........อธิฏฐานรัก........ (บทที่3 ลงแล้วเน้อ)

ตอนที่ 3 : ลำนำบทที่ 3 ศีตกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 พ.ค. 53

            ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตเมืองกรุงเทพมหานคร ภุมเรศนั่งรอที่เก้าอี้หน้าห้องตรวจ ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มค่อยๆ บอกบุญไม่รับครั้นนานสองนานแล้วแพทย์ที่นัดไว้ก็ยังไม่ว่างจะทำการตรวจให้เขาสักที

 

            ชายหนุ่มขยับแล้วขยับอีก มองคนไข้เดินผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เข้าๆ ออกๆ ห้องตรวจอยู่สองสามรายจนกระทั่งทนไม่ไหว เขาเดินเข้าไปแทรกคุณป้าคนหนึ่งซึ่งกำลังได้คิวเข้าตรวจพอดี ภุมเรศใช้หางตาอำมหิตเหลือบจ้องหญิงแก่คนนั้นจนผงะ หญิงคนนั้นจึงยอมปล่อยให้เขาได้เข้าไปก่อนทันที

 

            ชายหนุ่มที่เดินเข้าไปเร็วราวพายุล็อกกลอนในห้องตรวจหนาแน่นก่อนหันมาเผชิญหน้าแพทย์สาว ซึ่งเธอเพียงช้อนสายตามองก็ผละเก้าอี้ เลื่อนออกจากขอบโต๊ะ  

 

            ใบหน้าสวยบ่งบอกว่าหงุดหงิดที่เขากระทำตัวกักขฬะเช่นนี้ แล้วยิ่งต่ำทรามลงไปอีกครั้นภุมเรศนั่งลงที่เก้าอี้คนป่วยพลางยกขาทั้งสองข้างขึ้นไขว้พาดบนโต๊ะทำงานของเธอ

 

            ตรวจสิ

 

ภุมเรศแสร้งเมินเฉยต่ออาการเขม่นสายตาของเจ้าหล่อน ลมหายใจร้อนของเธอจึงถูกชะจากนาสิกโด่งสวย  

 

            เธอไม่มีทางเลือก...

 

            หญิงสาวเลื่อนเก้าอี้มาข้างเขา จ้องคนป่วยที่ผิวปากร้องเป็นเพลงแล้วสวมถุงมือกดใต้ตาเขาแรงๆ

 

            ไม่มีอาการป่วยค่ะ เธอตอบพลางดึงประวัติคนขึ้นมาเขียนไปได้ไม่ถึงสามคำเขาก็ดึงประวัติไข้ของตนไปอ่านดังๆ

 

            นายภุมเรศ โรจน์วัตร อายุ 25 ปี ส่วนสูง 185 เซ็นติเมตร น้ำหนัก 70 กิโลกรัม คุณนี่ก็รู้ดีเหมือนกันนะ เขาเหลือบขึ้นมาแซวหมอสาวที่หรี่สายตาลง เธอระบายลมหายใจขัดรำคาญเมื่อเขายังคงก่อกวนโทสะไม่เลิก  

 

เคยถูกสุนัขกัดและได้รับวัคซีนพิษสุนัขบ้าแล้ว

 

            ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่ยครั้นแพทย์สาวเขียนประโยคนั้นด้วยตัวอักษรที่ใหญ่ผิดปรกติ ก่อนโยนแฟ้มประวัติไถลลากกับโต๊ะและเอนตัวพิงพนักเก้าอี้พร้อมกับขาที่เริ่มกระดิกไปมารับความหงุดหงิดของเธอ

 

            ผมป่วยนะ ไม่สบายมากด้วย ตรวจให้ผมใหม่

 

