VISCERA (nielong)

ตอนที่ 2 : II : bones

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 200 ครั้ง
    25 มี.ค. 61




VISCERA


chapter II

‘bones’


niel x ong





สมองสั่งให้เขารีบพาร่างตัวเองออกมาจากตรงนั้น ทว่าขาทั้งสองข้างกลับถูกความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจนไม่สามารถขยับไปไหนได้ มือไม้อ่อนแรงจนช่อดอกไม้ในมือหล่นไปตามแรงโน้มถ่วง ซองอูจึงทำได้เพียงแค่ยืนอยู่กับที่ จับจ้องร่างที่กำลังโผล่ขึ้นมาจากหลุมฝังศพข้างๆด้วยความหวาดกลัว

กองดินและฝาปิดโลงศพที่ทำจากไม้ทาสีดำสนิทซึ่งตอนนี้ไม่ได้อยู่ในที่ที่เหมาะควร เป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นจริงๆ และหากว่านี่เป็นเหมือนภาพยนตร์สยองขวัญที่ซองอูเคยดู —หนังที่มีซอมบี้โผล่ขึ้นมาจากหลุมศพ ร่างตรงหน้าก็ควรจะถูกย่อยสลายไปตามการเวลาจนเหลือเป็นเพียงซากศพที่เคลื่อนไหวได้ ทว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขากลับห่างไกลจากคำว่าซากศพไปมากโข ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ถึงแม้จะมีเศษดินเปรอะเล็กน้อยแต่กลับยังเรียบกริบดูเหมือนมนุษย์ไม่ผิดเพี้ยน เว้นก็แต่ดวงตาสีแดงที่ทอประกายวาววับราวกับนักล่าที่กำลังจะออกหาเหยื่อ และลิ่มไม้ผุๆที่ฝังอยู่เกือบกึ่งกลางแผ่นอก รวมทั้งรอยเลือดที่เปื้อนเป็นวงกว้างบนสีขาวที่อยู่ด้านใน ทุกอย่างตรงหน้าไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศแสนวังเวงและเย็นยะเยือกไปถึงไขสันหลัง เสียงใบไม้หวีดหวิวเสียดสีกับสายลม และความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังจากที่ดวงจันทร์เข้าไปซ่อนตัวอยู่หลังหมู่เมฆโดยสมบูรณ์ ช่างดูเหมือนกับบรรยากาศในหนังสยองขวัญไม่มีผิดเพี้ยน

ซองอูวิ่ง —วิ่งออกจากป่าช้าอังกฤษด้วยความเร็วระดับที่คนที่เคยเห็นเขาแพ้ยับเยินในการแข่งกรีฑาในงานกีฬาสีตอนมัธยมมาเห็นเข้าคงจะอ้าปากค้าง เขาไม่แน่ใจว่าระหว่างทางตนได้เหยียบร่างคนตายที่ถูกฝังอยู่ไปแล้วกี่ร่าง รับรู้เพียงแค่เสียงหญ้าสวบสาบและเสียงของกิ่งไม้หักจากการลงน้ำหนักที่ฝ่าเท้าดังตลอดทางที่ตนวิ่งผ่านมา ร่างเล็กพยายามสลัดภาพกองดินและร่างที่ผุดขึ้นมาจากโลงศพทิ้งไว้เบื้องหลัง แต่ก็ไม่เป็นผล ภาพเหล่านั้นยังคงฉายอยู่ในหัวซ้ำๆราวกับภาพยนตร์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่อย่างไรเสีย ซองอูก็ไม่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงแค่ภาพหลอน เพราะทั้งกองดิน ทั้งฝาหีบศพ ทุกเสียงและการเคลื่อนไหว แล้วไหนจะดวงตาสีแดงฉานที่ทำให้เขาขนลุกชันมาจนถึงตอนนี้

ทุกอย่างมันชัดเจนและสมจริงเกินไป...

ซองอูหอบจนตัวโยนหลังจากผ่านการวิ่งมาราธอนจากป่าช้าที่น่าขนลุกนั่น จนมาถึงละแวกที่มีผู้คนอาศัยอยู่ นี่อาจจะเป็นการใช้งานร่างกายที่หนักที่สุดตั้งแต่เขาลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้ก็เป็นได้ แต่ถึงอย่างไรความเหนื่อยล้าก็ไม่ได้ทำให้เขาลืมเรื่องเมื่อครู่ องซองอูมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเห็นและต้องการพิสูจน์เหตุการณ์ที่เขาเองก็แทบไม่อยากเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง แต่แน่นอนว่ามันต้องไม่ใช่การไปพิสูจน์ตามลำพัง

