[EXO] To the dentist's (KrisBaek LayChen)

ตอนที่ 9 : To the dentist's : Chapter 7 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ม.ค. 58



 

“ซ้ายอีกนิดนึง”

 

“...”

“นั่นแหละ ซ้าย ๆ เดี๋ยว ๆๆๆ หยุดก่อน ๆ”

“...”

“ไม่ได้แฮะ ขวานิดนึงซิ”

“...”

“จงแด หยุดทำไม ขยับไปทางขวาหน่อย”

“โอ๊ย พอแล้วอี้ชิงฮยอง!”

 

เสียงโวยดังขึ้นเมื่อเกินจะทนฟังคำสั่ง คิม จงแดทำหน้ายุ่งใส่อี้ชิงที่ยืนอยู่ชิดริมผนังอีกฝั่งหนึ่ง หนุ่มจีนยืนกอดอก พลางหรี่ตามองรูปท้องทะเลที่ถูกวาดด้วยสีน้ำในกรอบอย่างจริงจัง

 

“มันไม่กลาง” อี้ชิงยืนยัน หลังจากกะระยะด้วยสายตาและฝ่ามือ ซึ่งอาจเป็นหน่วยวัดมาตรฐานของฉางชา

“ก็มันจะติดตรงกลางได้ยังไงเล่า ตรงกลางหลอดไฟมันบังเนี่ย ฮยองเห็นมั้ย?”

 

นายแบบหนุ่มเชื้อสายจีนขยับเปลี่ยนมุมจากที่ ๆ ยืนอยู่เดิม ท่าทางเงอะ ๆ งะ ๆ ทำให้จงแดยิ่งขัดใจมากขึ้นอีก เด็กหนุ่มยกแขนขึ้นเท้าเอวขณะยืนจังก้าอยู่บนขั้นบันไดอลูมิเนียมของบันไดพับความสูงสี่ขั้น จงใจยืดตัวขึ้นบังกรอบรูปไว้จนมิด

 

“อย่าเอามือออกจากที่จับสิ เดี๋ยวก็ตกลงมาหรอก”

“ไม่ตกหรอกน่า” ถึงจงแดจะว่าอย่างนั้น แต่มือซ้ายของเด็กปากเก่งก็ละจากเอวมาจับบันไดเอาไว้ เสียงดุของอี้ชิงทำให้ต้องทำตาม “ฮยองเลิกวุ่นวายกับรูปซะทีเถอะ ก็ติดให้แล้วไง ผมอยากกลับบ้าน”

“แต่มันควรอยู่ตรงกลางนี่ พลังจากน้ำจะได้ไม่เอนเอียงไปทางฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากกว่าไง”

 

เด็กฝึกงานถอนหายใจดัง ๆ อย่างจงใจให้อีกฝ่ายได้ยิน เขาไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติแม้แต่น้อย คอลัมน์ดูดวงในแท็บลอยด์แจกฟรีมีเอาไว้อ่านแก้เบื่อตอนที่นอนไม่หลับและไม่เหลืออะไรให้ทำแล้วเท่านั้น แต่เมื่อราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงก่อน จงแดต้องมานั่งฟังอี้ชิงสาธยายในหัวข้อ “การจัดที่ทำงานตามหลักฮวงจุ้ย” พร้อมกับตระเวนหารูปวาดทะเล แม่น้ำ หรือสถานที่อะไรก็ได้ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก จนได้เจอรูปวาดทะเลและชายหาดที่ซื้อมาจากนักศึกษาศิลปะที่ขายรูปวาดอยู่แถวมหาวิทยาลัยศิลปะแห่งหนึ่ง ในขณะที่จงแดได้กำไลข้อมือที่ทำจากเส้นหนังถักสีเข้มแบบเท่ ๆ ติดมือกลับมาหนึ่งเส้น

จงแดไม่เข้าใจว่าน้ำจะช่วยดักเงินดักทองได้อย่างไร เงินจมน้ำไปแล้วจะใช้การอะไรได้ ของที่ควรเอาไว้ใช้ดักเงินดักทองต้องเป็นกระเป๋าเงินหรือไม่ก็สมุดบัญชีออมทรัพย์สิถึงจะถูก

 

“อยากให้มีน้ำอยู่ข้างหน้าออฟฟิศ ฮยองก็เอาแก้วน้ำมาวางทิ้งไว้ก็สิ้นเรื่อง” จงแดพูดพลางปีนลงจากบันไดพับ “ไม่ไหว ผมง่วง ขอกลับก่อนล่ะ”

“ทำไมง่วง ยังไม่เย็นสักหน่อย” อี้ชิงร้องถาม

“ก็เมื่อคืนผมนอนเกือบเช้า แล้วก็ฮยองปลุกมาผมทั้งแบบนี้ ได้นอนไปสองชั่วโมงเองมั้ง” เด็กฝึกงานบ่นยืดยาว จงแดหาวปากกว้างแล้วบิดขี้เกียจ “ผมนึกว่าผมจำวันนัดถ่ายแบบโคเอ็กซ์ผิดซะอีก”

“โคเอ็กซ์ถ่ายวันพฤหัสหน้า” เด็กฝึกงานพยักหน้าหงึกอย่างรับรู้ “แล้วนี่...จะไปไหน?”

