[Kris,Lay x Chen] The Emperors's Precious [EXO]

ตอนที่ 5 : Chapter 4: Nirvana

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ส.ค. 57

 

Chapter 4: Nirvana

 

 

ความโกลาหลวุ่นวายในป่าทึบเมื่อเสี้ยวอึดใจที่ผ่านมาดูราวกับเป็นฝันหนึ่งตื่นทันทีที่จงอินพานักโทษแห่งแคว้นอู๋ทั้งสองมาปรากฏตัวบนฝั่งริมลำธารใหญ่ เสียงสายน้ำไหลรินรอบกายผสมผสานกับเหล่านกกาที่พากันขับขานเพลงสวรรค์ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ต้นลำธารที่อยู่เบื้องหลังทิวป่าใหญ่ไต่ระดับสูงขึ้นไปเป็นผาน้ำตกตระการตา ส่วนยอดของมันถูกละอองน้ำตกบดบังจนไม่สามารถมองเห็นได้

“คุณหนูไม่เป็นไรใช่ไหมขอรับ” คยองซูจำต้องหมุนตัวไปมาตามแรงของร่างสูงผิวสีแทนที่จับคุณหนูของตนพลิกหน้าพลิกหลังตรวจดูความเรียบร้อยด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย หน้าคมเข้มยังไม่คลายความกังวลลงแม้ว่าคำตอบของอีกฝ่ายจะเป็นการส่ายหน้าไปมาก็ตาม

“ข้าไม่เป็นไรหรอกจงอิน.. หากไม่ติดว่ามีเจ้านี่สะกดพลังข้าเอาไว้น่ะ” คยองซูตอบกลับ พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะแกะปลอกข้อมืออันดาแมนไทน์ออกไปจากร่างกายตนหากมันกลับไม่เป็นผล

“ไม่มีประโยชน์หรอก.. ไม่ว่าจะทำอย่างไรเจ้าก็ไม่สามารถแกะมันออกได้” นินจาหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ห่างออกไปเอ่ยขึ้นหลังจากปิดปากเงียบอยู่นานสองนาน ดวงตาสีเหล็กกล้าจ้องมองปลอกข้อมือโลหะคู่เดิมราวกับล่วงรู้อะไรบางอย่าง

“เช่นนั้นก็จงบอกมาเสียว่าต้องทำอย่างไร” จงอินตวัดสายตาสบกับบุคคลที่ตนไม่รู้จัก ประกายวิบวับจากนัยน์ตาสีทองส่อชัดถึงการบีบคั้นอย่างไม่เป็นมิตร

เรือนกายกำยำในชุดอำพรางสีดำสนิทนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีท่าทีหวั่นเกรงซ้ำร้ายยังค่อนไปทางกวนโทสะ “เจ้าคงไม่คิดว่ามันจะง่ายอย่างนั้นหรอกใช่ไหม”

จงอินรู้สึกได้ถึงเส้นเลือดตรงขมับที่เต้นตุบ หากเขาก็ยังใจเย็นมากพอที่จะไม่ต่อความ เรือนกายสูงโปร่งในชุดคลุมตัวเอื้อมไปจับจูงคุณหนูของตนเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่งก่อนจะสาวเท้าไปกระชากคอเสื้อของบุรุษแปลกหน้าด้วยมืออีกข้าง “ข้าก็อยากรู้นักว่าสำหรับมหาเทพแล้วมันจะง่ายหรือไม่” ว่าจบจงอินก็พาพวกเขาหายตัวขึ้นไปยังส่วนยอดของผาน้ำตก ซึ่งสำหรับคยองซูมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่สำหรับมนุษย์ธรรมดา จงอินยังนึกแปลกใจว่าเหตุใดนินจาหนุ่มถึงไม่แสดงท่าทีตกอกตกใจเลยแม้แต่น้อย

แต่มันคงยังไม่ใช่เวลาสมควรแก่การซักถาม..

“ท่านคยองซู! ท่างจงอิน!” นายทหารผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูวังอุทานขึ้นด้วยความตื่นตะลึงเมื่อมองเห็นบุคคลที่ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าตน ร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบรีบกู่เสียงร้องบอกนายทวารให้เปิดประตูวังทันทีที่ได้รับคำสั่งจากจงอินก่อนจะขมวดคิ้วมองไปยังบุรุษแปลกหน้าที่เดินรั้งท้าย “แล้วบุรุษผู้นี้..”

