเกียวโตใช้เวลาหลายชั่วโมงแม้ว่าเราจะขึ้นทางด่วนก็ตาม เราแวะพักที่จุดพักรถเพื่อเติมพลัง ฉันแวะซื้อพวกของทอดและของหวานมากิน อากาอิเขาซื้อขนมปังไส้ถั่วแดงมากินกับกาแฟ ปริมาณอาหารของฉันเยอะกว่าเห็นๆ


พอเติมพลังกันแล้วพวกเราจึงเดินทางกันต่อ ในรถของอากาอิยังคงเป็นระเบียบเหมือนเดิม แต่ที่ฉันแปลกใจคือไม่มีซองบุหรี่อยู่ในรถเลย ปกติจะต้องมีซองเปล่าไม่ก็ซองที่มีมวนบุหรี่อยู่แท้ๆ แต่เหมือนสายตาฉันจะชัดเจนเกินไปหน่อย เขาเลยพูดขึ้นมา


“ฉันเลิกบุหรี่มาสักพักแล้ว”


“เอ๊ะ ทำไมละ”


“อยากรักษาสุขภาพล่ะมั้ง”


คำตอบที่เหมือนขอไปทีกลับทำให้ฉันใจเต้นขึ้นมา ถ้าไม่ใช่เพราะฉันดันเห็นว่าเขายกยิ้มมุมปากด้วย


ที่พักของเราตั้งอยู่ริมแม่น้ำคาโมะซึ่งบริเวณนี้ก็เป็นแหล่งกินดื่มของนักท่องเที่ยว ที่จริงถ้ามาช่วงหน้าร้อนหรือช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็คงได้อารมณ์มากกว่านี้ ถ้าตั้งใจมาพักผ่อนแบบไม่คิดอะไรอย่างเราก็คงไม่มีปัญหาเท่าไหร่นัก


ส่วนห้องพักของเราถึงแม้ภายนอกจะเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแบบจัดๆ แต่ข้างในกลับมีความโมเดิร์นที่ร่วมสมัยอย่างสวยงาม พนักงานโค้งนิดๆ ก่อนเลื่อนประตูปิดให้กับเรา ฉันวางกระเป๋าลงกับมุมห้องแล้วเดินไปนอนคว่ำลงกับเตียงนุ่ม อากาอิที่ถอดโค้ทออกล้มตัวลงมานอนข้างๆ ฉัน ฉันเลยได้ทีขยับไปนอนหนุนแขนที่เขาเหยียดออกพอดีเลย


“ขอฉันนอนพักหน่อยแล้วกัน ตอนเย็นๆ เธอก็ปลุกฉันด้วยแล้วกัน”เขาพูดแล้วหลับตาลงเลย ท่าจะเหนื่อยอยู่พอสมควรเลย ถ้านับรวมกับที่เมื่อคืนดื่มสาเกไปมีสายตาอาฆาตจากคุณพ่อไปแล้ววันนี้ยังมาขับรถออกต่างจังหวัดอีกนับว่าสาหัสอยู่นะ


อากาอิไม่ได้อายุน้อยๆ แล้วนะ


แก่แล้ว...

--------------------------------------------------------------

ต่อค่ะ


ฉันเองก็นั่งรถโดยที่ไม่ได้หลับเหมือนกัน เพราะนั่งคุยเป็นเพื่อน แต่เหมือนฉันจะเล่าเรื่องตอนอยู่ที่โน้นคนเดียวมากกว่าตลอดทาง มันก็ทำให้ฉันเพลียอยู่เหมือนกัน ฉันเลยหยิบมือถือออกมาตั้งเวลาแล้วนอนหลับพักผ่อนด้วยอีกคน


เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือดังขึ้นในช่วงห้าโมงเย็นตามเวลาที่ฉันตั้งเอาไว้ ฉันสำรวจตัวเองที่ไม่ได้นอนหนุนแขนใครบางคนแต่นอนห่มผ้าอย่างดีจนต้องมองรอบๆ ห้องก่อนจะเจออากาอิที่ออกไปตากลมอยู่ที่ริมระเบียง ฉันหยิบเสื้อคลุมมาใส่แล้วเดินออกไปหาหมอนั่น ฉันมองที่รองบุหรี่ที่ไม่มีสักมวนที่ถูกดับ


“ที่บอกว่าเลิกแล้วนี่พูดจริงๆ ด้วยสินะ”


