คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Dr.Strange x Tony Stark] One more chance

โดย SaRa_PAO

ทุกอย่างเหมือนเรื่องโกหก ทุกอย่างเหมือนฝันร้าย ที่กลับกลายเป็นเรื่องจริงทั้งหมด

ยอดวิวรวม

1,654

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,654

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


117
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 พ.ค. 61 / 21:50 น.
นิยาย [Dr.Strange x Tony Stark] One more chance [Dr.Strange x Tony Stark] One more chance | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
"อย่าจากฉันไปแบบนี้เลย"

PAGE: SaRa_PAO
Twitter: @GWAYESUNG

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 พ.ค. 61 / 21:50


Title: One more chance

Pairing: Dr. Strange x Tony Stark

Author: SaRa_PAO

Genre: Drama

Rate: PG

Note: ทำใจไม่ได้กับตอนจบ // มีปสอยนะจ๊ะ

 

ทุกอย่างเหมือนเรื่องโกหก

ทุกอย่างเหมือนฝันร้าย

ที่กลับกลายเป็นเรื่องจริงทั้งหมด

.

.

.

โทนี่กลับมายังโลกด้วยความช่วยเหลือของเนบิวลาซึ่งขอลี้ภัยมาตระเตรียมแผนการเอาคืนธานอสที่โลกพร้อมกับเขา

โลกเคยเป็นสถานที่ที่โทนี่หวงแหนและรักมากที่สุด มันเป็นสถานที่เดียวที่เขาจะไม่ยอมให้ใครหรือตัวอะไรก็ตามมาพรากมันไปจากเขา มันเป็นสถานที่เดียวที่ทำให้เขาได้พบเจอกับประสบการณ์มากมายทั้งดีและไม่ดี นอกเหนือไปจากนั้น มันยังเป็นสถานที่เดียวที่ทำให้เขาได้พบกับสตีเฟ่น สเตรนจ์

ซึ่งในตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว มันไม่มีความทรงจำหรือความรู้สึกแบบนั้นเกิดขึ้นกับโทนี่อีกต่อไปแล้ว

หลังโทนี่ต้องมองสเตรนจ์สลายหายไปกับอากาศบนดาวไททันทีละน้อยโดยไม่สามารถช่วยอะไรได้ ความหวังและความสุขทั้งหมดก็ถูกพรากไปจากเขาจนสิ้น ณ จุดนั้น การรับรู้ของเขาถูกหยุดไว้อย่างถาวร

ไว้ชีวิตเขาแล้วผมจะให้ไทม์สโตนกับคุณ

สเตรนจ์บอกธานอสแบบนี้ วินาทีแรกที่โทนี่ได้ยิน โทนี่ถึงกับเคว้งและมึนงงไปหมด สมองของเขาข้นหนืดเหมือนลาวาหลอมเหลวในปล่องภูเขาไฟ เขาที่ได้รับบาดเจ็บจากการโดนธานอสโจมตีพยายามคิดหาแผนดีๆ สักแผนขึ้นมาต่อกรกับอสูรกายซึ่งพร้อมดีดนิ้วภายในถุงมือเหลืองอร่ามเพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเอง หรือไม่ก็ฆ่าเขาด้วยการจับหักคอแบบสบายๆ โทนี่พยายามหาทางทำอะไรก็ได้เป็นร้อยเป็นพันหนทางที่ปกติน่าจะคิดออกได้ง่ายๆ ทว่าพวกมันกลับถูกสายตาคาดหวังของสเตรนจ์ปั่นป่วนจนสิ้น

ไว้ชีวิตเขาแล้วผมจะให้ไทม์สโตนกับคุณ

น้ำเสียงของสเตรนจ์กลวงว่างอย่างสิ้นหวัง ถึงจะบอกธานอสไปแบบนั้นแต่สีหน้าของจอมเวทไม่ปรากฏความยินดีพร้อมมอบของในความดูแลให้กับอสูรตรงหน้าแต่อย่างใด สเตรนจ์ต้องฝืนใจยกของสำคัญที่ตนปกปักรักษามานานให้กับไททันตรงหน้าแค่เพราะอยากให้โทนี่รอด

สเตรนจ์ยอมเอาคนหลายพันล้านชีวิตมาเสี่ยงกับเพียงชีวิตเดียวที่ทำได้แค่นั่งตัวแข็งมองเจ้าตัวอย่างไม่เชื่อสายตา

ทำไมถึงไว้ใจฉัน สเตรนจ์

ฉันมันไม่ได้ดีพอให้นายฝากความหวังเอาไว้ ฉันทำให้คนทั้งโลกและครอบครัวผิดหวัง ฉันดีแต่สร้างปัญหาและต้องให้คนอื่นมาซวยรับเคราะห์ตลอด

ทำไมถึงกล้าไว้ใจฉัน สเตรนจ์?

