xiaoyuan
ดู Blog ทั้งหมด

บันทึกการเดินทาง

เขียนโดย xiaoyuan
สี่วันของการอพยพตัวเองเข้ากรุงเทพฯ มีทั้งสนุกสนาน มีความสุข น้อยใจ เสียใจ ร้องไห้ ฯลฯ (เอาเข้าไป แค่สี่วันก็หลากอารมณ์)

สามสิบตุลาคม ถึงกรุงเทพฯราวๆ บ่ายสอง ไม่มีอะไรทำ เพราะกว่าคุณชายจะเลิกงานก็ 6 โมงเย็น ไหนๆ ก็ต้องนั่งรถไฟฟ้าไปหอเพื่อน (ไม่เข้าบ้านเพราะเกรงว่าจะได้ทะเลาะกับพี่สะใภ้ แล้วอดออกมาเที่ยว) เลยแวะลงสยาม หาข้าวกินก่อน ก็ไม่พ้นร้านประจำ กับอาหารสิ้นคิด "ซี่โครงหมูผัดซอส" 

อิ่มแล้วก็เดินเล่น คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าเดินเล่นวันนี้จะออกแนวหายใจทิ้งไปเฉยๆซะมากกว่า เลยเข้าไปที่ร้านนายอินทร์ สยามพารากอน หาหนังสือสักเล่มสองเล่มมาอ่าน ก็ได้หนังสือที่หน้าเวปหมดมาสองเล่ม อืม...ใช้ได้ๆ

ขี้เกียจเดินแล้วก็เลยเข้าไปที่หอเพื่อน เพื่อนก็เม้งใส่ทันที "กูรอมึงตั้งแต่เที่ยง กว่าจะโผล่มาได้" ยิ่งพอเฉลยว่าไปกินข้าวที่สยามมามันก็ทำหน้าเบะ ปากเบี้ยว "มึงคิดถึงสยามขนาดนั้น ทำไมไม่กลับมาอยู่กรุงเทพวะ" เออ นั่นดิ ใช่ว่าไม่อยาก แต่จังหวะยังไม่เหมาะ มาอยู่ตอนนี้จะไปทำอะไรกินว๊า

หกโมงเย็น คุณชายโทรมาถามว่าอยู่ไหน ทำอะไร เลยนัดกันไปดินเนอร์ใกล้ๆ หอเพื่อน (ทางผ่านกลับบ้านของคุณชายด้วย) พอไปถึงห้างก็พบกับความมากมายของผู้คน วันศุกร์ สิ้นเดือน หฤโหดจริงๆ คนเยอะอย่างไม่น่าให้อภัย จากดินเนอร์เลยกลายเป็นบะหมี่ในร้าน โออิชิราเม็ง 

สามสิบเอ็ดตุลาคม คุณชายเกิดอยากไปเดินวังหลัง เอ้า...ไปก็ไป ไหนๆ เราเองก็ไม่ได้ไปตั้งนานแล้ว ไม่รีบร้อนก็เลยนั่งรถเมล์กันไป โดยที่คุณชายจะออกมาก่อน พอใกล้จะถึงก็โทรบอกให้เราขึ้นรถคันเดียวกัน อืม....นานๆ ทีจะเห็นคุณชายนั่งรถเมล์ อยากถ่ายรูปเก็บไว้นะ แต่คุณชายเค้าไม่ยอมนี่สิ

เที่ยงพอดีกว่าจะถึง แต่ยังไม่ถึงวังหลัง เราไปหาอะไรกินกันที่ข้าวสารก่อน เพราะหิวแล้ว ไปกินที่ไหนไม่กิน กินที่ซากุระเฮาส์ ก็กินไม่หมดสิคะ อาหารจานนึงกินได้สักสามคน แล้วเราที่เพิ่งหายป่วยกินไปได้แค่ หนึ่งในสามก็แทบจะออกทางเดิม ส่งผลให้คุณชายโกรธสิคะ 

เดินวังหลังกันอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไร ไม่ได้อะไรกลับมา พาเดินไปนั่นมานี่ เดินๆๆ แล้วก็เดิน เดินในวังหลังหนึ่งรอบ นั่งเรือข้ามกลับมาท่าช้างเดินมาทางวัดพระแก้ว แล้วก็เดินย้อนกลับไปท่าพระจันทร์ เดินวนในท่าพระจันทร์สักสองรอบก่อนจะเดินออกมาทางหน้ามหาลัย (มธ) รอแท๊กซี่เข้าในเมือง แท๊กซี่ก็ไม่ยอมไป เลยข้ามสนามหลวงเดินเลาะกลับมาคอกวัว เดินเข้าถนนดินสอ ไปจบที่ร้าน มนต์นมสด แม้เจ้า...อิเกดปวดไมเกรนทันที

ดีนะที่ถึงร้านมนต์แล้วคุณชายยอมหายโกรธ เพราะถ้าไม่หายโกรธ ก็คงจะตัวใครตัวมันละทีนี้ กลับหอมาอย่างกับซากศพ สมกับวันฮาโลวีนจริงๆ คืนนั้นเลยไม่ได้ออกไปไหน แต่กว่าจะหลับได้ก็อัดยาไปกว่า 3 เม็ด 

หนึ่งพฤศจิกายน ช่วยคุณเพื่อนย้ายหอ จากพระรามสอง ไปงามวงศ์วาน ใครๆก็สงสัยว่าทำไมต้องย้ายซะคนละมุมเมือง เหตุผลส่วนตัวของคุณเพื่อน ซึ่งเพื่อนๆก็รู้ดี ฮ่าๆๆ ย้ายหอเสร็จเก็บของกันเสร็จ ก็ออกไปลั้ลลาที่เดอะมอลล์งามฯ ทีแรกจะไปเซ็นแจ้งฯ กัน แต่มันจะมืดแล้วและขี้เกียจเลยเดินไปเดอะมอลล์พอ
กินข้าว ซื้อของ แล้วก็ดูหนัง แต่บอกคุณชายไว้แค่สองข้อแรก พอดูหนังเสร็จกลับหอ คุณชายเลยออกอาการมาดนิ่ง เพราะโกรธ (อีกแล้ว)

โกรธที่ไม่บอกว่าไปดูหนัง จะได้ไม่ต้องรอให้โทรกลับ เออ เอาเข้าไป ปกติก็ไม่เห็นจะรอ ก็ไม่เชิงทะเลาะกัน แต่เป็นเพราะไม่เข้าใจกัน บ่อน้ำตาเลยแตกอีกแล้ว 

คุณชายที่มีเพียบพร้อมทุกอย่าง เป็นคนละเอียดอ่อน คิดรอบคอบ กับผู้หญิงรั่วๆ ไม่ค่อยใส่ใจโลก มันจะหมุนไปทางไหน ใครจะหมุนตามใครก็ตามไป อิเกดก็ยังเป็นอย่างที่เป็นอย่างทุกวัน ไม่ค่อยสนใจความรู้สึกคนรอบข้าง เลทำให้คุณชายโกรธบ่อยๆ  เลยได้เล่นตอบคำถามชิงไหวพริบ อย่างกับประกวดนางสาวไทยกับคุณชายเลย

โชคเข้าข้างที่แม้ว่าจะยังปวดหัวตุ๊บๆ แต่สมองยังสั่งการอยู่ พอคุณชายตั้งคำถามสร้างสถานการณ์มาให้แก้ปัญหา ใช้เวลาในการคิดอยู่สิบวินาทีก่อนจะตอบออกไปด้วยใจตุ๊มๆต่อมๆ พอตอบจบคุณชายก็พูดว่า "ดีมากกกกก" รู้สึกเหมือนนางสาวไทยได้รับตำแหน่งยังไงยังงั้น เพราะนานๆ ทีจะได้ยินเสียงตอบรับแบบนี้สักที น้ำตาก็ไหลออกมาเองอัตโนมัติ