ร่างเล็กกวาดสายตาไปรอบๆหวังจะหาคนมาเดินกลับไปที่หลุมศพนั่นด้วยกัน แต่เรื่องน่าแปลกอย่างหนึ่งของอังกฤษก็คือ เกือบทุกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ล้วนกลับเข้าบ้านกันหมดตั้งแต่หกโมงเย็น ทำให้คนที่เดินไปมาตามท้องถนนเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับตอนที่เขามา

ซองอูเหลือบไปเห็นชายฉกรรจ์ท่าทางใจดีคนหนึ่งดูพูดคุยด้วยได้จึงเดินเข้าไปสะกิด แล้วพยายามรวมรวมสติที่กระเจิดกระเจิงเพราะดวงตาสีแดงคู่นั้นให้กลับเข้าที่ ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นภาษาอังกฤษให้ชายตรงหน้าฟัง

“คุณครับ ผมรู้ว่านี่มันอาจจะฟังดูน่าเหลือเชื่อไปหน่อย แต่เมื่อกี้ตอนที่ผมไปเคารพหลุมศพญาติ ผมเห็นคนลุกขึ้นมาจากหลุมศพ!”

องซองอูในเสื้อคลุมตัวยาวพูดสำทับอีกรอบเมื่อเห็นสายตาของคนฟังที่มองมาทางเขาราวกับว่าเขาเป็นคนเสียสติ

“จริงๆนะครับ ผมสาบานได้ ถ้าไม่จริงขอให้ฟ้าผ่าเลย!”


 



คังแดเนียลปัดเศษดินที่เปรอะตามเสื้อสูทสีดำที่ผ่านการตัดเย็บอย่างประณีตมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่าร้อยปี ดวงตาสีโลหิตจับจ้องไปยังร่างที่กำลังวิ่งหนีไปอีกทางด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว ร่างสูงขยับกายลุกออกมาจากโลงศพเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนวิ่งลับสายตาไปแล้ว

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่... ทำไมเขาถึงฟื้นจากการหลับใหลชั่วนิรันดร์ได้ ทั้งๆที่ลิ่มนี่...

ร่างสูงจ้องลิ่มไม้ที่ปักอยู่กลางอกและรอยเลือดแห้งกรังเป็นวงบนเสื้อตัวในพลางเบ้หน้านิดๆ ความเจ็บปวดแสนสาหัสเหมือนครั้งที่ถูกตอกลิ่มลงมาได้หมดสิ้นไปแล้ว จะหลงเหลือก็แต่เพียงอาการปวดปลาบในยามที่ขยับร่างกายส่วนบน แดเนียลเอื้อมมือไปกุมส่วนปลายของลิ่มก่อนจะกระชากมันออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีแม้แต่หยดเลือดหรือเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างสูงพิจารณาวัตถุในมืออีกสักพัก ก่อนจะโยนลิ่มไม้ซึ่งมีสภาพไม่ต่างจากซากไม้เก่าๆลงในหีบศพข้างตัว

แดเนียลมองไปยังตำแหน่งที่คนที่ตกใจวิ่งหนีไปแล้วเคยยืนอยู่ แล้วเบนสายตาไปยังชื่อที่ถูกสลักอยู่ปนป้ายหินอ่อนถัดไปจากหลุมศพของตน

คนๆนั้นเป็นผู้ปลุกเขาขึ้นมาอย่างนั้นหรือ

เป็นองซองอู... อย่างนั้นหรือ

เขามั่นใจว่าคนๆนั้นคือองซองอูไม่ผิดแน่ ทั้งรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกับเมื่อร้อยปีก่อนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน แล้วไหนจะแหวนเงินเกลี้ยงประดับทับทิมวงนั้นที่เขาเป็นคนมอบให้เจ้าตัวกับมือแทนคำมั่นสัญญาของตน

แต่จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรกัน ในเมื่อองซองอูที่เขารักได้ถูกความตายพรากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แดเนียลยังคงจำลมหายใจสุดท้ายของร่างบางได้ดี ลมหายใจรวยรินที่เป่ารดใบหน้าเขาอย่างแผ่วเบาของคนในอ้อมกอด ความอบอุ่นสุดท้าย... ที่จากไปพร้อมกับเสียงเต้นของหัวใจของบุคคลผู้เป็นเจ้าของหัวใจที่ไม่คิดว่าจะสามารถรักใครได้ดวงนี้มานานแสนนาน องซองอูที่จากไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อนไม่มีทางมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้าเขาอย่างเช่นเมื่อครู่เป็นแน่

หรือว่าจะเป็นการกลับชาติมาเกิด...

