เจาะลึกยอดคนในประวัติศาสตร์สามก๊ก (พิมพ์แล้วใน จดหมายเหตุสามก๊ก)

  • 90% Rating

  • 2,836 Vote(s)

  • 389,766 Views

  • 1,581 Comments

  • 900 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    760

    Overall
    389,766

ตอนที่ 24 : กวนอู หยุนฉาง (Guan Yu)- มนุษย์ผู้กลายเป็นเทพเจ้า (1) ปรับปรุงเนื้อหาสำคัญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    10 ธ.ค. 58




กวนอู หยุนฉาง
"มนุษย์ผู้กลายเป็นเทพเจ้า"

         เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์...พูดแล้วเชื่อว่าคนที่อ่านสามก๊กทุกคนต้องรู้ว่าหมายถึงใคร

         ชายผู้นี้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นไม่เหมือนใคร หน้าที่แดงฉาน เคราที่ยาวถึงเอว รูปร่างอันสูงใหญ่ พละกำลังอันมหาศาลราวกับคนพันคน และคุณธรรมประจำตัวที่พร้อมจะต่อกรกับชนชั้นอำนาจ ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงพี่น้องร่วมสาบานของเล่าปี่ นามว่ากวนอู หยุนฉางได้เป็นอย่างดี

         กวนอูจัดเป็นตัวละครที่พิเศษหนึ่งเดียวในสามก๊ก ที่ถูกเรียกด้วยคำว่า "กง" ต่อท้ายชื่อเป็น   "กวนกง" อันเป็นเกียรติสูงสุดที่คนธรรมดาได้รับ เพราะการใช้คำว่ากงต่อท้ายนั่น ทางวงการวรรณกรรมจีนจะถือว่าเป็นการยกย่องว่าคนผู้นั้นว่ามีระดับเท่าเทียมกับเทพเจ้า

         ทำไมเขาถึงได้กลายเป็นเทพ นั่นเพราะว่าเขาได้รับการยกย่องว่ามีความซื่อสัตย์มากที่สุดในเรื่องสามก๊ก ซึ่งความซื่อสัตย์นี่คนจีนถือว่าเป็นคุณธรรมขั้นสงสุด

         แต่ก็มีคนถามกลับมามากทีเดียวว่า ในเรื่องสามก๊กนี้ก็มีคนตั้งมากมายที่แสดงให้เห็นว่ามีความซื่อสัตย์ภักดี ชนิดยอมถวายชีวิตได้ แล้วทำไมพวกเขาเหล่านั้นถึงไม่ถูกยกให้เป็นเทพเจ้าบ้าง

         ทำไมจึงเป็นกวนอูเพียงผู้เดียวที่ถูกยกย่องขนาดนั้น ในหนังสือสามก๊กนั้นมีการกล่าววิจารณ์ผู้คนมากมายไม่ว่าจะเล่าปี่ โจโฉ ขงเบ้ง แต่ทำไมมีเฉพาะกวนอูที่ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่ไม่มีรอยด่างพร้อย มีแต่การเชิดชูอย่างยิ่งใหญ่ แม้แต่ในหนังสือสามก๊กฉบับวิจารณ์ที่แปลและเรียบเรียงโดยคุณวิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์ ซึ่งเป็นหนังสือปกแข็งสีแดง 4 เล่มใหญ่ ที่มีรายละเอียดต่างในเรื่องมากที่สุดพร้อมคำวิจารณ์อันแสนจะละเอียดยิบนั้น ในส่วนที่เป็นคำวิจารณ์จากผู้รู้ของทางฝั่งคนจีน เท่าที่ผมอ่านมา ท่านมีการวิจารณ์ถึงด้านดีด้านแย่ของตัวละครทุกตัว แม้ว่าจะค่อนข้างเข้าข้างฝ่ายเล่าปี่อยู่มาก แต่ก็ยังมีวิพากษ์อยู่ไม่น้อย ยกเว้นเพียงคนเดียวที่เขาไม่เคยพูดในทางเสียหายนั่นคือกวนอู 

         คิดว่าคนจีนเองคงจะลืมไปแล้วว่ากวนอูเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีข้อดีข้อเสียและข้อผิดพลาดได้ หากแต่เพราะความเชื่อและจิตสำนึกในความเป็นเทพเจ้าของกวนอูนั้นมันฝังแน่นลึกในความคิดของคนจีนจนยากจะเปลี่ยนแปลงได้

         แต่หากมองจากมุมของคนในประเทศอื่น ภาพลักษณ์ของกวนอูถือว่าเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในหมู่คนที่ศึกษาสามก๊กอย่างจริงจัง เช่นในไทย ญี่ปุ่น และฮ่องกง

         และต่อจากนี้คือเรื่องราวของนักรบผู้หนึ่งที่กลายเป็นเทพเจ้า

..........................................................................................................................................................


