[Kris,Lay x Chen] The Emperors's Precious [EXO]

ตอนที่ 3 : Chapter 2: Prisoner

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ก.ค. 57

 

The 2nd Precious: Prisoner

 

“หากไม่อยากตายก็จงหยุดเดี๋ยวนี้!” ชานยอลที่ควบม้าไล่ตามนักโทษทั้งสองเข้าสู่แนวพงไพรสูงทึบตะโกนก้อง ฝ่ามือแกร่งใต้เกราะสนับเร่งสะบัดบังเหียนของอาชาคู่ใจให้เร่งจังหวะฝีเท้าเพื่อเข้าใกล้เป้าหมาย เขากำลังจะคว้าคอของหนึ่งในนั้นที่ตัวเล็กกว่าได้แล้วตอนที่บุรุษปริศนาปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าในชั่วพริบตา

กายสูงสง่าของผู้มาใหม่ยืนห่างออกไปราวสี่ถึงห้าหลา ร่างโปร่งเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งสวมอาภรณ์สีดำสนิทตัวยาวที่ดูแล้วช่างไม่เข้ากับการเดินทางในป่าเขาสักเท่าไร ดวงตาสีทองสว่างแปลกประหลาดจ้องตรงไปยังคยองซูซึ่งกำลังพยายามรวมรวบเรี่ยวแรงอึดใจสุดท้ายในการเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเก่า

“จงอิน!!” คยองซูร้องเรียกชื่อของผู้มาใหม่ก่อนจะโผทั้งร่างเข้าหาอ้อมอกแกร่งในขณะที่มืออีกข้างก็คว้าแขนนินจาหนุ่มเอาไว้แน่น เสียงหวานถามอย่างตื่นตระหนก “เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร!

“ท่านจงแดส่งกระแสจิตไปเรียกข้า คุณหนู มันเกิดอะไรขึ้น!” จงอินตอบกลับพร้อมคำถามรัวเร็ว แต่แล้วประกายตาคู่คมก็เล็งเห็นถึงภัยที่กำลังไล่ตามคุณหนูคนดีของตนมาติดๆ ถึงได้รีบพูดต่อ “ไว้ไปอธิบายทีหลังก็แล้วกัน”

แต่ดูเหมือนแม่ทัพหนุ่มจะไวทายาทกว่านั้น ร่างสูงในชุดเกราะเบาทะลึ่งพรวดลงจากหลังม้าประจำตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แล้วใช้แขนทั้งสองรวบร่างบอบบางของคยองซูเอาไว้หมายจะจับกุม เขารู้สึกได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของนักโทษในอ้อมแขน แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมาก็พบว่าตนไขว่คว้าเอาไว้ได้เพียงอากาศธาตุ ชานยอลกลิ้งตลบไปตามแรงส่งของการกระโจนท่ามกลางความตื่นตะลึงของเหล่าทหารกว่ายี่สิบนาย...

แม้ไม่ต้องการจะเชื่อในสิ่งที่เห็นแต่ก็คงต้องยอมรับอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

พวกมันหายตัวไป... โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆเอาไว้แม้แต่สักนิดเดียว

“โธ่เว้ย!!” ชานยอลสบถดังลั่นขณะยันกายขึ้นจากพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้แห้ง เขาเห็นกับตา รู้สึกได้กับตัวว่าจับนักโทษนั่นได้แล้วเป็นแน่ แต่อึดใจต่อมาสัมผัสเหล่านั้นก็หายไปจนหมดสิ้น

เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น! แบบนี้มันหยามหน้ากันชัดๆ!

แม่ทัพหนุ่มยังคงตีอกชกลมอยู่ตรงนั้นตอนที่มีม้าเร็วควบมาแจ้งว่าองค์ราชันทรงตรัสเรียกให้เขากลับไปยังทุ่งหญ้าแห่งเดิม วงหน้าคมคายขยับขึ้นลงแทนคำตอบรับก่อนจะสาวเท้ากลับไปยังม้าศึกคู่กาย ดวงตาคมยังจับจ้องไปยังตำแหน่งสุดท้ายของนักโทษทั้งสองด้วยความเคลือบแคลงที่ท่วมท้น แต่แล้วก็จำต้องชักม้าหันกลับอย่างไม่เต็มใจนัก การให้องค์กษัตริย์ต้องทรงรอนั้นไม่ใช่เรื่องสมควร และชานยอลก็รู้เรื่องนั้นดีถึงได้เดาะส้นเท้าเข้าข้างตัวม้าเพื่อให้มันออกวิ่งนำกองกำลังขนาดย่อมออกไปจากแนวป่า

ชานยอลกลับไปถึงทุ่งหญ้าโล่งในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ คิ้วเข้มขมวดฉับทันทีเมื่อสังเกตเห็นร่างซีดเซียวในอ้อมพระพาหาของนายเหนือหัวซึ่งประทับอยู่บนหลังอาชาประจำตำแหน่ง เสียงทุ้มทูลถามอีกฝ่ายอย่างนอบน้อมหลังถวายความเคารพเสร็จ “พระองค์... บุคคลผู้นี้คือใครหรือพะยะค่ะ” ใจอยากจะเสริมต่อเหลือเกินว่าเหตุใดจึงทรงจับจ้องไม่วางพระเนตรเสียขนาดนั้น... แต่อย่าเลยดีกว่า

