VISCERA (nielong)

ตอนที่ 6 : VI : stigma

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,840
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    23 เม.ย. 61




VISCERA


chapter VI

‘stigma’


niel x ong



หลังจากกล้ำกลืนฝืนใจกินสเต็กเนื้อราคาแพงที่แม้จะได้รับการการันตีว่าอร่อยจนถูกเขียนไว้บนเมนูแนะนำแต่ซองอูกลับไม่รู้สึกถึงรสชาตินุ่มลิ้นของเนื้อที่อยู่ในปากเลยแม้แต่น้อย สาเหตุก็คงจะเป็นภาพแวมไพร์กินกระเทียมตรงหน้าที่ทำตัวไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับเมนูที่เขาอุตส่าห์จงใจสั่งมาให้เลยแม้แต่น้อย 

 

ซองอูถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อย รวบช้อนส้อม เลื่อนจานอาหารที่ยังเหลือเกินครึ่งไปข้างหน้า ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชู่มาซับปาก ดื่มน้ำเปล่าตามเข้าไป ก่อนจะมองเปลือกหอยทากอบเนยที่กองพูนอยู่ในชามอีกใบ แดเนียลที่จัดการอาหารส่วนของตัวเองหมดเรียบร้อยแล้วมองมายังซองอูที่ไม่มีท่าทีจะรับประทานอาหารที่เหลือต่อหันไปเรียกบริกรมาคิดค่าอาหาร 

 

            หนึ่งในข้อดีเพียงไม่กี่อย่างของการมาเที่ยวกับแดเนียลก็คือการที่ซองอูแทบจะไม่ต้องออกเงินสักปอนด์เดียว ตั้งแต่ค่าแท็กซี่ยันค่าอาหาร แต่ถึงจะอิ่มและตังค์อยู่ครบ แต่ถ้าเลือกได้ เขาขอยอมเป็นคนออกเงินเองดีกว่า หากมันจะทำให้เขาสมารถสลัดผีดูดเลือดตนนี้ทิ้งได้ 

 

ออกมาด้านนอกที่อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นเล็กน้อยเพราะพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นเงาเมฆส่องแสงแดดอบอุ่นมายังพื้นโลก ถนนเริ่มมีคนเดินขวักไขว่ไปมามากกว่าเดิม ซองอูเดินออกจากร้านอาหาร ตั้งใจว่าจะไปเดินให้อาหารย่อยตามแนว York City Wall แผนที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่าจะกำจัดแดเนียลถูกล้มเลิกไปเพราะความท้อแท้ที่ไม่มีอะไรประสบความสำเร็จแม้แต่อย่างเดียว เขาถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยเอ็ดเมื่อเหลือบไปมองเห็นคนที่กำลังเดินตีคู่ขึ้นมากับเขา 

 

“นี่คุณ ถามจริงเถอะ ทำไมถึงต้องวุ่นวายกับชีวิตผมนัก” ซองอูถามอย่างอดไม่ได้ อันที่จริงดูเหมือนเรื่องซวยๆทั้งหมดทั้งมวลตั้งแต่มาที่อังกฤษนี่จะมีสาเหตุมาจากคังแดเนียลทั้งสิ้น 

 

แดเนียลมองคนตัวเล็กที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด สาวเท้าเร็วขึ้นให้อยู่เดินอยู่ในแนวเดียวกัน ร่างสูงซุกมือเข้าในกระเป๋าเสื้อโค้ตตามความเคยชิน ถึงแม้จะไม่ได้รู้สึกหนาวเพราะแวมไพร์อย่างพวกเขาไม่ได้รู้สึกร้อนเย็นอะไรอีกต่อไปแล้ว คนโดนถามยักไหล่น้อยๆตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ก็เพราะคุณคือซองอูยังไงล่ะ” 

 

ลมหายใจของเจ้าของชื่อถูกพ่นออกมาทางจมูกปะทะกับความเย็นจนเกิดเป็นควันไอขาวๆ แสดงถึงความหงุดหงิดของเจ้าตัวจนเขาต้องรีบพูดเสริมขึ้น 

 

“ลองคิดดูสิซองอู ถ้าคุณไม่ได้ผมช่วยไว้ป่านนี้คุณอาจจะจบอยู่ในคุกตั้งแต่คุณพาผู้ชายพวกนั้นไปที่หลุมศพแล้วก็ได้” ถึงจริงๆแล้วทุกเรื่องเดือดร้อนที่ซองอูเจอมันจะเริ่มต้นจากเขาก็ตามที ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวก็รู้ความจริงข้อนี้เช่นเดียวกัน แต่คงขี้เกียจต่อปากต่อคำก็เลยปิดปากสนิทแล้วรีบจ้ำอ้าวโดยไม่รอเขา 

 

“เดินช้าลงหน่อย เดี๋ยวก็หกล้มหรอก” แดเนียลเตือนด้วยความเป็นห่วง พอเห็นว่าคนที่เดินนำหน้าอยู่ชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

 

ยิ่งได้อยู่กับซองอูมากขึ้นเท่าไหร่ แดเนียลก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างซองอูคนนี้กับซองอูคนเก่า นอกจากหน้าตาที่เหมือนกันราวกับแกะแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ซองอูคนที่กำลังเดินนำหน้าเขาอยู่ตอนนี้จะเหมือนซองอูคนที่เขาเคยรู้จักเลยแม้แต่น้อย


