[Yaoi/mpreg]Sin Seal ประทับตรารัก ตราบาปร้าย

ตอนที่ 11 : บทที่ 10 กลางห้องนั่งเล่น(ตรวจคำผิด)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39,466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 759 ครั้ง
    23 มี.ค. 59

       บทที่ 10 กลางห้องนั่งเล่น

 

 

เมื่อไหร่ผมจะได้เจอลูก

ผมรอมานานมากแล้วนะ เขาจะให้ผมรอไปจนถึงเมื่อไหร่กัน ตุบ ผมทรุดนั่งลงตรงปลายเตียงมองไปที่ประตูครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างรอคอย

แกร๊ก

อ๊ะ คุณคาร์ลอ้าว

ขอโทษค่ะคือดิฉันเอาชุดมาให้คุณเปลี่ยนผมทำหน้าผิดหวังเมื่อพบว่าคนที่เข้ามาไม่ใช่อีกคนอย่างที่ผมคิดแต่กลับกลายเป็นร่างของสาวใช้ที่น่าจะอายุพอๆกับผมแทน เธอถือชุดมาวางไว้บนเตียงก่อนจะถอยออกไปยืนก้มหน้าประสานมือตรงมุมห้องไม่ขยับไปไหนจนผมต้องเอ่ยทัก

เอ่อ รออะไรเหรอครับ

นายท่านให้ดิฉันมาช่วยคุณแต่งตัวด้วยค่ะ

มะ ไม่ต้องหรอกครับ ไม่ต้อง ผมเกรงใจเดี๋ยวผมแต่งตัวเองก็ได้ครับผมรีบปฏิเสธเสียงสุภาพด้วยความเกรงใจเพราะแค่แต่งตัวไม่จำเป็นต้องมาช่วยอะไรผมนี่ครับ อีกอย่างผมไม่ใช่เจ้านายของเธอด้วย

ดิฉันเองก็ไม่เป็นไรค่ะ มาเถอะแขนของคุณเจ็บอยู่มีคนช่วยเปลี่ยนจะดีกว่านะคะเธอไม่ฟังผมเลยแต่เล่นยิ้มหน้าบานเข้ามาดึงเสื้อออกจากตัวผมอย่างไม่ต้องขอ ซึ่งผมก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆยอมแต่โดยดีไปตามเรื่อง

ขอบคุณมากนะครับ

เธอยิ้มอย่างสดใสให้ผม เราสองคนช่วยกันแต่งตัวด้วยความทุลักทุเลพอสมควรเพราะติดโซ่เส้นใหญ่ที่ข้อเท้าโดยใช้เวลาไม่นานนักก็เสร็จ คนที่เฝ้าหน้าห้อง(ซึ่งผมเพิ่งรู้ว่ามี)เข้ามาไขกุญแจให้ก่อนที่ซายะ(ชื่อของเธอ)จะประคองร่างของผมให้เดินออกจากห้องลงสู่ชั้นล่าง

 จะพาผมไปไหนครับผมกระตุกมือเธอเบาๆอย่างแปลกใจแต่เธอเพียงแค่ยิ้มแล้วบอกว่า

นายท่านให้ดิฉันพาคุณไปพบที่ห้องพักผ่อนชั้นล่างค่ะ

ห้องพักผ่อน ไปทำไมกัน

แกร๊ก

คุณอาอิมาแล้วค่ะนายท่าน

ให้เข้ามา

ผมเดินกระเผลกๆเข้าไปในห้องอย่างว่าง่ายทั้งที่ในใจไม่ได้อยากจะเข้าไปเลยซักนิด

ภายในห้องกว้างที่ถูกเรียกว่าห้องพักผ่อนแห่งนี้เป็นห้องที่ไร้กระจกหรือหน้าต่าง มีแต่ผนังทึบๆโทนสีอ่อนกับพื้นที่ปูด้วยพรมนุ่มๆสีแดง ตกแต่งด้วยชุดโซฟากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มและตู้ใส่ของโชว์ต่างๆคล้ายห้องนั่งเล่นทั่วไปแต่หรูหรามากกว่าจนผมเผลอมองอยู่นานโดยไม่รู้ตัวเลยว่าร่างสูงพาตัวเองมาหยุดยืนซ้อนหลังผมตั้งแต่ตอนไหน

ไม่ได้ยินที่ฉันเรียกเหรออาอิ

เฮ้ย!”