ร่างสูงนิ่งคิดไปสักพัก ก่อนจะยิ้มกว้างด้วยความปิติยินดีที่ท่วมท้นอยู่ในหัวใจ

ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ องซองอูที่เขาเฝ้ารอมาแสนนานกลับมาแล้ว และไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร แดเนียลก็จะทำให้เจ้าของหัวใจที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของเขา กลับมาเป็นของเขาอีกครั้งให้จงได้

 ร่างสูงที่เพิ่งฟื้นจากการหลับใหลชั่วนิรันดร์เซเล็กน้อยเนื่องจากไม่ได้เคลื่อนไหวมาร่วมร้อยปี เขาพิงร่างเข้ากับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่แผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วบริเวณนั้น แดเนียลจำได้ว่าเมื่อครั้งที่เขาขอให้คนสนิทของตนปักลิ่มไม้เข้ากลางหัวใจ ก่อนที่เขาจะเข้าสู้การหลับไหลชั่วนิรันดร์นั้น ต้นไม้ต้นนี้ยังเป็นเพียงแค่ต้นอ่อนที่กำลังแตกใบเขียวอยู่เท่านั้น ดวงตาสีโลหิตกวาดมองสำรวจรอบๆตัว

ที่นี่เปลี่ยนไปจากครั้งที่เขาเคยเห็นอยู่มากโข เนินแห่งนี้มีป้ายหินสลักระเกะระกะสายตาไปหมด ทั้งๆที่เมื่อก่อนบริเวณนี้เคยเป็นเนินหญ้าสีเขียวอ่อนแซมด้วยสีขาวและชมพูของดอกไม้ป่า ยามที่ลมพัดผ่านมาคราใด พรมหญ้าก็จะขยับไหวเป็นรูปร่างราวกับคลื่นในท้องทะเล สวยจับใจและเต็มไปด้วยความทรงจำที่แสนมีค่าของเขาและองซองอู...

ที่แห่งนี้ที่เขาได้พบกับเจ้าของดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นที่กอบกุมหัวใจของเขาตั้งแต่แรกเจอ ที่ที่เขาได้ประทับจุมพิตแสนหวานลงบนริมฝีปากที่มักจะมีรอยยิ้มกว้างอันเป็นเอกลักษณ์ประดับอยู่เสมอเป็นครั้งแรก ที่ที่เจ้าของดวงใจที่หยุดเต้นไปนานแล้วของเขามองมาที่เขาอย่างเขินอายพร้อมกับคำสารภาพรัก และที่ที่ร่างของคนที่เขารักสุดหัวใจ… หลับใหลอยู่เบื้องล่างตลอดกาล

แดเนียลยิ้มบางๆเมื่อนึกถึงความทรงจำเหล่านั้น มันเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขแต่ก็เจือไปด้วยความเศร้า

ผ่านมาร้อยกว่าปีแล้วสินะ...

เนินหญ้าแซมสีขาวชมพูในความทรงจำของเขาบัดนี้ได้กลายเป็นป่าช้ารกร้างที่ไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย กาลเวลาช่างเปลี่ยนอะไรไปมากเหลือเกิน แดเนียลเพ่งสมาธิไปที่กองดินและฝาหีบศพที่ถูกเขาผลักเปิดออกมา ก่อนจะใช้มนตร์เคลื่อนย้ายให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาพเดิม

 ร่างสูงเดินไปหยิบช่อดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ที่ตกอยู่บนพื้นหน้าป้ายหินสลักชื่อสามพยางค์ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ชื่อนี้ก็ยังสลักอยู่ในหัวใจของเขาไม่เลือนหาย นิ้วเรียวลูบกลีบดอกที่เริ่มบอบช้ำอย่างแผ่วเบา หยาดน้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งหล่นลงมาจากดวงหน้าคมคาย ก่อนที่ช่อลิลลี่จะถูกสอดเก็บไว้ในเสื้อสูทมีดำอย่างทะนุถนอม

คังแดเนียลยกมือขึ้นไปสัมผัสโซ่ต่างหูรูปไม้กางเขนบนใบหูขวาแล้วกระชากออก ก่อนที่ร่างสูงจะหายวับไป เหลือเพียงเงาดำที่เคลื่อนที่ออกไปจากบริเวณนั้นด้วยความรวดเร็ว


 



อีกาดำตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ขอบหน้าต่างคฤหาสน์สไตล์โกธิค ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทันเมื่ออีกาตัวนั้นกางปีกจนสุดก่อนที่จะกลายร่างมาเป็นคังแดเนียลที่ย่างเท้าเข้ามาเหยียบคฤหาสน์ประจำตระกูลคังที่เขาไม่ได้มาเยือนเป็นเวลานานแสนนาน ดวงตาที่ตอนนี้เปลี่ยนจากสีแดงโลหิตเป็นสีดำรัตติกาลกวาดสำรวจไปรอบๆห้องที่เคยเป็นของตน

ที่นี่ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนักจากครั้งล่าสุดที่เขาเคยอยู่ หากไม่รวมฝุ่นที่จับตามพื้นห้อง หัวเตียง และเครื่องเรือนที่เก่าลงตามกาลเวลา นิ้วเรียวยาวปาดฝุ่นที่จับอยู่ขึ้นมาเขี่ยทิ้งก่อนจะหมุนลูกบิดประตูโลหะออกไปสู่ทางเดินในตัวคฤหาสน์

ด้านนอกห้องของเขาดูเหมือนว่าจะได้รับการทำความสะอาดดูแลเป็นประจำ นอกจากรูปภาพตามทางเดินที่แขวนไว้ตั้งแต่สมัยที่นี่เพิ่งสร้างใหม่ๆ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะได้รับการเปลี่ยนแปลงไปไม่มากก็น้อย อย่างพรมสีดำที่เคยปูเมื่อครั้งที่เขายังอยู่ ตอนนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็นพรมสีน้ำตาลเข้ม ไหนจะเชิงเทียนที่เคยเป็นแหล่งให้กำเนิดแสง ตอนนี้ก็ถูกรื้อออก กลายเป็นแชนเดอร์เลียขนาดใหญ่เหนือศีรษะแทน

ร่างสูงเดินลงบันไดไปตามทางเดินที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ ได้ยินเสียงพูดคุยเบาๆดังมาจากห้องนั่งเล่น หนึ่งในนั้นเป็นน้ำเสียงที่คังแดเนียลแสนจะคุ้นเคย และทันทีที่ประตูห้องนั่งเล่นถูกเปิดออก เสียงร้องอย่างเปี่ยมสุขระคนประหลาดใจจากร่างเพรียวบางที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ดังขึ้น รู้ตัวอีกทีแดเนียลก็ถูกกอดรัดด้วยแรงที่ไม่เบาเอาเสียเลยจนร่างสูงเซไปข้างหลังเล็กน้อย เมื่อได้กอดอีกฝ่ายจนพอใจ อ้อมกอดก็คลายลงพร้อมกับเสียงหวานที่เจือไปด้วยเสียงสะอื้น

“พี่กลับมาแล้ว ฮึก พี่กลับมาแล้วจริงๆ”

วิคตอเรียใช้มือที่สั่นระริกสัมผัสไปตามกรอบหน้าคมคายของผู้เป็นพี่อย่างแผ่วเบา แดเนียลคลี่รอยยิ้มบางพลางลูบหัวน้องสาวคนเดียวของตนด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยยืนยันคำพูดเมื่อครู่ของวิคตอเรีย คัง

 “ใช่ พี่กลับมาแล้ว”

ดวงตาสีฟ้าของหญิงสาวหนึ่งเดียวในห้องคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความแห่งความปรีดา แขกที่นั่งอยู่บนโซฟามองมาที่ร่างสูงด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครที่รู้จักครอบครัวของเขาแล้วจะไม่รู้เรื่องการเข้าสู่การหลับใหลนิรันดร์กาลของคังแดเนียล

“พี่มานั่งก่อนเร็ว แล้วเล่าให้ฉันฟังด้วยว่าพี่กลับมาได้ยังไง” วิคตอเรียคว้าข้อมือคนเป็นพี่ ทำท่าจะลากให้เขาไปนั่งบนโซฟาหนังที่แดเนียลจำได้ว่ามันไม่ใช่โซฟาตัวเดิมกับที่เคยตั้งอยู่เมื่อร้อยปีก่อน ร่างสูงออกแรงขืนตัวเอาไว้เล็กน้อยแต่ก็มากเพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวชะงัก

“ตอนนี้พี่ยังคุยกับน้องไม่ได้วิค” เขาเรียกชื่อเล่นสมัยเด็กของวิคตอเรีย เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความงุนงงของน้องสาว แดเนียลจึงพูดต่อ

“คนคนนั้นของพี่กลับมาแล้ว”

 




