❍ Into the moonlight #ณพระจันทร์ |Yaoi| [สนพ.Rose]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,952 Views

  • 752 Comments

  • 2,559 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    465

    Overall
    24,952

ตอนที่ 3 : 00.02 am.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 248 ครั้ง
    13 พ.ค. 61

00.02 am.


ขอโทษที ไม่เล่นแล้ว


“เห็นมองอยู่ได้ทุกวัน ไม่ใช่อยากได้หรือไง”


เสียงทุ้มเย็นเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ผมเพิ่งประมวลสติได้ไม่ถึงนาที


“เดี๋ยว ใจเย็น”


“ไม่ชอบผู้ชาย?”


“เอ่อ...ก็...จะว่างั้นก็ได้” แต่มันใช่ประเด็นหรือไง


“แล้วเรียกหาอะไรอยู่ได้ทุกวัน”


แค่อยากจะแกล้งเฉยๆ


ผมไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้มีความคิดอะไรแบบนี้อยู่ด้วย ก็แค่พอรู้ว่าเป็นผู้ชายด้วยกันก็เลยอยากจะหยอกเล่นสักหน่อย กวนประสาทกลับสักนิดก็เท่านั้น ไม่คิดว่าไอ้เด็กนี่จะเห็นเป็นเรื่องอย่างว่า


โลกมันหมุนเร็วเกินไปจนผมตามไม่ทันหรือไอ้เด็กขี้เมานี่มันเป็นบ้ากันวะ


คิดดูอีกที อาจจะเพราะเมาอยู่ก็ได้ หมอนี่ถึงได้พูดอะไรแบบนี้ออกมา


หลังจากที่ผมส่งเสียงหยอกเย้าเขาเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา ครานี้เด็กหนุ่มไม่ได้เชิดหน้าหนีเข้าบ้านเหมือนเคย แต่กลับเดินมาหยุดอยู่หน้าบ้านผม เงยหน้าใช้ดวงตาสีน้ำทะเลจับจ้องมา ราวกับถูกสะกดจิต ผมละสายตาไปไม่ได้ และไม่ช้าร่างกายผอมเพรียวนั่นก็ขยับแขน ชูมือเป็นสัญลักษณ์ให้ผมลงไปหาเขา


ผมคิ้วขมวด ถามเขาว่ามีอะไร แต่เด็กแสบก็ยังชี้นิ้วให้ผมลงไปหาอยู่นั่น


สำรวจจากขนาดตัวแล้ว ผมไม่มีทางสู้แพ้เด็กผอมเก้งก้างแบบนี้แน่นอน อีกทั้งตรวจสอบมาอย่างดีแล้วว่าเจ้าขี้เมาไม่ได้พกอาวุธอะไร จึงได้ยอมลงไปเปิดประตูรั้วให้


“เข้าบ้าน”


น้ำเสียงทุ้มเย็นเอ่ยคล้ายคำสั่ง เมื่อการเปิดเพียงรั้วบ้านไม่เพียงพอต่อความพอใจของคนหน้าหวาน


“จะเข้าไปทำไม”


“ก็น่าจะรู้”


“ไม่รู้ ลืมเอากุญแจบ้านมาหรือยังไง”


“...ไม่เชิง”


“...”


“เปิดหน่อย”


ไม่ว่าเปล่า เด็กหนุ่มบุ้ยปากเป็นเชิงให้ผมเปิดประตูบ้านให้ แม้ว่าไม่ได้ลงกลอนเพราะเพิ่งเปิดออกมารับเจ้าเด็กแสบนี่ แต่เขาก็ยังมีมารยาท ไม่ยอมเข้าบ้านผมโดยพละการ


เนื่องจากความสงสัยก่อตัวเป็นก้อนใหญ่เกินกว่าจะลบออกไปจากหัวได้ ทำให้ผมเปิดประตูบ้านต้อนรับซินเดอเรลล่าเสียอย่างนั้น กว่าจะรู้ว่าไม่ควรก็สายไปเสียแล้ว


