โซ่รักอสูรร้อน (สนพ.ไลต์ออฟเลิฟ)

ตอนที่ 1 : ปฐมบท - 1 โซ่รักอสูรร้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,096
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    8 ส.ค. 59

 

 

ปฐมบท - 1     



                    

ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว บนศีรษะครอบด้วยผ้ากัฟฟิเยห์ รัดเกล้าด้วยกุนทรา ในวัยสามสิบสี่ปีของ ซาเชส เบน อิบราฮิม เขาคือชายโสดหนึ่งเดียวในกลุ่ม วันนี้เดินทางมาประเทศซาลัส เพราะเป็นวันครบรอบแต่งงานของเจ้าชายอัสวานและพระชายา ชายหนุ่มเดินทางมาซาลัสครั้งสุดท้ายก็เมื่อแปดเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นงานแต่งของอาเซม ลูกชายคนรองของตระกูลอาราฟัส

          รถกอล์ฟคันเล็กแล่นมารับก่อนพาไปยังตำหนักส่วนพระองค์ของเจ้าชายอัสวาน เพราะหลังคลอดบุตรชายคนแรกได้สามเดือนเศษ ก็เป็นวันครบรอบแต่งงานพอดี ภายในงานไม่ได้จัดใหญ่โตมีเพียงเครือญาติสนิท และมีการทำบุญมอบของให้ประชาชน

          “นายมาไวกว่าที่คิดชาเซส”

เอเดนคุณพ่อลูกหนึ่งลุกจากโซฟา เข้ามาตบบ่าตบไหล่และสวมกอดเพื่อนรักที่ไม่ได้พบกันนาน ด้วยอีกฝ่ายเดินทางไปต่างประเทศบ่อย และยังลงไปควบคุมการขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลด้วยตัวเอง

          “พอดีเพิ่งกลับมา”

          “นายจะบ้างานไปถึงไหน”

          “นี่ฉันแอบลุ้นว่าสหายรักอีกคนจะมาหรือไม่ แต่สุดท้ายนายก็มา” วรกายสูงใหญ่ของเจ้าชายอัสวานเดินเข้ามาสวมกอดเพื่อนอีกคน

          “ฉันต้องมาแน่นอน มาดูหน้าหลานด้วย เห็นลูกชายของเอเดนไปแล้ว คราวนี้ขอมาดูลูกชายของนายบ้างอัสวาน”

          “ได้เลยเพื่อน เจ้าหนูกำลังน่ารักน่าชัง”

พูดจบก็เดินไปหาภรรยาคนสวย อุ้มร่างเล็กที่แต่งตัวน่ารักเข้าหาอกเดินมาหาเพื่อนรัก ก่อนพากันไปนั่งยังโซฟา

          “ให้ตายเถอะ ถอดแบบมาจากนายเลยเชียวอัสวาน”

          “แน่นอน เชื้อพ่อแรง ก็คงไม่ต่างจากลูกของนายเหมืองเอเดน ที่ถอดแบบมาจากพ่อเป๊ะ”

สามเพื่อนรักหัวเราะพร้อมกัน พลอยให้เด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนของเจ้าชายอัสวานส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไปด้วย เรียกรอยยิ้มจากทุกคน

          “ลองอุ้มไหมซาเชส”

          “ไม่ดีกว่า ฉันไม่เคยอุ้มเด็ก เกรงว่า...”

ซาเชส ทายาทคนโตของตระกูลอาราฟัส อาจเก่งรอบด้าน ไม่ว่าบู๊ล้างผลาญหรือแม้แต่เรื่องธุรกิจ ที่ดูแลขยายกิจการแบบก้าวกระโดดโตวันโตคืนจนเป็นผู้ค้าน้ำมันใหญ่อันดับสามของภูมิภาคตะวันออกกลาง

          “เอาน่า ลองดู อุ้มแบบนี้”

          คุณพ่อมือใหม่แนะนำ เพราะตัวเองก่อนนี้ก็อุ้มไม่เป็นมาก่อน แต่พอภรรยาท้องก็ซื้อหนังสือมาอ่านจนเข้าใจ ตอนนี้กลายเป็นว่าติดลูกพอๆ กับติดเมียกันเลยทีเดียว

          “อีกหน่อยนายก็ต้องเป็นพ่อคนเหมือนฉันสองคน”