จงอินเหลือบมองนินจาหนุ่มเบื้องหลังตนก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “เขามากับข้า เรียกทหารมาคุมตัวแล้วปลดอาวุธเสีย”

ทันทีที่จงอินว่าจบ ความชุลมุนก็เกิดขึ้นเมื่อนายทหารคนเดิมถูกฝ่าเท้าแข็งแรงถีบจนกระเด็นหลังพยายามเข้าควบคุมชายแปลกหน้าตามคำสั่ง ร่างสูงกำยำของนินจาหนุ่มกระโดดถอยห่างจากกองกำลังขนาดย่อมที่กรูเข้าใส่ แต่ไม่ทันที่ผู้หลบหนีจะได้ชักกระบี่คู่กายมารับศึก จงอินซึ่งหายตัวไปดักทางอยู่เบื้องหลังก็ตวัดฝ่ามือจับเข้าที่ศีรษะใต้ผ้าคลุมสีทึบแล้วทุ่มอีกฝ่ายลงกับพื้นดินได้อย่างไม่ยากเย็น เขาออกแรงกดเชลยศึกไว้อย่างนั้นขณะสั่งให้นายทหารคนหนึ่งเข้ามาทำการปลดอาวุธ

“เรียบแล้วแล้วขอรับ” นายทหารผู้มีปีกสีขาวอยู่กลางหลังเอ่ยรายงานหลังจากส่งวัตถุกลมเกลี้ยงสีดำสนิทซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นระเบิดพกพาไปให้เพื่อนทหารอีกคนหนึ่ง เขาคลำตามลำตัวของชายแปลกหน้าซ้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจก่อนจะพยักหน้ายืนยัน

หลังจากตรวจดูด้วยตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้วจงอินก็กระชากตัวนักโทษร่างสูงขึ้นยืน มือหนาเอื้อมไปเกี่ยวผ้าปิดปากของอีกฝ่ายลงต่ำก่อนจะดึงเอาผ้าโพกศีรษะตามออกไป เผยให้เห็นใบหน้าคมดุที่จ้องตอบอย่างเอาเรื่อง

“เจ้าชื่ออะไร” จงอินถามขึ้นหลังจากหันไปบอกให้คยองซูเข้าวังไปก่อนเพื่อจะได้มีเวลาชำระร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้า ซึ่งคุณหนูตัวน้อยก็ตกปากรับคำแต่โดยดี

 “ข้าไม่มีเหตุจำเป็นอันใดจะต้องตอบคำถามของเจ้า” อีกฝ่ายต่อปากต่อคำ นัยน์ตาดุดันวาวโรจน์เป็นประกายหลังถูกนายทหารคนหนึ่งตบเข้าอย่างแรงเพื่อเค้นความจริง

“หวงจื่อเทา” น้ำเสียงทุ้มลึกตอบตามจริงขณะกลอกสายตาอย่างเหนื่อยหน่ายและไม่สบอารมณ์ ถึงลูกตบเมื่อครู่จะไม่รุนแรงนักแต่ก็ไม่ได้เบาเลย เพียงแค่นามของตนคงไม่คุ้มเสียหากจะโดนตบซ้ำอีกหน

“หวงจื่อเทางั้นหรือ..” จงอินทวนคำก่อนจะออกปากสั่งนายทหารผู้คุมตัวจื่อเทา “เอาตัวไปขังไว้ที่คุกมืด.. เบิกตัวเมื่อไรข้าจะเรียกเอง”

จื่อเทามองตามแผ่นหลังกว้างกำยำของคนที่ถูกเรียกว่าจงอินเคลื่อนออกห่างก่อนจะหายวับไปด้วยแววตาแข็งกร้าว กลิ่นคาวเลือดจากริมฝีปากที่แตกตอนถูกจับทุ่มยังคละคลุ้งอยู่ในลำคอ เขาเดาะลิ้นอย่างหัวเสียขณะย่างเท้าออกเดินตามแรงดึงของทหารยาม หลังจากเดินผ่านประตูวังเข้าไปร่างสูงก็ต้องเลิกคิ้วน้อยๆด้วยความประหลาดใจ

ต้องยอมรับ.. เขาไม่เคยเห็นสถานที่ใดสวยงามเช่นนี้มาก่อน..

เบื้องหลังประตูวังสูงใหญ่ เขามองเห็นขั้นบันไดที่ทอดยาวจากไหล่เขาระดับล่างขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงยอดเขาสูงเสียดฟ้า ตำหนักเล็กใหญ่มากมายครอบครองพื้นเอาไว้โดยทั่วอย่างไม่แออัด ทั่วทุกบริเวณในขอบเขตสายตาของเขาเต็มไปด้วยพืชพรรณหลากหลายขนาดและสีสัน พวกมันแผ่กิ่งก้านจากความอุดมสมบูรณ์ของธารน้ำตกที่ไหลผ่าน ก่อเกิดเป็นร่มเงาปกคลุมทุกชีวิตบนขุนเขา