หากซองอูที่เขาเคยรู้จักเปรียบเสมือนดวงจันทร์ —ทั้งอ่อนหวาน นุ่มนวล น่าทะนุถนอม ซองอูคงนี้ก็คงเป็นดวงอาทิตย์เจิดจ้า ที่แม้ภาพนอกจะดูเป็นคนรั้นๆและขี้โวยวายไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่อยู่ใกล้แดเนียลรู้สึกได้ถึงบรรยากาศของความสุขมีชีวิตชีวา ที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจและพลอยยิ้มตามไปด้วย รอยยิ้มกว้างเป็นประกายสดใสที่แม้จะยังไม่แสดงให้เขาเห็นมากนัก เป็นเหมือนกับแสงแดดอบอุ่นที่ส่องมายังหัวใจที่เคยด้านชาของแดเนียล

 

ปากบางหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ เมื่อคิดไปถึงซองอูคนเก่า ภาพอดีตฉายซ้อนขึ้นมาในหัว ทว่าน่าแปลกที่คราวนี้ความรู้สึกเสียใจจนเหมือนจะขาดใจกลับไม่มีอีกแล้ว หลงเหลือก็เพียงแต่ความอาลัยน้อยๆในหัวใจที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนเมื่อก่อน แดเนียลรู้ดีว่าคนที่กำลังเดินนำเขาอยู่เป็นสิ่งที่ทำให้ความโศกเศร้าของเขาคลายลง 

 

เขาไม่เคยเห็นอีกคนเป็นตัวแทนเลย

 


องซองอูคนนี้... ก็คือองซองอูคนนี้...

ไม่ใช่องซองอูคนก่อน...


 

 “นี่ ถามจริงๆเถอะว่าตำนานพวกนั้นไม่มีสักเรื่องที่เป็นเรื่องจริงเลยเหรอ” คนที่เดินคิดเรื่องแวมไพร์มาตลอดทางเอ่ยปากถามเรื่องที่ตนคาใจ เขาอยากฟ้องร้องตำนานหลอกเด็กพวกนั้นเสียเหลือเกิน จะหลอกลวงผู้บริโภคอย่างเขามากเกินไปแล้ว 

 

“ก็มีเค้าความจริงอยู่ แต่น้อยมากๆ” เสียงทุ้มตอบ ก่อนจะว่าต่อ “แต่ถ้าคุณอยากรู้เรื่องแวมไพร์ ก็ไม่เห็นต้องไปอ่านตำนานผีดูดเลือดเลยนี่ ถามผมเอาก็ได้” 

 

ซองอูส่งเสียงเฮอะในจมูกอย่างหมั่นไส้ แต่ก็ถามไปจนได้ “แล้วยังมีคนแบบ —พวกคุณอีกมากแค่ไหน” 

 

“คิดว่าในอังกฤษเหลือไม่เกินร้อยหรอก ส่วนมากก็ถูกกำจัดไปตั้งแต่สมัยก่อนหน้านี้ ไม่ก็ถูกพวกเดียวกันเองฆ่า” คำตอบถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดเรื่องลมฟ้าอากาศ องซองอูเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าพวกแวมไพร์จะมาเข่นฆ่ากันเองเช่นนี้ เขานึกว่าแวมไพร์จะอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มๆ สามัคคีอะไรแบบนั้นเสียอีก 

 

“ทำไมต้องฆ่ากันด้วยล่ะ” 

 

ร่างสูงยักไหล่แทนคำตอบ “ก็อาจจะเพราะพวกเราเป็นนักล่า โลกก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือไง ใครอ่อนแอกว่าก็ต้องตายไป” เว้นจังหวะไป ก่อนจะว่าต่อ “แต่เราก็ไม่ได้ฆ่าแบบไร้เหตุผลหรอกนะ อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่ผมคนนึงล่ะ” 

 

“แล้วเรื่องเลือด... คุณต้องกินเลือดแทนอาหารเหรอ” แดเนียลพยักหน้า 

 

“ใช่ จริงๆแล้วปกติผมไม่ได้กินเลือดจากคอมนุษย์เหมือนที่คุณเห็นคืนนั้นหรอกนะ แต่ผมเพิ่งตื่นจากการหลับใหลยาวนาน การกินเลือดจากคนเป็นๆมันช่วยทำให้ผมกลับมามีพลังเหมือนปกติเร็วขึ้น” รีบเสริมต่อทันทีเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของซองอู “สำหรับพวกแวมไพร์อย่างเรา เลือดก็เหมือนกับอาหารของพวกคุณ ผมจำเป็นต้องกินเลือด แต่ผมกับน้องไม่ได้ป่าเถื่อนถึงขนาดไปกัดคอคนทุกครั้งที่หิวหรอกนะ มีคนขายเลือดและเราก็ซื้อ” 

 

คำอธิบายทำให้ซองอูรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย อย่างน้อยคนตรงหน้าเขาก็ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร ถึงคำว่ากินเลือดมนุษย์จะค่อนข้างน่าสยดสยองไปหน่อยก็เถอะ 

 

“แล้วถ้าไม่กินเลือดจะเกินอะไรขึ้น” 

 

“ก็จะหิวมากๆ อาจจะอาละวาดสักพัก แต่สุดท้ายก็จะหมดแรงแล้วก็ค่อยๆเหี่ยวแห้งไป” แดเนียลนึกถึงประสบการณ์กระหายเลือดของตัวเองในอดีต มันเลวร้ายเสียจนเขาไม่อยากจะพูดถึงอีก มันทรมานมากจริงๆ... 

