ตอนที่ 20 : /Chapter 19/ Trigger Warning

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    22 พ.ย. 58










*Trigger Warning for sexual abuse, mention of violence*
*เนื้อหาในตอนนี้มีการกล่าวถึงการใช้ความรุนแรงและการทารุณกรรมทางเพศ*











ทุกอย่างในตอนนั้นมันก็เหมือนจะดีขึ้น และมันก็ทำให้เธอมีกำลังใจที่จะกลับไปตั้งใจเรียนและพยายามทำให้ความโศกเศร้ามันค่อยๆหายไปจากที่บ้าน คุณแม่ของเธอจากที่เป็นคนสดใสร่าเริงกลายเป็นคนเก็บตัว เหมือนกับไร้ชีวิต ไม่ทำอะไร ได้แต่นอนร้องไห้ กลายเป็นคนซึมเศร้า แต่ฮงบินก็เข้าใจและคอยดูแลเธอเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่ามันจะลำบากหน่อยในช่วงแรกๆ แต่พอเวลาผ่านไปทุกอย่างก็ค่อยๆดีขึ้น

จนกระทั่งมีผู้ชายคนนั้นเข้ามาในชีวิต...


อีบยองฮุน


ฮงบินสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก ใบหน้าของปีศาจร้ายปรากฎขึ้นมาในห้วงความฝันเมื่อครู่ทำให้เธอต้องหายใจแรง เหงื่อที่ชุ่มใบหน้า เปียกไปจนเส้นผมที่ปรกลงมาไปจนถึงตัว เธอขยับตัวด้วยความอึดอัดไม่สบายก่อนจะพบว่าตนขยับตัวไม่ได้อย่างใจเท่าไหร่นัก

ดวงตากลมโตที่เบิกกว้างจ้องมองผ่านความมืด เสียงหวานร้องลั่นเมื่อเห็นว่าคนที่กอดเธออยู่คือชายหนุ่ม ที่มีท่อนบนเปลือยเปล่ากับเพียงกางเกงผ้ายืดหลวมๆขายาวเท่านั้น ด้วยความตกใจ ฮงบินออกแรงผลักและถีบสุดแรงจนอีกคนกระเด็นตกจากเตียง เสียงทุ้มร้องเหวอตกใจและทำให้สาวผมสั้นรีบถอยตัวเองไปคุดคู้อยู่มุมเตียง ดวงตากลมโตมองชายหนุ่มในความมืดด้วยความตระหนกและหวาดระแวง เธอหายใจเข้าออกแรงแต่นั่นไม่ได้ช่วยให้เนื้อตัวที่สั่นระริกนั่นบรรเทาลงได้เลย

วอนชิกยกมือขึ้นกุมหัวด้วยความตกใจปนงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น กำลังหลับอยู่ดีๆก็ดันกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง ตาเรียวกระพริบถี่เพื่อปรับสายตาในความมืดก่อนที่จะค่อยๆยันตัวขึ้นนั่ง
"เกิดอะไรขึ่นเนี่ย ฮงบิน เธอถีบฉันทำไมอะ"เสียงทุ้มแตกพร่าดังขึ้นแทรกผ่านความเงียบ ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นกลับมานั่งบนเตียง

"ย...อย่าเข้ามานะ!"ฮงบินสะดุ้งขยับตัวถอยติดกำแพงไปอีกทำให้วอนชิกขมวดคิ้วไม่เข้าใจ แต่เมื่อมองดวงตาที่พร่ามัวเต็มไปด้วยความกลัวแบบนั้น แววตาที่วอนชิกไม่มีทางลืมได้ลงทำให้เขาตั้งสติ ร่างสูงค่อยๆลุกออกจากเตียงแต่สายตายังคงตรึงแน่นกับดวงตาที่หวาดระแวงของอีกคน

"ฮงบินอา...ฮงบิน ตั้งสตินะ"มือเรียวยื่นออกไปช้าๆแต่คนตัวเล็กก็สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงของเขา ฮงบินกอดตัวเองซุกหน้ากับแขนของตน
"ขอร้อง...ฮึก คุณอา...อย่าทำหนูอีกเลย"วอนชิกเม้มปากแน่น หัวใจของเขาเต้นอย่างอึดอัดและเจ็บปวด เขาค่อยๆถอยห่างออกจากอีกคนช้าๆ

"ฮงบินอา ตั้งสติ ฉันคิมวอนชิกไง...จำได้ไหม และคิมวอนชิกคนนี้ไม่มีวันที่จะทำร้ายเธอ"วอนชิกพยายามพูดกล่อมให้อีกคนที่กำลังร้องไห้เอามือปิดหูให้ตั้งสติและตื่นจากความฝัน ฝันร้าย เสียที
"ไม่! ออกไป!! ฉันบอกให้ออกไป!!!"ฮงบินปิดหูหลับตาตวาดลั่น น้ำตาใสที่ไหลเผาะออกจากดวงตาคู่สวย อาบเปรอะแก้มนั่นทำให้วอนชิกรู้สึกปวดใจเหลือเกิน