          ทนคำรบเร้าของเพื่อนไม่ไหว สุดท้ายคนไม่เคยมีลูก และไม่เคยมีเมียจึงยื่นสองแขนอุ้มเด็กชายตัวน้อย เป็นโชคดีที่เด็กน้อยหลับมาเต็มตื่นจึงไม่งอแง แต่ยิ้มเห็นเหงือกจ้องมองใบหน้าคนอุ้มไม่วางตา

          “ไงเจ้าตัวเล็ก ดื้อหรือเปล่าเรา” มหาเศรษฐีบ่อน้ำมันยิ้มกว้างถามหลาน

          “ลูกฉันเลี้ยงง่าย” คุณพ่อมือใหม่เห่อลูกรีบบอก ซาเชสส่ายหน้า

          “ถามหลาน ไม่ได้ถามนายอัสวาน”

          “โอเค แล้วหลานตอบได้ไหมล่ะ นายต้องถามพ่อถึงจะถูก”

          เอเดนหัวเราะ ขยับเข้ามาใกล้หลานตัวน้อย ใช้มือเกี่ยวกับมือน้อย เด็กในอ้อมแขนซาเชสหัวเราะชอบใจใหญ่

          “คงเลี้ยงง่ายจริงๆ เหมือนกับลูกของฉัน พูดแล้วคิดถึงลูก”

          คนไม่มีลูกอย่างซาเชสถึงกับถอนหายใจ เพื่อนรักทั้งสองติดเมียติดลูกกันหมด

          ไม่ใช่ไม่คิดเรื่องคู่ครอง แต่ซาเชสไม่เคยรู้สึกถูกตาต้องใจใครเป็นพิเศษ เรื่องความต้องการทางธรรมชาติมันก็มีบ้างตามประสาผู้ชาย แต่นั่นก็ไม่เคยมีผลทำให้หัวใจสั่นไหวจนอยากออกเรือน เหมือนหัวใจรอใครบางคน ใครบางคนที่...

          “อะ แอ้ม นิ่งแบบนี้ คงอยากมีลูกเหมือนฉันสองคนใช่ไหม”

          เจ้าชายถามยิ้มๆ พยักใบหน้าให้เอเดนที่ยิ้มกว้างเห็นด้วยต่อคำพูดนี้

          “ไม่มีเมีย แล้วจะมีลูกได้ยังไง”

          “งั้นนายควรมีเมีย น้องชายของนาย ซาอิดจะได้มีเมียสักทีด้วยเหมือนกัน”

          “สมัยนี้ไม่เกี่ยวว่าใครจะแต่งก่อนหลัง พี่น้องใครพร้อมก็ออกเรือนได้เลย”

          “ซาอิดเปรยๆ บอกคุณน้าแอนนี่อยากให้นายแต่งงานก่อน” เอเดนบอกเพื่อน

          “แต่งน่ะไม่ยาก ปัญหาคือว่ายังไม่มีเจ้าสาว”

          บอกเสียงเบา แล้วหยอกล้อกับหลานตัวน้อยในอ้อมแขนด้วยสีหน้ามีความสุข จะเป็นอย่างไรนะ หากมีใครสักคนมาเรียกตนว่าพ่อ

          “ปัญหานี้จัดการไม่ยาก ถ้านายเปิดใจ”

          “ใช่ ตอนนี้ฉันเองก็ไม่หวังเรื่องอันย่าตัวแสบแล้ว เพราะนายคงไม่สนใจน้องฉันจริงๆ”

          ชื่อบุคคลที่สี่ทำเอาใบหน้าหล่อเหลาของซาเชสกระด้างขึ้นเล็กน้อย

          “แต่ฉันอยากให้นายพิจารณาอันย่านะ รายนั้นเหมาะสมกับนายมาก”

          เจ้าชายอัสวานแนะนำ และเป็นคำแนะนำที่ทั้งอัสวานและเอเดนเคยบอกตั้งหลายครั้งหลายหน แต่คนตรงหน้าก็ยังนิ่งเฉย เวลาผ่านล่วงเลยมาหลายปี จนน้องสาวของเอเดนเรียนจบแล้ว

          “อย่าคะยั้นคะยอเลยอัสวาน ถ้าซาเชสขอบอันย่าคงจีบนานแล้ว อีกอย่างตอนนี้เจ้าตัวก็ทำงานอย่างหนัก หกเดือนแล้วที่อันย่าจอมแสบไปอยู่เขตพื้นที่อพยพ พ่อกับแม่ของฉันเครียดมาก เรียกตัวให้กลับมา เจ้าตัวก็บอกว่ารอให้ครบปีก่อน”

