ตอนที่ 19 : /Chapter 18/

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 ต.ค. 58



















เสียงรองเท้าคัทชูสีดำดังกระทบพื้นหินอ่อนของโถงทางเดินในคอนโดหรูใจกลางเมือง เด็กหญิงวัยประถมต้นฮัมเพลงอารมณ์ดี เดินกระโดดไปมาเบาๆจนเส้นผมดำขลับยาวหนาเป็นแพรไหมนั่นไหวกระจายไปรอบๆพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองคนเป็นแม่ที่ก้มลงมายิ้มอ่อนโยนให้ มือเล็กกระชับมืิอที่จับกับมือของแม่ให้แน่นขึ้น
“ฮงบินนี่ ดีใจใช่ไหมที่จะได้เจอคุณพ่อแล้ว”ฮงบินยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋มที่ข้างแก้มทั้งสองข้าง ดวงตากลมโตนั่นสุกใสระยิบระยับจนคนเป็นแม่ต้องหัวเราะกับรอยยิ้มหวานนั่น

“คุณพ่อจะต้องมีของฝากดีๆมาให้บินแน่ๆ บินอยากแกะของขวัญ”ฮงบินเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว ทั้งสองแม่ลูกเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องสุดท้าย สงบที่สุด วิวดีที่สุด เด็กหญิงยืนเขย่งย่อบนปลายเท้าไปมา เก็บอาการความตื่นเต้นไว้ไม่มิด เสียงปลดล็อคประตูห้องดังทำให้ฮงบินจับลูกบิดประตูและเปิดประตูห้อง กว้างพอสำหรับตัวเธอและแม่

ดวงตากลมโตเบิกกว้างพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกออกกว้างขึ้นเรื่อยๆเมื่อเด็กหญิงเห็นร่างของผู้เป็นพ่อในชุดสูททำงานอย่างที่เคยเห็นทุกวัน กระเป๋าเดินทางใบโตยังคงวางอยู่ที่ข้างๆโซฟาในห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ชายวัย30กว่าเงยหน้าขึ้นมอง ละสายตาจากถุงกระดาษใบใหญ่ที่ใส่ของขวัญเอาไว้ ใบหน้าที่ดูเหมือนกันกับลูกสาวก็พลันสดใสขึ้นทันที ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้างก่อนจะระเบิดหัวเราะเมื่อฮงบินถอดรองเท้าแล้วรีบวิ่งปรี่เข้ามาหา เด็กหญิงตัวเล็กกระโดดกอดพ่อของตนด้วยความดีใจ ภาพที่พ่อลูกกอดกันกลมก็ทำให้คนเป็นแม่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข

“คุณพ่อกลับมาแล้ว! ของขวัญของบินล่ะ~”เด็กหญิงหน้าหวานหัวเราะคิกคักจั๊กจี้เมื่อไรคางสากของๆพ่อเสียดสีไปมาที่ข้างแก้ม ปลายจมูกโด่งของพ่อฝังลงที่แก้มบุ๋มนิ่มๆ หอมฟอดใหญ่ให้ชื่นใจที่ไม่เจอกันนานเกือบสองอาทิตย์

“ยัยเด็กแสบ มาถึงก็ถามหาของขวัญเลยนะ เอ้าๆไปแกะดูสิในถุงนั่นน่ะ”ฮงบินรีบดิ้นออกจากอ้อมแขนของพ่อแล้วตรงไปยังถุงที่วางอยู่ใกล้ๆ มือเล็กฉีกแกะกระดาษห่อของขวัญอย่างตื่นเต้น เสียงเล็กร้องด้วยความดีใจเมื่อหยิบของขวัญออกมาจากกล่อง รองเท้าผ้าใบสีน้ำเงินฟ้าคู่สวย
“เป็นไง ชอบมั้ย ตอนเล่นบาสเก็ตบอลกับเพื่อนๆจะได้มีใส่สวยๆไง”ฮงบินยิ้มกว้างมืองรองเท้าคู่ใหม่ในมือแล้วก็พยักหน้ายิ้มแล้วเดินเข้าไปกอดพ่ออีกทีหนึ่ง “ขอบคุณค่ะคุณพ่อ”



