[Fic Gintama]:{I'm not your maid}HijiGin

ตอนที่ 28 : บทที่ 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    28 ธ.ค. 58

Purple Lollipop


“ไอ้งี่เง่าคาตะ”


“ไอ้เสร่อโทกิ”


สวัสดีครับ ผม ยามาซากิ ซางารุ ตอนนี้กำลังนั่งดูคนบ้าสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่ เอาเป็นว่าเรื่องนี้มันมีที่มาที่ไปก็แล้วกัน

หลังจากที่ผมบอกว่าจะตามสืบเรื่องของคุณพาโกะ เอาเข้าจริงๆ ผมดันหาข้อมูลไม่ได้เลย เหมือนกับว่า ผู้หญิงที่ชื่อ พาโกะ ไม่มีเคยตัวตนอยู่ หรือว่า จะเป็นชาวสวรรค์ลงมาหางานทำโดยการแปลงร่างเป็นมนุษย์ แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะอย่างน้อยๆก็น่าจะมีข้อมูลอะไรสักหน่อย แต่นี่มัน


ว่างเปล่า


จนกระทั่ง

.

.

.

“เฮ้อ หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ” ยามาซากิทอดกายนอนเยียดลงกับพื้นในห้องของตนเอง ก่อนจะพลิกตัวไปมาเหมือนกับว่า กำลังใช้ความคิดแต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก


 “เหมือนกับว่าคนที่ชื่อ พาโกะ ไม่มีตัวตนอยู่เลยแฮะ”


คุณพาโกะ จริงแล้ว คุณเป็นใครกันแน่

 

ไอ้คุณยามาซากิ!” เสียงของฮิจิคาตะ ชายที่ได้รับฉายารองหัวหน้าปีศาจที่ดังมาจากประตูฝั่งระเบียงทางเดิน ทำให้คนที่ถูกเรียกชื่อสะดุ้งสุดตัว “คิดจะอู้ไปถึงเมื่อไหร่ แกอยากโดนคว้านท้องตรงนี้ใช่ไหม ฮ่ะ!?


“ปะ..เปล่าครับ พอดีว่าแค่พักสมองนิดหน่อย”


“ถ้ามีเวลามานั่งพัก ก็เอาเวลามาทำงานให้มันคืบหน้าจะดีกว่าไหม” ฮิจิคาตะนั่งลงตรงหน้าโต๊ะทำงานของยามาซากิที่ในตอนนี้มีแต่เอกสารเต็มไปหมด “นี้มันอะไร?”


“ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีกำลังค้นคว้าเกี่ยวกับการทำงานของพวกขับไล่ต่างแดน”


“ไหน เอามาให้ฉันดูสักฉบับสิ” ฮิจิคาตะพยายามหยิบเอกสารที่วางไว้บนโต๊ะมาดู แต่ก็ถูกแย่งออกไปจากมือแทบจะในทันที


“ผมว่า รองน่าจะรอให้ผมทำเสร็จก่อนดีกว่านะครับ”


“ไม่เป็นไร”


“จริงๆนะครับ ผมว่ารอ


“ฉันบอกว่า ไม่เป็นไร เอามานี่ไอ้คุณยามาซากิ” ฮิจิคาตะแย่งเอกสารออกไปจากมือของเขา


ฉิบหายแล้วไง โดนหาว่าเป็นสโตรคเกอร์โรคจิตแหงๆ


“นี้มัน หมายความว่ายังไง” ฮิจิคาตะเผลออุทานออกมาหลังจากที่ได้อ่านรายงาน


“ผมขอโทษจริงๆ ผมไม่ได้


“ทำไมแกถึงเอารายงานชาวสวรรค์มาให้ฉัน” ฮิจิคาตะวางเอกสารไว้หน้ายามาซากิ “ชาวสวรรค์ที่มีสองเพศในร่างเดียวกันคืออะไร ยามาซากิ!