          เอเดนน้ำเสียงเคร่งเครียดเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ น้องสาวจบเภสัชกร ฝึกงานไม่เท่าไรก็อาสาไปช่วยผู้อพยพลี้ภัย เป็นเรื่องที่ดีแต่มันก็เสี่ยงชีวิต

       “อันย่ายังไม่กลับอีกหรือ” อัสวานถามเสียงตกใจ เพราะคิดว่าเจ้าตัวกลับมาแล้ว

       “ยัง พ่อกับแม่เครียดน่าดู”

       “น้องสาวของนายยังแสบเหมือนเดิม”

       ซาเชสต่อว่าไม่จริงจังนัก หากในสมองกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

       ชายหนุ่มได้ยินมารดาคุยกับบิดาตอนแวะไปหาที่คฤหาสน์ก่อนเดินทางมาประเทศซาลัส ว่าอัญมณีลูกสาวคนเล็กหัวแก้วหัวแหวนของน้าปิ่น ยายเด็กแสบที่ชอบทำตัวแก่แดดเสมอ ตอนนี้หล่อนเรียนจบมาได้หนึ่งปี ไปทำงานที่แอฟริกาสี่เดือน แล้วก็เดินทางไปทำงานยังสถานที่อบพยบในยุโรป

       “ตอนนี้อันย่าอาจไม่แสบแล้วก็ได้เพื่อน” เจ้าชายอัสวานบอก

       “เชื่อได้หรือ”

       “ดูเหมือนนายจะฝังใจกับนิสัยแย่ๆ ของน้องสาวฉันเหลือเกิน”

       เอเดนหัวเราะเบาๆ เป็นจังหวะที่เจ้าชายน้อยในอ้อมแขนของซาเชสเริ่มบิดกายใบหน้าโยเยส่งเสียง พระชายาจึงรีบเข้ามาอุ้มแล้วพาออกไป ให้ความเป็นส่วนตัวกับสามหนุ่มก่อนจะเข้าไปร่วมงานเลี้ยงในอีกสองชั่วโมงตามเทียบเชิญ

       “ดูเหมือนธุรกิจบ่อน้ำมันของนายจะไปได้สวย”

       “ก็โอเคดี นี่ก็ได้สัมปทานจากอีกสองประเทศ ลงทุนเยอะเหมือนกัน แต่ก็คุ้มอยู่ เพราะศักยภาพของบริษัทค่อนข้างพร้อม” เจ้าชายกับเอเดนพยักหน้า

       “แล้วก๊าซธรรมชาติล่ะ กำลังเป็นปัญหาใช่ไหม”

       “คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ฉันมั่นใจว่าตัวเองมีดีกว่าคู่แข่ง” น้ำเสียงเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย

       “อิสราเบลคงไม่ยอมให้นักธุรกิจต่างถิ่นไปยุ่งกับแหล่งขุมทรัพย์ หรือถ้าลงทุนมันคงไม่ยอมให้ลงทุนเต็มตัว แบบนั้นก็อาจเสี่ยงถูกโกง”

       นี่แหละอุปสรรคใหญ่ที่ซาเชสต้องผ่านไปให้ได้ น่านน้ำทะเลหมู่เกาะบอเนส ซึ่งมีพรหมแดนติดกับประเทศอิสราเบล ผลการสำรวจยืนยันแล้วว่า ที่นั่นเต็มไปด้วยก๊าซธรรมชาติลึกลงไปใต้น้ำทะเล เขายื่นเรื่องผ่านทางรัฐบาลของอิสราเบล ทางนั้นก็ยินดี แต่มีนักธุรกิจรายใหญ่ของอิสราเบลเช่นกัน ที่ไม่ยอม หมอนั่นมันอยากลงทุนเองทั้งที่ศักยภาพไม่เพียงพอ

       “ช่วงนี้ฉันถึงต้องบินไปบินมาระหว่างสองประเทศนี้บ่อยๆ”

       “ท่านชีคปู่ของนายว่าไงบ้างล่ะ”

       “ท่านปู่ชราภาพมากแล้ว ท่านให้ฉันตัดสินใจได้เลย พ่อก็เห็นด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง ส่วนจะได้สัมปทานหรือไม่นั้น คงต้องรอดูท่าทีทางรัฐบาล”