 

เรื่องราวในหัวปะติดปะต่อกันในหัวซองอู ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกับแดเนียลที่สุสานอังกฤษ

 

แปลว่าที่ผมเจอคุณครั้งนั้นคือคุณเพิ่งตื่นขึ้นมาหรอ?”

 

ได้รับการพยักหน้าแทนคำตอบ

 

แล้วทำไมคุณถึงตื่นขึ้นมาตอนที่ผมไปพอดี

 

แหวนของคุณปลุกผมขึ้นมาพอพูดถึงแหวนซองอูก็เผลอหมุนแหวนที่นิ้วเล่น ความเย็นของโลหะเป็นสิ่งที่เขาคุ้นชินไปเสียแล้ว คนที่ยังข้องใจกำลังจะอ้าปากถามต่อ แต่เมื่อเห็นสีหน้าคนตัวสูงกว่าที่ดูเหมือนจะไม่อยากสนทนาในหัวข้อนี้ต่อแล้วจึงไม่กล้าพูดออกไป

 

ถึงมันจะยังคาใจเรื่องที่เจ้าของแหวนวงนี่ที่แท้จริงเป็นทวดของเขาก็เถอะ แต่เอาไว้ค่อยถามตอนที่สนิทกับแดเนียลมากกว่านี้ก็แล้วกัน

 

ไม่สิ! สนิทอะไรกันอีกคนเป็นแวมไพร์เชียวนะ!

 

ความเงียบเข้าครอบคลุมบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนสักพัก ได้ยินเพียงแค่เสียงรองเท้ากีฬายี่ห้อดังของซองอูดังเสียดสีไปกับพื้นหินและรองเท้าหนังของแดเนียลที่กระทบพื้นเป็นจังหวะ วิวเมืองยอร์คตรงหน้าสวยจับใจ ซองอูแทบลืมอารมณ์คุกรุ่นในใจไปเสียสนิท หยิบกล้องถ่ายรูปดิจิตอลตัวเล็กขึ้นมาบันทึกภาพ ก่อนจะได้รับความปรารถนาดีจากคนข้างๆ 

 

“ผมถ่ายให้คุณได้นะ” 

 

ซองอูเบ้ปากนิดๆ “คุณจะถ่ายเป็นรึเปล่าเถอะ”  

 

“อย่าดูถูกกันไปเลยน่า แวมไพร์อย่างพวกผมฉลาดและเรียนรู้ไวจะตาย” 

 

สุดท้ายแล้วกล้องดิจิตอลของเขาก็ไปอยู่ในมือของคนตัวสูงจนได้ แดเนียลมองคนตัวเล็กกว่ายืนเก๊กท่าอย่างเอ็นดู ก่อนจะยกกล้องขึ้นในระดับเดียวกับดวงตา ภาพซองอูที่มีทิวทัศน์ของเมืองยอร์คเป็นพื้นหลังปรากฏขึ้นตรงหน้า เทคโนโลยีสมัยนี้น่าตื่นตาตื่นใจไม่ใช่น้อย หลังจบงานนี้เขาอาจจะขอเงินวิคตอเรียไปซื้อเจ้ากล้องนี่มาบ้าง จะได้เอาไว้ถ่ายคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า

 

ซองอูบอกให้เขานับหนึ่งถึงสามก่อนจะกดถ่าย แต่เพราะเพิ่งเคยใช้ครั้งแรก เขาก็เลยกดตั้งแต่พูดเลขหนึ่ง รูปที่ออกมาเลยกลายเป็นรูปของร่างเล็กที่กำลังหลับตายิ้มแหยๆ เจ้าตัวโวยวายบอกว่าเขาไม่ได้เรื่อง ปากก็เอาแต่บ่นว่ารูปนี้ช่างน่าเกลียดเสียเหลือเกิน

 

แต่แดเนียลว่า...มันน่ารักดีออก

 

หลังจากลองผิดลองถูกไปหลายรูป ในที่สุดก็ได้รูปที่ซองอูพอใจ พวกเขาเลยออกเดินต่อ ลมเย็นๆที่พัดมาทำให้คนตัวเล็กขนลุกชัน แดเนียลเลยเสนอจะให้ยืมเสื้อคลุมตัวนอกของตน ตอนแรกซองอูทำท่าจะปฏิเสธ แต่พอลมพัดมาอีกทีเจ้าตัวก็ยอมรับไปแต่โดยดี 

 

“แวมไพร์อย่างคุณนี่ก็ไม่รู้สึกร้อนหนาวสินะ” ร่างเล็กถามเมื่อเห็นคนที่เดินข้างๆใส่แค่เสื้อเชิ้ตตัวเดียวเดินท่ามกลางอุณหภูมิเลขตัวเดียวได้อย่างสบายใจ ในขณะที่เขาหนาวจนแทบแข็ง