            คำขาดที่เธอเงียบ ก่อนจะเอาปรอทวัดไข้ยัดลงไปในปากเขาแต่โดยดี เพราะรู้ว่าถึงจะพูดอะไรไปนายภุมเรศคนนี้ก็คงไม่เลิกหาเรื่องไร้สาระมากลั่นแกล้งเป็นแน่ เนื่องจากครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพยายามเจ้ากี้เจ้าการกับนักศึกษาแพทย์เอ็กเทริน์ชั้นปีที่ 6 อย่างศีตกาล

 

ส่วนเหตุผล ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาไม่พอใจที่ภมร บิดาบังเกิดเกล้าของเขาจะทุ่มทุนซื้อตัวศีตกาลไปเป็นแพทย์ประจำตัวจากรัฐบาล และเหตุผลนอกเหนือกว่านั้นที่แม้เธออยากจะปฏิเสธแทบขาดใจแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะทุนที่ศีตกาลได้รับจากโรจน์วัตรนับตั้งแต่ศึกษาอยู่มัธยมศึกษาตอนต้นมาจนถึงบัดนี้นั้น ทั้งหมดถูกตีมูลค่ารวมๆ กันเกือบ 25 ล้านบาทเลยทีเดียว

 

ว่าที่แพทย์สาวศีตกาลดึงปรอทออกจากตัวเขาที่ยังทำหน้าเหยเกกวนโทสะไม่เลิก

 

37.2 องศาเซลเซียสค่ะ เธอเหลือบสายตามองเขาก่อนโป้ปดให้พ้นตัวไป มีไข้นิดหน่อย จะสั่งยาให้ค่ะ

 

จะสั่งให้ยาผมทั้งๆ ที่ผมไม่ป่วยเนี่ยนะ

 

ภุมเรศกระตุกสายตาอย่างหาเรื่อง เขายกเท้าลงแล้วเลื่อนเก้าอี้ไปประชิดใบหน้าสวยของศีตกาล เมื่อเห็นแววตาหงุดหงิดของเธอก็ยิ้มหยันเหยียดริมฝีปาก

 

เป็นหมอภาษาอะไรกัน ทำงานชุ่ยๆ ไม่ได้เรื่องแบบนี้น่ะเหรอคนที่กำลังจะจบออกมาเป็นหมอ หรือเป็นเพราะว่า...คุณมีเคล็ดลับอย่างอื่นที่ทำให้คนไข้ผู้ชายติดอกติดใจใช่มะ?

 

กรุณาสุภาพหน่อยนะค่ะ ที่นี้โรงพยาบาลไม่ใช่โรงเหล้าที่คุณจะมาพาลเกะกะเกเรได้!”

 

ภุมเรศจ้องคิ้วเรียวที่เริ่มสั่นกระตุกกับริมฝีปากที่เม้มจนบางเฉียบของเธอก็เยาะเหยียด

 

เขากระเถิบเข้าชิดดวงตาคู่สวยที่คล้อยต่ำหลบลู่อย่างหงุดหงิด ก่อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตนออกทีละเม็ดพลางรั้งคางสวยของศีตกาลขึ้นสบ

 

นัยนาคู่สวยนั้นบ่งว่าระอาเป็นที่สุด เธอสะบัดหลบและปัดมือใหญ่ซึ่งเขาตวัดกำแขนบางไว้ในอุ้งหัตถ์ทันที มันทำเธอเจ็บ

 

ปล่อย!”

 

ศีตกาลดิ้นบิดข้อมือไปมาแต่ไม่แสดงสีหน้า นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มได้ใจ  

 

จะตรวจก็ตรวจหัวใจ ภุมเรศว่าพลางถอดเสื้อออกคร่อมไหล่

 

ตรวจสิ

 

ชายหนุ่มสั่ง ให้แพทย์สาวถ่มลมหายใจก่อนดึงหูฟังออกมาอย่างหงุดหงิด เธอเหยียดสายมันออกสุดแขนราวนึกรังเกียจอีกฝ่าย พลันก็ต้องสะดุ้งครั้นถูกภุมเรศฉุดเข้าไปจูบ