“ก็จริงน่ะสิ ฉันโกหกเธอไปทำไม เธอก็ไปล้างหน้าแต่งตัวได้แล้ว จะได้ออกไปข้างนอกกัน”เขายกมือมาขยี้ผมที่ยุ่งของฉันให้ยุ่งมากกว่าเดิมอีก ฉันเบ้ปากใส่แล้วกลับเข้าห้องไปแต่งตัวตามที่เขาบอก


ระหว่างที่หวีผมที่ยาวเกินไปแล้วของตัวเอง อากาอิก็เข้ามาแย่งหวีในมือฉันมาหวีแทน


“ยาวแล้วนะ จะตัดรึเปล่า”


“คิดอยู่ แต่คงตัดแหละผมแตกปลายยับเลย”


ฉันมองอากาอิที่หวีผมให้ฉันเบาๆ จากนั้นจึงหันไปหยิบหมวกไหมพรมที่วางอยู่บนเตียงมาใส่ให้ฉัน ทั้งยังเช็ดความเรียบร้อยให้ดิบดี แต่...


“นายไม่ใส่รึไง”หมวกไหมพรมที่เขาใส่ให้ฉันมันของเขานี่นา


“ไม่ล่ะ ให้เธอใส่ดีกว่า ไปกันได้แล้ว”


ร้านอาหารที่เราเลือกมีริมระเบียงที่ยื่นออกไปจนเห็นแม่น้ำได้ชัดเจน ฉันยัดหน้าที่สั่งอาหารให้อากาอิเป็นคนจัดการ อากาอิบอกว่าจะนั่งยาวๆ แล้วค่อยลงไปเดินเล่นริมแม่น้ำทีหลัง เขาก็เลยสั่งอาหารมื้อหลักมาให้รวมถึงเบียร์และกับแกล้ม ฉันตั้งใจจะดื่มเบาๆ เมื่อวานดื่มไปขนาดนั้นวันนี้คงดื่มไม่ได้เยอะแล้วล่ะ


มึนหัวตอนตื่นนี่มันไม่สนุกเหมือนตอนดื่มเลยนะ ฉันยิ่งไม่ใช่พวกคอทองแดงอยู่ด้วย


ช่วงเวลาตอนนี้ยังไม่ค่อยมืดมากนัก เลยยังเห็นเมืองที่คงความเป็นญี่ปุ่นสร้างบรรยากาศดีๆ ฉันยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มเบาๆ อีกมือหยิบกับแกล้มมากินไปด้วย


“ตกลงว่าเธอจะช่วยงานพี่ชายเธอใช่มั้ย”อากาอิถามเรื่องงานของฉันต่อจากนี้


“ใช่ ตั้งใจว่าอย่างนั้นนะ แต่ฉันไม่ได้เรียนตรงสายคงต้องเรียนรู้วานอีกเยอะเลย”


“หึ แล้วนึกยังไงไปเรียนวิศวะ”


“ไม่รู้สิ ตอนเลือกลงมือมันไปเอง รู้ตัวอีกที...ตู้ม เรียนจบ”


เขายกยิ้มเหมือนรู้ดีว่าบางทีฉันมันก็ทำไปตามสัญชาตญาณส่วนฉันยังคาใจเรื่องงานเขานิดหน่อย ตั้งแต่เมื่อวานเขาก็ไม่ได้พูดเรื่องงานให้ฉันฟังเลย


“แล้วงานของนายละ มาเที่ยวแบบนี้ไม่เป็นอะไรแน่เหรอ?”


“ฉันลาพักร้อน 2 อาทิตย์ จะได้ใช้เวลาอยู่กับเธอยังไงล่ะ ช่วงนี้เธอคงยุ่งๆ ใช่มั้ย ฉันจะได้มีเวลาช่วยเธอด้วย”


“อือ ถ้าตามที่ฉันดูของน่าจะมาส่งช่วงอาทิตย์หน้าน่ะ”ฉันหยิบมือถือที่มากดดูรหัสติดตามสัมภาระที่ส่งมาจากอเมริกา ซึ่งตอนนี้ยังอยู่กลางทางอยู่เลย


“ฉันยังต้องการคู่หูเหมือนเดิมนะ ถ้าเธออยากทำ”คำพูดนั้นทำให้ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยความฉงนใจ ไม่รู้สิ คำว่าคู่หูของเขาครั้งนี้มันดูแปลกๆ


