
สารพัดปัญหาการใช้ยาผิด
ตอน...วัยรุ่นวุ่นรัก (2)
การแก้ปัญหาหลังจากพบว่าเด็กได้ตั้งครรภ์แล้ว คงจะแนะนำได้ว่าให้คุยกันในครอบครัวเพื่อทำความเข้าใจปัญหาและความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หากถึงขั้นนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็คงต้องเปิดใจแล้วล่ะค่ะ เพราะการพยายามเอาผิดกับเด็ก ลงโทษต่าง ๆ นานา ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ปกติแล้วเด็กก็มีวุฒิภาวะและความอดทนน้อยกว่าผู้ใหญ่ การกดดันเด็กมากเกินไปอาจนำไปสู่เรื่องเศร้าอื่น ๆ ตามมาได้ หากเราหันหน้าเข้าหากัน ยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น คอยประคับประคองลูก ให้ลูกได้เรียนรู้ความผิดพลาดในครั้งนี้และเก็บไว้เป็นบทเรียน และเมื่อพร้อมให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและฝากครรภ์จะดีกว่าค่ะ
การพยายามหาทางทำแท้งด้วยการกินยาสตรีไม่ได้ช่วยให้ขับเด็กออกมาได้ตามที่หลายคนคิดนะคะ นอกจากไม่ช่วยให้ทำแท้งได้สำเร็จแล้ว ยาสตรีส่วนใหญ่จะมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมเพื่อทำละลายตัวยาสำคัญจากพืชสมุนไพรที่จำเป็นอื่น ๆ ในตำรับ ซึ่งแอลกอฮอล์นี่ล่ะค่ะ เป็นของต้องห้ามสำหรับสตรีมีครรภ์กันเลยทีเดียว เพราะมีการศึกษาแล้วพบว่ามีโอกาสทำให้เด็กในครรภ์พิการได้นั่นเอง (พิการแต่ยังอยู่ในท้องนะคะ ไม่ได้ช่วยกระตุ้นให้มดลูกบีบตัวเพื่อขับเด็กออกมา)
หลายคนอาจจะหาวิธีทำแท้งโดยการไปซื้อยาทำแท้งมาใช้โดยตรง นี่ก็อันตรายอีกเช่นกันค่ะ ปกติยาในกลุ่มที่ช่วยในการบีบตัวของมดลูกนี้ จะมีใช้กันเฉพาะในโรงพยาบาล และต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น เนื่องจากยามีผลข้างเคียงที่อาจเป็นอันตรายได้ เช่น อาจเกิดอาการเจ็บปวดและตกเลือดมาก หรือมดลูกแตก และเสียชีวิตได้ จึงควรใช้โดยอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด การซื้อมาใช้เองมีความเสี่ยงมากจริง ๆ ค่ะ โดยเฉพาะเมื่อซื้อมาแอบใช้โดยไม่มีใครดูแลอย่างใกล้ชิด (ซึ่งเด็กส่วนใหญ่อาจจะทำแบบนี้เพราะน้อยคนที่จะกล้าบอกให้ผู้ปกครองทราบ)
การรับประทานยาคุมฉุกเฉินในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันก็เป็นอีกทางหนึ่งค่ะ ที่ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ เราต้องรับประทานให้ถูกวิธีจึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด นั่นคือ รับประทาน 2 เม็ดพร้อมกัน หลังมีเพศสัมพันธ์ให้เร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับตั้งแต่ชั่วโมงที่มีเพศสัมพันธ์ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ยืดหยุ่นได้ถึง 120 ชั่วโมง หรือราว ๆ 5 วันค่ะ แต่รับประทานยิ่งเร็วจะยิ่งมีประสิทธิภาพดีกว่า หรือจะรับประทานแบบวิธีเดิมก็ได้ค่ะ คือ 1 เม็ดหลังมีเพศสัมพันธ์ ภายใน 72 ชั่วโมง และหลังจากนั้นอีก 12 ชั่วโมง รับประทาน 1 เม็ดที่เหลือ แต่วิธีแรกจะสะดวกกว่านะคะ ป้องกันการลืมกินยาได้ ซึ่งวิธีการรับประทานแบบ 2 เม็ดพร้อมกันไปเลยนี้ได้รับการศึกษาวิจัยมาแล้วว่ามีประสิทธิภาพเท่ากับแบบรับประทานแยกเม็ด องค์การอนามัยโลกก็เปลี่ยนมาแนะนำวิธีกินแบบนี้แล้วด้วย (แต่ทำไมบนฉลากยาของไทยยังระบุวิธีกินแบบเก่าก็ไม่ทราบนะคะ ทำให้คนกินสับสนกันโดยไม่จำเป็น)