ชีวิตของเด็กน้อยอีฮงบินเป็นชีวิตที่มีความสุขที่สุดในโลก



อีฮงบินเกิดมาในครอบครัวที่ดีมีฐานะ พ่อของเธอเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทใหญ่เป็นอันดับต้นๆของเกาหลี ส่วนแม่ของเธอก็เป็นแฟชั่นบล็อคเกอร์ชื่อดังที่มีงานเขียนลงแมกกาซีนต่างๆที่เริ่มผันตัวมาเป็นแม่บ้านอย่างจริงจังหลังจากมีฮงบิน แต่ก็ยังคงพยายามเขียนอัพเดทอยู่บ้างถ้ามีเวลาว่าง

ฮงบินเติบโตมาในคอนโดหรูใจกลางเมือง อยู่ชั้นสูงๆที่ภายในห้องมีกระจกบานใหญ่เห็นวิวทิวทัศน์กรุงโซลได้ทั่วๆ สภาพแวดล้อมที่ดีและอยู่ในโรงเรียนที่ดีที่สุด กินอาหารที่ดีและมีพ่อแม่ที่ดูแลเอาใจใส่อย่างดี เธอเติบโตมาด้วยความรัก อีฮงบิน เด็กหญิงที่ทุกคนรักและใครๆก็ต่างเอ็นดู ใบหน้าสวยหวานดวงตากลมโตเป็นประกายกับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่มีลักยิ้มที่แก้มทั้งสองข้าง

วันเวลาที่มีความสุขของอีฮงบินก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เธอเติบโตมาเป็นเด็กสาวที่เก่งทั้งกีฬาและการเรียน รวมถึงรูปร่างหน้าตาที่งดงาม ฮงบินเข้าเรียนโรงเรียนสหแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุด เธอเหมือนจะเป็นคนที่เพอร์เฟคที่สุดเท่าที่ใครจะเคยได้รู้จัก

เด็กสาววัย 14 ปีที่มีส่วนสูง 168 เซนติเมตรนับว่าเป็นส่วนสูงที่โดดเด่นในหมู่เด็กรุ่นเดียวกัน ผมยาวดำถึงกลางหลัง ดวงตากลมโตน่ามองและท่าทางที่น่ารักเป็นกันเองออกจะห้าวๆเสียด้วยซ้ำ มีรุ่นพี่หลายคนที่แอบมองฮงบิน แต่ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะไม่ได้สนใจเรื่องความรักเลย

ฮงบินเดินเข้าไปในโรงยิมของโรงเรียนอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ใบหน้าหวานยื่นโผล่ออกมาจากกรอบประตูเพื่อแอบมองคนที่กำลังใช้สนามอยู่เล็กน้อย กลุ่มนักเรียนชายร้องเสียงดังแข่งกับเสียงลูกบาสเก็ตบอลและเสียงรองเท้าผ้าใบที่บดเบียดกับพื้นมันปลาบดังเอี๊ยดอ๊าด สาวหน้าหวานหายใจเข้าลึกๆแล้วเดินเข้าไปข้างในโรงยิม ผ่านอัฒจันทร์ที่นั่ง เธอเลือกนั่งลงบนอัฒจันทร์ชั้นล่างสุดแล้วมองกลุ่มเด็กผู้ชายที่เล่นกันอย่างสนุกสนาน ไม่ได้รู้สึกเขินอะไรหรอกเพราะเธอก็เล่นกับเด็กผู้ชายมาตลอดตั้งแต่ไหนแต่ไร ด้วยความที่ชอบกีฬาเด็กผู้ชายนี่แหละ