 

“ใช่ แต่พวกเราก็รู้สึกร้อนนะเวลาโดนไฟเผา” 

 

ทำหน้าแหยๆเมื่อได้ยินคำตอบ โดนไฟเผาถึงค่อยรู้สึกร้อน แวมไพร์นี่ท่าจะประสาทสัมผัสพังไปหมดทั้งตัวแล้วมั้ง 

 

“แวมไพร์ไม่มีชีวิตก็ไม่ต้องหายใจใช่มั้ย แต่ทำไมยังเห็นคุณหายใจอยู่ล่ะ” ซองอูถามอีกเมื่อเห็นไอสีขาวลอยออกมาจากจมูกของคนตัวใหญ่กว่า 

 

“ก็เป็นความเคยชิน เหมือนกับที่มนุษย์ชอบแกว่งแขนตอนเดินนั่นแหละ” 

 

ถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยสาม บางทีสิ่งมีชีวิตในตำนานที่มีชื่อว่าแวมไพร์ก็เข้าใจยากกว่าที่คิดแฮะ



 


           

            ซองอูเดินทอดมองทัศนียภาพสวยงามของเมืองยอร์ค พลางคุยกับร่างสูงข้างๆเรื่องแวมไพร์และเรื่องสัพเพเหระอื่นๆจนเพลิน รู้ตัวอีกทีพวกเขาก็เดินพ้นเขตแนวกำแพงหินโบราณกลับมายังพื้นอิฐที่ทอดยาวสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงเสียแล้ว แต่ตอนนี้ผู้คนที่เดินขวักไขว่บนทางเดินบางตาลงมาก คงจะเป็นเพราะดวงอาทิตย์ที่เริ่มลับขอบฟ้าและอุณหภูมิที่เริ่มลดต่ำลง พอเข้าสู่ฤดูหนาวยามค่ำคืนก็มาเยือนเร็วขึ้น แต่ถึงอย่างไรรายการเที่ยวของวันนี้ก็ยังไม่จบลง ซองอูตัดสินใจเดินไปยังสวนสาธารณะ Rown Tree ก่อนจะกลับ

 

ท้องฟ้าสีวานิลลาแสนสวยที่หาดูได้ยากทำให้บรรยากาศตอนนี้ดีเสียจนอยากจะหยุดเวลาเอาไว้ ซองอูเดินนำข้ามสะพานหินไปยังอีกฟากของสวนสาธารณะที่มีเก้าอี้นั่ง ก่อนจะชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งก็ลอยแว่วเข้ามาให้ได้ยิน

 

เสียงเหมือนคนกำลังร้องไห้...

 

ดวงตาสีดำสอดส่องหาที่มาของเสียง ก่อนจะไปพบกับเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังยืนร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้ และเมื่อมองเหนือร่างเล็กไปอีกหน่อยก็พบกับต้นเหตุที่ทำให้เด็กน้อยร้องไห้โฮ ดูเหมือนว่าลูกโป่งรูปกระต่ายของเจ้าตัวจะลอยขึ้นไปติดบนยอดไม้

 

เห็นเด็กร้องไห้แล้วเขาก็อดสงสารไม่ได้ แต่ครั้นจะให้ซองอูปีนขึ้นไปเก็บให้ก็ดูจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสักเท่าไหร่ เพราะขนาดปีนรั้วโรงเรียนจะโดดออกไปข้างนอก เขายังเคยตกลงมาขาหักไปเป็นเดือน ไม่ต้องพูดถึงปีนต้นไม้ เขาคงตกลงมาร้องไห้แข่งกับเด็กหญิงตรงหน้าเป็นแน่

 

แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางออก ถึงเขาจะไม่มีความสามารถมากเพียงพอที่จะช่วยเด็กผมทองหน้าตาน่ารักน่าชังคนนี้ได้ แต่คนข้างๆเขาทำได้แน่ ขนาดสู้กับหมาป่าตั้งห้าตัวยังทำมาแล้ว กะอีแค่ปีนต้นไม้ไปเอาลูกโป่งให้เด็กคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอก ซองอูหันไปหมายจะสะกิดคนข้างๆตัว ทว่าดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้อยู่ก่อนแล้ว ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างของคังแดเนียลก็เคลื่อนไหวรวดเร็วเกิดเป็นเงาสีดำไหววูบไปปรากฏบนยอดไม้ยอดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ก่อนจะกระโดดลงมาบนพื้นอย่างง่ายดายด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับนักยิมนาสติกที่เขาเคยเห็นในทีวี

 

ทว่าแทนที่คนตัวสูงจะยื่นลูกโป่งให้เด็กหญิงในชุดกระโปรงสีชมพูน่ารักด้วยตนเอง กลับยัดเชือกที่ผูกกับลูกโป่งมาในมือซองอู ก่อนจะทำท่าพยักพเยิดให้เขาเป็นคนยื่นลูกโป่งคืนแก่เด็กหญิง

 

ทำไมไม่เอาไปให้เองล่ะซองอูตั้งคำถามอย่างงุนงงกับการกระทำของคนตัวโตกว่า ก่อนจะได้รับการส่ายหน้าเบาๆเป็นคำตอบ

 

