เจาะลึกยอดคนในประวัติศาสตร์สามก๊ก (พิมพ์แล้วใน จดหมายเหตุสามก๊ก)

  • 90% Rating

  • 2,836 Vote(s)

  • 389,766 Views

  • 1,581 Comments

  • 900 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    760

    Overall
    389,766

ตอนที่ 38 : เตียวหุย เอ๊กเต๊ก (Zhang Fei) - ยอดนักการทหารผู้หยาบช้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    13 ธ.ค. 58



เตียวหุย เอ๊กเต๊ก (จางเฟย)

“ยอดนักการทหารผู้หยาบช้า”

 

จากจดหมายเหตุชีวประวัติเตียวหุย โดยเฉินโซ่ว

(Biography of Zhang Fei)

 

                  เตียวหุย หรือ จางเฟย (Zhang Fei) ชื่อรองอี้เต๋อ (Yide) เกิดเมื่อปีค.ศ.167 เป็นชาวเมืองอิวจิ๋ว ในเขตจั๋ว พื้นเพของเตียวหุยไม่ชัดเจนนัก เฉินโซ่วบันทึกในจดหมายเหตุเพียงว่า เตียวหุยรู้จักและสนิทสนมกับกวนอูและเล่าปี่มาแต่วัยหนุ่ม เนื่องจากกวนอูมีอายุมากกว่าหลายปี เขาจึงให้ความเคารพกวนอูประดุจพี่ชาย ต่อมาเมื่อเล่าปี่ได้เป็นเจ้าเมืองชีจิ๋ว เตียวหุยก็ติดตามอยู่ด้วย

     ปีค.ศ.198 เล่าปี่เข้าร่วมกับโจโฉเพื่อทำศึกปราบลิโป้ หลังจากปราบลิโป้ได้แล้ว เตียวหุยก็ติดตามเล่าปี่ไปอยู่ที่นครหลวงฮูโต๋ ต่อมาเล่าปี่ได้ก่อกบฏต่อโจโฉ จึงต้องหนีไปอยู่กับอ้วนเสี้ยว จากนั้นก็หนีไปอยู่กับเล่าเปียวเจ้าเมืองเกงจิ๋ว เตียวหุยก็ติดตามไปด้วย

            เมื่อเล่าเปียวถึงแก่กรรม โจโฉจึงเคลื่อนทัพบุกลงใต้เพื่อยึดเกงจิ๋ว เล่าปี่จึงต้องหนีตายไปที่ดินแดนกังหนำ ฝ่ายโจโฉสั่งกองทัพไล่ติดตาม ภายในคืนเดียวกองทัพของเขาก็ไล่ตามทันทัพของเล่าปี่ที่เตียงปัน ณ ทุ่งเตียงหยาง เมื่อได้ยินเสียงกองทัพของโจโฉไล่ตามมา เล่าปี่ก็ทอดทิ้งภรรยาและบุตรของตนไว้ จากนั้นสั่งให้เตียวหุยนำทหารม้าราว 20 คนทำหน้าที่เป็นกองระวังหลัง เพื่อป้องกันการบุกโจมตีจากทัพของโจโฉ

            เมื่อทัพหน้าของโจโฉบุกมาถึง เตียวหุยตัดสินใจทำลายสะพานข้ามแม่น้ำทิ้ง เขาจ้องเขม็งไปที่กองทหารโจโฉพลางสะบัดทวนในมือ แล้วประกาศก้องว่า “นามของข้าคือเตียวหุย เอ๊กเต๊ก หากใครอยากตายก็จงดาหน้าเข้ามา!!!” ผลคือไม่มีทหารข้าศึกคนใดกล้าเข้าไปใกล้แม้แต่คนเดียว จากนั้นทหารของโจโฉก็ล่าถอยกลับไป

            หลังจากเล่าปี่หนีรอดไปจากเตียงปัน และไปร่วมเป็นพันธมิตรกับซุนกวนที่กังหนำได้แล้ว ก็แต่งตั้งเตียวหุยดูแลเมืองอี้ตู และแต่งตั้งให้ขึ้นเป็นนายพลผู้พิชิตเหล่าคนเถื่อน “เจิงลู่เจียงจวิน” (General Who Subdues the Caitiffs) และยังแต่งตั้งให้เป็นขุนนางชั้นพระยา “ซินถิงโหว” และช่วยดูแลบริเวณหนานจวิน