จากจดหมายเหตุชีวประวัติกวนอู โดยเฉินโซ่ว

(Biography of Guan Yu)

 

            กวนอู หรือ กวนอวี่ (Guan Yu) ชื่อรอง หยุนฉาง (Yunchang) เฉินโซ่วบันทึกว่ามีนามเดิมว่าฉางเซิ่ง (Changsheng) เกิดปีค.ศ.162 เป็นชาวตำบลเจยเหลียง เมืองเหอตงหรือโกกุ๋น บริเวณทางเหนือของจีน เฉินโซ่วบันทึกในจดหมายเหตุว่า กวนอูในวัยหนุ่มต้องหนีการตามล่าจากเจ้าหน้าที่ในเมืองจั๋วะ (เชื่อว่าก่อเหตุฆ่าคน) จนกระทั่งได้มาพบกับเล่าปี่

            ปีค.ศ.184 เมื่อเล่าปี่เกณฑ์ไพร่พลที่บ้านเกิดของตนเพื่อตั้งกองทหารอาสาปราบโจรผ้าเหลือง ก็ได้ชักชวนกวนอูและเตียวหุยให้มาร่วมด้วย ทั้งสองคนจึงได้เข้าช่วยเหลือเล่าปี่ทำศึกในสมรภูมิมานับแต่นั้น ต่อมาเมื่อเล่าปี่ได้รับแต่งตั้งเป็นนายอำเถอผิงหยวน กวนอูและเตียวหุยก็ได้กลายเป็นผู้ช่วยเหลือคนสำคัญอยู่ข้างกายเล่าปี่เรื่อยมา

            เฉินโซ่วบันทึกในจดหมายเหตุว่า เล่าปี่ กวนอู และเตียวหุย มีความสนิทสนมกันประดุจพี่น้อง ทั้งสามคนจะนอนร่วมเตียงเคียงหมอนกันเสมือนพี่น้อง ไม่ว่าเล่าปี่จะยืนหรือนั่ง ก็จะมีกวนอูยืนเคียงข้างกายอยู่ตลอดเวลา เขาพร้อมติดตามเล่าปี่ไปทุกสถานที่ ไม่ว่าจะต้องเผชิญอันตรายเพียงใดก็ตาม กวนอูมีความศรัทธาและเคารพเล่าปี่อย่างสูง ไม่ว่าจะเผชิญภยัตรายเพียงใดเขาก็จะไม่หนีจากไป

            เผยซงจือแทรกเชิงอรรถจากบันทึกประวัติศาสตร์จ๊กก๊ก (สู่จี้) ซึ่งได้บันทึกว่า เมื่อเล่าปี่และโจโฉร่วมกันปิดล้อมลิโป้ที่เมืองแห้ฝือ กวนอูได้ออกปากกับโจโฉว่า เขาอยากได้ตัวภรรยาของเฉินอี้หลู่ ซึ่งเป็นลูกน้องของลิโป้ มาตกแต่งเป็นภรรยาของตน โจโฉยอมรับปาก ภายหลังเมื่อปราบลิโป้ได้แล้ว กวนอูได้เอ่ยปากขอโจโฉถึงเรื่องนี้อีกหลายครั้ง โจโฉจึงเกิดความสงสัยว่าสตรีนางนี้มีความงดงามเพียงใด จึงได้เรียกตัวนางให้เข้าพบ และเมื่อได้พบแล้วโจโฉก็ถูกใจนางมากจึงตัดสินใจเก็บนางไว้เอง เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้แก่กวนอูมาก ซึ่งเหตุการณ์นี้มีบันทึกไว้ตรงกันกับในบันทึกประวัติศาสตร์ฝ่ายวุยก๊ก (เว่ยซื่อชุนชิว)

            ภายหลังเมื่อเล่าปี่ได้สังหารชื้อจิว เจ้าเมืองชีจิ๋ว (สวี่โจว) จากนั้นเล่าปี่ก็ให้กวนอูเข้าจัดการดูแลเมืองแห้ฝือ (เซียะผี) กวนอูจึงได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองชีจิ๋ว ส่วนเล่าปี่ก็ไปโยกกำลังทหารส่วนหนึ่งไปปกครองเมืองเสียวพ่ายแทน และนั่นเท่ากับว่าเล่าปี่ได้ประกาศตนเป็นกบฏต่อโจโฉนับแต่นั้น

