END [fic]Conan - Silver x Mystery

ตอนที่ 58 : กระสุนนัดพิเศษ การรับเลี้ยงเด็กไม่ใช่เรื่องง่าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 498
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    10 เม.ย. 62

                      
                                                                                T
                        B
   

กระสุนนัดพิเศษ การรับเลี้ยงเด็กไม่ใช่เรื่องง่าย

 


ดีคร้าบ พ่อแม่พี่น้องงงง ผมฮิโรกิ สุดหล่อที่มีเจ้าของหล่อมากของทุกคนนั่นเอง


แหม ตกใจรึเปล่าที่ผมตะโกนโหวกเหวกแบบนี้ แน่ละ ผมได้มาเป็นเจ้าของตอนเต็มๆ สักทีแม้จะเป็นตอนพิเศษก็ตาม รอผมมานานล่ะสิ รู้นะ ฮั่นแน่ กิ้วๆ


อ๊ะ ไม่เล่นแล้วครับ เสียเวลามากไม่ได้เดี๋ยวเมาท์ไม่ครบ


ตอนนี้ผมออกมาอยู่กับพี่ยามาโตะที่บ้านชั้นเดียวนั่นแล้วครับ ย้ายมาอยู่ตั้งแต่กลับมาที่ญี่ปุ่นเลย แล้วผมเองก็เปิดร้านอาหารด้วย ตอนนี้มีขยายสาขาเพิ่มขึ้นตามที่ตัวเองไหว โดยที่มีพี่ยามาโตะคอยช่วยเป็นกำลังใจ เพราะพี่แกไม่ถนัดสายนี้จริงๆ ได้ซากิซึ่งเป็นเพื่อนสนิทคอยช่วยซัพพอร์ตเพราะพอคลอดน้องชิอนก็กลายเป็นคุณแม่ที่ต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกไปโดยปริยาย เลยมีโอกาสช่วยผมผ่านคอมพิวเตอร์อยู่บ่อยๆ


ส่วนตอนนี้ผมกำลังเข้ามาดูร้ายสาขาแรกและเป็นสาขาใหญ่ของผม ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางเมืองย่านแหล่งชอปปิ้ง ผมตั้งใจขายให้กับคนท่องที่และนักท่องเที่ยวราคาจึงไม่ได้แรงมากและรสชาติทุกเมนูในร้านผมอร่อยแน่นอน รับประกันโดยคนที่ตามล่ารสชาติอาหารมาตั้งแต่ม.ต้น


“พี่ฮิโรกิ สวัสดีครับ”พนักงานคนนึงที่กำลังพักอยู่หลังร้านค้อมหัวทักทายผม


“ไง วันนี้เป็นยังไงบ้าง”


“คนเยอะเหมือนเดิมเลยครับ แต่หน้าบานขนาดนี้ไปเล่นกับลูกของพี่ซากิอีกแล้วเหรอครับ”


พนักงานทุกคนต่างรู้ดีว่าผมมีเพื่อนสนิทซึ่งเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งและผมเองก็ชอบเข้าไปเล่นกับหลานบ่อยๆ หน้าบานแบบนี้เดาได้ไม่กี่อย่างละ


“อือ หลายน่ารักมาก ตัวแต่นี้แต่แก้มยุ้ยเชียว”ผมว่ายิ้มๆ นึกถึงแก้มหลานแล้วนึกอยากวนกลับไปฟัดอีกรอบ


“ผมว่านะ ถ้าพี่จะหลงเด็กแบบนี้พี่รับเด็กมาเลี้ยงเลยเถอะ โตๆ แล้ว เลี้ยงเด็กไม่น่าจะมีปัญหา พี่ยามาโตะก็เป็นผู้ใหญ่โคตรๆ”


“คิดว่าพี่ไม่เคยขอรึไง บอกแค่ว่าอย่างนายเลี้ยงเด็กไม่รอดหรอกแล้วก็ปัดตกเรื่องนี้ตลอดเลย”