“ไม่กลัวฉันฝีมือตกรึไง ไม่ได้แตะปืนหรือไรเฟิลมา 5 ปีแล้วนะ”


“ฉันเป็นคนสอนเธอจับมัน แล้วทำไมฉันจะไม่ช่วยเธอรื้อฟื้นฝีมือล่ะ ฉันสอนให้เธอได้ทั้งชีวิตนั่นแหละ”


“ก็ถ้านายยืนยันอย่างนั้น สั่งงานอะไรมาฉันก็ทำหมดนั่นแหละ”


อาหารมาเสิร์ฟตอนเราคุยพอดี ฉันที่หิวมาสักพักแล้วจึงตักกินโดยไม่รอคนตัวโตที่ยังกินกับแกล้มกับเบียร์ไม่เลิก แต่อากาอิคอทองแดงมากกว่าฉัน คงไม่เมาง่ายๆ หรอก


พอพวกเรากินดื่มจนได้ที่จึงลงไปเดิมเล่นริมแม่น้ำคาโมะ มีคู่รักบางคู่ที่เดินเล่นอยู่เหมือนเรา บางคนก็มากันเป็นครอบครัวและนั่งดื่มทานกันริมแม่น้ำ ลมช่วงค่ำไม่ได้หนาวมากแต่ก็ให้ความเย็นอยู่เหมือนกัน ฉันมองไปยังคู่รักบางคู่ที่เป็นวัยรุ่นจับมือถือแขน พูดคุยหวานเชื่อมจนฉันรู้สึกเหมือนมดกัดไปด้วย


ส่วนฉันกับอากาอิเป็นยังไงน่ะเหรอ ก็แค่เดินข้างกันด้วยจังหวะการย่ำเท้าที่เท่ากันและตรงกันเท่านั้นเอง


ไม่รู้สิ ฉันคิดว่าด้วยอายุของอากาอิและนิสัยของฉัน มันทำให้เราไม่ได้มีโมเม้นต์สวีตกันอย่างที่คู่รักควรมี เพียงแค่ว่าได้อยู่ด้วยกันก็พอแล้ว


ก็โตๆ กันแล้ว ไม่ใช่เด็กมัธยมที่ต้องการความรักหวานชื่นเสียหน่อย


ใช้เวลาอยู่ริมแม่น้ำคาโมะเป็นชั่วโมงโดยซึมซับบรรยากาศที่โรแมนติกจนมันเต็มอก ก่อนที่เราจะพากันเดินกลับโรงแรมผ่านกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินกันเต็มถนน ยิ่งพอดึกลงก็เริ่มได้ยินเสียงหัวเราะจากร้านเหล้าตามทาง


กึก


ฉันเงยหน้ามองคนตัวโตที่ใช้นิ้วชี้เกี่ยวกับนิ้วก้อยของฉัน อากาอิยกยิ้มนิดๆ ก่อนที่มือใหญ่แสนอบอุ่นของเขาจะกอบกุมมือของฉัน


ความรู้สึกมากมายส่งผ่านมือที่จับเอาไว้มั่นนี่ โดยที่ไม่มีคำพูดอะไรเอ่ยออกมา


และความรู้สึกที่มากมายนั่นเป็นตัวจุดอะไรบางอย่างในตัวของพวกเราสองคน เพราะทันทีที่ประตูห้องพักถูกปิดลงฉันก็ถูกอีกคนดึงมานอนที่เตียงคิงไซส์ซะแล้ว


“ฉันไม่คิดว่านายจะเป็นพวกใจร้อน”ฉันแกล้งว่าคนที่ถอดเสื้อตัวเองออกทางหัวอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะที่ฉันเองก็ถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างช้าๆ ไม่เหมือนอีกคน


“ฉันจะสี่สิบแล้วนะ ไม่เหมือนเธอหรอก ยัยเด็กจบใหม่”คำแขวะใหม่ที่เหมือนจะแขวะทั้งตัวเองและฉันทำให้ฉันหัวเราะขำออกมาเบาๆ


“พ่อกระสุนเงินความอดทนต่ำ”


“ยัยกระสุนปริศนาปากเสีย”


เราแขวะฉายาของอีกคนขำๆ ก่อนที่อากาอิจะเข้ามากอด จนแผงอกที่แน่นด้วยกล้ามเนื้อแนบกับตัวฉันจนฉันแทบหายใจไม่ออก แต่ความอบอุ่นที่มาพร้อมกับกลิ่นไอของความเป็นผู้ใหญ่เฉพาะตัวของเขาทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยมากที่สุด