นี่คือพระราชวังของอาณาจักรเทพไม่ผิดแน่

จื่อเทาเดินตามทหารยามคนเดิมขึ้นบันไดหินผ่านตำหนักเล็กๆสามถึงสี่ตำหนัก บริเวณโดยรอบมีเพียงทหารและพวกข้ารับใช้เดินกันขวักไขว่ เดาว่าถ้าเป็นพระราชวังของมนุษย์ เขาก็อยู่ที่วังนอกมิใช่วังใน พวกเขาเดินเลาะไหล่ผาอ้อมไปทางด้านหลังของพระราชวัง ข้ามสะพานหินขนาดใหญ่ที่ทอดผ่านหุบเหวไร้ก้นบึ้ง สุดปลายทางสะพานถูกความมืดมิดของถ้ำคุมขังกลืนกินจนไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ร่างสูงใหญ่ของเชลยหนุ่มรูปงามจำต้องทิ้งแสงสว่างเอาไว้เบื้องหลังแล้วก้าวเดินไปตามทางโดยอาศัยเพียงเสียงฝีเท้าของผู้อยู่ด้านหน้าเป็นสัญญาณชักนำ

กว่าเขาจะปรับสภาพสายตาได้ก็ตอนที่นายทหารคนเดิมปิดประตูลูกกรงห้องขังเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าคมคายกวาดมองไปรอบตัวก่อนจะลอบถอนหายใจ ต้องขอบคุณวิชานินจาที่ทำให้เขาสามารถมองเห็นได้ในความมืดกระนั้นมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักเมื่ออาวุธทุกชิ้นถูกยึดเอาไปเช่นนี้ แม้จะเป็นถึงมือสังหารอันดับหนึ่งหากจื่อเทาก็ไม่ต้องการจะเสี่ยงชีวิตอย่างโง่เง่าด้วยการพยายามหลบหนี นี่ไม่ใช่ถิ่นของเขา ไม่ใช่ที่ที่เขามักคุ้น หากออกไปก็มิต่างอะไรจากการออกไปตาย เห็นทีคงต้องคล้อยตามพวกมันไปก่อน

จื่อเทาไม่รู้ว่าตัวเองถูกจับขังเอาไว้นานเพียงใด ความอ่อนล้าจากการทำภารกิจหลบหนีทำให้เขาผล็อยหลับไปและรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนที่ได้ยินเสียงสลักโลหะของประตูลูกกรงกระทบกัน เงาตะคุ่มที่เดินเข้าใกล้พร้อมเนื้อเสียงกร้าวที่ออกคำสั่งบ่งบอกชัดว่าผู้มาใหม่คือทหารยาม

“ออกมาได้แล้ว..” ทหารคนเดิมออกคำสั่งพร้อมกับรัดตรวนรอบข้อมือข้อเท้าทั้งสองข้างของเชลยรูปงาม สายโซ่เส้นยาวถูกดึงอย่างไม่แรงนักเพื่อเป็นการนำทาง ผืนฟ้ากว้างแปรเปลี่ยนเป็นสีอำพันแล้วในตอนที่พวกเขาเดินออกมาจากถ้ำ นั่นทำให้จื่อเทาได้คำตอบว่าเขาเผลอหลับไปครู่ใหญ่หากก็ไม่ได้นานนมอะไรนักเพราะตอนมาถึงริมลำธารตรงพื้นดินด้านล่างก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว

เขาถูกคุมตัวไปยังทะเลสาบตรงเชิงเขาเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนไปสวมใส่ชุดเซินอีจากผ้าดิบชั้นเลว เนื้อผ้าสากไม่ได้ระคายผิวของนินจาอย่างเขาแม้สักนิด กลับกันมันทำให้เขารู้สึกดีกว่าการต้องสวมใส่ชุดพิธีการเสียอีก

“เสร็จแล้ว” เสียงทุ้มของนินจาหนุ่มเอ่ยบอกนายทหารที่ริมฝั่งพลางก้าวเดินผ่านโขดหินที่อาศัยเป็นฉากกั้นเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย

นายทหารหนุ่มที่จำต้องเป็นพัศดีชั่วคราวเพ่งสายตามองเรือนกายสูงใหญ่ของนักโทษในการดูแลด้วยสีหน้าชื่นชมอย่างปิดไม่มิด แม้ว่าจะอยู่ในอาภรณ์สำหรับนักโทษเข้าเฝ้าแต่บุรุษชาวมนุษย์เบื้องหน้าเขาก็ยังจัดได้ว่ารูปงามเลยเชียว หากเป็นเทพในอาณาจักรนี่คงมิพ้นเป็นที่หมายปองของเทพธิดาทั้งหลายเป็นแน่แท้

อยากรู้นักว่ากระทำความผิดสถานใดเอาไว้จึงต้องไปเข้าเฝ้าองค์มหาเทพ..