โทนี่ยกมือกุมขมับเมื่อความคิดบั่นทอนจิตใจตนเองดังขึ้นมาในห้วงคำนึงอีกครั้ง เขาเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด หลับตาแน่นหวังบรรเทาอาการเจ็บลึกในสมองให้คลายลง แต่ภาพร่างกายของสเตรนจ์และปีเตอร์สลายไปช้าๆ กลับแผ่กว้างอยู่หลังเปลือกตาราวกับมีใครติดตั้งเครื่องฉายหนังอยู่ในนั้น มันยิ่งทำให้โทนี่เจ็บปวดจนหายใจแทบไม่ออก ความหดหู่ประเดประดังเข้ามาเหมือนสึนามิซัดเข้าหาฝั่ง เขาทรมานจนอยากลงไปดิ้นพล่านบนพื้น แต่ในสภาพความเป็นจริงเขาทำได้แค่ยืนมองจอโฮโลแกรมต่อไปอย่างเหม่อลอย เขาไม่อาจสลัดความสิ้นหวังที่แล่นผ่านไปทั่วร่างกายและจิตใจได้

แม้จะพบกันได้ไม่นานแต่โทนี่รู้ว่าเขากับสเตรนจ์มีสายสัมพันธ์บางอย่างเชื่อมต่อกันอยู่ ถึงตอนแรกเรามีถกเถียงและปากเสียใส่กันบ้าง แต่พอได้ลองคุยกันดีๆ แล้วเขาพบว่าตนกับสเตรนจ์มีลักษณะคล้ายกันหลายอย่าง บางทีอาจรวมไปถึงความคิดและวิถีชีวิตด้วยซ้ำ และเมื่อจูนกันติดแล้ว โทนี่ก็เข้ากับสเตรนจ์ได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงขนาดโทนี่ยอมปริปากบอกความรู้สึกและความกลัวที่คอยตามหลอกหลอนเขามานานถึงหกปีได้อย่างเป็นธรรมชาติ เขายิ่งเชื่อว่าสเตรนจ์และเขาต้องไปกันได้ดีในหลายๆ ความหมายแน่นอน

ถ้ามันจะมีทางทำให้เรื่องที่โทนี่วาดฝันไว้เป็นจริงล่ะก็นะ

พออยู่คนเดียวแล้วทำไมมนุษย์ต้องฟุ้งซ่านด้วยก็ไม่รู้ ตอนนี้โทนี่เอาแต่หวนนึกถึงการพบกันครั้งแรกของตัวเองกับสเตรนจ์ ตอนนั้นเขาน่าจะพูดดีๆ ใส่จอมเวท น่าจะฟังข้อมูลทั้งหมดให้ละเอียดแล้ววิเคราะห์คิดหาทางรับมือกับธานอส เขาไม่น่าปล่อยเวลาผ่านไปอย่างเสียเปล่าจนในที่สุดก็เสียสเตรนจ์ไปตลอดกาล

อย่าจากฉันไปแบบนี้เลย

เสียงหอบหายใจดังขึ้นให้ได้ยินเบาๆ โทนี่ยกมือขึ้นขยำเสื้อบริเวณอกซ้ายของตัวเอง เขาขบกรามแน่นจนฟันแทบแตกเมื่ออึดอัดไปทั้งทรวงอกเหมือนภายในนี้ไม่เหลือออกซิเจนไว้ให้เขาใช้ ปอดให้ความรู้สึกรวดร้าวราวกับถูกมือธานอสบีบขยำอย่างแรง ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปได้ไม่นานเกินปี โทนี่ยิ่งทรมานจนแทบทนไม่ไหว เขาอยากกรีดร้องและขว้างปาข้าวของด้วยความเกรี้ยวกราด เขาอยากตะโกนให้สุดเสียงและร้องไห้ออกมาให้หมดความโศกเศร้า ทว่ามันกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

น้ำตาไม่ยอมไหล

หายใจต่อไม่ได้

พูดอะไรไม่ออก

สิ่งเดียวที่โทนี่ทำได้ และมักจะทำได้ดีด้วยก็คือ การพยายามให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้ใครต้องมาเจ็บปวดอย่างที่เขาเป็น

ต่อให้ไม่เหลือใครอีกแล้วก็ตาม

.

.

.