“อ่า งั้นผมว่าพี่ยามาโตะคงมีเหตุผลของตัวเองล่ะมั้ง แบบกลัวพี่เบื่อเลี้ยงเด็กหรือ...กลัวพี่เลี้ยงไม่ได้”


“ห๊า!! พี่เนี่ยนะเลี้ยงเด็กไม่ได้ เห็นพี่แบบนี้แต่พี่มีความรับผิดชอบมากนะ ไม่งั้นพี่จะดูแลทั้งร้านทั้งพนักงานได้ยังไงล่ะ!


“ระ รู้แล้วครับพี่ เบาเสียงหน่อยคร้าบ”มันเตือนผมเสียงเบา ไม่ค่อยมีใครเห็นว้ากแตกแบบนี้หรอก แต่พอมาคิดว่าพี่ยามาโตะคิดแบบนี้จริงๆ มันก็อดของขึ้นไม่ได้


ในมุมหนึ่งผมรู้ว่าตัวเองมีกำลังและความสามารถมากพอที่จะรับเด็กคนนึงมาเลี้ยงดูและประคับประคองให้เติบใหญ่เป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ แต่เมื่อมองในมุมของพี่ยามาโตะที่มักจะมองผมเป็นเด็กเสมอก็คงเห็นว่าเด็กเลี้ยงเด็กด้วยกันเองไม่ได้ล่ะมั้ง ถึงจะพอเข้าใจความคิดแต่มันก็อดน้อยใจไม่ได้จริงๆ


“พี่ลองไปคุยกับพี่ยามาโตะดูดีๆ อีกครั้งดีกว่า ถ้าพี่ยามาโตะเปลี่ยนเรื่องก็พยายามตื๊อคุย ถ้าพี่เขาเห็นความตั้งใจของพี่จริงๆ คงรับฟังแน่ๆ”เด็กมันพูดขึ้นเมื่อเห็นผมเงียบไป ผมพยักหน้ารับแล้วโบกมือไล่ให้เด็กมันไปทำงาน


ผมใช้เวลาไปกับการนั่งดูรายการต่างๆ ในห้องทำงาน จนพอเห็นว่าใกล้เวลาผิดร้านจึงขับรถกลับมาที่บ้านของตัวเอง ซึ่งพี่ยามาโตะกำลังนั่งดูทีวีรอผมอยู่ ผมไม่ลังเลเลยที่จะเข้าไปนอนหนุนตักอย่างที่ทำประจำ พี่ยามาโตะชินแล้วจึงแค่ยกมือมาลูบหัวผมอย่างทุกที


กลั้นใจที่จะพูดเรื่องที่ต้องการอยู่หลายนาที จึงตัดสินใจลองพูดขึ้นมา


“...คือ...พี่ยามาโตะผมอยากคุยเรื่องรับเด็กมาเลี้ยงน่ะ”


“เรื่องนี้อีกแล้วเหรอ บอกแล้วไงว่าไม่”


“แต่ว่า...”


“ฉันจะไม่คุยเรื่องนี้อีกแล้วนะ”พี่ยามาโตะไม่ใช่แค่จะปฏิเสธแต่ยังจะลุกหนีผมอีก ผมเลยลุกขึ้นและคว้ามือที่ยามาโตะเอาไว้ แสดงสีหน้าจริงจังที่สุดที่ผมจะทำได้จนอีกฝ่ายนิ่งไป


“ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมพี่ยามาโตะถึงไม่อยากรับเด็กมาเลี้ยง ถ้าเพราะผมดูไม่ได้เรื่องพี่ก็ต้องบอกให้ผมรู้ว่าไม่ได้เรื่องตรงไหน หรือถ้าพี่ยังไม่พร้อม พี่ก็แค่บอกผม”


นี่คงเป็นไม่กี่ครั้งที่ผมทำน้ำเสียงแบบนี้ พี่ยามาโตะเลยมีสีหน้าที่ลำบากใจ รอบข้างเงียบไปอีกอึดใจก่อนที่พี่เขาจะถอนหายใจแล้วพูดตอบผม


“เพราะเห็นว่านายดูอยากเลี้ยงเด็กมากฉันจึงพูดหรอกนะ”


“...”