“เฮ้ เธอมารอใครเหรอ”เสียงนุ่มๆของเด็กผู้ชายดังขึ้นข้างๆทำให้ฮงบินหันไปมอง รอยยิ้มบางปรากฎขึ้นบนใบหน้าหวานให้กับเด็กชายตัวผอม เขามีผิวสีน้ำผึ้งสวยกับรูปร่างโปร่งค่อนไปทางผอม ใบหน้าเรียวกับจมูกโด่ง ดวงตาเรียวตกที่ทำให้ดูน่ารักแบบแปลกๆดี? เด็กชายยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อแล้วนั่งลงข้างๆ
“อ๋อ เปล่าหรอก ฉันแค่อยากเล่นด้วยอะ”ฮงบินตอบไปตรงๆตามความจริงที่ทำให้เด็กชายเลิกคิ้วมองเพื่อนผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆตอนนี้


หน้าสวย ดูอ่อนหวาน ผมยาวสลวยแบบนั้นเนี่ยนะเล่นบาสเก็ตบอล!?


“เอ่อ…เธอเล่นเป็นด้วยเหรอ”


“เป็นสิ! ฉันเล่นบาสมาตั้งแต่ประถมแล้ว เพิ่งขึ้นปี1มาเลยไม่รู้จะเล่นกับใครดี เล่นด้วยได้ปะละ?”


เด็กชายผงะไปเล็กน้อยเมื่ออีกคนโพล่งออกมา ดวงตากลมโตนั่นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างบอกไม่ถูก จริงๆก็สวยดีอยู่หรอกนะแต่นิสัยเหมือนจะผิดกับรูปลักษณ์เลย เขายิ้มงงๆกลับไปให้เด็กหญิงตรงหน้า
“เล่นได้สิ ฉันก็ปี1 ตรงนั้นที่เล่นๆอยู่ก็ปีหนึ่งเหมือนกัน ฉันชื่อคิมวอนชิก ปีหนึ่งห้องC”เด็กชายยิ้มกว้างขึ้นอีกทำให้ฮงบินส่งยิ้มหวานตอบกลับไป จริงๆเพิ่งจะเปิดเทอมได้อาทิตย์เดียวเธอก็ยังไม่ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนเท่าไหร่นัก



“ฉันชื่ออีฮงบิน ปีหนึ่งห้องB”



และนั่นก็เป็นวันที่ฮงบินได้รู้จักกับวอนชิก เพื่อนสนิทที่ดีที่สุดของเธอ



วอนชิกแนะนำฮงบินให้รู้จักกับเพื่อนที่เล่นบาสเก็ตบอลคนอื่นๆ และทั้งหมดก็กลายเป็นกลุ่มเด็กมัธยมต้นปี1ที่เล่นบาสเก็ตบอลด้วยกันหลังเลิกเรียนแทบทุกวัน ก่อตัวเป็นมิตรภาพที่ดี แม้ว่าหลายๆคนอาจจะไม่เข้าใจที่ฮงบินมักจะนั่งกินข้าวกับเพื่อนผู้ชายกลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าด้วยความที่เธอดูเป็นผู้หญิงสวยและหวานไม่น่าจะเข้ากันกับเด็กผู้ชายได้ แต่ว่าก็ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีเพื่อนผู้หญิงหรอกนะ










ชีวิตวัยมัธยมของฮงบินก็ยังดำเนินไปอย่างราบรื่น มีเพื่อนที่ดี ได้ทำในสิ่งที่ชอบ เรียนได้ผลสอบคะแนนดี เป็นคนที่เพื่อนและอาจารย์รัก เธอคิดว่าเธอช่างเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก
ยิ่งโตขึ้นฮงบินก็ยิ่งกลายเป็นสาวสวยที่ล็อคเกอร์ไม่เคยว่าง มีจดหมายรักจากรุ่นพี่และรุ่นน้องเต็มไปหมด ถึงแม้จะไม่ใช่คนที่ป็อบปูลาร์ที่สุด แต่ก็เป็นคนที่หลายๆคนตื่นเต้นเมื่อเดินเจอ ฮงบินตัดผมให้สั้นลงเหลือระดับประบ่าเพราะบอกว่าผมเดิมมันยาวจนน่ารำคาญ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอน่ารักน้อยลงเลย