“เออ”


“ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่า ถ้าเสร็จแล้วก็ค่อยเอามาให้ฉันดูก็แล้วกัน”


“คุณฮิจิคาตะจะไปแล้วหรอครับ” ยามาซากิถามก่อนที่รองหัวหน้าของเขาจะเดินพ้นออกจากห้อง “ไปหาคุณพาโกะสินะครับ”


“อืม” ฮิจิคาตะหันกลับมาตอบ


“รองครับ คือว่า”

 

จริงๆแล้วคุณพาโกะเป็นใครกันแน่?


 “มะ..ไม่มีอะไรครับ คุณรีบไปหาเถอะ” คำถามที่จะพูดกลืนหายเข้าไปในลำคอแทบจะในทันที เมื่อเขามองเห็น ความรู้สึกบางอย่าง ภายใต้ดวงตาที่แข็งกร่าวและเต็มไปด้วยความเข้มงวดของคนตรงหน้า


คุณฮิจิคาตะไม่พูดหรือถามอะไรกลับมา เพียงแต่แค่เดินหายออกไปเท่านั้น


หลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้พอพูดถึงคุณพาโกะทีไร รองมักจะเป็นแบบนี้ทุกที ทั้งน้ำเสียง สีหน้าและท่าทางที่อ่อนลงเหมือนกับว่า เขารู้สึกผิดต่อคุณพาโกะ หรือว่า


“แล้วสิ่งที่เราทำอยู่มัน” ยามาซากิมองเอกสารที่วางเรี่ยราดบนโต๊ะ “ถูกแล้วหรอ?”

.

.

.

“กินโทกิ ฉันขอเข้าไปในห้องนะ” ฮิจิคาตะค่อยๆแง้มประตูอย่างเบามือเพื่อพยายามไม่ให้เกิดเสียงดัง เขาเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆกับคนที่นอนนิ่งอยู่ในฟูก “ตื่นอยู่รึเปล่า”


“อืม” กินโทกิดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งช้าๆ “นี่ ฮิจิคาตะ ตอนนี้กี่โมงแล้ว”


“ก็เกือบสามทุ่มแล้ว ถามทำไม”


“ฉันอยากอาบน้ำ”


“ฮ่ะ ?! แกล้อเล่นใช่ไหม ?”


“คุณกินพูดจริง ก็ฉันเบื่อที่จะให้นายเช็ดตัวอย่างเดียวแล้ว”


“ทำไม ฉันเช็ดตัวให้มันผิดรึไง ไอ้งี่เง่า”


“ผิด ก็แกชอบทำหน้าหื่นๆใส่เวลาเห็นเรือนร่างที่สุดแสนจะเซ๊กซี่ของคุณกินนะสิ!” กินโทกิชี้หน้าฮิจิคาตะ “ไอ้มายองเนสโรคจิต”


“เออๆ เข้าใจแล้ว” 


“มันต้องอย่างนี้สิ” กินโทกิตบบ่าพร้อมกับชูนิ้วโป้งให้ฮิจิคาตะที่กำลังทำหน้าเอือมระอา “Nice! ฮิจิคาตะคุง”


“รู้สึกว่า เจ้าพวกนั้นก็น่าจะอาบน้ำกันเสร็จแล้วละมั้ง เฮ้ย!!” ฮิจิคาตะอุทานเสียงดังเมื่อคนตรงหน้ากำลังถอดเสื้อออก เผยให้ผิวขาวเนียนที่มีเห็นผ้าพันแผลที่พันอยู่ข้างลำตัว 

เหมือนกับกินโทกิจะเห็นว่า ตัวเองถูกจ้องอยู่จึงพูดตอบกลับไปว่า “นี่ถ้าจะมัวแต่มอง ก็มาช่วยฉันถอดผ้าพันแผลทีสิ”


“อะ อืม” ฮิจิคาตะพยักหน้ารับและทำตามคำขอของกินโทกิ เขาค่อยๆดึงผ้าพันแผลออก เพื่อไม่ให้เจ้าของรอยแผลเจ็บ เมื่อผ้าชั้นในสุดถูกนำออกมาเผยให้เห็นรอยแผลที่ตอนนี้เริ่มจะตื้นและแห้งกรัง

มือหนาลูบรอยนั้นอย่างช้าๆไล่ไปจนถึงหน้าอกของคนตรงหน้า ก่อนจะหยุดค้างไว้แบบนั้นเพื่อสัมผัสถึงลมหายใจเข้าและออก

 

ถ้าเกิดว่าหมอนี่หายไป

 

“ฮิจิ-

 

ถ้าเกิดว่าลมหายใจมัน..’