บอกไว้ก่อนเลยว่าถ้าให้เลือกระหว่างคุณ เด็กนั่น และไทม์สโตน ผมเลือกไทม์สโตน

โทนี่ปรือตาขึ้นช้าๆ ด้วยความอ่อนล้า เขาไม่รู้ตัวว่าหลับไปตอนไหนหรือหมดสติไปเมื่อไหร่ ความทรงจำสุดท้ายที่จำได้มีเพียงเขาทรุดตัวลงนั่งพิงขาโต๊ะทำงานแล้วกอดตัวเองเอาไว้เหมือนเด็กต้องการหนีจากความมืดมิดอันน่าสะพรึง

โทนี่ขยับตัวเพื่อลุกขึ้นนั่ง แต่ต้องยกมือขึ้นกุมหัวแทนเมื่อภายในกะโหลกเจ็บปวดรวดร้าวเหมือนมันถูกคีมขนาดใหญ่บีบอัดอย่างหนักหน่วง เขาเบ้หน้า หลับตาปี๋ กัดฟันกรอด พลางพยุงกายให้นั่งพิงอะไรสักอย่างที่ช่วยรับตัวของเขาไว้ ฉับพลัน ความทรงจำก็นึกย้อนไปถึงอ้อมแขนแข็งแรงของสเตรนจ์ที่เข้ามาโอบกอดเขาไว้ตอนที่เขาเกิดจิตตกตอนอยู่บนยานเอเลี่ยนรูปร่างพิลึก เขาจำเสียงทุ้มนุ่มที่กล่าวอย่างอ่อนโยนว่าไม่เป็นไรได้ เขาจำสัมผัสอบอุ่นที่คืบคลานมาห้อมล้อมตัวเขาไว้อย่างระมัดระวังได้ และตอนนี้โทนี่โหยหาพวกมันเหลือเกิน

เสียงเคาะประตูดังให้ได้ยินเบาๆ โทนี่รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากทั้งสองแก้ม พอได้มองชัดๆ แล้วเขาก็พบว่าตัวเองกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงภายในห้องนอนของตัวเองที่ตึกอเวนเจอร์ส

“เข้าไปนะ” เสียงไม่แน่ใจนักของบรูซดังมาจากหลังประตู โทนี่ตอบรับ ไม่นานมันก็ถูกเปิดออกแล้วร่างทรงของฮัคล์ก็เดินเข้ามา สีหน้าประหม่าจนโทนี่เห็นได้ชัด “ไงโทนี่”

“ไงบรูซ” โทนี่ตอบกลับให้เป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ไม่เจอกันแป๊บเดียวนายดูโทรมขึ้นนะ”

“น้อยกว่านาย” บรูซว่า สีหน้าของหมอนี่เหมือนจะสื่อว่า เสียใจด้วยนะ และโทนี่รู้ว่ามันหมายถึงเรื่องไหน “ยินดีต้อนรับกลับโลก อ่า ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี ปกติฉันสามารถพูดอะไรก็ได้อีกเป็นร้อยอย่างแต่พออยู่ต่อหน้านายในสภาพแบบนี้แล้วมันจุกไปหมด”

“หยุดความคิดขอฉันกอดปลอบนายได้มั้ยเอาไว้ตรงนั้นเลย” โทนี่รีบแกล้งปราม เขากล้ำกลืนความเจ็บปวดลงคอแล้วขยับนั่งดีๆ เพื่อทำให้บรูซรู้สึกสบายใจขึ้น ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างที่หวังไหม เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขายังสามารถหวังในสิ่งใดได้อีกหรือเปล่า

“ฉันรู้เรื่องที่เกิดขึ้นจากเนบิวลาคร่าวๆ แล้ว และ...ฉันเข้าใจความรู้สึกของนาย ถึงจะไม่เข้าใจทั้งหมดก็ตาม จากประสบการณ์คนเคยสูญเสียคนสำคัญมาก่อน”

โทนี่พยักหน้าและอ้าปากเพื่อพูดอะไรกลับไป แต่เสียงทั้งหมดถูกก้อนสะอื้นกลางลำคอปิดกั้นเอาไว้ ทำให้เขาต้องหุบปากลงแล้วมองบรูซเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มเศร้าแทน

“นายเป็นยังไงบ้าง”

“ฉันสบายดี” โทนี่โกหก เขายิ้มแล้วเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ข้างนอกฝนกำลังตก เหมือนภายในใจของเขา “ฉันพร้อมเอาด้วยกับทุกแผนการที่ใช้กำจัดไอ้ยักษ์มันม่วงนั่น”

“นายไม่ใช่ประเภทเอาหมดถ้าสดชื่น ปกตินายจะมีแผนของตัวเอง มีวิธีจัดการปัญหาในแบบของนายเอง ทำไมคราวนี้นายถึงอยากออกรบมากขนาดนี้”