“วันนี้กินข้าวกับที่บ้านใช่ปะ”วอนชิกถามขึ้นระหว่างเดินไปส่งฮงบินที่บ้าน ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น แต่รู้ตัวอีกทีวอนชิกก็จะคอยเดินมาเป็นเพื่อนกลับบ้านกับฮงบินทุกวัน ตอนนี้วอนชิกโตเป็นหนุ่มแล้ว เสียงที่เคยนุ่มหูก็แตกทุ้มต่ำจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง ส่วนสูงที่เคยพอกันกับฮงบินก็กลายเป็นอีกคนสูงชะลูดแตะ180เซนติเมตรอย่างรวดเร็ว รูปร่างกำยำไม่ผอมกะหร่องแบบครั้งแรกที่เจอกันทั้งๆที่อยู่เพียงมัธยมต้นปี3เท่านั้น ก็คงเพราะกรรมพันธุ์แล้วก็ยังเล่นกีฬาอีก ฮงบินเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทแล้วพยักหน้าเร็วๆ

“อื้อ วันนี้คุณพ่อกลับมาจากทริปที่อเมริกา ไม่รู้ทำไมแต่เดี๋ยวคุณแม่ว่าจะพาออกไปกินข้าวนอกบ้าน”ฮงบินเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นที่ทำให้วอนชิกอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มขำๆ มือเรียวยกขึ้นขยี้หัวเพื่อนสาวเบาๆจนอีกคนมองค้อนทำหน้ายู่ไม่ชอบใจ

“ดีใจด้วยนะ นานๆทีจะได้เจอก็เลยอยากจะทำอะไรพิเศษหรือเปล่า?”ทั้งคู่หยุดเดินเมื่อถึงหน้าคอนโดหรู ฮงบินหันมามองวอนชิกพร้อมส่งยิ้มให้เล็กน้อยก่อนที่จะโบกมือลา
"เจอกันพรุ่งนี้วอนชิก อย่าลืมเอาซีดีเพลงที่ว่านั่นมาด้วยล่ะ!"วอนชิกหัวเราะแล้วยื่นมือไปยีหัวคนตัวเล็กกว่าเบาๆ
"เออไม่ลืมๆ เจอกันพรุ่งนี้"ร่างสูงยิ้มให้คนหน้าหวานอีกทีและยืนมองจนกว่าอีกคนจะเดิน ไม่สิ วิ่งร่าเข้าคอนโดจนลับสายตาไปแล้วจึงเดินกลับเพื่อไปขึ้นรถไฟใต้ดินกลับบ้านของตน


วอนชิกเองก็ไม่รู้เหตุผลหรอกว่าทำไมถึงรู้สึกอยากเดินมาส่งอีกคนกลับบ้านทุกวัน


ก็แค่...รู้สึกดีที่ได้อยู่ด้วยกันสองคน



"กลับมาแล้วค่า"ฮงบินเปิดประตูห้องของตนพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสกว่าปกติ เธอแทบรอไม่ไหวที่จะได้เจอคุณพ่อที่มักจะมาพร้อมกับของขวัญจากเมืองต่างๆที่ได้ไป เธอคาดหวังที่จะเห็นคุณพ่อนั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น มีกระเป๋าเดินทางที่ขี้เกียจแกะออกมาจัดวางไว้ใกล้ๆ



แต่วันนี้มันไม่ได้เป็นแบบนั้น



คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างงุนงงเมื่อเข้ามาในห้องแล้วพบว่าในห้องปิดไฟมืดกว่าปกติ ฮงบินถอดรองเท้าเก็บแล้วเดินไปเปิดไฟและเธอก็พบว่าไม่ได้มีกระเป๋าเดินทางของคุณพ่ออย่างเคย สงสัยคุณแม่จะแกะออกมาแล้วล่ะมั้ง?
"คุณพ่อ? คุณแม่คะ?"เด็กสาวเดินมองหาคนในบ้านด้วยความกังวล มีอะไรหรือเปล่านะ? เมื่อเดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่ของคุณพ่อกับคุณแม่เธอก็ต้องถอนหายใจโล่งเมื่อเจอคุณแม่นั่งอยู่บนเตียง