            ต่อมาเมื่อเล่าปี่เดินทางเข้าสู่เอ๊กจิ๋ว (เสฉวน) และทำศึกกับเล่าเจี้ยง ได้สั่งการให้ขงเบ้ง เตียวหุย จูล่ง และขุนพลอีกหลายคนแยกกันเคลื่อนทัพแบ่งเป็นหลายทางมาสมทบที่นครเฉิงตูเพื่อพิชิตเอ๊กจิ๋วทั้งหมด เตียวหุยนำทัพบุกโจมตีเมืองป๋าและสามารถรบชนะขุนพลของเล่าเจี้ยงคือเงียมหงันลงได้

เตียวหุยจับตัวเงียมหงันแล้วตะคอกใส่ว่า “กองทัพของข้าอยู่นี่แล้ว ทำไมเจ้าจึงไม่ยอมจำนน” เงียมหงันตอบกลับว่า “พวกเจ้ามารุกรานดินแดนของพวกเราอย่างไร้เหตุผล ที่เมืองเสฉวนนี้มีแต่ขุนพลหัวขาด แต่ไม่มีขุนพลยอมแพ้!!!” เตียวหุยได้ฟังก็โกรธจัดและสั่งให้ทหารจับตัวเงียมหงันไปตัดประหารทันที แต่เงียมหงันไม่แสดงความหวาดกลัวแล้วยังตอบกลับว่า “ถ้าอยากจะฆ่าก็ฆ่า ทำไมต้องหัวเสียด้วย” เมื่อได้ฟังเช่นนั้น เตียวหุยก็ชักดาบออกมาฟันเชือกที่มัดตัวเงียมหงันออกไป จากนั้นก็ให้การปฏิบัติต่อเงียมหงันด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง

            จากบันทึกฮัวหยางกั๋วจื่อเขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์ช่วงนี้ว่า เมื่อเล่าปี่เข้าสู่ดินแดนจ๊กก๊กและมาถึงเมืองป๋าแล้ว เงียมหงันทุบอกตัวเองแล้วร้องถอนใจว่า “นี่ช่างเหมือนกับคำที่คนกล่าวว่า นั่งอยู่บนภูผาและให้เสือร้ายปกป้องตนเอง”

             ซึ่งในเหตุการณ์ที่เตียวหุยจับตัวเงียมหงันซึ่งเป็นขุนพลอาวุโสที่มีบุคลิกแข็งกร้าว ยอมตายแต่ไม่ยอมจำนน คำกล่าวของเงียมหงันที่ว่า

“ที่เมืองเสฉวนนี้มีแต่ขุนพลหัวขาด แต่ไม่มีขุนพลยอมแพ้!!!” ทำให้เตียวหุยประทับใจความเป็นลูกผู้ชาย จึงปล่อยตัวแล้วปฏิบัติต่อเงียมหงันด้วยความเคารพ

ซึ่งการกระทำนี้ก็ได้ชนะใจเงียมหงันและทำให้ขุนพลเฒ่าผู้นี้ยอมสวามิภักดิ์แต่โดยดี จากนั้นเพราะการได้ตัวเงียมหงันมาร่วมในกองทัพ จึงทำให้ทัพของเตียวหุยผ่านหัวเมืองหรือด่านปราการใดๆ ก็ได้อาศัยเงียมหงันเป็นคนช่วยเกลี้ยมกล่อมให้ยอมจำนนจึงเปิดทางให้ทัพของเตียวหุยสามารถผ่านไปแต่ละด่านโดยง่าย เพราะเงียมหงันเป็นขุนพลที่ได้รับความเคารพจากทหารของเสฉวนอย่างสูง ความคิดอ่านและน้ำใจนักรบของเตียวหุยจึงนับว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก

            อย่างไรก็ตาม เมื่อเล่าปี่นำทัพเข้าบุกยึดเมืองป๋าได้และเตรียมบุกนครเฉิงตูต่อ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถพิชิตดินแดนเอ๊กจิ๋วได้ทั้งหมดนั้น เงียมหงันก็ได้กล่าวด้วยความสะเทือนใจว่า