"ฮงบิน! ตั้งสติดีๆสิ!"ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งตัดสินใจเดินกลับเข้าไปบนเตียง คว้ามือทั้งสองข้างของฮงบินที่ปิดหูออกมาออกแรงเพียงเล็กน้อยมืออันอ่อนแรงก็มาอยู่ในการเกาะกุมของเขา
"คุณอา!! คุณอาหนูยอมแล้ว ฮึก..ค..คุณอาอย่าทำอะไรหนูเลย หนูยอมแล้ว"ฮงบินขืนตัวกรีดร้องสะอื้นไห้จนเสียงแหบ วอนชิกขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆตรงหน้า ไม่สนใจแรงขืนจากแฟนสาวของตน

"อีฮงบิน!! ตั้งสติแล้วมองฉัน!!"วอนชิกปล่อยมือไปกุมแก้มที่เปียกไปด้วยน้ำตาของฮงบิน มืออุ่นตบเบาๆเรียกสติ ฮงบินร้องโวยวายเสียงดังจนวอนชิกเริ่มกลัวว่าเพื่อนบ้านจะตื่นมาได้ยิน แต่หลังจากเรียกฮงบินไปสักพัก สาวหน้าหวานก็สะดุ้งเฮือกและหยุดโวยวาย ดวงตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยน้ำตาหยุดจ้องมองสบตาเขานิ่งๆ แววตาที่หวาดกลัวนั่นเปลี่ยนเป็นแววตาแบบฮงบินคนเดิม

ฮงบินมองๆไปรอบๆและพบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนของตน ในคอนโดของตัวเอง ไม่ใช่ห้องนอนของเธอที่คอนโดเก่า ที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย เธอตั่งสตินึกได้ว่าเธอเพิ่งกลับมาจากทะเล ที่ตั้งใจไปเที่ยวกับวอนชิก เพื่อนสนิทในวัยเด็กที่กลายมาเป็นแฟนหนุ่มของเธอได้ไม่นาน และเธอก็จำได้เป็นอย่างดีว่าเธอเจอใครที่ทะเลนั่น คนที่ทำให้เธอกรีดร้องอย่างเสียสติเมื่อครู่ ฮงบินหันกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง

"วอนชิกอา...ฉันขอโทษ ฉันทำอะไรนายหรือเปล่า ฉันขอโทษ"ฮงบินปล่อยโฮออกมายกใหญ่เมื่อตั้งสติเห็นว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่อสูรกายที่ไหน คนตัวเล็กรีบโผเข้ากอดหนุ่มผิวสีแทนทันที  เธอถอนหายใจโล่งอกที่เป็นวอนชิก ถึงแม้ภาพความทรงจำจะยังตรึงอยู่เมื่อหลับตา และมันทำให้เธอรู้สึกอยากจะผลักอีกคนออกไป แต่อีกส่วนหนึ่งของจิตใต้สำนึกก็รู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดแกร่งของวอนชิก

"ฉันไม่เป็นไร เธอแค่มีอาการแพนิค..."วอนชิกลูบแผ่นหลังบางที่ยังสั่นไหวตามแรงสะอื้นไห้ เขาจูบลงที่กลุ่มผมชื้นเหงื่อ ทำให้อีกคนมั่นใจว่าเธอจะปลอดภัยเพราะมีเขาอยู่ข้างๆ
"ไอ้...ไอ้ชั่วนั่น...ฉัน...ฉันแค่ฝันถึง..."เสียงพูดที่สั่นเครือหยุดลงเมื่อริมฝีปากร้อนของวอนชิกประกบลงมาแนบชิด มันเป็นจูบที่แนบแน่นและต้องการทำให้มั่นใจ ถ้าเป็นก่อนหน้าฮงบินคงจะละลายไปกับสัมผัสนี้ แต่สำหรับตอนนี้มันอาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

"ว...วอนชิก ไม่"ฮงบินดันอีกอีกคนออกสุดแรง ดวงตากลมโตมองอย่างอ้อนวอน"ฉันไม่โอเค แค่...นาย...มันอาจจะมากไป"
"...เข้าใจแล้ว งั้นฉันนอนที่พื้นแล้วกัน...หรือจะให้นอนโซฟาข้างนอก?"วอนชิกขยี้หัวทุยไปมาในขณะที่ลุกออกจากเตียง ฮงบินหัวเราะแห้งๆแล้วส่ายหัว"ที่พื้นก็โอเคแล้ว"


"ขอบคุณนะ ที่เข้าใจฉัน..."



วอนชิกที่กำลังเอาฟูกนอนมากางปูที่พื้นข้างๆเตียงก็หยุดและเงยมองคนตัวเล็กที่เอ่ยขึ้นเบาๆท่ามกลางความเงียบ หนุ่มผิวเข้มส่งยิ้มบางๆไปให้ ดวงตาทั้งสองสบกันและความหมายที่สื่อสารกันนั้นมันยิ่งกว่าคำพูดที่สามารถเอ่ยบรรยายออกมาได้เสียอีก




"ถ้าเพื่อเธอ...ฉันยินดีทำทุกอย่าง"












