#Student Number#

ตอนที่ 2 : รถเมล์สายมรณะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ม.ค. 51

                   ณ โรงเรียนมัธยมปลาย โมริตะ (森田) ซึ่งหมายความทำนองว่าป่า หรือทุ่ง โรงเรียนนี้ก็คล้ายๆกับชื่อนั่นแหละ คือ มีสนามสนามปูนอยู่ตรงกลางมีตึก 3 ตึก อยู่ด้านข้าง ข้างละ 1 ตึก และทางท้ายสนามอีก 1 ตึก ด้านหน้าสนามเป็นเสาธงที่ที่ดูแล้วไม่เคยซ่อมแซม หรือทาสีเลย หน้าสนามถัดจากเสาธงก็จะเป็นลานจอดรถเล็กๆ จอดรถได้ 2 แถวในแนวนอน ต่อจากลานจอดรถก็เป็นถนนเล็กๆยาวออกไปสู่ถนนใหญ่ รอบๆโรงเรียนเป็นป่าไม้บริเวณกว้างกินเนื้อที่ไปราวๆ 1.5 กิโลเมตร แต่ก็ยังไม่มีใครแน่ใจว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆเพราะไม่มีใครกล้าเข้าไปสำรวจเลย โรงเรียนมัธยมปลายโมริตะมีเนื้อที่ประมาณ 62,500 ตารางวา ตึกแต่ละตึกมี 5 ชั้น เป็นอาคารปูน ที่กั้นระเบียงชั้น 3 ของแต่ละตึกจะมีหมายเลขของตึกติดอยู่ โรงเรียนนี้ถูกก่อตั้งมาเกือบ 100 ปี โดยใช้ชื่อตามตระกูลของคุณครูใหญ่ ปัจจุบันได้เปลี่ยนครูใหญ่จนถึงรุ่นที่ 27 แล้ว ครูใหญ่มีชื่อว่า โมริตะ โยชิโอะ อายุประมาณเกือบจะ 60 ปี ผมเกือบจะขาวทั้งหัว มักจะใส่ชุดสูทสีเขียวหมองๆ เน็คไทสีแดงหมองๆ ใส่แวนตาโบราณที่มีขนาดใหญ่กรอบสีทอง โรงเรียนนี้มีนักเรียนประมาณ 600 คน มีห้องเรียนกว่า 20 ห้อง สำหรับในเรื่องนี้ คือนักเรียนชั้น ม.6 ห้อง B

                   ว่ากันว่าสถานที่เก่าแก่มักจะมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น ในโรงเรียนโมริตะก็มีเรื่องเล่าลือเช่นกันว่า ป่าหลังโรงเรียนลึกเข้าไป มีกระท่อมหลังหนึ่งมีชายแก่ทำอาชีพเป็นสัปเหร่ออยู่กับแม่ของเขา อยู่มาวันหนึ่งแม่ของเขาเสียชีวิตลง เขาเสียใจมากจึงเก็บตัวอยู่แต่ในกระท่อมแล้วไม่ออกมาอีกเลย แต่ก็มีคนบอกว่ามันไม่จริงพอๆกับที่มีคนบอกว่ามันจริงนั่นแหละ นักเรียนทุกคนทราบเรื่องเล่านี้ดี บ้างก็เชื่อ บ้างก็ไม่เชื่อ ปัจจุบันโรงเรียนโรงเรียนแห่งนี้ปิดไปแล้ว มันเป็นสถานที่รกร้าง ในฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะเต็มสนาม เวลาลมพัดจะส่งเสียงใบไม้เสียดสีกันฟังดูร่มรื่น แต่ตอนกลางคืนมันจะน่ากลัวมาก ชาวบ้านละแวกนั้นบ้างก็ว่าเห็นวิญญาณครูใหญ่ยังคงทำงานอยู่ต่อไปถึงแม้จะเสียชีวิตไปแล้ว บ้างก็ว่าตั้งแต่เกิดเรื่องลึกลับขึ้นกับนักเรียนห้องหนึ่งจนโรงเรียนต้องปิด ซึ่งเรื่องนี้ก็คือเรื่องที่ผมกำลังจะนำเสนอต่อไปนี้

                   พอถึงตอนนี้ผมคิดว่าคุณคงจะหลับไปแล้วและไม่อ่านเรื่องที่ชวนขนหัวลุกนี่ คุณคงจะปิดหน้าต่างนี้แล้วหันไปสนใจเรื่องที่ดีกว่าแทน หากคุณพร้อมแล้วก็เตรียมพบกับเรื่องราวนี้เลยละกันครับ