บางคนไม่ต้องการรับประทานยาคุมฉุกเฉิน โดยเปลี่ยนเป็นใช้วิธีนับระยะปลอดภัย หรือที่เรียกกันติดปากว่า “หน้าเจ็ดหลังเจ็ด” วิธีนี้จะนับจากวันแรกที่ประจำเดือนมา นับไปข้างหน้า 7 วัน และย้อนหลังไป 7 วัน จึงจะเป็นระยะที่ปลอดภัยหากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ววิธีนี้เป็นวิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ที่เสี่ยงที่จะผิดพลาดได้มากค่ะ เนื่องจากรอบเดือนของคนเราส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะคลาดเคลื่อนได้เสมอ อาจจะมีไข่ตกออกมาจากรังไข่ พร้อมปฏิสนธิเร็วหรือช้ากว่าปกติได้ทั้งนั้น จึงไม่เหมาะที่จะใช้วิธีนี้เป็นวิธีคุมกำเนิด
การใช้ถุงยางอนามัยก็เป็นทางที่สะดวกทางหนึ่งค่ะ เพราะเป็นวิธีที่ไม่ต้องมีการกินยาใด ๆ เข้าสู่ร่างกาย และมีประโยชน์ที่วิธีอื่น ๆ ไม่มี คือ สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย เดี๋ยวนี้ปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นปัญหาระดับชาติไปแล้วค่ะ อย่างเช่น บางครั้งติดเชื้อไปแล้ว อาจต้องเป็นโรคตลอดชีวิต เช่น เป็นโรคเอดส์จากการติดเชื้อ HIV นั่นเอง แต่วิธีนี้ก็มีข้อจำกัดตรงที่ต้องทำก่อนการมีเพศสัมพันธ์ซึ่งบ่อยครั้งที่เราจะเห็นว่าเรามักจะลืมหรือละเลยการใช้ถุงยางอนามัย เนื่องจากหลายคนอาจไม่ชอบการใช้ถุงยางอนามัยหรือลืมซื้อมาเก็บไว้ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของน้องผู้หญิงแล้วล่ะค่ะ ที่จะต้องทวงถามอาวุธลับชิ้นนี้ทุกครั้งก่อนการมีเพศสัมพันธ์
หากใช้ถุงยางอนามัยไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะยังปลอดภัยอยู่หรือไม่ อาจทดสอบดูการฉีกขาดของถุงยางโดยการนำถุงยางไปใส่น้ำจากก๊อก แล้วถือโดยรวบปากถุงยางไว้ สังเกตดูว่ามีน้ำไหลออกมาตามจุดไหนบ้าง ถ้ามีก็แสดงว่ามีการฉีกขาด อย่ารอช้าค่ะ รีบไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินให้เร็วที่สุดเลยดีกว่า
ผู้ชายบางคนไม่ชอบใช้ถุงยางอนามัย มักจะบอกฝ่ายหญิงว่าจะหลั่งข้างนอกแทน อย่าวางใจค่ะ เพราะถึงแม้ว่าจะหลั่งข้างนอกแล้ว ก็เสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ได้อยู่ดี เนื่องจากเชื้ออสุจิสามารถเล็ดลอดออกมาได้ตลอดโดยที่ฝ่ายชายไม่รู้ตัว ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นช่วงที่ถึงจุดสำคัญที่สุดของการมีเพศสัมพันธ์ค่ะ และเชื้ออสุจิเมื่ออยู่ในช่องคลอดสามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน 2-3 วันเลยทีเดียว
การป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร พ่อแม่มีส่วนสำคัญนะคะที่จะช่วยให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการปรับตัวและการปฏิบัติตัวของลูกเมื่อเจอคนที่ถูกใจ และควรจะเปิดใจให้กว้างหากตัวเองต้องเจอปัญหาที่เกิดจากความพลาดพลั้งของเด็กเข้าวันใดวันหนึ่ง วิธีการที่แนะนำข้างต้นจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ในการมีเพศสัมพันธ์ได้ดีค่ะ แต่ก็ต้องระลึกไว้เสมอค่ะว่า จะช่วยป้องกันได้เมื่อใช้อย่างถูกต้องและถูกเวลา อย่าลืมค่ะว่า ปัญหาทุกอย่างของเด็กแก้ได้ด้วยความรักความเอาใจใส่ของคนในครอบครัวเป็นสำคัญนะคะ
หมอนหลุม , พัดลมมือถือ , หมอนผ้าห่ม , หมอนหัวทุย , เก้าอี้หัดนั่ง
ความคิดเห็น