“นี่ช่างเหมือนกับคำที่คนกล่าวว่า นั่งอยู่บนภูผาและให้เสือร้ายปกป้องตนเอง”

คำกล่าวนี้ของเงียมหงันอ้างอิงถึงเหตุการณ์ในตอนที่เล่าเจี้ยงต้องการเชิญเล่าปี่เข้ามาในเสฉวนเพื่อหวังอาศัยให้เล่าปี่ช่วยทำศึกกับเตียวฬ่อ แทนที่จะอาศัยกำลังของตนเองในการทำศึก

กล่าวได้ว่าเงียมหงันต้องการเปรียบเปรยว่าคนที่กำลังนั่งอยู่บนภูผาสูงคือเล่าเจี้ยง ส่วนเสือร้ายคือเล่าปี่ เป็นการบอกว่าการชักนำเล่าปี่เข้ามานั้นก็เสมือนการยอมให้เสือที่ดุร้ายและไม่อาจไว้ใจได้ให้เข้ามาช่วยปกป้องตนเอง ซึ่งผลที่ตามมาก็คือคนบนภูผาก็อาจจะโดนเสือจับกินได้ทุกเมื่อ เช่นเดียวกับเล่าปี่ที่เข้ายึดครองเสฉวนจากเล่าเจี้ยงในท้ายที่สุด

         หลังจากนั้น เตียวหุยก็ได้เดินทางเข้าสู่เมืองเอ๊กจิ๋ว แล้วร่วมสมทบกับกองทัพใหญ่ของเล่าปี่ที่บุกยึดนครเฉิงตูได้ในที่สุด เหล่าขุนพลทั้งหลายได้รับรางวัลและความดีความชอบในความสำเร็จครั้งนี้กันอย่างมาก โดยเฉพาะ ขงเบ้ง หวดเจ้ง เตียวหุย และกวนอู ได้รับรางวัลเป็นทองคำ 500 ชั่ง เครื่องเงินและเงินทองอีกนับไม่ถ้วน พร้อมด้วยผ้าไหม 1,000 พับ เป็นรางวัลกันถ้วนหน้า นอกจากนี้เตียวหุยยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองปาซี ตระเตรียมกำลังทำศึกที่ฮั่นจงต่อไป

            ขณะเดียวกัน ฝ่ายโจโฉสามารถพิชิตเตียวฬ่อและยึดเมืองฮั่นจงมาได้สำเร็จ ก่อนโจโฉจะกลับฮูโต๋ ได้สั่งให้แฮหัวเอี๋ยนและเตียวคับเป็นแม่ทัพช่วยกันรักษาฮั่นจง เตรียมรับศึกกับเล่าปี่ที่เพิ่งยึดครองเอ๊กจิ๋วหรือเสฉวนได้ต่อมา เตียวคับนำกำลังทหารบุกลงใต้ หมายโจมตีปาซีที่เตียวหุยดูแลอยู่ และระดมไพร่พลในฮั่นจงได้จำนวนมาก กองทัพของเตียวหุยและเตียวคับเผชิญหน้าและทำศึกกันเป็นเวลานานกว่า 50 วันก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะชี้ขาดได้

ต่อมาเตียวหุยได้นำทหารราวหมื่นคน วางแผนดักซุ่มโจมตีทัพของเตียวคับโดยอาศัยภูมิประเทศที่เป็นทางแคบบนภูเขา ยากแก่การเดินทัพได้สะดวก เตียวหุยล่อหลอกให้เตียวคับเข้าโจมตีกองทัพของตนในทางหนึ่ง แต่เขาได้วางแผนดักซุ่มแล้วนำทหารบุกโจมตีเตียวคับจากอีกทางหนึ่งจนกระทั่งได้รับชัยชนะ

หลังจากศึกนี้ เตียวคับจำต้องหนีตายโดยทิ้งม้าของตนไว้และมีทหารติดตามเหลือเพียงไม่กี่หยิบมือ กระทั่งต้องล่าถอยกลับไปที่หนานเจิ้ง ดังนั้นเมืองปาซีที่เตียวหุยดูแลอยู่จึงรอดปลอดภัยมาได้

