คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Strange x Tony] Flirt

โดย SaRa_PAO

วันเบื่อๆ ของโทนี่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อต้องมาสอนดร.สเตรนจ์จีบคนอื่น!

ยอดวิวรวม

1,445

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,445

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


59
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 ส.ค. 60 / 20:09 น.
นิยาย [Strange x Tony] Flirt [Strange x Tony] Flirt | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฟรีเปเปอร์ AwesomeFacialHairBros ลงงาน SSParty 2017 ฉบับเต็มค่า

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 ส.ค. 60 / 20:09


FLIRT

STEPHEN STRANGE x TONY STARK 


“มีอะไรถึงได้มาหาผมถึงนี่ คุณหมอ”

“ผมมีเรื่องอยากให้คุณช่วย สตาร์ค”

โทนี่แค่นหัวเราะในลำคอด้วยท่าทางพึงพอใจผสมภาคภูมิใจแล้วยกมือขึ้นเสยผมหนึ่งที หลับตาพริ้มทำหน้าหล่อประหนึ่งมีรังสีเปล่งประกายเป็นฉากหลังเหมือนในอนิเมะ ก่อนปรือตาขึ้นพร้อมดีดนิ้ว ทันใดนั้นก็มีมือไอรอนแมนพุ่งเอาดอกกุหลาบแดงมายื่นให้ โทนี่รับมันมาคาบก่อนผายมือสองข้างด้วยแววตาระยิบระยับ

สเตรนจ์มองโทนี่ด้วยแววตานิ่งสงบก่อนพูดว่า “ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“เฮ้ย! เดี๋ยวเซ่”

โทนี่รีบรั้งคุณหมอไว้ หยิบดอกกุหลาบออกจากปากแล้วถอนหายใจ ก่อนกลับเข้าโหมดเมื่อครู่พร้อมเดินไปค้อมตัวยื่นดอกกุหลาบแดงให้สเตรนจ์ แล้วเอ่ยขึ้นเสียงหล่อว่า

“มีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ คุณผู้ชาย” ส่งสายตาวิ้งๆ ให้เป็นของแถมด้วย

“ผมขอเอานิ้วทิ่มตาคุณได้มั้ยครับ”

“ถึงผมจะไม่ใช่สายเอ็ม แต่ถ้าเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองประสบการณ์อะไรใหม่ๆ ผมก็ยินดีนะครับ” โทนี่ยังส่งสายตาวิ้งวับไม่เลิก

สเตรนจ์ถอนหายใจแล้วทำท่าจะจิ้มตาโทนี่จริงๆ ทำเอาคนตัวเล็กกว่าเหวอจนล้มก้นจ้ำเบ้า ร้องแหกปากโวยวายไม่หยุด เรียกได้ว่าเล่นเบอร์ใหญ่ไฟกระพริบเลยทีเดียว

“มันจะเว่อร์ไปหน่อยมั้ง สตาร์ค”

“ไม่เว่อร์หรอก ผมตกใจจริงนา แถมตอนนี้ยังเจ็บก้นกบสุดๆ เลยด้วย สงสัยมันจะหักล่ะคุณหมอ”

“ล้มแค่นี้ไม่ทำให้ก้นกบหักหรอก”

“หมอไม่ใช่ผมหมอจะไปรู้ได้ยังไง” โทนี่แกล้งขึ้นเสียง แสดงละครให้ดูเหมือนว่าตัวเองเจ็บก้นกบจนแทบลุกไม่ขึ้น แกล้งทำสีหน้าให้ดูปวดร้าวที่สุด “โอ๊ยๆ”

“จากการแสกนร่างกายของเจ้านาย ดิฉันไม่พบความเสียหายใดๆ แม้แต่รอยฟกช้ำค่ะ”

เสียงของฟรายเดย์ดังขัด โทนี่ถึงกับฉุนขึ้นมาในทันที เขาหันไปมองทางต้นเสียงแล้วเขม่นตาใส่เพดานตึกอเวนเจอร์ส ส่งเสียงฮัดฮึดก่อนหันกลับไปมองผู้มาเยือนอีกครั้ง แล้วยิ่งต้องอารมณ์เสียขึ้นไปใหญ่เมื่อเห็นใบหน้าที่พยายามซ่อนเสียงหัวเราะของสเตรนจ์

โทนี่ลุกขึ้นยืนพร้มกระแอมไอ ทำเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ แกล้งทำทีเป็นผิวปากแล้วปัดเศษฝุ่นบนกางเกงออก จากนั้นก็ยืนเก๊กขรึมทำหน้าจริงจัง