            ปีค.ศ.200 (ตรงกับปีเจี้ยนอันที่ 5) โจโฉเคลื่อนทัพบุกโจมตีเล่าปี่ที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับอ้วนเสี้ยว โจโฉยังสามารถจับตัวกวนอูไว้ได้ แล้วแต่งตั้งให้กวนอูเป็นรองขุนพล “เพียนเจียงจวิน” พร้อมทั้งปฏิบัติต่อกวนอูด้วยการให้เกียรติอย่างสูง ฝ่ายอ้วนเสี้ยวได้ส่งขุนพลเอกงันเหลียงเข้าโจมตีแม่ทัพบูรพาเล่าเอี๋ยนที่ท่าข้ามไป่มา โจโฉจึงส่งเตียวเลี้ยวไปรับศึก

ฝ่ายกวนอูนั้นเห็นธงของทัพงันเหลียง จึงควบม้าบุกตะลุยเข้าสังหารงันเหลียงตายท่ามกลางกองทหารนับไม่ถ้วน แล้วหิ้วศีรษะของงันเหลียงกลับไป บรรดาขุนพลที่เหลือของทัพอ้วนเสี้ยวไม่อาจเป็นคู่มือของกวนอูได้ จึงจำต้องสลายการปิดล้อมที่ไป่มาไปโดยปริยาย

โจโฉมีความยินดีในผลงานครั้งนี้ของกวนอูมาก จึงแต่งตั้งให้กวนอูมีตำแหน่งเป็นขุนนาง พระยาพิทักษ์ฮั่น “ฮั่นโซ่วถิงโหว” (Marquis of Hanshouting)

            มีบันทึกอื่นเพิ่มว่า เมื่อแรกเริ่มที่กวนอูมาอยู่กับโจโฉนั้น โจโฉมีความยินดีเป็นอย่างมาก แต่ภายหลังโจโฉเริ่มรู้สึกว่ากวนอูจะอยู่กับตนไม่นานแน่ ดังนั้นจึงมีคำสั่งให้เตียวเลี้ยวว่า “ไปพูดจาเกลี้ยกล่อมและลองหยั่งความรู้สึกของกวนอูดูว่าเป็นเช่นไร”

เมื่อเตียวเลี้ยวได้โอกาสสนทนาเกลี้ยกล่อมกวนอูนั้น กวนอูก็ได้กล่าวว่า

“ข้ารู้อยู่เต็มอกว่า ท่านโจโฉได้ให้เกียรติต่อข้าเป็นอย่างสูง อย่างไรก็ตาม ท่านเล่าปี่ก็ปฏิบัติต่อข้าด้วยดีเสมอมาเช่นกัน ตัวข้าได้ให้สัตย์สาบานไว้แล้วว่าจะตายเพื่อท่านเล่าปี่ และจะไม่มีวันทรยศต่อคำสัตย์นั้นเด็ดขาด ดังนั้นข้าจะไม่อยู่ที่นี่ตลอดไป แต่ก่อนจากไปนั้นข้าจะขอทดแทนบุญคุณที่ท่านโจโฉมีให้ก่อน เช่นนั้นข้าจึงจะจากไปได้”

เตียวเลี้ยวนำคำของกวนอูไปบอกต่อโจโฉ และรู้สึกซาบซึ้งในคุณธรรมของเขายิ่งนัก

เผยซงจือแทรกเชิงอรรถจากบันทึกฟู้จื่อเกี่ยวกับเหตุการณ์ตอนนี้ไว้ว่า เตียวเลี้ยวต้องการนำข้อความของกวนอูไปบอกแก่โจโฉ แต่ขณะเดียวกันเขาก็กลัวว่าโจโฉจะสั่งประหารกวนอู แต่ถ้าหากเขาไม่นำข้อความเหล่านี้ไปแจ้ง มันก็จะไม่เป็นธรรมแก่โจโฉเช่นกัน ดังนั้นเตียวเลี้ยวจึงพูดกับตัวเองว่า

“ท่านโจโฉเป็นเจ้านายและเปรียบประดุจดั่งบิดา ส่วนท่านกวนอูนั้นเป็นเพียงพี่น้อง”

เมื่อเปรียบเทียบความสำคัญได้เช่นนี้ เตียวเลี้ยวจึงนำความของกวนอูไปแจ้งให้โจโฉทราบ

โจโฉเมื่อได้ฟังแล้วก็กล่าวยกย่องกวนอูให้เตียวเลี้ยวฟังว่า

“กวนอูยอมรับใช้ข้าโดยไม่ลืมคุณของนายเก่า เขาช่างเปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นยอดคนในหมู่ยอดคนโดยแท้ เช่นนั้นแล้วตัวเจ้า (เตียวเลี้ยว) คิดว่ากวนอูจะจากไปเมื่อใด”