“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ฉันไม่ได้จะว่านายเสียหน่อย...ฉันรู้ว่าทั้งนายทั้งฉันพร้อมที่จะรับเลี้ยงเด็กคนหนึ่งมาเลี้ยง แต่นั่นมันในกรณีที่เราเป็นคู่รักชายหญิงทั่วไป ในตอนนี้สังคมยังไม่เปิดรับเท่าไหร่การที่พวกเรารับเด็กมาเลี้ยงมันไม่ได้ส่งผลอะไรกับเรามากหรอก แต่กับเด็กน่ะไม่แน่”


“...”


“นายรู้ใช่มั้ยว่าถ้าคนอื่นรู้ว่ามีผู้ปกครองเป็นผู้ชายทั้งคู่เด็กคนนั้นจะโดนอะไรบ้าง”


“โดนนินทาว่าร้ายแล้วก็กลั่นแกล้ง”


“ใช่ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันกังวล ลำพังตัวเราที่ผ่านอะไรมาแล้วไม่นึกสนใจคำพูดคนอื่นนักหรอก แต่กับเด็กไม่ใช่ เด็กน่ะเขาจะรู้สึกแตกต่างจากคนอื่นแล้วอาจจะเป็นปมด้อย ฉันเลยไม่อยากรับเด็กมาเลี้ยง”


“แต่...”


“หืม?”


“แต่พูดอย่างกับว่าฉันจะยอมให้เรื่องแบบนั้นมันเกิดขึ้นอย่างนั้นล่ะ รับเด็กมาเลี้ยงก็เท่ากับว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของพวกเรา ฉันไม่ยอมให้ใครมารังแกหรอกนะ!”ผมเถียงกลับไปจนพี่ยามาโตะหน้าเหวอแล้วหัวเราะออกมา


“ฮ่าๆๆ ฉันก็ลืมไปว่านายนิสัยแบบนี้นี่เนอะ อืม นั่นสิ ลูกเรานี่นะ จะไม่ปกป้องก็บ้าแล้ว”


“แล้วพี่จะเอายังไงล่ะ”


“สัญญากับฉันได้มั้ยว่าถ้ารับเลี้ยงเด็กมาแล้วจะโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น จะดูแลตัวเองและเด็กได้ แบ่งเวลาให้กับงาน ฉัน แล้วก็เด็กได้”


“ได้สิ เรื่องแค่นี้เองสบายมาก”ผมรีบตอบรับเพราะรู้สึกว่าเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง พี่ยามาโตะพยักหน้ายิ้มๆ


“โอเค ฉันเชื่อว่านายจะดูแลเด็กได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะลองดูๆ เรื่องพวกนี้เอาไว้แล้วกัน พวกเราต้องเตรียมตัวก่อนที่จะรับเด็กเข้ามานะ”


“อือ!


ผมรับคำด้วยรอยยิ้มเมื่อสิ่งที่ผมต้องการเป็นจริงเสียที แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นก็ตาม


หลังจากที่ตกลงเข้าใจเรื่องเด็กเรียบร้อยสิ่งที่พวกผมต้องทำคือยื่นเรื่องขอรับเลี้ยงเด็กกับบ้านเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง มีส่งเอกสารต่างๆ และกรอกประวัติแบบสอบถามเพื่อเป็นตัวประเมินในการเลือกเด็กมารับเลี้ยง พวกเราจะไม่มีสิทธิ์เลือกเด็กเองแต่บ้านเด็กกำพร้านี่จะเป็นคนเลือกเด็กให้ เป็นแค่บ้านนี้รึเปล่าไม่รู้นะ ในใบก็จะเป็นพวกไลฟ์สไตล์ ความชอบ ซึ่งพวกผู้ใหญ่บอกว่าพวกเราที่เป็นผู้ชายทั้งคู่การจะรับเลี้ยงเด็กต้องดูอะไรหลายอย่างก็เลยยุ่งกว่าปกติ ซึ่งพวกผมก็ยอมรับในข้อนั้นดี