“คุณมีอะไรถึงมาหาผมถึงที่นี่” แล้วเอ่ยถามแขกผู้มาเยือนตั้งแต่เช้าของวัน

“ผมบอกไปตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วว่าผมมีเรื่องให้คุณช่วย สตาร์ค” สเตรนจ์ถอนหายใจพร้อมก้าวเข้ามาใกล้ ใบหน้าเคร่งขรึมของหมอดูผ่อนคลายลงเมื่อมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มบางๆ “ผมคิดว่ามีแต่คุณที่ช่วยผมได้”

โทนี่จมูกยืดยาวอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง และทำวางท่าอย่างคนหยิ่งยโส

“คุณตาถึงทีเดียวที่เลือกมาพึ่งพาผม” แถมยังทำเสียงเข้มเหมือนพระเอกหนังสมัยก่อนอีกด้วยแน่ะ “แต่ของฟรีไม่มีในโลก คุณเข้าใจใช่มั้ย”

“ครับ ผมรู้”

“งั้นก็ดี” โทนี่กลับมาทำโทนเสียงปกติเมื่อเริ่มเจ็บคอ เขาหมุนตัวเดินไปยืนกลัดหลัง คิดอะไรเงียบๆ คนเดียวก็หันกลับไปหาหมอแปลกใหม่ “ค่าตัวผมแพงนะ”

“เท่าไหร่ก็จ่ายไหวครับ”

โทนี่ผิวปากแซว ย่างสามขุมเข้าไปใกล้สเตรนจ์ “ใจทุ่มแบบนี้ชอบจัง”

สเตรนจ์ดันหน้าโทนี่ออกพร้อมสะบัดผ้าคลุมเดินไปนั่งบนโซฟาในห้องทำงานของโทนี่ สตาร์ค เขากวาดตามองรอบๆ ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เนื่องด้วยคิดว่าห้องทำงานของโทนี่ สตาร์ค มหาเศรษฐีหัวสูงคนนั้นจะหรูหราและฟู่ฟ่ากว่านี้ หากแต่ภายในนี้จะเรียกว่าเกือบโล่งก็ย่อมได้ มันมีเพียงโต๊ะทำงานไซส์มาตรฐานตั้งอยู่เกือบชิดผนังกระจก ถัดมาตรงกลางเป็นโซฟากับโต๊ะแก้ววางรับมุมกันอย่างลงตัว และเคาน์เตอร์เหล้าในมุมแทยงกับโซฟา

สเตรนจ์หันกลับไปมองโทนี่อีกครั้ง เจ้าของห้องทำงานกำลังรินบรั่นดีลงในแก้วสองใบ จากนั้นก็เดินนำพวกมันมาวางลงบนโต๊ะแก้วหน้าโซฟาพร้อมหย่อนตัวลงนั่งข้างเขา

“ไว้ราคาค่าช่วยเราค่อยคุยกันทีหลัง ตอนนี้บอกรายละเอียดของงานมาซิ”

สเตรนจ์พยักหน้าหนึ่งที เขยิบไปนั่งมองใบหน้าหนวดรูปทรงเกือบเหมือนกันของโทนี่ใกล้ๆ ส่งผลให้มองเห็นดวงตากลมโตและสีของมันได้อย่างชัดเจน มันเป็นสีน้ำผึ้งแวววาวเหมือนลูกแก้ว แถมจุดสีด้านในก็ขยับเปลี่ยนไปมาราวกับห้วงมิติที่เขาเคยเห็น สเตรนจ์ยอมรับเลยว่านัยน์ตาคู่นี้มีเสน่ห์ดึงดูดใจมาก

แล้วสเตรนจ์ก็ได้สติกลับมาหลังโทนี่ยกมือขึ้นดีดนิ้วข้างหูเขา

“มองผมขนาดนี้ไม่กินเข้าไปทั้งตัวเลยล่ะคุณหมอ”

“ได้เหรอ” สเตรนจ์ลองแหย่ โทนี่เหวอเล็กน้อยแล้วขำแห้งๆ “ผมล้อเล่นน่ะ”

“ล้อเล่นแรงแบบนี้เดี๋ยวให้รับผิดชอบหัวใจซะเลยนี่” คนตัวเตี้ยกว่าดูสบายใจขึ้นเมื่อเห็นว่าเรื่องเมื่อคู่เป็นเพียงการล้อกันเล่น “ว่าแต่คุณมีธุระอะไรเหรอครับ”

“อยากให้คุณช่วยสอนจีบหน่อย”

โทนี่ทำท่าคิดอะไรเล็กน้อยก็เอานิ้วชี้แตะนิ้วโป้งแล้วตั้งวง หันมามองเขาด้วยสายตาแน่วแน่ราวกับจะบอกว่านี่ไง ผมสอนให้แล้ว สเตรนจ์มองอ่อนพร้อมถอนหายใจแรงใส่

