![]()
เลี้ยงลูกให้ชนะความโกรธด้วยเหตุผล
เมื่อลูกน้อยต้องไปโรงเรียน สิ่งที่พ่อ แม่ เป็นกังวลมากก็คือ การปรับตัวของลูก ส่งลูกแล้วก็มานั่งกังวลกันใช่ไหมคะ ลูกจะเล่นกับเพื่อนได้ไหม ลูกจะกินนม กินข้าวไหม ลูกจะนอนหลับไหม ฯลฯ แล้วก็มานั่งใจจดใจจ่อว่า เมื่อไหร่จะถึงเวลาไปรับลูก ไม่ทราบว่าคุณแม่ทั้งหลายเป็นเหมือนดิฉันไหมคะ พอไปรับลูกวันนี้ไม่มีอะไรลูกเริ่มเข้ากับเพื่อนได้ หายห่วงไปหนึ่งวัน พรุ่งนี้ว่ากันใหม่
แล้วก็มีเรื่องจนได้ค่ะ วันหนึ่งไปรับลูก คุณครูบอกว่าลูกถูกเพื่อนกัดแขน เป็นรอยฟันสี่ซี่เลย คุณครูบอกว่าลูกไม่หนี ไม่ร้องไห้ ปล่อยให้เพื่อนกัดโดยที่ตัวเองยืนอยู่นิ่งๆ ดิฉันก็ได้ถามคุณครูว่า เด็กเขามีเรื่องอะไรกันเขาถึงทำร้ายกัน คุณครูบอกว่าเด็กคนที่กัดลูกดิฉัน จะเป็นเด็กที่ชอบหมั่นเขี้ยวคนอื่น ไม่มีเรื่องอะไรเขาอยากกัดใครก็เดินไปกัดเลย แต่เด็กคนอื่นจะโวยวาย คุณครูก็จะไปช่วยได้ทัน ลูกดิฉันไม่โวยวายคุณครูเลยไม่เห็น พอกลับมาถึงบ้านดิฉันก็ได้คุยกับลูก ลูกยังป้องกันตัวเองไม่ได้ ถ้าเพื่อนมากัดอีกลูกต้องร้องบอกคุณครูนะจ้ะ หลังจากนั้นลูกดิฉันก็โดนเพื่อนคนนี้กัดเกือบทุกวัน มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่วัน สอบถามคุณครูก็ได้ความว่า ลูกดิฉันไม่รู้จักป้องกันตัวเอง เพื่อนกัดก็ปล่อยให้กัดไม่ทำอะไรเลย ดิฉันเริ่มกังวลมากขึ้น ถามลูกว่าทำไมถึงปล่อยให้เพื่อนกัดอย่างนั้น ลูกตอบดิฉันว่า ไม่กล้าทำอะไรกลัวพ่อเพื่อนจะตี แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพ่อเพื่อนหละลูก ลูกบอกว่าเพื่อนบอกถ้าลูกทำอะไรเขา เขาจะให้พ่อเขามาตีลูกดิฉัน เมื่อคุณพ่อรู้สาเหตุที่ลูกปล่อยให้เพื่อนกัด เขาก็บอกลูกโดยความโมโหว่า ต่อไปถ้าเพื่อนมันกัดอีก ต่อยหน้ามันเลยลูกพ่อจะไปคุยกับพ่อเพื่อนเอง ตัวดิฉันเองก็ไม่ได้ว่าอะไรในตอนนั้น เพราะรู้สึกว่าสงสารลูก นึกไม่ออกว่าจะจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างไร