ไม่เอาล่ะ ผมทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไหร่เวลาอยู่กับพวกเด็กๆ พอสบตาผมทีไรพวกเขาก็ร้องไห้จ้าทุกที ซองอูฟังคำตอบที่แฝงไปด้วยความน้อยใจเล็กน้อยแล้วหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

 

ก็คุณมันน่ากลัวจริงๆนั่นแหละ

 

แดเนียลไม่ได้ปฏิเสธอะไรกับคำพูดของคนที่ถือลูกโป่งกระต่ายอยู่ในมือ เขาแค่หลุดยิ้มออกมาบางๆเมื่อเห็นคนตัวเล็กกว่าเดินไปนั่งยองๆข้างเด็กหญิงที่เมื่อครู่ยังร้องไห้งอแง หูที่มีประสาทสัมผัสดีกว่าคนทั่วไปหลายเท่าได้ยินบทสนทนาของคนตัวเล็กสองคนที่คุยกันอยู่ชัดแจ๋ว

 

“คุณกระต่ายปลอดภัยแล้วนะครับ” ลูกโป่งกระต่ายถูกยื่นไปตรงหน้าเด็กน้อย พร้อมกับซองอูที่นั่งคุกเข่า เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เด็กหญิงปาดน้ำตา กลืนก้อนสะอื้น แล้วเอื้อมมือสั่นระริกไปรับลูกโป่ง

 

“ขอบคุณนะคะพี่ชาย”

 

ต่อไปก็ถือดีๆนะครับ ถ้าคุณกระต่ายลอยไปคราวหน้าอาจจะไม่มีคนช่วยแล้วนะเสียงนุ่มนวลเอ่ยออกมา พร้อมกับมือเรียวที่ลูบผมสีบลอนด์ที่ถูกมัดเป็นแกละผูกโบว์สีชมพูน่ารักอย่างแผ่วเบา คนถูกลูบหัวพยักหน้าหงึกหงัก ซองอูยิ้มให้เด็กหญิงบางๆ ก่อนจะพยักหน้าไปทางคนตัวสูงที่เอาแต่ยืนมองมาทางพวกเขาสองคน

 

อย่าลืมไปขอบคุณคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยนะครับ พี่คนนั้นเขาเป็นคนเอาคุณกระต่ายลงมาให้เรา แต่เขาไม่กล้ามาคุยด้วยน่ะ คนถูกพาดพิงทำหน้าเหรอหราอย่างน่าขัน เด็กหญิงตัวป้อมวิ่งอุ้ยอ้ายเข้าไปหาคังแดเนียล คนตัวสูงมองร่างเล็กที่กำลังวิ่งเข้ามา ย่อเข่าลงอย่างเก้ๆกังๆเล็กน้อยเมื่อนึกว่าตนกำลังจะสัมผัสเด็ก แต่ก็อ้าแขนรอรับเผื่อร่างอุ้ยอ้ายที่วิ่งมาจะหกล้ม ร่างสูงชะงักตัวแข็งทื่อไปเมื่อได้รับจุ๊บแทนคำขอบคุณที่ข้างแก้ม

 

“ขอบคุณนะคะ พี่เหมือนซูเปอร์แมนเลย” โดนจูบก็โดนมาจนนับไม่ถ้วนแล้ว แต่ไม่มีครั้งไหนที่แดเนียลรู้สึกตกใจเท่าครั้งนี้มาก่อน เพราะปกติเขาไม่ค่อยได้ยุ่งกับพวกเด็กๆนักหรอก แวมไพร์อย่างเขามีประสาทหูดีกว่าคนทั่วไป เสียงร้องไห้น่ารำคาญของเด็กเล็กๆทำให้ประสาทเขาเหมือนจะพังลงเสียให้ได้ แวมไพร์อย่างพวกเขาก็เลยไม่ชอบอยู่ใกล้กับเด็ก แถมประโยคที่เพิ่งฟังเมื่อกี้ยิ่งทำให้งงหนักเข้าไปใหญ่จนทำหน้าไม่ถูกเพราะไม่เข้าใจว่าซูเปอร์แมนที่ว่ามันคืออะไร ใบหน้างุนงงของคนตัวสูงที่เพิ่งโดนเด็กขโมยหอมแก้มทำให้ซองอูที่ยืนดูอยู่ห่างๆหัวเราะเบาๆ

 

“ซูเปอร์แมนก็คือพวกซูเปอร์ฮีโร่ไงคะ ที่จะคอยออกมาช่วยเหลือผู้คนเวลาที่มีปัญหา” เด็กน้อยพูดพลางทำท่าเลียนแบบซูเปอร์แมนเวลาบิน แต่คนฟังกลับนึกถึงค้างคาว ถึงยังไงท่าทางน่ารักที่เธอทำก็ทำให้แดเนียลกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่

 

ก็แวมไพร์อย่างเขาไม่ค่อยมีคนชมว่าเป็นฮีโร่แสนดีนักหรอก...