              ดวงตาสีดำสนิทขององซองอูเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อตรงหน้าของเขาที่เคยมีเศษดินกองโตและฝาโลงที่ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับร่างที่ผุดลุกขึ้นมาจากหีบศพได้หายไปแล้ว จะเหลือก็เพียงแต่พื้นดินที่มีสภาพเหมือนปกติทุกประการ ไม่มีอะไรที่สามารถฟ้องได้เลยว่าก่อนหน้านี้บริเวณหลุมศพตรงหน้าเคยเกิดเหตุการณ์น่าประหลาดขึ้น ซองอูได้แต่อ้าปากค้างอย่างไร้คำอธิบายกับเรื่องตรงหน้า

              “ไหนล่ะ ร่างที่ลุกมาจากหลุมศพที่คุณว่า” ชายตัวสูงคนแรกที่ซองอูเล่าเหตุการณ์ให้ฟังเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพร้อมกับแววตาจับผิดอีกสองคู่ที่จ้องมาทางเขา หลังจากที่ซองอูขอให้ชายฉกรรจ์เดินมาดูหลุมศพที่เขามั่นใจว่ามีบางอย่างผิดปกติ ชายคนนั้นก็หายไปสักพัก ก่อนจะกลับมาพร้อมกับชายอีกสองคนที่ถูกขอให้เดินมาที่นี่ด้วยกัน

              “ผมไม่ได้โกหกจริงๆนะ สาบานได้เลย มีคนลุกออกมาจากหลุมศพจริงๆ เขาเปิดฝาโลงออกมา แล้วดินตรงนั้นก็กระจัดกระจายไปหมด” ซองอูพยายามอธิบายพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความอึดอัดใจ ถึงเขาจะมั่นใจว่าตนไม่ได้ตาฝาดหรือเห็นภาพหลอน แต่ความเป็นจริงที่เห็นตอนนี้ก็ไม่ทำให้เขาสามารถยกอะไรขึ้นมาอ้างได้เลยแม้แต่น้อย

              “เหอะ ถึงขนาดนี้แล้วคุณจะอธิบายภาพตรงหน้าว่ายังไงล่ะ ลมพัดดินพวกนั้นกลับเข้าที่ หรือมีแฮร์รี่ พอตเตอร์มาเสกคาถางั้นรึ ถึงแฮร์รี่ พอตเตอร์จะเป็นชาวอังกฤษ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเวทมนตร์จะมีจริงหรอกนะ” คำพูดเสียดสีดังขึ้นจากชายอีกคนที่ทำหน้าไม่พอใจ

              ซองอูทำหน้าปั้นยาก เขาเข้าใจคนทั้งสามที่กำลังไม่พอใจดี เพราะแทนที่พวกเขาจะได้นั่งเล่นอยู่ในบ้านแสนอุ่นอย่างสบายใจ ก็กลับต้องเดินมาตั้งไกลเพราะคำพูดที่ไม่ใช่เรื่องจริงของเขา ไม่สิ มันเป็นเรื่องจริง แต่ถึงอย่างไรซองอูก็ไม่สามารถหาคำอธิบายกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้เลย มันมีบางอย่างผิดปกติ

              “พวกแพรงค์เกอร์สินะ พวกผมไม่น่าโง่ตามคุณมาเลย ให้ตายสิ วันนี้ซวยเป็นบ้าทั้งหนาวทั้งเจอคนบ้าอย่างคุณอีก” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดที่ถูกส่งมาทำเอาซองอูปั้นหน้าไม่ถูก ได้แต่ปฏิเสธซ้ำๆ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าสถานการณ์ตรงหน้าจะดีขึ้นเลยสักนิด กลับกันดวงตาที่เริ่มคุกรุ่นไปด้วยไฟโทสะของคนทั้งสามที่ต้องลำบากเดินมาในป่าช้าแห่งนี้เป็นเหมือนสัญญาณว่าทุกอย่างกำลังจะเลวร้ายลง

              “ผมไม่ได้โกหกจริงๆนะครับ”

              “อย่ามางี่เง่าไปหน่อยเลย เมายาจนเห็นภาพหลอนหรือไง เอาแต่พูดอยู่นั่นว่ามีคนลุกจากหลุมศพ ผมจะโทรแจ้งตำรวจให้มาจัดการกับพวกชอบหลอกลวงชาวบ้านอย่างคุณ แล้วก็ไปเล่าให้ตำรวจฟังเอาเองก็แล้วกันว่าหลุมศพนั่นมีคนลุกขึ้นมาน่ะ” อีกฝ่ายพูดพร้อมกับควักโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ต