ผมร้องเบาๆด้วยความตกใจ ผงะหนีแทบไม่ทันเมื่ออีกคนเล่นกระซิบริมหูเสียแบบนั้นแถมพอหันกลับไปดูใบหน้าก็แทบเกยกันอยู่รอมร่อ คุณคาร์ลเตอร์แสยะยิ้มเล็กๆยักไหล่หน่อยๆแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาเดี่ยวตัวสวยหัวมุมโต๊ะ

คุณเรียกผมมาทำไมครับผมถาม

เรียกมาคุยด้วยเฉยๆไม่ได้เหรอ

“…”มาไม้ไหนของเขา

ทำไมมองฉันแบบนั้น

แปะๆๆ

มานั่งนี่มา

หน้าผมซีดเจื่อนไม่กล้าขยับตัวเมื่อเห็นว่าเขาตบแปะๆลงบนตักกว้างของตัวเองเป็นเชิงบังคับให้ผมไปนั่งลงบนนั้น

มาซิเขาเรียกเสียงหนักทำให้ผมต้องเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่ตักกว้างอย่างเลี่ยงไม่ได้ มือใหญ่วางแปะลงบนเอวเล็กลูบไล้ไปมาจนผมสะดุ้ง นิ้วหยาบๆที่ทั้งแข็งทั้งด้านบีบเคล้นหนักๆตรงหน้าท้องผ่านเสื้อเนื้อนิ่มทำให้ผมยิ่งหวาดวิตกกังวลใจขึ้นมาว่าจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นที่นี่กับตัวเอง ผมคิดอย่างเศร้าใจ คุณคาร์ลเตอร์น่ะแค่รู้ว่าตัวเองอยาก จะเป็นที่ไหนก็ได้เขาไม่เกี่ยง ผมรู้ดีเลยล่ะว่าเขาเป็นคนยังไง ยิ่งถ้าอยากมากๆตรงทางเดินเขาก็จะทำผมเคยเผชิญมาแล้ว

หายเจ็บแผลหรือยังเขากระซิบถามเสียงสั่น

ย ยังครับ ผมเจ็บอยู่ผมพยายามเอาตัวรอดสุดชีวิตเพราะมือไม้แข็งๆนั่นเริ่มทำหน้าที่ของมันแล้ว

แล้วคิดว่าฉันจะสนหรือไง

อยะ อย่าเพิ่งครับ คือผมมีคำถามคุณคาร์ลเตอร์ชะงักถามเสียงเรียบ

อะไร

มะ เมื่อไหร่จะให้ผมกลับบ้าน

พอผมถามเสร็จร่างสูงก็ขมวดคิ้วฉับ วางแขนลงกับพนักโซฟาจนเกิดเสียงดัง เล่นเอาผมเกร็งไปทั้งตัวแต่ก็ยังกล้าที่จะเงยหน้ามองสบตาแบบโง่ๆ

ฉันคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ

ต แต่ผม…”

เงียบซะเสียงเข้มกระซิบดุๆที่ข่างหูทำให้ผมสะดุ้งหุบปากตามคำสั่งอย่างอัตโนมัติบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำให้ฉันโมโหสอนไม่จำเลยใช่ไหม

คุณ…”น้ำตาผมเริ่มคลอเบ้ารับรู้ชะตากรรมกลายๆเพราะมือใหญ่สอดเข้าไปใต้เสื้อสัมผัสกับผิวเนื้ออุ่นๆภายในร่าง