 

อี้ชิงถามเมื่อเห็นจงแดคว้ากระเป๋าใบโปรดเดินไปทางประตู ไม่แม้แต่จะช่วยพับบันไดกลับไปคืนแม่บ้านของตึกตามเดิม

 

“ก็กลับบ้านไงครับ” เด็กหนุ่มร่างผอมเงยหน้าขึ้นมาจากเชือกรองเท้าผ้าใบที่คลายจนหลวม จงแดย่อตัวลงผูกเชือกให้กลับมากระชับตามเดิม

 

ภาพเด็กฝึกงานนั่งคุกเข่าผูกเชือกรองเท้าอยู่ตรงหน้า ประตูออฟฟิศอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวเท่านั้น อี้ชิงนึกข้ออ้างจะพูดให้จงแดอยู่ต่อให้นานขึ้นอีกนิดไม่ออกแล้ว และเขาก็รู้ดีด้วยว่าเรื่องฮวงจุ้ยและการจัดแต่งห้องเป็นข้ออ้างที่ห่วยที่สุดที่จะใช้ปลุกให้คน ๆ หนึ่งลุกจากเตียงมาหาเขาได้ หากแต่นายแบบหนุ่มยอมรับกับตัวเอง พอต้องทำอะไรที่เกี่ยวเรื่องแบบนี้ จาง อี้ชิงก็กลายเป็นคนอ่อนหัดไปเสียอย่างนั้น

 

“เดี๋ยว!” เสียงทุ้มร้องเรียกจงแดที่จวนเจียนจะผลักประตูออกจากห้องไป “ขอยืมจักรยานหน่อย...ได้มั้ย?”

“หา?” จงแดเลิกคิ้ว “ทำไมครับ?”

“ฮยองลืมกระเป๋าตัง ไม่มีเงินนั่งแท็กซี่กลับ ไม่มีบัตรทีมันนี่ด้วย” อี้ชิงทำหน้านิ่งจนเกือบมีพิรุธ

“หา?” จงแดอุทานเสียงดังขึ้นอีก “แล้วขามา ฮยองมายังไง?”

“อ่า ติดรถเพื่อนมา” อี้ชิงอ้างถึงเพื่อน ทั้งที่ตอนนี้เขามีเพื่อนคบแค่จุนมยอนกับอี้ฝานเท่านั้นที่สนิทพอจะเป็นสารถีให้เขาได้ ส่วนคนรู้จักอื่น ๆ ในเกาหลีของอี้ชิง หากจะใช้นิ้วมือนับแล้ว ยังเหลือนิ้วพอไปดีดเปียโนให้เป็นเพลงได้เสียด้วยซ้ำ

“แล้ว...แล้วผมจะกลับยังไงล่ะ?” เด็กหนุ่มพูดเสียงเบา มือลูบสายกระเป๋าที่พาดอยู่บนตัวขึ้นลงไปมา

“บ้านฮยองอยู่ใกล้นิดเดียว” อี้ชิงว่า “จงแดมาซ้อนฮยองก่อน แล้วค่อยขี่จักรยานกลับหอ ได้มั้ย?”

“ผมเนี่ยนะซ้อนฮยอง?” จงแดทำหน้าเหวอ ปัดมือไปมาในอากาศ “ไม่ไหวหรอกครับ ผมตัวไม่เบาเหมือนที่เห็นหรอกนะ”

“เถอะน่า ช่วยหน่อยนะ” นายแบบหนุ่มใช้ไหล่ดันร่างผอม ๆ ของจงแดให้ผลักประตูออกไปทั้งที่เด็กหนุ่มยังมีสีหน้างงงวย “ไป ๆ กลับบ้านกัน”

 

จนเท้าสองข้างเหยียบพื้นชั้นล่างของอาคาร จงแดก็ยังไม่หายงงเลยสักนิด ใจหนึ่งคิดว่าเป็นเพราะตัวเองกำลังง่วงและมึนใช้ได้ ตอนที่ควักกุญแจดอกเล็กออกมาจากกระเป๋าจึงโดนอี้ชิงแย่งวัตถุสีเงินจากมือไปอย่างง่ายดาย ขาของนายแบบรูปร่างสันทัดตวัดคร่อมอานจักรยานสีฟ้าสลับขาวคันเก่งของจงแดทันทีที่ปลดล็อกแม่กุญแจที่โซ่ออกสำเร็จ

 

“ขึ้นมาสิ” เสียงทุ้มพูดราวกับว่าตัวเองเป็นเจ้าของยานพาหนะคันสวย กดกริ่งดังกริ๊ง ๆ สองทีให้เด็กฝึกงานได้สติ

“เอาจริงเหรอ?” จงแดเลิกคิ้ว เขาหาวออกมาแทบทุกครั้งที่ต้องเปิดปากพูด

“ขึ้นมาเร็วเข้าเถอะน่า” มือใหญ่ตบที่เบาะสีขาวด้านหลังตัวเอง “จะได้กลับบ้านไปนอน”

 

จงแดย่นคางพลางยู่ริมฝีปากล่าง ก่อนจะก้าวขาขึ้นซ้อนจักรยานที่เป็นของตัวเองอย่างเสียไม่ได้ มือสองข้างกลายเป็นความเกะกะที่จงแดไม่รู้จะเอามันไปไว้ตรงไหน ก่อนจะตัดสินใจเกาะพื้นที่เล็ก ๆ ใต้เบาะของตัวเองเอาไว้ อี้ชิงใช้เท้าดันพื้นส่งแรงก่อนจะปั่นจักรยานสีขาวฟ้าออกไปตามทางจักรยานบนถนนเส้นใหญ่ แต่แค่ขี่รถผ่านลูกคลื่นบนพื้นถนนลูกเตี้ย ๆ ลูกเดียว ก็สะเทือนจนทำเอาจงแดรีบคว้าแขนเกาะเอวคนด้านหน้าแทบไม่ทัน

เพราะเห็นอี้ชิงแค่ด้านหลังใบหูกับท้ายทอย เด็กฝึกงานที่นั่งง่วงอยู่บนเบาะหลังจึงไม่มีทางรู้ได้เลยว่านายแบบหนุ่มแอบอมยิ้มจนลักยิ้มประจำตัวปรากฏขึ้นบนเนื้อแก้ม

 

“จงแด”