 

 

 

 

“คยองซู เจ้ายังไม่เสร็จอีกหรือ” เสียงร้องเรียกจากอีกฝั่งฟากประตูกระดาษทำให้คยองซูได้สติจากการเหม่อลอย หลังจากที่ล่วงหน้าเข้าวังมาก่อน เขาก็รีบรุดมาชำระร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเนื่องจากชุดเก่าที่สวมนั้นขาดวิ่นเสียจนน่ากลัวว่าท่านแม่และเจ้าพี่จะพาลตกใจเอาได้ ร่างผอมบางตรวจดูความเรียบร้อยของอาภรณ์ประจำกายเป็นหนสุดท้ายก่อนจะสาวเท้าไปเลื่อนเปิดประตูห้องแต่งกายส่วนพระองค์โดยเร็ว

“เสร็จแล้วเจ้าพี่ ข้าเสร็จแล้ว”

“ข้าคิดว่าเจ้าเผลอหลับไปเสียอีก เพรียกหาตั้งหลายหนไม่ยักตอบ” น้ำเสียงอ่อนโยนของจุนมยอนเอ่ยเย้าน้องชายของตนด้วยรอยยิ้ม เรือนกายสมส่วนสวมใส่เครื่องแต่งกายสีฟ้าแซมขาวแลดูอ่อนหวานขยับเข้ากอดอีกฝ่ายด้วยความห่วงหาเป็นอย่างยิ่ง หลายต่อหลายวันที่คยองซูหายตัวไปทำให้เขาเป็นกังวลจนเผลอร่ำไห้เสียหลายหน “ทั้งข้าแล้วก็ท่านแม่เป็นห่วงเจ้าเหลือเกิน”

คยองซูนิ่งงันก่อนจะค่อยๆกอดพี่ชายของตนกลับด้วยสีหน้าที่สลดลง น้ำเสียงกังวานใส่เอ่ยอธิบายเบาหวิว “ข้า.. ข้าขอโทษที่หายตัวไป ข้าไม่ได้ยินเสียงเพรียกของเจ้าพี่.. หรือของผู้ใดทั้งนั้น”

“ทำไมกันเล่า..” จุนมยอนทอดมองใบหน้าหมองเศร้าของน้องชายอย่างไม่เข้าใจ เสียงหวานเงียบชะงักลงเมื่อได้ยินท่านแม่ของตนเพรียกหาจากจิตใต้สำนึก

จุนมยอน คยองซูเป็นอะไรหรือ

คยองซูไม่เป็นไร ท่านแม่อย่าได้เป็นห่วงจุนมยองส่งกระแสจิตตอบกลับแล้วหันไปหาคยองซูแล้วเอ่ยชักชวนพลางฉุดรั้งมือบางให้เดินตามกันไปยังท้องพระโรง “เอาไว้เราไปคุยกันที่ห้องโถงดีไหม”

เพียงแค่ก้าวแรกที่ข้ามผ่านธรณีประตูท้องพระโรง คยองซูก็แทบจะล้มลงไปกองบนพื้นเมื่อร่างเล็กของใครบางคนโผเข้ากอดเต็มอ้อมแขน ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วยิ่งเบิกกว้างด้วยความยินดีหลังเห็นชัดแล้วว่าเป็นมารดาของตนที่โถมกายเข้าใส่

“ท่านแม่!” คยองซูยิ้มกว้าง สองแขนกอดรั้งและออดอ้อนมารดาอย่างเคยชิน กลิ่นหอมอ่อนๆที่สัมผัสปลายจมูกทำให้เขารู้สึกผ่อนคล้ายได้เสียทุกครั้ง

“คยองซู..” มินซอกคลี่ยิ้มกว้างจนสองแก้มยุ้ยป่อง ดวงตาสดใสมองสำรวจความเรียบร้อยของบุตรชายคนสุดท้องแล้วก็อดไม่ได้ที่จะฝังจูบลงบนพวงแก้มเนียนด้วยความรักใคร่ “แม่เป็นห่วงแทบแย่.. ลูกไม่เป็นไรใช่ไหม”

“ข้าไม่เป็นไรแล้วท่านแม่ ท่านแม่เล่าเป็นอย่างไรบ้าง”

“แม่ก็มีแต่ห่วงเจ้านั่นแหละ จะเป็นอะไรไปได้เสียเล่า”

"ว่าแต่ท่านแม่ เจ้าพี่ พวกท่านได้พบเจ้าพี่จงแดบ้างหรือไม่.." คยองซูรีบถามรัวเร็วหลังนึกขึ้นได้ว่ายังไม่พบหน้าพี่ชายคนรองของตนเลยตั้งแต่ครั้นเข้าวังมาจนถึงตอนนี้ นัยน์ตากลมส่อแววหวั่นวิตกชัดเจนจนคนฟังทั้งสองต้องขมวดคิ้วตาม ความหวาดกลัวที่ประดังเข้าใส่ทำให้ใบหน้าเรียวถอดสีซีดเผือดหลังได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่จริง.."

