สโลว์ไลฟ์ข้ามมิติ

ตอนที่ 2 : ศัตรูหัวใจผู้ใสซื่อ กับ นางเอกผู้เคยซื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 233
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    11 ส.ค. 61

หลิ่วหมิงจูผู้นี้คือลูกพี่ลูกน้องของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของลู่หย่าหลิง  เห็นว่า...นางเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากอุทกภัยใหญ่เมื่อสิบกว่าปีก่อน  ฮูหยินเหลยผู้เป็นญาติใกล้ชิดที่สุดเพียงหนึ่งเดียวของนางตัดสินใจรับเด็กน้อยผู้เป็นบุตรสาวของพี่ชายมาอยู่ด้วยกัน  นับจากนั้นนางก็กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวตระกูลเหลย  บ่าวรับใช้ทั้งหลายที่นี่เรียกนางว่าคุณหนูเล็ก

ซึ่งคุณหนูเล็กผู้มีความตั้งใจใฝ่ฝันว่าจะแต่งเป็นภรรยาให้กับพี่ชายใหญ่ของนาง  หรือก็คือเหลยเทียนตง สามีในนามของลู่หย่าหลิงคนก่อนนั่นเอง

ช่างเป็นพล็อตที่น่ารักจริงๆ

"หญิงอัปลักษณ์เช่นเจ้าไม่คู่ควรกับพี่ชายใหญ่ของข้า"

"เจ้าพูดถูก ข้าไม่คู่ควรกับเขา  ดังนั้นเจ้าส่งส้มให้ข้าอีกลูกนะ"

สาวน้อยคนงามแค่นเสียงเฮอะอย่างดูถูกแต่ก็หยิบส้มจากตะกร้าส่งให้นาง  ทั้งยังเลือกลูกใหญ่พิเศษให้อีกด้วย

ลู่หย่าหลิงรับส้มมาแกะกินอย่างมีความสุข

"เจ้านี่นะ วันๆกินเอาๆ แค่นี้ก็อ้วนจนจะเป็นหมูอยู่แล้วเจ้ายังไม่หยุดกินอีก"  ปากพูดไปอย่างนั้นแต่มือกลับหยิบส้มออกมาอีกผล นี่ยังไม่พูดถึงความใจดีที่นางช่วยแกะให้อีกด้วยนะ

"ขอบใจเจ้า"  มืออวบขาวรับส้มที่ปอกเปลือกแล้วมากินอย่างไม่เกรงใจ  ใบหน้ากลมยิ้มกว้างสว่างไสวอย่างคนมีความสุขมากถึงมากที่สุด

"น้องหมิงจูดีกับข้าที่สุด"  ว่าแล้วก็ถอนหายใจให้กับความหอมหวานที่แสนอร่อยสมกับเป็นส้มออร์แกนิคร้อยเปอร์เซ็นต์ที่หาได้ยากแสนยากในโลกปัจจุบันที่อะไรๆก็ใส่สารเคมี

หลิ่วหมิงจูค้อนขวับ  "ข้าเกลียดเจ้าต่างหากล่ะ  แล้วที่ข้าเอาส้มตะกร้านี้มาให้เจ้า---"

"เป็นเพราะท่านย่าบังคับให้เจ้าเอามาให้ข้าผู้ป่วยอย่างมารยาสาไถ  ข้าเข้าใจๆ และข้าก็ชื่นชมในความเป็นคนดีของเจ้าที่แม้จะเกลียดข้าเข้ากระดูกดำแต่ก็ปฏิบัติตามคำของผู้อาวุโสอย่างเคร่งครัด  น้องหมิงจูเป็นสตรีที่ดี ใครได้แต่งเจ้าเข้าบ้านนับเป็นวาสนาอย่างแท้จริง  หมิงจู คราวหน้าข้าอยากลองกินขนมแป้งข้าวทอดดูบ้าง"

คิ้วดุจใบหลิวขมวดเข้าหากัน  "เจ้ายังไม่หายดีพอที่จะกินขนมพวกนั้น"  เห็นใบหน้าดุจซาลาเปานึ่งเสร็จใหม่ๆเศร้าลงซาลาเปาขึ้นรา นางก็รีบเสริม  "ขนมถั่วกวนล่ะเป็นอย่างไร?  เจ้าไม่ใช่ชอบกินขนมถั่วกวนที่ข้าเอามาครั้งที่แล้วมากหรอกหรือ?"