                   เอโนโมโต้เป็นนักเรียนที่เรียนได้พอใช้แต่ก็เป็นที่ชื่นชมของอาจารย์ทั้งชั้นเขาค่อนข้างขี้ระแวงเล็กน้อย เขามีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อไทกิ ซึ่งเป็นคนที่ค่อนข้างเกเรแต่ก็มีคุณธรรมโดยที่เขาไม่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมทั้งคู่จึงเป็นเพื่อนสนิทกันได้

                   วันที่เริ่มเกิดเรื่องนั้นคือวันก่อนจะจบการศึกษา 7 วัน ทุกๆคนในห้อง B กำลังเซ็นหนังสือรุ่นกันอยู่อย่างวุ่นวาย ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 4.40 น.

                   นี่ซาคาโมโต้ พอจบไปแล้วจะไปทำอะไร ทาเคชิที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดถามซาคาโมโต้ที่นั่งอยู่แถวสอง

ขณะที่รอซาคาโมโต้เซ็นหนังสือรุ่นให้

                   เราว่าจะต่อจนถึงปริญญาโท ซาคาโมโต้ตอบ

                   แหม เป็นเด็กเรียนจังนะ ทาเคชิพูดกับซาคาโมโต้

                   ที่โต๊ะริมประตูทางออกข้างหลังห้อง มีชาย 5 คนกำลังคุยนั่งกันอยู่

                   นายว่าใครสวยที่สุดในห้อง ไคถามคิระ

                   เราว่าเอมม่านะ คิระตอบพลางชำเลืองมองเอมม่าซึ่งเป็นสาวลูกครึ่งรัสเซีย เธอนั่งคุยอยู่ริมหน้าต่างกับเพื่อนๆคนอื่นๆ คิระโน้มตัวมาข้างหน้าแล้วพูดกับเพื่อนๆของเขาว่า พอเรียนจบแล้วเราว่าจะจีบเอมม่า

                   อี๋! ยายนั่นนะ ชอบอวดรวยจะตาย วันๆก็เอาของมาโชว์เพื่อนๆ ทาคุมิตอบแล้วหันไปมองเอมม่าด้วยสายตารังเกียจ

                    เราว่ายูมินะ โจพูดแล้วหันไปมองยูมิที่นั่งอยู่ข้างหลังเอมม่า เธอนั่งมองหน้าต่างแล้วคอตกอย่างเศร้าๆ

                   ยูมิก็ลึกลับ เธอน่ากลัวจะตาย ทาคุมิตอบ

                   สุดท้ายแล้วนายคงบอกว่าไม่มีใครสวยเลยใช่มั้ย อันโดะถามทาคุมิ

                   เปล่าซะหน่อย ทาคุมิตอบแล้วหันไปมองใครคนหนึ่งในกลุ่มของเอมม่า ทุกคนมองตามแต่ก็ยังไม่รู้ว่าทาคุมิมองใคร

                   นั่นพวกนายมองอะไรอยู่น่ะ มิชิโยะทำลายความเงียบขึ้น

                   อย่ามายุ่งเลย โจพูด

                   แต่ไม่มีคนได้ยินเสียงโจหรอกเพราะเสียงออดโรงเรียนที่ดังมากๆ เรียกร้องความสนใจทุกคน พอสิ้นเสียง กริ๊ง! ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านเพราะขณะนั้นเป็นเวลา 5 โมงเย็นแล้ว พระอาทิตย์กำลังจะตกดินอย่างช้าๆ

                   หลังจากที่เอโนโมโต้กับไทกิเดินจากโรงเรียนออกไปสู่ถนนใหญ่แล้วไปทางปากซอยของบ้านไทกิ เอโนโมโต้จึงบอกลาไทกิ

                   โชคดีนะ ไทกิ เอโนโมโต้บอกลาไทกิ

                   ไทกิพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในซอย เอโนโมโต้เดินริมฟุตบาทถนนใหญ่ต่อไปที่ป้ายรถประจำทาง เขานั่งลงบนม้านั่งอย่างหวั่นๆแล้วรู้สึกไม่ดีเล็กน้อย หลังจากนั้นท้องฟ้าก็เริ่มเป็นสีเทา เมฆหลายก้อนรวมตัวกันบดบังแสงอาทิตย์ ลมเริ่มพัดแรงขึ้นจนผมของเอโนโมโต้ปลิวเสยขึ้นไป เศษหนังสือพิมพ์เก่าๆบนพื้นปลิวขึ้นมาอยู่บนอากาศ แล้วมีเศษหนังสือพิมพ์ปลิวมาทาบบนหน้าของเขา เป็นแค่เศษหนังสือพิมพ์ที่ขาดแล้ว พอเขาอ่านดูก็พบว่าเป็นหนังสือพิมพ์ที่ฉีดขาดเป็นคำว่า อาคิระ