          เมื่อเล่าปี่สถาปนาตนขึ้นเป็นฮั่นจงอ๋องแล้ว ก็ได้แต่งตั้งให้เตียวหุยขึ้นเป็นแม่ทัพซ้าย “โหย่วเจียงจวิน” (General of the Left) จากนั้นเตียวหุยก็ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนายพลห้าทหารเสือของจ๊กก๊ก

ปีค.ศ.221 (ตรงกับปีศักราชเจียงบู๊ที่ 1) เตียวหุยได้เลื่อนขึ้นเป็นนายพลผู้บัญชาการกองรถทหารม้า “เช่อฉือเจียงจวิน” ควบตำแหน่งสมุหกลาโหม และขุนนางชั้นพระยา “ซื่อเซี่ยงโหว” มีอำนาจบัญชาการทหารสูงสุดในจ๊กก๊ก และเป็นรองเล่าปี่แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

          มีบันทึกเกี่ยวกับเตียวหุยที่น่าสนใจอย่างมากว่า ในระยะแรก ผู้คนส่วนมากมีความคิดว่าแม้เตียวหุยจะเป็นยอดขุนพลที่มีพละกำลังมหาศาลและฝีมือรบพุ่งอันเก่งกล้าสามารถเหนือคน แต่ฝีมือก็ยังเป็นรองจากกวนอู อย่างไรก็ตาม กุนซือสำคัญของวุยก๊กบางคนดังเช่นเทียหยก กลับประเมินเตียวหุยไว้อย่างสูงว่า

“ทั้งกวนอูและเตียวหุยนั้น เป็นยอดขุนพลที่สามารถสู้ศึกได้นับหมื่นคน”

แล้วเทียหยกยังได้แสงทัศนะและวิจารณ์พวกเขาทั้งสองคนต่ออีกว่า

“กวนอูนับว่าเป็นยอดขุนพลผู้เก่งกล้า แต่มีความหยิ่งทระนงในตัวเองมากเกินไปจนไม่เห็นใครอื่น ส่วนเตียวหุยนั้น แม้จะให้ความเคารพนับถือต่อวิญญูชน แต่มักดูถูกดูแคลนผู้ที่มีตำแหน่งด้อยกว่าตนเอง”

เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เป็นข้อเสียของเตียวหุยนี้ เล่าปี่มักคอยตักเตือนเตียวหุยให้หาทางปรับปรุงตัวอยู่เสมอ เล่าปี่ได้กล่าวเตือนเตียวหุยว่า

“ตัวเจ้า (เตียวหุย) มักสังหารผู้คนโดยง่ายเกินไป และยังชอบโบยตีทหารใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอ หากเป็นเช่นนี้ สักวันหนึ่งเจ้าจะประสบปัญหาใหญ่หลวงเพราะผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเอง”

จากคำเตือนของเล่าปี่นี้ แม้ว่าเตียวหุยเองก็รู้สึกตัว และมีความกังวลอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้ปรับปรุงแต่อย่างใด

ยังมีบันทึกเพิ่มอีกว่า เตียวหุยในช่วงแรกเป็นเพียงนักรบคนหนึ่งที่มุ่งใช้แต่ฝีมือการรบ แต่ภายหลังเขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองในสนามรบหลายครั้งว่าได้พัฒนาความสามารถและการใช้กลยุทธ์ทำศึกได้อย่างดี

            ภายหลังเมื่อกวนอูสิ้นชีพลง เล่าปี่จึงต้องการเคลื่อนทัพใหญ่บุกปราบง่อก๊กเพื่อล้างแค้นให้แก่กวนอู เตียวหุยโกรธแค้นและต้องการแก้แคนให้กวนอูมาก จึงเป็นผู้ที่สนับสนุนการทำศึกครั้งนี้อย่างเต็มที่ เขาจัดเตรียมไพร่พลราวหมื่นคนเพื่อเคลื่อนทัพไปที่เกงจิ๋ว

แต่ก่อนจะได้เคลื่อนทัพนั้น เตียวหุยที่ดื่มสุราเมามายก็สั่งโบยตีทหารของตนเอง สุดท้ายขณะเมามาย เขาก็โดนสองนายทหารของตนคือเตียวตัดและฮอมเกี๋ยงลงมือสังหาร จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็นำศีรษะของเตียวหุยเดินทางไปง่อก๊กแล้วสวามิภักดิ์ต่อซุนกวน