“มันใช่จีบแบบนี้ซะที่ไหนเล่า ผมหมายถึงให้คุณช่วยสอนวิธีจีบคนที่แอบชอบอยู่ต่างหาก”

“อ่อ แบบนั้นเองเหรอ” โทนี่ทำหน้าซื่อทั้งที่ในใจขำกลิ้งกับมุกแป้กของตัวเอง อันที่จริงก็อยากหัวเราะออกมาอยู่หรอก แต่พอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของพ่อหมอนี่แล้วก็ทำไม่ลง กลัวเผลอแกล้งจอมเวทมากๆ แล้วจะโดนดี “แต่ไม่น่าเชื่อว่าคนแบบหมอจะจีบใครไม่เป็น”

สเตรนจ์ยักไหล่ข้างขวา เอนกายลงพิงพนักโซฟาพร้อมตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ

“หายไปอยู่คามาทาชมาตั้งหลายปี วันๆ เอาแต่ฝึกกำลังภายใน ผมจะมีเวลาที่ไหนไปหาวิธีจีบคนอื่นล่ะครับ”

ความจริงคือสเตรนจ์ไม่จำเป็นต้องหาผู้ช่วยสอนการจีบก็จีบเป็นอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องทำอย่างนี้เพื่อแผนการบางอย่างซึ่งชั่วร้ายมาก...ที่ไหนกันล่ะ เขาแค่หาเรื่องมาอยู่ใกล้โทนี่เท่านั้นเอง

“ถ้าเป็นแบบนั้นคุณก็เลือกถูกคนแล้ว มาสิ ผมจะสอนให้ตั้งแต่ต้นจนจบรับปริญญาเลย”

 

“เอาล่ะพ่อหมอเล่นของ ไหนออกมายืนท่ามกลางแสงสว่างเจิดจ้านี่ซิ”

โทนี่ดีดนิ้วอีกครั้งของวัน ทันใดนั้นสเตรนจ์ก็ปรากฏกายออกมาจากในห้วงมิติ อีกฝ่ายสวมชุดสูทสีกรมท่าซึ่งเข้ากับตัวเองอย่างดี ก่อนยืนบิดไปมาเหมือนสาวน้อยยามเหนียมอายที่ต้องแต่งชุดล่อแหลม

ว่าแต่ชุดของพี่มันล่อแหลมตรงไหนฟะ

“ทนหน่อยน่าพี่หมอ เดี๋ยวอีกแป๊บก็ได้กลับคืนร่างเดิมในชุดวัดเส้าหลินแล้ว ขืนนายสวมชุดลัทธินั่นเดินไปเดินมาทั่วทั้งนิวยอร์คมีหวังโดนเจ้าหน้าที่ไล่จับส่งโรงพยาบาลบ้าแน่ และอีกอย่างที่สำคัญ นี่เป็นกฎข้อแรกในการจีบสาว อย่าสวมอะไรให้มันฉูดฉาดหรือสะดุดตาจนเกินไป”

“แล้วชุดสีแดงแป๊ดเหมือนอยู่ในงานปามะเขือเทศของคุณมันไม่ฉูดฉาดเหรอครับ”

โทนี่กระชากแว่นกันแดดออกแล้วก้าวฉับๆ ไปยืนประจัญหน้ากับสเตรนจ์ แม้ส่วนสูงจะมีปัญหาทำให้เขาต้องเขย่งเท้าขึ้นไปให้ใบหน้าใกล้พี่หมอมากที่สุดก็ตาม แต่เพื่อศักดิ์ศรีแล้วจะไม่ลงทุนไม่ได้!

“ผมแค่ไม่มีชุดสีม่วงต่างหาก”

“ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นเฟ้ย!

สเตรนจ์ตะคอกกลับมา โทนี่ทำหูทวนลม ผละกลับไปยืนตำแหน่งเดิมพร้อมเต๊ะท่าให้ดูเท่ที่สุด สวมแว่นกันแดดกลับเข้าที่เดิมแล้วใช้สันมือขวาปัดจงอยผมเบาๆ

“จะเล่นใหญ่อะไรเบอร์นั้นพ่อคู๊ณ”

“เอาล่ะ เรามาเริ่มบทเรียนที่สองกันเลยคุณหมอ” โทนี่จงใจเพิกเฉยคำแขวะของสเตรนจ์แล้วดีดนิ้วอีกรอบ ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวแสนสวยในชุดกระโปรงเปิดไหล่สีชมพูหวานเดินมายืนข้างๆ “นี่คือผู้ช่วยของผมในวันนี้ เธอเป็นถึงนางแบบชื่อดังจากนิตยสาร...” โทนี่ทำท่านึกเมื่อดันจำไม่ได้ว่าเธอเป็นใคร ก่อนตัดสินใจแก้ผ้าเอาหน้ารอดด้วยการพูดต่อว่า “นิตยสารอะไรสักอย่าง และชื่อของเธอก็คือ...!