 

เขากดริมฝีปากเธอที่ดิ้นรนให้หยุด ปลดปล่อยความวาบหวามให้แทรกซึมรุกล้ำเข้าไปโอษฐ์กระทั่งเธอแน่นิ่ง พลันภุมเรศก็กัดริมฝีปากบางจนเลือดไหล แล้วปล่อยเมื่อศีตกาลผลัก แรงนั่นทำให้เก้าอี้เธอเกือบหงายหลังไปชนกับตู้กระจก  

 

ภุมเรศหัวเราะเมื่อศีตกาลเหยียดตัวขึ้น และมือบางบีบสั่นเกร็ง

 

เธอตบหน้าชายหนุ่มทันทีที่เขาหยุดหัวเราะ    

 

รอยริ้วแดงที่เขายิ้มเยาะครั้นศีตกาลกระแทกเท้าปึงปังเหวี่ยงประตูปิดโครม กิริยาที่ภุมเรศได้เห็นก็ยิ่งสะใจ ชายหนุ่มเช็ดริมฝีปากออกก่อนจะควงกุญแจรถแล้วเปลี่ยนไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเธอและผิวปากรออย่างสบายอารมณ์    

 
***

มันจะมากไปแล้วนะ!

 

ศีตกาลตบรั้วดาดฟ้าดังเคร้ง ฟันของเธอขบกรอดก่อนหยิบขวดน้ำขึ้นมาเทเช็ดล้างริมฝีปากจนชุ่มโชก มือของเธอยังกำสั่นแต่ก็ต้องพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ แม้ว่าการกระทำครั้งนี้ของภุมเรศจะเลวทรามมากเกินกว่าจะรับไหวก็ตาม แต่เธอก็จำต้องทน

 

ศีตกาลกระดกน้ำขึ้นดื่ม เธอมองไปข้างล่างแล้วเห็นเด็กเล็กในโรงพยาบาลวิ่งเล่นไล่จับกันอย่างสนุกสนานก็เผลอไผลอมยิ้มอย่างไม่รู้ตัว

 

นานเท่าไรแล้ว...ที่เธอหัวเราะไม่ได้แบบนั้น

 

มันเริ่มต้น จากตรงไหนกันนะ?

 

เมื่อไรกันที่ฉันต้องมาทนเจอสภาพอยู่อย่างนี้ เป็นเบี้ย เป็นใบ้ เป็นทาสให้ถูกรังแก

 

ศีตกาลข่มน้ำตาไว้ เธอไถ่ถอนใจและกัดริมฝีปากแน่น

 

หากวันนั้นเธอไม่ได้บังเอิญไปที่ห้องแนะแนวแล้วเจอเข้ากับภมร ป่านนี้เธออาจจะกลายเป็นคุณหมอที่ไม่ต้องมาทนทำตามคำสั่งของใครต่อใคร ไม่ต้องมาทนให้ลูกชายที่แสนเอาแต่ใจของเขากอดจูบดูถูกอยู่แบบนี้

 

พลันศีตกาลก็คิดถึงข้อเสนอของภมรก่อนหน้า ข้อเสนอที่จะสู่ขอเธอไปเป็นภรรยา

 

เงื่อนไขที่ไม่ต่างอะไรไปกับนางบำเรอของชายแก่...

 

หญิงสาวข่มใจไว้เมื่อความคิดชั่ววูบแล่นผ่าน เธอยังไม่อยากแก้แค้นภุมเรศมากพอที่จะทำเรื่องน่าอับอายแบบนั้น มันต้องมีทางอื่น มันต้องมี!

 

พลันเสียงโทรศัพท์ส่วนตัวก็ดังขึ้น เธอสะดุ้ง เขม่นมองมันก่อนกดรับอย่างหน่ายระอา

 




*************************************


ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามขอรับ

17 ความคิดเห็น