เวลาฉันอารมณ์ไม่ดีรู้ใช่ไหมว่ามันจะเป็นยังไง

ระ รู้ครับ

งั้นทีหลังก็อย่าขัดนะรู้ไหม…”เขากดจมูกลงบนแก้มผมเบาๆ“…จะได้ไม่เจ็บตัว

“…”

อย่าลืมซะล่ะว่าฉันคนนี้เป็นใครการหนีออกจากอ้อมแขนของฉันไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับคนฉลาด

แต่ผมอยากเป็นคนโง่

นายเองก็น่าจะรู้ดีเพราะคนนับร้อยคนฉันยังตามหาได้ นับประสาอะไรกับการตามล่านายสองแม่ลูก มันไม่คณามือฉันหรอก จำเอาไว้

“…”

ร่างสูงก้มลงซุกไซร้ซอกคอขาวๆทันทีที่พูดจบ ลมหายใจที่เป่ารดหลังต้นคอเมื่อครู่ค่อยๆไล่ลงไปตามแผ่นหลังพร้อมๆกับมือทั้งสองข้างที่ลูบไล้ไปทั่วร่างกายผมโดยเฉพาะตรงสะโพก

เธอเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม

“…ครับ

ดีงั้นอ้าขาออกกว้างๆซะ

เสียงเข้มกระซิบที่ริมหูพร้อมกับส่งลิ้นร้อนๆตวัดเลียซอกคอนิ่มเบาๆจนผมสะดุ้งโหยง ดวงตากลมหวานเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกคนเป็นเชิงขอร้องเพราะนี่มันห้องนั่งเล่น ห้องนั่งเล่นนะครับ

บอกว่าอย่าขัดไงอาอิ

ตะ แต่ว่า

เงียบ

เขาพูดเสียงหนักและแสดงออกว่าเริ่มหงุดหงิดเล็กๆออกมาทางดวงตาจนผมต้องเงียบตามคำสั่งที่ออกมาจากปากเขา มือใหญ่ลูบเบาๆที่บั้นเอวผมก่อนจะเริ่มลามไปทั่วทุกส่วนช่วงเบื้องล่างจนผมขนลุก ยิ่งริมฝีปากที่ประทับลงมาตรงหลังต้นคอขาว ผมก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงจะหายไป

                หาที่บล็อกได้เลย

                ต่อจาก NC

 [CARLTER SIDE]

อือ…”

เสียงหวานแหบพล่าครางเครือออกมาเบาๆอยู่บนเตียงกว้าง ทำให้ผมที่ถือกะละมังใบเล็กใส่น้ำอุ่นเดินเข้ามาต้องวางมันลงกับโต๊ะแล้วรีบเดินไปดูร่างที่นอนบนเตียงแทน มือใหญ่วางทาบลงกับหน้าผากนูนสัมผัสแขนขาให้ทั่วก่อนจะพบว่ามันร้อนมากจนน่าตกใจขนาดไหน

ไข้ขึ้นเลยเหรอเนี่ย…”

ผมพึมพำกับตัวเอง หลังจากระบายเอาความใคร่ทั้งหมดลงสู่ร่างเล็กจนหมดสิ้น ผมก็พาตัวเขาขึ้นมานอนพักผ่อนบนห้องนอนของผมจัดการทำความสะอาดร่างกายช้ำๆให้โดยที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้ทำ สภาพของอาอิตอนนี้ไม่ได้ต่างไปจากคนที่เพิ่งถูกรุมโทรมมาเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่คนทำมันก็ผมคนเดียวเท่านั้น ทั้งรอยจูบ รอยกัด รอยมือ และยังจะช่องทางข้างหลังอีก มันค่อนข้างจะบอบช้ำแต่ยังดีที่เลือดหยุดไหลไปแล้ว