“หือ?” เสียงตอบรับที่ค่อนข้างจะยานคางดังมาให้ได้ยิน

“นอนสิ”

“นอนยังไงเล่า อยู่บนจักรยาน” จงแดบ่น เด็กหนุ่มหลับตาแล้วสะบัดหัวไล่ความง่วง

“ก็...” อี้ชิงละมือข้างหนึ่งจากแฮนด์รถ จับมือเล็กที่เกาะอยู่บนเอวด้านซ้ายไปแปะไว้กับมืออีกข้าง จากที่เกาะหลวม ๆ จงแดเลยกลายเป็นกอดเอวอี้ชิงจากด้านหลัง “คิดซะว่าฮยองเป็นหมอนข้าง แล้วก็หลับไปเลยสิ”

“อะไรเล่า...” จงแดเก้อเขินระดับที่ต้องการมือสักข้างมาเกาแก้ม ติดที่ว่ามือทั้งสองข้างถูกอี้ชิงจับรวบไว้ให้มันเกาะอยู่ด้วยกัน

“นอนซะนะ” มือใหญ่ตบแปะ ๆ ที่สองมือเล็กบนเอวตัวเอง “ฮยองร้องเพลงกล่อมเอง”

 

จงแดหัวเราะหึติดปลายจมูก เขายิ้มขันจนตาหยีเป็นเส้นเรียวเล็กที่ชี้ไปกันคนละทิศละทางกับคิ้ว เสียงเพลงภาษาเกาหลีแปร่ง ๆ จากอี้ชิงออกจะเบาอยู่สักหน่อย เพราะคนร้องต้องหันไปคนละทางกับคนฟัง แต่จงแดก็คิดว่ามันตลกดี

ลมพัดเย็นกระทบใบหน้า เสียงเพลงเบา ๆ คลอตามกันมา เปลือกตาทั้งสองข้างเหมือนจะหนักอึ้งลงทุกที...ทุกที

 

หัวเล็ก ๆ ซบเข้าที่แผ่นหลัง จงแดกระชับมือให้ถนัด ในภาวะที่ง่วงจนฝืนลืมตาแทบไม่ไหว เขาจินตนาการว่าอี้ชิงเป็นหมอนข้างของเขาได้ไม่ยากเลย ถึงแม้ว่าหมอนข้างมีชีวิตใบนี้จะใหญ่หนากว่าหมอนข้างใบย้วยที่หออยู่มากโข แต่ว่าความอบอุ่นจากผิวเนื้อใต้เสื้อเชิ้ตบาง ๆ ของคนขี้ร้อนกลับทำให้จงแดรู้สึกสบายตัวอย่างประหลาด

 

“จงแด”

 

หลังจากปั่นจักรยานต่อมาอีกครู่หนึ่ง อี้ชิงจึงเรียกชื่อคนด้านหลังขึ้นมาอีกครั้ง แต่เขาไม่ได้คาดหวังคำตอบรับ ชายหนุ่มเพียงอยากรู้ว่าเจ้าของชื่อยังอยู่กับเขา หรือเข้าห้วงนิทราไปแล้ว แต่จงแดไม่ได้ทำอะไรกลับมามากไปกว่าขยับหัวเปลี่ยนท่าเพราะเมื่อยคอ

 

“บ้านฮยองอีกไกลนะ”




 


50 %

 

 

นายแบบคริสไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าการคิดจะหยอกเด็กเล่นของเขามาจบลงที่หน้าห้องตรวจของโรงพยาบาลเอกชนได้อย่างไร...

 

เมื่อนายแบบร่างสูงเห็นคุณครูฮัปกีโดจำเป็นของเขาเอาแต่ซ่อนหน้างุดอยู่หลังฝ่ามือนับตั้งแต่ลุกขึ้นมายืนด้วยสองเท้าได้ อี้ฝานเข้าใจว่าแบคฮยอนอาจจะเจ็บตัวจากการแกล้งฉุดกระชากคนตัวเล็กลงมากองบนตัวเองของเขา และเด็กหนุ่มอาจต้องการซ่อนใบหน้าที่เหยเกเพราะความเจ็บปวด หรือแย่ยิ่งกว่านั้น แบคฮยอนอาจไม่อยากให้คริสเกอเห็นว่าเขากำลังจะร้องไห้ออกมา

 

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

 

เสียงทุ้มต่ำร้องถามอย่างรู้สึกผิดที่เล่นสนุกไม่เข้าท่า แขนยาว ๆ พยายามเอื้อมไปให้ถึงข้อมือที่แบคฮยอนใช้ยกขึ้นบังปากเล็กที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง ทว่ายิ่งนายแบบคริสเข้าใกล้มากขึ้นเท่าไหร่ แบคฮยอนยิ่งเดินถอยหลังกรูดไปไกลมากขึ้นเท่านั้น

ถามไปแล้วก็ไม่ได้รับคำตอบ และท่าทางแปลก ๆ ก็มีแต่จะทำให้อี้ฝานงุนงงและสงสัยมากขึ้น ร่างสูงจึงเดินตามเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มแบบก้าวต่อก้าว ตอนนั้นเองที่แบคฮยอนเพิ่งรู้ตัวว่าเขาไม่ควรหยิบเครื่องแบบชุดใหม่เอี่ยมออกมาใส่เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง เพราะมันใหม่เสียจนเด็กหนุ่มยังไม่มีเวลาเอากางเกงไปเย็บเก็บปลายขาที่ยาวรุ่มร่ามขึ้นให้เรียบร้อยเลย

 

“แบคฮยอน!”