"คุณแม่ บินกลับมาแล้วนะ"ฮงบินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจเพราะบรรยากาศแปลกๆในบ้าน แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เธอก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ หญิงวัยกลางคนสะดุ้งเฮือกหันมามองลูกสาวที่ยืนขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยอยู่หน้าห้อง เธอกวักมือเรียกให้ฮงบินเดินเข้ามานั่งข้างๆบนเตียง

"มีอะไรเหรอคะ คุณพ่อไฟลท์ดีเลย์เหรอคุณแม่?"ฮงบินถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล รู้สึกผิดปกติมากจริงๆจากคุณแม่ที่มักจะต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มที่สดใส แต่วันนี้กลับมีท่าทีนิ่งเฉยไป คุณแม่ของเธอนั้นถอนหายใจเบาๆ
"ฮงบินอา..."มือที่อ่อนนุ่มและอบอุ่นเสมอของผู้เป็นแม่กลับเย็นเฉียบจนน่าตกใจ ฮงบินบีบมือของแม่เอาไว้ในขณะที่หัวใจก็เต้นรัวด้วยความกังวล

"เมื่อกี๊...แม่...ได้รับโทรศัพท์จากออฟฟิศของพ่อ ว่า..."เสียงของแม่ที่สั่นเครือเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ในคอทำให้เธอต้องหยุดเพื่อหายใจเข้าลึกๆ มาถึงตอนนี้ฮงบินก็รู้แล้วว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เพียงแต่ภาวนาในใจว่าไม่ให้เป็นเรื่องร้ายแรงก็พอแล้ว


"เครื่องบินลำที่พ่อขึ้น...ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไร ตกลงมหาสมุทรแปซิฟิค ตอนนี้...ยังหาผู้รอดชีวิตไม่ได้"


ฮงบินนิ่งตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินข่าวที่ร้ายที่สุดจากคุณแม่ ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกโพลง ลูกสาวหน้าหวานหัวเราะแห้งๆเหมือนไม่เชื่อหูตัวเองในสิ่งที่เพิ่งได้ยินไป
"...จ...จริงเหรอคะ...คุณพ่อเก่งจะตาย คุณพ่อรอดอยู่แล้ว..."เธอไม่รู้ว่าพูดอะไรโง่ๆแบบนั้นออกไปได้ยังไง มันก็แค่...ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับครอบครัวของเธอ

"ฮงบินอา...แต่มันตั้งแต่เช้าแล้วนะ แม่...แม่...ไม่รู้"เด็กสาวพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เพราะเธอรู้ดีว่าตอนนี้แม่ของเธอนั้นกำลังต้องการที่พึ่งมากที่สุด และคนที่เธอเคยพึ่งก็กลับไม่อยู่ตรงนี้ มีเพียงฮงบินเท่านั้นที่จะคอยอยู่เคียงข้าง ฮงบินเขยิบเข้าไปกอดคุณแม่ของเธอเอาไว้ และถึงแม้น้ำตาจะคลอหน่วงที่ดวงตากลมสวยของเธอ แต่เธอก็ตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้เด็ดขาด


"คุณพ่อต้องไม่เป็นอะไร...บินเชื่อว่าคุณพ่อจะต้องไม่เป็นไร..."


