[FIC-VIXX] You'd better be (Rabin)

ตอนที่ 26 : /Chapter 25/ (the end)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 เม.ย. 59










หนุ่มร่างสูงโปร่งยืดตัวไล่ความขบเมื่อยในขณะที่กำลังรู้สึกตัวตื่น แสงแดดยามเช้ามักจะปลุกเขาเสมอทั้งๆที่เขาควรจะนอนให้มันนานกว่านี้เมื่อเทียบกับเวลาที่เข้านอนเมื่อคืน เสียงทุ้มต่ำครางหงุดหงิดในคอ ยกมือขึ้นลูบหน้าเบาๆก่อนที่จะลืมตาช้าๆ วอนชิกถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อมองเห็นนาฬิกาที่วางอยู่ใกล้ๆแล้วพบว่ามันยังเป็นเวลาเช้ากว่าที่เขาตั้งใจไว้ แต่ทำไงได้ ก็ตื่นมาแล้วนี่นะ

ชายหนุ่มขยับตัวมองคนตัวเล็กที่นอนอยู่ข้างๆแล้วก็ต้องอมยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ปกติแล้วฮงบินมักจะตื่นก่อนเขาเสมอ แต่ถ้าหากว่ามีวันไหนที่เขาตื่นก่อนล่ะก็ มันจะกลายเป็นช่วงเวลาสุดโปรดเลยทีเดียวล่ะ ดวงตาเรียวตกมองสาวผมสั้นที่หลับสนิท ดูเหมือนกับนางฟ้าตัวน้อยๆเมื่อแสงแดดอ่อนอาบไปทั่วผิวขาวจัดจนแทบเปล่งประกายเป็นออร่า ดวงตากลมโตคู่นั้นปิดสนิทเห็นแพขนตายาวหนา จมูกเล็กและริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอหายใจเข้าออกเบาๆ ผมสีน้ำตาลหนานุ่มที่กระจายไปทั่วหมอนยิ่งดูน่ารักน่าชังเข้าไปอีก

เขาเลื่อนสายตาลงมามองที่ลำคอขาวและแนวบ่าบางที่โผล่พ้นจากสาบเสื้อยืดตัวหลวมโพร่งที่อีกคนใส่เวลานอน แขนเรียวยกพาดอยู่เหนือหัวในท่านอนที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อยทำให้ชายเสื้อนั้นเปิดขึ้นมากองอยู่ระดับซี่โครง วอนชิกเม้มปากเมื่อมองเห็นหน้าท้องแบนราบตรงหน้า กล้ามเนื้อหน้าท้องน้อยๆยิ่งทำให้เอวบางคอดที่สวยงามนั้นแต่งแต้มด้วยความเซ็กซี่ อีกเพียงนิดเดียวเสื้อก็จะเปิดขึ้นไปถึงหน้าอกอิ่มสมตัวที่เขาแอบชอบอยู่ลึกๆ กางเกงนอนขาสั้นย้วยๆที่เกือบจะหมิ่นเหม่อยู่ที่ขอบสะโพกผาย โชคดีของเขาไปที่ขอบกางเกงในสีขาวยังโผล่พ้นออกมาให้เห็นไม่งั้นวอนชิกคงรู้สึกใจคอไม่ดีแน่ๆกับภาพที่เห็นตรงหน้า ยิ่งช่วงเวลาเช้าๆที่แสนสงบในวันหยุดแบบนี้แล้ว...มันก็ยากที่จะห้ามใจเหลือเกิน

“อื้อ...”เสียงหายใจแบบไม่ค่อยรู้สึกตัวของฮงบินดังขึ้นเมื่อวอนชิกแนบริมฝีปากลงที่แก้มชมพูเรื่อ ปลายจมูกโด่งกดหอมกลิ่นหอมอ่อนๆจากผิวเนื้อนิ่มของอีกคนและไรหนวดแข็งๆที่ทิ่มคลอเคลียทำให้ฮงบินรู้สึกตัวตื่น ร่างเล็กถอนหายใจอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักที่ถูกปลุกแต่เช้าในวันหยุด แต่ริมฝีปากแห้งผากของอีกคนที่ทาบทับลงมาก็ทำให้เธอได้แต่หลับตาพริ้มรับสัมผัสอ่อนหวานเป็นการเริ่มต้นวัน

