workurl1test
ดู Blog ทั้งหมด

ความเป็นห่วงของแม่

เขียนโดย workurl1test



หน้าประตูโรงเรียน วัดใจแม่

            เคยนึกภาพออกมั้ยเวลาเราไปส่ง-รับลูกที่โรงเรียน สิ่งใดที่เราได้เห็นนอกจากลูกเดินไปเข้าห้อง- ลูกวิ่งมาหาด้วยความดีใจ นอกจากความห่วงใยในระหว่างวันว่าลูกต้องพบเจออะไรบ้างในโรงเรียน ลูกต้องแก้ปัญหาต่างๆไปได้อย่างไร จะผ่านมันไปได้อย่างไร หรือแม้แต่ตอนไปรับกลับในขณะที่ลูกกำลังเล่าบรรยากาศระหว่างวันให้ฟังก็คอยจับผิดไปเรื่อยว่าครู เพื่อนในโรงเรียนหล่อหลอมลูกเราไปในทิศทางไหน ภาพที่ลูกเดินเข้าประตูโรงเรียนนั้นล้วนแต่กระชากใจผู้ปกครองเกือบทุกคนเมื่อต้องปล่อยมือให้เดินไปเพียงลำพัง

สิ่งใดที่ทำให้ความเป็นห่วงนั้นต้องกลายมาเป็นเรื่องวัดใจ

1.    โลกกว้างเกินไปหรือไม่สำหรับเด็ก การดำเนินชีวิตในโรงเรียน สิ่งนี้ก็เปรียบเสมือนการใช้ชีวิตของเด็กในสังคมเล็กๆของเราแต่ยิ่งใหญ่มากสำหรับเด็ก ทั้งๆที่ผู้ปกครองก็มั่นใจในตัวสถาบันการศึกษาแล้ว เลือกสรรมาแล้วว่าดีทีสุดแล้วตอบโจทย์เรียบร้อยแต่ทำไมยังคงต้องห่วง การที่เด็กเล็กๆสามารถดำเนินชีวิตผ่านไปได้ในแต่ละวัน เด็กต้องใช้ประสบการณ์ทั้งหมดที่มี นึกถึงคำสอนของผู้ปกครองที่คอยย้ำเตือนว่าการไปโรงเรียนนั้นคือหน้าที่ที่ต้องทำ  รวมไปถึงการเข้าไปสู่กระบวนการรักษากฎระเบียบของโรงเรียน หากผู้ปกครองยังคงเป็นห่วงกับเรื่องต่างๆก็คงทำให้การปล่อยมือในระยะเริ่มต้นชีวิตนั้นดำเนินไปได้ยาก ความไว้ใจในตัวลูกก็ถูกบั่นทอนลงไป ความเชื่อใจในการตัดสินใจของเด็กก็ด้อยลงไป ผู้ปกครองจะคอยจัดแจง อำนวยความสะดวกให้เสร็จสรรพ หากเป็นเช่นนี้ ต่อให้มีกฎมากมายเพียงไร การสั่งสอนที่มีมาจากที่บ้านก็ไม่เกิดผลและเด็กก็จะไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่านี่คือสังคม โลกภายนอกที่เขาต้องเจอเพราะก็ไม่ต่างอะไรกับการอยู่บ้าน

2.     การที่เด็กกล้าเดินจากมือไป เดินไปได้ด้วยตนเองนั้นจะใช่การเดินออกไปจากชีวิตหรือไม่ เมื่อเด็กมีความคิดเป็นของตนเอง เด็กมีความรับผิดชอบในระดับหนึ่ง ผู้ปกครองควรที่จะส่งเสริมความรู้สึกนั้นให้เด็กมีความมั่นใจว่าวันนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หากผู้ปกครองแสดงความไม่มั่นใจออกมา อาทิเช่น ถามเด็กว่าวันนี้หนูจะตั้งใจเรียนหรือไม่ หนูจะทำงานที่ครูสั่งได้ทันเวลาหรือไม่ เด็กก็จะคิดว่าที่ผ่านมาเขายังทำได้ไม่ดีพอ ยังคงทำให้ผู้ปกครองมีความเป็นห่วง เด็กจะรับรู้ได้ถึงความไม่มั่นใจที่ผู้ปกครองมี ทำให้เด็กต้องคิดทบทวนใหม่โดยไม่รู้ตัวว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นไปอีก การที่เด็กย้ำคิดย้ำทำในทุกๆวันย่อมก่อให้เกิดเป็นนิสัยที่ติดตัวว่าแต่ละวันจะผ่านไปได้ต้องให้ผู้ปกครองมั่นใจในตัวเขาเท่านั้นไม่ใช่เพียงตัวเขาที่พอใจกับการตัดสินใจแก้ปัญหาในแต่ละเรื่อง อาทิ ครู เพื่อนในห้อง เพื่อนสนิท จนไปถึงบุคลากรในโรงเรียนที่เขาต้องเจอ ทำให้เด็กกลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจไปในที่สุด