นอกจากนั้นพวกผมยังต้องเตรียมห้องและของใช้สำหรับการเลี้ยงเด็กอีก โอเค เด็กอาจจะไม่ใช่เด็กทารก แต่มันก็ต้องมีของใช้ของเด็กบ้างแหละอย่างห้องส่วนตัวอะไรแบบนี้ ส่วนของใช้ที่เป็นของส่วนตัวอย่างเสื้อผ้าคงต้องรอดูก่อนว่าตัวเด็กจะเล็กหรือโตขนาดไหน


ใช้เวลานานเป็นเดือนกว่าที่บ้านเด็กกำพร้าจะติดต่อเข้ามา ผมกับพี่ยามาโตะตกลงว่าจะเข้าไปตอนบ่ายๆ หลังจากินข้าวเสร็จแม้ว่าผมอยากไปตั้งแต่ตอนสายๆ แล้วก็ตาม


“ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้น”พี่ยามาโตะพูดปรามเมื่อเห็นผมอยู่ไม่สุขตลอดทาง


“โห ผมตื่นเต้นจะตายไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นยังไง”


“นี่ไง เดี๋ยวก็ได้เจอแล้ว แต่สัญญาแล้วนะว่าจะเลี้ยงจะดูแลคนเดียว เด็กไม่ใช่หมาแมวที่อยู่สิบปีก็ตายน่ะ เขาอยู่หลังพวกเราตายด้วยซ้ำ”


“รู้แล้วน่า ก็ไม่ได้เห็นว่าเด็กเป็นสัตว์เลี้ยงสักหน่อย แล้วก็อย่าพูดถึงเรื่องความตายสิ”ผมเบ้ปากใส่คนที่เคยอยู่ในสนามรบ แล้วคงยังติดนิสัยเก่าๆ มาอยู่บ้าง


แต่การพูดเรื่องความตายนี่ต่อให้ตอนนี้สงบสุขแค่ไหนก็อดกังวลไม่ได้ ไอ้ครั้นจะเกิดอุบัติเหตุยังไงก็เกิดขึ้นได้


พวกเราจิดรแล้วเดินเข้าไปในบ้านเด็กกำพร้าที่มีเด็กๆ ออกมาวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้าน โดยมีคนดูแลคอยดูอยู่ใกล้ๆ พอผมเห็นหน้าพี่เลี้ยงก็เลิกคิ้วเบาๆ


“อ้าว ไคยะ ไม่ได้เจอกันตั้งนานมาทำอะไรที่นี่ล่ะ”ไคยะหรือฟุยุกิ ไคยะ เธอเป็นเพื่อนของผมกับซากิเอง รู้จักกันตอนที่กลับมาที่อเมริกาไม่ได้นาน คุณอากาอิพาเธอมาให้รู้จักน่ะ เห็นว่าน่าจะเป็นประเภทเดียวกันกับซากิเลยอยากให้รู้จักกันเอาไว้ พอผมมองดูดีๆ แล้วนิสัยบางอย่างโคตรเหมือนกันเลยล่ะ


“ฉันมาดูแลเด็กๆ น่ะ นานๆ ที มีเวลาว่างก็อยากกลับมาทำอะไรให้ที่นี่บ้าง”


“อ่า จริงสินะ เธอเคยอยู่ที่นี่มาก่อนนี่นา”