“เพราะฉันทนรอให้ธานอสบุกทำลายโลกไม่ได้” โทนี่หันไปตอบบรูซเสียงเข้ม เขารับรู้ได้ถึงอาการเกร็งขมึงของดวงตาทั้งสองข้าง หมัดขวาซึ่งกำแน่นอยู่ใต้ผ้าห่มกำแน่นกว่าเดิมจนเล็บจิกลงในฝ่ามือ

หากฉันมีโอกาสได้พบนายอีกครั้ง ต่อให้มีแค่เพียงเสี้ยววินาทีฉันก็ยอมแลกทุกอย่างเพื่อได้พบนาย

“โทนี่”

บรูซเรียกชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยและเป็นกังวล ในอีกทางหนึ่งมันฟังดูสับสนและงุนงงเกินกว่าจะกล้าถามออกมา และในอีกทางมันฟังคล้ายบรูซกำลังปลอบใจกัน

ทว่าโทนี่ไม่อยากได้คำปลอบโยนหรือการปลอบประโลมด้วยคำพูดสวยหรู เขาแค่อยากได้สเตรนจ์คืนกลับมา และไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไร หนทางไหน ต้องลงทุนลงแรงเท่าไหร่ อย่างที่เขาบอกไปแล้ว...เขาจะพาสเตรนจ์กลับมาให้ได้

ไม่มีใครพูดอะไรต่อ โทนี่ไม่รู้ว่าตัวเองมีท่าทางและสีหน้าแบบใดบรูซถึงได้นั่งเงียบแล้วมองมาด้วยสายตาห่วงหาอาทรอย่างที่ไม่เคยเป็น บรูซเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่างแต่กลัวมันกลายเป็นชนวนให้ระเบิดเวลาแบบเขาระเบิดตู้มจนทำลายความสงบสุขที่เกิดอยู่ ณ ตอนนี้จนพังพินาศ ดังนั้นเจ้าตัวจึงเก็บมันเอาไว้แล้วเอื้อมมือมาแตะผ้าห่มเหนือต้นขาของเขาแทน และนี่เป็นสิ่งที่เพื่อนตัวจ้อยควรทำที่สุดแล้ว

เสียงสายฝนอันดังกระหน่ำช่วยทำลายความเงียบในห้องได้เป็นอย่างดี แต่มันไม่อาจทำลายความเศร้าหมองหรือความอึดอัดภายในนี้และภายในใจของโทนี่ลงได้เลย ตรงกันข้าม มันมีแต่จะเพิ่มขึ้นและเพิ่มมากขึ้น สุดท้ายบรูซก็ขอตัวออกไปสูดอากาศข้างนอกเมื่อพบว่าตัวเองทนอยู่กับบรรยากาศตึงเครียดต่อไปไม่ไหว

โทนี่กลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง เขากัดริมฝีปากล่างจนมันห้อเลือด เขาสูดหายใจหนักหน่วง ความทรงจำที่ฉายซ้ำอีกครั้งมาพร้อมความเจ็บปวดมหาศาลจนร่างกายเปราะบางของเขาปรากฏรอยร้าววิ่งไปทั่ว โทนี่ทำได้แค่ฝากเสียงของตัวเองไปถึงสเตรนจ์ที่อยู่ข้างนอกนั่น ถ้าหมอนั่นยังมีตัวตนอยู่ล่ะก็...

หากฉันได้เจอนายอีกครั้ง ฉันจะไม่ปล่อยนายไปไหนอีกแล้ว ฉันสัญญา

 


THE END
02/05/2018
อยู่ดีๆ พล็อตนี้ก็งอกขึ้นมา คือบั่บบบ ตอนโทนี่หันไปถามพี่หมอว่าทำไมทำงี้ สายตานางเจ็บปวดมั่ก
แล้วไหนจะช็อตพี่หมอมองโทนี่เหมือนอยากขอโทษและอยากปกป้องอีก ฮือออ /ซับน้ำตา

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ SaRa_PAO จากทั้งหมด 55 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 Yunnill (@14127703) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 16:50
    งื่อออออ ปากบอกเลือกมณีเอาเข้าจริงๆแล้วยูก็มาเลือกโทนี่ ฮื่อออออออออออ หมออออ
    #4
    0
  2. วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 12:51
    เจ็บบบบบบ ตรงนี้ ที่ใจนุ;^; ยิ่งเพิ่งดูหนังละมาอ่านนี่น้ำตายเป็นสายเลือดเลยค่าาา
    #3
    0
  3. วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 11:47
    รว้องไห้ เเต่ชอบ ฮือออ
    #2
    0
  4. วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 21:51
    รอคร้าาาาาา
    เจออินฟินิตี้วอร์เเล้วโอ้วสวววววว
    😍😍😢😢😂😢😂😢😍😂😢😂😍😂😢😢😂😍😢😂😍😢😢😂
    #1
    0