เตียวเลี้ยวตอบกลับว่า “กวนอูได้รับความกรุณาจากนายท่าน ดังนั้นก่อนจากไป เขาจะหาทางตอบแทนบุญคุณของนายท่านก่อนแน่นอน”

          ต่อมาเมื่อกวนอูสังหารงันเหลียง สร้างผลงานสำคัญไปแล้ว โจโฉจึงรู้ว่ากวนอูจะต้องลาจากไปในไม่ช้า จึงพยายามประทานรางวัลและของกำนัลมากมายให้ แต่กวนอูมิได้ยอมรับ โดยการปิดผนึกของกำนัลเหล่านั้น เป็นการการแสดงออกว่าต้องการปฏิเสธของที่โจโฉประทานให้

จากนั้นกวนอูได้เขียนจดหมายแสดงคำขอบคุณทิ้งไว้ให้โจโฉ แล้วจึงเดินทางขึ้นเหนือเพื่อไปยังเขตอิทธิพลของอ้วนเสี้ยว ซึ่งกวนอูทราบว่าเล่าปี่อยู่กับอ้วนเสี้ยวในเวลานั้น บรรดาขุนพลของโจโฉรู้สึกไม่พอใจและต้องการไล่ตามกวนอูไป แต่โจโฉได้กล่าวห้ามไว้ว่า “แต่ละคนย่อมมีเจ้านายของตนเอง ดังนั้นอย่าขัดขวางเขาเลย”

            เผยซงจือได้แทรกเชิงอรรถ กล่าวถึงการแสดงออกของโจโฉครั้งนี้ว่า โจโฉนั้นแท้จริงแล้วต้องการดึงตัวกวนอูไว้ แต่เพราะโจโฉประทับใจความมีคุณธรรมของกวนอูอย่างมาก การที่เขาไม่ได้ส่งทหารไล่ตามกวนอูไปนั้น เป็นการเปิดโอกาสให้กวนอูได้แสดงคุณธรรม ดังเช่นนี้แล้ว ถ้าหากโจโฉมิได้เป็นจอมคนผู้มีจิตใจอันกว้างขวางแล้วจะสามารถกระทำเช่นนี้ได้อย่างไรเล่า นี่จึงนับเป็นคุณธรรมอันดีของโจโฉ 

            หลังจากนั้นไม่นาน เล่าปี่ได้ไปขอพึ่งพิงอยู่กับเล่าเปียวที่เมืองเกงจิ๋ว เมื่อเล่าเปียวถึงแก่กรรม โจโฉก็เคลื่อนทัพหมายบุกชิงเกงจิ๋ว ฝ่ายเล่าปี่จำต้องอพยพหนีข้ามแม่น้ำแยงซีลงไปทางใต้ เล่าปี่จึงสั่งให้กวนอูนำทหารและคนหลายร้อยคน แยกกำลังไปส่วนหนึ่งเพื่อขึ้นเรือแล้วไปสมทบกันที่เมืองกังเหลง ฝ่ายโจโฉส่งกำลังทหารไล่ติดตามไปจนถึงเตียงปัน ณ ทุ่งเตียงหยาง เมื่อเล่าปี่หนีข้ามแม่น้ำฮั่นจิ้นแล้วก็ได้พบกับกวนอูที่ตามมาสมทบ แล้วจากนั้นทั้งหมดก็ร่วมกันอพยพไปตั้งหลักอยู่ที่แฮเค้า

            เผยซงจือแทรกเชิงอรรถซึ่งอ้างอิงจากบันทึกประวัติศาสตร์จ๊กก๊ก (สู่จี้) เกี่ยวกับเรื่องหลังจากที่กวนอูมาสมทบกับเล่าปี่ในช่วงนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า เดิมทีก่อนหน้านี้ในช่วงที่เล่าปี่อยู่ทำงานกับโจโฉนั้น เล่าปี่ได้เคยออกร่วมล่าสัตว์กับโจโฉและพระเจ้าเหี้ยนเต้ ในครั้งนั้นกวนอูได้แนะนำให้เล่าปี่สังหารโจโฉทิ้งในระหว่างล่าสัตว์ แต่เล่าปี่กลับปฏิเสธ

ภายหลังเมื่อเผชิญเหตุการณ์มากมาย เล่าปี่ต้องขึ้นเรือหนีมาตั้งหลักที่แฮเค้า กวนอูได้กล่าวอย่างหัวเสียว่า “หากย้อนไปเมื่อครั้งก่อน ในระหว่างการล่าสัตว์นั้น ถ้าหากท่านยอมทำตามคำแนะนำของข้าแล้ว พวกเราคงจะไม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์อันยากลำบากเช่นในวันนี้”