                   ทำอะไรอยู่เอโนโมโต้ คิระเดินเข้ามาถามเอโนโมโต้

                   เปล่าหรอก เอโนโมโต้ตอบด้วยท่าทางไม่ค่อยมั่นใจ แล้วลมก็พัดเศษหนังสือพิมพ์ชิ้นนั้นปลิวไปจากมือเขา

                  รถประจำทางปรับอากาศเคลื่อนมาจอดเกิดเสียงเบรกดัง เอี๊ยด ประตูลมเปิดดัง ฟู่ เอโนโมโต้ก้าวขึ้นไปบนรถประจำทางโดยมีคิระตามไปอยู่ข้างหลัง เอโนโมโต้เห็นที่นั่งตรงหน้าเขาเมื่อขึ้นมาบนรถแล้ว เขาจึงนั่งทันที ส่วนคิระนั่งอยู่ตรงเกือบหลังสุด เอโนโมโต้ชำเลืองมองผู้โดยสารข้างๆเขา เป็นชายแก่ใส่ชุดเก่าๆนอนหลับอยู่ จากนั้นเขาจึงละสายตากับชายแก่คนนั้นแล้วมานั่งคิดดูถึงเศษหนังสือพิมพ์เก่าที่เขาเห็นเมื่อสักครู่ เขามีคำถามในใจมากมายจนใช้เวลาคิดอยู่นานท่ามกลางความเงียบบนรถ

                   เราลงละนะ ลาก่อน คิระเรียกเอโนโมโต้จนเขาสะดุ้งเมื่อคิระมาแตะตัวเขา แล้วคิระก็หันหลังโบกมือให้เอโนโมโต้และเดินไปที่ประตูทางออก

                   เอโนโมโต้รู้สึกไม่ดียิ่งขึ้นเมื่อคิระพูดว่า ลาก่อน เขารู้สึกเหมือนกับว่าจะไม่มีทางได้เจอเพื่อนคนนี้อีกเลย เขาตัวสั่นแต่ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะความกลัวของเขาจนเขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังขึ้นเรื่อยๆ

                   ประตูรถประจำทางเปิดออกดัง ฟู่ ทั้งๆที่รถยังไม่หยุด ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นยางของรถระเบิดดัง ตูม! คนขับรถร้องด้วยความตกใจแล้วหักเลี้ยวไปทางขวา ผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งกรีดร้องดังลั่นขณะที่รถเสียการควบคุม เอโนโมโต้พยายามจะคว้าตัวคิระด้วยมือซ้ายแล้วมือขวาจับพนักพิงของคนข้างหน้าเอาไว้ และแล้วเอโนโมโต้ก็คว้าตัวคิระไว้ไม่ทัน คิระหล่นลงไปจากรถประจำทาง นอนลงไปกับถนนแล้วถูกล้อหลังทางซ้ายของรถทับเข้ากลางลำตัว กลิ้งไปตามถนนใต้ท้องรถแล้วนอนคว่ำบนถนนโดยมีเลือดอาบทั่วกาย รถประจำทางเสียหลักพุ่งชนหลักกลางถนนใกล้ๆจึงหยุด ตัวของเอโนโมโต้ยังคงค้างอยู่ในท่าเดิมที่พยายามจะช่วยชีวิตคิระ เขาตกใจมากกับภาพที่เห็นจนน้ำตาเอ่อล้นออกมาในลูกตาทั้งสองข้างของเขา จนผมไม่สามารถบรรยายความรู้สึกของเขาได้ว่าเป็นเช่นไร

127 ความคิดเห็น

  1. #124 MonGiizo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2552 / 18:14
    ขนลุก ว่ะ - -'
    #124
    0
  2. #120 SluRpee= (@mitta-fa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2552 / 09:40

    ขี้เกียดอ่านอ่ะ

    แต่คงสนุกมั้ง

    พี่ต้าซะอย่าง

    #120
    0