แต่ชีวิตมันก็ไม่ใช่เทพนิยายหรอก











งานศพของอีฮยอนซูจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมกับเกียรติยศชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ในฐานะผู้บริหารระดับสูงที่สร้างผลงานมากมายให้แก่บริษัท พวงหรีดสีสวยขนาดใหญ่ ดอกไม้แสดงความเสียใจวางกันแน่นขนัดห้อง ผู้คนมากมายทั้งเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมรุ่นมัธยม มหาลัย ลูกค้าที่เคยติดต่อทำธุรกิจ รวมถึงครอบครัวของเพื่อนของฮงบินต่างมาร่วมเคารพศพกันไม่ขาดสาย สำหรับพวกเขา พวกเขาอาจจะเสียเพื่อนที่รักไป เสียเพื่อนร่วมงาน ลูกน้องที่ซื่อสัตย์ หรือเจ้านายที่น่าเคารพไป แต่สำหรับอีมินยองกับอีฮงบิน พวกเธอเหมือนสูญเสียโลกทั้งใบ

น่าแปลกสำหรับเด็กอายุเพียงแค่16ปีที่สูญเสียพ่ออันเป็นที่รักไปที่จะยังคงทีรอยยิ้มและไม่มีน้ำตาสักหยดภายในงานศพ เธอทำหน้าที่แทนคุณแม่ที่อ่อนแอเกินกว่าจะทำอะไร คอยต้อนรับแขกเหรื่อได้อย่างดี แต่สำหรับเพื่อนสนิทอย่างวอนชิกแล้ว...เขารู้ดีว่าดวงตาคู่นั้นอ่อนแสงและมืดหม่นเพียงใด ไม่สดใสเป็นประกายอย่างทุกครั้ง
เด็กหนุ่มได้แต่คอยช่วยอยู่ไม่ห่างและไม่คิดจะปริปากบ่นแม้จะต้องแกร่วอยู่ทั้งวันทั้งคืน เมื่อไหร่ที่เขาเห็นว่าฮงบินกำลังดูเศร้ากว่าปกติ วอนชิกก็แค่เดินเข้าไปใกล้ๆและจีบมือเล็กของเพื่อนสนิทเอาไว้ เพราะถึงแม้จะทำตัวเข้มแข็งแค่ไหน แต่สุดท้ายฮงบินก็เป็นเพียงเด็กผู้หญิงที่เพิ่งสูญเสียคุณพ่ออันเป็นที่รักไปก็เท่านั้น

คืนสุดท้ายที่นำศพลงฝัง ฮงบินกดกริ่งบ้านเขาตอนค่ำ บอกว่าคุณแม่หลับไปแล้วและถามว่าเขาว่างไหม แน่นอนว่าวอนชิกจะปฏิเสธอะไรได้เมื่อเห็นสภาพที่ใกล้แตกหักของเพื่อนสนิท
ทั้งสองนั่งอยู่ในห้องนอนรกๆแบบผู้ชายของวอนชิก มันเป็นครั้งแรกที่ฮงบินได้เข้ามาในห้องนอนของเขา แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาตื่นเต้นอะไร

ฮงบินนั่งก้มหน้านิ่งไม่ได้พูดอะไรก่อนที่เธอจะเริ่มร้องไห้เป็นครั้งแรกหลังจากเกิดเหตุ น้ำตาอุ่นไหลอาบแก้มเนียนทั้งสองข้างพร้อมกับเสียงสะอื้นฮัก ฮงบินร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตาจะให้ไหล วอนชิกนึกชื่นชมกับความแข็งแกร่งของผู้หญิงตรงหน้าและก็นึกดีใจที่เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ได้อยู่เคียงข้างฮงบินในยามที่เธอเปิดเผยด้านที่อ่อนแอที่สุด
เด็กหนุ่มเขยิบตัวเข้าไปกอดร่างบอบบางเอาไว้ มือเรียวยาวนั่นลูบหัวอีกคนเบาๆปลอบโยน ฮงบินกอดตอบเขา มือเล็กนั่นกำเสื้อยืดของเขาจนยังย่น

"ไม่เป็นไรนะฮงบิน...ฉันจะอยู่ตรงนี้ข้างๆเธอไม่ไปไหน ร้องที่เก็บไว้ออกมาให้หมดเลยนะ"เสียงทุ้มของวอนชิกกระซิบเบาๆข้างหู น่าแปลกที่มันก็ทำให้ฮงบินรู้สึกสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ เด็กสาวผมบ็อบซุกหน้าลงที่บ่าที่กว้างขึ้นมากของเพื่อนสนิท เธอหลับตาลงฟังเสียงปลอบโยนของวอนชิกไปเรื่อยๆ เธอรู้สึกสงบแต่น้ำตาก็ยังคงไหลออกมาเรื่อยๆ แพขนตายาวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาอุ่น



"ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นฮงบินอา...ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น"




มันอาจจะเป็นครั้งแรกที่คิมวอนชิกโกหกก็เป็นได้...