นี่ถ้าไอ้โทระมาเห็นเข้าคงโดนมันด่ายับอีกแน่

แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่หว่า ใครไม่มาเป็นผมจะไม่มีทางรู้ได้หรอกว่าการที่เราเห็นสิ่งสวยงามวางแหมะอยู่เบื้องหน้าแล้วยังยั่วยวนขนาดนั้น จะไม่แตะต้องยังไงไหว ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะที่จะนิ่งเอ๋อได้ขนาดนั้น ผมเองยังไม่คิดเลยว่าอารมณ์อยากของตัวเองจะรุนแรงได้ปานนั้น เอาเท่าไหร่ก็ไม่พอ ได้เท่าไหร่ก็ไม่พอ ยิ่งได้เห็นก็ยิ่งอยากทำ ยิ่งได้แตะต้องสติสตังก็ยิ่งหลุด

หรือผมจะหื่นเกินไปวะ

โอเค ผมยอมรับว่าผมเป็นคนเซ็กซ์จัดมาก แต่ก็ไม่ได้อดอยากอะไรมากมายนี่หว่า 3-4 ปีมานี้เอเดรียนมันก็จัดของมาบำเรอผมอยู่ทุกอาทิตย์อยู่แล้ว

“…อือน่าน…”

เสียงละเมอเล็กๆทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ก้มตัวลงไปใกล้ๆริมฝีปากเล็กเพื่อฟังเสียงที่ริมฝีปากสีแดงสดพร่ำเพ้อละเมอหาใครซักคนในความฝัน

“…น่าน

ใบหน้าเล็กขมวดคิ้วนิ่วหน้าอย่างไม่สบายตัว ผมทรุดตัวลงนั่งขอบเตียงกว้างก่อนจะกวาดสายตามองไปทั่วใบหน้าซีดเซียวราวกับต้องมนต์ผมเท้าแขนทั้งสองข้างคล่อมตัวเขาไว้อย่างนั้นพร้อมกับขมวดคิ้วน้อยๆเมื่อในอกสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เต้นกระหน่ำราวกับรัวกลองอยู่ข้างใน

อย่างที่ผมเองก็ไม่คิดว่ามันจะเป็น

“…”

                 ผมก้มลงไปช้าๆค่อยประทับริมฝีปากลงไปจรดกับอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล ไม่มีการลุกล้ำ ไม่มีการบังคับ แค่ประทับลงไปเฉยๆเหมือนอยากจะสัมผัสก็แค่นั้นเหมือนกับวงแขนที่ค่อยๆสวมกอดร่างบางขาวมาแนบกับอกกว้างอย่างไม่รู้ตัว

ผมแค่อยากกอดอยากกอดเขาก็แค่นั้น

ทำไมนะ

หรือเพราะความคิดถึงกัน

         

 

นายท่าน…”

เสียงเรียกเบาๆจากหน้าประตูห้องทำให้ผมลืมตาขึ้นโดยอัตโนมัติ แล้วกระพริบปรับสภาพให้ชินครู่หนึ่งก่อนจะรู้ว่าผมเผลอกอดอาอิจนหลับไปทั้งแบบนั้น ดวงตาคมมองไปที่ใบหน้าหวานซึ่งเริ่มมีสีหน้าที่ดีขึ้นอย่างหมดกังวล ผมปล่อยให้เขานอนดีๆห่มผ้าให้หนาๆก่อนจะเดินออกไปทางประตูอีกบานซึ่งเชื่อมติดเป็นห้องทำงานอย่างรวดเร็ว

ว่าไง

ผมถามเสียงเรียบแล้วทรุดตัวลงนั่งกับโซฟาสีเข้มกำมะหยี่ให้ตายเหอะ แค่โซฟาที่เหมือนกันยังทำให้ผมคิดถึงแต่ภาพร่างกายขาวๆบางๆกำลังนั่งขย่มอยู่บนตัวผมได้อยู่เลย มึงจะอยากอะไรขนาดนั้นวะไอ้โซชิ! อาอิยังนอนป่วยอยู่ แล้วลูกน้องของมึงก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น!