“มันจะไม่เจ็บใช่มั้ย”ฉันถามเสียงเบา เพราะไม่เคยกับเรื่องแบบนี้ พูดให้ถูกคือไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้เลยมากกว่า พอต้องมาเจอกับตัวมันก็เกิดรู้สึกกลัวขึ้นมา


“นอกจากเวลาสอนเธอกับแกล้งเธอ ฉันเคยทำร้ายเธอด้วยเหรอ”อากาอิยิ้มอ่อนโยนอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก รอยยิ้มนี้เหมือนผู้ใหญ่ที่เห็นเด็กกลัวการทำสิ่งใหม่ มันปนๆ ไปกับคำว่าเอ็นดูและขำอ่ะนะ


“ไม่...แต่ฉันไม่เคยน่ะสิ”


“ไม่เคยน่ะสิดี ฉันจะเป็นคนสอนให้เอง”ดวงตาคมฉายแววแพรวพราวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


“ฉันไม่นึกว่านายจะเป็นคนแบบนี้นะ”


“ตอนแรกฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นแบบนี้หรอกนะ แต่พอความรู้สึกตรงกัน และเธอไม่เคยผ่านใครมามันทำให้ฉันตื่นเต้นน่ะสิ”


“คนแก่”


ฉันว่าเขา แต่อากาอิกลับยิ้มไม่ถือสาอะไร ทำไมวันนี้ดูอากาอิอารมณ์ดีผิดปกติ แต่พอมานึกย้อนก็พอเข้าใจขึ้นมา ไม่ได้เจอกัน 5 ปี มีผลรุนแรงอย่างนี้นี่เอง

-------------------------------------------

ชื่อตอน...X ที่ไม่ได้แปลว่าจูบ อิ____อิ

ตอนหน้าเป็นตอนจบแล้วนะคะ เรื่องราวของทั้งสองคนในบทสุดท้ายจะเป็นยังไงก็ช่วยรอกันนิดนึงนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 207 ครั้ง

499 ความคิดเห็น

  1. #420 เฮกเซนเอง (@eyelove123) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 09:25
    กรี๊ดดดดด คือเขินหนักมากกกกกกกก
    #420
    0
  2. #384 YAMN (@machamon) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:08
    ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟหฟหฟฟฟฟฟฟฟฟิมกอมกิมกมอมกมแอมมกมอมกทกร๊ีเดดดดดดดดดดดดดดดดดดกกกกก
    #384
    0
  3. #383 Yu Die (@Naomi_Sleeping_z) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:06

    อรั้ยยยย
    #383
    0
  4. #382 Zoubutsushu (@rika21545) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:01

    กรี๊ดดดด เอาแล้ววววว มันเริ่มแล้วววว
    #382
    0
  5. #380 BT_KOOKIE (@BT_KOOKIE) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:19
    ต่อนะ รอยุจร้าาา
    #380
    0
  6. #378 Yu Die (@Naomi_Sleeping_z) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:37
    อึ้ม แก่แล้ว–
    #378
    0
  7. #377 Bicerin (@peaberry) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:58
    แก่ คำสองคำก็แก่เดี๋ยวโดนคนแก่รังแกนะหนู
    #377
    0
  8. #376 Ammilina (@Ammilina) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:56
    555ย้ำจังเลยไอคำแก่เนี่ย
    #376
    0
  9. #375 Zoubutsushu (@rika21545) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:18

    ถึงแก่แต่แรงยังดีอยู่นะซากิ อิอิ
    #375
    0
  10. #374 preem1827 (@preem1896) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:50

    แก่แล้ว~ คิกๆ
    #374
    0
  11. #373 Ayase Mayuri (@sunmaaum2004) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:52
    นอนห้องเดียวกันแบบนี้ หวังว่าไรท์จะไม่ได้คิดอะไรไม่ดีอยู่นะ
    #373
    0
  12. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:31

    แก่แล้วไงแต่ก็มีแรกปั๊มลู--แค่กๆหมายถึงทำงานค่ะ//อย่าสนใจคนมโนเก่ง
    #372
    0
  13. #371 TM0345 (@titapa2545) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:05
    แก่แล้วแต่แรงยังเยอะอยู่น้าา5555
    #371
    0