       “เท่าที่ฟังข่าว เหมือนทางรัฐเห็นด้วย แต่มันติดที่ไอ้คนที่มันเสือกอยากมาแข่งดันเป็นคนในประเทศ ก็เหมือนกับว่าไม่อยากให้เงินตราไหลออกนอกประเทศ” เจ้าชายอัสวานกับซาเชสพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเอเดน

       “แต่ครั้นรัฐบาลจะให้นักธุรกิจมืออ่อนลงทุน ก็เกรงจะไปไม่รอด เพราะถ้าจบเฮ เสียหายมหาศาล”

       “ทางฉันมีภาษีดีกว่าตรงนี้ เพราะเราลงทุนมาหลายประเทศ ไม่เคยประสบสภาวะขาดทุน แม้จะมีการเมืองหรือสถานการอันไม่ปกติเข้ามา บริษัทของฉันยังสามารถดำเนินการต่อไป”

       การบริหารของซาเชสมีหลักการสำคัญคือต้องรอบคอบ และต้องได้กำไร

       “นี่กะจะเป็นพ่อค้าน้ำมันอันดับหนึ่งหรือไง”

       “ก็เห็นว่าทำได้ มันไม่เหลือบ่ากว่าแรง”

       “ฉันเชื่อมือนายนะซาเชส นายเก่งเหมือนอาเซลิค”

       คนถูกชมเพียงยิ้ม สามหนุ่มยกแก้วน้ำชาขึ้นชน หากยังไม่ทันดื่มเสียงโทรศัพท์มือถือของเอเดนก็ดังขึ้น เบอร์นี้จะมีแค่คนสนิทเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มขยับออกจากเสื้อ เป็นเบอร์เรียกเข้าจากมารดา

       “ฉันรับโทรศัพท์สักครู่นะ”

       “ตามสบายเพื่อน”

       เอเดนใช้เวลาสทนากับมารดาเพียงชั่วครู่แล้วจึงกลับมานั่งตามเดิม หากสีหน้าที่แลดูเคร่งเดรียดก็ทำให้สองเพื่อนทราบทันทีว่าต้องมีเรื่องสำคัญ และสำคัญมากพอทำให้เจ้าตัวเรียกคนสนิทเข้าไปคุย ก่อนจะมานั่งกับพวกตน

       “มีอะไรหรือเปล่า ใครโทรมา”

       “ท่านแม่โทรมา บอกว่าทางตอนเหนือของตะวันออกกลางเปิดฉากยิงกันอีกแล้ว”

       คนฟังทั้งสองถอนหายใจ ทางตอนเหนือของตะวันออกกลางเปิดฉากยิงกันได้ทุกวัน กลายเป็นสมรภูมิรบย่อมๆ จากสงครามกลางเมืองภายในก็มีหน่วยงานจากภูมิภาคอื่นเข้ามาผสมโรงร่วมด้วย มีหลายฝักหลายฝายจนการเป็นที่ประลองอาวุธยุทธโธปกรณ์

       “มันจะมีวันสงบไหม”

       ซาเชสเอ่ยน้ำเสียงปลงตก แม้ทางตอนใต้ของภูมิภาคจะอยู่ดีมีสุข แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทางตอนเหนือนั้นมีผู้ร่วมชะตากรรมมากมาย ที่ต้องอพยพลี้ภัยไปทางยุโรป ผ่านทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทุกวัน บางส่วนรอด บางส่วนตาย เป็นเรื่องน่าเศร้าใจ      

       “แม่นายคงไม่ได้โทรมาบอกแค่ว่าที่โน่นเปิดศึกยิงกันใช่ไหม”

       “อืม น้องฉันอยู่ที่นั่นนะสิ”

       “ว่าไงนะ! อันย่าน่ะหรือ ก็ไหนว่าอยู่ฝั่งยุโรป”

       เจ้าชายอัสวานถามน้ำเสียงตกใจ อัญมณีคือสตรีคนเดียว เจ้าหล่อนเปรียบเสมือนน้องสาวของทุกคน เพราะมีหนุ่มๆ คอยปกป้องตั้งแต่เด็ก มีสถานที่มากมายให้ไปทำงาน แต่เพราะความหัวรั้นเจ้าตัวจึงเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงสูง

       “แล้วติดต่อได้ไหม”

       “ท่านพ่อท่านแม่ร้อนใจมาก ท่านพ่อติดต่อไปยังสหประชาชาติแล้ว เพราะโทรศัพท์ของน้องใช้ไม่ได้”