 

ขากางเกงสีขาวที่ยาวคลุมส้นเท้าพาลทำให้ลื่นจากเบาะยางเมื่อก้าวถอยหลังไปบนพื้นต่างระดับ มีแค่เสียงเรียกชื่อเท่านั้นที่ไปถึงตัว ส่วนมือใหญ่ที่พยายามจะฉุดแขนเด็กหนุ่มไว้คว้าได้เพียงแค่อากาศ

เสียงเนื้อแขนฟาดกับพื้นหินอ่อนดังป้าบ พยอน แบคฮยอนลงไปนอนกองอยู่กับพื้น ศีรษะกลมอยู่ห่างจากผนังห้องไปเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง

 

 

“ญาติคุณพยอน แบคฮยอนใช่มั้ยคะ?”

 

พยาบาลในชุดสีขาวสะอาดเดินมาทักอี้ฝานที่นั่งอยู่ด้านนอกเพียงลำพัง นายแบบหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วพยักหน้า

 

“อ่า ครับ ผมเป็นพี่ชายเขา”

 

หญิงสาวตัวเล็กเหลือบตาขึ้นมองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่ก็บอกให้ชายหนุ่มเดินตามเธอมา

 

เมื่อคริสเปิดประตูเข้าไปในห้องตรวจ เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่กับคุณหมอก็หันขวับไปทางประตูเมื่อได้ยินเสียงลูกบิด แบคฮยอนทำหน้างอแงอย่างเปิดเผยทันทีที่เห็นใบหน้าคุ้นเคยของคริส แขนขวาห้อยต่องแต่งอยู่ข้างตัวเพราะสลิงช่วยพยุงแขนสีขาวที่สวมไว้

 

“แขนหักเลยเหรอครับ?” คริสถามอย่างซื่อ ๆ เมื่อเห็นอุปกรณ์ที่รั้งอยู่กับคอแบคฮยอน

“เปล่าครับ” นายแพทย์วัยกลางคนท่าทางใจดีกลั้วหัวเราะตอบ “นี่ไม่ใช่เฝือกนะครับ เป็นแค่สลิง หมอให้ใส่ไว้จะได้ไม่ใช้แขนข้างนี้เยอะ”

“แล้ว...” ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ที่ว่างข้างคนเจ็บแขน ตาคมเหลือบไปสบตาแบคฮยอนที่นั่งกะพริบตาปริบ ๆ อยู่พอดี “แบคฮยอนเป็นอะไรมากมั้ยครับ?”

“เท่าที่หมอตรวจดูก็ไม่ได้เป็นอะไรนะครับ กระดูกปกติดี กลัวแค่ว่าจะช้ำขึ้นมาหรือเปล่า”

“ไม่เจ็บมากหรอกครับ” แบคฮยอนพูดหน้าตายพลางโยกแขนในสลิงไปมาจนคริสต้องจับต้นแขนไว้พร้อมทำหน้าดุให้เด็กซนอยู่เฉย ๆ

 

ทั้งคู่โค้งลาคุณหมอ แล้วคริสจึงนำใบเสร็จค่ารักษาไปชำระเงินจนเรียบร้อย ร่างสูงให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเขาเองที่เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง แบคฮยอนถึงได้เจ็บตัว ดังนั้นเขาจึงควรเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง เด็กหนุ่มเพียงแค่ยิ้มหวานแล้วก็ก้มหัวแทนคำขอบคุณคืนกลับไป

 

 

ถ้าการได้มาเป็นครูสอนพิเศษจำเป็นของคริสเกอเป็นแค่ความฝัน แบคฮยอนก็ขอไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยเถอะ!

เด็กหนุ่มรู้สึกดีมากถึงมากที่สุดจนแทบกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ คริสเกอที่เคยคิดว่าคงได้แค่แอบปลื้มอยู่ห่าง ๆ ในฐานะคนไข้ของพ่อกับลูกชายหมอฟัน (ช่างเป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน) แต่วันนี้ แบคฮยอนได้เห็นในอีกหลายด้านของคริสเกอที่เขาคงไม่มีวันได้เห็นถ้าจุนมยอนฮยองไม่โทรศัพท์ตามตัวเขามาอย่างฉุกละหุกแบบนี้ หลายด้านที่ว่าก็มีแต่ด้านที่ทำให้ความรู้สึกปลาบปลื้มนายแบบคริสของแบคฮยอนยิ่งถลำลึก ไหนจะขี้แกล้ง ไหนจะเป็นห่วงเป็นใย แถมยังเอาใจใส่คนอื่น

ตอนแบคฮยอนล้มแขนฟาดพื้นแล้วยังนอนอึนนับดาวอยู่นั้น คริสช้อนตัวเขาขึ้นมาอุ้มแล้ววิ่งตัวปลิวพาไปยัดใส่รถยุโรปสีดำคันหรูก่อนจะทันได้รู้ตัวเสียอีก ร่างสูงกลัวว่าเด็กหนุ่มได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง เพราะเข้าใจว่าเอาหัวกลม ๆ ลงพื้นก่อน

แบคฮยอนเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองตัวเบาม้ากมากก็ตอนที่คริสเกอยกขึ้นจนตัวลอยหวือขึ้นมาจากพื้นเนี่ยแหละ ที่คยองซูบอกว่าอ้วนนี่โม้ทั้งเพ

 

“หิวมั้ย?” คริสเอ่ยปากถามขึ้นเมื่อนั่งลงที่หลังพวงมาลัย หลังจากเปิดประตูรถฝั่งตรงข้ามให้เด็กหนุ่มขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้ว

“อื้ม เกอมีขนมมั้ย?” แบคฮยอนงับอากาศเล่นพลางสอดส่องสายตาหาขนม แต่เบาะหนังสีดำมันขลับที่ด้านหลังไม่มีแม้แต่หมอนเล็ก ๆ สักใบเสียด้วยซ้ำ

“ไม่มีหรอก” ร่างสูงหัวเราะ พลางเอื้อมมือไปช่วยเสียบเข็มขัดนิรภัยของแบคฮยอนให้เข้าที่หลังจากเห็นอีกฝ่ายพยายามใช้มือข้างที่ไม่ถนัดดึงอยู่หลายที “จะพาไปกินขนมแทน ไปมั้ย?”