 

 “ฮิจิคาตะ”

 

“ฮิจิคาตะ นายทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว”


“นะ..หน้าแบบไหน”


“ก็หน้าแบบนั้นไง” กินโทกิเอื้อมมือไปลูบแก้มของฮิจิคาตะ “แหม แก้มแดงเชียว”


“ใคร! อะไร!” ฮิจิคาตะรีบชักมือกลับพร้อมกับนั่งก้มหน้านิ่ง “รีบๆเปลี่ยนชุดเถอะน่า”


“ครับๆ”

.

.

.

นี่ฟังนะ ฉันจะเฝ้าอยู่หน้าห้อง ส่วนนายก็เข้าไปอาบน้ำซะ เข้าใจใช่ไหม?


“ทำไมต้องมาสั่งกันด้วย” กินโทกิทำหน้าบูด ขณะที่เจ้าตัวกำลังแช่น้ำอยู่ “ว๊ากก หงุดหงิดๆ แต่ว่าเงียบจังเลยนะตอนนี้”

ดวงตาสีแดงมองรอบห้องอาบน้ำที่ตอนนี้ที่ไม่มีคนอื่นอยู่ มีแต่เพียงเขาและเสียงน้ำที่กระเซ็นออกมาบ้างเป็นบางครั้ง หลังจากที่เจอแต่เรื่องร้ายๆการอาบน้ำในที่เงียบและสงบแบบนี้ ช่างเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด

 

ถ้าเกิดว่า เหลือแค่เราคนเดียว มันจะเงียบแบบนี้รึเปล่า

 

ถ้าเกิดไม่มีหมอนั้นอยู่ข้างๆ จะเป็นยังไง

 

“ ระหว่างที่นอนเจ็บ ไอ้บ้านั้นก็มักจะมาดูแลเราตลอด” กินโทกิกวักน้ำอุ่นขึ้นมาลูบหน้าของตัวเอง ก่อนไล่ไปตามแขน “ดีใจจัง ที่ตอนนี้เราไม่ได้อยู่คนเดียว”

ทันใดนั้นความสงบก็ถูกทำลายลงเมื่อเสียงเลื่อนเปิดประตูดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังเพลิดเพลินอยู่ในอ่างสะดุ้งสุดตัว  


ฮิจิคาตะ?


ทว่าร่างนั้นกลับไม่ใช่คนที่เขากำลังนึกถึง แต่เป็น ยามาซากิ ที่กำลังเดินล่อนจ้อนเข้ามาโดยที่มีผ้าขนหนูปกปิดจุดสำคัญตรงระหว่างขาก็เท่านั้น กินโทกิจึงรีบเอาขันน้ำที่วางอยู่ตรงขอบอ่างมาบังหน้าทัน

ไอ้งี่เง่าหน้าไหน มันบอกจะเฝ้าประตูฟร้า


“ดีจัง มาอาบน้ำตอนไม่มีคน เอ๊ะ?!” ยามาซิที่เห็นสิ่งผิดปกติในห้องอาบน้ำจึงอุทานขึ้นมาและถามกลับไปด้วยความสงสัยว่า “เออ นั้นใครครับ”