"คยองซู มันเกิดอะไรขึ้น" จุนมยอนรีบเข้าไปประคองตัวน้องชายคนเล็กทันทีที่เห็นว่าร่างบอบบางซวนเซไร้เรี่ยวแรง หยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นเต็มดวงแก้วกลมโตทำให้ผู้เป็นพี่ร้อนใจไม่ต่างอะไรจากมินซอกที่ชาวาบไปทั้งร่าง

คยองซูยังคงพยายามปฏิเสธลางร้ายที่สัมผัสได้ น้ำเสียงใสกังวานบัดนี้กลับสั่งพร่าแทบไม่เป็นคำ "ข้า.. ข้า.. เจ้าพี่จงแดช่วยข้าไว้.."

จุนมยอนยังคงไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดถึง ไม่ทันที่เขาจะได้ถามอะไรต่อเสียงประตูท้องพระโรงที่ถูกดันเปิดออกก็เรียกให้ทั้งสามหันมอง เหล่าทวยเทพใต้ปกครองที่เดินนำขบวนเข้ามาก่อนพากันยืนเรียงจัดแถวรับเสด็จอย่างเป็นระเบียบ เทพธิดาองค์หนึ่งในแถวเดินเข้ามารายงายมินซอกด้วยวาจานอบน้อม "องค์มหาเทพกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

ไม่ทันจะขาดคำดี น้ำเสียงกังวานชวนฟังที่แสนคุ้นหูก็ดังขึ้นจนข้าราชบริพารทั้งหลายต่างพากันอมยิ้ม "มินซอก! ข้ากลับมาแล้ว! ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน"

"ท่านมหาเทพ.." มินซอกเอ่ยเรียกร่างสูงผู้เป็นสวามีเมื่อถูกอ้อมแขนแกร่งกอดรัดแนบแน่น ใบหน้าขาวที่ถูกหอมซ้ายหอมขวาขึ้นสีจัดอย่างขัดเขินผิดกับผู้กระทำที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่เกรงใจผู้ชม

"ข้าบอกแล้วว่าไม่ชอบให้เจ้าเรียกข้าเช่นนั้น จะต้องให้บอกอีกสักกี่หนคนดีของข้า"

"ข้ารู้แล้วๆ ปล่อยข้าก่อนจะได้ไหม" มินซอกเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานแม้สองแก้มกลมจะยังสุกปลั่ง ร่างบางสูดหายใจลึกแล้วเอ่ยต่อ "ท่านลู่หาน.. คยองซูของเรากลับมาแล้วนะ ท่านจะเอาแต่อ้อนข้าแล้วไม่ไปทักทายลูกจริงหรือ"

ลู่หานได้ฟังร่างเล็กตรงหน้าพูดแล้วก็คลี่ยิ้มกว้างกว่าเก่า ริมฝีปากหยักฝังจุมพิตลงบนหน้าผากเกลี้ยงของคนรักไปเสียทีหนึ่งก่อนจะหันไปหาคยองซูที่ยังมีจุนมยอนคอยประคองอยู่ไม่ห่าง เสียงทุ้มเอ่ยถามขณะสวมกอดบุตรชายคนเล็กอย่างไม่แรงนัก "ทุกคนที่นี่เป็นห่วงเจ้ามากนะคยองซู.. เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม แล้วจงแดไปไหนเสียล่ะ"

"ข้า.. ข้า.." ลู่หานขมวดคิ้วมุ่นหลังเห็นว่าอีกฝ่ายเพียงแค่อึกอัก น้ำเสียงองอาจออกคำสั่งให้เหล้าข้ารับใช้ทั้งหมดออกไปจากท้องพระโรง จากนั้นจึงส่งกระแสจิตเรียกตัวจงอิน ซึ่งองครักษ์หนุ่มก็ตอบรับและปฏิบัติตามในทันที

"ท่านมหาเทพ พระราชินี" จงอินที่ปรากฏตัวขึ้นในชั่วพริบตาเคารพนายเหนือหัวทั้งสองของตนด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

"จงอิน.. เกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของข้า เขาลงไปตามหาคยองซูกับเจ้าเมื่อช่วงวัน เหตุใดจึงยังไม่กลับมา"

หากเป็นคยองซูที่ร้อนรนให้คำตอบด้วยสีหน้าราวกับจะร่ำไห้เต็มที "ท่านพ่อ.. ท่านพ่อ มันเป็นความผิดของข้าเอง ข้าขอโทษ"

"คยองซู ลูกหมายความว่าอย่างไร" มินซอกที่เริ่มสังหรณ์บางสิ่งเลวร้ายถามเสียงสั่น ใบหน้าหมดจดเซียวซีดด้วยความหวาดกลัว องค์ราชินีแห่งปวงเทพแทบจะหมดสติล้มพับลงเสียตรงนั้นหลังจากที่คยองซูบอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้ฟังร่วมกับจงอิน หยดน้ำตามากมายหลั่นรินเปรอะเปื้อนดวงหน้าหมดจดทันทีที่ได้ยินคำรายงานสุดท้ายขององครักษ์หนุ่ม แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงใดๆในการหยัดยืนหากไม่มีอ้อมแขนแกร่งของสามีมาช่องโอบประคอง