ราชันอี้ฟานครางเบาๆในพระศออย่างทรงครุ่นคิด ก่อนจะทรงตรัสตอบด้วยสุรเสียงทุ้มลึก “นักโทษ... เช่นนั้นกระมัง”

 

 

 

ฝีเท้าม้าคัดสรรจำนวนหลายร้อยตัวพาให้กองทหารอารักขาพร้อมองค์กษัตริย์กลับถึงราชวังหลวงแห่งแคว้นอู๋ได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม เหล่าทหารม้าต่างก็กระจายกันไปประจำตามแนวกำแพงเพื่อผลัดเปลี่ยนเวรตามคำสั่งของแม่ทัพชานยอล

องค์ราชันแห่งแคว้นอู๋เคลื่อนพระวรกายลงจากอาชาตัวใหญ่อย่างคล่องแคล่วหลังทรงส่งร่างบอบบางในอ้อมพระอุระให้นายทหารคนหนึ่งรับเอาไว้ พระหัตถ์แกร่งส่งสายบังเหียนหนังไปให้ผู้ดูแลม้าประจำพระองค์ก่อนจะรับเอาร่างของจงแดมาอุ้มไว้อีกหนหนึ่ง

“หมอหลวงพร้อมแล้วใช่ไหม” สุรเสียงทุ้มตรัสถามหัวหน้านางกำนัลที่มาเฝ้ารับเสด็จ

“เพคะ... หม่อมฉันตระเตรียมตำหนักเล็กและพระกายาหารเอาไว้ตามที่รับสั่งแล้วด้วยเพคะ” นางทูลตอบนอบน้อม รีบเร่งออกเดินไปยังตำหนักเล็กทันทีที่ได้สดับพระดำรัสให้นำทาง หากไม่ทันที่องค์ราชันอี้ฟานจะได้มันเสด็จ น้ำเสียงทุ้มนุ่มของใครคนหนึ่งก็ขานเรียกจนต้องผินพระพักตร์มองเสียก่อน

“อี้ฟาน” และบุคคลที่จะเรียกองค์กษัตริย์แห่งแคว้นอู๋ด้วยพระนามได้ก็คงไม่พ้นจะเป็นใครไปได้นอกเสียจาก...

กษัตริย์แห่งแคว้นอู๋อีกพระองค์หนึ่ง...

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของแคว้น.. หรือแทบจะเรียกได้ว่าของอาณาจักรทุกแห่งหน ที่มีกษัตริย์ขึ้นปกครองพร้อมกันถึงสองพระองค์ในหนึ่งรัชสมัย

อู๋อี้ฟาน คือองค์กษัตริย์ชาตินักรบที่ทรงพระปรีชาสามารถและเชี่ยวชาญการศึก ประดุจดั่งมังกรฟ้าที่แผ่อำนาจปกปักรักษาบ้านเมือง

อู๋อี้ชิง คือองค์กษัตริย์ผู้ปราดเปรื่องรอบรู้และมีความเป็นเลิศในการดูแลเหล่าปวงประชา เปรียบเสมือนมังกรดินผู้สร้างความผาสุกแก่ราษฎร

พระโอรสฝาแฝดของพระราชินีองค์ก่อนทรงเจริญพระชนมายุขึ้นอย่างสง่างามและทรงอำนาจ ความรักใคร่กลมเกลียวที่ทรงได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ทำให้ทั้งสองพระองค์เลือกที่จะปกครองไพร่ฟ้าเคียงข้างกันโดยมิได้สนใจคำติฉินจากทั่วทุกสารทิศ พระราชดำรัสวันเสด็จขึ้นครองราชย์ยังติดตรึงอยู่ในดวงใจของปวงประชาทั้งแผ่นดิน

ทรงดำรัสร่วมกันไว้... ...ประโยชน์อันใดหากพวกข้าต้องฆ่าฟันกันเพียงเพื่อตำแหน่งกษัตริย์ ในเมื่อข้าทั้งสองต้องการให้แคว้นอู๋ของเราผาสุกและร่มเย็นมิต่างกัน...

“อี้ชิงเจ้าควรกลับถึงแคว้นพรุ่งนี้มิใช่หรือ” องค์ราชันอี้ฟานตรัสถาม พระพาหาแกร่งส่งนักโทษตัวน้อยให้กับนายทหาร ทรงรับสั่งแน่นหนักให้รีบพาร่างบางไปยังตำหนักเล็กแล้วพระองค์จะเสด็จตามไปทีหลัง

ราชาอี้ชิงทรงไหวพระองค์เล็กน้อยก่อนจะตรัสตอบเสียงเรียบ “ทุกอย่างลุล่วงไวกว่ากำหนดก็เพียงเท่านั้น แล้วนั่นใครกัน”

“แบคฮยอนยังมิได้บอกเจ้าเรื่องนี้หรือ” พระผู้ทรงศักดิ์เป็นพระเชษฐาตรัสถาม เมื่อเห็นว่าอนุชาของตนส่ายพระพักตร์แทนคำตอบ สุรเสียงกังวานจึงตรัสต่อ “ข้าจะเล่าให้ฟังระหว่างทางไปตำหนักเล็กก็แล้วกัน”

กษัตริย์ทั้งสองพระองค์เสด็จไปยังตำหนักเล็กอย่างไม่เร่งรีบนักโดยไม่ลืมจะรับสั่งให้ชานยอลไปพักผ่อนแล้วค่อยมารายงานทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ราชันอี้ฟานทรงตรัสเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้อนุชาของตนฟังอย่างครบถ้วนทั้งยังสำทับว่าพระองค์เองก็แทบไม่เชื่อสิ่งที่ตนเห็นเช่นเดียวกันกับราชันอี้ชิงที่แสดงพระพักตร์คร่ำเคร่งราวกับไม่ทรงเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

และเมื่อทรงเห็นแล้วว่าการถกเถียงกันต่อไปคงไม่ช่วยไขข้อสงสัยอันใด...