เมื่อเล่าปี่ทราบเรื่องก็โกรธจัด แล้วร้องตะโกนด้วยความเสียใจว่า “เตียวหุยตายเสียแล้ว”

        หลังจากนั้น เตียวหุยได้รับการอวยยศย้อนหลังให้เป็นพระยาแห่งเสียงคำราม “เย่ว์เหิงโหว” (Marquis of Yueheng) เนื่องจากบุตรชายคนโตของเขาคือเตียวเปาได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นบุตรชายคนรองคือเตียวเสี้ยวจึงได้รับสืบทอดตำแหน่งแทน เตียวเสี้ยวยังได้รับตำแหน่งเป็นราชเลขาธิการในสำนักพระราชวัง ต่อมาบุตรชายของเตียวเปาคือเตียวจุ้น ก็ได้รับตำแหน่งเป็นราชเลขาธิการเช่นกัน อีกหลายปีต่อมาก็ได้ติดตามช่วยเหลือจูกัดเจี๋ยม ทำศึกกับเตงงายที่เมี้ยนจู่ แล้วก็เสียชีวิตลง 

เฉินโซ่วได้เขียนวิจารณ์เตียวหุยพร้อมกับกวนอูว่า กวนอูและเตียวหุยมีความห้าวหาญ มุทะลุ ทรงพลัง เป็นที่หวาดเกรงของทหารข้าศึก และเป็นที่เลื่องลือว่าพวกเขาทั้งสองสามารถสู้ศึกได้นับหมื่น แต่อย่างไรเสีย กวนอูนั้นมีความแข็งแกร้าวและหยิ่งทระนงในตัวเองมากเกินไป ส่วนเตียวหุยนั้นใจร้อนและปราศความเมตตาปราณี ผลสุดท้ายพวกเขาจึงต้องพบจุดจบ

จากบันทึกทิ้งท้ายเช่นนี้ นับว่าเฉินโซ่วได้วิจารณ์เตียวหุยไว้ค่อนข้างรุนแรงไม่น้อย

            มีข้อน่าสังเกตว่า หลังจากเล่าปี่สถาปนาตนเป็นฮั่นจงอ๋อง ใครๆต่างคิดว่าเตียวหุยจะได้รับตำแหน่งแม่ทัพผู้ดูแลเมืองฮั่นจง แต่กลับพลิกโผเป็นอุยเอี๋ยนแทน อย่างไรก็ตาม เฉินโซ่วก็ไม่ได้บันทึกว่าเตียวหุยจะแสดงความไม่พอใจแต่อย่างใด บันทึกฉบับอื่นๆก็ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้

            หลังจากเล่าปี่ขึ้นเป็นฮ่องเต้ ซึ่งเวลานั้นกวนอูสิ้นชีพไป เตียวหุยได้รับตำแหน่งเป็นสมุหกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นับว่าเป็นบุคคลหมายเลขสองของอาณาจักร แต่ก็ครองตำแหน่งได้เพียงปีเดียว ก่อนจะโดนทหารของตนเองสังหาร

            เตียวหุยในประวัติศาสตร์ที่เฉินโซ่วและคนอื่นๆบันทึกนั้น มีความเป็นยอดนักการทหารที่เก่งกาจในการใช้กลยุทธ์และการทำศึกมาก แม้ว่าสายตาทางการเมืองจะคับแคบไม่แตกต่างจากกวนอู แต่หากกล่าวถึงผลงานการทำสงครามแล้ว นับว่าเตียวหุยมีวีรกรรมที่ต้องใช้กลยุทธ์การทำศึกเหนือกว่าอูเสียด้วยซ้ำ แต่ข้อด้อยที่เป็นจุดบกพร่องร้ายแรงของเขาคือการที่ชอบใช้กำลังข่มเหงผู้ใต้บังคับบัญชา มักลงโทษโบยตีทหารของตนอย่างรุนแรง เล่าปี่เคยตักเตือนหลายครั้ง เตียวหุยเองก็รู้ตัวในจุดนี้ แต่ก็ยังไม่อาจแก้ไขได้ จึงนำไปสู่จุดจบของเขาในที่สุด

 

 