เล่าปี่จึงกล่าวตอบว่า “นั่นล้วนเป็นการกระทำโดยคำนึงถึงบ้านเมืองเป็นหลัก หากฟ้าจะช่วยเหลือผู้มีใจเป็นธรรมแล้ว เจ้ามิอาจรู้ได้หรอกว่านี่อาจจะเป็นบททดสอบอันดีที่ฟ้าได้ประทานให้ก็เป็นได้”

(เล่าปี่ต้องการสื่อว่า เวลานั้นโจโฉยังมีความสำคัญต่อแผ่นดิน หากสังหารเวลานั้นย่อมไม่เป็นผลดี และหากพวกตนจะต้องประสบความยากลำบาก นั่นก็เป็นสิ่งที่สวรรค์มอบบททดสอบให้แก่ผู้ทรงคุณธรรม อีกแง่หนึ่งอาจหมายถึง หากสังหารโจโฉในเวลานั้นแล้วพวกตนหนีไม่รอด ก็ไม่คุ้มค่าเลย)

 ..............................................................................................................


อธิบายเสริม

            เกี่ยวกับเรื่องนี้ เผยซงจือได้แทรกบทวิจารณ์ว่า เมื่อครั้งที่เล่าปี่เคยร่วมกับตังสินและขุนนางคนอื่นๆวางแผนลับโค่นล้มอำนาจโจโฉ แต่ได้ประสบความล้มเหลวไปนั้น เผยซงจือได้วิจารณ์ว่า สาเหตุที่เล่าปี่กล่าวว่าการที่ไม่ยอมสังหารโจโฉในอดีตนั้นเป็นการกระทำเพื่อบ้านเมืองเป็นหลักนั้น เป็นเพราะเล่าปี่มีความเห็นว่าเวลานั้นโจโฉยังเป็นผู้ที่มีความสำคัญต่อแผ่นดิน จึงมิอาจสังหารได้ แต่แท้จริงคำกล่าวของเล่าปี่นี้ได้แฝงนัยยะอะไรไว้

เมื่อคำนึงว่า กวนอูได้เกลี้ยกล่อมเล่าปี่ให้พยายามสังหารโจโฉ แต่เล่าปี่ไม่ยอมทำตาม สาเหตุแท้จริงนั้นอาจมิใช่มาจากสาเหตุที่เล่าปี่บอกว่าโจโฉยังเป็นผู้มีความสำคัญต่อบ้านเมือง ดังนั้นจึงยังไม่สมควรตาย แต่สาเหตุแท้จริงนั้น อาจเป็นเพราะในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังล่าสัตว์อยู่นั้น เล่าปี่ได้ประเมินแล้วว่าเวลานั้นรอบกายของโจโฉเต็มไปด้วยองครักษ์และบริวารอยู่เป็นจำนวนมาก การลงมือสังหารจึงมิอาจทำได้โดยง่าย อีกทั้งแผนการนี้ก็มิได้มีความรอบคอบมากนัก แม้ว่าจะมีโอกาสสังหารต่อโจโฉได้อยู่ไม่น้อย แต่เล่าปี่หรือกวนอูซึ่งเป็นผู้ลงมือสังหาร ก็คงจะไม่สามารถเอาชีวิตหนีรอดจากเหล่าองครักษ์ที่อยู่รอบกายโจโฉไปได้แน่นอน ดังนั้นเล่าปี่จึงมิยอมทำตามแผนที่กวนอูเสนอ 

        

   โปรดติดตามตอนถัดไปในชีวประวัติของกวนอู (2)
     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #1525 Kabuki mono (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:38
    เห็นด้วยกับความเห็นที่1226ที่ไม่ชอบแนวความคิดของท่านที่มีนามปากกาว่า เล่า ชวน หัว ผมเองก็ไม่ชอบเหมือนกันเพราะท่านๆนี้อคติกับเล่าปี่มากไปตามความคิดของผม ผมก็ไม่ชอบแนวคิดของหลอกว้านจงเพราะว่าจกก๊กกลายเป็นก๊กเทพไปเลยนั้นก็เวอร์เกินไป ผมมีความเห็นว่าการที่จกก๊กมาจากศูนย์เริ่มต้นจนกศูนย๋เเล้วมนถึงขนาดนี้ย่อมไม่ธรรมดาถ้าหากจะต้องใช้กลยุทธหรืออกลโกงเข้าเพือให้ได้ชัยชนะมาผมว่าเป๊นเรืองปกติ ขนาดโจโฉยังทำเลยแต่สู้เลห์ของจกก๊กไม่ได้ตะหากลองเป็นใครตกอยู่ในสภาพจกก๊กก็ตีองทำแบบนี้เหมือนกัน ต่างกับสงครามๆนึงที่เรียกว่าสงครามฉู่ฮั่น ซึ่งเริ่มต้นที่ฌ้อป้าอ๋องเป็นฝ่ายชนะฮั่นโกโจ แต่ยอมคืนดินแดนให้เพราะเหตุผลเรืองความสงบสุข แต่ผู้แพ้กลับใช่กลยุทชั่วๆ โดยการตีตลบหลังทันควัน ในจังหวะที่ทหารของฌ้อปาอ๋อง