ก็คงต้องเสด็จไปถามเอาจากปากของนักโทษด้วยพระองค์เอง...

 

 

 

ร่างบอบบางบนเตียงนอนหลังกว้างครางเครือแผ่วเบาในลำคอ แพรขนตาสีอ่อนไหวระริกก่อนที่เปลือกตาขาวจัดจะค่อยๆขยับลืมขึ้นอย่างมึนงง ความรู้สึกกะปลกกะเปลี้ยที่เกาะกุมไปทั้งร่างทำให้จงแดต้องขมวดคิ้ว ปลายนิ้วเรียวลูบเบาๆบนลำคอที่แห้งผากจนแทบป่นเป็นผุยผงก่อนที่ดวงตาคู่หวานจะต้องเบิกกว้างเมื่อสิ่งที่สัมผัสโดนกลับกลายเป็นผิวโลหะเย็นเยียบ

สองมือบางลูบคลำไปตามผิวปลอกคอโลหะอย่างตื่นตระหนก เขาพยายามทั้งดึงทั้งแกะมันออกหากก็ไม่เป็นผล ความทรงจำสั้นๆก่อนที่จะหมดสติเริ่มหมุนกลับเข้ามาฉายซ้ำในหัว สาเหตุของกำลังที่อ่อนลงเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายจงแดก็ได้คำตอบ

ปลอกคอโลหะนี่สะกดพลังของเขาเอาไว้! พลังของเหล่าเทพแห่งอาณาจักรสวรรค์!

นั่นคือเหตุผลที่คยองซูไม่อาจส่งกระแสจิตไปเรียกจงอินได้...

“ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” น้ำเสียงอ่อนโยนที่ดังขึ้นจากฝั่งหนึ่งของห้องเรียกให้จงแดหันขวับไปมองด้วยสายตาระแวดระวัง เงาตะคุ่มที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังฉากกั้นลายนกกระสาบ่งบอกชัดว่านางมิได้ต้องการแสดงเจตนาคุกคาม  สงสัยว่านางจะอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ต้นแล้วเพราะเขาไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูเลยสักนิด “ต้องการสิ่งใดเป็นพิเศษไหมคะ ดิฉันจะจัดหามาให้ทันที”

จงแดนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจหนึ่งด้วยกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก หากเขาบอกว่าจะออกจากที่นี่ แน่นอนว่าเจ้าหล่อนคงมิยอมได้โดยง่าย “ตอนนี้ข้าอยู่ที่ไหน”

“อยู่ในพระราชวังของแคว้นอู๋... ที่นี่คือตำหนักเล็กสำหรับรับรองขุนนางชายของวังในเจ้าค่ะ” คำตอบที่ได้รับทำเอาคนฟังอยากจะร่ำไห้มากกว่าเก่า ไม่มีพลังซ้ำร้ายยังถูกจับไว้ที่วังในแล้วเขาจะหาทางหนีได้อย่างไรกันเล่า

เสียงบานประตูไม้ที่ถูกเปิดออกทำให้จงแดต้องยืดหลังตรงตามสัญชาติญาณ ใบหน้าหวานขมวดยุ่งเมื่อเห็นเงาสูงใหญ่สองร่างเพิ่มเข้ามาบนฉากกั้นห้อง ริมฝีปากระเรื่อแดงเม้มแน่นตอนที่ทั้งสามคนพูดคุยบางอย่างกันอยู่พักหนึ่ง ความรู้สึกประหม่าเริ่มไต่ระดับขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเห็นว่าร่างบางของสตรีนางเดิมโค้งคำนับให้ผู้มาใหม่ทั้งสองก่อนจะออกจากห้องไป

จงแดจ้องนิ่งไปยังสุดปลายฉากกั้นที่มั่นใจว่าอาคันตุกะทั้งสองจะต้องปรากฏกายขึ้น ความรู้สึกตื่นตัววิ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างจนแทบจะนั่งไม่ติดที่ มือบางกอบกำผ้าห่มเนื้อลื่นเอาไว้แน่นจนข้อซีด ร่างสูงสง่าที่ก้าวออกมาจากฉากกระดาษทำเอาก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกวูบอย่างน่าประหลาด

“จะไม่นอนต่ออีกสักหน่อยหรือ” ร่างสูงคนหนึ่งในชุดคลุมสีเข้มตัวยาวถามขึ้นมา จงแดพยายามเพ่งมองผ่านเงามืดที่พาดผ่านใบหน้าของทั้งสอง หากมันกลับไม่เป็นผล แม้กระทั่งสัมผัสฉับไวของเขาก็ถูกปลอกคอนี่สะกดเอาไว้