สรุปความแตกต่างเรื่องราวของเตียวหุย ระหว่างประวัติศาสตร์และนิยาย

      1.ในนิยายสามก๊ก หลอก้วนจงแต่งเรื่องเสริมให้เตียวหุยเข้าทำศึกกับลิโป้ที่ด่านกักพยัคฆ์ โดยมีเล่าปี่และกวนอูเข้ามาช่วยรุม ในประวัติศาสตร์นั้น แทบไม่ได้บันทึกผลงานการศึกของเตียวหุยอย่างชัดเจนก่อนศึกที่เมืองชีจิ๋ว แต่เตียวหุยก็ติดตามเล่าปี่มาตั้งแต่เริ่มก่อการ ซึ่งสถานะและตำแหน่งของเตียวหุยยุคแรก (รวมถึงกวนอูด้วย) เป็นเพียงพลทหารเลวเท่านั้น การที่ประวัติศาสตร์ไม่ได้บันทึกผลงานการศึกและเรื่องราวของทหารเลวเช่นเขาเอาไว้แต่แรกนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

     2.เตียวหุยอาจจะไม่ได้เมาเหล้าจนเสียเมืองชีจิ๋วเสมือนในนิยาย ในประวัติเล่าปี่ มีบันทึกว่า เตียวหุยมีปัญหาขัดแย้งกับโจเมา จึงหาทางสังหาร แต่โจเมาดึงลิโป้เข้าเมืองมาช่วยเหลือ แล้วจึงแย่งชิงชีจิ๋วไป

     3.เมื่อพิจารณาจากประวัติแฮหัวเอี๋ยน มีบันทึกที่น่าเชื่อถือว่า ในช่วงปีค.ศ.207 เตียวหุยได้ฉุดคร่าเอาเด็กหญิงที่มีอายุเพียง 13-14 ปีนางหนึ่งมาตกแต่งเป็นภรรยา เพราะเด็กผู้หญิงคนนั้นคือหลานสาวแท้ๆของแฮหัวเอี๋ยนซึ่งเป็นขุนพลใหญ่ของวุยก๊ก แล้วก็ยังมีศักดิ์เป็นญาติสนิทกับโจโฉด้วย การที่เตียวหุยได้นางมาเป็นภรรยานั้น นัยหนึ่งเป็นการหวังผลทางการเมืองในภายหน้า เพราะนางมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแฮหัวป๋า บุตรชายคนรองของแฮหัวเอี๋ยน ซึ่งต่อมาได้สวามิภักดิ์ต่อจ๊กก๊ก และบุตรีของเตียวหุยกับนางผู้นี้ ก็ได้เป็นถึงอัครมเหสีของเล่าเสี้ยนที่เป็นฮ่องเต้ของจ๊กก๊ก

     4.การที่เตียวหุยสามารถวางแผนหลอกทหารโจโฉให้ล่าถอยจากสะพานเตียงปันได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในเชิงกลยุทธ์ทางทหารของเตียวหุยอันสูงยิ่ง แต่ในนิยายได้ทำให้ดูพิสดาร และมุ่งเน้นความทรงพลังของเตียวหุย บวกกับว่าเป็นแผนการของขงเบ้งมากกว่า

      5.นิยายสามก๊ก เตียวหุยได้ทำศึกเสมอกับม้าเฉียว ก่อนหน้าที่ม้าเฉียวจะเข้ามาสวามิภักดิ์กับเล่าปี่ ในจดหมายเหตุไม่มีบันทึกเรื่องนี้

     6.ในนิยายสามก๊กนั้น มีเรื่องราวของเตียวเปา บุตรชายของเตียวหุยในฐานะขุนพลรุ่นใหม่ของจ๊กก๊ก เขาได้ร่วมมือกับกวนหิน บุตรชายคนรองของกวนอู แล้วได้มีบทบาทช่วยเหลือเล่าปี่และขงเบ้งในการทำศึกหลายครั้ง แต่เฉินโซ่วบันทึกไว้ในจดหมายเหตุเพียงว่า เตียวเปาตายตั้งแต่อายุยังน้อย กลายเป็นว่าในรุ่นบุตรของเตียวเปาซะมากกว่าที่มีบทบาทในการปกครองของจ๊กก๊กต่อมา ซึ่งรุ่นหลานของเตียวหุยนั้น ก็ออกจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุ๋นมากกว่าด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #1565 เตียวหุย (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 13:35
    เตียวหุยคือ"เทพเจ้าสงครามตัวจริง"