    นั่นคิดว่าตนเองชนะเลยชะล่าใจมั่วแต่หุงหาอาหารฃ จึงถูกโจมตีเเบบที่เรียกว่าหุงข้าวไม่ทันสุกเลยพ้ายแพ้ไปแบบ

    โดนโกงของจริง อุส่าคืนเซ็นสัญญาคืนดินเเดนให้แล้วเชียวกลับใช่กลยุทธชั่วๆที่ไม่ต้องคิดอะไรลึกลับซับซ้อนมากแค่ไม่มีคุณธรรมหรือแค่หน้าด่านไร้ยางอายก็พอ ต่างกับจกก๊กโดยสิ้นเชิงเลย
    #1525
    0
  2. #1254 แวะมาอ่าน (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2554 / 08:59
    คห.2317 อยากให้ไปหาอ่านประวัติเตียว หยิม หรือจาง เหยิน นะครับเป็นตัวละครในสามก๊กแหละเพียงแต่มีบทบาทน้อยแล้วไม่มีเจ้ดันแค่นั้นเอง แล้วเอาไปเปรียบเทียบกับสองบุคคลนี้นะครับ หนึ่งคือกวนอู อีกหนึ่งคือพระยาพิชัยดาบหัก แล้วคุณจะซาบซึ้งกับคำว่า

    ถึงแม้ว่าตัวจะตายก็จะไม่ขอมีนายสองคน(พวกบ่าวสองนาย) ถ้าทำได้แบบนี้ผมขอบอกได้คำได้ว่าไร้ขอกังขาในทุกๆด้านแหละคับ
    #1254
    0
  3. #1250 Tan 3 kingdom (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2554 / 08:07
    ดีที่สุดแล้วครับ