“ข้าจะไม่คุยกับคนที่ไม่ยอมเปิดเผยหน้าตาของตัวเองหรอกนะ... โดยเฉพาะถ้าเจ้าคือคนที่ยิงลูกธนูดอกนั้นใส่ข้าน่ะ” เสียงหวานไม่ยอมตอบคำถามของผู้มาใหม่ มุมปากอิ่มกดคว่ำอย่างดื้อรั้นและไว้ตัว จงแดขมวดคิ้วฉับทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆดังมาจากทั้งสองคนตรงหน้า แต่แล้วเมื่อบุรุษทั้งสองก้าวผ่านเงาสลัวออกมาต้องแสงจันทร์ ร่างเล็กก็พลันชะงักนิ่งราวกับต้องมนต์

บุรุษคนแรกที่เดินนำออกมาสวมใส่ชุดเซินอีตัวยาวสีดำสนิทที่ถักทอขึ้นจากผ้าแพร ลวดลายมังกรปักไหมสีทองอร่ามบนเนื้อผ้าดูโดดเด่นต้องตา หากมันกลับมิได้สะกดสายตาคนมองได้มากเท่าดวงหน้างดงามราวรูปสลักของผู้สวมใส่ รอยยิ้มเบาบางบนริมฝีปากทรงคันศรกับลักยิ้มน้อยๆบนพวงแก้มขาวทำให้คนมองรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง แม้องค์ประกอบต่างๆบนใบหน้ารูปไข่นั้นจะแลดูอ่อนช้อยหากเมื่อรวมเข้ากับบุคลิกเพียงแรกเห็นจงแดก็กล่าวได้เลยว่าคนตรงหน้านั้นรูปงามและองอาจเสียยิ่งกว่าเทพหลายๆองค์...

บุรุษอีกคนที่เดินตามหลังออกมาอยู่ในอาภรณ์แบบเดียวกัน เพียงแต่เป็นผ้าแพรสีขาวและปักลายมังกรแดง ท่าทีมีราศีและสง่างามมิได้ผิดแผกไปจากบุรุษคนแรกเลยแม้แต่น้อย ทั้งเค้าหน้าที่สมบูรณ์แบบราวกับพระเจ้าจงใจปั้นแต่ง รูปกายผ่าเผยทรงอำนาจ หากสิ่งที่แตกต่างคือประกายตาคมคายซึ่งแฝงแววกระด้างและดุดันมากกว่าก็เท่านั้น...

“พวกเจ้าเป็นใคร ต้องการอะไรจากคยองซู” จงแดยิงคำถามใส่บุรุษแปลกหน้าทั้งสองพร้อมกับหยัดกายจนแผ่นหลังชิดหัวเตียงไม้สลักด้วยความหวาดระแวง ชายหนุ่มในชุดเซินอีสีขาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยในขณะที่อีกคนได้แต่หัวเราะหึๆในลำคอ และนั่นทำให้จงแดยิ่งไม่พอใจหนักกว่าเก่า “ตอบข้ามานะเจ้ามนุษย์ใจร้าย!

“ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยมีผู้ใดบอกว่าข้าใจร้ายเลยนะ” บุรุษชุดขาวพึมพำกับอีกคนข้างกายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“ข้าก็เช่นกัน” บุรุษชุดดำตอบกลับทั้งที่ยังมีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่ตรงมุมปากไม่จางหาย “ข้าว่าข้าคุยกับเขาเองดีกว่า เลือดร้อนอย่างเจ้าน่ากลัวว่าลูกแมวตัวน้อยจะได้พองขนขู่ทั้งคืน”

จงแดขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจ ใบหน้าน่ารักเหลียวแลซ้ายขวาไม่เจอแมวสักตัวก็ได้แต่สงสัย อดนึกไม่ได้ว่ามนุษย์มีญาณทิพย์อะไรที่เทพอย่างเขาไม่มีกระนั้นหรือ “พวกเจ้าพูดเรื่องอะไร...”

บุรุษชุดดำพาดลายมังกรสีทองหันกลับมามองจงแดด้วยรอยยิ้มเบาบาง ท่าทีอ่อนโยนของเขาทำให้สองแก้มร้อนผ่าว ไม่ชอบเอาเสียเลยกับความรู้สึกปั่นป่วนอันน่าประหลาดแบบนี้ เจ้าปลอกคอโลหะนี่ดูจะฤทธิ์เยอะมากไปเสียแล้ว

“ข้ามีนามว่าอี้ชิง... เจ้าล่ะ” บุรุษชุดดำถามจงแดพลางสืบเท้าเข้ามาใกล้

“...เจ้าล่ะ” จงแดมิยอมตอบแต่โดยดี หากกลับย้อนถามด้วยคำเดียวกันพลางพยักเพยิดไปทางบุรุษอีกคนหนึ่งที่จับจ้องตนไม่วางตาอยู่ด้านหลังชายที่บอกว่าตนชื่ออี้ชิง

“อี้ฟาน” ร่างสูงในอาภรณ์สีขาวตอบกลับสั้นห้วน

จงแดนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ริมฝีปากระเรื่อเม้มน้อยๆก่อนจะยอมเอ่ยในท้ายที่สุด “ข้าชื่อจงแด”

ชายที่ชื่ออี้ชิงคลี่ยิ้มกว้างกว่าเก่าหลังจากจงแดบอกชื่อของตัวเอง ไม่เข้าใจเลยว่ามีเหตุอันใดให้ยิ้มนักยิ้มหนา คนกำลังคร่ำเครียดอยู่แท้ๆ

“เจ้าอายุเท่าไหร่หรือจงแด” เขายังถามต่อ ทำเอาจงแดนึกเคืองจนต้องแหวขึ้นเสียงแหลม

“ข้าจะไม่ตอบอะไรมนุษย์ใจร้ายอย่างพวกเจ้าไปมากกว่านี้หากเจ้ายังไม่ยอมตอบคำถามของข้า! เจ้าต้องการอะไรจากคยองซูกัน!