              “อย่านะครับ ได้โปรด ผมพูดความจริงนะ” คนที่ทั้งชีวิตไม่เคยแม้แต่จะโดนทำโทษเรื่องการแหกกฎเอ่ยเสียงสั่น จ้องมองชายตัวสูงตรงหน้าที่กำลังกดหมายเลขต่อสายหาตำรวจ แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู ครั้นจะให้เข้าไปยื้อแย่งโทรศัพท์จากอีกฝ่ายก็ไม่ใช่วิสัยของเขาเสียด้วย

              ความเงียบสงัด ณ ที่แห่งนี้ทำให้เสียงรอสายดังก้องไปทั่ว องซองอูยืนนิ่งด้วยความสิ้นหวัง และเกือบจะหลุดร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นเงาวูบไหวกำลังเคลื่อนที่ผ่านแมกไม้อย่างรวดเร็วไปทางด้านหลังของชายฉกรรจ์ทั้งสาม ดวงตาสีรัตติกาลเบิกกว้างเมื่อเงาดำเมื่อครู่แปรเปลี่ยนมาเป็นร่างสูงใหญ่ของคนในชุดเสื้อคลุมตัวยาวสีดำที่เดินอย่างเงียบเชียบเข้ามาทางด้านหลังของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ยังคงมองมาทางเขาด้วยสายตาคาดโทษ ร่างเล็กเกือบส่งเสียงร้องออกมา ทว่านิ้วเรียวยาวของคนแปลกหน้าที่ยกขึ้นมาจรดกลางริมฝีปากเป็นสัญญาณทำให้เขากลืนสิ่งที่กำลังจะพูดกลับลงไปจนหมด บางอย่างในตัวคนตรงหน้าทำให้ซองอูไม่กล้าแม้แต่จะปริปากส่งเสียง

              “ฮัลโหล... ผมจะ—” ยังไม่ทันที่ชายที่โทรไปแจ้งตำรวจจะพูดจบประโยค มือแกร่งก็คว้าวัตถุสี่เหลี่ยมบางนั่นขึ้นมาแล้วขว้างทิ้งไปไกลสุดสายตา คังแดเนียลยิ้มมุมปากให้กับท่าทีงุนงงที่แปรเปลี่ยนไปเป็นความโกรธของชายคนนั้น

              มนุษย์ก็ยังเป็นมนุษย์อยู่วันยังค่ำ

              ซองอูจ้องมองชายแปลกหน้าที่ทำตัวไร้มารยาทแถมยังมีท่าทีคุกคามจนน่าหวาดหวั่น เจ้าของเสี้ยวหน้าคมคายและโซ่เงินไม้กางเขนที่ใบหูเอื้อมมือไปบีบปลายคางของชายที่กำลังโวยวายด้วยความโมโหสุดขีดที่มือถือของตนถูกขว้างลอยไปตกอยู่กลางป่าช้าในยามค่ำคืนซึ่งไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะแก่การเล่นหาของเลยแม้แต่น้อย บังคับให้ชายคนนั้นหันมาสบตากับตน

“จงลืม ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในคืนนี้ทั้งนั้น กลับบ้านซะแล้วลืมเรื่องนี้ไปให้หมด” ดวงตาสีรัตติกาลแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสดราวกับหยาดโลหิตพร้อมกับน้ำเสียงเย็นเยียบที่ดังออกจากปากได้รูป

องซองอูผงะถอยหลัง เขาจำดวงตาสีแดงคู่นี้ได้... คนตรงหน้าที่ปล่อยมือออกจากปลายคางของชายคนเมื่อครู่ ก่อนจะหันไปทำแบบเดียวกันกับชายอีกสองคนที่เหลือก็คือร่างนั้น

เจ้าของดวงตาสีโลหิตที่โผล่ขึ้นมาจากหลุมศพคนนั้น!

 




ชายฉกรรจ์ทั้งสามเดินจากไปราวกับว่าเมื่อสักครู่ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นตามคำสั่งของคนแปลกหน้าตัวสูง บัดนี้ป่าช้าอังกฤษที่แสนจะวังเวงและเงียบสงัด เหลือเพียงแค่ร่างของ คนตรงหน้า ที่ซองอูไม่มั่นใจเอาเสียเลยว่าจะเรียกเขาว่าคนได้จริงๆหรือเปล่า

ไม่มีสิ่งใดเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากของทั้งคู่ ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ เสียงใบไม้ต้องลมดังหวีดหวิว เคล้าไปกับเสียงของแมลงที่ดังในยามราตรี  ร่างสูงตรงหน้าเป็นผู้เอ่ยทำลายความเงียบพร้อมกับรอยยิ้มบางๆที่ส่งมาให้