ฮงบินเช็ดมือกับผ้าเช็ดมือที่แขวนอยู่ข้างๆอ่างล้างจานและรีบวิ่งไปที่อินเตอร์คอมหลังจากได้ยินเสียงกดกริ่งห้องดังขึ้นในบ่ายวันเสาร์แบบนี้ เธอเพิ่งดูแลให้คุณแม่ของเธอนั้นกินมื้อเที่ยงและพาคุณแม่กลับเข้าไปนอนพักในห้องและเพิ่งเก็บล้างจานทุกอย่างเสร็จ เด็กสาวไม่รู้เลยว่าใครกันที่มาหาเธอหรือคุณแม่เพราะจริงๆนับตั้งแต่เสียคุณพ่อไปสองแม่ลูกก็ค่อนข้างเก็บตัวและไม่ได้ติดต่อกับญาติพี่น้องอีกและก็ไม่มีใครคิดที่จะติดต่อมาเท่าไหร่นัก

“ใครคะ?”ฮงบินถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ คิ้วเรียวเลิกขึ้นเชิงสงสัยเมื่อเสียงที่ตอบกลับมาคือเสียงของชายหนุ่มที่ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่นัก
“นั่นฮงบินใช่ไหม? นี่อาบยองฮุนเองจำได้หรือเปล่า?”ฮงบินขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ต้องร้องอ๋อออกมาในเวลาอันสั้น เธอรับคำและเดินไปเปิดประตูให้แขกที่มาเยี่ยมเยียนในวันนี้

เมื่อเปิดประตูคนที่ยืนตรงหน้าคือชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่งกับผิวสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลามีเสน่ห์และดูละม้ายคล้ายคุณพ่อของเธอ ฮงบินเองก็แทบจะจำหน้าของคุณอาคนนี้ไม่ค่อยได้เพราะเวลามีงานรวมญาติช่วงเทศกาลต่างๆ คุณอาคนนี้ก็มักจะไม่ได้มาร่วมด้วย เธออาจะเคยเจอเมื่อตอนยังเด็ก หรือก็ได้ยินชื่อเวลาคุณพ่อคุยกับคุณแม่ก็เท่านั้น เด็กสาวยิ้มบางๆให้ก่อนที่จะเชิญแขกเข้ามาในบ้าน

“ไม่เจอกันนานมาก คงลืมหน้าอาไปแล้วละมั้ง?”บยองฮุนเอ่ยขำๆในขณะที่เดินไปนั่งที่ห้องนั่งเล่น ฮงบินหัวเราะเกร็งๆตอบ “หนูก็ไม่เคยเจออาจริงๆจังๆอยู่แล้วนี่นา”
“นั่นสินะ...ฮงบินอา อาเสียใจด้วยนะเรื่องพ่อ...ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปงานศพ”ฮงบินยิ้มเจื่อนๆและส่ายหัวบอกไม่เป็นไรและขอตัวเดินเข้าไปในครัวเพื่อรินน้ำมาให้คุณอาที่แทบจะไม่ได้รู้จักกันเลย

“แล้วคุณแม่ล่ะเป็นยังไงบ้าง มินยองออกไปข้างนอกเหรอ”ฮงบินถอนหายใจและวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะตรงหน้าบยองฮุนแล้วนั่งลงข้างๆ ไม่ลืมที่จะเว้นระยะห่างประมาณหนึ่งด้วย
“อยู่ในห้องนอนค่ะ คุณแม่ไม่ออกจากบ้านอีกเลยหลังจาก...”เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย บยองฮุนยกมือขึ้นลูบหัวทุยเบาๆทำให้ฮงบินตกใจกับการกระทำของคุณอา ดวงตากลมโตมองอย่างประหลาดใจแต่บยองฮุนก็ยิ้มอ่อนโยนกลับมา


“เหรอ แล้วเราล่ะเป็นยังไง มีปัญหาอะไรบ้างไหม อายินดีช่วยเหลือนะ”


เพราะว่าเป็นคนแรก...ที่ถามไถ่และยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เป็นญาติคนแรกที่เข้ามาสนใจมากกว่าคำพูดเสียใจในงานศพแต่สุดท้ายก็ไม่เคยเหลียวแล แต่คนคนนี้ที่แทบจะไม่เคยปรากฎตัวกลับเข้ามาในยามที่เธอและแม่ไม่มีใครให้พึ่ง มันคงไม่แปลกเลยถ้าหากว่าฮงบินจะรู้สึกดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะการที่เด็กอายุเพียงแค่16ปีต้องแบกรับอะไรหลายอย่างเพียงคนเดียวมันหนักหนากว่าที่ทุกคนคิดไว้มากนัก

รู้ตัวอีกที อีบยองฮุนก็แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันทีละนิด ทีละนิด โดยที่ฮงบินก็ไม่เคยเอะใจและคิดถามว่าทั้งๆที่ก่อนหน้าคุณอาคนนี้ไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวอะไรเลยแต่ตอนนี้กลับเข้ามามีบทบาทอย่างไม่น่าเชื่อ บางครั้งเขาก็จะมารับเธอกลับจากโรงเรียน คอยแวะมาหาทุกเย็น ช่วยเธอทำมื้อเย็นให้คุณแม่ คอยช่วยเธอพาคุณแม่ไปโรงพยาบาล คอยเป็นเพื่อนคุยให้เธอได้ระบายและพูดคุย ดูทีวีด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน รู้จักและสนิทสนมกันมากขึ้น ความเศร้าที่เคยจมอยู่มันก็ค่อยๆทุเลาไปได้บ้าง