เรื่องที่ให้ไปจัดการเรียบร้อยแล้วครับ

ดีมาก

ผมยิ้มมุมปากขึ้นเล็กๆก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นสูบ เอเดรียนและเฮนนิสยังคงยืนนิ่ง ซึ่งเป็นที่ผิดปกติมาสักพักใหญ่ๆแล้วล่ะนะ เฮนนิสมันพูดมากและสดใสรื่นเริงมากกว่านี้ แต่ช่วงปีหลังๆหลังจากที่อาอิหายตัวไปได้สักพักเจ้าตัวก็กลับกลายเป็นคนเงียบขรึมและซึมเศร้าขึ้นมาเสียเฉยๆพอๆกับไอ้เอเดรียนเลย รายนี้ระยะหลังก็เงียบขรึมขึ้นเป็นเท่าตัว เผลอๆอาจจะมากกว่าไอ้โยฮันด้วยซ้ำไป ผมมองหน้าพวกมันนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยถามออกมาลอยๆ

ระยะนี้เปลี่ยนไปเยอะนะ

“…”

มีปฏิกิริยาดังคาดแต่แตกต่างกันไปเอเดรียนแค่เบือนหน้าหนีส่วนเฮนนิสเจ้าตัวก้มหน้า

มีปัญหาอะไรกันรึเปล่า

 “...”

ไม่มีครับนายเอเดรียนตอบเสียงขรึม

 เฮนนิสล่ะ

มะ ไม่มีครับ

คงจะมีจริงๆซะแล้วล่ะเล่นตอบเสียงสั่นซะขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าผมไม่ใส่ใจลูกน้องนะ แต่ผมอยากจะให้เวลาส่วนตัวกับพวกมันบ้างโดยไม่ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของพวกมันก็แค่นั้น แต่งานก็คืองานเรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว ช่วยได้ผมก็ช่วยและเหมือนว่าพักหลังๆมานี้ผมคงไม่ค่อยจะสนใจอะไรล่ะมั้งถึงได้พลาดอะไรไปหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่องใกล้ตัวแบบนี้

เอเดรียนออกไปก่อน

“…”

ฉันมีเรื่องจะคุยกับเฮนนิสหน่อยน่ะ

มันทำหน้าขัดใจแวบหนึ่งก่อนจะเดินออกไปแต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาทิ่มแทงใส่ลูกน้องอีกคนของผมอีก เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆทำให้ผมตบมือลงบนเบาะข้างตัวเป็นเชิงให้มานั่งด้วยกัน ร่างโปร่งจึงเดินมาทรุดตัวนั่งช้าๆ

 ทะเลาะอะไรกับมันล่ะ หือ?

เปล่าครับ

โกหก

ในบรรดาคนสนิทของผมเฮนนิสและอัลลาส มีอายุน้อยกว่านางิสะ โยฮัน และเอเดรียนถึง 4 ปี ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นรุ่นน้องของผม เจ้านี่และคนอื่นๆผมถือว่าเป็นเพื่อนกันหมดโดยไม่แบ่งชนชั้นอะไร ซึ่งจะคุยกันได้อย่างไม่ถือตัว ออกจะสนิทเสียด้วยซ้ำ ร่างข้างๆผมคนนี้เป็นเด็กในอุปการะของพ่อผม เฮนนิสเป็นเด็กกำพร้า พ่อและแม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อตอนที่มันอายุได้ประมาณ 14-15 ปีนี่ล่ะเลยต้องมาอยู่ในความดูแลของพ่อผม มันเป็นคนตรงๆออกจะปากจัดและเอาแต่ใจนิดๆแต่ไม่มีพิษมีภัยอะไรเลย หน้าตาก็สวยคมด้วย

เงยหน้าขึ้น

ผมไม่ชอบให้ใครขัดขืนเลยจับใบหน้าของมันให้เงยขึ้นเดี๋ยวนั้น ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่ผมคิด ใบหน้าเรียวสวยมีรอยมือใหญ่ประดับไว้ข้างแก้มจนมุมปากแตกดวงตาก็แดงช้ำเหมือนคนที่เพิ่งจะร้องไห้เสร็จใหม่ๆไม่มีผิด มันปัดมือผมออกก่อนจะก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไรเหมือนเดิม

ผมล้มมาครับ

แล้วล้มกระแทกลงบนมือไอ้เอเดรียนรึเปล่าล่ะ

“…”

 “ฉันไม่พูดใช่ว่าฉันจะไม่รู้นะเฮนนิสว่ามันทำอะไรนาย

“!!!”