อย่างไม่ทันตั้งตัว ผมถูกเด็กหนุ่มผลักให้ติดผนังบ้านแทบจะทันที เขาประชิดตัวเข้ามาแนบสะโพกติดกับเอวของผม


และนั่น ทำให้รู้ความหมายในทันที


“โอเค พอแล้ว เลิกเล่น โทษที ฉันแค่อยากแกล้งนายเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์อย่างอื่นเลยจริงๆ”


“คุณนอนกับผู้ชายไม่ได้เหรอ”


“ไม่น่าจะได้นะ”


“งั้นก็แค่ลอง”


“ไม่ดีกว่า กลับบ้านนายไปเลย”


ผมว่า ขยับใบหน้าตัวเองหลบลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จากอีกฝ่าย พลางรวบมือที่ซุกซนแอบลูบหน้าท้องของผมไว้ไม่ให้ขยับไปจับส่วนไหนได้ตามใจชอบอีก


ผมจ้องลงไปในดวงตาสีน้ำทะเลลึกแทนการดุ แม้จะตกใจกับรสนิยมของคนตรงหน้า แต่ก็ใช่ว่าจะแปลกใจ ใบหน้าของเขาไม่ยากที่จะสามารถดึงดูดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ใครเห็นคงมองเขาจนเหลียวหลัง เสน่ห์ท่วมท้นอย่างอย่างกับนางไม้ร่ายมนต์


ถึงแม้ว่าจะรู้แล้วว่าไม่ใช่สาวน้อยอย่างที่คิด ทว่ารูปร่างหน้าตา ทั้งหมดทั้งมวลของเขามีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด ทุกอย่างของเขาล้วนน่าค้นหาอย่างหาคำอธิบายไม่ได้ ถึงจะฟังดูแปลกๆ แต่เขาเป็นผู้ชายที่สวยมากๆ คนหนึ่ง สวยทั้งรูปร่างทั้งหน้าตา โดยเฉพาะดวงตาสีฟ้าที่ตรึงผมให้อยู่กับที่ทุกทีที่ได้สบตานั่นอีก


ดวงตาของเขาผลักให้ผมหลงอยู่ในห้วงของกาลเวลาได้อย่างง่ายดาย


พอยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งรู้ว่าเสน่ห์ของเขามากล้น กลิ่นหอมจากร่างกายยั่วยวนให้ใครต่อใครหลงใหลได้ไม่ยาก ใบหน้าสวยหวานที่ยิ่งพอได้เห็นใกล้ๆ ก็ยิ่งต้องตา ร่างกายบอบบางผิวขาวนวลละเอียดจนคิดว่าหากกอดแรงๆ คงเป็นรอย และต้องใช้ความหักห้ามใจเป็นอย่างมากในการไม่ให้ผลักเขาลงไป แล้วขย้ำเนื้อขาวให้ขึ้นสี


คนตรงหน้ารูปงามเกินกว่าจะปรากฏขึ้นบนโลกแห่งความจริง ทั้งยังวิจิตรจนน่าเสียดายเกินกว่าหากเป็นเพียงรูปวาด


ยากที่จะห้ามใจไม่ให้ครอบครองเขา


แต่เพราะเป็นเด็ก เป็นผู้ชาย เป็นคนข้างบ้าน เป็นคนไม่รู้จัก อะไรหลายๆ อย่างทำให้ผมไม่คิดจะทำอะไรเกินเลยเขาตามที่ปากแดงนั่นเพียรเอ่ยบอก


ได้แต่ฉุดให้เด็กดื้อออกไปจากบ้านของผมอย่างรวดเร็วก่อนที่ฝ่ายมารในใจจะชนะความคิด จับเขายัดเข้าบ้านตรงข้ามโดยที่ไม่ปล่อยให้เจ้าตัวขัดขืน เด็กหนุ่มร้องโวยวายแต่สู้แรงผมไม่ได้ สุดท้ายเขาก็เข้าบ้านไปได้โดยสวัสดิภาพ