จากซาลาเปาเหี่ยวกลายเป็นซาลาเปาสดขึ้นมาอีกครั้ง  ลู่หย่าหลิงพยักหน้า  "ได้  เจ้าก็เอาขนมที่ชอบมากินด้วยกันนะ  ข้าอยากนั่งคุยเล่นกับเจ้านานๆ"

"ใครอยากคุยเล่นกับเจ้านานๆกัน  ข้าไม่ชอบเจ้านะ"  หลิ่วหมิงจูสะบัดหน้า  นึกโมโหที่ตัวเองหลวมตัวใจอ่อนไปเมื่อครู่

"ไม่ใช่คุยเล่นก็ได้  เป็นเจ้ารังแกข้าและข้ายินดีให้เจ้ารังแก ยิ่งรังแกมากเท่าไหร่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งดี อย่างนี้ได้หรือไม่?"

หญิงสาวหันไปมองภูตซาลาเปาผู้มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ด้วยสายตาประหลาด  หลังสตรีผู้นี้หัวกระแทกสิงโตหินตื่นขึ้นมานางเปลี่ยนไปมาก...

"หมิงจู?"  ดวงตากระจ่างใสไร้พิษสงมองนางอย่างฉงน

นางกะพริบตา  นึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้อีกฝ่ายกำลังถามคำถามตน  คำถามว่า...

หลิ่วหมิงจูคิ้วกระตุก  นางคว้าส้มออกจากตะกร้าแล้วปาผลไม้ลูกเล็กเข้าที่หน้าผากของลู่หย่าหลิงที่อุทาน "แอ่ก" เบาๆเสียงหนึ่งก่อนหงายหลังล้มลงไปบนกลุ่มหมอนด้านหลัง

"เจ้าจะโรคจิตชอบถูกคนรังแกก็เป็นไปคนเดียว อย่ามาดึงข้าไปร่วมด้วย!"  ดวงตาหงส์งดงามเป็นประกายวาววับ มือสองข้างถือส้มไว้อย่างละลูกเตรียมโจมตีหากได้ยินคำผิดแม้หนึ่งคำ

ลู่หย่าหลิงค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างไม่รีบไม่ร้อน  มือลูบหน้าผากที่ไม่ค่อยเจ็บสักเท่าไหร่

"งั้นจะให้พูดยังไงเจ้าถึงจะยอมมาเยี่ยมข้าบ่อยๆนั่งคุยกับข้านานๆล่ะ"  นางถามพลางทำหน้ายับเลียนแบบจีบอันประณีตของเสี่ยวหลงเปา

หลิ่วหมิงจูหลุดขำ

"ลู่หย่าหลิง เจ้าหยุดทำหน้าตาน่าเกลียดเดี๋ยวนี้!  เจ้าอยากจะอัปลักษณ์มากขึ้นหรือไรจึงขยันยู่หน้าตัวเองให้ข้าดูทุกครั้งที่เจอกัน"  พูดเสียขึงขังแต่นางก็ยังหยุดไม่ให้ตัวเองยิ้มกับหัวเราะเบาๆต่อไม่ได้

ลู่หย่าหลิงแลบลิ้น  "นี่เป็นความสามารถเพียงอย่างเดียวของข้า  หากสิ่งนี้ทำให้ทุกคนหัวเราะได้ แม้หน้าข้าจะต้องยับเพิ่มอีกหลายรอยก็ไม่เป็นไร"  

เพียงแต่ บางครั้งนางให้รู้สึกสงสัยจริงๆว่าคนที่นี่เส้นตื้นหัวเราะง่ายแบบนี้จริงๆ หรือเป็นเพราะหน้าตานางน่าเกลียดมากกันแน่  แม้ตอนอยู่โลกเดิมนางเคยเล่นแข่งทำหน้าตาประหลาดกับเพื่อนบ้างแต่ไม่มีใครเคยบอกว่าหน้าตาบ้านๆของนางน่าเกลียดจนน่าหัวเราะนะ

"นี่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้พี่ชายใหญ่จะกลับมา?"  ถามหลิ่วหมิงจูหลังใจเย็นลงแล้ว

สองมือดึงๆแก้มนุ่มนิ่มของตัวเอง ลู่หย่าหลิงเอ่ยอย่างใจลอย  "พี่ชายไหน?"