ใช่ผมรู้ แต่ไม่พูดเท่านั้นเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกมันกับเรื่องที่เกิดมาในรูปการแบบนี้เฮนนิสเป็นของไอ้เอเดรียนไปแล้ว

ไม่ได้เป็นเพราะความเต็มใจ แต่เพราะโดนมันข่มขืนต่างหากล่ะ เกือบๆ 4 ปีได้มั้ง หลังจากที่อาอิหนีไปได้ซักพัก

เฮนนิสมันรักเอเดรียน

แต่เอเดรียนไม่รักซ้ำยังเกลียดขี้หน้า

ผมยกฝ่ามือขึ้นลูบหัวเจ้าเด็กที่ผมรักเหมือนน้องเบาๆก่อนจะได้ยินเสียงสะอื้นดังมาจากร่างสูงโปร่งข้างตัวที่ฟังดูก็รู้ว่าปวดร้าวไม่น้อย มันคงเก็บกดและหาทางที่จะระบายไม่ได้ จะบอกไอ้อัลมันก็คงไม่กล้า เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันเลือดร้อนและวู่วามขนาดไหน จะไปปรึกษานางิสะหรือโยฮันก็คงไม่ได้อีก เพราะพวกนั้นก็เพื่อนซี้ไอ้เอเดรียน ผมจึงรวบตัวมันเข้ามากอดแน่นๆอย่างปลอบโยนจนเสียงร้องไห้เริ่มดังขึ้นเหมือนใจจะขาด

นั่นเป็นการที่ทำให้ผมตัดสินใจถาม

                ย้ายสายงานไหมเฮนนิส

 “…ย้าย ย้ายไปไหนครับ

ไปคุมงานที่ประเทศอื่น

 “…”

ถือว่าเริ่มต้นใหม่ด้วยไงผมปลอบคนไม่เก่ง แก้ปัญหาที่ลึกซึ้งก็ไม่ค่อยได้ เสนอแนวทางแบบนี้ไปมันจะดูแข็งและหักดิบสำหรับเฮนนิสมากไปหรือเปล่า

ว่าไง

                 “…ครับ ผมจะย้าย

                เด็ดเดี่ยวจริงลูกน้องผม

 

 

แกร๊ก

คุยอะไรกับนายถึงได้นานขนาดนั้น

“!!!”ร่างสูงโปร่งสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกมือแกร่งกระชากอย่างแรงจนร่างปลิวไปกระแทกกับผนังปูนเบื้องหลังพร้อมกับเสียงกระซิบดุกร้าว

เรื่องของฉัน

อย่าอวดเก่งเฮนนิส!”เสียงทุ้มพูดขู่เสียงเย็นพร้อมกับบีบแก้มของอีกคนแรงๆจนร่างโปร่งเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บ

ถ้าฉันจะคุยกับนายท่านแล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยที่นายจะเข้ามายุ่ง

เฮนนิส!”

 “ปล่อยซะ ฉันเหนื่อยอยากจะพักผ่อน

หึ!”ร่างสูงแสยะยิ้มอย่างร้ายกาจส่งให้

“…”

ปล่อยน่ะกูปล่อยแน่ กูปล่อยแน่ๆ มานี่เลย!!”

อะไร! ปล่อยนะ บอกให้ปล่อยไง!!...ไม่!ฉันไม่ไป ปล่อยนะ!!”ร่างโปร่งบางตะคอกใส่ด้วยความโมโหเมื่อถูกกระชากจนตัวปลิวให้เดินตามเข้าสู่ส่วนของตึกบอดี้การ์ด แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างตื่นกลัวขึ้นมาครามครันเมื่อเห็นว่าทางที่เขาถูกลากมาคือส่วนของห้องนอน!