” ทว่าฝ่ายตรงข้ามไม่มีทีท่าว่าจะตอกลับมาแถมยังเอาขันน้ำมาบังหน้าอีก


“เออ ผม ยามาซากิ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ยามาซากิจึงแนะนำตัวกับฝ่ายตรงข้ามระหว่างที่นั่งขัดตัวให้สะอาด “คุณคงมาอาบน้ำเวลานี้บ่อยสินะครับ เพราะผมรู้สึกว่าไม่เคยเจอคุณเลย”


“ดะ..ดีแล้วละ ที่นายไม่รู้จักฉันนะ”


“เอ๋? ทำไมละครับ ผมว่ารู้จักคนไว้เยอะก็น่าจะดีกว่าอยู่คนเดียวนะครับ” ยามาซากิตอบกลับแถมเจ้าตัวยังลงมานั่งในอ่างข้างๆกินโทกิอีก


ระ เร็วเกินไปแล้ว!!


“นะ..นายอาบน้ำเร็วจังเลยนะ” กินโทกิถามคนที่นั่งแช่น้ำอยู่ข้างๆ


“ก็ผมต้องรีบไปทำงานต่อนะครับเดียวจะโดนดุเอา แต่ว่านะ” ยามาซากิมองหน้า ไม่ใช่สิ ขันที่อยู่บนหน้าของคู่สนทนา “ทำไมถึงเอาขันไปบังหน้าละครับ”


“พะ พอดีว่าหน้าฉันมันมีรอยแผลเป็นนะ ไม่อยากให้ใครเห็น”


“ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าห้องอาบน้ำคือสถานที่ที่พวกเราจะได้เปิดเผยตัวตนซึงกันและกัน” ยามาซิเอื้อมมือไปจับแขนกินโทกิซึ่งเกือบจะทำให้ขันน้ำบนหน้าร่วง “ไม่มีความลับในสถานที่แห่งนี้”


ตูไม่อยากได้ยินตรรกะหง่าวๆจากปากของพวกปัญญาอ่อนนะเฟ้ย


“เพราะฉะนั้น” ในตอนนี้มือของฝ่ายตรงข้ามก็กระชากขันน้ำออกมาแล้ว “ไม่ต้องหรอกครับ เอ๊ะ?”


ลูกพี่?!’


ทว่าก่อนจะได้ทันพูดอะไรถึงสิ่งที่ตนเห็น ก้อนขนสีเงินก็พุ่งทะยานเข้าเต็มหน้าอย่างจังจนทำให้เจ้าตัวเซล้มลงไปในอ่างน้ำ


“ชินเซ็นกุมินี่มันแหล่งรวมพวกงี่เง่ารึไงว่ะ” กินโทกิเลยเดินออกมาจากห้องอาบน้ำเผื่อกลับไปที่ห้องของตัวเองโดยที่ทิ้งยามาซากิไว้อย่างนั้น เมื่อมาถึงประตูเขาจึงเห็นฮิจิคาตะยืนสูบบุหรี่อย่างสบายใจยิ่งทำให้เจ้าตัวหงุดหงิดเข้าไปใหญ่


“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ” แต่ทว่ากินโทกิกลับไม่พูดอะไร ยิ่งทำให้ฮิจิคาตะสงสัยเข้าไปใหญ่ เขาจึงดึงแขนให้คนตรงหน้าหยุด “กินโทกิ เป็นอะไร”


“ไปดูเอาเองสิ” ชายผมเงินพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนจะสะบัดแขนของตัวเองออกและเดินตรงไปที่ห้องทันที


“ไปดูเอาเองหรอ?” ด้วยความสงสัยฮิจิคาตะจึงเดินไปดูในห้องอาบน้ำ ทำให้เขาได้เห็นร่างของยามาซากิที่ลอยอืดอยู่กลางอ่างอาบน้ำ “ไอ้คุณยามาซากิ!

.

.

.