ส้มอีกลูกถูกปาเข้าที่หน้าผากของนางอีกครั้งอย่างแม่นยำ

"พี่ชายใหญ่ของข้า เหลย-เทียน-ตง"  คุณหนูเล็กเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ

"อ้อ สามีล่องหนของข้านี่เอง  เดี๋ยว หมิงจู หากเจ้าจะขว้างอะไรใส่ข้าเจ้าใช้สิ่งของอย่าใช้อาหาร  เจ้าไม่เคารพข้าไม่เป็นไร แต่เจ้าไม่สมควรไม่ให้เกียรติอาหาร  กว่าจะมาเป็นส้มแต่ละลูกให้เจ้ากับข้าได้กินเช่นนี้ไม่ง่ายเลยนะเจ้ารู้ไหม  เจ้าควรเห็นใจชาวนาชาวสวนเหล่านั้นและถนอมน้ำใจท่านย่า  เจ้าอย่าลืมสิ ส้มตะกร้านี้ท่านย่าให้มานะ"

แม้กิริยาจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจแต่อย่างน้อยอาวุธทรงกลมสีส้มก็ถูกเก็บลงตะกร้า  หญิงสาวมองนางด้วยสายตาขุ่นเคืองแต่ก็ไม่ได้หาสิ่งทดแทนตามที่เสนอมาขว้างใส่

ลู่หย่าหลิงเป่าปากลูบอก

หลิ่วหมิงจูค้อนวงใหญ่ให้กับท่าทางเกินจริงของนาง  

"พี่ชายบอกว่าจะกลับมากินข้าวเย็นพร้อมกับทุกคน" นางเอ่ยเสียงตึง

"เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือ?  แม่ทัพน้อยเหลยกลับมาทั้งทีเจ้าควรจะดีใจมากนี่นา  แล้วเจ้าทำไมถึงทำหน้ายุ่งขนาดนั้นล่ะ?"

นางเสมองไปทางอื่น  "...ท่านย่าต้องการให้เจ้ามาร่วมโต๊ะอาหารคืนนี้"

ภูตซาลาเปาถึงบางอ้อ ร้องอ้อคำหนึ่งและ...  

"ข้า-ไม่-ไป"

หลิ่วหมิงจูหันขวับ

ลู่หย่าหลิงบิดขี้เกียจ  "เจ้าบอกไปว่าข้าปวดหัวกำเริบก็แล้วกัน  นานๆทีครอบครัวจะอยู่พร้อมหน้ากินข้าวด้วยกัน อย่าให้ข้าไปทำให้งานกร่อยโดยใช่เหตุเลย  แต่ถ้าเจ้าจะเก็บขนมบางส่วนเอาไว้ให้ข้า ข้าจะซาบซึ้งมาก"

"ลู่หย่าหลิง เจ้าไม่อยากพบพี่ชายใหญ่หรือ?"  หญิงสาวถามอย่างไม่อยากเชื่อ

หญิงสาวเอียงคอมองนาง  ดวงตาใสกระจ่างฉายแววไม่เข้าใจขณะริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันจางๆ

"น้องหมิงจู  นอกจากที่พวกเจ้าบอกกับข้าว่าเขากับข้าแต่งงานกันเป็นสามีภรรยาเมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว ข้าไม่มีความทรงจำใดๆเกี่ยวกับเขาทั้งนั้น  ก่อนข้าจะสูญเสียความทรงจำเพราะอุบัติเหตุน่าอายนั่นข้าก็แทบไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเขาอยู่แล้ว ดังนั้นตอนนี้เขาไม่ยิ่งเป็นคนแปลกหน้ากว่าเดิมหรอกหรือ?  อีกอย่างให้ข้าที่บาดเจ็บและจำอะไรไม่ได้ไปนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวกับทุกคนแบบนี้  เจ้าว่าจะเป็นผู้ใดที่จะรู้สึกกระอักกระอ่วนและลำบากใจที่สุด?"