    คงหาไม่ได้แล้วคนที่เหมือนท่านกวนอู
    #1250
    0
  4. #1226 ขอบ่นหน่อยจิ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2554 / 19:31
    ผมเกลียดนักเขียนคนหนึ่ง ผู้มีนามว่า"เล่า ชวน หัว"ที่เขาพูดมานั้นก็มีส่วนถูก เรื่องเล่าปี่และขงเบ้ง สำหรับข้าพเจ้าโจโฉไม่ใช่คนเลว เป็นคนที่ใช้ความสามารถของตนเองได้ดีแล้ว การปกครองคนนั้นต้องมีสติปัญญาและความเด็ดขาด หากไม่เด็ดขาดแล้วจะคุมคนได้อย่างไร  ส่วนจิวยี่แล้ว แม้คนจะบอกว่าเป็นแบบอย่างของพวกอิจฉาริษยา แต่ข้าพเจ้าว่า ถ้าหากมีลูกน้องแบบเดียวกับจิวยี่คงดีไม่น้อยเพราะจิวยี่ไม่ได้หาทางกำจัดขงเบ้งเพราะเกลียดเป็นการส่วนตัว แต่เพราะ"เล็งเห็น"ว่าขงเบ้งนั้นคืออันตรายต่อก๊กตนเล่าปี่และขงเบ้งมีส่วนเลว เพราะเขาเป็นมนุษย์ เล่าปี่นั้นมีหลายครั้งที่เหมือนคนอกตัญญู แต่ถ้าดูให้ดีๆแล้วสงครามถ้าถือกตัญญูเหนือหัวมันก็ไปไหนไม่รอด ยิ่งตัวเล่าปี่ที่คิดจะตั้งตนเป็นใหญ่ด้วยแล้วขงเบ้งเองก็มีหลายส่วนที่เป็น "แผนสกปรก" พูดกลับกลอก ยุยงคนอื่นเพื่อประโยชน์ส่วนตัวบ้างแต่ก็เป็นธรรมดาในกลียุค แผนบางแผนก็สกปรกจนไม่สมควรกับการขนานนามแต่ที่เล่า ชวน หัว เขียนนั้นคือกิริยาที่เรียกว่า "ด่ากราดไปทั่ว" เอ่อ...ยกเว้นจูล่งนะที่ชมไปซะทุกอย่างยกเว้นเรื่องเจ้านายเพราะคุณชวนหัวเขาด่าเล่าปี่กับขงเบ้งตั้งแต่โคต รเหง้าศักราชมาเลยทีเดียวและที่ยิ่งกว่าคือ กวนอู กวนอูผู้นี้ถูกบอกว่าไร้ความคิดเยี่ยงเด็กแรกเกิด ว่าถึงแต่ข้อเสีย ข้อดีคุณท่านก็ข้ามๆๆเอามาผูกกันจนกลายเป็นข้อเสียจนได้ เตียวหุยนั้นก็เช่นกัน แม้จะเป็นคนที่ทำให้เรื่องเสีย แต่ว่าล้วนทำเพราะซื่อตรง                                   แต่ทั้งหมดนี้คุณท่านเล่าชวนถีบ สามารถเอามาผูกเรื่องว่าเล่าปี่ชอบ "ถั่วดำ" ซะงั้นอะยอมรับครับว่าคนย่อมมีข้อเสีย แต่คุณนักเขียนคนนั้นทำให้คนมีแต่ข้อเสีย แล้วยังมีหน้ามาจั่วไว้ว่าแด่ผู้รักความจริงผมสายตา  อยากจะถามซะเหลือเกินว่าที่คุณด่าคนเขาปาวๆว่านับถือผิดคนๆ ถามหน่อยเหอะ คุณไปเห็นประวัติศาสตร์ของจริงมาหรือไงข้าพเจ้าไม่ใช่นักหาข้อติ เป็นแค่เด็กม.ต้นผู้สนใจเรื่องดังกล่าว ยกย่องเทิดทูนบุคคลที่น่ายกย่องในสายตาข้าพเจ้า ยอมรับคำวิจารณ์หากไม่ยอมรับการลามปามถามอีกสักนิด...การที่คนเขาจะหยิ่งในศักดิ์ศรีแม้เป็นข้อเสียแต่ก็เป็นข้อดีเช่นกัน คนเราไม่หยิ่งในศักดิ์ศรีแล้วจะให้หยิ่งในอะไรแม้คนผู้นี้จะเด่นดังมาจากชาวแมนจู แต่เขาก็คือคนที่น่าเคารพไม่แพ้เทพองค์ใด
    #1226
    0
  5. #1212 ตี๋น้อย (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2554 / 21:32
    ข้าน้อยขอคารวะ ท่านกวนกง ผู้สมควรได้รับเกียรติแล้ว สมัยนี้หายาก หายาก

    มิบังอาจ
    #1212
    0
  6. #1192 จ๊กก๊กจงเจริญ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2554 / 16:55
    นับถือครับ นับถือ
    #1192
    0
  7. #1181 รักย่า (@dommim) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 09:24
    เราเห็นด้วยกับความคิดว่าที่คุณวิเคราะห์เรื่องที่ขงเบ้งไม่ยอมฆ่าโจโฉเพราะต้องการให้โจโฉคานอำนาจของซุนกวน แต่ดิฉันไม่เห็นด้วยในเรื่องบางเรื่องเช่น
    กวนอูที่ท่านได้รับเป็นเทพเจ้าแห่งคามซื่อสัตย์เพราะเมื่อครั้งได้ไปอยู่กับโจโฉ โจโฉก็บำรุงปนเปออย่างดี สามสี่วันจัดโต๊ะเลี้ยงที สุรานารีมิได้ขาด เงินทอง
    ข้าวของเครื่องใช้ก็ประเคนมาให้หมด แถมยังจัดให้กวนอูอยู่ห้องเดียวกับภรรยาของเล่าปี่เพื่อหวังให้กวนอูทำมิดีมิร้ายภรรยาของเล่าปี่ แต่กวนอูก็มิได้ทำแถมยังออกมาอยู่ข้างนอกเพื่อคอยเผ้ายาม และยังหนีกลับมาอยู่กับเล่าปี่ที่มีแต่ตัว และเรื่องที่คุณบอกว่ากวนอูน้อยใจเล่าปี่เพราะเป็นวิสัยของมนุษย์ ทำไมเขาไม่หนีมาอยู่กับโจโฉหรือไม่ก็ซุนกวนละทั้งสองคนนี้ล้วนแต่มีอำนาจ และถ้าจะบอกว่าเพราะว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็มีทหารที่เก่งแล้วเพียบพร้อมอยู่แล้ว แต่กวนอูได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งสงครามต่อจากลิโป้ ใครๆ ก็ต้องอยากได้ตัวเขาทั้งนั้เพราะแต่ละคนก็หวังที่จะรวมสามแคว้นให้เป็นหนึ่ง แถมตอนตัวเองจะตายก็มิได้เสียความสัตย์ยอมจงรักภักดีเล่าปี่มิเสื่อมคลาย และที่ท่านบอกว่าทหารมีตั้งมากมายแต่ทำไมกวนอูถึงได้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ เราเห็นว่าทหารบางคนเมื่อเขาจับได้แล้วไว้ชีวิตก็จะจงรักภักดีกับผู้เป็นนายใหม่ หรือบางคนจงรักภักดีเขาเพราะเขาเลี้ยงดูปูเสื่อทำคุณูปาการให้แก่ตนก่อน แต่กวนอูไม่เหมือนคนอื่น ที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเอาเงินทองข้าวของลาภยศมาซื้อความสัตย์ของท่านได้ แม้ความตายก็ไม่อาจพรากความจงรักภักดีที่เขามีต่อเล่าปี่ผู้เป็นนายและเป็นพี่ร่วมสาบานไม่ แม้เราจะไม่ได้อ่านสามก๊กจนเป็นสิบหรือเป็นร้อยจบ หรืออ่านประวัติศาสตร์ อ่านแผ่นที่ประเทศจีนเหมือนคุณแต่เราก็เชื่อว่าบุรุษผู้มีนามว่ากวนอูสมควรได้รับการยอมรับให้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ด้วยประการฉะนี้
    #1181
    0
  8. #974 สนามรบ (@robotit5) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 เมษายน 2553 / 09:13