นั้นแหละครับเหตุผลที่ทำให้ผมต้องมาดูคนงี่เง่าสองคนทะเลาะกัน


“ไอ้งี่เง่าคาตะ”


“ไอ้เสร่อโทกิ”


“ถ้าแกไม่หายหัวไปแล้วยืนเฝ้าดี ก็คงไม่มีไอ้งี่เง่าแถวนี้มารู้เรื่องหรอก”


“ฉันก็แค่เดินไปซื้อบุหรี่แปบเดียว ก็ไม่คิดว่าจะมีไอ้งี่เง่าที่ไหนมาอาบน้ำเวลานี้นี่หว่า”


“เพราะฉะนั้น ไอ้งี่เง่าอย่างแกนั้นแหละผิด” ทั้งฮิจิคาตะและกินโทกิต่างพูดพร้อมกันและชี้มาทางยามาซากิที่นั่งเหงื่อตกกับความเอาแต่ใจจากสองคนตรงหน้า


“เออ ผมยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะครับ” ยามาซากิรีบบอกแทบจะในทันที “พวกคุณต่างหากที่ผิด โดยเฉพาะคุณฮิจิคาตะ ทำไมถึงไม่บอกเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้ละครับ”


“เรื่องของฉันเถอะน่า” ฮิจิคาตะตอบกลับ


“ลูกพี่ก็อีกคนนึง ทำไมถึงยอมมาทำเรื่องแบบนี้”


“ฉันมีเหตุผลละกัน” เป็นใครจะไปอยากบอกละว่า เพราะไม่มีเงินจะกินข้าวเลยยอมมาแต่งหญิงนะ


“ตกลงคุณพาโกะ ก็คือ ลูกพี่สินะครับ” ยามาซากิถามกินโทกิซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้ารับแต่โดยดี


“นอกจากผมกับรองหัวหน้ามีใครที่รู้เรื่องนี้อีกไหมครับ”


ทาคุยะ


“ก็พวกคนที่ร้านนะ แค่นั้น” กินโทกิตอบกลับไป


“เฮ้ย ยามาซากิถ้าแกคิดจะไปบอกคนอื่น-“ ฮิจิคาตะพูดแทรกขึ้นมา


“ผมไม่ทำเรื่องแย่แบบนั้นหรอก แต่ว่ามีบางอย่างอยากถามพวกคุณสองคน” หลังจากที่พูดจบ ยามาซากิก็นิ่งไปสักพักก่อนจะพูดต่อว่า “ตกลงพวกคุณมีความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่”


ทั้งฮิจิคาตะและกินโทกิต่างนั่งเงียบ ไม่มีใครปริปากแม้แต่คนเดียวมีเพียงเสียงของบรรยากาศรอบตัวกับแววตาของยามาซากิที่กำลังมองมาเท่านั้น


ถ้าพูดออกไปแล้วจะเป็นยังไงต่อ


“ไม่ต้องตอบผมก็ได้ครับ” คำพูดของยามาซากิทำลายความเงียบรอบกายของทั้งสอง “เพียงแต่พวกคุณต้องสัญญากับผมว่า จะเก็บความรู้สึกที่ดีๆนั้นไว้ตลอดไป นะครับ”


“แกหมายความยังไง ยามาซากิ” ฮิจิคาตะถาม ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะลุกเดินออกจากห้องไป


“ผมว่าพวกคุณก็น่าจะรู้ๆกันอยู่นะครับ” ยามาซากิตอบกลับมา “หัดดูแลคนที่รักด้วยสิครับรอง”


ไอ้บ้าซากิ!


“ราตรีสวัสดิ์ครับคุณฮิจิคาตะ คุณพาโกะ” เสียงบอกลาลอยดังออกทว่า เจ้าของคำพูดกลับเดินหายไป เหลือเพียงแต่คนสองคนที่นั่งกันอยู่ในห้อง


“โดนรู้ซะแล้วๆๆ” กินโทกิที่นั่งนิ่งในตอนแรก เริ่มพูดซ้ำไปมาตั้งแต่เมื่อกี้ “โดนรู้ซะแล้ว”


“ใจเย็นก่อนน่า ถ้าเป็นหมอนั่นที่รู้ ฉันก็วางใจได้”