“ไปสิครับ!” เด็กหนุ่มรับคำด้วยดวงตาลุกวาว หันไปมองใบหน้าด้านข้างของคริสที่กำลังตั้งใจมองถนนข้างหน้าแล้วหันกลับมาก้มมองแขนตัวเองเพราะกลัวโดนจับได้ที่แอบมองอยู่ ริมฝีปากเล็ก ๆ เม้มเข้าหากันคล้ายกลั้นยิ้ม

 

ถึงแม้กรุงโซลจะมีระบบคมนาคมที่สะดวกมากด้วยรถไฟใต้ดินที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งเมืองและแถบใกล้เคียง ถนนหนทางในโซลใช่ว่าจะโล่งและการจราจรคล่องตัวไปเสียทุกที่ อย่างน้อยในเส้นทางที่คริสมุ่งหน้าไปก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เจ้าของรถอนุญาตให้เด็กหนุ่มมือซนรื้อแผ่นซีดีเพลงที่เขาเก็บเอาไว้ในเก๊ะด้านหน้าแล้วเปิดเพลงได้ตามใจ หากรถติดนิ่งสนิทอยู่กับที่นาน ๆ คริสกลัวว่าเด็กไฮเปอร์อย่างแบคฮยอนจะเบื่อเสียก่อน

แต่คริสไม่รู้เลย ว่าแบคฮยอนยอมให้รถติดนานกว่านี้ ติดเป็นชั่วโมงสองชั่วโมงก็ยังได้ โดยที่เขาจะไม่เบื่อและงอแงเลยแม้แต่นิดเดียว

 

เมื่อรถติดนิ่งอยู่นานพอสมควร มือใหญ่วางพักหลวม ๆ บนพวงมาลัย ท่าทางผ่อนคลายทำให้แบคฮยอนกล้าเริ่มบทสนทนากับคนตรงหน้า พวกเขาได้พูดคุยกันอย่างที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าในหนึ่งวันจะพูดคุยกับใครได้ยาวนานและเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้

 

“ใกล้ถึงรึยังครับ?” แบคฮยอนถามเมื่อเส้นทางรอบตัวเริ่มคุ้นตาขึ้นทุกที

“ใกล้แล้ว” ริมฝีปากหนายกยิ้มตอบทั้งที่ไม่ได้ละสายตาจากถนนตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ

 

แบคฮยอนหันซ้ายหันขวาอย่างอยู่ไม่สุข และเมื่อเสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับเพลงฮิปฮอปที่ยังดังอยู่เมื่อครู่ เด็กหนุ่มจึงได้รู้จุดหมายปลายทางที่คริสตั้งใจพามา และมันเป็นที่ที่เขาเองก็รู้จักดีเสียด้วย

ป้ายหน้าร้าน...ตัวอักษรสลักลงไปบนพื้นผิวสีแดงเข้ม อ่านได้ชัดเจน “บอร์โด”

 

“ยินดีต้อนรับครับ”

 

เสียงสดใสของคิม มินซอกดังขึ้นทักทายลูกค้าสองคนที่เพิ่งผลักประตูเข้ามาในร้านอย่างเช่นเคย ดวงตาเรียวเล็กของเจ้าของร้านเบิกขึ้นอย่างประหลาดใจเมื่อคุณอี้ฝานกลับมาที่ร้านอีกครั้ง ทั้งที่เมื่อเช้าชายหนุ่มได้แวะเข้ามานั่งจิบกาแฟอย่างเหมือนอย่างเช่นทุกวันแล้ว

 

“คุณอี้ฝาน” มินซอกเรียกพร้อมรอยยิ้ม “เรียนเสร็จแล้วเหรอครับ?”

“ครับ” เจ้าของชื่อยิ้มตอบ “ว่าจะตรงกลับบ้านเลย แต่หิว เลยแวะมากินขนมซะหน่อยน่ะครับ”

“เชิญเลยครับ” มือเล็กยื่นเมนูให้ ก่อนจะสังเกตเห็นอีกคนที่เพิ่งทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกันกับคริส “อ้าว แบคฮยอน?”

“สวัสดีครับมินซอกฮยอง” เด็กหนุ่มผงกหัวทักทาย

“แขนไปโดนอะไรมา?”

“อ่า นิดหน่อยครับ” แบคฮยอนเบี่ยงแขนหลบไปข้างตัวราวกับไม่อยากพูดถึง

“รู้จักกันหรือครับ?” คริสเป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อน ทั้งที่แบคฮยอนและมินซอกเองก็คาใจไม่ต่างกัน

“เอ่อ... ผม...”

“เพื่อนแบคฮยอนทำงานพิเศษที่ร้านผมน่ะครับ” มินซอกตอบ ดวงตาเรียวหยีขึ้นเพราะโดนเนื้อแก้มดันขึ้นมา มือเล็กประสานไว้ตรงหน้าขา “วันนี้ไม่ได้เข้า แต่เขาก็ทำขนมมาส่งเหมือนเดิมนะครับ”

“อ๋อ...” คริสครางรับรู้ในลำคอ “อย่างนี้ก็แย่เลยสิ พามาเลี้ยงขนมแท้ ๆ แต่เป็นขนมที่เพื่อนเราทำเอง”

“ฮะฮะ ไม่เป็นไรหรอกครับ ขนมคยองซูอร่อยออก”

“งั้น...สั่งเลยนะ เกอเลี้ยงเอง” พูดพลางเลื่อนเมนูไปทางแบคฮยอน ก่อนจะหันไปทางมินซอกอีกครั้งพร้อมรอยยิ้ม “ส่วนผมเอาเหมือนเดิมครับ”

“ครับ” มินซอกรับคำด้วยคำพูด เขาไม่จำเป็นต้องจดลงกระดาษด้วยซ้ำ “เอ้อ เค้กแบล็คฟอร์เรสต์ที่คุณอี้ฝานชอบก็มีนะครับวันนี้ รับด้วยมั้ยครับ?”