สองพฤศจิกายน (วันลอยกระทง) กว่าจะลุกจากที่นอนก็ปาไปสิบโมงเช้า เพราะคืนก่อนกว่าจะได้นอนก็เกือบตีสาม ทำให้ตื่นสาย ออกจากห้องเกือบบ่ายโมงแวะไปทีออฟฟิศเพื่อนก่อน เพราะยังไม่รู้จะไปไหน เหอะๆ พอบ่ายสองครึ่งก็มาโผล่ที่ MBK เพราะนัดเพื่อนอีกคนไว้ สองคนผู้ว่างงานมาเดินเล่นมาบุญครองเพื่อฆ่าเวลา แล้วก็แยกย้ายกันตอน ห้าโมง

ผ่านไปๆๆ พูดถึงเรื่องตอนเย็นดีกว่า คุณชายมาถึงที่นัดหมายตอน ทุ่มกว่า ถึอว่าเร็วนะ จากพระรามสองมาสยามเนี่ย จากนั้นเราสองคนก็เดินไปจุฬากัน คนอย่างกับหนอนทุกปีเลย ปีนี้ก็เช่นกัน เดินๆๆ แล้วก็เดิน ดูนู่นนี่นั่น มองๆ ดูแล้ว ผู้ชาย(ที่ยังแต่งตัวเป็นชาย)มากกว่า 70 เปอร์เซ้นต์เป็นเกย์ -*- อีกยี่สิบ ก็ออกแนวดิบเถื่อน อีกสิบก็มากับแฟน (วีทู - we too) 

ฝั่งผู้หญิง กว่าสี่สิบเปอร์เซนต์ เป็นทอม และสามสิบเปอร์เซนต์เป็นแฟนทอม สิบเปอร์เซนต์มากับแฟน อีกยี่สิบไม่รู้เหมือนกัน เหอะๆๆ กะจากสายตาคร่าวๆ ได้เท่านี้

เลิกสนใจคนอื่นดีกว่า วันนี้คุณชายดูดีทั้งๆที่แต่งตัวแค่เสื้อโปโลสีดำกับแสลกสีเทาเข้ม ไม่ต้องสงสัยเพราะเพิ่งเลิกงานมาพอดี แต่ไอ้เสื้อโปโลสีดำเนี่ย มันกลับดึงดูดสายตาหนุ่มน้อยแอ๊บแมนซะส่วนใหญ่นี่สิ  เดินเล่น หาอะไรกินกันถึงสี่ทุ่มกว่า ก็ออกจากจุฬากลับมาที่ MBK ขึ้นไปชั้นเจ็ด มีหนังสามเรื่องที่กำลังจะฉายในเวลาไล่เลี่ยกัน 

รถไฟฟ้าฯ 22.25 เฉือน 22.30 และมหาลัยฯ 22.35 รถไฟฟ้าฯ ดูแล้วเลยตัดทิ้ง เฉือน คุณชายไม่ชอบขี้หน้าเป้อารักษ์เลยตัดออก ก็เหลือมหาลัยฯ แต่รู้สึกว่าคิดผิดนะ เพราะทั้งโรงมีกัน 6 คน ตอนแรกออกมาซะน่ากลัว จากนั้นมาเลยซุกหน้าตัวเองไว้ที่ไหล่คุณชายซะเกือบจบเรื่อง ดูไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร 

หนังจบเที่ยงคืนกว่า รถไฟฟ้าก็ปิดไปแล้ว เลยต้องกลับแท๊กซี่ รู้สึกว่าเป็นวันที่เหนื่อยจริงๆ มันไม่ใช่เพิ่งเหนื่อยสิ สี่วันนี้เหนื่อยจริงๆ เฮ้อออออออ....

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น