หลังจากที่เล่นจนได้เรื่อง ผมก็ไม่ออกไปแซวเขายามค่ำคืนอีก ทำงานงกๆ หลบแสงจันทร์อยู่ในห้อง และหลับพักผ่อนเมื่อแสงอาทิตย์ขึ้น มีเพียงแสงไฟนีออนที่อาบตัวอยู่ทุกวัน


ผ่านไปไม่กี่วัน เมื่อทำงานจนบรรลุหน้าที่ ผมออกไปส่งภาพวาดที่เพิ่งเพ้นท์เสร็จให้กับเจ้าของแกลลอรี่แห่งหนึ่งในตอนเช้า ก่อนกลับเข้ามาหวังจะนอนให้หนำใจ ทว่าโลกกลับเหวี่ยงให้เจอเพื่อนบ้านเพียงคนเดียวอีกครั้ง เขาทำท่าจะออกไปข้างนอก เด็กหนุ่มคนนั้นกระตุกยิ้มมุมปากก่อนเอ่ย


“กลับเช้านะ”


ผมกลอกตา ไหวไหล่ เดินเข้าบ้านอย่างไม่ใคร่จะใส่ใจ นึกเข้าใจความรู้สึกของเขาที่ถูกผมแซวขึ้นมาบ้างแล้ว


ก่อนที่จะได้เข้าบ้านไปฝังตัวบนเตียง ผมหันไปบอกแนะนำเขาแทนคำทักทาย เพราะนึกขึ้นได้ว่าเจอหมอนี่แต่ละทีก็อยู่ในสภาพเมามายทุกครั้ง


“อย่าไปกินเหล้าอีกล่ะ”


เด็กหนุ่มโคลงหัวก่อนเอ่ยตอบ


“คุณห้ามผมไม่ได้หรอก”


“...”


“แต่ถ้ายอมนอนด้วยอาจจะลองเลิกเหล้าดูก็ได้”


“กินเหล้าไปจนตายเถอะงั้น”


ผมเอ่ยกลับแทบจะทันที เด็กเวรลอยหน้าลอยตาไม่สนใจคำสาปแช่งของผมเท่าไหร่นัก ผมหายตัวกลับเข้าไปนอนอย่างที่ตั้งใจ และในคืนนี้เขาก็ไปกินเหล้าอีกตามเคย


ผมคงไม่รู้และไม่ใส่ใจเด็กนิสัยแปลกๆ นี่อีก ถ้าหากว่าในคืนนี้ไม่ได้ยินเสียงเคร้งๆ ดังหนวกหูฝ่าเสียงฝนขึ้นมา


คืนนี้ฝนตกหนัก และหลังจากที่ไอ้หนุ่มผมยาวกระทำตัวแปลกๆ วันนั้น ผมก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะไปถ้ำมองเขาอีก เพราะกลัวไอ้เด็กนี่จะกลายร่างเป็นร่างคลั่ง จะมีบ้างในบางวันที่ผมออกมาสูบบุหรี่แล้วเจอเขากำลังกลับเข้าบ้านพอดี แต่ก็ไม่ได้ทักทายไปมากกว่าพยักหน้าให้


จนเสียงโลหะของรั้วบ้านถูกเขย่าอย่างรุนแรงดังขึ้นรบกวนประสาทจนต้องยอมออกไปดู เผื่อว่าคนเมาอาจจะทำอะไรไม่ได้ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาโครมครามราวกับฟ้ารั่ว


คิดว่าคงเห็นเด็กหนุ่มขี้เมานอนเกาะรั้วบ้านตัวเองอยู่ ทว่าผมกลับเห็นเขายืนเขย่ารั้วบ้านของผมอยู่เสียอย่างนั้น


“ทำอะไร”