พวกเขาทั้งสองสบตาพลางส่งนัยยะบางสิ่งถึงกันโดยที่จงแดไม่อาจจะเข้าใจได้ ดวงหน้าหวานสวยบึ้งตึงหลังเห็นว่าทั้งอี้ฟานและอี้ชิงไม่ยอมพูดอะไรต่อเสียที แต่ในวินาทีที่กำแพงความอดทนของจงแดกำลังจะถล่มลง น้ำเสียงทุ้มลึกของอี้ชิงก็แทรกขึ้น

“ใครคือคยองซูอย่างนั้นหรือ” จงแดขมวดคิ้วยุ่ง ก็เห็นอยู่ว่าชายที่ชื่ออี้ฟานไล่ตามคยองซู ซ้ำยังมุ่งมาดอาฆาตร้ายจนแผลงศรใส่เขาด้วย แต่ดูจากสีหน้าที่ไม่แสดงอาการตระหนักรู้ใดๆ จะยอมเชื่อก็ได้ว่าไม่รู้จัก

“ก็คนที่เจ้าไล่ตามเมื่อกลางวันนั่นปะไร” จงแดค่อนขอดกลับ “แม้ชื่อยังไม่รู้จักแต่กลับตามล่าซ้ำร้ายยังแผลงศรใส่ มนุษย์ไม่เห็นจะใจดีเหมือนที่ท่ามแม่บอกเลยสักนิด”

ท้ายที่สุด องค์ราชันผู้ถือศักดิ์เป็นพระเชษฐาก็ทรงตัดสินพระทัยตรัสขึ้นอย่างขุ่นเคือง “พอกันที... คำก็มนุษย์ สองคำก็มนุษย์ เจ้าจะบอกว่าตนไม่ใช่มนุษย์หรืออย่างไร” แม้จะทรงรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายมิใช่มนุษย์ หากสิ่งที่ยังคับข้องพระทัยอยู่ก็คือ หากมิใช่มนุษย์ แล้วจงแดเป็นตัวอะไรกันเล่า

จงแดเบะปากกับน้ำเสียงติดยโสของชายที่ชื่ออี้ฟาน เสียงใสเอ่ยตอบด้วยท่าทีดื้อรั้นพลางสะบัดหน้ามองออกนอกหน้าต่าง “ก็ไม่ใช่น่ะสิ”

“แล้วเจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตอะไรเล่า” ราชันอี้ชิงเป็นฝ่ายตรัสขึ้นบ้าง ทรงเลือกที่จะใช้คำว่าสิ่งมีชีวิตแทนเพราะมันคงจะเข้าหูคนฟังมากกว่า พระขนงสองข้างขมวดมุ่นขณะทรงรอฟังคำตอบ

“ข้า...” จงแดเม้มปากน้อยๆ พยายามครุ่นคิดว่าจะบอกความจริงออกไปดีหรือไม่ “...ข้าเป็นเทพ”

บางทีถ้าบุรุษทั้งสองรู้ว่าจงแดเป็นเทพก็อาจจะนึกหวาดกลัวแล้วยอมปล่อยจงแดไปก็ได้...

แต่สิ่งที่ได้รับเป็นคำตอบกลับมีเพียงความเงียบงันเสียอย่างนั้น

“นี่! ข้าบอกความจริงพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าก็ต้องตอบคำถามของข้าด้วยสิ! เลิกพาข้านอกเรื่องเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงหวานปานระฆังแก้วร่ำร้องประท้วงอีกหนหลังเห็นว่ากษัตริย์ทั้งสองเอาแต่มองพระพักตร์กันไปมา

ราชาอี้ชิงหลุดเสียงสรวลแผ่วเบากับความพยศของนักโทษตัวน้อยในขณะที่ราชาอี้ฟานนั้นขมวดพระขนงแน่นจนแทบผูกกันเป็นปม เพียงไม่กี่อึดใจต่อมาร่างสูงผู้เป็นพระเชษฐาทรงตรัสต่อหลังดึงเอาสติสตังของตนกลับมาได้อย่างครบถ้วน

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าทั้งสองที่เจ้ากำลังพาลพาโลอยู่ขณะนี้เป็นใคร”

“...” จงแดชะงักงันราวกับถูกดึงวิญญาณออกไปจากร่าง ภาพรอยสลักบนแหวนหยกวงประณีตพลันเด่นชัดขึ้นในห้วงความคิด แต่แล้วทิฐิดื้อรั้นที่กอปรขึ้นจากศักดิ์ศรีชาติกำเนิดก็ทำให้ร่างบางยังนึกรั้นต่อ เสียงใสตวัดตอบทั้งที่ยังจ้องมองละอองน้ำค้างบนกลีบดอกไม้ที่ข้างหน้าต่าง “ข้ารู้! เจ้าน่ะเป็นกษัตริย์ของแคว้นอู๋นี่ใช่ไหมเล่า ข้ามิได้โง่เสียหน่อย แต่.. แต่ว่าอี้ชิงน่ะข้าไม่รู้หรอก”

จงแดสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกได้ถึงปลายนิ้วแกร่งที่เชยเข้าปลายคาง เรี่ยวแรงแข็งแกร่งขององค์ราชันผู้พี่ดึงให้เขาหันกลับไปมองก่อนที่จะต้องตื่นตกใจยิ่งกว่าเก่าหลังพบว่าใบหน้าราวรูปสลักของอีกฝ่ายอยู่ใกล้เพียงฝ่ามือกางกั้น เขาไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าเผลอกลั้นหายใจไปตั้งแต่เมื่อไร

“ทั้งข้าและอี้ชิงต่างก็เป็นกษัตริย์แห่งแคว้นอู๋ และถึงแม้พวกข้าจะไม่ใช่มนุษย์ใจร้ายเหมือนอย่างที่เจ้ากล่าวหา ก็ไม่ใช่ว่าจะใจร้ายไม่เป็น... อย่าให้ข้าต้องลงโทษเจ้าเพราะความไร้มารยาท สำหรับเรา เจ้าเป็นเพียงนักโทษคนหนึ่ง จะนำไปขังร่วมกับนักโทษประหารในคุกใต้ดินก็ย่อมได้” องค์ราชันอี้ฟานทรงตรัสอย่างขุ่นเคืองพระทัย อาจเพราะพระองค์นั้นมีพระทัยดีหากขณะเดียวกันก็มีไฟโทสะที่ร้ายกาจถึงได้ดำรัสออกไปแบบนั้น

จงแดมองสบกับประกายตาทรงอำนาจด้วยดวงตาไหวระริกก่อนที่หยาดน้ำใสจะเริ่มรื้นขึ้นคลอคลอง

องค์ราชาผู้พี่แห่งแคว้นอู๋เห็นดังนั้นก็รีบปล่อยพระหัตถ์ออกจากปลายคางมนด้วยความตกพระทัย ดวงเนตรคมคายเบิกกว้างเมื่อได้สดับเสียงสะอื้นฮักจากร่างบอบบางเบื้องหน้า พระพักตร์งดงามตวัดกลับไปมองอนุชาของตนอย่างทรงขอความช่วยเหลือ จนท้ายที่สุดราชาอี้ชิงก็ต้องไหวพระองค์มานั่งแทนที่พระเชษฐาที่ตอนนี้อัปเปหิตนเองไปประทับยังมุมห้องด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้าใส่อย่างไม่ทราบสาเหตุ

“จงแด... อย่าร้องเลย พี่ข้าไม่ได้ประสงค์จะทำให้เจ้าตกใจหรอก เงียบเสียคนดี” องค์ราชันผู้น้องตรัสด้วยสุรเสียงอ่อนโยน พระหัตถ์อบอุ่นลูบลงบนพุ่มผมนิ่มของร่างเล็กด้วยแววตาเอ็นดูหากก็ยังระไปด้วยความขบขัน

“...” จงแดยังคงนิ่งเงียบจนคนฟังนึกขำ ลูกแมวตัวน้อยที่เอาแต่พองขนขู่เมื่อครู่หายไปไหนเสียแล้วหนอ

“ไม่ต้องกลัว พี่ข้าไม่เอาเจ้าไปขังคุกใต้ดินจริงๆหรอก ไม่เช่นนั้นเจ้าคงไม่ได้มานั่งบนเตียงนอนอุ่นสบายแบบนี้ตั้งแต่ต้น” ราชาอี้ชิงยังดำรัสต่อ หากเมื่อเห็นว่าคนฟังเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมขานคำใดจึงทรงเชยปลายคางมนขึ้นแผ่วเบา หากประโยคต่อมาที่เจือแววตัดพ้อชัดเจนกลับทำให้พระทัยหายขึ้นมา

“ข้าเป็นนักโทษเช่นนั้นสินะ ที่พวกเจ้าต้องการจะจับน้องชายของข้า ก็เพื่อจะนำเขามาเป็นนักโทษเช่นนั้นใช่ไหม” เนื้อเสียงกังวานใสเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา แต่ไม่ทันที่องค์ราชันอี้ชิงจะได้ตรัสตอบคำใด สุรเสียงของใครอีกคนในห้องก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ใช่ เพราะพลังของเทพอย่างเจ้าจะทำให้แคว้นของข้าได้เปรียบในสงคราม...” พระหัตถ์แกร่งที่หยิบจับอาวุธเป็นวิสัยยกขึ้นห้ามอนุชาของตนซึ่งมีท่าทีจะขัดขึ้น ก่อนจะทรงตรัสต่อ “...และปลอกคอโลหะที่เจ้าสวมอยู่จะทำให้ข้าสามารถสะกดพลังของเจ้าเอาไว้ได้ ระดับพลังของเจ้าจะเปลี่ยนแปลงไปตามความคิดของข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น”