    รบกะกิเหลง10เพลงชนะ(กวนอูแค่เสมอ)

    รบกะล้ิโป้ที่ขี่ม้าเซ็กเทาอีก50เพลง(ตอนนั้นยังเป็นแค่ทหารเลว) สู้กะคนหนุ่มๆอายุ37แบบม้าเฉียวทั้งวันทั้งคืนยังไม่แพ้(ตัวเอง50กว่า)

    สว่นจูล่งถ้าโจโฉจะจับตาย คงตายไปแล้วครับ
    #1565
    0
  2. #1502 นู๋ไลฟ์ (@dlight) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 07:47
    กำลังดูสามก๊ก2010ซับไทย ละลองมาหาข้อมูลตัวละครแต่ละตัวดูในบรรดาตัวละครสามก๊กปลื้มโลซกมากที่สุด แต่ที่ชอบมากที่สุดคือจางเฟยนี่ละ ในละครที่ดูจางเฟยดูเป็นคนบ้าเลือดร้อนที่น่ารักมากจริงๆ ><
    #1502
    0
  3. #1302 KSSN (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 01:02
    ผมอ่าน "หงสาจอมราชันย์" ของเฉินเหมา เขากล่างถึงเตียวหุยว่า



    "ไม่เคยมีในบันทึกประวัติศาสตร์ว่าเตียวหุยเป็นชนชั้นขายหมู..

    ซ้ำยังเก่งวาดภาพ แต่งโคลงกลอน"



    ในเรื่องที่เฉินเหมาเขียน เตียวหุยไม่เพียงเก่งกาจเชิงบู๊ ความสามารถด้านบุ๋นเล่าปี่กับกวนอูก็มิอาจเทียบ

    เป็นกุนซือคนแรกของเล่าปี่เลยทีเดียว
    #1302
    0
  4. #1270 jack (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2554 / 00:00
    ผมชอบคนนี้ที่สุดในสามก๊กละรู้สึกเหมือนเป็นไอดอลอะคับ 555+ เพราะอาจารย์สอนว่ายนำบอกว่าผมนิสัยคล้ายเขาอะนะแบบว่าเหมือนโง่แต่ก้ไม่ได้โง่นั้นก็คือแกล้งโง่นั้นเอง
    #1270
    0
  5. #1245 Tan 3 kingdom (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 กันยายน 2554 / 18:02
    เตียวหุยดีทู๊กอย่าง สมอง กำลัง(พอๆกับกวนอูได้มั้ง?)

    เสียอย่างเดียวถ้าไม่ดื่มเหล้าจนเมาแอ๋เขาคงเป็นยอดคนคนนึงเลย

    #1245
    0
  6. #1196 ชลบุรีบาสนักเลงตลกบ้านบึงฃ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 / 20:49
    ใช้เเล้วคุนเเมวเตียวหุยนี้ถือได้ว่าเป็นคนที่ห่าทหารมากที่สุดเลยก็ว่าได้นะ ครับ
    #1196
    0
  7. #1172 WolfJacker (@keykingdom2) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2554 / 22:02
    สุราก่อให้เกิดความประมาท ฉะนั้นควร ลด ละ เลิก เหอๆๆๆ
    #1172
    0
  8. #1020 นายแมว (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2553 / 21:57
    ถึง Sha la la

    ผมไม่ได้หมายถึงว่าเตียวหุยไม่เก่งนะครับ เตียวหุยเคยฆ่าคนในสนามรบ แต่เป็นพวก No Name ไม่ใช่นักรบมือฉกาจ อย่างกรณีกวนอู ไปฆ่างันเหลียง บุนทิว หรือจูล่ง ฆ่านายกองใหญ่ 2 นายกับทหารเอกโจโฉอีก 50 คน ตอนตีฝ่าวงล้อมพาอาเต๊าหนี



    แต่ประเด็นที่ผมพยายามบอก ก็คือ จริงๆ แล้วเตียวหุยเป็นนักบริหารจัดการครับ ไม่ใช่แค่นักรบ
    #1020
    0
  9. #975 ระเห็จ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 เมษายน 2553 / 13:40
    เตียวหุยได้ออกศึกครั้งแรก ก็ได้ใช้ทวนของตนลิ้มเลือดเป็นคนแรกนะครับ คนท่ีสองคือ กวนอู