“แล้วนายมาทำอะไรที่นี่ล่ะ มาช่วยดูแลเด็กๆ เหรอ”ที่บ้านเด็กกำพร้านี้มีคนดูแลอยู่จำนวนหนึ่งอยู่แล้ว แต่มีอาสาสมัครเข้ามาช่วยดูแลเป็นครั้งคราวอย่างไคยะ


“เปล่า ฉันมารับเด็กนะ เมื่อหลายวันห่อนฉันทำเอกสารไปแล้วนะ วันนี้ที่นี่ติดต่อมาว่ามีเด็กที่น่าจะเข้ากันได้ก็เลยมาดูตัว”


“อ้อ เด็กคนนั้นแน่เลย เห็นให้ไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่อยู่ ยังไงฉันฝากด้วยนะ เด็กคนนั้นผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน”ท่าทางเศร้าสร้อยของไคยะทำให้ผมนึกอยากรู้คิดมาว่าเด็กที่ที่นี่ลงความเห็นว่าน่าจะเข้ากันได้เป็นเด็กแบบไหนกัน


เมื่อเข้ามาข้างในก็มีคนดูแลเข้ามาต้อนรับและเข้าไปในห้องของผอ.บ้านเด็กกำพร้านี้ ซึ่งเคยเจอครั้งหนึ่งตอนที่เข้ามาติดต่อทำเรื่องขอรับเด็กไปเลี้ยง เป็นคุณตาที่ใจดีและหัวสมัยใหม่มาก พอรู้ว่าคู่รักแบบผมจะรับเด็กไปเลี้ยงก็ตจะรอบคอบมากกว่าปกติ เรื่องมันค่อนข้างละเอียดอ่อนด้วยนะ


“สวัสดีครับ ไม่เจอกันตั้งนาน ยังสบายดีนะครับ”ผมเอ่ยทักทายอย่างสนิทสนม ไม่รู้สิ ผมเข้ากับไทป์คนแก่ได้ค่อนข้างดีเลยเหมือนเป็นหลานแกไปอีกคนแล้ว หรือเพราะท่าทางผมเหมือนเด็กก็ไม่รู้


ผมว่าอย่างหลังมากกว่า


ทักทายกันเล็กน้อยก่อนที่ผอ.จะเล่าเรื่องของเด็กน้อยให้เราฟัง


“อย่างที่ผมเคยบอกไปแล้วว่าการที่คู่รักแบบพวกคุณรับเด็กไปเลี้ยงค่อนข้างจะยากด้วยอะไรหลายๆ อย่าง แต่พอดีมีเด็กคนหนึ่งที่เขากับผู้หญิงไม่ค่อยได้ก็เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับพวกคุณ คนของเราก็ลองประเมินด้วยกันแล้วลงความเห็นว่าน่าจะเข้ากันได้ แม้จะยากในช่วงแรกก็ตาม”


“เด็กคนนั้นเจออะไรมาเหรอครับ”และตามประสาที่คนโตกว่าจะเข้าใจคำพูดที่มีนัยยะก่อนผม


“ครอบครัวของเด็กคนนั้น พ่อติดเหล้าและทิ้งหนี้เอาไว้ก่อนหนีหายไป ส่วนแม่เพราะความเครียดที่เกิดขึ้นทำให้ติดเหล้าตามไปและทำร้ายร่างกายของเด็กน่ะครับ จนมีคนข้างห้องไปแจ้งความจึงได้ช่วยเหลือ แต่ถึงจะช่วยเอาไว้ได้ทันก็เหมือนช่วยไม่ทัน ร่างกายของเด็กอายุแค่นั้นบอบบางมากนะครับ กระดูกหักและช้ำใน สภาพจิตใจคงไม่ต้องพูดถึง”


“ตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ”ผมถาม


“สภาพร่างกายแข็งแรงดีขึ้นแล้วครับ และเพราะได้เจอเด็กวัยเดียวกันทำให้เปิดใจขึ้นมาบ้าง แต่กลัวผู้หญิงครับ ขนาดพี่เลี้ยงผู้หญิงของที่นี่ไม่มีใครเข้าใกล้ได้เลย นับว่าเป็นโชคดีของทั้งคุณและเด็กเลยครับ”