ก่อนที่จะมีนางกำนัลไปรายงานว่าจงแดฟื้น พระองค์ทั้งสองและแบคฮยอนกำลังวุ่นวายอยู่ที่ตำหนักของนักบวชผู้ถูกสังหารเพื่อศึกษาทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่เป็นไปได้เกี่ยวกับโลหะอันดาแมนไทน์ในคัมภีร์โบราณหลายต่อหลายเล่ม ซึ่งหนังสือเก่ากรุเหล่านั้นก็บ่งบอกเอาไว้ชัดเจนว่าผู้ที่เป็นฝ่ายสวมอุปกรณ์ดังกล่าวให้เหล่าทวยเทพมิว่าองค์ใด จะสามารถควบคุมระดับพลังของเทพองค์นั้นเอาไว้ได้ด้วยความรู้สึกนึกคิด จะให้หรือลิดรอนพลังก็สามารถทำได้อย่างใจนึก ทั้งหมดนั่นคือความจริงที่ราชาอี้ชิงก็ทรงรับรู้และเข้าใจ หากแต่โดยปกติ อี้ฟานจะเป็นนักเจรจาที่ฉลาดกว่านี้มิใช่หรืออย่างไร... อะไรดลใจให้พี่ชายของเขาบอกความจริงอันไม่น่าอภิรมย์นี่ออกมาตรงๆกันหนอ

จงแดรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างวิ่งขึ้นมาจุกเสียดอยู่ในอก ความรู้สึกตึงเครียดทวีลำดับมากขึ้นจนวิงเวียนศีรษะหากมุมปากหยักคล้ายลูกแมวก็ยังเลือกจะแค่นยิ้มประชดประชัน “ที่แท้เจ้าก็มิได้มองข้าเป็นนักโทษ หากเป็นเพียงอาวุธสงครามให้ใช้สอย”

องค์ราชันอี้ฟานหรุบพระเนตรลงต่ำขณะที่ผู้เป็นอนุชาขยับพระองค์เข้าใกล้จงแดมากกว่าเก่าด้วยหวังจะปรับความเข้าใจเสียใหม่ หากร่างบอบบางบนเตียงกลับพยายามขยับหนีและแสดงสีหน้าเดียดฉันท์โดยชัดเจน

“อย่ามาใกล้ข้านะมนุษย์... พวกเจ้าเฝ้าแต่กระหายในอำนาจ จิตใจโหดร้าย หวังเพียงจะครอบครองความเป็นใหญ่...” จงแดนิ่งเงียบไป หยาดน้ำใสที่เริ่มจะเหือดหายเริ่มรื้นขึ้นคลอเต็มดวงตาคู่หวานอีกหน “ข้าสงสัยเหลือเกินว่าเหตุใดเจ้าพี่และคยองซูถึงได้ชอบพอเหล่ามนุษย์อย่างพวกเจ้านัก”

กษัตริย์แห่งแคว้นอู๋ทั้งสองรู้สึกปวดหน่วงในพระอุระอย่างประหลาดเมื่อเห็นร่างบอบบางบนเตียงหลังใหญ่ร่ำไห้จนตัวโยน หากเมื่อพยายามจะอธิบายและปลอบขวัญ จงแดกลับหันหน้าหนีซ้ำยังเอาแต่พร่ำบอกว่าไม่อยากฟัง

ตั้งแต่เกิดมาจนพระชนมายุยี่สิบหกพรรษา ยังมิเคยรู้สึกหนักพระทัยกับสิ่งใดขนาดนี้มาก่อนเลย...

องค์ราชาอี้ฟานทรงถอนพระทัยอย่างเหนื่อยหน่ายหลังปล่อยให้ทั้งตำหนักตกอยู่ในความเงียบงันมาร่วมสิบนาที พระหัตถ์แกร่งสะกิดเรียกอนุชาของตนให้เสด็จออกจากตำหนักเล็กด้วยกัน ดูเหมือนว่ากษัตริย์ผู้น้องจะเห็นพ้องด้วยถึงได้ไหวพระองค์ลุกขึ้นแล้วดำรัสแผ่วเบา

“หากไม่อยากเห็นหน้า พวกข้าจะกลับตำหนักก่อนก็แล้วกัน...”

ราชันอี้ชิงทรงตรัสทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะดำเนินตามเชษฐาของตนอ้อมผ่านฉากกั้นลายนกกระสาเพื่อเปิดประตูออกจากตำหนักเล็ก นางกำนัลผู้ถูกรับสั่งให้ดูแลจงแดรีบสืบเท้าเข้ามาหานายเหนือหัวทั้งสองอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นแล้วว่าทรงพากันออกมาจากตำหนักด้วยสีพระพักตร์ที่ไม่สู้ดีนัก

“มีสิ่งใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือไม่เพคะ” นางทูลถามนอบน้อมและเป็นองค์ราชันผู้น้องซึ่งตรัสตอบ

“ดูแลเขาให้ดี หากเขาต้องการสิ่งใดก็จัดหาให้ครบก็แล้วกัน... พรุ่งนี้เช้าไปตามหมอหลวงให้มาตรวจเขาอีกครั้งหนึ่งด้วย”

“เพคะ” นางรับคำพร้อมกับคำนับลาเมื่อทั้งสองพระองค์ดำเนินจากไปโดยมุ่งหน้าไปยังตำหนักมังกรซึ่งเป็นที่ประทับ ใบหน้าที่มีร่องรอยของกาลเวลาอยู่ประปรายมุ่นคิ้วเล็กน้อยด้วยความฉงน เหล่าขันทีร่ำลือกันว่าเด็กหนุ่มคนนั้นคือนักโทษขององค์กษัตริย์ที่หลบหนีไปเมื่อตอนหัวรุ่ง