มือเล็กยกขึ้นสอดไปตามไรผมสีดำสนิทของวอนชิก นิ้วเรียวลูบไล้เส้นผมนุ่มลื่นที่ยาวพอดีมือด้วยความเคยชินเช่นเดียวกับกลีบปากที่เผยอเม้มป้อนจูบให้กันและกันเป็นอย่างดี วอนชิกขยับตัวให้ส่วนบนโน้มไปคร่อมทาบทับแฟนสาวในขณะที่มือก็วางทาบลงที่หน้าท้องสวย ปลายนิ้วเคล้นคลึงที่ผิวเนื้อเบาๆแล้วก็ต้องครางในคอด้วยความพึงพอใจ ฮงบินถอนหายใจก่อนที่จะจิกหัววอนชิกออก คิ้วเรียวขมวดมุ่นไม่สบอารมณ์ในขณะที่อีกคนก็เลิกคิ้วมองสงสัย

“โกนหนวดบ้างดิ มันแทงหน้า เจ็บ”พอได้ยินแบบนั้นหนุ่มผิวแทนก็คอตกแล้วค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ยกมือขึ้นลูบคางที่เต็มไปด้วยหนวดเคราที่ยังไม่ได้โกนออก ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมายุ่งวุ่งวายจนแทบไม่มีเวลาจะนอน อย่าว่าแต่จะโกนหนวดเลย อาบน้ำทีนึงยังเรียกได้ว่าแทบไม่มีเวลา
“ก็น่าจะชินแล้วทำมาเป็นบ่น ขัดจังหวะมากอะ”วอนชิกบ่นอุบมองคนตัวเล็กที่จับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางแล้วลุกขึ้นนั่งเช่นเดียวกัน ฮงบินลูบแก้มที่รู้สึกคันๆเพราะโดนหนวดของอีกคนแทงเสียดสีเสียขนาดนั้น สาวผมสั้นจิ๊ปาก

“ฉันโกนหนวดให้เอามะ? อยากลองมานานละ”ถามกลับแบบกวนๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฎขึ้นบนใบหน้าหวานที่ทำเอาวอนชิกสะพรึง คนตัวโตย่นคอทำท่าลังเล แต่เห็นฮงบินดูจะเอาจริงก็คงได้แต่ยอมให้อีกคนทำตามความประสงค์ มีแฟนโกนหนวดให้มันก็น่าสนใจดี ถ้าไม่กลัวว่าจะโดนมีดโกนบาดจนยับเยินน่ะนะ แต่เมื่อมองดวงตาแป๋วแหววที่มองมาอย่างมีความหวังก็ทำให้ยากที่จะบอกปฏิเสธไป

ทั้งสองคนหลังจากที่ล้างหน้าแปรงฟันกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ระเห็จกลับมานั่งที่ฟูกนอนหนากลางห้องนอน วอนชิกนั่งขัดสมาธิมองฮงบินที่ถือขวดโฟมโกนหนวดในมือ เสียงทุ้มเอ่ยบอกอีกคนว่าควรจะทำยังไงและฮงบินก็ทำตามโดยไม่พูดอะไร มือเล็กเขย่าขวดเล็กน้อย บีบโฟมใส่ฝ่ามือประมาณหนึ่งก่อนที่จะค่อยๆป้ายลงบนบริเวณคางและเหนือริมฝีปากที่สากไปด้วยไรขนวดแข็ง ชายหนุ่มแอบกลั้นหายใจด้วยความเกร็งอย่างช่วยไม่ได้เพราะเขาไม่เคยมีใครทำแบบนี้ให้มาก่อน ใจเต้นแรงเมื่อสาวร่างเล็กกระเถิบตัวขึ้นมาคร่อมบนตัก มือซ้ายถือมีดโกนหนวดและชูขึ้นไว้ตรงหน้า

