workurl1test
ดู Blog ทั้งหมด

วิธีรับมือกับพัฒนาการของเด็กวัย 5 ปี

เขียนโดย workurl1test


วิธีรับมือกับพัฒนาการของเด็กวัย
5 ปี

 

          ดิฉันอยากจะถ่ายทอดประสบการณ์การที่ได้อยู่กับเด็กวัย 5 ปี ที่มีทั้ง ความสนุก ความตลก ความน่ารัก มีความสดใสไร้เดียงสา แต่บางครั้งก็มีทั้งความน่าเบื่อ น่าโมโห น่าตีผสมปนเปกันไป คงต้องทำใจหน่อยเพราะมันเป็นธรรมชาติของเด็กทั่วๆไป เราจึงต้องมีวิธีที่จะรับมือกับเจ้าตัวเล็ก ดิฉันเองก็มีลูกที่กำลังอยู่ในวัย 5 ปี จากการที่ได้ใกล้ชิดกับลูก ดิฉันคิดว่าช่วงวัยนี้เราต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพราะเป็นวัยที่ก้ำกึ่งจากสิ่งที่ไม่รู้ไปสู่สิ่งที่กำลังเรียนรู้  

            1.ลูกเริ่มมีความอยากรู้อยากเห็น ถามทุกเรื่องที่อยากรู้ บางคำถามก็ไม่มีสาระอะไร บางคำถามก็น่าสนใจ เมื่อลูกมีคำถามถือว่าเป็นข้อดี ที่ลูกกล้าที่จะถามในสิ่งที่ไม่เคยรู้ ลูกมักจะเกิดคำถามแปลกๆขำๆมาถามเสมอ  เมื่อเราตอบคำถามหนึ่งจบไป ลูกก็มักจะมีคำถามต่อไปอีกเรื่อยๆไม่จบ บางทีก็เหนื่อยที่จะตอบเหมือนกัน ในบางครั้งก็ถามในสิ่งที่เราเองก็ตอบไม่ได้อธิบายไม่ถูก ก็มีแอบลืมๆหรือแกล้งไม่ตอบบ้าง  ซึ่งก็ไม่ได้ทำบ่อยนัก เพราะเราเองจะต้องพยายามหาคำตอบให้ได้เวลาลูกมีคำถาม  เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาทางด้านความคิด และการรับรู้ของลูกที่มีความสำคัญมาก ถ้ารับรู้ในสิ่งผิดลูกก็จะจดจำในสิ่งที่ผิดตลอดไป  

             2.เริ่มที่จะมีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น จนบางทีกลายเป็นความรั้นไม่ค่อยอยากจะเชื่อในสิ่งที่เราบอก หรือเราห้าม (แบบยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ) ฉะนั้นเราก็ต้องค่อยๆสอนและทำความเข้าใจกับลูก พูดให้เข้าใจด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายๆ หรือใช้วิธียกตัวอย่างให้เห็นภาพเพื่อที่จะได้เข้าใจง่ายขึ้น หรือบอกถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมา หรือบางครั้งเราก็ต้องยอมปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้เอง ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องแลกกับการเจ็บตัวเล็กๆน้อยๆบ้าง เพื่อที่ลูกจะได้จดจำเป็นบทเรียนจะได้ไม่กล้าทำอีก

ในบางครั้งถ้าความคิดของลูกเป็นความคิดที่ถูก เราก็ต้องคอยส่งเสริมต่อยอดความคิดให้กับลูกด้วย อย่าคิดว่าเป็นความคิดของเด็กแล้วไม่ได้สนใจ

            3.เริ่มมีความสับสนเกี่ยวกับเรื่องของความหมายของศัพท์บางคำ เพราะจะเริ่มมีศัพท์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายของกริยาท่าทางต่างๆที่ได้เห็นว่ามีความหมายว่ายังไง ทำให้การโต้ตอบพูดคุยกันไม่เข้าใจ ในบางครั้งเวลาพูดกับเราว่าจะทำอีกอย่างแต่กลับทำอีกอย่าง เพราะเกิดจากความเข้าใจผิดในเรื่องของความหมาย บางครั้งกลายเป็นคุยกันคนละเรื่อง เราจึงต้องพยายามอธิบายให้ลูกได้เข้าใจความหมายที่ถูกต้อง (ต้องอาศัยความใจเย็นนิดหน่อยด้วยในการอธิบาย)

            4.ด้านอารมณ์ของลูกมักจะเปลี่ยนแปลงง่าย และรวดเร็วมากจนบางที่เราเองก็ไม่เข้าใจและปรับอารมณ์ตามไม่ทัน เช่นบางทีลูกนั่งเล่นอยู่ดีๆคนเดียวก็เกิดอารมณ์เสียขึ้นมา แบบไม่รู้สาเหตุไม่มีเหตุผล เพราะลูกจะแสดงออกมาตามธรรมชาติ เพราะลูกจะยังไม่รู้จักระงับอารมณ์ตัวเองได้

เรื่องของอารมณ์เป็นเรื่องสำคัญมาก เราจะละเลยไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะกลายเป็นอารมณ์ที่จะติดตัวลูกไปจนโตได้  เราต้องคอยอธิบายให้ลูกได้เข้าใจว่าอารมณ์แบบไหนที่ดีควรทำและอารมณ์แบบไหนที่ไม่ดีไม่ควรทำ  แต่ต้องอธิบายทุกครั้งตอนที่ลูกแสดงอารมณ์ออกมาทันที  

มีตัวอย่างของลูกดิฉันเองคือ เริ่มจะแสดงอารมณ์โมโหไม่พอใจเมื่อไม่ได้ดั่งใจ เหมือนพูดไม่รู้เรื่องไม่ยอมเข้าใจอะไรเลย  ส่วนตัวดิฉันมี 2 วิธีที่กำราบลูก คือ ปล่อยให้ลูกนั่งทำใจสักพักแล้วอธิบายให้ลูกฟังว่าการโมโหไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นซึ่งลูกก็จะยอมรับและเข้าใจสัญญาว่าไม่ทำอีก แต่ถ้าไม่ฟังก็ใช้วิธีที่ 2 คือกำราบด้วยไม้ ฟังดูเหมือนคุณแม่ใจร้าย แต่บางครั้งเราจำเป็นต้องมีขู่บ้างเพื่อลูกจะได้ไม่ทำอีก

เด็กในวัย 5 ปีถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการขั้นแรกที่มีความสำคัญมาก เข้าใจยากกว่าเด็กในวัยอื่นๆ ฉะนั้นเราจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับพัฒนาของลูกที่จะเกิดขึ้น เพื่อจะได้เป็นพื้นฐานที่ดีให้กับลูก ดังนั้นเราจึงต้องให้เวลากับลูกเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา รวมทั้งต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพราะลูกมักจะจดจำและทำตามสิ่งแวดล้อมที่ได้เห็นอันดับแรกเป็นแนวทางในการปฏิบัติเสมอ

 

               

 

หมอนหลุม , พัดลมมือถือ , หมอนผ้าห่ม

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น