 

เด็กน้อยเอ่ยขอบคุณอีกครั้งก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับลูกโป่งกระต่ายในมือเมื่อคุณแม่เดินกลับมารับ ก่อนจากกันเธอหันมาส่งจูบน่ารักให้จนคนเป็นผู้ใหญ่ยิ้มกว้าง

 

ภาพของแดเนียลที่กำลังโบกมือลาเด็กหญิง พร้อมรอยยิ้มบางๆบนริมฝีปาก สะท้อนอยู่ในดวงตาสีรัตติกาลของซองอู ดวงตาคมที่จ้องมองเด็กน้อยทอประกายอ่อนโยนจนคนมองรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ ริมฝีปากสีแดงสดหยักยิ้มบางๆเมื่อมองภาพตรงหน้า

 

เพิ่งรู้ว่าอีกคนก็มีมุมแบบนี้กับเขาด้วย

 

“ไปกันเถอะ” ร่างสูงเดินเข้ามาแตะไหล่ซองอูที่รออยู่ก่อนเบาๆ ถึงแม้ร่างของเด็กหญิงจะลับสายตาไปแล้ว ที่มุมปากก็ยังมีรอยยิ้มน้อยๆประดับอยู่

 

“ไม่ยักรู้ว่าแวมไพร์แบบคุณจะมีมุมแบบนี้ได้ คนที่รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย ยักไหล่ถามกวนๆ แดเนียลยักไหล่กลับไปบ้าง ก่อนจะตอบคำถาม

 

“แวมไพร์ก็มีชีวิตจิตใจไม่ต่างกับมนุษย์แบบคุณหรอกนะ”

 

“แต่ถึงคุณจะใจดี ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะไว้ใจคุณหรอกนะ” ซองอูรีบพูดดักขึ้นทันทีด้วยเกรงว่าอีกคนจะได้ใจ แต่จะว่าไปแล้ว จากสิ่งที่เขาได้เจอในวันนี้ก็พอจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าคำพูดเมื่อครู่ก็ไม่ได้เกินความจริงไปสักเท่าไหร่

 

แดเนียลที่ยังคงไม่ได้รับความไว้วางใจจากร่างเล็กแม้แต่น้อยได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ



 

 

อาจจะต้องเปลี่ยนจากแวมไพร์อายุสี่ร้อยเกือบห้าร้อยปีเป็นเด็กอายุสิบขวบเมื่อร่างสูงน่าเกรงขามในเสื้อเชิ้ตบางๆสีขาวที่สละเสื้อคลุมให้เขา บัดนี้กำลังทำตาลุกวาวอย่างปิดไว้ไม่มิด มองผ่านกระจกใสเข้าไปในร้านแห่งหนึ่งซึ่งมีของสวยงามหลากหลายชนิดถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบบนชั้นโชว์ นี่เป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวันที่แดเนียลมองสิ่งรอบกายด้วยสายตาเช่นนี้ ซองอูมองคนที่ทำท่าลังเลเหมือนอยากเข้าแต่ก็ไม่ยอมเข้า ก่อนจะพูดขึ้น

 

“คุณอยากเข้าก็เข้าไปเลยสิ มัวรออะไรอยู่ล่ะ มองจนของจะผุแล้ว”

 

“มันคือร้านอะไรเหรอ”

 

“ร้านขายของฝากน่ะ” คนฟังยิ้มออกมาเหมือนเด็กๆเมื่อได้ยินคำว่าของฝาก 

 

“คุณจะเข้าไปด้วยกันไหม”

 

“ไม่ล่ะ ขาผมเริ่มล้าแล้ว ขอนั่งรออยู่ข้างนอกก็แล้วกัน” แดเนียลพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน พร้อมกับสัญญาว่าจะเข้าไปไม่นาน

 

ซองอูมองผ่านกระจกใสผ่านชั้นวางของเข้าไปเห็นร่างสูงที่เดินไปตรงนั้นทีตรงนี้ที หยิบจับของที่ระลึกขึ้นมามองดวงตาลุกวาว คนมองหัวเราะน้อยๆเพราะท่าทางของคนตัวโต

 

พลันเสียงหัวเราะก็หยุดชะงักลง เมื่อกระจกใสบานใหญ่ที่มองผ่านทะลุเข้าไปในร้านได้สะท้อนเงาทะมึนรางๆอยู่ทางด้านหลัง ดวงตาสีรัตติกาลสบเข้ากับดวงตาของร่างที่ปรากฏในกระจก ซองอูตัวแข็งทื่อ ดวงตาคู่นั้นเป็นสีแดงชาดราวกับโลหิตน่ากลัวเสียจนขนทั่วกายลุกชัน สัญชาตญาณบางอย่างเตือนว่าเงาทะมึนที่อยู่ด้านหลังเขาเป็นตัวอันตราย

 

ซองอูกะพริบตาหันขวับไปมองอย่างรวดเร็วแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า มีเพียงต้นไม้ด้านหลังที่ใบกำลังร่วงโรยสู่พื้นดิน ร่างเล็กขมวดคิ้วน้อยๆ

 

หรือจะเป็นเพราะเขาตาฝาด

 

แต่ดวงตาสีเลือดยังคงทำให้ความหวาดหวั่นเกาะกุมหัวใจ จังหวะการเต้นของก้อนเนื้อในอกที่ผิดปกตินั่นก็เป็นหลักฐานชั้นดีว่าเมื่อครู่มีบางอย่างไม่ปกติ

 

ซองอูหันไปมองเงาสะท้อนในกระจกอีกครั้ง และเงาเลือนรางเมื่อครู่ก็ปรากฏขึ้นอีก แม้คราวนี้จะไม่มีดวงตาสีแดงก่ำเขย่าขวัญแล้ว แต่หัวใจของซองอูก็ยังคงเต้นแรงด้วยความหวาดกลัวจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอก ร่างบางรีบหันกลับไปอย่างรวดเร็วหมายจะจับเงานั่นให้ได้เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้หลอนไปเอง ทว่ากลับคว้าได้เพียงข้อมือแกร่งและชายเสื้อเชิ้ตสีขาวที่คุ้นเคย

 

“แดเนียล?”