ผมเอ่ยถาม ส่งเสียงแทรกเสียงฝน คนข้างล่างหยุดมือก่อกวน เงยหน้าใช้ดวงตาสีสวยจับจ้องมายังผม ใบหน้าสวยและเส้นผมยาวเปียกโชกด้วยน้ำฝน หยาดน้ำชโลมจนเสื้อผ้าบางแนบเนื้อไปกับร่างเพรียว ขับเสน่ห์ของคนตรงหน้าเพิ่มมากขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ


“เปิดให้หน่อย”


“ทำไม บ้านก็อยู่แค่นี้ กลับบ้านไปเลยไอ้หนู”


“นอนด้วย”


“บอกให้กลับบ้าน”


เคร้งๆๆ


เด็กเวรกวนประสาทผมอย่างต่อเนื่อง เมื่อผมไม่ทำตามความต้องการของเขา สองมือขาวซีดก็เขย่ารั้วบ้านผมจนเกิดเป็นเสียงน่ารำคาญ


“หยุดเลย ไอ้นี่นิ”


ผมถอนหายใจ “รอตรงนั้นแป๊บนึง แล้วก็เลิกเขย่ารั้วบ้านฉันได้แล้ว”


ครานี้เด็กดื้อยอมทำตามคำพูด ผมถึงได้กลับเข้าบ้านเพื่อลงไปเปิดประตูชั้นล่างให้เขา หน้าบ้านส่วนลานจอดรถอยู่ใต้ระเบียงชั้นสอง ทำให้มีหลังคาปกคลุม ผมจึงไม่ได้เปียกฝนเหมือนคนข้างหน้า


และทันทีที่ประตูรั้วเปิดออก คนเมาก็พุ่งเข้าใส่ผมทันที


“ไม่ต้องมาเกาะเลย เปียกหมดแล้วเห็นมั้ย”


“...”


เด็กหนุ่มไม่ตอบ และมีแต่ผมที่พยายามดันตัวเขาออกไป ใบหน้าหวานซบลงที่ไหล่ผมและหาญกล้าใช้เสื้อผมเช็ดหน้าต่างผ้าขนหนู กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวเขาลอยเจือจางตัดกับกลิ่นน้ำฝน


“ทำไมไม่เข้าบ้านตัวเอง หรือเปิดประตูบ้านไม่ได้”


“...”


“เป็นอะไร กุญแจบ้านหายหรือไง”


ผมถามอีกครั้ง เมื่อเสียงฝนเป็นเพียงเสียงเดียวที่ตอบกลับมา


เด็กหนุ่มขยับตัว ช้อนตามองผมอีกครา ใบหน้าหวานมีสีหน้าคล้ายจะเศร้าโศก ทว่าเพียงชั่วเดียวก็หายไป พร้อมกับขยับตัวยุกยิก ควักเอาอะไรบางอย่างในกางเกงยีนส์ออกมา ที่ผมคาดว่าน่าจะเป็นกุญแจบ้านของเขา


แล้วโยนออกไปในสวนหน้าบ้านของผม


“ไอ้...”


“อือ กุญแจบ้านหายแล้ว ขอนอนด้วยดิ”


“...เด็กผี” ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามจะผลักเขาออกจากตัวเพื่อไปหากุญแจบ้านของคนขี้เมา ที่น่าจะตกอยู่ในพุ่มไม้แถวนี้


ทว่าเด็กหนุ่มกลับไม่ยอมให้ผมทำเช่นนั้น เมื่อร่างผอมขยับตัวมาเบียดตัวผมมากกว่าเดิม แขนสองข้างเกาะผมไว้แน่นไม่ให้ผมหนีหายไปไหน ใบหน้าสวยซุกลงที่อกผม กระซิบเอ่ย


“แค่นอนเฉยๆ ก็ได้”


“...”


“หนาวแล้ว...”


“...”


“ตัวก็เปียก”


“...”


