โซ่รักอสูรร้อน (สนพ.ไลต์ออฟเลิฟ)

ตอนที่ 25 : บทที่ 7 - 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,869
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    1 ก.ย. 59

 


 

บทที่ 7 - 4



          เกือบสี่ทุ่มเห็นจะได้ ที่คนสนิทอย่างโอนอฟเข้ามาเคาะประตูห้องเบาๆ ร่างหนาใหญ่ที่เพิ่งทิ้งกายลงนอนก้าวลงจากเตียง ไม่ลืมหันมามองคนบนเตียงที่ทำเหมือนหลับ ทว่าแท้จริงแล้วยังไม่หลับ เขายิ้มเล็กน้อยก่อนเดินออกจากห้อง

          “มีอะไรหรือโอนอฟ”

          “เกิดความผิดปกติบางอย่างครับ”
          “หมายถึง...” หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

          “คือเมื่อตอนหัวค่ำ ผมรู้สึกเหมือนมีใครกำลังจับตาดูพวกเราอยู่ การมาของคุณซาเชสไม่ได้ปิดบัง ทุกคนรู้ว่าคุณคือใคร ผมไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย”

          “ที่นี่คือลีเซีย ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เลวร้าย”

          “ผมคิดว่าต้องเป็นคนนอกพื้นที่ หรือไม่...”

          “นายกำลังสงสัยอะไร”

          “ผมคิดว่าคุณซาเชสก็คงสงสัยเหมือนกัน ก่อนหน้าจัดงานแต่ง สถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก เราได้เปรียบ แต่ทางนั้นก็ได้เปรียบเหมือนกัน คนในรัฐบาลของอิสราเบลเสียงแตกเป็นสอง กลุ่มหนึ่งสนับสนุนให้เราเข้าทำสัมปทานที่เกาะบอนอส แต่อีกกลุ่มก็สนับสนุนคู่แข็ง” โอนอฟสีหน้าจริงจัง

          “นายกำลังจะบอกว่าฉันไม่ปลอดภัย เราควรรีบออกจากที่นี่”

          “ความจริงผมไม่อยากเชื่อมโยง แต่อดคอดไม่ได้ครับ ก๊าซธรรมชาติที่สำรวจเจอมีมูลค่ามหาศาล ใครได้ครอบครองก็มีแต่กำไร”

          ความพร้อมของซาชสมีเต็มร้อย ทั้งด้านเครื่องมือ เทคโนโยลีต่างๆ หรือแม้แต่บุคลากรอันทรงคุณค่า ในขณะที่คู่แข่งตกเป็นรองในทุกด้าน จะมีก็แค่เป็นคนในประเทศอิสราเบล

          “ทางนั้นว่าไง”

          “เงียบมากครับ ผมส่งคนสืบข่าวอยู่ ยื่นซองสัมปทานครั้งสุดท้ายอีกสองสัปดาห์ครับ”

          “โอเค เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยง พรุ่งนี้เราจะเดินทางกลับเมืองหลวงกัน”

          “ดีครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากพูด”

          เพราะโอนอฟห่วงใยสวัสดิภาพของผู้เป็นนาย ไม่อยากให้เกิดเรื่อง เพราะมันอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลอิสราเบล หากเกิดเรื่องไม่ดีจะกลายเป็นข้ออ้างของฝ่ายที่คัดค้าน ฝ่ายนั้นจะได้เปรียบขึ้นมาทันที

          “บอกคนของเราเตรียมตัวให้พร้อม สายๆ เราจะออกกันเลย”

          “ครับ”

          “แค่นี้ใช่ไหมที่อยากคุยกับฉัน”

          โอนอฟไม่ตอบเพียงยิ้มเล็กน้อย และโค้งศีรษะ ซาเชสจึงกลับขึ้นห้องพัก

          “ออกไปไหนมาคะ”

          “คุยเรื่องงาน สำคัญมาก พรุ่งนี้เราต้องรีบออกเดินทาง ฉะนั้นคืนนี้พักผ่อนเอาแรงให้มากๆ กว่าเราจะเปลี่ยนพาหนะก็เป็นวันมะรืน”

          คนตัวเล็กกะพริบตาปริบๆ คำสั่งอีกแล้วสินะ เขาสั่งก็คงต้องทำตาม ไม่อยากกลับแต่ก็ต้องกลับ

          “ทำหน้าทำตาเข้า ไม่พอใจหรือ”

          “อันย่าอยากอยู่ต่อ”

          “พอแล้ว หมดเวลาสนุก เราสองคนต้องกลับไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง อย่าหนี อย่ากลัว อย่าคิด และอย่ามโนไปไกล ในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง”

          บอกเสียงเรียบ ก่อนเอนกายลงนอน ขยับเข้าหาคนตัวเล็ก อัญมณีถอยไปชิดขอบเตียงอีกด้านไม่ยอมให้กอด

          “หนีทำไม”

          “ไม่อยากเสียเปรียบ”