    และเป็นขุนพลเพียงคนเดียวท่ี ทหารร้อยหมื่นของโจโฉไม่กล้าข้ามสะพานมารบกับ เตียวหุย ซึ่งยืนอยู่เพียงผู้เดียว

    และเป็นขุนพลเพียงคนเดียว ท่ีเพียงแค่ตวาด ทหารโจโฉถึงกับตับแตกตายคาที่

    และคู่รบท่ีรบนาน และรบมันส์ ท่ีสุด ก็คือ เตียวหุย กับ ม้าเฉียว

    ขี้เมา แล้วไง..........ขี้อ้อน ท่านพ่ีเล่าปี่ กะ อาจารย์ขงเบ้ง น่ารักจะตาย ดูเป็นตัวละครท่ีมี สีสัน และดูเป็นมนุษย์ท่ีสุดในสามก้ก
    #975
    0
  10. #932 sha la la (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 มีนาคม 2553 / 21:00
    ถึง นายแมว มันก็ไม่เชิงนะครับที่นายบอกว่าเตียวหุยไม่ได้ฆ่าใครในสนามรบ แค่คนที่ถูกฆ่าอาจจะไม่ใช่ยอดฝีมือหรือตัวเด่นๆ ไปดูที่วิกิพีเดียซะก็ได้นะ
    #932
    0
  11. #922 นายแมว (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 21:25
    สังเกตดูดีๆ นะครับ สำหรับเตียวหุย

    ความจริงแล้ว ในเรื่อง ไม่ปรากฏว่าเตียวหุยได้ "ฆ่า" ใคร ในสนามรบ แบบที่กวนอูหรือจูล่งทำเลย และนอกเหนือจากม้าเฉียวและลิโป้แล้ว เตียวหุยก็ไม่เคยรบตัวต่อตัวกับนักรบฝีมือดีคนอื่นๆ ในสามก๊ก เหมือนกวนอูหรือจูล่ง

    ม้าเฉียวก็ไม่ได้แสดงความคารวะต่อฝีมือของเตียวหุยเลย ไม่เหมือนกับจูล่ง ที่ม้าเฉียวถึงกับสะท้านเมื่อเห็นฝีมือ



    ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ จริงๆ แล้ว เตียวหุยเป็นคนที่มีความสามารถในการจัดการนะครับ ตั้งแต่เริ่ม ก็เป็นพ่อค้าขายหมู เล่าปี่เองก็อาศัยทุนรอนของเตียวหุยนี่แหละ ตั้งตัวขึ้นมา นอกจากนี้ หลังจากแตกทัพจากชีจิ๋วให้โจโฉแล้ว กวนอูต้องไปอยู่กับโจโฉ เล่าปี่ไปอาศัยอ้วนเสี้ยว แต่เตียวหุยนี่สามารถตั้งตัว สะสมกำลังขึ้นมาได้เอง



    ครั้นพอไปรบกับเงียมหงันตอนเข้าเสฉวน ก็สามารถซื้อใจเงียมหงันได้ จนได้บุกเข้าเสฉวนช่วยเล่าปี่โดยไม่เสียเลือดเนื้อ พอไปรบกับเตียวคับ ก็ใช้อุบายจนเตียวคับเสียทีหัวซุกหัวซุน



    รวมความแล้ว เตียวหุยนี่น่าจะได้รับการยอมรับมากกว่านี้นะครับ ในฐานะของนักบริหารจัดการ ไม่ใช่ในฐานะของนักรบที่ไร้ปัญญา
    #922
    0
  12. #859 ยุทธเดียวดาย (@tttppp50) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2552 / 20:54
    เตียวหุยคือคนที่ผมนับถือ
    ไม่ว่าจะเป็นความซื่อสัตย์หรือความสามารถที่ไม่ได้เป็นรองกวนอูเลย(ดีไม่ดีอาจมากว่าด้วย)
    ถ้าไม่นับเป็นขี้เหล้าเขาคือขุนพลที่สมบูรณ์แบบคนหนึ่ง
    #859
    0