เท่านั้นเขาก็รู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง!!

ปล่อย!!!”

      

 

คุณคาร์ล…”

กินข้าวกินยาซะแล้วค่อยนอนต่อ

ผมพูดเบาๆแล้วประคองแผ่นหลังบางให้ลุกขึ้นนั่งกับหัวเตียงดีๆซึ่งอีกคนก็มีอาการกลัวอย่างเห็นได้ชัด ถามจริงเหอะนี่ผมดูเหมือนยักษ์เหมือนมารขนาดนั้นเลยเหรอวะ

ผะ ผมกินเองได้

เดี๋ยวฉันป้อน กินซะ

ไม่เป็นไรผมกินเอง

 “บอกว่าเดี๋ยวป้อน

ผมกินเอง…”

เคร้ง!!!

กูบอกว่าจะป้อนไง!”ผมเหวี่ยงช้อนใส่ถ้วยระบายอารมณ์แล้วตะคอกใส่หน้าอีกฝ่ายเสียงดังด้วยความหงุดหงิดที่เขาไม่ยอมอ้าปากให้ผมได้ป้อนข้าวง่ายๆ อาอิสะดุ้งวาบขึ้นมาจนตัวโยนก่อนจะทำหน้าแหยน้ำตาคลอเบ้า ผมจึงถอนหายใจเบาๆเอื้อมมือไปแตะบ่าเล็กเพื่อพูดจาดีๆ แต่ทว่าทันทีที่ผมสัมผัสโดนตัวเขา ร่างเล็กกลับสะดุ้งแล้วเบี่ยงตัวหนีเหมือนตกใจ!

เพล้ง!!!

เป็นห่าอะไรขึ้นมาอีก! กูแตะนิดแตะหน่อยมันจะตายหรือไงวะ!!”

คุณคาร์ลเตอร์ผมเจ็บ…”

ผมเขวี้ยงถ้วยข้าวต้มร้อนๆในถาดทิ้งลงพื้นจนแตกกระจายแล้วกดร่างเล็กให้กระแทกลงสู่เตียงกว้างเขย่าๆด้วยความโมโหสุดขีด อาอิร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บแต่ผมไม่สนใจ ผมโกรธและโมโหมากกว่าที่เขาแสดงออกว่ารังเกียจผม แถมยังมองผมเหมือนกับว่าผมเป็นฆาตกรอย่างนั้นแหละ!

เป็นอะไรห๊ะ!!!”

คุณคาร์ล ผมเจ็บฮึกฮือ

แม่ง!!”

ผมสบถดังลั่นแล้วปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระแรงๆ สองมือบางยกขึ้นกอดตัวเองแน่นก่อนจะตะแคงหันหลังให้ผมสะอื้นออกมาเบาๆแบบกลั้นเสียงเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ผมมองดูอยู่ครู่หนึ่งแล้วเสยผมด้วยความหงุดหงิดทำอะไรไม่ถูก จึงได้แต่กระแทกฝ่าเท้าเดินออกมาจากห้องก่อนจะด่าสิ่งต่างๆไปตลอดทางด้วยความไร้เหตุผล

ทั้งแม่ทั้งลูกทำเหมือนกูเป็นยักษ์เป็นมารทั้งคู่!!!!