“เจอกันอีกแล้วนะองซองอู”

ขนตามกายของคนถูกเอ่ยชื่อลุกชันด้วยความหวาดผวา คนตรงหน้ารู้ชื่อเขา? รู้ได้อย่างไรกัน? ซองอูมั่นใจว่าครั้งแรกที่เขาเจอร่างสูงก็คือตอนที่เจ้าตัวผุดลุกขึ้นมาจากหลุมศพ แล้วนี่มันอะไร? แข้งขาเล็กสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ซองอูก้าวถอยหลังเมื่อคนตัวสูงสาวเท้าเข้ามาใกล้

“ถะ... ถอยไปนะ อย่ามายุ่งกับผม” เสียงสั่นหลุดออกมาจากริมฝีปากสีแดงสด ซองอูมองหาทางหนีทีไล่และใครสักคนที่เขาพอจะขอความช่วยเหลือได้ แต่กลับไม่พบอะไรนอกจากป้ายหินหน้าหลุมศพที่เรียงรายระเกะระกะไปทั่วพื้นที่ ที่นี่ไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตเลยแม้แต่น้อย

“ใจเย็น ผมไม่ได้คิดจะทำร้ายคุณเสียหน่อย ซองอู” เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้น มันคงจะเป็นเสียงที่น่าฟังไม่ใช่น้อยหากไม่ใช่ในสถานการณ์เช่นนี้

“คุณเป็นตัวอะไร แล้วทำไมถึงรู้ชื่อของผม บอกมานะ” คำถามที่หลุดออกมาจากปากของร่างบางทำให้ชายในชุดเสื้อคลุมตัวยาวมุ่นหัวคิ้วน้อยๆ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากตอบคำถาม คนที่ไม่ทันระวังก็โดนซองอูเตะเข้าที่หน้าแข้งเต็มแรงจนเซไปสองสามก้าว และเมื่อกลับมาตั้งหลักได้ คนตัวเล็กก็วิ่งลับสายตาไปแล้ว เจ้าของใบหน้าคมคายส่ายหน้าช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่ปรากฏขึ้นที่มุมปาก

ไม่เป็นไร... ปล่อยให้วิ่งหนีไป

เพราะยังไงเสีย... คังแดเนียลก็ยังมีเวลาอีกเหลือเฟือในการทำให้ ‘องซองอู’ กลับมา




talk


writer no.1 / honeylemonde : เจอกันตอนหน้านะคะ

writer no.2 / withnepenthe : สวัสดีค่ะ วันนี้มาเจอกับไรท์สองนะคะ ถ้าชอบหรืออยากติชมเรื่องนี้ก็ฝากคอมเม้นต์หรือเล่นแท็ก #visceranielong หน่อยนะคะ พวกเราตั้งใจแต่งเรื่องนี้มากๆเลย หวังว่ารีดเดอร์จะชอบกันนะคะ<3

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 200 ครั้ง

299 ความคิดเห็น

  1. #294 Recekalte (@Recekalte) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 12:09
    มีแรงบรรดาลใจจากเรื่องโนเบลสใช่มั้ยคะ เรากรี้ดกร้าดเรื่องนี้มากกกกกกก
    #294
    0
  2. #292 RamidaJumnongnit (@RamidaJumnongnit) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 01:06
    ผีนะคะไม่ใช่หมา จะได้โพล่มาละน้องงงง 55555 พี่แดนต้องให้เวลาซองอูนิดนึงงง
    #292
    0
  3. #285 colmegeegee (@colmegeegee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 19:36
    มาแบบนี้ใครไม่กลัวบ้างคะพี่เดเนียล เป็นนี่ก็สวดชินบัญชรแล้ว
    #285
    0
  4. #280 Yunnill (@14127703) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 17:43
    น้องซองอู น่ารัก
    #280
    0
  5. #271 gabriel.la(: (@facklazy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 17:53
    เอ้ยชอบ55555 ทำไมซองอูดูเป็นตัวแสบอะแบบขี้โวยวายอยู่ดีๆก็ไปเล่าเรื่องไม่น่าเชื่อละเรียกคนมาดูอีก
    #271
    0
  6. #264 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 20:14
    เจอกันทั้งทีก็ปกติเหลือเกินพ่อคุณ ทำให้เค้่าไม่วิ่งหนีทุกครั้งที่เจอให้ได้ก่อนมั้ยล่ะ 555555555555
    #264
    0
  7. #255 Ppillow_ (@djangloei) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 23:42
    หลอนเด้อ ; ;
    #255
    0
  8. #247 มนอจ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 09:32

