........อธิฏฐานรัก........ (บทที่3 ลงแล้วเน้อ)

ตอนที่ 1 : ลำนำบทที่1 คู่แข่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ก.พ. 53

Lesson One

 

 

            ภุมเรศขบฟันนิ่ง เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของผู้มาใหม่

 

ผู้ชาย!?

 

เขาพินิจร่างโปร่งซึ่งสูงลดหลั่นตนอย่างไม่ค่อยพึงใจนัก เมื่อชายหนุ่มคิดว่าผู้มาร่วมเช่าบ้านอยู่กับเขาต้องเป็นสาวแสนสวย บอกบางหน้าจิ้มลิ้มตามชื่อที่กรอกไว้มากกว่าเด็กชายกะโปโลที่หิ้วเป้และหนังสือเรียนหนาเป็นตั้งๆ แถมยังไม่มีกระเป๋าเสื้อผ้าติดมาด้วยสักใบ

 

นี่หรือปัชชุน? ภุมเรศพินิจใบหน้าเรียวขาวสวยราวหญิงสาวที่เงยสบอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนภายใต้ผมรองทรงเส้นสีน้ำตาลอ่อนยิ้มทักทายอย่างสุภาพ

 

เด็กหนุ่มยกมือไหว้เจ้าของบ้านหนุ่มฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลากระชากใจสาวของภุมเรศ ขมวดคิ้วเรียวเป็นจวัก ชายหนุ่มแต่งตัวดูภูมิฐานด้วยเสื้อโปโลสีขาวยี่ห้อดัง ทั้งนาฬิกาทองและต่างหูสีนิลด้านซ้ายล้วนบ่งบอกถึงอำนาจเงินตราของตระกูลโรจน์วัตรแม้จะอยู่ในบ้านที่เก่าซ่อมซ่อและสกปรกก็ตาม

 

สวัสดีครับ

 

ภุมเรศโบกปัดการรับไหว้ก่อนจะนั่งกระแทกลงที่เก้าอี้ตัวยาวหน้าบ้านแล้วสะบัดหนังสือพิมพ์ออกอ่านราวเห็นเด็กชายเป็นเพียงอากาศธาตุ

 

นั่นทำให้ปัชชุนคิดตำหนิในใจ แม้จะรู้อยู่ว่าภุมเรศ โรจน์วัตรเป็นทายาทเพียงคนเดียวของบริษัทก่อสร้างในเครือโรจน์วัตรวิศวกรรมซึ่งมีเครือข่ายมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยตอนนี้ก็ตาม แต่มารยาทแย่ๆ อย่างนี้ สงสัยก็คงเป็นนิสัยติดตัวหนุ่มเบญจเพศจอมเสเพล แถมยังมีข่าวอื้อฉาวไม่เว้นแต่วันเช่นเขาด้วยละมั้ง

 

ปัชชุนถอนหายใจเบาก่อนจะรวบรวมความกล้าทักเขาอีกหน

 

ผมปัชชุน ยินดีที่ได้รู้จักคุณภุมเรศ โรจน์วัตรครับ

 

ชายหนุ่มขว้างหนังสือพิมพ์ทิ้งทันที ใบหน้าเรียบเฉยกระตุกก่อนจะสบตาขวางกับเด็กหนุ่มที่ผงะอย่างตกใจจนขวัญหนี ปัชชุนยิ่งสะดุ้งครั้นเขาเลื่อนหน้าเข้ามาประชิดด้วยดวงตาวาวโรจน์

 

ริมฝีปากอิ่มของเขาเหยียดยิ้มก่อนจะเผยอคำพูดขร่มหนาวเหน็บอย่างร้ายกาจ

 

อย่าเรียกฉัน ด้วยนามสกุลบัดซบนั่นเพราะมันอาจทำให้แกตายได้ ภุมเรศเอ่ยอย่างเชื่องช้าราวพยายามให้ทุกถ้อยคำของตนซึมผ่านกะโหลกหนาๆ ของเด็กหนุ่มตรงหน้า

 

เข้าใจไหมไอ้น้อง!”