 

คริสเพียงแค่พยักหน้าตอบอย่างพึงพอใจ

 

แบคฮยอนเหมือนตัวเองเดินผ่านอุโมงค์กัลลิเวอร์ของโดราเอม่อนที่ย่อส่วนตัวเขาให้เหลือขนาดเล็กจิ๋วเมื่อเดินออกมาพ้นปลายทาง แม้ว่ามินซอกจะยุ่งอยู่กับลูกค้าร่วมสิบโต๊ะ แต่เมื่อนายแบบหนุ่มไม่รู้ตัว สายตาของเขามักจะหยุดอยู่ที่เจ้าของร้านร่างเล็กเสมอ ทั้งที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน มีเพียงโต๊ะกลมตัวเล็กคั่นตรงกลางเท่านั้น แต่แบคฮยอนรู้สึกว่าคริสอยู่ห่างไกลออกไป และถึงแม้ว่ามินซอกจะไม่ได้แวะเข้ามาทักทายอีกเลย เด็กหนุ่มกลับรู้สึกราวกับว่าเจ้าของร้านตัวเล็กในผ้ากันเปื้อนสีแดงเข้มกำลังนั่งเบียดกับเขาบนเก้าอี้ตัวเดียวกันด้วยซ้ำ

พูดภาษาเกาหลีเหมือนกัน แต่บทสนทนาที่เข้าใจกันอยู่สองคน ตลกกันอยู่สองคน รับรู้กันอยู่สอง ...มันเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไร?

 

เขาเป็นเพียงข้ออ้างให้คริสได้แวะกลับมาหามินซอกอีกครั้ง เท่านั้นเองหรือ?

 

วิธีพูดของคริส กับเขาและกับมินซอกนั้นต่างกันเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้ม แววตาอ่อนหวาน รอยยิ้มอ่อนโยน แบคฮยอนได้รู้แล้วว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับมัน ...อย่างน้อยก็ไม่ใช่เขา

 

รถคันหรูจอดส่งเขาที่หน้าคลินิกตอนเกือบหนึ่งทุ่ม เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขอโทษอีกครั้งที่ทำให้แบคฮยอนได้รับบาดเจ็บ นายแบบหนุ่มถามถึงตารางเรียนครั้งหน้า แบคฮยอนตอบเพียงแค่ว่าเขายังไม่แน่ใจว่าจะว่างเมื่อไหร่ เขาจะติดต่อกลับไปเอง และก้าวลงจากรถโดยไม่ฟังเสียงคริสที่เสนอความช่วยเหลือให้คนเจ็บแขนเลยสักนิด

เสียงรถยนต์ขับออกไปดังอยู่ด้านหลัง แต่แบคฮยอนไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองด้วยซ้ำ

 

“กลับมาแล้วเหรอ?”

 

เสียงมารดาดังขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าย่องผ่านหน้าห้องนั่งเล่นที่ชั้นสอง คนในรายการวาไรตี้จากโทรทัศน์ส่งเสียงหัวเราะดังลั่นเมื่อโดนลงโทษ แบคฮยอนโผล่หน้าเข้ามาพ้นกรอบประตู พลางเอาแขนเกาะวงกบไม้อย่างเคยชิน

 

“กลับมาแล้วแม่”

“นั่นแขนไปโดนอะไรมา?” เอ่ยถามอย่างไม่ประหลาดใจสักเท่าไหร่ “เจ็บมากมั้ย?”

“ไม่เป็นไรแม่ ไปหาหมอมาแล้ว”

“ไม่เป็นไรแน่เหรอลูก?” น้ำเสียงเจือความกังวลของผู้เป็นแม่ถามย้ำ “เราทำหน้าเหมือนเจ็บมากเลย”

 

แบคฮยอนพูดไม่ออก ก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่บริเวณลำคอ ถึงอย่างนั้น เด็กหนุ่มก็ยังพยายามประคองน้ำเสียงที่เริ่มจะสั่นเทาให้ฟังดูปกติที่สุด

 

“ไม่เป็นไรเลยแม่”

 


 



 


W r i t e r ' s  c o r n e r *

รับเปิดเทอมกันเลยทีเดียว ;--;
สวัสดีค่ะ หายหัวไปอีกแล้ว เชิญคุณลงทัณฑ์บัญชา m(_ _)m

หลังจากผ่านมรสุมชีวิตมาหลายละรอก
จนคิดไม่ว่าไม่น่าจะเขียนอะไรโรแมนติคคอเมดี้ได้อีกแล้วในชาตินี้
แต่ชีวิตแย่ลงก็ดีขึ้นได้ค่ะ มันแค่ต้องใช้เวลาโนะ ;3;

ต่อไปนี้จะกลับมาอัพฟิคหมอฟันแล้วนะคะ
อาจจะไม่มีกำหนดตายตัว แต่ว่าจะไม่ทิ้งร้างจนต่อไม่ติดอีกแล้ว ;-;

คืนนี้เอาไปก่อนครึ่งนึง แล้วอีกครึ่งนึงจะตามมาค่ะ
เป็นกำลังใจให้นายแบบอี้ชิงคนเชยที่จีบใครไม่เป็นด้วยนะคะ 5555