"เงยหน้าขึ้นหน่อยดิ เดี๋ยวบาด"เอานิ้วดันคางอีกคนขึ้น ใบมีดค่อยๆขยับเข้าไปใกล้แต่ก็ถูกมือของวอนชิกหยุดไว้ คนตัวโตกลืนน้ำลายอึกใหญ่มองฮงบินที่มีสีหน้าจริงจัง
"ค่อยๆโกนนะ อย่าตวัดมือล่ะ"พูดเสียงงึมงำในคอ ฮงบินหัวเราะแล้วเกร็งข้อมือออกจากมือใหญ่ "รู้น่า ปอดแหกไปได้” ว่าแล้วก็จรดปลายมีดไปที่เหนือริมฝีปากเรียว เพียงแค่กลั้นใจอึดเดียวฮงบินก็ปาดใบมีดลงช้าๆพร้อมกับครีมสีขาวและไรหนวดที่หายไปด้วย

“ไม่เห็นยากเลย”พึมพำกับตัวเองแล้วก็อมยิ้มภูมิใจในตัวเอง วอนชิกลืมตามองใบหน้าสวยของคนตรงหน้า ฮงบินเขยิบตัวนั่งคร่อมตักเข้ามาใกล้ขึ้นอีก มือใหญ่จับเอวบางทั้งสองข้างกลัวว่าอีกคนจะเผลอเสียหลักแล้วล้มลงมา ความใกล้ชิดระดับ HD ที่ทำให้วอนชิกได้ใช้เวลามองแพขนตาที่เรียงตัวกัน หรือสีน้ำตาลเข้มๆที่ฉายสะท้อนในดวงตาคู่โต ในจังหวะที่มันเลื่อนขึ้นมาสบตาเขาเพราะต้องการความมั่นใจ แต่เพราะอะไรบางอย่างทำให้พวกเขามองกันนานเกินกว่าที่มันควรจะเป็น และใบหน้าทั้งสองก็เลื่อนเข้าหากัน

รู้ตัวอีกทีมีดโกนหนวดก็ถูกวางทิ้งไว้บนผ้าขนหนูบนเตียงและสองมือของสาวผมสั้นก็จับประคองอยู่ที่หัวของแฟนหนุ่ม วอนชิกใช้หลังมือปาดครีมโกนหนวดออกอย่างลวกๆหลังจากที่พวกเขาจูบกันและมันก็เริ่มทำฮงบินเลอะเทอะไปด้วยแถมรสชาติของมันก็ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ ฮงบินหัวเราะร่วนในคอก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะแตะกันอีกครั้ง หนุ่มผิวแทนเบี่ยงหน้าเพื่อมอบจูบที่ล้ำลึกขึ้นแต่ละเมียดละไม กลีบปากทั้งสองขยับเบียดกันช้าๆเหมือนกับสำรวจกันและกันเป็นครั้งแรก ดูดเม้มหยอกล้อแผ่วเบาเช่นเดียวกับลิ้นร้อนที่แตะกันพอให้ขนลุก

ฮงบินขยับตัวเข้าไปแนบชิดอีกคนมากขึ้นจนลำตัวแนบไปกับอีกคน ขาขาวแยกออกโอบนาบเกยบนขายาวของวอนชิกได้อย่างลงตัว ชายหนุ่มครางต่ำในคอ ผละจูบออกด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั่วห้องนอนใหญ่ มือเล็กของสาวผมสั้นยกขึ้นเช็ดครีมที่ยังทาอยู่เต็มช่วงคางของหนุ่มผิวแทนออกในขณะที่ปลายนิ้วเรียวของวอนชิกก็พยายามปาดครีมที่เลอะไปรอบๆกลีบปากแดงและแก้มใส ทั้งสองคนหัวเราะออกมาพร้อมกันอีกครั้ง

“ไม่ได้อยากขัดจังหวะนะแต่ฉันว่าโกนให้หมดก่อนดีกว่า”ฮงบินกลั้นหัวเราะกับสภาพของชายหนุ่มที่มีหนวดอยู่ครึ่งหนึ่งส่วนอีกครึ่งเกลียดเกลาดี เธอหันไปหยิบครีมโกนหนวดมาบีบใส่มืออีกครั้งและทำตามขั้นตอนเดิม วอนชิกฮัมในคอปล่อยให้อีกคนโกนหนวดที่เหลือออกไปให้หมด มือเรียวลูบต้นขานิ่มขึ้นลงไปมา สอดมือเข้าไปใต้ขากางเกงสเวตแพนส์ขาสั้นจนปลายนิ้วแตะถึงขอบกางเกงในที่อีกคนใส่ ฮงบินส่งเสียงห้ามปรามพร้อมกับกดใบมีดให้ปาดที่ใต้คางแรงขึ้นเป็นการเตือน แต่วอนชิกก็รู้ว่าอีกคนคงไม่คิดจะทำให้ได้แผลหรอก