“วันเสาร์นี้ ถ้าเราอยากไปดูหนังกับเพื่อนก็ไปเถอะนะ อาอยู่ดูแลบ้านให้ เราไม่ได้ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนเลยนี่นา”บยองฮุนเอ่ยขึ้นในขณะที่ฮงบินกำลังยืนคนซุปที่เดือดปุดในหม้อ เด็กสาวหน้าหวานอมยิ้มหันไปมองคุณอาที่กลายมาเป็นคนโปรดที่กำลังหั่นผักอยู่ที่โต๊ะกินข้าวใกล้ๆกัน
“จะดีเหรอคะ บินไม่อยากรบกวนคุณอา มันเป็นหน้าที่ของบินอยู่แล้วนี่นา เพื่อนๆเข้าใจ”เพื่อนๆที่ว่า ฮงบินก็หมายถึงวอนชิกนั่นแหละ ยอมรับว่าตั้งแต่เกิดเรื่องเธอกับวอนชิกก็ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันอย่างที่เคย เรื่องเล่นบาสเกตบอลหลังเลิกเรียนก็ลืมไปได้เลย

“น่า เชื่ออาสิ ไปเที่ยวซะบ้างเป็นวัยรุ่นจะทิ้งเพื่อนไปได้ยังไง”ชายหนุ่มผิวแทนเดินมายืนข้างๆและค่อยๆเทผักที่หั่นไว้ลงไปในซุป ฮงบินเม้มปากกับความใกล้ชิดที่มากเป็นพิเศษ หัวใจเต้นแรงสูบฉีดเลือดขึ้นมาที่ผิวแก้มใสจนแดงปลั่ง ดวงตากลมโตค่อยๆช้อนมองสบตาแล้วก็ต้องหน้าแดงกว่าเก่าเมื่อดวงตาคมคู่นั้นที่มองตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มบางๆ มือใหญ่ยกขึ้นลูบหัวทุยเบาๆอย่างเอ็นดู

“อ…เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณอาบยองฮุน สำหรับทุกอย่างเลย...”ฮงบินเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มเบาๆแต่ก็ไม่เบาเกินกว่าที่จะได้ยิน สายตาและรอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้เธอแบบนั้นทำให้ความรู้สึกอบอุ่นในอกมันก็ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

ฮงบินรู้ดีว่าความรู้สึกที่มีอยู่มันผิด เพราะจริงๆแล้วบยองฮุนก็เป็นญาติแท้ๆของเธอ เป็นน้องชายแท้ๆของคุณพ่อของเธอ แต่ทำไมมันถึงได้รู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แต่ฮงบินก็รู้ว่ามันผิด มันไม่มีทางเป็นไปได้ มันก็คงเป็นแค่ความปลื้มเฉยๆนั่นแหละ เหมือนกับว่าบยองฮุนคือไอดอลของเธอที่ได้ยื่นมือเข้ามาพยุงเธอเอาไว้ในยามที่เธออ่อนแอและใกล้จะล้มลง



อีบยองฮุนเป็นผู้ช่วยชีวิตเธอจริงๆ







“ฮงบินอา!”วอนชิกยิ้มกว้างรีบวิ่งเข้ามาหาเพื่อนสนิทที่ยืนรออยู่หน้าสถานีรถไฟใต้ดินที่ได้นัดกันไว้ ฮงบินยกมือขึ้นโบกให้เพื่อนชายที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาหา วอนชิกหยุดยืนตรงหน้าพร้อมหายใจหอบเหนื่อย มือเรียวยกขึ้นจับหมวกสแน็ปแบ็คที่เกือบปลิวไปตามลมให้เข้าที่
“ฮงบินอา~ ดีใจจังที่วันนี้เธอยอมออกมาข้างนอกด้วยกัน”เด็กสาวหัวเราะยิ้มกว้างจนตาหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว วอนชิกยิ้มมองเพื่อนตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัว นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นอีกคนยิ้มกว้างแบบนี้

“ทำยังกับเราไม่เจอกันที่โรงเรียนทุกวันงั้นแหละ ไปๆ อยากดูหนังจะแย่แล้ว”ฮงบินดึงข้อมือเพื่อนชายตัวสูงให้ออกเดินไปยังโรงหนัง วอนชิกยอมรับว่าตื่นเต้นมากกว่าปกติที่ได้ออกมาดูหนังกับฮงบินสองคน เพราะถึงแม้จะเป็นเพียงในฐานะเพื่อนสนิท แต่หลังจากเรื่องคุณพ่อ ฮงบินก็ค่อยๆกลายเป็นเด็กเก็บเนื้อเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร รวมถึงภาระที่มากขึ้นทวีคูณทำให้เธอมาเพียงเข้าเรียนแล้วก็รีบกลับบ้านหลังจากเลิกเรียนไป ตอนกลางวันเธอก็มักจะหนีไปกินข้าวคนเดียวด้วยขนมปังที่ซื้อมาอยู่ในห้องเรียนทำให้วอนชิกไม่ได้มีโอกาสอยู่กับเธอตลอดเวลาอย่างแต่ก่อน ก็มีที่ส่งข้อความคุยกันตอนดึกก่อนนอนก็เท่านั้น