โทนี่สั่งให้ฟรายเดย์เปิดเสียงประกอบให้ดูยิ่งใหญ่แล้วผายมือพร้อมเหงื่อซึ่งไหลเต็มหน้า ตูจำแม่นี่ไม่ได้

“มาเรีย แคราย”

“สเตฟานี่ จอห์นสันค่ะคุณสตาร์ค”

หญิงสาวหันมากระซิบให้เขาได้ยินเพียงสองคน หน้าตาเธอบูดบึ้งจนเห็นได้ชัด โทนี่คิดว่าถ้าเธอขย้ำเขาได้เธอคงทำไปนานแล้ว และถ้าสิ่งที่เขาคิดมันจะกลายเป็นจริงขึ้นมา เขาอยากให้เธอขย้ำเขาบนเตียงมากกว่า

แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน ตอนนี้ต้องสนใจพ่อหมอแปลกนี่ก่อน ไม่งั้นพี่แกใช้แส้เวทมนตร์ฟาดคอขาดแน่ ดูสิ จ้องกันเขม็งอย่างกับจะฉีกกระชากกันเป็นชิ้นๆ

“พี่หมอมานี่ซิ” โทนี่กวักมือเรียกสเตรนจ์พร้อมสะบัดมือไล่หญิงสาวให้ไปอยู่ที่อื่นก่อน พอสเตรนจ์มายืนตรงหน้าแล้วเขาก็เขยิบไปพูดให้ได้ยินกันสองคน “เขาว่ากันว่าหากเดตแรกเป็นเดตที่ประทับใจ จะมีเดตที่สอง ที่สาม ที่สี่ และที่ห้าตามมาเป็นขบวน เพราะฉะนั้นการจะจีบติดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพี่หมอทำให้คนที่แอบชอบประทับใจในเดตแรกได้หรือเปล่า”

“อ่าฮะ”

“และวิธีการที่จะทำให้คู่เดตของพี่หมอประทับใจคือการทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอยู่เสมอ เราต้องทำให้เธอเห็นว่าเราสามารถดูแลและปกป้องเธอได้ และเราต้องทำให้เธอรู้ว่าเราใส่ใจเธอมากแค่ไหน”

สเตรนจ์พยักหน้าหงึกหงักด้วยท่าทีมุ่งมั่น จากนั้นก็ขอตัวไปทดลองกับหญิงสาวด้านหลัง

โทนี่เสยผมหนึ่งครั้งด้วยความภูมิใจในความฉลาดของลูกศิษย์คนนี้

“ผมทำตามที่คุณบอกแล้ว”

โทนี่ฉีกยิ้มด้วยความปลื้มใจ ก่อนหันไปดูผลงานให้เต็มสองตา แล้วต้องอ้าปากค้างตาโตแทบถลนเมื่อเห็นสิ่งที่สเตรนจ์ทำ

สเตรนจ์ใช้แส้เวทมนตร์มัดตัวหญิงสาวพร้อมเดินจูงมาหาเขาอย่างกับกำลังจูงลูกหมาเดินเล่น ใบหน้าของสเตรนจ์นิ่งสงบต่างจากของหญิงสาว เธอก้มหน้าลงเกือบชิดอกทำให้มองไม่ออกว่าแท้จริงแล้วกำลังรู้สึกเช่นไร แต่ถ้าให้เดาจากรังสีอาฆาตที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ โทนี่ไม่คิดว่ามันเป็นความรู้สึกดีๆ แน่นอน แล้วทั้งคู่ก็มาหยุดยืนตรงหน้าเขาห่างออกไปห้าก้าว

“นายทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย!

“ก็คุณบอกเองว่าต้องทำให้เธอรู้สึกว่าเราปกป้องและดูแลเธอได้ การทำแบบนี้มันช่วยทำให้ผมเห็นเธออยู่ในสายตาตลอดเวลา หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นผมสามารถกระชากตัวเธอเข้ามาปกป้องได้เลย แถมเธอยังไม่สามารถไปกัด เอ้ย ไม่มีใครมาทำอันตรายเธอได้อีกด้วย”

“เมื่อกี้นายจะสื่อว่ายัยนี่เป็นน้องโฮ่งใช่มั้ย เมื่อกี้นายจะบอกว่ายัยนี่เหมือนน้องโฮ่งใช่มั้ย นายจะสื่อแบบนั้นใช่มั้ย”