3.    ความรู้สึกผิดที่คิดว่ายังทำให้ลูกดีไม่พอ ในบางเรื่องที่นอกเหนือจากการควบคุมได้ ตัวแปรต่างๆที่เกินคาดคิด อาทิ เมื่อลูกเดินไปแล้วรองเท้าเกิดหลุด ผมเผ้าเมื่อเดินไปไกลแล้วทำไมดูยุ่งเหยิง เสื้อผ้าที่ใส่สีทำไม่สดเหมือนลูกคนอื่น หรือแม้แต่บังเอิญได้เห็นว่าเด็กในห้องคนอื่นสามารถอ่านออกเขียนได้มากกว่า การเปรียบเทียบกับเรื่องต่างๆ อาทิ เรื่องการเรียน สิ่งของที่ลูกใช้กับลูกคนอื่นที่มี ความสามารถนั้นๆที่เด็กยังทำไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้บั่นทอนความรู้สึกว่าทำดีที่สุดแล้ว การเปรียบเทียบกับครอบครัวอื่นไม่ได้หมายถึงว่า สิ่งที่เราทำให้ลูกนั้นไม่ดีในแต่ละเรื่อง ดีบ้างไม่ดีบ้าง ผู้ปกครองควรที่จะยอมรับความจริงว่าในโลกนี้ไม่มีใครดีที่สุดจนไปถึงความน้อยเนื้อต่ำใจในเรื่องฐานะของตนเอง หากผู้ปกครองยังผ่านข้อนี้ไปได้ ผลกระทบที่มีต่อลูกนั้นจะกลายเป็นว่าลูกก็ด้อยค่าไปกว่าคนอื่นด้วยเช่นกัน

การแก้ไข

-          ผู้ปกครองควรที่จะมั่นใจในสถาบันการศึกษานั้นๆว่าเป็นที่น่าพอใจแล้ว เนื่องจากได้ตัดสินใจเลือกแล้ว ยอมรับในกฎของโรงเรียนด้วยเช่นกัน ร่วมรักษากฎนั้นไปพร้อมกับบุตร

-          ผู้ปกครองควรที่ให้เกียรติในการตัดสินใจของเด็ก มีความมั่นใจในตัวเด็ก

-          ผู้ปกครองควรที่จะบอกตัวเองในทุกครั้งที่มีการปล่อยมือว่าเด็กจะสามารถดำเนินชีวิตไปได้ด้วยตัวเอง

-          ไม่ก้าวก่ายการตัดสินใจของเด็กและพร้อมรับฟังไม่ว่าเด็กจะพูดอะไรที่เราคิดว่าไร้สาระแต่ในใจความนั้นๆเด็กจะแสดงออกมาด้วยความภูมิใจว่าเขาได้ผ่านมันมาได้

ความวิตกกังวลต่างๆคงมีได้ตามเหตุผลของความห่วงใยแต่หากมากไปก็หมายถึงเราได้เข้าไปในอีก1ชีวิตไปเป็นเงาของใครคนหนึ่งซึ่งทั้งๆที่รู้ว่าไม่สามารถทำได้ ครั้นเมื่อแสงดับลงเงานั้นก็หายไปจึงควรที่จะเลือกว่า เราจะอยู่เป็นแสงให้เกิดเงาหรือเป็นเงาที่รอเวลาหายไปตามแสง ในเมื่อเราไม่สามารถอยู่หรือควบคุมอะไรได้ในทุกๆเรื่องของเด็กจึงควรที่วัดใจกันไปว่า เด็กดีได้ดังใจเราหรือเราสอนไปดีแค่ไหน

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น