“แล้วฉันละ ฮิจิคาตะคุง” กินโทกิเริ่มโอดครวญ “คุณกินสุดหล่อต้องถูกมองว่าเป็นพวกชอบแต่งหญิงแหงๆ แล้วต่อจากนี้ฉัน-


ทว่าไม่ทันจะได้พูดจบ คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปพร้อมกับความอบอุ่นที่ประทับลงบนริมฝีปากแดงของชายหนุ่มผมเข้มตรงหน้า ร่างบางผมเงินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อีกทั้งยังรู้สึกถึงความเขินอายที่ร้อนผ่าวทั่วใบหน้าต่อสิ่งที่เกิดขึ้น  

ฮิจิคาตะถอนจูบออก “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นายก็ยังคงเป็น กินโทกิที่ฉันรัก เข้าใจไหม”


“อย่าพูดอะไรน่าอายแบบนั้นจะได้ไหม อือ” เสียงครางเบาลอดออกมาเมื่อลมหายใจอุ่นปะทะกับซอกคอเนียนขาว ชายหนุ่มผมดำซุกไซร้ร่างกายของอีกฝ่ายอย่างช้าๆ


“ชอบจัง กลิ่นตัวของนายเนี่ย”


“หยุดนะไอ้บ้าคาตะ” กินโทกิพยายามดันฝ่ายตรงข้ามให้ออกไป แต่ทว่ากว่าจะรู้สึกตัวอีกทีเขาก็ถูกความรู้สึกนั้นถาโถมและกลืนกินอีกครา


เป็นแบบนี้อีกแล้ว ทั้งร่างกาย อารมณ์และความรู้สึก มักจะเรียกร้องถึงความอบอุ่นของเขา


ถ้าเกิดว่าเราขาดเขาไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้างไหม?


ปล่อยให้เป็นแบบนี้จะดีรึเปล่านะ?

.

.

.

“ความสัมพันธ์ของรองกับลูกพี่ คงเป็นเรื่องที่พวกเขาคงจะยังไม่อยากบอกใครแน่ๆ” ยามาซากิที่ตอนนี้กลับมาถึงห้องแล้วกำลังนั่งมองกองเอกสารที่อุตส่าห์รวบรวมมาเพื่อสืบเรื่องของพาโกะ “สุดท้าย คุณพาโกะดันเป็นคนใกล้ตัวเราสุดๆไปเลยแฮะ”

ในตอนนี้ที่เขากำลังคิดว่าจะจัดการกับเอกสารพวกนี้ยังไงโทรศัพท์มือถือของเขาที่วางไว้ข้างตัวก็ดังขึ้น “ใครกันโทมาดึกดื่นป่านนี้”


“สวัสดีคะ ใช่คุณฮิจิคาตะที่เป็นรองหัวหน้าชินเซ็นกุมิรึเปล่าคะ” ทว่าปลายเสียงที่ดังขึ้นกลับเป็นของหญิงสาว


“ไม่ใช่ครับ ผมชื่อ ยามาซากิเป็นลูกน้องเขาอีกทีครับ”


รองครับ เอาเบอร์ผมไปให้ใครอีกเนี่ย


“พอดีว่าฉันเป็นคนใช้ที่คุณฮิจิคาตะติดต่อไว้ ขอโทษที่โทรมารบกวนกลางดึกแบบนี้นะคะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

423 ความคิดเห็น

  1. #295 14ANA (@kiasan) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 00:37
    กลับมาแล้วว
    #295
    0
  2. #294 inlove_Yaoi (@inlove_poo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 21:59
    โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ    รอมานานน  นึกว่า ไรท์ จะทิ้ง ไม่แต่งแล้วซะอีก
    ดีใจมั๊กมาก 
    #294
    0
  3. #293 JC We are wold (@namber5) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 20:15
    เชิ้บหลอบ(_ิบหาย)แล้วพาโกะ~ ฮิจิ~ จะเป็นยังไงกันต่อน้า~ จิ้นๆๆๆๆๆ><
    #293
    0