“แล้วคุณแม่ล่ะ เป็นยังไงบ้าง”วอนชิกถามขึ้นระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินไปตามฟุตบาท ฮงบินถอนหายใจ “ไม่ดีขึ้นเลย ยังดีว่าก็ยังกินอาหารแล้วก็นอนหลับ ไม่ได้มีป่วยอะไรหนัก ก็แค่...ไม่พูดไม่จาอะไรเลย”
“แล้วนี่เธอทิ้งแม่ออกมาเที่ยวได้เหรอ คุณป้ามาเฝ้าเหรอ?”วอนชิกถามขึ้นอีกอย่างอยากรู้ แต่ฮงบินก็ไม่ได้ถืออะไรอยู่แล้วถ้าเพื่อนสนิทจะอยากรู้ เพราะยังไงวอนชิกก็เป็นคนที่รู้เรื่องทั้งหมดมาตั้งแต่แรก

“อาบยองฮุนน่ะ...”เด็กสาวตอบเสียงอ้อมแอ้มสองข้างแก้มขึ้นสีเรื่อจางๆเมื่อเอ่ยถึงคุณอาที่แสนใจดี วอนชิกเลิกคิ้วกับภาพที่เห็นตรงหน้า ฮงบินเด็กสาวที่เขารู้จักไม่เคยมีท่าทีขวยเขินแบบนี้มาก่อน และวอนชิกเองก็สับสนไม่รู้ว่าเกิดอะไรกันถึงทำให้คนตรงหน้าแก้มแดงยิ้มเขินเมื่อพูดชื่อของคนคนนั้นออกมา
“เหรอ แบบี้ก็ดีนะ เธอจะทำทุกอย่างคนเดียวได้ยังไงล่ะ! ใช่มั้ย?”เด็กหนุ่มพูดร่าเริงขึ้นมาเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเงียบลงเพราะความสับสนของเขา

"ก็จริงแหละ แต่ทำไงได้ล่ะ"สาวหน้าหวานถอนหายใจพลางยิ้มเศร้าๆออกมา ดวงตาที่เคยสดใสและเต็มไปด้วยความอยากรู้บัดนี้มันก็เป็นเพียงดวงตาเศร้าๆและเต็มไปด้วยความคิดมากมาย ดวงตาที่อ่อนล้าไม่เหมือนแววตาของเด็กสาวอายุ16สักนิด

วอนชิกยิ้มเจื่อนๆกลับไป เขาจับมือเล็กของเพื่อนสนิทเอาไว้แน่นๆ ไม่อยากยอมรับว่าเขาคิดถึงช่วงเวลาที่มีอีกคนอยู่ใกล้ๆมากแค่ไหน หรือช่วงเวลาที่เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาของอีฮงบิน แต่เขาก็ไม่มีสิทธิเข้าไปก้าวก่ายหรือตัดสินใจแทนใคร เพราะฮงบินมีสิทธิที่จะเปิดรับและตัดใครออกไปจากชีวิตก็ได้ถ้าเธอต้องการ อย่างน้อย...วอนชิกก็ไม่ได้ถูกฮงบินตัดออกไปจากชีวิต ก็แค่มีความสำคัญน้อยลงก็เท่านั้น



แต่เขาอยากให้ฮงบินรู้เอาไว้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะยืนอยู่ตรงนี้...



คืนนั้น อย่างเช่นเคย บยองฮุนมานอนที่บ้านของเธอและทุกอย่างก็เป็นไปอย่างที่เคย ใช้เวลานั่งคุยกับคุณแม่ กินมื้อเย็นกับบยองฮุน เลือกวิธีง่ายๆที่จะโทรสั่งไก่ทอดร้านอร่อยให้มาส่งที่บ้านและใช้เวลาร่วมกัน หัวเราะและคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น แน่นอนว่าฮงบินมีความสุขมากที่ได้เจอวอนชิก แต่เธอกลับอุ่นใจและสบายใจมากกว่าเมื่อได้พูดคุยกับบยองฮุน ฮงบินเอนตัวลงบนเตียงนุ่มของเธอพร้อมถอนหายใจอย่างรู้สึกดีกับเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ เปลือกตาบางปิดลงและเข้าสู่ห้วงนิทราแสนหวานอย่างรวดเร็ว

เด็กสาวขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่กำลังรบกวนการนอนของเธอ สัมผัสแผ่วเบาที่ต้นคอทำให้เธอต้องครางอือในคออย่างหงุดหงิด มือเล็กยกขึ้นพยายามปัดสิ่งที่ทำให้เธอตื่นจากการนอนแต่ยิ่งปัดก็ยิ่งทำให้รู้สึกรำคาญมากยิ่งขึ้น แพขนตายาวขยับเบาๆเมื่อเปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้น จ้องมองไปในความมืดมิด ฮงบินขยับตัวและพยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืดในห้อง เธอเกร็งเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่อยู่ใต้เสื้อชุดนอนของเธอและกว่าจะตั้งสติได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มือที่หยาบกร้านนั่นก็เลื่อนขึ้นมาถึงหน้าอกของเธอเสียแล้ว

ฮงบินเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดชีวิต สองแขนเรียวดันร่างที่ทาบทับอยู่ด้านบนออกสุดแรงและก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นชัดๆว่าคนที่กำลังกระทำบางอย่างกับเธอนี้คือคนที่เธอไว้ใจที่สุด อีบยองฮุน กำลังคร่อมอยู่บนตัวเธอ จ้องมองเธอด้วยดวงตาที่มีเสน่ห์คู่นั้นด้วยแววตาที่เธอไม่สามารถเข้าใจได้ มันไม่ใช่สายตาอบอุ่นอย่างที่เธอเคยเห็นและหลงใหล และสายตาที่เขาจ้องมองเธอนั้นมันกลับทำให้เธอรู้สึกกลัว

“อาบยองฮุน...อา...อาจะทำอะไรคะ”ฮงบินถามเสียงแผ่ว มองบยองฮุนที่ส่งยิ้มมุมปากกลับมาให้ มือที่อยู่ใต้เสื้อนั่นดึงออกมาก่อนที่จะขึ้นมาลูบแก้มใสเบาๆ ปลายนิ้วโป้งไล้สัมผัสริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความตื่นกลัว บยองฮุนเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจที่เป่ารดกัน มือเล็กที่กำแน่นบนเสื้อยืดของชายวัยกลางคนสั่นระริก พยายามออกแรงขืนตัวอีกคนให้ออกห่างมากที่สุด


“ทำให้เธอมีความสุขไง อีฮงบิน...”


ไม่ใช่...นี่ไม่ใช่ความสุขที่เธอต้องการ เสียงร้องที่กรีดร้องดังไปทั่วห้องไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น สองมือและสองขาที่พยายามดีดดิ้นรนแต่มันก็ไม่เกิดผลอะไร ในเมื่อเธอเป็นเพียงเด็กสาวที่พยายามดิ้นรนแต่ก็ไร้หนทางสู้แรง ความเสียใจ ความตกใจ ความกลัวที่ครอบงำ เธอเป็นเพียงเด็กสาวอายุ16ที่ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอย่างไร เสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ไม่มีใครได้ยิน เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดนั้นดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือบางจิกลงที่แผ่นหลังของคนที่กำลังหาความสุขจากร่างกายของเธอด้วยความสับสนและไม่เข้าใจ เปลือกตาบางหลับตาแน่นปล่อยให้หยาดน้ำตาอุ่นไหลออกมา แต่มันไม่ได้ระบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในอกตอนนี้ของเธอได้แม้แต่เสี้ยว

ทุกครั้งที่อีบยองฮุนชำแรกเข้ามาในตัวเธอ มันกลายเป็นการประทับตราบาปที่ติดตรึงไปทั่วเรือนร่างและจิตใจ ฮงบินไม่มีทางสู้และไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอย่างไร เธอได้แต่นับเวลาคอยให้มันจบลงไปก็เท่านั้น หัวใจดวงน้อยมันบีบคั้นเมื่อคนที่เธอไว้ใจ คนที่เธอชื่นชมและรู้สึกดีด้วยไม่ว่าจะในฐานะใดก็ตาม มันเหมือนกับถูกควักหัวใจออกมาแล้วถูกทุบด้วยค้อนให้แตกละเอียดไม่มีชิ้นดี นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ นี่ไม่ใช่ความสุขที่เธอต้องการ ไม่ใช่แบบนี้ นี่ไม่ใช่ชีวิตที่อีฮงบินต้องการ และถ้าหากว่าเธอจะขาดใจตายไปเสียตอนนี้ฮงบินก็ยินดีมากกว่าที่จะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ได้



อีฮงบินจะทำอะไรได้...นอกจากหลับตาและนับเวลาให้มันสิ้นสุดลงก็เท่านั้น



“เงียบๆไว้แล้วแล้วทุกอย่างจะดีเอง ฮงบินอา...เด็กดี”เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบพร่ำบอกทุกครั้ง เหมือนเป็นคำพูดแสนหวานแต่เธอรู้ว่ามันเป็นยาพิษชั้นดี น่าขันที่ฮงบินก็ทำตามที่อีกคนพูดอย่างไม่มีทางเลือก ศักดิ์ศรีของเธอมันถูกย่ำยีจนไม่เหลือชิ้นดีแล้วและเธอจะยื่นมือขอให้ใครช่วยเธอได้กัน คำพูดแสนหวาน คำขู่ที่แสนโหดร้าย ฮงบินก็ทำไปเพราะเธอไม่ต้องการให้สิ่งเลวร้ายระยำนี้เกิดขึ้นกับแม่ของเธอ เพราะเพียงเท่านี้ คุณแม่ของเธอก็ทุกข์ทรมานมากเพียงพอแล้ว

ฮงบินเกลียดตัวเอง เธอไม่อยากแม้แต่จะมองตัวเองในกระจกในห้องน้ำ รอยมือ รอยฟกช้ำที่เกิดขึ้นเป็นจ้ำบนตัวขาวผ่องของเธอมันน่ารังเกียจ ฮงบินเกลียดตัวเองเสียจนอยากจะหยิบมีดขึ้นมาเฉือนเนื้อส่วนที่เป็นรอยช้ำนั่นให้ออกไปให้พ้นๆตา เกลียดความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเมื่อก้าวเดิน เกลียดคราบเหงื่อ และคราบเหนียวที่เลอะไปตามหว่างขาของเธอ เกลียดริมฝีปากที่แตกช้ำเพราะจูบที่รุนแรง เกลียดดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้ทุกคืน ฮงบินเกลียดตัวเอง เธอเกลียดทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอ เธอเกลียดพระเจ้าที่ลงโทษเธอในความผิดที่เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร



ฮงบินเกลียดทุกคน...ที่ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ



ฮงบินเกลียดตัวเองยิ่งกว่า...ที่ไม่สามารถยื่นมือไปขอความช่วยเหลือจากใคร








TBC




อา...ยังไงดีล่ะ อืม....
ถามว่าสงสารฮงบินมั้ย สงสารมาก แล้วทำไมแต่งให้เป็นแบบนี้
อืม...ชีวิตคนคนนึงก็ไม่ควรจะเกิดเรื่องแบบนี้เนอะ แต่ดูอีกทีมันก็ใกล้ตัวมากเลย
แล้วจริงๆคนอ่านก็อาจจะไม่อยากเจออะไรแบบนี้ด้วย จริงๆเป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
แต่เราคิดไว้แบบนี้แต่แรก ไม่ใช่เพราะอยากทรมานอะไรตัวละครหรอก
แต่เราแค่รู้สึกว่ามันควรเลวร้ายไปให้ถึงที่สุด จริงๆมันอาจจะไม่ต้องเป็นแบบนี้ก็ได้
แต่ปรางแค่รู้สึกว่ามันควรจะต้องเป็นแบบนี้แหละ มันต้องเป็นแบบนี้
อย่าว่ากันเลยนะคะ เข้มข้นดีเนอะ ๕๕๕๕๕๕ ยังจะมาหัวเราะ
แต่ฮงบินกับวอนชิกผ่านอะไรกันมาเยอะจริงๆ
ตอนต่อไปก็จะยังเป็นในอดีตอยู่บ้าง แต่จะน้อยลงแล้ว อยากจะให้สลับแฟลชแบคไปมากกว่า
แต่จะเป็นแฟลชแบคของฮงบินกับวอนชิกละ ไม่ใช่แฟลชแบคการโดนทรมานทรกรรมอะไรของฮงบินละ
ก็ทรมานแหละ แต่ไม่มีช็อตแบบนี้ให้อ่านแล้วล่ะค่ะไว้ใจได้
แต่ในไทม์ไลน์ปัจจุบัน ยังไม่แน่นะ อุอิ ๕๕๕๕๕๕​ ล้อเล่นนนนน
อ่านแบบนี้แล้วคงรู้แล้วสิว่าอนาคตถัดไปวอนชิกก็ไม่ได้อะไรง่ายๆและ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕ (ทำตัวเองให้ยากทำไมเนี่ยย)

อย่างแล้วรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้ แสดงความเห็นกันได้เต็มที่เลยนะคะทั้งคอมเม้นและทวิต
#อิถั่วเป็นทอมยังไงให้ได้ผอ เลยค่าาา



(c)                      Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #149 natnaramoopin (@natnaramoopin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 01:13
    ตอนนี้อ่านแล้วจุกมาก ตอนก่อนมันเศร้าแต่ตอนนี้มันจุกมันหน่วงมาก สงสารฮงบินมาก เด็กตัวแค่นั้นต้องมาเจออะไรแบบนี้แล้วยิ่งเป็นคนที่เราไว้ใจ คนที่เรามองว่าเป็นครอบครัวด้วยแล้วมันยิ่งน่าเศร้า แล้วทำไมครอบครัวฮงบินคนอื่นรับรู้ไหม แม่ล่ะ? ตอนที่ฟีทแบคอดีตที่อีอาชั่วมารับฮงบินแล้วฮงบินพยายามส่งสายตาขอร้องความช่วยเหลือจากวอนชิกนี่แบบ ฮือออออออ แต่ยังโชคดีที่ยังมีวอนชิกมีแม่วอนชิกที่รักฮงบินมาก อีอานี่ต้องตายเท่านั้นถึงจะสาสมใจ!!!!
    #149
    0
  2. #140 Hyuncha (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 02:26
    คิดไว้แล้วว่าคงเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นในอดีต แล้วเศร้าจริงๆที่ไม่ได้ผิดจากที่คาด

    ฮงบินที่น่าสงสารต้องเผชิญเรื่องร้ายขนาดนั้น นึกออกเลยว่าจะแตกสลายได้ขนาดไหน



    แต่ว่า วอนชิคเองก็คงประคับประคองให้ฮงบินผ่านมันมาได้แล้วในอดีต และในครั้งนี้วอนชิคก็จะต้องช่วยฮงบินได้อีกแน่ๆ



    คาดหวังนะว่าวอนชิคจะลบความทรงจำแย่ๆนั่นออกไป และพาฮงบินหลุดพ้นจากฝันร้ายนั้นซะที





    #140
    0
  3. #139 9tula (@9tula) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 00:39
    โอยยยย เจ็บปวดดดด T______________T

    นี่อุตส่าห์ดีใจที่ฟิคอัพ แต่พอมาอ่านแล้วบั่บ... ฮืออออ ปรับอารมณ์ไม่ทัน บินอ่า บินน่าสงสารมากๆๆๆๆเลยนะ ชีวิตนี้พังได้อีกมั้ยลูก เป็นตอนที่อ่านไปขมวดคิ้วไปตลอดทั้งแชปเตอร์ หดหู่มาก หน่วงจริงตามที่บอกไว้ตอนก่อนหน้าเลยค่ะ