       “ให้ตายเถอะ ถ้าเป็นเด็กๆ พวกเราต้องจับมาดัดนิสัยกันหน่อย”

       เจ้าชายอัสวานพึมพำ เพื่อนเครียดก็พลอยเครียดไปด้วย ทั้งที่วันนี้เป็นวันดี เป็นวันครบรอบแต่งงาน

       “ซาเชส นายจะไม่พูดอะไรบ้างหรือ”

       อัสวานหันมาถามเพื่อน เพราะซาเชสเป็นคนเดียวที่ไม่พูดอะไร เจ้าตัวไม่แม้จะออกความเห็นด้วยซ้ำ เพียงยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบ

       “อันย่าเลือกเอง ใครจะทำอะไรได้ นอกจากเจ้าตัวจะยินดีกลับมา”

       “นั่นละคือปัญหา”

       เอเดนบอกเสียงเครียด น้องน้อยบอกว่าจะอยู่ที่นั่นจนครบปี ท่านแม่จึงกระวนกระวายไม่เป็นอันกินอันนอน เขาเป็นพี่ชายก็ห่วงใยไมต่างกัน ระเบิด ลูกปืน มันไม่เคยเข้าใครออกใคร ข่าวออกโครมๆ ว่ากลางสมรภูมินั่นมีประชาชนผู้บริสุทธิ์ล้มตายจำนวนมากในการปะทะแต่ละครั้ง

       “พอๆ ตัดเรื่องอันย่าจอมแสบไปก่อน วันนี้วันดีของนายนะอัสวาน สักพักก็ได้เวลาไปต้อนรับแขกหน้างานแล้ว”

       “ฉันเองก็ไม่สบายใจ จะมีวิธีไหนทำให้อันย่ากลับมาบ้าง”

       “คงยาก จอมแสบชอบคิดอะไรแปลกๆ อยู่ด้วย”

       ซาเชสบอกสีหน้าราบเรียบ แม้ไม่แสดงออกแต่ในใจของเขาก็ห่วงใยความปลอดภัยของจอมแสบไม่ต่างจากคนอื่น

       “ติดต่อได้เมื่อไร คงต้องบังคับกันบ้าง ถูกตามใจจนเคยตัว อันย่าถึงเชื่อมั่นในตัวเอง สงสัยต้องให้ท่านพ่อท่านแม่จับแต่งงาน”

       คำว่าจับแต่งงาน ทำเอาเจ้าชายอัสวานที่ยกแก้วชาขึ้นจึงต้องรีบกลืน เพราะเกือบสำลักเอียงหน้ามองเพื่อนด้วยสีหน้าเหลือจะกล่าว

       “นายคิดว่าการบังคับอันย่าเป็นเรื่องง่ายๆ รึเอเดน น้องสาวนายก็เหมือนน้องสาวฉัน พวกเราเอ็นดูและตามใจมาตลอด ของเล่นอะไรถ้าอันย่าต้องการพวกเรายินดีเสียสละให้ไม่เคยมีใครกล้าขัดใจ ถ้าเจ้าตัวไม่ยินยอมใครเลยจะบังคับได้ เจ้าตัวดื้อแค่ไหนพวกเราต่างรู้ดี จริงไหมซาเชส” ประโยคท้ายหันมาหาแนวร่วมซึ่งยังคงวางสีหน้าเรียบเฉียบ

       “ถ้าคิดว่าบังคับได้ ฉันก็เห็นด้วย”

       “เฮ้ย... ได้ไงซาเชส”

       “อาจจะเป็นการดีต่อตัวอันย่าเอง”

       “ร้อยเปอร์เซ็นต์ ฟันธงเลย อันย่าไม่มีทางยอมแต่งงานแน่นอน หรืออีกที อันย่าอาจพบรักท่ามกลางสมรภูมิรบไปแล้ว”

       เจ้าชายอัสวานหัวเราะเบาๆ กับความคิดของตัวเอง พลางพยักหน้าให้เอเดนหันมองซาเชส แม้วางสีหน้าเฉยนิ่งแต่ดวงตาสีน้ำเงินแตกต่างจากเพื่อนทั้งสอง

       “ถ้าอันย่าออกเรือน ท่านแม่กับท่านพ่อคงสบายใจ”

       เอเดนพูดลอยๆ แต่แอบดูปฏิกิริยาของซาเชส แม้ไม่ได้บีบบังคับหรือจับเพื่อนแต่งงานกับน้องของตน หากเอเดนก็ยังแอบหวังลึกๆ ให้เพื่อนรักเอ็นดูน้องสาวของตน เพราะถ้าเป็นซาเชสเขากับทุกคนในครอบครัวคงหมดห่วง แม้บิดาจะไม่เห็นด้วยแต่ถ้ามารดาออกหน้า บิดาหรือจะกล้าขัดใจ

 

…………………………….