“วอนชิก...”ฮงบินพูดด้วยเสียงเข้ม ถึงแม้ว่าปลายนิ้วเรียวยาวของแฟนหนุ่มจะเล่นซุกซนทำให้เธอเริ่มหายใจไม่เป็นปกติ คนตัวสูงมองตาของฮงบินด้วยแววตาเอาจริง ขยับมือมาเกี่ยวที่ขอบกางเกงที่รัดรอบสะโพกผายและดึงมันลงมาจนเห็นกางเกงในสีขาวนั่นอีกครั้งและรอจังหวะที่อีกคนปาดมีดไปที่ข้างแก้มเป็นที่สุดท้าย มีดโกนถูกโยนออกไปให้ไกลจากฟูกที่นอนในจังหวะเดียวกับที่ตัวบางถูกรั้งเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม วอนชิกยกก้นของอีกคนให้เขยิบเข้ามาใกล้และฮงบินก็ครางในคอเมื่อเธอรู้สึกถึงบางอย่างที่ตื่นตัวภายใต้กางเกงนอนของวอนชิก

“เราจะไปสายหรือเปล่า...”กระซิบชิดริมฝีปากเรียวของวอนชิก ลมหายใจร้อนเป่ารดกันและกันยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องนอนคุกกรุ่น แต่ถึงจะพูดเหมือนกับไม่ค่อยมั่นใจแต่วอนชิกก็รู้ดีว่าอีกคนไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น มือบางที่สอดไปตามเส้นผมและนวดเบาๆที่หนังศรีษะของเขายิ่งทำให้วอนชิกหายใจหนัก เขาดันตัวของสาวผมสั้นให้เอนนอนกับที่นอนโดยที่ตัวเองก็ทาบทับตามไปอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากของทั้งคู่แตะเบียดกันไม่ยอมห่าง อารมณ์ที่ถูกปลุกเร้ากับร่างกายที่แอ่นเบียดเข้าหากันทำให้ทั้งคู่รู้ดีว่าให้ตายยังไงมันก็หยุดไม่ได้แล้ว


“งานแต่งยังไม่เริ่มหรอกน่า...เราเล่นตื่นเช้าขนาดนี้”








วอนชิกและฮงบินในชุดสีดำเรียบร้อยเหมาะสมสำหรับงานแต่งงานเดินเข้าไปในอาคารสำหรับจัดพิธี เห็นบ่าวสาวที่ยืนต้อนรับแขกอยู่ที่หน้าทางเข้าด้วยสีหน้าแจ่มใส งานแต่งเล็กๆเชิญแขกไม่มากเพราะทั้งคู่ต้องการที่จะให้มันเป็นไปแบบเรียบง่ายและประหยัด ก็เหมาะสำหรับคนที่กำลังจะต้องสร้างครอบครัว เก็บออมเงินไว้สำหรับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น วอนชิกเดินเข้าไปพร้อมกับเรียกเจ้าสาว คนที่เขาคุ้นเคยดีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ฮัคยอนนูน่า!”เจ้าสาวในชุดเจ้าสาวสีขาวดูน่ารักและสง่างาม โชว์ผิวสีแทนเนียนสวยของเธอ ผมสีบลอนด์หม่นถูกเกล้าจัดแต่งทรงอย่างดีพร้อมกับเครื่องประดับเพชรที่ติดไปตามช่อผมเล็กๆ ลำคอยาวระหงส์มีสร้อยเพชรเล็กๆประดับพองาม วอนชิกมองคนตรงหน้าด้วยสายตาทึ่งๆเพราะฮัคยอนในวันนี้ดูสวยสะพรั่งกว่าทุกๆครั้งและช่างเหมาะสมกับคำว่าเจ้าสาวเหลือเกิน ฮงบินยิ้มมองด้วยสายตาชื่นชมไม่แพ้กัน