 

            ปัชชุนเร่งพยักหน้ารัวเร็วเมื่ออีกฝ่ายคล้ายจะแสยะรากเขี้ยวให้เขาชม

 

            ดีมาก…” ภุมเรศตบบ่าเด็กหนุ่มแรงจนผงะถอยหลัง และคงล้มลงไปแล้วหากเขาไม่ยึดแขนบางไว้

 

            ภุมเรศเลื่อนดวงตาเข้าไปใกล้ เขาเพิ่งเห็นถนัดตาเดี๋ยวนี้เองว่า ร่างของเด็กหนุ่มสะโอดสะองเพียงใด เอวบางอ้อนแอ่นโค้งมนได้รูปรับกับผิวพรรณที่ขาวอมชมพูนิดๆ แก้มใสตัดกับขนงที่เรียวเล็กราวหญิงสาว ทั้งดวงตาและใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ น่าพิศ เกินกว่าจะคิดว่าเป็นชายนัก

 

            เรียวตาฉกรรจ์ทำปัชชุนสะดุ้งแล้วรีบกระชากแขนให้หลุดจากชายหนุ่ม เมื่อมันทอดนิ่งมองใบหน้าเขาอย่างกรุ่มกริ่ม

 

ภุมเรศขยับยิ้มพึงใจลึกๆ ก่อนจะเหยียดตัวตรงป้องปัดเสื้อที่เคยต้องเนื้อเด็กหนุ่มเบาๆ จนปัชชุนลอบกลืนน้ำลายหนืดลำคอ

 

            ฉันจัดห้องไว้ให้นายข้างบนแน่ะ ทางขวา... หากนายไปไม่ถูกฉันจะพาไป

 

            ไม่ต้องครับพี่ ผมไปได้ครับ

 

ปัชชุนรัวปฏิเสธทันที และเร่งขยับห่างครั้นชายหนุ่มกระเถิบเข้ามาใกล้ นัยน์ตาของเขายิ้มราวเสือสิงห์กระทิงสั่น

 

นี่ครับสัญญาทุน เซ็น... ภุมเรศยื่นสัญญาให้ตรงหน้า พลางค้อมปากกาโอบตรึงไหล่เล็ก ตรงนี้นะครับน้อง

 

ชายหนุ่มชี้ปากกาไปที่ท้ายสัญญาทำให้แก้มเขาไปสัมผัสกับเส้นผมเบาของเด็กหนุ่ม

 

            ปัชชุนสะดุ้งโหย่ง เขารีบเซ็นชื่อแล้วหันตะแครงข้างวิ่งหน้าตั้งขึ้นไปข้างบนก่อนจะถูกเสือไบเจ้าเล่ห์อย่างภุมเรศปลุกปล้ำเอาเสียตั้งแต่ยังไม่ทันข้ามคืน

 

            กิริยาที่ภุมเรศหัวเราะดัง เขานั่งลงแล้วโยนสัญญาเช่าไปข้างๆ หยิบแบบฟอร์มที่ปัชชุนกรอกขึ้นมาดูด้วยยิ้มพรายร้ายลึก เพราะรูปปัชชุนในเอกสารใบสมัครช่างเหมือนเด็กสาวยังกับอะไรดี ใบหน้าที่สวยราวนางฟ้าทำให้เขามองข้ามคำนำหน้าว่า เด็กชาย ไปอย่างที่จะอดยิ้มเหยียดใส่ตัวเองไม่ได้

 

            ชายหนุ่มวางมันลงก่อนจะหยิบใบสมัครอีกแผ่นขึ้นมา คราวนี้สายตาเขาไม่พลาดแน่ เพราะในรูปนั้นเป็นสาวน้อยน่ารัก หน้าตาชะอ้อนสะสวยเอาการ ส่วนสูง 170 เซ็นติเมตรและน้ำหนัก 50 กิโลกรัม เอวบางร่างน้อยกำลังพอดี

 

            แล้วสิ่งที่ทำให้เขาพึงใจมากที่สุดจนยอมทำสัญญากับเจ้าหล่อนไปล่วงหน้าโดยไม่มีการถามไถ่ความใดใดทั้งสิ้นนั่นก็คือ... สัดส่วน 38 24 36 ภุมเรศวาดภาพในใจตามอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง เขาผิวปากอย่างมีความสุขเมื่อคำนำหน้านั้นติ๊กจังๆ ตรงคำว่านางสาว

 

            มันต้องมีสักคนสิน่าที่สวยกว่าว่าที่แม่เลี้ยงของเขา

 

            ภุมเรศคิดพลางกระดกเบียร์ขึ้นดื่มและมองรูปถ่ายใบหน้าหวานของนางสาวทศศาธร เหมตระกานนท์ผู้เช่าหมายเลขสองซึ่งจะมาถึงบ่ายนี้อย่างอารมณ์ดี

 

            ใช่! มันต้องมีสักคนที่สวยกว่า ดีกว่าและเด็กกว่าศีตกาล ว่าที่แม่เลี้ยงสาววัยเยาว์ที่ภมร บิดาของเขาเลือกเอาจากแฟ้มประวัตินักเรียนทุนที่บริษัทโรจน์วัตรอุปถัมป์ไว้

 