“เดี๋ยวไม่สบาย”


ถ้ารู้ก็อย่ามาตากฝนตั้งแต่แรกสิ ผมดุเขาในใจ และในที่สุดก็ต้องยอมแพ้ให้กับความเอาแต่ใจของเด็กข้างบ้าน


ยอมเปิดประตูให้เขาเข้าไปอีกครั้ง


ถือว่าช่วยเหลือคนเมา


เด็กน้อยนอนคว่ำหน้าหัวเปียกซบหมอนอยู่บนเตียงผม ให้ตายสิ ไล่ให้ไปนอนอีกห้องก็ไม่ยอมไป แต่เอาเถอะ ผมเองก็ยังไม่คิดจะเข้านอนในเร็วๆ นี้ เพียงแต่สภาพของเขาทำให้ผมขัดใจไม่น้อย จึงหยิบผ้าขนหนูไปวางแปะบนหัวเขา แม้อยากจะเช็ดให้แต่ก็ไม่ได้สนิทใจด้วยขนาดนั้น จึงได้แต่หวังว่าผ้าขนหนูจะคอยซับหยาดน้ำจากเส้นผมของเขาได้เอง


ผมเข้าไปฝังตัวในห้องทำงาน ก่อนบรรเลงแปรงพู่กันบนเฟรมผืนใหญ่ จนเวลาผ่านไปสักพัก ยามเช้ายังไม่มาถึง ทว่าเมื่อมองออกไปผ่านกรอบหน้าต่าง ผมเห็นพระจันทร์ลอยตัวอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าโปร่ง ฝนหยุดตกแล้ว


จึงตัดสินใจลุกขึ้นบิดตัวยืดเส้นยืดสาย ตั้งใจจะพักสายตาเสียหน่อย ผมหยิบซองบุหรี่ออกไปสูบนอกระเบียงพร้อมกับชมจันทร์ไปพลางๆ จนหมดมวนแล้วถึงค่อยกลับเข้ามาในบ้าน ตั้งใจจะไปเข้าห้องน้ำก่อนเริ่มทำงานต่อ ทว่าเมื่อเปิดประตูออกไปก็พบกับร่างของเด็กหนุ่มที่นอนพิงผนังอยู่ข้างประตู


“ทำไมมานอนที่นี่”


เขาไม่ตอบ น่าจะหลับไปแล้ว


ผมไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มแอบตื่นมานอนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่จะให้เขานอนตรงนี้ตลอดก็คงไม่ดี จึงก้มตัวลงปลุกเด็กดื้อให้ตื่นเสีย


เขาปรือตาขึ้นมาก่อนหลับต่อ ผมถอนหายใจเมื่อภารกิจล้มเหลว จึงลุกไปหยิบผ้าห่มมาให้เขาแทน แน่นอน ผมไม่ใจดีพอจะอุ้มเขาเหมือนเจ้าหญิงแล้วพาเข้าไปนอนในห้องหรอก อย่างไรเสีย หมอนั่นก็ผู้ชาย


แต่พอเขามานอนเฝ้าอยู่หน้าห้องเช่นนี้กลับทำให้ผมไม่มีสมาธิเอาเสียเลย แม้ว่าจะปล่อยเขาไปก็ได้แต่กลับพะวงถึงคนที่นอนไม่เป็นที่เป็นทาง ก่อนที่จะเผลอตวัดพู่กันผิดสีลงบนผลงานไปมากกว่านี้ ผมตัดสินใจปิดไฟ เดินออกจากห้องสตูดิโอไป


“ลุก จะไปนอนแล้ว”


ครานี้เด็กดียอมฟังคำของผมง่ายๆ เขาตื่นตามแรงเขย่าและเสียงของผม ก่อนจะลุกเดินตามผมเข้าห้องนอน


“ห้องนอนนายน่ะทางนั้น”