“นึกว่าจะมาสายแล้วนะวอนชิก ฮงบิน ขอบคุณที่มานะจ้ะ”ฮงบินยิ้มกว้างตาหยี “อนนี่สวยมากๆเลย โอป้าก็หล่อค่ะ”หันไปหาเจ้าบ่าวตัวสูงที่ยืนมองอยู่ข้างๆเงียบๆ ร่างสูงชะลูดที่ยิ่งดูน่าหลงใหลในชุดสูทสีขาวกับเชิ๊ตสีขาวด้านใน ที่อกผูกโบว์ไทสีเทาเงินและอกข้างซ้ายก็ติดดอกไม้สีขาวไว้ ดวงตาเรียวเฉี่ยวนั่นมองวอนชิกอย่างที่เคยมองทุกครั้งแม้จะผ่านมากี่ปีแล้วก็ตาม มือยาวยกขึ้นโอบบ่าเจ้าสาวของเขาให้เข้ามายืนใกล้ๆแสดงความเป็นเจ้าของ
“นี่ จะไปขู่กันวันไหนก็ได้ แต่วันนี้ขอได้มะจองแทคอุน!”เจ้าสาวคนสวยขึ้นเสียงอย่างหงุดหงิด มือเล็กยกขึ้นบิดหูของเจ้าบ่าวของเธอแรงๆจนแทคอุนต้องร้องโอ้ย เจ้าบ่าวตัวสูงเอียงขยับหัวหนีออกจากมือที่ร้ายกาจ

“นั่นสิ กี่ปีแล้วยังไม่เลิกแค้นอีกเหรอฮยอง”วอนชิกถอนหายใจ ยกแขนขึ้นโอบบ่าฮงบินเช่นเดียวกัน “ฮยองก็แฮปปี้แล้ว ผมก็แฮปปี้ ก็ปล่อยๆมันไปบ้าง”
“ยุ่งน่ะ ฉันไม่มีวันลืมหรอกว่าแกทำอะไรกับเมียฉัน”พูดขู่จบก็โดนบิดหูอีกหนึ่งทีจนต้องร้องโวยวายไม่ชอบใจ วอนชิกกลอกตาแล้วกอดฮงบินแน่นขึ้นอีก หัวเราะกับเสียงแว้ดๆของเจ้าสาว“เมียเหรอ! ยังไม่ได้จดทะเบียนอย่ามาเรียกเมียไอ้นี่!”

ฮงบินหัวเราะร่วนกับสถานการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นตรงหน้า ดวงตากลมโตหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวและสองข้างแก้มก็บุ๋มลึกดูน่ารักน่าเอ็นดู
“โอ้ย อย่างทำอะไรรุนแรงสิสงสารลูกในท้องบ้าง!”แทคอุนพูดขึ้นเสียงแต่ก็เหมือนกับเสียงกระซิบ ฮัคยอนนิ่งไปแล้วก็กลับไปทำท่าทีสงบอย่างเดิม ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มหวานต่างจากท่าทางที่แยกเขี้ยวขู่เมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

“เชิญเข้าไปนั่งข้างในได้เลยนะทั้งสองคน ขอบคุณอีกครั้งที่มานะ”วอนชิกหัวเราะ โอบเอวฮงบินและพูดอวยพรบ่าวสาว “ยินดีกับทั้งสองคนด้วยจริงๆครับ” ก่อนที่จะเดินเข้าไปในงานก็ไม่ลืมที่จะตบบ่าเจ้าบ่าวสองสามครั้งเบาๆให้อีกคนรำคาญเล่นแล้วยกมือขึ้นปัดมือของวอนชิกออก หนุ่มผิวแทนหัวเราะร่วนเช่นเดียวกับฮงบินและเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ที่ถูกจัดไว้ให้

เวลามันผ่านไปว่องไวกว่าที่คิด เพราะรู้ตัวอีกทีตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาแล้วสี่ปี อย่างที่เขาว่าถ้าหากว่ามีความสุขเวลาจะเดินทางเร็วขึ้น ก็คงเป็นอย่างนั้น เพราะวอนชิกและฮงบินเป็นคนที่มีความสุขที่สุดตลอดสี่ปีผ่านมา ทะเลาะกันบ้าง โกรธกันบ้าง แต่มันก็มีความสุขดี แม้ว่าจะยุ่งเรื่องเรียน อดหลับอดนอนกับโปรเจคงานที่ต่างคนต่างต้องตั้งใจทำแต่สุดท้ายก็เคี่ยวเข็ญกัดฟันเรียนจนจบกันมาได้ทั้งคู่ ห้องของฮงบินกลายเป็นห้องของเธอกับเขา ข้าวของทุกอย่างถุกจัดแจงให้เหมาะกับการอยู่ด้วยกันสองคน มีสถาปนิกคนเก่งอยู่กับตัวแล้วจะกลัวอะไรกันเชียว ห้องสวยๆก็กำเนิดขึ้นได้เพียงแค่ดีดนิ้ว