หลิ่วหมิงจูก้มหน้า ไม่ตอบคำ

"ดังนั้น เจ้าไปบอกท่านย่าและทุกคนอย่างที่ข้าว่าเถอะ  ไม่ต้องกังวลว่าพวกเขาจะไม่เชื่อเจ้า  ข้าเตรียมกำลังเสริมให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว"

เด็กสาวเงยหน้ามองนางด้วยสายตางุนงง

ลู่หย่าหลิงขยิบตาให้นางทีหนึ่งก่อนยกมือสั่นระริกขึ้นแตะที่ขมับ ใบหน้าที่ระบายรอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด  นางครางออกมาเสียงหนึ่งแล้วร่างอิ่มเต็มในชุดสีอ่อนก็ล้มลงกับกลุ่มหมอนอย่างสวยงาม

หลิ่วหมิงจูมองฉากตรงหน้าตาค้าง  

"ฮูหยินน้อย!"

"พี่สะใภ้!"

เป็นชิวเยี่ยที่เพิ่งกลับมาจากต้มน้ำแกง  ส่วนผู้มาใหม่อีกคนคือเหลยเทียนเฮ่าผู้เป็นน้องชายคนที่สามของเหลยเทียนตง  ทั้งคู่เพิ่งก้าวข้ามประตูเรือนเข้ามาและสิ่งที่แรกที่เห็นก็คือลู่หย่าหลิงที่ยกมือขึ้นแตะขมับก่อนเป็นลมล้มไป

"ฮูหยินน้อย  ฮูหยินน้อยทำใจดีๆไว้เจ้าค่ะ!" ชิวเยี่ยรีบเข้ามาช่วยประคองนาง

ใบหน้าที่ขาวจัดอยู่แล้วคล้ายจะขาวซีดลงกว่าเดิม  ลู่หย่าหลิงกะพริบตาช้าๆมองคนข้างกายด้วยสายตามึนงง  

"...เสี่ยวเยี่ย?"  นางพึมพำเสียงระโหย

"เป็นเสี่ยวเยี่ยเองเจ้าค่ะ  ฮูหยินน้อย ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง?"

นางปิดเปลือกตา หันหน้าพิงหน้าผากเข้ากับไหล่ของสาวใช้อย่างอ่อนแรง  "เสี่ยวเยี่ย ข้าปวดหัว เจ้า...ข่วยประคองข้ากลับห้องที"

"ชิวเยี่ย เจ้าดูแลฮูหยินน้อยให้ดี ข้าจะไปตามหมอ" เหลยเทียนเฮ่าที่อยู่ด้านข้างเอ่ยพลางลุกขึ้นยืน

"น้องสาม อย่า! ไม่ต้องตามหมอ ข้า...ไม่เป็นไร"

"แต่ว่า..."

"เป็นข้าผิดที่พยายามบังคับตัวเองให้นึกถึงเรื่องในอดีตให้ออกจนอาการปวดหัวกำเริบ  ขอโทษด้วยที่ทำให้เจ้าทั้งสองตกใจ  ให้ข้าพักสักครู่แล้วข้าจะดีขึ้นเอง  เจ้าไม่ต้องห่วง"  ลู่หย่าหลิงฝืนยิ้มทั้งใบหน้าซีดเซียว  "พี่ชายใหญ่เจ้ากลับบ้านมาทั้งทีข้าจะต้องไปร่วมโต๊ะทานอาหารกับทุกคนเย็นนี้แน่นอน"

แววรู้สึกผิดวาบผ่านในดวงตาสีเข้มของชายหนุ่ม  ยิ่งเห็นรอยแผลน่ากลัวที่ลากจากไรผมด้านซ้ายลากยาวไปถึงขมับของนางความรู้สึกผิดและละอายใจก็ทวียิ่งขึ้นไปอีก