            เธอสวย เขาเห็นกับตาตนเองมาแล้วในวันที่ต้องไปนั่งรอมอบรางวัลนักเรียนดีเด่นที่บริษัท แต่เขาไม่นึกว่าศีตกาลจะใฝ่สูงเกินศักดิ์นักเรียนทุนธรรมดาสามัญ เพราะทันทีที่เธอสอบติดคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยชื่อดัง ภมรก็ให้คนไปทาบทามสู่ขอแถมยังเจรจาทุ่มเงินทับซื้อตัวให้มาทำงานเป็นแพทย์ประจำตัวด้วยเม็ดเงินถึง 7 หลักเลยทีเดียว

 

            ไม่แพงเลยสำหรับค่าตัวแพทย์สาววัยเยาว์ที่มีอายุเพียง 21 ปีและมีความสามารถชำนาญรอบด้านอย่างหล่อน แต่มันนับเป็นเม็ดเงินมหาศาลทีเดียวหากบิดาของเขาคิดจะจ่ายให้เป็นค่าตัวนางบำเรอ กกกอดเพื่อความใคร่เท่านั้น

 

            แถมปีนี้ศีตกาลก็จะเรียนจบแล้ว เขาทั้งแค้นทั้งหงุดหงิดเพราะทำอะไรไม่ได้ในเมื่อบิดาสั่งเขาห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเด็ดขาด แม้ว่าเขาจะโวยวายคัดค้านมาตลอดหลายปีจนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรีวิศวกรรมและปริญญาโทบริหารแล้วก็ตาม ภมรก็ยังคงไม่มีทีท่าจะเปลี่ยนใจจากแม่สาวศีตกาลนั่นสักที

 

            ปีนี้เขาอายุ 25 แล้ว และเป็นปีสุดท้ายที่จะทำให้แม่นั่นไปให้พ้นจากชีวิตครอบครัวเขา แม้จะไม่มีมารดาที่ให้กำเนิดเขาอยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม แต่ภุมเรศก็จะพิทักษ์เกียรติของท่านในฐานะภรรยาคนเดียวของบิดาต่อไป

 

            นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้หนุ่มรูปงามทรงเสน่ห์อย่างเขาต้องระหกระเหินมาอยู่บ้านที่ทรุดโทรมหลังนี้ของมารดาเพื่อค้นหาผู้หญิงที่สาวกว่าและสวยกว่าศีตกาล ให้บิดาเขาเลิกคลั่งไคล้หล่อนให้จงได้ มันถึงขนาดที่เขายอมลงทุนโฆษณาประกาศไว้ตามหน้าหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หลายๆ ฉบับเลยว่า ต้องการคนมาแชร์บ้านเดี่ยวริมน้ำเจ้าพระยาโดยไม่คิดค่าเช่า ขอแต่ต้องเป็นคนโสด ไม่มีครอบครัวเท่านั้น และเขาก็เลือกแต่ผู้หญิงวัยขบเผาะ รูปร่างหน้าตาสะสวย อยู่ในระหว่างการศึกษาเพื่อที่จะเป็นข้ออ้างในการขอทุนค่าใช้จ่ายจากบริษัทด้วย

 

            ภุมเรศพ่นลมหายใจละเหี่ยทันทีที่คิดถึงเรื่องปัชชุน ใครจะไปรู้ว่าหน้าสวยหวานนั่นจะเป็นผู้ชายไปได้ และเขาก็ไล่ไปไม่ได้เสียด้วยเมื่อทำเรื่องขอทุน รับเงิน เซ็นสัญญากับบริษัทตนเองไปเรียบร้อยแล้ว แถมบิดาของเขาก็เห็นชอบกับสองคนนี่โดยไม่มีการสัมภาษณ์เนื่องจากเกรดเฉลี่ยที่สูงลิบลิ่วและเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการชักชวนมาเป็นฐานกำลังสำคัญของบริษัทในอนาคตอีกด้วย

 

            เขาวางขวดเบียร์อย่างหงุดหงิดก่อนจะคิดถึงคนถัดไปอย่างใจจดจ่อ ทศศาธรคงไม่ทำให้เขาผิดหวัง เพราะเธอไม่เพียงมาจากโรงเรียนที่ดังสุดขีดในย่านใจกลางเมืองเท่านั้น ทศศาธรยังได้รางวัลประดิษฐ์คิดค้น ทุนทั้งในและต่างประเทศอีกหลากหลายรายการ เรียนเก่ง ปัญญาดี แถมยังเป็นสาวแว่นที่สวยเริ่ดอีก 

            นี่แหละคู่แข่งของศีตกาล!

17 ความคิดเห็น

  1. #17 ACLS (@sasisopit) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 / 21:54
    น่าสนใจค่ะ จะลองอ่านดูนะคะ
    #17
    0
  2. #2 Nice_princess (@Champange) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 / 13:49
    น่าติดตามอ่านค่ะ
    มาอัพเร็วๆนะคะ
    #2
    0
  3. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 / 13:15
    น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง 

    แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงรึ
    #1
    0