และวันสำคัญอีกวันหนึ่งอย่างวันนี้ก็เกิดขึ้นจนได้ วอนชิกมองบ่าวสาวที่กำลังเจ้าพิธีด้วยสายตาที่ติดจะเพ้อฝันเล็กๆ เขาไม่คิดเลยว่าวันนี้มันจะมาถึงสำหรับฮัคยอนและแทคอุนที่ตลอดเวลาสี่ปีที่ผ่านมาก็มีความสัมพันธ์แบบรักๆเลิกๆตลอดเวลา เขาก็รู้แหละว่าทั้งคู่รักกันมากแค่ไหน แต่มันเหมือนกับเรื่องที่ไม่มีวันจบ เพราะต่างคนก็ต่างทิฐิ ต่างเอาแต่ใจ ก็เลยทั้งรักทั้งชัง คบแล้วก็เลิก หนีไปคบคนอื่นประชดกันไปมาคั่นเวลา แล้วสุดท้ายก็กลับมาเจอกันอยู่ดีเพราะตัดกันไม่ขาด ถึงแม้ว่างานแต่งนี้มันจะเกิดขึ้นแบบไม่ได้วางแผน แต่วอนชิกก็ดูรู้ว่าทั้งสองคนก็น่าจะเกิดความสงบในจิตใจเพราะเรื่องของพวกเขามันจะได้จบบทหนึ่งและเริ่มบทที่สองเสียที


ต้องขอบคุณเจ้าตัวน้อยในท้องของฮัคยอนนูน่า มาเป็นกาวประสานใจจริงๆ


เขารอเห็นหน้าหลานแทบไม่ไหวเลยล่ะ


“ดูทำหน้าเข้า ร้องไห้ได้ก็ร้องแล้วมั้ย”ฮงบินหันมาแซวแฟนหนุ่มที่นั่งอมยิ้มพริ้มเพราอยู่คนเดียวมองฮัคยอนและแทคอุนต่างแลกแหวน เอ่ยคำสัญญาและจุมพิตกันท่ามกลางเสียงเชียร์ของแขกที่มาร่วมงาน วอนชิกหันไปมองฮงบิน นิ้วชี้แตะลงเบาๆที่แก้มใสของคนข้างๆเบาๆ ดวงตาเรียวตกมองคนที่เลิกคิ้วกลับมาเป็นเชิงถาม
“ก็ซึ้งอ่ะ เธอไม่ซึ้งเหรอ?”ฮงบินไหวไหล่ มันก็ประทับใจ แต่ไม่ได้ซึ้งจะร้องไห้อะไรขนาดนั้นเสียหน่อย วอนชิกงับริมฝีปากเหมือนชั่งใจอะไรบางอย่าง นิ้วเลื่อนมาเล่นปลายผมหนาที่ถูกไดร์ให้ม้วนเป็นลอนคลื่นน่ารักและดูแปลกตา แต่ก็เข้ากันกับฮงบินได้เป็นอย่างดี


“ไม่ซึ้ง แต่อยากแต่งงานมั้ย?”


คนตัวเล็กตาโตด้วยความตกใจ ทั้งๆที่มันเป็นคำถามธรรมดา สบายๆเหมือนไม่มีอะไร แต่ความหมายของมันเมื่อออกมาจากปากของวอนชิก คนที่กำลังนั่งมองเธอด้วยสายตานิ่งๆแต่ล้ำลึกนั้นก็ทำให้รู้ว่ามันมีความพิเศษ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น เลือดในร่างสูบฉีดเร็วและแรงจนแก้มใสกับใบหูกลายเป็นสีแดงก่ำ ดวงตากลมโตเสมองไปทางอื่นอย่างเขินๆก่อนที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก้มลงมองมือที่วางอยู่ที่ตัก ท่าทางเหมือนหนักใจแต่วอนชิกก็รู้ดีเกินไปว่าอีกคนแค่กำลังเขินพูดอะไรไม่ออกก็เท่านั้น ชายหนุ่มหัวเราะต่ำๆในคอและแตะแก้มแดงปลั่งเบาๆอีกครั้ง


“อยากแต่งงานกับฉันมั่งมั้ยอีฮงบิน?”