          “เลิกพูดอะไรที่มันซ้ำซากน่าเบื่อสักทียายจอมแสบ ตอนนี้ได้พี่เป็นสามีสมใจ จะมารังเกียจรังงอนอะไรนักหนา หัดทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว”

          คนถูกสอนใบหน้างอง้ำ เธอจะไม่ยอมจนกว่าจะมีพิธีแต่งงานถูกต้อง

          “ไม่ค่ะ”

          “ทำไม?” ถามเสียงห้วนจัด หรี่ตารอคอยคำตอบ

          “แค่ต้องนอนห้องเดียวกันอันย่าก็เสียเปรียบมากพอแล้ว พี่จะได้อันย่าอีกครั้งก็ต่อเมื่อเราแต่งงานกัน ถ้าพี่ไม่แต่ง ก็อย่าหวังว่าจะได้นั่นนี่กับอันย่าอีก”

          เอากับยายจอมแสบหัวหมอสิ พอรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายได้เปรียบก็ต่อรอง คนตัวใหญ่ต้องผ่อนลมหายใจเข้าออกระงับความโมโห แต่ให้ตายดับ ภาพความงดงามที่ผ่านมาก็ตามหลอกหลอนจนอสูรน้ำแข็งเริ่มควบคุมอารมณ์ความต้องการของตัวเองไม่ได้

          “ตกลง”

          พูดจบก็เอนกายลงนอนตะแคงข้างหันหลังให้คนตัวเล็ก อัญมณีควรดีใจที่เขาไม่แตะต้องตัวเอง แต่ทำไมล่ะ ทำไมต้องรู้สึกหงุดหงิดที่พี่ซาเชสยอมง่ายๆ แทนที่จะบังคับหรืออะไรก็ได้เพื่อกอดเรานอนในค่ำคืนนี้ ยอมแพ้ง่ายเกินไปหรือเปล่าหรือว่าเราไม่มีเสน่ห์ดึงดูด ไม่มีความยั่วยวนจนทำให้อีกฝ่ายอยากทะนุถนอมกอด

          “คิดสินะ”

          เสียงห้าวทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงขยับตัวของคนข้างกายหลายครั้ง

          “อะไรคะ”

          “คิดว่าทำไมพี่ไม่ข่มขู่ ไม่เอาแต่ใจ มันไม่ใช่แบบที่เรากังวลหรอกอันย่า นอนซะ”

          สาวเจ้าหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน อยากนอนหรอก แต่มันนอนไม่หลับเอาเสียเลย พี่ซาเชสยังมาทิ้งปริศนาคาใจ

          “พี่ซาเชสกำลังจะพูดอะไรคะ”

          “เรากำลังคิดว่าทำไมพี่ไม่กอด ทั้งที่พี่อยากกอด เรากำลังคิดว่าทำไมพี่ไม่ดึงดัน” เขาเดาถูกเป๊ะเลย

          “เพราะพี่ไม่อยากใกล้เราไปมากกว่านี้ ยิ่งใกล้มันยิ่งทรมาน ฉะนั้นเรานอนเว้นระยะห่างแบบนี้ดีแล้ว พี่เองก็อยากให้ทุกอย่างระหว่างเรามันถูกต้องเสียก่อน ถึงวันนั้นพี่คงสามารถกอดเราได้โดยไม่ต้องกังวลอะไร”

          อัญมณียิ้มกับแผ่นหลังกว้าง พอเข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายแล้ว

          “ฝันดีนะอันย่า”

          “ฝันดีเช่นกันค่ะพี่ซาเชส”

          สาวเจ้าขยับหันหลังหลับตาพริ้มด้วยสีหน้ามีความสุข คำว่าทำอะไรให้ถูกต้องมันรู้สึกดีเหลือเกิน ไม่ต้องรักอันย่ามากหรอกนะคะ ขอให้ค่อยๆ รักอันย่าที่ละน้อย แต่เพิ่มมากขึ้นทุกวันก็พอ

 

          ขบวนม้าและอูฐพร้อมเตรียมเคลื่อนตัวออกเดินทาง หลังทุกคนทานอาหารเช้าจากทางโรงแรมเรียบร้อยแล้ว หมอสตีฟทราบข่าวว่าเพื่อนร่วมงานจะเดินทางกลับ รีบเดินแกมวิ่งมาด้านหน้าโรงแรมรวดเร็ว คุณหมอมีกระเป๋าเป้ใบใหญ่สองใบ สะพายด้านหน้าและสะพายด้านหลังหอบมาด้วย

          “อันย่า ให้ตายสิ กะจะไม่ล่ำลากันเลยหรือ”

          “ขอโทษทีค่ะหมอ ทุกอย่างกะทันหันมาก”

          บอกพลางหันมองคนตัวใหญ่ที่กลายเป็นผู้บัญชาการไปแล้วเรียบร้อย ซาเชสวางสีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์มองสองคนอยู่ห่างๆ

          “เสียดายจริง เรายังเดินเที่ยวที่นี่ไม่ทั่วเลย”

          “นั่นสิ ผมคิดว่าคุณจะอยู่อีกสักสองสามวัน”