ผมร้องบอกเมื่อเห็นเขาเดินตามเข้าห้องตัวเองมาด้วย ไอ้เด็กผีไม่ยอมทำตามคำสั่งของผมอีกแล้ว เขาเดินเข้ามาในห้องผมและไม่คิดจะออกไปไหน


“ฉันเป็นเจ้าของบ้านนะ ให้เกียรติกันหน่อย” ผมดุ แววตาสีฟ้าของเขาเจือความรู้สึกผิดเล็กน้อย


“ผมนอนพื้นก็ได้”


“ได้”


ผมถอนหายใจ เหนื่อยจะต่อล้อต่อเถียงกับเด็กยุคใหม่ที่ตัวเองตามไม่ค่อยจะทัน หยิบหมอนและปูฟูกนอนให้เขา ส่วนผ้าห่มเขามีอยู่แล้ว จากการที่ผมเอาไปห่มตัวเขาก่อนหน้านี้ และเขาก็นำมาห่อตัวเองจนถึงตอนนี้


เขาล้มตัวลงนอนบนฟูกที่ผมจัดเตรียม เมื่อเห็นดังนั้นแล้วผมจึงเดินไปปิดไฟ ก่อนปีนขึ้นมานอนบนเตียงตัวเองบ้าง ให้ตาย ไม่น่าเลย ไม่น่าเปิดประตูให้หมอนี่เข้ามาเลยจริงๆ


ที่ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับใครไม่ใช่แค่เพราะขี้เกียจ แต่ผมตั้งใจ


ตั้งใจย้ายที่อยู่มายังที่ที่ไม่มีใครเคยรู้จักผม ตั้งใจอยู่บ้านเพราะไม่อยากพบเจอผู้คนมากมาย หลีกหนีจากผู้คน หลีกหนีจากเพื่อนฝูง หลบหน้าหายไปจากครอบครัว ตั้งใจทำงานตอนกลางคืนเพราะเงียบสงบกว่าตอนกลางวัน ตั้งใจอยู่เป็นเพื่อนพระจันทร์เพราะอยากหลีกจากทุกความสัมพันธ์ที่พระอาทิตย์พยายามนำพามา


ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะอยู่คนเดียวแท้ๆ


“นายชื่ออะไร”


“ลัล”


ผมเอ่ยถามเด็กหนุ่มในความมืด รู้ว่าเจ้าตัวยังไม่หลับจากเสียงพลิกตัวไปมา


“ผมต้องถามชื่อคุณไหม”


“ไม่ต้องหรอก”


“...ไม่อยากให้รู้จักหรือ”


“ก็...ไม่เชิง...แต่ที่นายเรียกอยู่นั่นก็ชื่อฉัน”


“...”


ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาอีก นอกจากเงาตะคุ่มของร่างผอมที่ลุกขึ้นยืนอยู่ข้างเตียง และไม่รอช้าที่จะปีนขึ้นเตียงเดียวกับผม


“ไหนว่าจะนอนข้างล่าง”


“นอนด้วยไม่ได้เหรอ”


“ผิดคำพูดนะไอ้หนู และก็...เกรงใจเจ้าของบ้านด้วยก็ดี”


“ทีคุณแซวผมทุกวันผมยังไม่เคยบอกให้เกรงใจคนข้างบ้านบ้าง”


“...”


จบคำพูด ผมหาคำเถียงไอ้เด็กนี่ไม่ได้ และเขาก็มุดเข้ามานอนข้างผมเรียบร้อยแล้ว จนต้องถดตัวถอยเว้นระยะให้ห่างออกมา


“ถ้าอยากได้เซ็กซ์เฟรนด์ก็ไปหาที่อื่น”


“นอนเฉยๆ ก็ได้”


ผมถอนหายใจ เมื่อเขาล้มตัวนอนหันหน้ามาทางผม ใช้ดวงตาสีฟ้านั่นจับจ้องมาราวกับเป็นการสะกดจิต ผมพลิกตัวหันหลังให้เขา