แล้วเหตุใดพระองค์ทั้งสองจึงต้องให้นางมาคอยปรนนิบัตินักโทษกันเล่า... 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #76 ouyza (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 21:21
    ฮืออออจงแดน่ารักกกกก จะเข้มแข็งก็ไม่สุดยิ่งเวลาตัดพ้อนะฮือออเป็นเราดึงเข้ามากอดแล้วววว พี่อี้ฟานนี่น่าสงสัยอย่างที่พี่อี้ชิงว่าจริงๆแหละ ที่จงแดว่าคยองชอบมนุษย์หมายความว่าไง แล้วพี่อี้สามารถควบคุมพลังจงแดได้ด้วยย ไปอ่านตอนต่อไปกันเถอะ
    #76
    0
  2. #49 AlactrositA (@follwing) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 15:02
    อุโฮะ. อี้ฟานกับอี้ชิง. โอ่ยยยยยย. บอกได้คำเดียวว่าฟินคร่าา
    #49
    0
  3. #31 โอเลนจี ×` (@iyacup-jubjub) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 02:54
    นี้ไม่ใช่คริสเลย์ใช่มิ !! คริสเฉินเลย์เฉินเหรอ ?? / ทั้งคู่ดูเป่นกษัตริย์ที่ดูแล้วใจดีแต่ก่อโหดร้ายไปในตัว
    #31
    0
  4. #25 chenchen_narak (@chenchen_narak) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 09:19
    หือออออออ   ชอบเรื่องนี้อ่ะ ><
    #25
    0
  5. #19 โมชิโมชิ. (@mmatchima) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 19:39
    ร้องไห้จนสองศรีพี่น้องพูดไม่ออกเลย โธ่ๆๆ
    #19
    0
  6. #18 Ainaemoroe (@bodylovenamkaeng) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 17:35
    โดนน้องจงแดโกรธซะแล้วสองศรีพี่น้อง
    ก็น้า ล็อคคอน้องไว้แบบนั้นแถมยังจะใช้พลังน้องในเรื่องสงครามอีก
    พูดเลยค่ะ สมควรโดนโกรธ -___-
    แถมทำให้น้องร้องไห้ยกใหญ่อีก ไม่ได้เรื่องเล้ย
    ในครั้งแรกที่เจอกันนี่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้น้องเลย
    แถมยังทำให้น้องไม่ชอบมนุษย์อีก โถวๆ คะแนนติดลบแล้วพ่อคุณทั้งสอง
    รอต่อนะคะไรท์ ชอบเรื่องนี้ๆ ><
    #18
    0
  7. #17 fujikozung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 13:17
    ตอนแรกจงแดก็พยศอยู่นะ แต่พอได้ร้องแล้วงอแงเลยยย อี้ฟานก็ยังไปทำให้จงแดร้องไห้อีกนะ

    ดีนะที่มีพี่อี้อยู่ด้วย พี่อี้เหมือนเป็นฝ่ายเจรจาเลยย

    รีบๆๆมาต่อนะคะไรท์ สนุกๆๆๆ เราชอบ
    #17
    0
  8. #16 DeCiMo (@love-1827-oz-moe) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 07:15
    ทำไมไม่อธิบายให้จงแดฟังดีๆ-3- ยิงธนูใส่เขาและยังจับมาเป็นนักโทษ บุ่ยๆ ตอนหน้านี่ต้องเคลียร์นะ ไม่ง้อนี่ไม่ได้นะ
    #16
    0
  9. #15 Takieb (@takieb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 23:10
    อ้าว พี่อี้เป็นน้องอิเฮียนี้เอง
    แล้วใครคือบุรุษผู้นั้น ถ้าจงแดฟื้น
    ขึ้นมาจะเป็นไงต่อไปเนี้ย หวังว่าทั้งสองคน
    จะไม่ทะเลาะแย่งชิงจงแดหรอกนะ
    #15
    0
  10. #12 น้องจงแดเด็กน้อยของหมาป่าทั้ง11 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 19:06
    เรื่องนี้ชักสนุกซะแล้ว
    อยากให้จงแดฟื้นขึ้นมาจริงๆ
    จะเป็นไงต่อนะ ><
    รอต่อนะคะ รอๆๆๆ
    #12
    0
  11. #11 DeCiMo (@love-1827-oz-moe) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 06:09
    แง้ววว ผิดเลยย พี่อี้ออกมาแบ้วว ทั้งสองคนคงจะไม่ทำอะไรจงแดรุนแรงใช่มั้ยยTT
    #11
    0
  12. #10 Ainaemoroe (@bodylovenamkaeng) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 00:18
    กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    กษัตริย์สองคนที่เป็นพี่น้องกันด้วยอ่ะ
    โห้ สุดยอดเรื่องนี้
    น้องจงแดจะตื่นมาตอนไหนนะ ><
    นี่ๆ คงไม่ใช่จะมาแตกหักกันเพราะน้องจงแดคนเดียวนะ ถถถถ
    ไม่ได้จิ้นหร๊อกคริสเลย์อ่ะ ถ้าเลย์คริสค่อยว่าไปอย่าง #เดี๋ยวนะ 55555555555
    #10
    0