          “อยากให้เป็นแบบนั้นค่ะ แต่ต้องรีบกลับ พี่ซาเชสมีงานด่วนต้องทำ”

          บอกเสียงเบา และอัญมณีก็ไม่อยากก่อเรื่องมากไปกว่านี้ ทุกอย่างอยู่ในความสงบดีแล้ว เธอยังต้องเตรียมตัวตั้งรับกับบิดาและมารดา ที่ไม่รู้ว่าท่านจะว่าเช่นไรเมื่อเดินทางกลับซาลัส

          “ผมไปด้วยได้ไหม”

          สตีฟไม่มีโปรแกรมตายตัว เขาพร้อมลุยทุกสถานการณ์ คิดว่าจะเข้าเมืองหลวงของลีเซียอยู่แล้ว จึงคิดว่าน่าจะไปพร้อมอัญมณีเลย

          “ไม่ได้!

          เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นขัดกลางวงสนทนา เขาเหม็นขี้หน้าไอ้หมอฝรั่งนี่ ไม่อยากให้มันเข้าใกล้หรือแม้แต่ทำตัวสนิทสนมกับเมียของเขา ดวงตาสีน้ำเงินกระด้างไม่เป็นมิตร

          “ทำไมล่ะครับ คุณเป็นเจ้าบ้าน ควรทำตัวต้อนรับถึงจะถูก”

          “จะเดินทางกลับก็กลับเอง ทำไมต้องมาวุ่นวาย”

          “พี่ซาเชส ทำไมต้องดุด้วยคะ เรื่องแค่นี้เอง อีกอย่างเรากำลังจะเดินทางกันอยู่แล้ว มีหมอสตีฟไปอีกคนไม่เป็นภาระอะไรหรอกค่ะ”

          อัญมณีออกตัว เห็นสีหน้าแข็งกระด้างของพี่ซาเชสแล้วรู้สึกดีบอกไม่ถูก คงหึงหวงเราสินะ สาวเจ้าอมยิ้มแก้มแทบแตก

          “คำสั่งของพี่ถือเป็นเด็ดขาด”

          “แต่หมอสตีฟเป็นเพื่อนอันย่านะคะ เขามาเที่ยวลีเซียคนเดียว เขาไม่มีใคร มาเจอเพื่อนเก่าก็เหมือนมีที่พึ่ง พี่ซาเชสเป็นเจ้าบ้าน น่าจะยินดีที่มีคนต่างชาติมาท่องเที่ยวประเทศนี้”

          อัญมณีเอ่ยอย่างเป็นกลาง ส่วนคนตัวใหญ่ยังวางหน้าเรียบเฉย เหลือบตามองหมอสตีฟด้วยสายตาเย็นชา

          “ตามใจ”

          “ผมยินดีจ่ายค่าเช่าอูฐให้กับคุณครับ ผมไม่ขอเดินทางฟรีแน่นอน”

          “โอนอฟ จัดการด้วย”

 

………………………………………

อัพแล้วจ้า พี่ซาเชส กับ น้องอันย่า  และขอฝากติดตามรูปเล่มด้วยนะคะ ตอนนี้หนังสือกระจายออกจากคลังแล้ว สามารถสั่งกับพนักงานหน้าร้านนายอินทร์ ซีเอ็ด บีทูเอส ได้เลยนะคะ จะได้หนังสือเร็วขึ้น ค่าตัว 289 บาท ส่วนในเวปสนพ. หนังสือหมดรอเติมสต็อคสัปดาห์หน้านะคะ

 

กานต์มณี

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

558 ความคิดเห็น

  1. #428 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 15:22
    ต่อไปจะหึงเมียมาก..บอกเลย
    #428
    0
  2. #427 ผีน้อยชิชา (@maydoku) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 12:48
    น่าคิดว่าหมอสตีฟ เป็นคนดีหรือร้าย หรือมาทำให้เฮียหึงเฉยๆ
    #427
    0
  3. #426 Peechayarputh (@khimrueng) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 10:42
    หมอสตีฟจะเป็นผู้ต้องสงสัยด้วยไหม  ทำไมต้องอยากตามขบวนไปด้วย....  อยากรู้จริงๆ...
    #426
    0
  4. #425 Bom (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 10:21
    ได้หึงตลอดเส้นทางแน่ อิอิ
    #425
    0
  5. #424 Pla Ruengurai (@khunpla) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 10:20
    รอๆๆๆอ่านนะคะ ลุ้นๆๆคร่า
    #424
    0
  6. #423 yanwattana (@yanwattana) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 09:41
    เหมือนจะมีอาไรนะ
    #423
    0
  7. #422 เบเบ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 09:03
    นังหมอสตีฟนี่จะเป็นคนดีหรือคนร้ายล่ะ อ่านแล้วก็ทำให้คิดและสงสัย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ มโนไป สั่งหนังสือกับสำนักพิมพ์ไม่ทันวันเสาร์นี้จะไปหาซื้ออยากได้หนังสือใจจิขาด
    #422
    0