เตียงคิงไซส์ใหญ่พอที่จะนอนได้สองคนโดยไม่อึดอัด แต่ไม่ใช่การนอนกับคนแปลกหน้า ที่เป็นการนอนจริงๆ และนั่นทำให้ผมอึดอัดไม่น้อย การนอนจ้องตาแข่งกับความมืดจึงเป็นทางออกให้ผม


และไม่นาน คนข้างกายก็สงบนิ่ง เหมือนว่าเขาจะหลับไปแล้ว


ก่อนที่จะบอกลาพระจันทร์ ผมบ่นพึมพำ


“วันนี้เมาหนักไปนะ ไอ้หนู”




#ณพระจันทร์


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 248 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #741 maaminddd (@maaminddd) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 19:01
    ทำไมเขิน
    #741
    0
  2. #683 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 21:55
    What happens!???
    #683
    0
  3. #645 pppeachhh2 (@pppeachhh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 18:53
    น้องลัลหนูเศร้าอะไรลูกกก
    #645
    0
  4. #611 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 17:41
    น้องลัลทำไมเมาทุกวันอะคะ????
    #611
    0
  5. #580 TSL7 (@theseventhlight) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 23:19
    พี่คุณดูแก่เวลาอยู่กับน้องลัลอะ5555 ตามน้องไม่ค่อยทันไรงี้ น่ารักก
    #580
    0
  6. #557 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 00:02
    นี่เดาว่าคุณต้องอกหักไม่ก็เลิกกับแฟน แล้วลัลก็น่าจะเหตุผลเดียวกับคุณอ่ะ
    #557
    0
  7. #531 KYLM_ (@safeka) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 21:46
    น้องลัลลูกกก อ้อนเก่งง
    #531
    0
  8. #264 taetae_somy (@aenine_ss) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 10:35
    น้องลันขี้อ้อนนน
    #264
    0
  9. #190 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 17:46
    น่ารักจังเลย
    #190
    0
  10. #144 konhip (@konhip) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 10:59
    ปากร้ายแต่ใจดีนะเนี่ย น้องหนูก็อ้อนเก่ง
    #144
    0
  11. #124 tensita (@tensita) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 08:26
    พี่คุณคนดีเหมือนกันนะเนี่ย /คุณ:พูดแบบนี้หมายความว่าไง /ไม่รู้5555555
    #124
    0
  12. #83 versense (@versense) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 00:53
    เอ็นดูการเรียก เด็กน้อย ของพระเอกมากมันอบอุ่น มันบับโอ้ยยยยยดี หนูลัลเหงาหรอลูกกกอยากรู้จักพี่เค้าหรือเจออะไรมาแล้วมาหาที่พึ่งคะคนดี
    #83
    0
  13. #27 Pimngaijakai (@Pimngaijakai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 21:05
    อยากรู้ปมพี่ ว่าทำไมถึงย้ายไปอยู่คนเดียวแบบนั้นเหมือนกันแฮะ แต่ก็ไปแซวเขาเองอะเนอะ น้องมันก็ไม่รู้หรอกว่าไม่อยากให้ยุ่งงง
    #27
    0
  14. #12 typedef34 (@nattawika03) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 09:11
    ลัลไม่ผิดหรอก ผิดที่อิพี่ไปแซวน้องทุกวันไง เป็นไงแผนการอยู่คนเดียวพังเลย แซวน้องดีนัก5555555
    #12
    0
  15. #9 Extra Ordinary (@Orndinaryme) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 20:53
    น้องลัลหนูอยากรู้จักพี่เค้าใช่มั้ยลูกกก รอพี่ชายข้างบ้านเค้าหลงหนูก่อนนาาาา
    #9
    0
  16. #8 Music_Umi (@Music_Umi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 20:39
    โอ๊ยยยหนูลัลลลลูกกก
    #8
    0
  17. #7 pitchbl4ck (@pitchbl4ck) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 04:38
    รองับบบบ
    #7
    0