มาแล้วจ้า มาอัพซาเชสของเรา ผู้ชายคนสุดท้ายแห่ง ซีรี่ย์ชุดหวามรักสุดรอยทราย ผู้ชายเล่นตัวที่ไม่ยอมรับอะไรง่ายๆ มาดูกันว่าเส้นทางความรักของเขาจะเป็นอย่างไร ฝากเนื้อ ฝากตัว ฝากหวาน ฝากหมั่นไส้ และฝากหื่น ด้วยนะจ้า อย่าลืมแอดติดตามกันไว้นะจ้า จุ๊บๆ

 

รักคนอ่านที่สูดดดด

กานต์มณี

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

558 ความคิดเห็น

  1. #217 ตรี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 14:23
    ไม่พูดละ เรื่องคำผิด คำตก อ่านทบทวนดู แต่ซาเชสเป็ทายาทคนโตตระกูลอาราฟัส?????
    #217
    0
  2. #51 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 08:52
    ชิชะ!!!!! ทำเป็นไม่สนใจ นะซาเชส 
    #51
    0
  3. #46 Bom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 15:37
    รอมาต่อนะค่า
    #46
    0
  4. #44 drn_ptk (@drn_ptk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 15:22
    ในที่สุดก็มา
    #44
    0
  5. วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 09:57
    นิ่งได้น่าหมั่นไส้มากกกก
    #33
    0
  6. #24 Pilin Pinit (@pilinpinit) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 08:16
    ทำเป็นเหมือนไม่สนแต่ลึกๆแล้วแอบหวั่นใจหรือเปล่าค่ะซาเซส
    #24
    0
  7. #22 nittedujob (@nittedujob) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 01:56
    ช่วงนี้...ขอรับฝากหมั่นไส้ไปพลางก่อน....ชิร์ หมั่นไส้ ^_______^
    #22
    0
  8. #21 pa kae (@aphadsara) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 23:17
    ทำเก๊กวางมาดขรึมนะพ่อซาเชส!!!!!
    #21
    0
  9. #20 เบเบ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 19:58
    ชอบๆๆๆๆๆรอๆๆๆ รอเล่มด้วยค่ะ ชอบคู่นี้ตั้งแต่เล่มแรกเลนค่ะน้องบอกว่าจะไม่ยอมให้พี่ซาเชสแต่งงาน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #20
    0
  10. #19 mod_tnp (@mlodie) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 17:10
    กรี๊ดดชอบคู่นี้มากรอไม่ไหวพรุ่งนี้มาต่อนะคะ
    #19
    0
  11. #18 Pla Ruengurai (@khunpla) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 14:06
    5555 มาแล้วววรอมานาน ลุ้นนนๆๆๆคร่า
    #18
    0
  12. #17 Kwannaja_2529 (@kwannarak2529) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 13:18
    ทำเป็นปากแข็งนะเฮีย...หึหึ
    #17
    0
  13. #16 Peechayarputh (@khimrueng) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 10:12
    มาแล้ว  คู่นี้ที่รอลุ้นมานาน  ตามมาปูเสื่อรอเชียร์อันย่านะคะ  ไฟต์ติ้งเน้อ  อันย่า....
    #16
    0
  14. #15 Fah Pratumwan Ja (@farrsai25) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 09:16
    ลุ้นๆความรักซาเชสกับอันย่า
    #15
    0
  15. #14 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 09:14
    รอดูคนเย็นชา โดยความร้อนทำให้หัวใจละลายซะหน่อย
    #14
    0
  16. #13 ผีน้อยชิชา (@maydoku) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 09:12
    ตามมาอ่านแล้วค่ะ
    #13
    0
  17. #12 nittedujob (@nittedujob) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 08:53
    จัดเล่มส่งแม่ยกเร็วๆหน่อยนะคะหนุ่มคนนี้ ^___^
    #12
    0
  18. #11 Ratree Poonpipat (@ratreeza14) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 08:41
    แหม...อิพี่ช่างปากแข็งจริงๆๆ นะ 555
    #11
    0