#ไปหาหมอพยอน ยังใช้ได้เสมอค่ะ
และก็ทักทายมาที่ @japaniwyf ได้เช่นกันค่า


PS. ถ้าเบื่ออารมณ์โรแมนติคคอเมดี้ก็แวะไปอ่านฟิคอีกเรื่อง เป็น Maze Runner au ได้นะคะ



ชุบุชุบุ จะอัพสลับกับเรื่องนี้ค่า



100% แล้วนะคะ ;3;
เรากะจะอัพเร็วกว่านี้ แต่พอดีมีธุระนิดหน่อยค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ
ยังไงก็ ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์เหมือนเดิมนะคะ ขอบคุณจริงๆค่า

พบกันตอนหน้าค่า








 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #97 ouyza (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:52
    พี่อี้ตลกอะฮวงจุ้ยไม่เท่าไหร่ มายืมจักรยานน้องเนี่ยโอ๊ยจิบ้าตายไม่อยากให้น้องกลับก็ไม่ยอมบอก จงแดง่วงจนตาจะปิดอยู่แล้ว
    #97
    0
  2. #95 galaxy_fanfan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 22:28
    เสียใจแทนแบคอ่าาา งืออออ ~ ~ มาต่อน่ะค่ะ รออยู่
    #95
    0
  3. #94 แฟนพี่ไค อิ๊ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 16:38
    น้องแบคไม่เป็นไรแต่พี่เป็นค่ะ!!! #ขายบ้านขายรถซื้อตั๋วไปตีพี่คริสถึงบ้าน

    โอ๊ยน่าสงสารมากลูก แงงงงง แหลกสลายหมดแล้วโมเม้นทับกันที่เขินไปทั้งหมด ;_________;

    เป็นดราม่า (เกือบดราม่า/ดราม่าฝ่ายเดียว) ที่แบบ งื้อออออออออออ

    น่าสงสารบูบี้บูตัวน้อยของเราอ่ะ ฮร่อก ขอให้เค้กติดคอคนบางคน!





    เฉ้า T__________________T

    เฉ้าฉ้อย ฉิ้นหวัง ใตฉะหลาย รักแทบตายแต่สุดท้ายเธอก็เลือกเขา ฮรื่อววววววว #อินest

    ฟิคหมอฟันไม่ควรมีดราม่ารึเปล่า เอาความมิ้งของบทความมาหลอกเราเหรอคะ ;-----;

    ( ที่จริงแล้วเพลงไอซ์ ไอซ์ เบบี้ หน้าบทความนั่น คือก็แฝงเราม่าไว้อยู่แล้วตั้งแต่แรกซีนะ... )

    คือทำไมทำงี้ คืออกหักตั้งแต่ยังไม่ได้รักกันเลย นุ้งพยอนแบคของเลาาาาา /กอดจม

    สงสารเอ่าะ เทลมีวาย หือ พี่คริสควรรับผิดชอบหน้าหล่อๆ ที่ทำให้น้องน้อยเราหลงนะ 





    แต่จะไปว่าพี่คริสก็ไม่ถูกเนอะ.............................. #ว่าไปเยอะแล้วเอ็งน่ะ

    คือไม่ไง มันก็ไม่ผิดอ่ะที่ไม่รักพี่นุ้งพยอน ใช่ม้ะ เรื่องงี้มันบังคับกันได้ที่ไหน เราเข้าใจๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    .

    .

    .

    .

    แต่เราไม่มีที่ลง ;3; #โดนตบ

    พี่คริสเลยใจร้ายไปเลย ใจร้ายในมาดพระเอก พระเอกที่ไม่ได้เกิดมาคู่กับพยอนแบคฮยอน #ดราม่าสิบหน่วยถ้วน

    พี่หมินก็น่ารัก ฮือ เรารู้ว่าพี่อยากขายเค้ก แต่มาทำสนิทสนมกันต่อหน้านุ้งของเรางี้รับไม่ได้นะคะ

    ไม่สังเกตเหรอว่าคุณนายแบบของพี่น่ะเริ่มหน้าบวมแล้ว ใช่... หมูน้อยอี้ฟานไง โอ้กกกกกกก #หลบ



    ไม่มีอะไรนอกจากหมั่นไส้พระเอก #ทั้งสองคน #นี่แน่ะอี้ชิงฮยอง #โดนสองรอบแปลว่ากากมากนะรู้ไว้

    ไม่รู้สิ ตอนนี้ยังมองหาที่ทางให้คริสหมินกลายเป็นคริสพยอนไม่ออกเลย (นอกจากพี่พยอนจะท้องแล้วพี่คริสต้องรับผิดชอบ)

    เหมือนว่าความใกล้ชิดทำให้พี่คริสเปลี่ยนใจไม่ได้เลย พี่คริสไม่เคยมองว่าตัวเองอยู่ใกล้พี่พยอนเราเลย

    น่าน้อยใจป่ะหาาาาา แคร์น้องบ้าง เดี๋ยวหาหนุ่มหล่อๆ มาจีบแบคฮยอนเลย เอาคืนเลย ฮึ่ยยยยย





    คืนความสุขให้ประชาชนหน่อยค่ะ มิ้งแบบดราม่าๆ นี่ใจร้ายมากไหมคุณไรท์เตอรรรร์ #กอดขา

    ปล. เม้นเสร็จจะไปซื้อเค้กมากิน แบล็คฟอร์เรสต์นี่ใช่ที่มีช็อคโกแลตเศษๆ (?) โรยหน้าไหม