“ข้าลงไปยังลานกว้างบนขุนเขาลูกนั้นและตามรอยทหารม้าที่ไล่ล่าคุณหนู ทุกร่องรอยบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นฝีมือของแคว้นอู๋ไม่ผิดแน่ขอรับ เป็นแคว้นอู๋ที่จับตัวคุณหนูจงแดไป”

“แคว้นอู๋งั้นหรือ..” จุนมยอนที่นิ่งฟังอยู่นานเอ่ยทวนสิ่งที่ได้ยิน ความตื่นตะลึงและสับสนฉาบชัดบนดวงหน้าขาวนวล หากร่างเล็กของเทพแห่งสายน้ำก็เลือกที่จะเก็บกดคำถามเหล่านั้นเอาไว้ก่อนอย่างรู้กาลเทศะ

จงอินพยักหน้าน้อยๆแทนการสำทับความมั่นใจของตน “ข้าต้องขออภัยที่ไม่สามารถช่วยคุณหนูเอาไว้ได้ขอรับ เป็นความประมาทของข้าเอง”

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะควานหาตัวคนผิด เราต้องหาคำตอบให้ได้เสียก่อนว่าแคว้นอู๋ต้องการตัวเทพเจ้าไปเพื่อการใดกันแน่..”  ลู่หานพูดพลางบีบไหล่ของมินซอกแผ่วเบาเพื่อให้กำลังใจราชินีของตนที่ยังสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร มือแกร่งเอื้อมไปคว้าข้อมือของบุตรชายคนเล็กเข้ามาใกล้เพื่อเพ่งพินิจโลหะที่พันธนาการพลังแห่งผืนดินในตัวคยองซูเอาไว้ด้วยความเคร่งเครียด

“อันที่จริง.. ข้าจับตัวมนุษย์ที่อาจให้คำตอบเราได้มาด้วย” จงอินเสริมต่อ ขาดคำรายงาน ประตูท้องพระโรงก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างของนักโทษหนุ่มที่เดินเข้ามาพร้อมพัศดีผู้ควบคุม ดวงตาเฉี่ยวคมประดุจพยัคฆ์ร้ายทำให้องค์มหาเทพแห่งอาณาจักรสวรรค์ต้องหรี่ตามอง

จื่อเทาที่ถูกควบคุมตัวเดินขึ้นมาจากทะเลสาบตรงเชิงเขาเงยหน้าขึ้นมองตอบองค์มหาเทพอย่างไม่นึกหวั่นเกรงแม้ว่าจะมีตรวนเส้นใหญ่ผูกมัดเอาไว้รอบข้อมือและข้อเท้า กายสูงกำยำมิได้ขยับโค้งคำนับตามในตอนที่เหล่าทหารผู้คุมทำความเคารพองค์เหนือหัว

ลู่หานจับจูงชายาของตนขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ราชินีก่อนจะหันไปเริ่มบทสนทนากับนักโทษหนุ่ม “จงบอกนามของเจ้ามา”

“หวงจื่อเทา” นินจาหนุ่มตอบกลับห้วนสั้น ใบหน้าคมดุไม่แสดงความรู้สึกใดๆตลอดระยะเวลาที่ถูกซักความ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะถามคำถามอะไรมา เขาก็ตอบกลับตามจริงทั้งหมด

จากการสอบสวนได้ความว่า นักวิจัยของแคว้นอู๋ค้นพบโลหะชนิดหนึ่งซึ่งมีความสามารถสะกดพลังอำนาจของเหล่าทวยเทพ แม้ว่าการวิจัยและการค้นพบในครั้งนั้นจะถูกเก็บงำเป็นความลับแต่สายสืบจากแคว้นชิงซึ่งแคว้นคู่สงครามกับแคว้นอู๋ในศึกสามร้อยปีก็ค้นพบเข้าและนำข่าวนี้ไปแจ้งแก่องค์กษัตริย์ ด้วยเหตุนั้นจื่อเทาผู้เป็นมือสังหารไร้สังกัดจึงถูกจ้างวานให้รับภารกิจในการเข้าไปขโมยโลหะชนิดนั้นมา..

