(os/sf) little fiction │markbam

ตอนที่ 25 : OS MARKBAM : BLUE BLOOD (INCEST)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 301 ครั้ง
    27 ก.ย. 61


sin 18+

BLUE BLOOD

MARKBAM 


สมิธ - มาร์ค

เรนนี่ - แบมแบม


INCEST

คือ การร่วมประเวณีระหว่างญาติสนิทหรือคนในครอบครัว

คำเตือน : ช็อตฟิคชั่นเรื่องนี้มีความผิดศีลธรรม ถ้าอ่าน Twin (3P) แล้วยังรับไม่ได้

ไข่ดองอยากจะบอกเอาไว้ตรงนี้ว่า ไม่ไหวก็อย่าฝืน



ในอดีตกาลมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับกษัตริย์สองพี่น้องจอมละโมบ ที่ได้สร้างคำสาปไว้ให้ลูกหลานในสายเลือด


คำสาปร้ายที่มีไว้เพื่อปกป้องสมบัติของบรรพบุรุษและคงรักษาสายเลือดสีน้ำเงินแห่งราชวงศ์


คำสาปร้าย...ที่สร้างโซ่ตรวนกักขังเด็กน้อยไร้เดียงสาไว้ในห้วงแห่งราคะและความผิดบาป


..ไปตลอดกาล..




          “ผู้ชายค่ะ! คุณผู้ชายคุณได้ลูกชายค่ะ!”



เสียงหญิงรับใช้วิ่งกระหือกระหอบเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม ประมุขของบ้านเด้งตัวขึ้นยืนอย่างดีใจ



“เราได้ลูกชายอย่างนั้นหรือ!?”



ริชาร์ท วัลโด้ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เก็บความปิติไว้ไม่อยู่ ข้าง ๆ เขาคือเด็กชายวัย 5 ขวบที่ตัวโตเกินเด็กวัยเดียวกัน ประมุขของตระกูลวัลโด้รีบปี่เข้าไปในห้องนอนของตนที่มีภรรยาผู้อันเป็นที่รักของเขากำลังนอนอยู่



“ริชาร์ท..”



ทริกซี่ วัลโด้ เรียกสามีด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเหนื่อยอ่อนแต่ทว่าใบหน้าของเธอกำลังเปื้อนรอยยิ้ม ในอ้อมแขนหญิงสาวมีทารกตัวเล็กผิวบอบบางเป็นสีแดงระเรื่อ เด็กชายพยายามจะปีนขึ้นไปบนเตียงเพื่อมองดูน้องชายของตัวเองด้วยความตื่นเต้น



“น้องตัวเล็กจัง”



สมิธ วัลโด้ ว่าพร้อมกับทำปากยู่ก่อนจะส่งนิ้วป้อมไปจิ้มบนแก้มน้อย ๆ ทารกขยับตัวเล็กน้อยเมื่อถูกรบกวนทริกซี่ยิ้มเมื่อเห็นว่าลูกชายคนโตจะดูสนอกสนใจน้องชายเหลือเกิน “ช่วยแม่ตั้งชื่อน้องหน่อยสิสมิธ”



เด็กชายทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะร้องออกมา “เรนนี่!”



เรนนี่..ที่แปลว่า ตัวเล็กแต่แข็งแรง..



“หืม ? เรนนี่งั้นหรอ”ทริกซี่ถามย้ำเด็กชายพยักหน้ารัว “เอาแบบนั้นก็ได้จ๊ะ”



เธอยิ้มให้ลูกชายก่อนจะก้มกลับมามองเจ้าทารกตัวแดงในอ้อมแขนที่สมิธพร่ำบอกนักบอกหน้าว่าตัวเล็กหนักหนา



เรนนี่ วัลโด้ลูกชายของแม่”










เมื่อวันเวลาผ่านไป เด็กน้อยก็เติบโตไปตามกาลเวลาแพรผมสีขาวสว่างสะท้อนแสงแดดแพรวพราวไปทั่วอาณาเขต เรนนี่หัวเราะร่าเมื่อโดนพี่ชายที่อายุมากกว่าตัวเอง 5 ปีโยนขึ้นไปบนฟ้า ช่วงเวลาที่พี่ชายและน้องชายได้ใช้ร่วมกันอยู่ในสายตาของผู้เป็นพ่อและแม่ ทริกซี่ยิ้มบาง ๆ กับภาพตรงหน้ามันทำให้เธอนึกถึงสมัยที่ตัวเองยังเป็นเพียงแค่เด็กหญิงตัวเล็กที่มีความสุขกับบ้านตุ๊กตาและงานเลี้ยงน้ำชาแบบเด็ก ๆ



แต่ความสุขในวันหยุดก็มลายหายไปเมื่อประมุขของตระกูลวัลโด้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ



“สมิธกับเรนนี่จะต้องหมั้นกันในอีก 7 ปี”



มันเป็นประโยคที่เธอเคยได้ยินเมื่อหลายสิบปีก่อน พ่อและแม่ของเธอก็พูดแบบนี้เช่นกัน มันเป็นถ้อยคำแห่งคำสาปที่กักขังเธอเอาไว้ในกรงทองเพียงเพราะเธอเกิดมาในตระกูลวัลโด้



ตระกูลเลือดสีน้ำเงินบริสุทธิ์ ผู้สืบเชื้อสายกษัตริย์แห่งคาสตีลที่แท้จริง



“ริชาร์ท แต่เด็กพวกนี้เป็นผู้ชายทั้งคู่”ทริกซี่ร้องขึ้น “มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้คู่แต่--”



“มันเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้น มันถูกกำหนดไว้แล้วทริกซี่ที่รัก”



หญิงสาวเม้มปากแน่น ในวันที่เรนนี่ลืมตาขึ้นมาดูโลกที่แสนโหดร้าย เธอดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่เมื่อรู้ว่าลูกคนที่สองของเธอเป็นผู้ชาย มิใช่สตรีเฉกเช่นเดียวกับเธอ



เธอดีใจแทบบ้าเมื่อรู้ว่าคำสาปที่ทำลายชีวิตของเธอ ของคุณแม่ของเธอกำลังจะสิ้นสุดเสียที



แต่เมื่อได้ยินคำประกาศิตของริชาร์ทผู้เป็นทั้งพี่ชายในสายเลือดและสามีของเธอ มันเหมือนมีมีดคมกรีดลงบนดวงใจของเธอ



เรนนี่ที่รัก ลูกจะต้องตกอยู่ในสภาพที่แสนไร้อิสระแบบแม่อย่างนั้นหรือ



“แต่เรนนี่อ่อนแอเกินไป”ทริกซี่พยายามจะแย้ง “ได้โปรดริชาร์ทที่รัก...หยุดคำสาปร้ายนั่นไว้ที่พวกเรา”



ริชาร์ททำหน้าเคร่งเครียด ในใจลึก ๆ เขาก็ไม่ได้อยากให้ลูกชายที่รักทั้งสองจะต้องลงเอยเช่นเดียวกับเขาและน้องสาวที่รักอย่างทริกซี่ แต่คำฝากฝังที่ตกมารุ่นสู่รุ่น มันทำให้อยากเหลือเกินที่จะตอบตกลงภรรยาที่รักไป



“ถ้าเกิดพวกเขาไม่รักกัน...เราก็ทำอะไรไม่ได้หรอกทริกซี่ที่รัก”



ถึงแม้ว่าเขาจะพูดออกมาเช่นนั้น แต่ลึก ๆ เขาก็รู้ดี ไม่ว่าเขาและทริกซี่จะไม่จัดการหมั้นหรือทำอะไรซักอย่างให้ทั้งคู่ปลงใจเคียงคู่กันไปจนตาย แต่วันหนึ่งพวกเขาจะรักกันเพราะทุกอย่างมันกำหนดเอาไว้แล้ว



มันกำหนดเอาไว้ตั้งแต่ที่พวกเขาลืมตาเกิดขึ้นมาเป็นคนของตระกูลวัลโด้แล้ว..









“สมิธ!”



เด็กชายตัวจ้อยเรียกพี่ชายที่กำลังวิ่งนำหน้าตัวเองด้วยอาการเหนื่อยหอบ ก่อนจะล้มลงไปแบะขาบนพื้นหญ้า ตอนนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะวิ่งไล่ตามพี่ชายแล้ว เมื่อลูกชายคนโตแห่งตระกูลรู้ว่าน้องชายตัวเองหมดแรงแล้วก็หันกลับไปหาอีกคนทันที สมิธยิ้มเอ็นดูอีกคนอีกกำลังหอบหายใจน้อย ๆ ปรางแก้มใสกำลังขึ้นสีอย่างน่ารัก



“อะไรกัน แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วหรือ”



“ก็ผมขาสั้นกว่านี่!”



“ข้ออ้างชัด ๆ เจ้าตัวดื้อเอ๊ยย ! ”



สมิธว่าพร้อมกับนั่งลงบนผืนหญ้าก่อนดึงอีกคนมานั่งบนตัก ตอนนี้เขาก็อายุ 15 แล้วอีกไม่นานก็จะโตเป็นชายหนุ่มเต็มตัวในขณะเดียวกันน้องชายตัวเล็กของเขาก็ไม่มีท่าทีจะเติบโตเป็นชายหนุ่มที่แข็งแกร่งแบบเขาเลยซักนิด



เพราะเรนนี่ทั้งตัวเล็ก ผอมแห้งเหมือนเด็กขาดสารอาหารแต่ถึงจะผอมมากขนาดไหน แต่ปรางแก้มใสก็อวบขึ้นทุกปีเลยจริง ๆ



ฟอด !