 

“ก็ผมน่ะสิ ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้นล่ะ” อีกฝ่ายทำหน้าฉงน ซองอูรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเอ่ยปฏิเสธ

 

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอกเขากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเปลี่ยนประเด็นเมื่อเห็นสีหน้าไม่ค่อยจะเชื่อของแดเนียลแล้วนั่นซื้อไปฝากวิคตอเรียเหรอ” ชี้ไปยังถุงกระดาษสีน้ำตาลใบเล็กในมือของร่างสูง ตัดสินใจสลัดเรื่องเงาเมื่อครู่ทิ้งไป บางทีเขาอาจจะพักผ่อนน้อยแล้วก็หลอนไปเอง ซองอูคิดว่าหลังจากจบทริปนี้เขาควรจะหาเวลาไปพบจิตแพทย์อย่างจริงจัง

 

“ผมซื้อให้คุณนั่นแหละ ซองอู” ร่างบางแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้รับคำตอบ มองคนตรงหน้าที่หยิบสร้อยเส้นหนึ่งออกมาจากถุงกระดาษ มันเป็นสร้อยเงินที่มีจี้คริสตอลสีเขียวอ่อนเล็กๆประดับอยู่ คนที่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะซื้อของมาให้ตนรับสร้อยมาถือไว้ พลางพลิกดูด้วยความสนใจ

 

คนขายบอกว่านี่เป็นคริสตัลนำโชคเลยนะ เผื่อว่าคุณจะได้เจอเรื่องซวยๆน้อยลงบ้าแดเนียลว่า ถึงจะไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับเมืองยอร์ค แต่เขาว่ามันสวยดี น่าจะเหมาะกับซองอูก็เลยซื้อมาให้ นี่นับว่าเป็นของขวัญชิ้นแรกที่เขาให้กับอีกคนตั้งแต่เจอกันมา

 

จริงๆแล้วของนำโชคชิ้นไหนก็คงไม่สามารถปัดเป่าเรื่องซวยๆไปได้ นอกเสียจากนำคังแดเนียลออกไปจากชีวิตเขา ซองอูนึกค้านในใจ แต่อย่างไรเสียจะโทษว่าเรื่องพิลึกพิลั่นที่เขาเจอมาตลอดระยะเวลาที่อยู่อังกฤษเป็นความผิดของร่างสูงก็ไม่ใช่เสียทีเดียว คนได้รับของขวัญจึงเอ่ยขอบคุณ พลางเก็บสร้อยเงินใส่ในกระเป๋ากางเกง

 

“งั้นกลับบ้านกันเถอะแดเนียล” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีธุระอะไรแล้ว คนที่เริ่มล้าเพราะเดินมาทั้งวันจึงลุกจากเก้าอี้แล้วก้าวเดินออกไป โดยไม่มีท่าทีว่าจะหยิบสร้อยในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาใส่หรือสนใจมันเลยแม้แต่น้อย ในหัวของซองอูมีเพียงภาพของเตียงนอนนุ่นและผ้านวมอุ่นๆที่รอเขาอยู่ ร่างเล็กเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่ทันได้สังเกตร่างสูงด้านหลังที่บัดนี้มุมปากเริ่มตก ใบหน้าแสดงความหงอยนิดๆ แต่ก็เดินตามอีกฝ่ายเงียบๆไม่ปริปากพูดอะไร

 

ไม่ได้น้อยใจหรอกนะ ก็แค่อยากเห็นซองอูใส่ของขวัญที่เขาให้ไปเท่านั้นเอง





talk




writer no.1 / honeylemonde : คุณเขาไม่ได้น้อยใจเลยนะคะ ไม่ได้น้อยใจจริงจริ๊งง 5555 ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของพวกเรานะคะ ขอบคุณทุกคอมเมนต์แล้วก็สกรีมในแท็กด้วย สุดท้ายนี้ก็สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะทุกคน ~ ขอให้มีความสุขกับวันหยุดแล้วก็เล่นน้ำกันให้สนุกนะคะ

writer no.2 / withnepenthe เจอกันตอนหน้านะคะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

299 ความคิดเห็น

  1. #289 colmegeegee (@colmegeegee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 11:13
    พี่งอแงเว่อ สงสาร 555555
    เงานั่นคือโจนาธานใช่หรือไม่
    #289
    0
  2. #282 Yunnill (@14127703) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:09
    โถถถถถ
    #282
    0
  3. #275 gabriel.la(: (@facklazy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 21:38
    โอ้ยยยยยน่าร้ากซองอูไม่สนใจกันเล้ยอุตส่าห์ไปเลือกมา
    #275
    0
  4. #268 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 22:11
    โอ๊ยยย ตายยยย นี่แวมไพร์หรือมนุษย์หมาป่าคะ ทำไมบรรยากาศรอบตัวมันเหมือนหมาอ้อนเจ้่าของอย่างนั้นล่ะ 5555555
    #268
    0
  5. #251 มนอจ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 18:28