    น่อววว เจอกันแล้วววว

    #247
    0
  9. #232 pacty (@toon-pat) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 00:21
    <p>เขาเจอกันแล้ว กรี๊ดดดดดดด</p>
    #232
    0
  10. #209 Galaxy7122 (@Galaxy7122) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 19:05
    อมก คือมันดีมากกกกกกกก รู้สึกแบบดีใจมาก ที่เจอนิยายดีๆแบบนี้ ฮื่ออออออ
    #209
    0
  11. #201 firstchxnx (@firstchxnx) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 03:13
    โดนใจมาก
    #201
    0
  12. #198 Vieux (@369582147) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 23:43
    ฮือออออ
    #198
    0
  13. #191 #บบตพ ♡ (@twentynoey) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 23:03
    กรี้ดดดดดด ชอบๆๆไ
    #191
    0
  14. #189 ゼリー (@aroonratdevil) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 23:37
    โอ้ยชอบบบ ชอบอะไรแบบนี้ กรี๊ดด สัมผัสได้ถึงความน่ารักของซองอูกับแดเนียลตอนร้อยปีก่อน ;-;
    #189
    0
  15. #186 Sky High (@9234) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 14:42
    กรีดร้องเลย แงงงงงชอบบ
    #186
    0
  16. #178 zizifangs (@5-5taozi5-5) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 19:37
    ฟ้าาาาดินแยกเราเท่าไรไม่จาก ภพชาติรักเราห่างกันไม่ด้ายยยยย เมิ่อบุพเพสันนิวาสมั่นหมายให้เจอออ 5555555555555555 คุณทวดจริงๆด้วย แอบเศร้านิดๆกับอดีตของแดเนียล กังวลไปถึงอนาคตเลย ว่าการที่ทั้งคู่ได้รักกันอีกครั้งนี้เขาจะเปลี่ยนตอนจบมันไหม ฟฟฟฟฟฟฟฟ ไม่คิดๆๆๆๆ รอดูคุณแดนตามจีบคุณองค่าาา
    #178
    0
  17. #174 WannableOngNiel (@vipanployz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 16:03
    งืออแค่ 2 ตอนก็ชอบแล้วว
    #174
    0
  18. #166 Andjune (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 22:07
    คุณพระเอกเป็นตัวอะไรล่ะนั่น แปลงร่างเป็นอีกาได้ ตาสีแดง มีอำนาจให้คนลืม
    #166
    0
  19. #142 Pi Pi Ploy za (@ploy_00) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 22:47
    แดเนียล เอาจริงๆเป็นนี่ก็หัวใจวายเด้อฮือ ถึงจะหล่อก็เถอะ เนื้อเรื่องน่าสนใจมากนะคะไรท์ทั้งสองคน เก่งมากเลย อ่านสองตอนเอง อินมากๆ มันแบบ ต้องอ่านต่ออ่ะค่ะ5555
    #142
    0
  20. #139 เจ้าชายอสูร_B2UTY (@13161212) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 22:25
    <p>โอ๊ยยยยยย ก็ขึ้นมาจากดินแล้วตาแดงขนาดนั้น 55555 เป็นเราก็วิ่งค่ะ หนีไปซองอู ~~~~~ ???????????????????? แต่หนีไปยังไงก็ไม่พ้นคุณเขาอยู่ดี 55555</p>
    #139
    0
  21. #126 แม่ม๑น้oe (@kunlanid_far) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 11:40
    ซองอูกลับชาติมาเกิดจริงๆใช่มะ
    #126
    0
  22. #121 [~PumPKiN~] (@chutikam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 08:02
    คือซองอูกับพี่ชายปู่ทวดเป็นคนเดียวกันหรอ แบบกลับชาติมาเกิดอะไรแบบนี้ใช่มั้ย ซองอูเลยฝันว่าตัวเองอยู่ในโลงบ่อยๆ
    อย่าว่าแต่ซองอูเลย เป็นใครเจอแบบนี้ก็เผ่น แม้จะเป็นแวมไพร์ที่หล่อมากก็เถอะ 5555555
    #121
    0
  23. #98 BaByWho (@peach1548za) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 15:43
    โห่ เป็นอีนี่คงช็อคตาย555555
    #98
    0
  24. #89 pai-pay (@pai-pay) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 11:14
    คือเป็นใครก็กลัวป่ะคุณคัง คือแกโผล่ขึ้นมาพร้อมตาสีแดงๆ
    #89
    0
  25. #64 Galaxy_Pcy (@Id0983346609) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 13:56
    ทั้งเขินทั้งกลัวว5555
    #64
    0