แล้วโทนี่ต้องเหงื่อแตกกว่าเดิมเมื่อเหลือบไปเห็นด้านหลังของสเตฟานี่มีไฟโหมกระพือ แถมเธอยังปล่อยรังสีอาฆาตที่สามารถระเบิดโลกทิ้งได้ภายในครั้งเดียวออกมาด้วย จัดได้ว่าเป็นภัยคุกคามยิ่งกว่าตัวร้ายที่เคยบุกโลกเสียอีก

“การดูแลหญิงสาวอย่างใกล้ชิดนั้นเป็นเรื่องดี แต่บางทีการดูแลแบบใกล้ชิดเกินไปคงไม่ดีนัก” โทนี่มีเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าไปหมด เขาลอบมองสเตฟานี่สลับกับหมอแปลกก่อนพูดต่อ “ผมว่าเธอดูไม่ชอบวิธีดูแลของคุณเท่าไหร่”

“งั้นเหรอ” สเตรนจ์หันไปมองสเตฟานี่ “ผมนึกว่าคุณชอบแบบนี้เสียอีก”

รังสีเกลียดชังจากตัวสเตฟานี่พุ่งขึ้นสูงจนแทบเผาสเตรนจ์ทั้งเป็น

“ผมว่าคุณรีบปล่อยเธอดีกว่า”

“ดูเหมือนเธอจะหิวแล้ว”

“ฟังกันบ้างสิโว้ย!” โทนี่ตะเบ็งเสียงแล้วเดินไปลากสเตรนจ์ให้มาคุยกันสองต่อสอง “คุณเห็นสายตาของเธอมั้ย เธอกำลังจะกลายร่างเป็นสิ่งน่ากลัวที่สุดของโลกใบนี้เพื่อขย้ำคุณอยู่รอมร่อ เผลอๆ อาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าดอมัมมูร์อีก รีบปล่อยเธอเลยหมอ”

สเตรนจ์หันไปมองสเตฟานี่ที่ชะงักแล้วหันหน้าหลบไปทำเหนียมอาย โทนี่เห็นเธอเขินด้วย แถมยังไม่กล้าสบตาเวลาสเตรนจ์มองไปอีก

อย่าบอกนะว่าหล่อน...ชอบสายนี้

“ผมว่าเธอก็ไม่ได้ดูไม่ชอบใจนะ”

โทนี่ถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนโดนสเตรนจ์ยกมือขึ้นตบบ่ากันเบาๆ คุณหมอ ยิ้มให้เล็กน้อยแล้วถอยกลับไปหาหญิงสาวอีกครั้ง แต่ในจังหวะที่ไม่มีใครทันสังเกตนั้นเอง สเตฟานี่ก็วิ่งสี่คูณร้อยมากระโดดถีบโทนี่จนล้มกลิ้งเป็นลูกขนุน

“ทำบ้าอะไรของเธอ!?” ทันทีที่กลับมายืนได้อีกครั้งโทนี่ก็ตะโกนถามเสียงขุ่น ก่อนจะลุกขึ้นเผชิญหน้ากับสายตาหมาหวงก้างของหญิงสาว เขาพอจะรู้แล้วว่าแม่นี่เป็นอะไรไป “เธอหึง...ไอ้คุณหมอนี่เรอะ”

หญิงสาวสะดุ้ง หน้าขึ้นสีอีกครั้ง ก่อนยืนบิดไปมาด้วยท่าทางเขินอาย ไม่ต้องได้ยินเสียงโทนี่ก็พอเดาคำตอบออก เขายืนอ้าปากค้างอยู่ที่เดิมด้วยความไม่เข้าใจแม่สาวหุ่นสะบึ้มคนนี้ ก่อนหันไปมองสเตรนจ์ซึ่งดูไม่พอใจเธอที่ทำร้ายเขา

“ดูเหมือนจะยังไม่เชื่อง สงสัยต้องไปถามวิธีดูแลสัตว์วิเศษจากเจ้านั่นละ”

“เจ้านั่น?”

สเตรนจ์พยักเพยิดให้โทนี่หันไปทางขวามือของตัวเอง ทันใดนั้นดวงตากลมโตก็โตกว่าเดิมจนแทบถลนเมื่อเห็นชายในชุดเสื้อโค้ตสีน้ำทะเล เรือนผมหยิกหยอยสีน้ำตาลทอง กำลังยืนก้มๆ เงยๆ จดอะไรจากนกพิราบอยู่ไม่รู้

โทนี่อ้าปากค้างพร้อมตะโกนในใจ มายังไงวะเนี่ย!

“อย่า... อย่าบอกนะว่าไอ้หมอนี่...”