    ง่าาา คุณแวมไพร์​น้อยใจด้วย

    #251
    0
  6. #236 pacty (@toon-pat) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 02:38
    เอ็นดูวววว ทำไมน่ารักแบบนี้คะ ;-;
    #236
    0
  7. #206 Imxgelady_ (@SunisaNoipat) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 03:50
    โจนาธานนี่อิมเมจใครหรอคะ ไรท์ช่วยตอบหนูหน่อยหนูคิดหน้าตัวละครไม่ออกแง้;-;
    #206
    0
  8. #204 firstchxnx (@firstchxnx) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 10:26
    555555 น่ารักมาก รอไรท์นะคะ
    #204
    0
  9. #196 Night ☪ Mirage (@yuki37) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 08:51
    น่ารักกกก
    #196
    0
  10. #195 #บบตพ ♡ (@twentynoey) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 23:53
    เอ็นดูพ่อแวมไพร์เหลือเกิน แงงง น่ารัก5555555555
    #195
    0
  11. #184 ciavaai (@ciavaai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 05:29
    ทำไมน่ารัก5555
    #184
    0
  12. #183 neko2521 (@neko2521) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 01:41
    คุณแวมพ์ไพร์น่ารักมากเลย5555555
    #183
    0
  13. #182 palmrsyb (@palmrseyb) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 23:13
    เป็นแวมไพร์จริงๆรึป่าวเนี่ย ขี้จ้อยในแท้555555 รอค้าบบบบบบบบ><
    #182
    0
  14. #181 [~PumPKiN~] (@chutikam) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 20:19
    โถ่ คุณแวมไพร์ทำไมขี้น้อยใจขนาดนั้น
    #181
    0
  15. #176 B&B Leo (@16-08) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 02:15
    <p>คุณเขาเป็นแวมไพร์จริงๆใช่มั้ยคะ ขี้น้อยใจจริงจริ๊ง555</p>
    #176
    0
  16. #175 WannableOngNiel (@vipanployz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 20:58
    อ่าาา ยังสงสัยค่ะ หอยทากหรอคะ? มันดีหอยทากที่กินได้ด้วยหรอคะ เรานึกว่าจานที่สั่งจะเป็นพวกเชลล์งี้
    #175
    1
    • #175-1 [~PumPKiN~] (@chutikam) (จากตอนที่ 6)
      19 เมษายน 2561 / 19:55
      ตอบแทนนะคะ อาหารฝรั่งเศสมีนะ หอยทากที่กินได้ลองหาดูๆค่ะ
      #175-1
  17. #173 Petitxx (@Petitxx) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 12:51
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่า คุณแวมไพร์น่ารักมากๆ ชอบพล็อตมากๆ ภาษาก็ดีมากเลยแง
    #173
    0
  18. #171 MaiNatkamon (@MaiNatkamon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 02:20
    โง้ยยยยย คุณแวมไพร์น่ารักกกก55555
    #171
    0
  19. #170 Andjune (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 22:52
    นี่แวมพ์พันปีรึเด็กน้อยสิบขวบเอ่ยยยยย ตื่นตาตื่นใจกับทุกอย่างรอบตัวแถมมีแอบหงอยอีกต่างหาก โถถถถถ เดี๋ยวให้นุองปลอบนะ
    #170
    0
  20. #165 Lalinpk (@pyds7774) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 21:59
    น่ารักจังเลย>///<ภาษาดีงามมากเลยค่ะ เหมือนอ่านนิายแปลเลยสนุกมากก ไรต์สู้ๆนะคะเก่งมากทุกคนเลยย
    #165
    0
  21. #163 Mmthw (@Mmthw) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 21:51
    อบอุ่นนนนน~
    #163
    0
  22. #158 Bbbbbbobi (@atom2745) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 13:45
    โอ่ย สนุกมากเลยค่ะ ถ้ามีรวมเล่มนี่อยากอุดหนุนเล่ย ชอบภาษามากๆๆ ต่อไวๆนะค้าบ
    #158
    0
  23. #157 bemym2on (@bemym2on) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 10:50
    คุณแวมไพร์ของเราน้อยใจเค้าซะแล้วล่ะค่ะ น่ารักจังง ต้องอดทนรอคุณซองอูเค้าอีกซักนิดนะ สู้ๆ แต่เงานั้นมันอะไรกันนะน่ากลัว อย่ามาทำร้ายซองอูนะ แง ;-; // สุขสันต์วันสงกรานต์เหมือนกันนะคะ เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่เสมอนะงับ ปิ้วๆ/ปาหัวใจใส่
    #157
    0
  24. #156 แม่ม๑น้oe (@kunlanid_far) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 00:28
    ให้เวลาซองอูหน่อยนะคุณแวมไพร์ ซองอูยังไม่เชื่อใจเต็มร้อย
    #156
    0
  25. #155 mhyunb (@mhyunb) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 00:28
    ชอบมากๆเลยยยย ซองอูน่ารักทิสุดดดด
    #155
    0