หลังจากนั้นอีกไม่ถึงอาทิตย์ คุณครูโทรศัพท์มาหาดิฉันว่า ลูกดิฉันขว้างไม้ใส่เพื่อนคนที่เคยกัดเขา เกือบถูกตาเพื่อนเลย ให้ดิฉันไปรับลูกกลับบ้านด้วย ดิฉันก็รีบไปรับลูกที่โรงเรียน วันนั้นรู้สึกว่าไม่อยากจะคุยกับคุณครูเลย เพราะรู้สึกว่าคุณครูจะกลัวผู้ปกครองของเด็กคนนั้นมาก แต่ส่วนหนึ่งดิฉันก็คิดว่าลูกเราเริ่มเก็บอารมณ์ไม่ได้แล้ว วันนั้นไปรับลูกก็ได้แต่กอดเขา บอกว่าแม่รักลูกนะจ้ะ วันรุ่งขึ้นไม่ให้ลูกไปโรงเรียน มีเวลาอยู่กับลูก ก็ค่อยๆ สอนลูก ก็ได้ถามลูกว่า ลูกคิดยังไงถึงขว้างไม้ใส่เพื่อน ลูกบอกว่าลูกโกรธที่มันมากัดลูก แต่ก่อนลูกไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวเพื่อนไปฟ้องพ่อเพื่อน แต่ตอนนี้ลูกไม่กลัวแล้วเพราะคุณพ่อบอกว่า คุณพ่อจะไปคุยกับพ่อเพื่อนเอง (เห็นไหมล่ะคะ พอมีคนหนุนหลังลูกเลยไม่กลัวอีกแล้ว) ดิฉันเริ่มเห็นแววว่าถ้าลูกคิดแบบนี้ ต่อไปคงไม่เกิดผลดีกับลูกแน่นอน จึงถามลูกกลับไปว่า
แม่ : ถ้าวันนั้นไม้ที่ลูกขว้างใส่เพื่อนมันถูกตาเพื่อนอะไรจะเกิดขึ้นบ้างจ้ะ
ลูก : เพื่อนบาดเจ็บ เพื่อนตาบอด
แม่ : แล้วพ่อ แม่ ของเพื่อนเขาจะทำยังไงกับลูกแม่
ลูก : พ่อเขาคงโกรธลูก ตีลูก ด่าลูก ให้ตำรวจมาจับลูกเข้าคุก
แม่ : แล้วถ้าเป็นลูกแม่ถูกเพื่อนขว้างไม้ถูกตาบอด แม่จะเป็นยังไงบ้าง
ลูก : แม่ก็มีลูกตาบอด
แม่ : แล้วแม่จะเสียใจไหมจ้ะ ที่ลูกตาบอด
ลูก : พ่อกับแม่คงเสียใจ
แม่ : แล้วตัวลูกเองจะรู้สึกยังไง ที่ตัวเองกลายเป็นคนตาบอด
ลูก : (นิ่งอยู่นานไม่ตอบ)
แม่ : ว่าไงจ้ะ ลูกจะเป็นยังไงถ้าลูกตาบอด
ลูก : ลูกคงไม่ได้เรียนหนังสือ ลูกมองไม่เห็น แล้วลูกก็จะตาย
แม่ : กอดลูกแน่น แล้วบอกลูกว่า เห็นไหมจ้ะลูก แค่ลูกโกรธแล้วผลของความโกรธมันเป็นยังไง
มันน่ากลัวนะจ้ะ ความโกรธมันทำให้เราต้องทำร้ายเพื่อน เรามาทำข้อตกลงกันดีกว่า ถ้าลูกถูกเพื่อนกัด
อีก ลูกจะทำยังไงบ้างจ้ะ
ลูก : ลูกจะร้องดังๆ ว่าเพื่อนกัด ลูกจะไม่อยู่ใกล้เพื่อนคนนี้
แม่ : ดีมากจ้ะลูก เราจะไม่ทำร้ายเพื่อนนะจ้ะ
ลูก : ครับ
เป็นอันว่าวันนั้น ลูกก็ได้เห็นผลเสียของความโกรธ และเขาก็ได้เรียนรู้วิธีที่จะเอาตัวรอดจากเพื่อน พ่อ แม่ ทั้งหลายเราต้องหาวิธีให้ลูกได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง เราต้องสะท้อนให้เขาเห็นผลที่จะเกิดขึ้น ถ้าเขาทำอะไรลงไปด้วยความโกรธ ขอให้พ่อ แม่ ทุกท่านมีความสุขกับลูกน้อยนะคะ
ความคิดเห็น