“แต่เมื่อข้าเห็นว่าโลหะนั่นอยู่บนข้อมือของเขา ข้าจึงชิงตัวเขามาเสีย” จื่อเทาว่าต่อจนจบ

“พวกมันคิดจะใช้ลูกชายของข้าในสงคราม.. บังอาจนัก” ลู่หานกำหมัดแน่นขณะจ้องตรงไปยังนักโทษหนุ่มด้วยสีหน้าโกรธจัด เปลวโทสะโหมลุกท่วมท้นดวงตาสีทองสว่าง ตลอดระยะเวลากว่าสามพันปีที่อาณาจักรสวรรค์ดำรงอยู่ ไม่มีครั้งไหนเลยที่เทพเจ้าอย่างพวกเขาคิดจะตักตวงผลประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตที่เห็นได้ชัดว่าช่างอ่อนแอและไร้หนทางสู้ บทลงโทษขั้นสูงสุดถูกบัญญัติไว้ชัดเจนสำหรับเทพเจ้าองค์ใดก็ตามที่คิดรุกรานหรือทำร้ายมนุษย์โดยไม่มีมูลเหตุ

“ท่านพ่อ.. โลหะนี่ไม่ได้มีแค่ชิ้นเดียว” คยองซูที่นิ่งฟังอยู่นานพูดขึ้น “ตอนที่ข้าถูกล่ามเอาไว้ในตำหนักนั่น มันมีทั้งหมดสี่ชิ้น ข้าคิดว่า.. พวกมันจะต้องจับเจ้าพี่ไว้ด้วยโลหะนี่เช่นกัน”

ลู่หานเสสายตามองบุตรชายคนเล็กก่อนจะพยักหน้ารับรู้ เรือนกายสูงโปร่งทิ้งตัวลงนั่งบนบัลลังก์ของตนแล้วลอบถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ ปลายนิ้วเรียวชี้ไปทางจื่อเทาแล้วออกคำสั่งกับจงอิน “พาเขาไปขังในคุกหลวง ดูแลให้ดี”

“ขอรับ” องครักษ์หนุ่มผู้รับหน้าที่ดูแลคุณหนูทั้งสามจำต้องรับคำอย่างเสียไม่ได้ หลังจากกล่าวลาเสร็จจงอินก็พาจื่อเทาหายตัวไปยังคุกหลวงทันที เหล่าทหารยามเองก็ได้รับคำสั่งให้ออกไปจากท้องพระโรงเสีย ไม่เว้นแม้แต่จุนมยอนกับคยองซู

 “พวกเจ้าไปพักผ่อนเสีย โดยเฉพาะคยองซู เจ้าคงจะเหนื่อยมากแล้ว” ลู่หานพูดอย่างอ่อนโยนแล้วยิ้มรับอ้อมกอดของบุตรชายทั้งสองคนที่ถึงแม้จะไม่เต็มใจไปพักก็มิอาจขัดคำสั่งบิดาได้ ทันทีที่ท้องพระโรงโอ่อ่าเหลือเพียงตนกับคนรัก องค์มหาเทพก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยอ่อน “แคว้นอู๋อย่างนั้นหรือ..”

“ลู่หาน” เสียงหวานรื่นหูของชายาที่ดังขึ้นเรียกให้ลู่หานหันไปมอง มินซอกนิ่งเงียบเมื่อสามีของตนหันมามองก่อนจะเอ่ยต่อเสียงแผ่ว “ท่านจะไม่ทำลายแคว้นอู๋ใช่ไหม”

ลู่หานมองหน้าร่างเล็กข้างกายแล้วคลี่ยิ้มอ่อนโยน ปลายนิ้วแกร่งขยับเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าหมดจด เขากดจูบเบาๆลงบนริมฝีปากอิ่ม “ข้าจะทำลายบ้านเกิดของเจ้าได้อย่างไรเล่า”

มินซอกถอนหายใจแผ่วเบาด้วยความโล่งอก เขามั่นใจอีกฝ่ายมิใช่เทพเจ้าใจร้ายที่จะบ่อนทำลายมนุษย์โดยไม่ไตร่ตรองสิ่งใดก่อน หากเขาเพียงต้องการคำยืนยันก็เท่านั้น  “แล้วท่านจะทำอย่างไรหรือ”

“ข้าจะส่งคนไปเจรจา.. คงจะมีแต่วิธีนี้เท่านั้นหากเจ้าไม่ต้องการใช้ความรุนแรงใดๆ”

“เช่นนั้นข้าขออาสาเป็นผู้ไปเจรจาได้หรือไม่” มินซอกว่าด้วยแววตาเว้าวอน แม้มันอาจเสี่ยงอันตรายแต่เพื่อจงแดแล้วก็ไม่มีสิ่งใดควรค่าแก่การหวาดกลัวทั้งนั้น

“เจ้าว่าอย่างไรนะ!” ลู่หานร้องเสียงหลงเมื่อได้ยินคำของคนรัก “ไม่ได้เด็ดขาด!

“แต่ข้าอยากไปช่วยลูกด้วยตัวข้าเอง ข้าไม่เป็นไรหรอก”

“ไม่ได้ๆ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด” องค์มหาเทพยืนยันเสียงแข็ง พยายามจะไม่สบตาอีกฝ่ายอย่างสุดกำลัง ยิ่งตอนมินซอกเรียกชื่อกันด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอยู่ในที เขายิ่งต้องกลั้นใจหลับตาแล้วหันหน้าหนี

ไม่เช่นนั้นมีหวังใจอ่อนเป็นแน่แท้..