    ท่านกวนอูเยี่ยมมากเลยครับ แต่ ทำไมผู้เขียนจึงเขียนให้ขงเบ้งและเล่าปี่เป็นคนไม่ดีแต่โจโฉเป็นคนดีไปได้ล่ะครับ

    แล้วไม่ดีจริงแล้วเล่าปี่จะอยู่กับเล่าปี่ไปทำไมล่ะ ?

    #974
    0
  9. #931 แม่มดมายอย (@greenyah) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มีนาคม 2553 / 15:58
    สารภาพ...แต่ก่อนข้าน้อยไม่เคยคิดอยากอ่านสามก๊กเลย เพราะชื่อตัวละครก็ดูจำยาก แถมเนื้อหาอย่างมากมาย
    แต่พอฟังอาจารย์เล่าเรื่องให้ฟังคร่าวๆ รู้สึกว่า อ๊าาาา สนุกจังเลย มิน่า คนทั่วโลกถึงยกย่อง

    ส่วนตัวชอบกวนอูค่ะ สุดยอดไปเลย ถ้ามีคนที่มีนิสัยคล้ายๆหรือเอาแค่ครึ่งหนึ่งของกวนอูก็คงดีเน๊อะ

    บทความของคุณ ว้าวววว เนื้อหาแบบนี้ชอบเลย อ่านง่ายดี
    เหมาะกับคนที่ขี้เกียจอ่านอย่างข้าน้อยมากเลย 55+
    ขอบคุณมากๆน่ะเจ้าค่ะ
    #931
    0
  10. #864 Bloody-AngelZ (@AceKiller) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 มกราคม 2553 / 21:35
    อืม ที่ท่านวิเคราะห์มาก็มีเหตุผลที่เป็นไปได้
    ขอบคุณที่ทำให้เราได้มองสามก๊กในมุมมองใหม่ๆ
    #864
    0
  11. #606 ผู้ชื่นชมจูล่ง (@cowboy08) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 เมษายน 2552 / 12:46
    แหล่มมากวิเคราะห์เห็นภาพเลย
    #606
    0
  12. #605 ผู้ชื่นชมจูล่ง (@cowboy08) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 เมษายน 2552 / 12:46
    แหล่มมากวิเคราะห์เห็นภาพเลย
    #605
    0
  13. #551 deek-dee (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2552 / 00:36
    ชอบกวนอูมากค่ะ
    #551
    0
  14. #543 pinkyakuza (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มกราคม 2552 / 18:20
    นับถือ...คนซื่อสัตย์

    เมื่อมีความซื่อสัตย์ก็จะได้รับความไว้วางใจแล้วก็มีสิ่งดีๆตามมา
    #543
    0
  15. #504 Guan-Yu FC (แฟนคลับ) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กันยายน 2551 / 23:39
    สุดยอดครับ อ่านแล้วทึ่งกับบทวิเคราะห์
    #504
    0