“อื้ม เจ้าเด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟคนดังที่นายกำลังกังวลอยู่”

โทนี่แทบลมจับเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์มันเละ มั่วซั่ว และออกทะเลจนหาฝั่งไม่เจอ แต่แล้วก็เสียวสันหลังวูบจนต้องหันไปมองรอบตัว เมื่อครู่เขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังในหัว มันจับใจความได้ว่า

ลิ...ข สิ...ทธิ์

“แต่เพราะว่าไม่อยากให้เรื่องนี้ไปละเมิดลิขสิทธิ์เรื่องไหนเลยทำให้หมอนั่นไม่มีหน้าตาไปน่ะ”

เจ้าเด็กมีกระเป๋าวิเศษติดตัวหันมามองพวกเรา หมอนั่นมีหน้าแต่ไร้ซึ่งคิ้ว ตา (ที่มีแถบดำคาดปิด) และจมูก น่าแปลกที่หมอนี่มีริมฝีปากซึ่งกำลังยิ้มชวนสยอง

“ถึงนายจะทำให้หมอนี่ไม่มีสิ่งอื่นบนหน้ายกเว้นปากกับไอ้แถบดำก็เถอะ แต่ชุดกับสีผมแล้วก็กระเป๋าถือนั่นมันบ่งบอกให้รู้เลยนะเฟ้ยว่าไอ้เด็กนี่เป็นใคร”

“งั้นถ้าทำให้กระเป๋าวิเศษนั่นหายไปก็หมดห่วงใช่มั้ยครับ”

“ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นเฟ้ย!

โทนี่ขึ้นเสียง สเตรนจ์เอียงคอก่อนเดินเข้าไปหาเด็กมีกระเป๋าวิเศษแล้วคุยอะไรด้วยกันสักอย่าง ถึงจะไม่มีตาแต่โทนี่พอเดาออกว่าพ่อมดคนนั้นกำลังหวาดกลัวสเตรนจ์ สองมือกร้านโลกยกขึ้นกอดกระเป๋าตัวเองแน่นก่อนหายตัวแวบไปอย่างไร้ร่องรอย

สเตรนจ์เดินกลับมาหาเขาด้วยใบหน้าเคร่งเครียดจนดูน่ากลัว

“หมอนั่นไม่ยอมให้กระเป๋าเพราะคิดว่าผมมาจากมา*ซ่า

“นั่นมันใช่เรื่องที่เจ้านั่นควรกังวลเรอะ”

“ผมเลยคิดว่าจะไปหาเขาใหม่อีกครั้งตอนส่งคุณกลับบ้านแล้ว”

“นายไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้พี่หมอ”

“เพื่อจะได้เรียนรู้วิธีฝึกสัตว์ให้เชื่องแล้วไม่มาทำร้ายคุณอีก โทนี่”

“นี่หมอมองยัยนี่เป็นแค่ลูกสุนัขหรือไง แล้วนั่นใช่ประเด็นของเรื่องนี้เหรอ”

โทนี่ถอนหายใจแล้วเดินกลับไปขึ้นรถเมื่อหมดอารมณ์จะเล่นฟิคเรื่องนี้อีกต่อไป

ตัดจบแค่นี้เถอะ

 

โทนี่นั่งเอาแขนท้าวขอบหน้าต่างรถพร้อมเหม่อมองออกไปด้านนอกด้วยสายตาเหม่อลอย วันนี้กลายเป็นวันที่ไม่สนุกเอาเสียเลย ทั้งที่เขาตั้งใจจะสอนวิธีจีบสาวให้สเตรนจ์แต่ทุกอย่างกลับพลิกตารปัตร เนื้อเรื่องออกทะเลแถมยังแป้กอีกต่างหาก เป็นเรื่องราวที่ไม่ชวนให้สนุกตามสักนิด

ประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับถูกเปิดออกแล้วสเตรนจ์ก็เสือกตัวเข้าไปนั่งบนเบาะ เขาปิดประตูก่อนหันไปมองโทนี่ซึ่งหน้าบึ้งด้วยอารมณ์ไม่ดีเอาเสียมากๆ เขาพอจะรู้ว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไร ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขารู้ แต่มันเป็นเพราะโทนี่เดาออกง่ายกว่าการเข้าใจวิธีเปิดพลังเวท

“ไม่กลับตึกอเวนเจอร์สเหรอครับ”

“ยังไม่มีอารมณ์ขับรถ แล้วหมอมานั่งในรถผมทำไม อยากไปไหนก็ใช้แหวนเปิดทางเอาสิ”