  [CARLTER SIDE END]          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 759 ครั้ง

3,809 ความคิดเห็น

  1. #3803 Nathamongg (@Nathamongg) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 06:37
    เอิ่ม...แกฆ่าพ่อเค้านะ ประสาทไม่มีการสำนึกอ่ะ
    #3803
    0
  2. #3800 แมวดมกาว'วว (@kookiooo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 16:40
    ก็มรุงเป็นไง อย่าตั้งคำถามโง่ๆดิ
    #3800
    0
  3. #3797 VaranyaSittitet (@VaranyaSittitet) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 07:34
    ทำเลวขนาดนั้นมีสิทธิ์โกรธด้วยหรอตลก
    #3797
    0
  4. #3787 Markmin_TY (@Markmin_TY) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:42
    ก็-เป็นยักษ์ะอิพี่คาล😬😬
    #3787
    0
  5. #3782 BPJK (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:03

    ทำกับเขาไว้ขนาดนั้นมีสิทธิ์โมโหเขาด้วยหรอวะ555555555 ไม่ได้สำนึกสักนิด

    #3782
    0
  6. #3766 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:58
    ทำไมขำวะ​55555555555​
    #3766
    0
  7. #3743 BabyyBaek (@faiineryx) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 18:51
    สนน เมียไม่รัก ><
    #3743
    0
  8. #3726 b-hohohoho (@b-hohohoho) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 00:00
    โอ้ยตลก555555 ก้ดูเทอทำตัว
    #3726
    0
  9. #3705 Parichat881 (@Parichat881) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 14:42
    ตลก5555 //หึ
    #3705
    0
  10. #3684 เซอร์ออน[SiroN] (@PK_pocky) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 06:48
    บวกเราที่คิดว่าคุณเป็นยักษ์ด้วยสิ
    #3684
    0
  11. #3679 Suchaa_12247 (@MingKwanKung) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 00:18
    คุณคาลเตอร์คะ ดินฉันคิดว่าคุณมีอาการน้อยใจ
    #3679
    0
  12. #3675 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 02:36
    เหมือนผีเข้าผีออก
    #3675
    0
  13. #3663 jozzy (@jozzy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 14:52
    ขี้โมโหอะคุณณณ
    #3663
    0
  14. #3624 fairy (@game_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 06:00
    ก็-เป็นมารจริงๆนิ-_-*
    #3624
    0
  15. #3600 neko2804 (@neko2804) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 17:03
    ตัวเองทำกับเขาไว้เยอะไม่สำนึก
    #3600
    0
  16. #3593 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 19:34
    ดูตัวเองทำกับเค้าไว้ด้วย โว้ยยยยยยยย
    #3593
    0
  17. #3582 MatteMe (@do-llll) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:25
    สมน้ำหน้า โมโหให้เป็นบ้าตายไปเลยสิ ยกมรดกให้อาอิด้วย เชอะ!
    #3582
    0
  18. #3577 NooYpp (@NooYpp) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:33
    เออ ยิ่งกว่ายักษ์มารอีก พอเอากลับมาก็ไม่ต่างจากเดิม #โคตรเลววววววววววววววววววววววว
    #3577
    0
  19. #3574 พราน (@rikotomo919) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:36
    ก็เมิงฆ่าพ่อเค้า พรากลูกจากเค้า จะให้เค้าดีใจหรือไงวะ
    #3574
    0
  20. #3546 kant0533bkk (@kant0533bkk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 15:26
    ยังไม่สะใจเลย
    #3546
    0
  21. #3540 [ May! Nie! Mo! ] (@mayniemo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 10:46
    ก็มุงเป็นมารไง-บ้าาาา
    #3540
    0
  22. #3534 ang_9potion (@ang_9potion) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 15:26
    ก็เป็นฆาตกรจริงๆนี่ ฆาตกรที่ฆ่าพ่อเขาไง
    #3534
    0
  23. #3520 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 22:54
    โอ๊ยยย คุณพระเอกทำกับเค้าไว้ซะขนาดนั้น
    #3520
    0
  24. #3512 เหลียนฮัว (@madusa18) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 21:07
    ก็แล้วไม่ใช่เหรอ!!! โอ้ยอยากทึ้งหัว คนแบบนี้ใครจะทนด้วย
    #3512
    0
  25. #3508 Lusiafar (@Lusiafar) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 15:28
    ก็-เป็ยมารนี่หว่า แถมยังเคยฆ่าพ่อเขาอีก
    #3508
    0