TBC

เพิ่งออกจากรพค่ะ ไปผ่านแขนมา
ระหว่างอยู่รพก็พิมพ์ไปด้วย ฆ่าเวลาได้ดีมากค่ะ ๕๕๕๕๕๕
ตอนนี้ก็เผยปมครึ่งหนึ่งของชีวิตยัยทอมแล้วเนอะ ชีวิตอันปริศนาของยัยเด็กที่อยู่คนเดียวไม่เคยเอ่ยถึงครอบครัวเลย
นี่แค่ครึ่งเดียวแหละ ไม่มากพอที่จะให้ฮงบินเป็นอะไรมากขนาดนั้นกับผู้ชายคนนั้น
รอตอนต่อไปค่ะ จะทยอยเผยมาอีก ติดตามด้วยนะค้า
อาจจะหน่วงไปอีกสามสี่ตอนเลย
(c)                      Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #132 9tula (@9tula) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 22:53
    บินเก่งมากจริงๆที่ไม่ร้องให้ใครเห็น แล้ววอนชิกก็โชคดีมากๆที่เป็นคนเดียวที่ได้อยู่กับตัวตนจริงๆของฮงบิน ได้รับรู้ว่าจริงๆแล้วข้างในเพื่อนตัวเองรู้สึกยังไง ยังดีที่มีวอนชิก ดีอ่ะดี ขอบคุณที่มีคิมวอนชิก T________T
    ตอนที่อ่อนแอที่สุดแค่มีคนที่ไว้ใจได้สักคนอยู่ข้างๆก็พอแล้วเนอะ ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมต่างคนถึงได้รักกัน ผูกพันกันขนาดนั้น เวลาวอนชิกลำบากก็มีฮงบิน เวลาฮงบินลำบากก็มีวอนชิก แต่นี่ยังไม่ใช่ปมทั้งหมดของฮงบินใช่มั้ย ลูกสาวฉันยังจะต้องเจออะไรอีก ม่ายยยยยยยยยยย อย่าใจร้ายกับยัยหนูมากนักสิคะะะะ /ตบตีไรท์เตอร์
    ได้โปรดกลับมาต่อเร็วๆนะคะ ติดฟิคเรื่องนี้งอมแงมมากจริงๆ อยากรู้ตอนต่อไปแล้ว เป็นกำลังใจให้นะค้า สู้ๆ
    #132
    0
  2. #113 Blue Sky (@tanggie2543) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 / 21:04
    รอนะค้าาาาไฟ้ติ้งง
    #113
    0
  3. #112 สระอาอาอาสระอีอีอี (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 23:16
    สงสารยัยถั่วมาก วอนชิคเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ รอไรต์มาเฉลยปมเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นนะคะ

    รอไรต์มาต่อค่า
    #112
    0
  4. #111 papashinna (@choeshin) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 21:57
    เฮ้อ ทำไมวี่ดีแบบนี้ #เดี๋ยว

    สวยก็สวยดีก็ดีนะถั่วทำไมชีวิตบัดซบงี้.. แต่จะดีไปหมดก็ไม่ได้ใช่ปะ พอมีจุดต่ำสุดมันก็ต้องมีสูงสุดเว้ย!
    #111
    0
  5. #110 กันวิกซ์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 21:22
    ได้รู้ปมฮงบินแล้วเย่ๆๆๆมาต่อไวๆนะคะไรท์
    #110
    0
  6. #109 วิกซ์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 17:41
    รอค่าาาา
    #109
    0