“ผมอยากอยู่กับคุณ” สเตรนจ์ตอบตามตรง โทนี่หันมามองกันตาโตก่อนแค่นเสียงขึ้นจมูกแล้วกลับไปมองนอกรถตามเดิม “เป็นอะไรหรือเปล่า โทนี่”

สเตรนจ์รู้คำตอบอยู่แล้ว แต่เขาแค่ไม่อยากโพล่งออกไปเหมือนตัวเองรู้ดีกว่าเจ้าของร่าง ในอีกทางหนึ่ง เขาอยากฟังโทนี่เล่าทุกความรู้สึกออกมาด้วยตัวเอง

“เปล่า หมอจะให้ผมไปส่งที่ไหนล่ะ”

“ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยนะ”

โทนี่กระแทกลมหายใจอย่างหัวเสีย ตวัดตามามองกันอย่างเอาเรื่อง

“ใช่ ผมอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะงั้นอย่ามากวนประสาทผม”

“ผมแค่ถามด้วยความเป็นห่วง เผื่อว่าจะมีอะไรที่ผมพอช่วยคุณได้”

“แน่นอน” โทนี่ตอบเสียงสูง ยักไหล่สองข้างแล้วนั่งตรงพร้อมจับพวงมาลัย “ช่วยกลับไปแล้วอย่ามายุ่งกับผมอีก อย่างน้อยก็ในช่วงนี้”

“โกรธผมสินะ”

หลังจากได้ยินสเตรนจ์พูดจบ โทนี่ก็เหยียบเบรกกะทันหัน หันไปมองคุณหมอซึ่งนั่งทำหน้านิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อน

“ผมแค่ไม่ว่างมาเล่นอะไรไร้สาระกับคุณก็เท่านั้น” โทนี่ตอบโดยพยายามไม่ทำเสียงให้ฟังดูหาเรื่อง “คุณมาให้ผมสอนวิธีจีบคนที่แอบชอบแต่ดูสิ่งที่คุณทำกับผมวันนี้สิ คุณเหมือนแค่มากวนอารมณ์ผมเล่น เหมือนแค่อยากมาแหย่ประสาทกัน”

“นั่นเพราะผมอยากให้คุณรู้สึกดีขึ้น” สเตรนจ์พูดความจริง “ผมเห็นคุณอาการไม่ค่อยดีมาสักพักแล้ว ต่อให้คุณจะแสดงออกว่ากำลังมีความสุข กำลังยิ้มได้ แต่ภายในของคุณที่ผมสัมผัสได้...มันเรียกร้องหาคนรักษา”

โทนี่ถึงกับเงียบเป็นเป่าสากเมื่อได้ยินความจริงจากปากหมอ นานทีเดียวเขาจึงเลือกเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถ แค่นหัวเราะพร้อมหันกลับมามองสเตรนจ์อีกครั้ง จ้องเข้าไปในดวงตาสีหม่นซึ่งกำลังมองกันอย่างห่วงใย

“การกระทำของคุณมันไม่ชวนให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลย ตรงกันข้าม มันยิ่งทำให้อารมณ์เสียกว่าเดิมด้วยซ้ำ”

“ถึงคุณจะไม่รู้สึกตัวแต่ว่าตอนนี้คุณกำลังระบายความรู้สึกของคุณให้ผมฟังอยู่ และผมก็อยากให้คุณทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ”

“ฟังกันบ้างมั้ยเนี่ย”

“โทนี่” สเตรนจ์เอื้อมมือไปทาบทับมือเล็กบนพวงมาลัยรถ “ที่ผมไปหาคุณวันนี้ก็เพื่ออยู่กับคุณ เรื่องที่ให้ช่วยสอนจีบนั่นก็เพราะผมอยากอยู่กับคุณ ผมแค่หาเรื่องมาอยู่กับคุณ ผมก็แค่...อยากอยู่ดูแลคุณ”

โทนี่อ้าปากค้าง ไปต่อไม่ถูก ทำได้แค่ส่งเสียงออกมาว่า “ไงนะ?”

“ไม่เข้าใจตรงไหนจากที่พูดมาทั้งหมด”

“ไม่เข้าใจตรงทำไมหมออยากอยู่กับผม”

“เพราะผมชอบคุณ”

“เป็นคนตรงๆ ดีนะ”

โทนี่พูดไม่เต็มเสียง ตกใจจนเผลอชักมือกลับ แล้วอาการกลัวมีใครสักคนเข้ามาในชีวิตก็กำเริบ เขาแกล้งทำตัวให้ยุ่งเพื่อไม่ให้สเตรนจ์พูดอะไรไปมากกว่านี้ เร่งความเร็วรถเพื่อให้คนข้างๆ ไม่มีโอกาสได้กระทำอะไรก็ตามซึ่งเป็นการพังกำแพงเข้ามาหาเขา รวมถึงคอยพูดนู่นบ่นนี่เพื่อปิดช่องการเริ่มบทสนทนาใหม่ของสเตรนจ์

“โทนี่!