ฮงบินครางหงิงในคอด้วยความเขินจัด มือเล็กยกขึ้นมาปิดบังหน้าที่แดงเป็นลูกมะเขือเทศของตัวเอง ไม่ว่าใครที่ไหนได้ยินแบบนี้ก็ต้องเขินทั้งนั้นแหละถึงจะตายด้านไม่ได้ซาบซึ้งกับความโรแมนติกอะไรแบบผู้หญิงคนอื่นๆ แต่เธอก็เป็นผู้หญิงที่กำลังมีความสุขกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนสนิทควบตำแหน่งคนรัก ทั้งๆที่ไม่เคยคิดอะไรแบบนี้มาก่อนเพราะทั้งคู่ก็เพิ่งเรียนจบได้แค่ปีเดียว ยังเพิ่งเริ่มทำงานยังไม่ใช่เวลามาสร้างครอบครัวสักนิด แต่พอได้ยินจากปากของวอนชิกในบรรยากาศงานแต่งงานที่ก็บิ้วความรู้สึกประมาณหนึ่งแล้วมันก็ทำให้เธอรู้สึกใจเต้นแรงอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ


“จะขอเธอแต่งงานต้องไปขอใครดี? ค่าตัวจะแพงมั้ยนะ?”


ฮงบินหันไปมองแฟนหนุ่มที่ยิ้มกรุ้มกริ่ม มือเล็กยกขึ้นปิดหน้าหล่อแล้วถอนหายใจแรงๆเพื่อไล่ความรู้สึกเขินออกไปแล้วตอบด้วยน้ำเสียงสั่นระริกจนน่าอาย วอนชิกยิ้มกว้างกับคำตอบที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและพองโต สองแขนแกร่งรวบตัวบางเข้ามากอดแน่นๆ มันเป็นคำพูดที่ดูเล่นๆไม่จริงจัง แต่ทั้งคู่ก็รู้จักกันดีมากเกินไปที่จะบอกได้ว่ามันไม่ได้ไม่จริงจัง จริงๆแล้ว...มันจริงจังที่สุดเลยล่ะ




“โตแล้วต้องขอใครด้วยเหรอ อยากแต่งก็แต่งสิ”




ใครจะว่าอะไรก็ช่าง สำหรับชายหนุ่มอายุเพียง 23 ปีการที่จะคิดเรื่องแต่งงานมีครอบครัวมันถือว่าเร็วเกินไป เร็วเกินไปมาก มันเป็นเรื่องน่าตลกสำหรับคนอื่นแต่สำหรับวอนชิกแล้วมันไม่เห็นจะเร็วไปตรงไหน ไม่ใช่ว่าเขาจะแต่งงานกับฮงบินตอนนี้เพราะยังไงพวกเขาสองคนก็ต้องทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวกันไปก่อนอยู่แล้ว แต่อีกใจก็อยากจะทำให้มันเรียบร้อยแบบเป็นทางการและจริงจังเสียที คิมวอนชิกน่ะรอวันนั้นให้มาถึงนานแล้วเลยล่ะ

เขาจินตนาการฮงบินในชุดเจ้าสาวน่ารักๆอยู่บ่อยครั้งแบบอดไม่ได้ หรือมองเห็นภาพอนาคตของพวกเขาสองคนในอีกสิบปีข้างหน้า วอนชิกรู้จักฮงบินมาเกือบสิบปีและเขาก็มั่นใจในความรู้สึกของพวกเขาทั้งสองคนเพราะมันมากกว่าแค่ความรัก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขากับเธอผ่านมันมาด้วยกันด้วยความอดทนและเข้าใจมันเป็นมากกว่าความรัก เขาคงทนไม่ได้ถ้าหากว่าจะเห็นฮงบินไปกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นน้องสาวที่แสนสวย น้องชายที่แสนซน หรือไปเป็นทอมให้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน



อีฮงบินก็ต้องเป็นผู้หญิงของคิมวอนชิกคนเดียวเท่านั้นแหละ






END


อืม...เป็นตอนจบที่ดีไหมนะ?
ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเป็นตอนจบที่ดีอย่างที่ทุกคนคาดหวังหรือเปล่า
เลโอเอ็นมาตอนจบเนอะ เย้ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
ฮยอกเคนไม่มา เพราะมาไปแล้วตอนที่แล้วเนอะ
ยังไงเจอกันตอนพิเศษนะคะ

อ่านแล้วคิดเห็นยังไงติชมได้เลย รออ่านอยู่ค่ะ
#อิถั่วเป็นทอมยังไงให้ได้ผอ


TF:)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #198 แม่ยกเลโอเอ็น (@0994159481) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 21:10
    น่ารักจับใจ อยากให้มีตอนแต่งงานของทั้งคู่จังค่ะไรท์

    เลโอเอ็นก็น่ารักอิแมวนี้ขี้หึงจิงเรื่องก็ผ่านมา4ปีล่ะ

    แล้วเจ๊ชาก็ท้องลูกแกอยู่นะแมว หวงไม่เลิกจริงๆแต่น่ารัก

    วอนชิคก็น่ารักชอบความรักของทั้งคู่มากๆเลยอ่าาา 

    ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความเป็นเพื่อนแปรเปลี่ยนเป็นความรัก

    รอตอนพิเศษนะคร้าาา ไม่อยากให้เรื่องนี้จบเลยจริงๆ 

    ขอบคุณไรท์ที่แต่งฟิคดีๆสนุกๆมาให้ได้อ่านนะคะ จะรอติดตามผลงานเรื่องใหม่ของไรท์เรื่อยๆนะคะ สู้ๆคร้าา
    #198
    0
  2. #193 pt_deda (@pt_deda) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 02:38
    รอตอนพิเศษน๊าาาาาา
    #193
    0
  3. #188 Nok (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 14:31
    น่ารักอะ> < งุ้ย~~~~ท่าโกนหนวดโรแมนติกมากกกกก

    "โตแล้วต้องขอใครด้วยอยากแต่งก็แต่ง" กริ๊ดดดดดดดด เป็นคำตอบตกลงทึ่ฮาร์ดคอร์มากกก > <
    #188
    0
  4. #187 Geeyon85 (@best-jra) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 23:53
    กรี๊ดลั่นในลำคอมากกกก กลัวเพื่อนด่า 5555555555555555555555 ฟินนนนนนนนนนนน
    "อีฮงบินก็ต้องเป็นผู้หญิงของคิมวอนชิคคนเดียวเท่านั้นแหละ"
    #187
    0
  5. #186 CHOESHIN (@choeshin) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 23:20
    ดีแล้วค่ะ นี่ยิ้มหน้าบานตั้งแต่ประมาณพารากราฟที่สองจนตอนจบ ฮือออ ผ่านอะไรกันมาเยอะเลย ไม่รักจริงก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วล่ะTT
    #186
    0
  6. #185 9tula (@9tula) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 23:05
    เหยยย เซอร์ไพรซ์แรง เลโอเอ็นมาวินในตอนจบจ้า แหกโค้งมาก นูน่ากับพี่แมวได้แต่งงานกันเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆซะทีเนอะ พี่แมวก็เลิกแยกเขี้ยวใส่วอนชิกซะทีเหอะ ตลก หลายปีแล้วยังไม่ลืมอีก 5555555555555555
    ทอมถั่วจบแล้วจริงๆเหรอเนี่ย แอบเสียดายจัง แต่ก็ฟีลกู๊ดกับเรื่องนี้มาตลอดนะ เหมือนใช้ชีวิตอยู่กับสองคนนี้มาหลายเดือน(มโนไปเอง) ขอบคุณนะคะสำหรับเรื่องนี้ น่ารัก เศร้า หน่วง ฮา มาหมดทุกรส น่ารักหมดทุกคู่เลย ว่างๆคงได้กลับมาอ่านวนอีกหลายรอบแหงมๆ ไปค่ะ อ่านวนไปค่ะ!
    #185
    0