“ลู่หาน..” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะยอมหันมามองกัน ร่างเล็กจึงตัดสินใจงัดเอาวิชาก้นหีบขึ้นมาอย่างหมดหนทาง ถ้าไม่ได้ผลก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว “ลู่เกอ.. หมินอยากเจอลูก ลู่เกอให้หมินไปนะ” ไม่ว่าเปล่า อ้อมแขนเล็กยังเอื้อมไปโอบกอดรอบเอวของสามีอีกด้วย

ลู่หานลอบกลืนน้ำลาย พุ่มผมหอมที่ซุกเข้าตรงช่วงอกเป็นเหมือนเปลวไฟที่หลอมให้จิตใจของเขาอ่อนยวบปานขี้ผึ้ง

“ลู่เกอ.. ลู่เกอ..”

สุดท้ายแล้วมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ก็ต้องแพ้ลูกอ้อนของพระชายาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ลู่หานทำได้เพียงถอนหายใจกับตัวเองขณะจูงมือร่างเล็กอันเป็นที่รักกลับไปยังห้องนอนหลังตกลงรายละเอียดต่างๆกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ความจริงแล้วลู่หานไม่น่าคิดคัดค้านชายาของตนเสียตั้งแต่ต้น เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ร้อยกี่พันปี ผลลัพธ์ที่ได้จะยังคงเดิมไม่แปรเปลี่ยน

สุดท้ายมหาเทพลู่หานก็ยังคงใจอ่อนให้แก่เจ้าชายหิมะของพระองค์เสมอ..




========================
แอร๊ะะ มีใครงงมั้ยคะ 55555
การเขียนฟิคพีเรียดแฟนตาซีนี่มันไม่ง่ายเลย น้ำตาจะไหลล

ถ้าใครสงสัยเรื่องบ้านเกิดพี่หมิน ก็ติดตามกันต่อไปนะคะ
ตอนนี้อยู่ในช่วงกลับบ้าน ก็เลยมีเวลาแต่ง
ถ้ากลับไปมหาลัยเมื่อไหร่คงจะหายยยยเหมือนเดิมแน่เลยค่ะ ;w;
ขอโทษล่วงหน้านะคะ

ใครรู้สึกว่าตอนนี้มันน่าเบื่อ หรือตรงไหนมันขัดๆ คอมเม้นได้เลยนะคะ
สครีม บ่น เพ้อ หรืออะไรใดๆ ติดแทค #ดวงใจราชัน สักนิดจะเป็นพระคุณ
ขอบคุณค่าาา 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #78 ouyza (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 21:44
    พี่ลู่กับพี่มินน่ารักเค้าน่ารักกันทั้งครอบครัวเทพเลยหละแต่เดี๋ยวนะจงแดโดนจับไปอยู่แต่ดีแล้วหละ จงอินกับคยองนี่ฮืออชอบ
    #78
    0
  2. #54 chenchen_narak (@chenchen_narak) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2557 / 07:20
    ถ้าพี่หมินช่วยจงแดกลับมาได้แล้วพี่ฟานกับพี่ชิงล่ะ ไม่น้าาาาา 
    (  ><)(>< )( ><)

    #แล้วแกจะพรากลูกพรากแม่เขาไง -_-+
    #54
    0
  3. #51 AlactrositA (@follwing) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 18:21
    โอ่ยยยย. ลู่หมินน่ารักมว้ากกกกก ลุ้นสุดๆ. รอดูว่า. แม่ยายกับลูกเขยเจอกันจะเป็นไง. เอิ๊กๆ ว่าแต่ไรท์เล่นแต่ทวิตเหรอฮะ เราไม่ได้เล่นอ่ะ. ขอสครีมในนี้แทนได้มั้ยอ่ะ. ;_;
    #51
    0
  4. #45 fujikozung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 11:58
    พี่หมินเคยเป็นคนในแค้วนอู๋มาก่อนหรออ 55555 ไม่ว่ายังไงพี่ลู่ก็แพ้ลูกอ้อนของพี่หมิน

    แล้วที่พี่จุนสงสัยก็เรื่องบ่านเกิดพี่หมินปะ
    #45
    0
  5. #43 Ainaemoroe (@bodylovenamkaeng) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 00:23
    บ้านเกิดพี่หมิน? เจ้าชายหิมะงั้นเหรอ เอิ่ม ยังไงละเนี่ย
    แคว้นอู๋คือบ้านเกิด แล้วเจ้าชายหิมะคืออะไรกัน การเล่นคำในลักษณะ? ให้ตายเถอะ อยากรู้เลยง่ะ แงงง
    รอต่อนะคะะะะะะะ
    #43
    0
  6. #42 Takieb (@takieb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2557 / 21:03
    เย้ๆ ในที่สุดไรก็มาอัพต่อ งือ
    ที่แท้นินจาก็คือพี่เทานั้นเอง
    #42
    0