"หากท่านไม่สบายท่านก็พักผ่อนเถอะ อย่าฝืนตัวเองเลย  ทางท่านพ่อท่านแม่และท่านปู่ท่านย่าข้าจะไปพูดคุยกับพวกเขาเอง  ท่านไม่ต้องเป็นกังวล"  เขาส่งยิ้มอบอุ่นให้นางก่อนหันไปที่ชิวเยี่ย  "พาฮูหยินน้อยไปพักในห้อง  วันนี้ทั้งวันอย่าให้ใครรบกวนนางอีก"

"เจ้าค่ะ" ชิวเยี่ยพยักหน้าหนักแน่น

"น้องสาม"

เหลยเฮ่าเทียนหันไปมองนาง

"น้องหมิงจูเพียงแค่มาเยี่ยมข้าและนำคำของท่านย่ามาบอก  ที่ผ่านมาหากไม่ได้นางมาเยี่ยมเป็นเพื่อนคุย ข้าคงเหงาและเบื่อมาก  ที่อาการข้ากำเริบวันนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับนาง  ดังนั้น..."

"ข้าเข้าใจแล้ว"  ชายหนุ่มยิ้มกว้าง  "หมิงจูเองก็นับเป็นน้องสาวของข้า ข้าจะต้องอธิบายให้ดีแน่นอน"

ลู่หย่าหลิงยิ้มตอบเขาและหันไปมองหลิ่วหมิงจู

เด็กสาวที่มองนางตาค้างเมื่อครู่ก่อนยามนี้มีอ้าปากเล็กน้อยเสริมเข้ามาด้วย  อะไรกัน เล่นแค่นี้ก็ขวัญบินแล้วรึ? จุ๊ๆๆ เด็กน้อย หากเจ้าแต่งให้ใครในอนาคตแล้วไม่หัดวางแผนเล่นละครซะบ้าง เจ้าจะทำอย่างไรกับเหล่าอนุและบ้านเล็กบ้านน้อยอื่นๆที่สามีรับเข้ามา หืมม?

ความคิดอย่างไรนั้นเรื่องหนึ่งเสียงที่พูดและสีหน้าที่แสดงนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง  ลู่หย่าหลิงทอดสายตาอ่อนโยนมองอีกฝ่าย เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างที่สุด

"น้องหมิงจูเป็นสตรีที่ดีเพียบพร้อมที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบ  นางสดใสน่ารัก ใจกว้าง และอ่อนหวาน  มีนางเป็นครอบครัวของข้า... มีเจ้า ผู้อาวุโส และทุกคนที่นี่เป็นครอบครัวของข้าในยามนี้ นับเป็นบุญวาสนาที่สั่งสมมาหลายชาติของข้าลู่หย่าหลิงจริงๆ"

บทนางเอกถูกตีแตกแล้ว  รางวัลตุ๊กตาทองเป็นของนางแล้ว







++++++++++++++++++++










ตอนเขียนตอนนี้ยอมรับจริงๆว่าหิว... เลยได้แรงบันดาลใจให้นางเอกเป็นภูตซาลาเปามันซะเลย

หน้าตาปกติหรือมีความสุขจะรูปซ้าย...  เวลาไม่สบายใจไม่มีความสุขจะรูปขวา...  เอาเป็นว่าน่ากินทั้งคู่ละกัน  (^q^)





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #4 novellover (@Novellover) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 10:55

    นางน่ารัก หมิงจู ก็น่ารัก คนดูแลก็น่ารัก

    ที่ไม่น่ารัก คือ สามี


    #4
    1
    • #4-1 LinChun (@yinxing) (จากตอนที่ 2)
      11 สิงหาคม 2561 / 11:23
      สามีอาจจะกลายเป็นคนที่น่าสงสารเพราะไรท์หมายมั่นปั้นมือจะยำเธอค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาคอมเมนต์นะคะ ^^
      #4-1
  2. #3 Modap91 (@Modap91) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 10:46

    นางเอกน่ารัก จะรอติดตามนะคะ

    #3
    1
    • #3-1 LinChun (@yinxing) (จากตอนที่ 2)
      11 สิงหาคม 2561 / 11:21
      ขอบคุณมากค่ะ ^^
      #3-1