    งึ่ก เราก็ชอบนะ แต่แพง แต่จะกิน55555555555555555 #โครงการเป็นหมูไปกับอู๋อี้ฝาน

    ปล.2 บางทีเทาแบคก็ไม่เลวนะคะ พี่คริสมีน้องไว้ทำไมเปลืองอากาศหายใจเล่นๆ

    พามาจีบคุณครูแบคฮยอนสิ๊ เอาเลยสิ๊ เทาแบคไปอี๊กสิ๊ #ทีมเทาแบค #ทีมชานแบค #ทีมไคแบค #ทีมคริสเรา #ทีมเลย์เรา #เดี๋ยว #เดี๋ยว #เดี๋ยว #เดี๋ยว #ทีมเราไรท์เตอร์ #เดี๋ยว #เดี๋ยว
    #94
    0
  4. #93 baekkyhunnymama (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 14:13
    แบคเรื่องนี้อย่างน่ารักง่า นางแบบดีดดิ้นง่ะ 5555555

    แต่ตอนอกหักรู้ว่าพี่ฟานชอบมินซอก ดูหงอย น่าฉงฉานจุงเบยน๊าาา

    เอาสวีทๆไปเลยนะค่ะ ตอนหน้า อิอิ ชดเชยให้นาง เด๋วน้อ

    แบคจะเหี่ยวเฉาเอ็นดู อิอิ
    #93
    0
  5. #92 BACON_BAEK (@khainoy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 10:25
    พี่อี้กับจงแดน่ารักอ่ะ  ว่าแต่พี่คริสชอบพี่หมินเหรอสงสารแบคอ่ะซึมไปเลย
    #92
    0
  6. #91 galaxy_fanfan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 13:50
    ชอบมากค่ะ คริสแบคน่ารักมาก มาต่อน่ะค่ะ รออยู่
    #91
    0
  7. #90 โมชิโมชิ. (@mmatchima) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 19:29
    ฮยองคนนี้นี่อ่อนหัดเสียจริง
    #90
    0
  8. #89 แฟนพี่ไค อิ๊ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2558 / 19:44
    โอ้กกกกกกกกกกกกกกกกก (เสียงไก่ทั้งฟาร์มซีพี)





    พี่อี้ชิงคนหล่อ พอเรื่องแบบนี้นี่กลายเป็นเด็กน้อยไปเลย หืม

    น้องอี้มอต้นจีบพี่จงแดงี้เหรอลูก /บีบแก้ม /โดนไซด์คิก /แอ่กกก



    เห็นด้านนี้ของคุณพระเอกคู่รองแล้วสะบัดพู่เชียร์เลยค่ะ

    เชียร์คู่หลัก #ตึ่ง!

    พี่คริสไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะคะ ไม่โอเคร แนะนำถอยแลมเบอร์กินีนะคะ

    ว่างๆ ก็เอามาให้พี่จงแดนั่งเป็นบุญก้นสักครั้งด้วย สงสาร 

    โดนจีบทั้งทีดันต้องนั่งจักรยานตัวเอง

    แถมยังโดนแกล้งขี่ตกหลุมอุกกาบาตลูกระนาดรางยางล้อเหล็กเป็กปักกิ่งอีก โฮ้ย น่าสงสา

    พี่อี้ชิงนี่ช่างเป็นผู้ชายอบอุ่นเสียจริงจริง ʘ‿ʘ #ส่งยิ้มจริงใจ



    จริงๆ แล้วพี่อี้ชิงเชยมาก เชยแบบได้ดูแฟนฉันรอบปฐมทัศน์ #ขอโทษค่ะไรท์เตอร์555555555555

    ตั้งแต่ฮวงจุ้ยแล้ว บ้าบอร์ อยากเจอก็ไปหาดิ ใช้อำนาจที่ไม่ค่อยมีนั่นแหละขอคีย์การ์ดน้องมา

    นี่คงไม่คิดจะทำงี้ทุกครั้งที่อยากเห็นหน้ามิ้งๆ ของน้องป่ะ จงแดจะคิดไง

    ' ดูฮวงจุ้ยมาขนาดนี้ พี่ไม่ได้เป็นหมอผีชี่แม้ะ... ' <--- หลังจากใช้มุขนี้เกินสองครั้ง



    หวังว่าจะเปลี่ยนมุขและมีเครื่องมือวัดที่ดีกว่านี้ค่ะ อาเมน (≖ิ(‿)≖ิ)





    บ่นมานาน จริงๆ ถ้าเจอแบบนี้ก็เขินเหมือนกัน #อุ่กกก

    พี่อี้ชิงคะ! *จับบ่าทำหน้าจริงจัง* พี่ต้องจีบให้พี่จงแดรู้ว่าจีบให้ได้นะคะ!!!!!

    ( ทุกวันนี้ไม่มีใครรู้นอกจากปลาทูน่าใต้แม่น้ำแยงซีในภาพนั่น ( ‾ʖ̫‾) )

    จงใช้ความบ๊านนนนนบ้าน ธรรมดา เรียบกริบ เชยสะบัด และชนซือรอบเกนีกาแวอีแรของพี่

    เพื่อเอาชนะผู้ชายทุกคนที่แซ่บๆ บนโลกใบนี้ 

    และไปให้ถึงใจพี่จงแดให้ได้นะคะ!!! #ไม่งั้นจะชิปเล่ยแด #จางอี้ชิงตกกาป๋องดังแป๋ง #หว่ายๆ #ฟลิบตัวเพราะโดนเตะ





    ว่าแต่ พี่จงแดมาเพราะเป็นคำสั่งแค่นั้นเหรอ

    ไม่ได้... อยากเจอพี่อี้ชิงของนายหรอกใช่ไหม? •͈ᴗ•͈)





    ปล.ไรท์เตอร์หายไปนานมากกกกก นึกว่าทิ้งฟิคเรื่องนี้แล้ว ;w;

    อย่าทิ้งนะคะ เราชอบมากๆ หมอฟันสนุกมากเลยยยย จะรออีกครึ่งนึงน้าา <3

    ปล.2 คิดถึงพี่จุนมะหย่อนค่ะ เอิ้ก (∪ ̄ ㋓  ̄∪)
    #89
    0