ผมพยักหน้ารับ และมีคนดูแลที่เป็นผู้ชายจูงมือน้องเข้ามาข้างใน


จากที่ผมดูประวัติที่บ้านเด็กกำพร้าส่งให้จำได้ว่าน่าจะ 10 ขวบแล้ว แต่ร่างกายยังดูเล็กกว่าเด็กในวัยนี้อยู่มาก ท่าทางขี้กลัวก้มหน้าอยู่ตลอด ผมจึงค่อยๆ เดินเข้าไปหาน้อง นั่งคุกเข่าแล้วขอดูหน้ามองชัดๆ


“ชื่ออะไรครับ”ผมถาม เด็กคนนั้นมีท่าทางที่ตกใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมเงยหน้าให้เห็นดวงตาสีดำสวยที่หมองหม่นเล็กน้อย


“อาโออิครับ...”


“อาโออิคุงสินะครับ พี่ชื่อฮิโรกิครับเรียกพี่ฮิโระก็ได้”


“อาโออิคุง นี่คุณฮิโรกิกับคุณยามาโตะที่จะรับเธอไปเลี้ยงนะ”ผอ.ลุกขึ้นมาบอกกับเด็กชายซึ่งมีท่าทางกลัวอยู่


“อยากไปกับพี่มั้ย รับรองว่าพี่จะดูแลเราอย่างดีเลย มาเป็นครอบครัวกับพี่นะครับ”


อาโออิมองผมกับผอ.สลับกัน พอผอ.พยักหน้ารับเบาๆเป็นเชิงว่าให้ตัดสินใจเอง อาโออิก็พยักหน้ารับ


“ครับ”


“ดีมาก เด็กดี”


ผอ.คุยเรื่องเอกสารต่ออีกนิดหน่อย และบอกว่าจะมีติดตามผมเล็กน้อยเพื่อความมั่นใจซึ่งพวกผมก็ยอมรับในข้อนั่นดี เมื่อเรียบร้อยหมดแล้ว พวกเราจึงกลับบ้านกัน


“แล้วไคยะกลับยังไงให้พวกฉันไปส่งมั้ย”ผมถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อออกมาก็ยังเห็นเธอเล่นกับเด็กอยู่ อีกอย่างตอนนี้เริ่มเย็นค่ำแล้วไม่คิดว่าการมาทำเรื่องรับเด็กจะใช้เวลามากมายขนาดนี้


“ไม่ล่ะ เดี๋ยวคุณอามุโร่ก็จะมารับแล้ว ขอบใจนะ”


ผมพยักหน้ารับและจูงมือเด็กชายซึ่งจะมาเป็นสมาชิกคนใหม่ในบ้านของพวกเราขึ้นรถเพื่อกลับบ้านของพวกเรากัน


การดูแลอาโออิไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเป็นเด็กที่ไม่ชอบพูดอะไรที่อยู่ในใจออกมา ต้องใช้การสังเกตเพื่อเดาใจอย่างเดียว แม้จะลำบากในตอนแรกแต่พออยู่นานๆ เขาอาโออิเองก็มีการปรับตัวเข้ากับพวกผม ทำให้ตอนนี้นอกจากร้านและพี่ยามาโตะที่ผมต้องดูแลแล้วก็มีอาโออินี่แหละที่ผมใส่ใจมากเป็นพิเศษ


อาโอเข้าโรงเรียนประถมเรียบร้อยแล้ว ทุลักทุเลเล็กน้อยเพราะอาจารย์ประจำชั้นรายงานมาเรื่องที่น้องเข้ากันกับเด็กคนอื่นไม่ได้ ผมเองก็ไม่ได้บังคับน้องนะ เพื่อนผมมันยังโลกส่วนตัวสูงเลย แต่นอกจากนั้นก็ไม่ได้มีอะไรที่แย่เลย ชีวิตผมตอนนี้ออกจะมีความสุขด้วยซ้ำ