โทนี่สะดุ้งเฮือก หักเลี้ยวกะทันหันจนรถหมุนคว้างไปหยุดอยู่อีกฟากของถนน ขวางทางรถคันอื่นจนทำให้เกิดเสียงบีบแตรดังระงม แต่โสตประสาทของเขาได้ยินเพียงจังหวะหัวใจอันแรงเร็วของตัวเอง มันเต้นดังมากจนเขาแทบไม่ได้ยินเสียงอื่น

“ตั้งสติหน่อยสิ จะฆ่าตัวตายหรือไง”

“ผม...” โทนี่ตอบไม่ถูก เขาหันไปมองสเตรนจ์ซึ่งชะโงกตัวมาบีบไหล่กันแน่นเหมือนเป็นการบอกว่าตอนนี้เขามีเจ้าตัวอยู่ด้วย “ไม่ คือต้องขอปฏิเสธ ผม...”

“ผมรู้” สเตรนจ์บอกเสียงแผ่วเบา บีบไหล่เขาให้แน่นขึ้นอีกนิด “ผมรู้ว่าคุณกำลังกลัว แต่ผมอยากขอให้คุณเปิดโอกาสให้ผม แล้วผมจะทำให้คุณเห็นว่าผมมีดีกว่าใครที่คุณเคยเจอมา”

ไม่รู้ว่าโทนี่คิดไปเองหรือเปล่า แต่เขาว่าหมอแปลกกำลังจีบเขาอยู่ แถมยังเป็นการจีบที่จริงจังจนถึงกับเหงื่อตกเลย เขาหลบตาแล้วรีบเลี้ยวรถกลับไปในเลนที่ถูกต้องก่อนขับต่อไปเงียบๆ โดยไม่ตอบอะไร พักใหญ่รถก็มาจอดอยู่หน้าบ้านของเขาที่มาลิบู โทนี่ดับเครื่องยนต์แล้วเปิดประตูลงจากรถ ยืนเต๊ะท่าพร้อมไล่สเตรนจ์

“ผมถึงบ้านแล้ว หมอกลับได้ละ”

“ไม่ครับ จนกว่าผมจะได้คำตอบ”

“คำตอบอะไร”

“ให้โอกาสผมได้รักษาใจคุณได้มั้ย”

โทนี่หันไปโก่งคอทำท่าจะอาเจียน สเตรนจ์กระแอมไอแล้วทำหน้าดุใส่

“ถ้าคุณไม่ตอบฟิคนี้ก็จะไม่จบนะครับ”

“งั้นฉันจะไม่ตอบแล้วปล่อยให้ฟิคมันดำเนินต่อไปแบบนี้แหละ”

“สงสารคนแต่งเถอะครับ เธอคงคิดพล็อตอะไรต่อไม่ออกแล้ว”

โทนี่เชิดจมูก กอดอก สักพักใหญ่ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง หันไปมองสเตรนจ์แล้วถาม

“ไม่ใช่คุณหมอแผนกหัวใจไม่ใช่หรือไง”

“ครับ” สเตรนจ์ตอบ “แต่รับรองว่ารักษาใจคุณได้แน่ ไม่เชื่อมาลองดูกันมั้ย”

โทนี่เบ้ปากก่อนเดินเข้าบ้าน ยกมือขึ้นโบกลาโดยไม่หันมามองแขกของวัน

“แล้วเจอกันพรุ่งนี้ คุณหมอ”

 

 

THE END

 

Let’s Talk

 

“นี่ หมอ ก่อนฟิคเรื่องนี้จะจบผมมีอะไรจะพูด”

“อะไรเหรอครับ”

โทนี่ทำหน้าขรึมแล้วหันไปมองว่าที่แฟนตัวเอง

“ผมว่าจะไม่มาเล่นฟิคให้ยัยคนเขียนนี่สักพัก”

สเตรนจ์มองโทนี่ด้วยแววตาจริงจังแล้วตอบกลับไปว่า

“ผมก็คิดงั้น”

 

(................)



SSParty 2017 – 20/08/2017

Written   by   SaRa_PAO

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ SaRa_PAO จากทั้งหมด 55 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 19:13

    อุเหม่

    #2
    0
  2. วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 01:19
    555 ตอนนี้โคตรฮา เจ้าเด็กบ้านฮัฟเฟิลฟัพนั่น555 โอ้ยยหมอแปลกน่ารักไปละ กวนบาทาที่สุด โทนี่ควรยอมๆไปซะนะ 555
    #1
    0