    เข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าถั่วถึงได้หวีดแรงกลัวแรงขนาดนั้น โอยยย นี่มันโหดร้ายยยย โหดร้ายตรงที่เป็นคนในครอบครัว ขุ่นพระ /กุมขมับแรง แล้วบินก็ทำไรไม่ได้ด้วยอ่ะ มันไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวด้วยใช่มั้ย ต้องทนอยู่ในสภาพแบบนั้นนานแค่ไหน โอย เจ็บตรงที่ทำไรไม่ได้นอกจากก้มหน้ายอมรับชะตากรรมไปเรื่อยๆนี่แหละ ฮืออออ แต่ตาลุงแกก็ติดคุกด้วยไม่ใช่เหรอ มีใครรู้เรื่องนี้ด้วยมั้ย? ภาวนาให้วอนชิกเข้ามาดึงฮงบินออกไปจากวังวนนี้เร็วๆ ไม่ไหวละ จิตใจทั้งร้าวทั้งพังไปหมดแล้วยัยหนู
    #139
    0
  4. #138 mikimikics (@mikimikics) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 23:48
    รู้สึกสะเทือนใจมากเลยค่ะ จริงๆ
    #138
    0
  5. #137 สระอาอาอาสระอีอีอี (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 23:47
    ไม่คิดว่าฮงบินจะเจอเรื่องร้ายแรงขนาดนี้เลย หดหู่และสงสารมาก แบบเลวร้ายสุดๆจริงๆ T T ฮงบินนี่เก่งเหมือนกันนะที่ผ่านจุดนั้นมาได้และดีที่มีวอนชิกค่อยอยู่เคียงข้างเสมอ





    รอไรต์มาต่อนะคะ
    #137
    0
  6. #136 CHOESHIN (@choeshin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 20:12
    เดี๋ยวๆ น้ำเหนียวระหว่างขา? ถุงยางไม่ได้ใส่? คือแบบ พ่อมื๊งงงงงงง ฟฟฟฟฟฟฟ คือยังโอเคใช่มั้ย ถ้าตอนนั้นอานางเข้าคุกใครเป็นคนจัดการเรื่อง?

    แลดูมีแต่คำถาม แม่นางล่ะ? เออนี่แหละคำถามใหญ่ อ้ากกกกก ทึ้งหัวตัวเองสิบตลบบบบ
    #136
    0
  7. #135 iamkokkok (@iamkokkok) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 15:13
    T_T เป็นตอนที่อ่านแล้วหดหู่มากจริงๆ ค่ะ
    ทั้งๆ ที่เหมือนจะมีการบอกใบ้นิดๆ จากตอนก่อนแล้ว
    ว่าฮงบินอาจจะเคยผ่านอะไรมา แต่พอมาเฉลยสาเหตุจริงๆ 
    ก็ยังรู้สึกหดหู่มากอยู่ดี โดยเฉพาะ มันเกิดจากคนใกล้ตัว
    คนที่ไว้วางใจด้วยนี่แหละ ยิ่งทำให้รู้สึกเรียลมาก
    เพราะเด็กจำนวนมากที่โดนล่วงละเมิด ก็เกิดจากคนใกล้ตัวทั้งนั้น
    คำว่าตราบาปฟังแล้วเศร้ามาก แต่มันก็เป็นแบบนั้นจริง
    จิตใจของคนที่โดนทำร้ายแบบนี้ ไม่มีทางเหมือนเดิมได้แน่

    เรื่องนี้เข้มข้นแล้วก็สมจริงเอามากๆ ทั้งความรู้สึกของฮงบินด้วย
    หลังจากนี้ คืออยากรู้แล้วค่ะ ว่าฮงบินหนีรอดจากความชั่วร้ายแบบนั้นมาได้ยังไง
    แล้วกลับมาเป็นตัวเองที่สดใสได้ยังไง และหลังจากนี้
    เมื่อเจอฝันร้ายมาหลอกหลอน ฮงบินจะเอาตัวรอดได้ยังไง
    ขอกดดาวให้เต็มสิบดวงสำหรับเรื่องนี้เลยค่ะ 
    #135
    0
  8. #134 กันวิกซ์ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 09:23
    อ๊ากกกกทำไมอาเลวอย่างนี้ฮงบินน่าสงสารจับเลยย

    ไรท์มาต่อไวๆนะเค้ารอไรท์อยู่พอเปิดทวิตเห็นว่าอัพตอนใหม่แล้ว ผมนี่รีบเลยครัชช
    #134
    0
  9. #133 natnaramoopin (@natnaramoopin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 01:41
    ตอนนี้พีคมากอ่านแล้วเศร้าสุดๆสงสารฮงบินมากทำไมต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้โชคร้ายจริง แล้วนี่อีคุณอามันก็ออกมาจากคุกแล้วด้วย น่ากลัวมากอ่ะ แต่ยังดีนะที่มีฮีโร่อย่างวอนชิกคอยดูแลปกป้องอยู่ใกล้ๆ ตอนนี้วอนชิกหล่อมากเท่ห์มากพระเอกสุดๆ ไม่มีแล้วนะวอนชิกคนกาก ฮงบินไม่ต้องกลัวอีกต่อไปแล้วนะกลับมาสดใสไวๆ :) รอตอนต่อไปนะ
    #133
    0