“พี่ฮิโระครับ”


“หืม”ผมขานรับในลำคอขณะมองกระดาษที่พวกเชฟในร้านออกแบบเมนูเค้กใหม่มาให้ดู ผมวางกระดานั่นลงแล้วหันมาสนใจอาโออิ


“คือผมถามพี่ยามาโตะแล้ว ว่าขอเรียกพี่ยามาโตะกับว่ากับพี่ฮิโระว่าป๊ะป๊า พี่ยามาโตะโอเคครับ เลยอยากมาถามพี่ฮิโระ...ว่าเรียกได้มั้ย”


ผมนิ่งไปหนึ่งอึดใจเพราะไม่คิดว่าอาโออิจะเป็นคนเอ่ยปากถามขึ้นมาก่อน สัมผัสหนักๆ ที่วางบนไหล่ผมคือมือของพี่ยามาโตะซึ่งมองยิ้มๆ


“อาโออิ...”


“น้อง ไม่สิ ลูกรอคำตอบอยู่นะ รีบตอบไปสิ”พี่ยามาโตะยิ้มเร่งผม แต่เหมือนผมจะอึ้งสนิทจนนิ่งไปพี่เขาเลยบีบไหล่ผมเบาๆ เพื่อเรียกสติ


“ห๊ะ เอ่อ...เรียกได้สิ อาอิจะเรียกพี่ว่าอะไรก็โอเคทั้งนั้นแหละ”


“งั้นพ่อยามาโตะ ป๊ะป๊าฮิโระ!


อาโออิยิ้มกว้างแล้วเข้ามากอดคอมผม ผมจึงโอบกอดเด็กคนนี้เอาไว้ พี่ยามาโตะเข้ามากอดพวกเราสองคนทับอีกที ผมหัวเราะกับลักษณะการกอดแปลกๆ นี้


แม้ว่าจะวุ่นวายขนาดไหน แต่ตอนนี้นับว่าเป็นความสุขที่สุดสำหรับผมแล้วล่ะ

-------------------------------------------------------

หลังจากห่างหายกันไปนานในที่สุดตอนของฮิโระก็คลอดแล้วค่า มีคำผิดก็เมินๆ ไปนะคะ ไม่ได้ตรวจคำผิดเลยค่า

จากตอนที่แล้วที่เปิดโหวตคู่ของอามุโร่ ก็ได้ออกมาตัวเอกเป็นผู้หญิงนะคะ ซึ่งมีโผล่มาในตอนนี้เล็กน้อยค่ะ

ส่วนตอนพิเศษเหลือของพี่ชุนกับชิอนลูกของซากิก็ถือว่าจบโดยสมบูรณ์แล้วค่ะ รอติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

499 ความคิดเห็น

  1. #490 เฮกเซนเอง (@eyelove123) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 21:26
    งู้ยยย น่ารักมากๆเลยยย
    #490
    0
  2. #482 Kurai-kun (@Kurai-kun) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 20:08
    ห้ะ ห้ะ! ห้ะ!!!!!อามุโร่ซังมีแฟน!!!!....ไม่น่าเชื่อหิมะตกที่ไทยแน่ๆ!!!----แอ่ก!!
    #482
    0
  3. วันที่ 11 เมษายน 2562 / 09:11

    ว่าแต่ คนเหลื่ยมจัดอย่างคุณอามุโร่ไปทำอีท่าไหนได้แฟน(?)กลับบ้านด้วยล่ะนี่??=_=

    #480
    2
  4. #479 YAMN (@machamon) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 21:42
    กรี๊ดดดดเดด น่ารักมากกกกก ดีใจที่เข้ากันได้นะ ;-; // ตั้งตาคอยเลยค่ะ!!!!
    #479
    0