“สมิธ ! เหม็นเหงื่ออก ! ”



เรนนี่ดิ้นไปมาบนตักของพี่ชาย เขาเกือบจะจมอกอีกคนไปเลยเมื่ออยู่ในท่าที่น่าอายแบบนี้สมิธหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกดจมูกสูดดมกลิ่นกายของน้องชายอย่างชื่นใจอีกครา ถึงแม้ว่าตอนนี้เรนนี่จะตัวเปียกชื้นเพราะเหงื่อไคลแต่มันก็ยังคงหอมสดชื่นในความคิดของเขา



ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพี่ชายคนนี้หลงเจ้าน้องชายตัวกระเปี๊ยกมากเท่าใด



“นายหอมจะตายเรนนี่”



ว่าแล้วเขาก็กดจูบ สูดดม ตามปรางแก้มและซอกคอให้เรนนี่จั๊กจี้เล่น เด็กชายคนเด็กกว่าหัวเราะคิกคักออกมาอย่างสุดเสียงเพราะถูกปลายนิ้วของพี่ชายสัมผัสปัดป่ายบริเวณเอวบาง เรนนี่พยายามหนีอีกคนจนสุดท้ายสมิธหน้าหงายท้องบนราบไปกับผืนหญ้าโดยมีน้องชายตัวจ้อยนอนขดอยู่บนตัว



“หนักมั้ยสมิธ..”



“นายตัวเบาจะตาย กินให้เยอะ ๆ หน่อยสิเรนนี่!”



เด็กชายยู่ปากก่อนจะทิ้งศีรษะลงแนบกับแผ่นอกของเด็กอายุ 15 ปีที่ออกกำลังกายเป็นประจำ มันไม่ได้แข็งแรงเท่าคนอายุ 20 ปีแต่มันก็อบอุ่นและทำให้เด็กน้อยรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่ได้สัมผัส



อ้อมกอดของสมิธ วัลโด้เป็นสิ่งที่เรนนี่ชอบที่สุด



“เคธี่มาขอฉันเดทด้วยล่ะ”



“ผมเกลียดเคธี่”



สมิธขำออกมาเมื่อได้ยินน้ำเสียงกระเง้ากระงอดของน้องชาย ใครว่าเขาติดน้องชายเพียงฝ่ายเดียว เจ้าเด็กตัวจ้อยนี่ก็ใช่ย่อย ถึงแม้ว่าอายุแค่ 10 ปีแต่ความร้ายกาจก็เป็นที่เลื่องลือพอตัว อาจจะเป็นเพราะเป็นเด็กที่มาจากตระกูลดังที่มีตำนานเรื่องสายเลือดสีน้ำเงิน แล้วก็แพรผมสีเงินยิ่งทำให้เจ้าตัวโดดเด่นกว่าใคร ๆ



อ้อ! นิสัยที่แสนร้ายกาจนั่นก็ด้วย



“เรนนี่อยากให้ฉันปฏิเสธ ? ”



“สมิธจะไม่ทำก็ได้”เด็กชายว่าเสียงเรียบ “แต่วันที่ไปเดท..สมิธคงต้องไปเดทคนเดียว”



หึ...ร้ายกาจจริง ๆ



“ตอนนี้นายจะทำแบบนี้ก็ได้”สมิธว่าพร้อมกับเลื่อนมือไปโอบกอดน้องชายที่นอนอยู่บนตัวของเขา “แต่วันหนึ่งเราก็ต่างต้องไปมีครอบครัว มีคนที่รัก”



“...”



“วันนั้นนายจะมางอแงแบบนี้ไม่ได้นะเรนนี่”



“แล้วคนที่ผมรัก..เป็นสมิธไม่ได้หรอ ? ”



เจ้าของชื่อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มขำออกมาเขากระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม “แน่นอน เพราะเราเป็นพี่น้องกันไง ตอนนี้เรนนี่อาจจะรักแค่ฉัน แต่ซักวันนายจะต้องไปหลงรักสาวสวยหุ่นแม่โคแน่ ๆ เชื่อฉันสิ”



“ไม่รักหรอก”



เรนนี่พูดเสียงอู้อี้เพราะเอาใบหน้าอิ่มมุดอกพี่ชายอย่างงอแง สมิธขำน้อย ๆ และกอดน้องชายเอาไว้อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งทั้งคู่ผล็อยหลับไปท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายในสวนหลังบ้าน



ความรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะรู้สึกไปได้อีกนานแค่ไหนเหมือนกัน..











ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาเช้าตรู่ แต่ก็มีบางสิ่งเคลื่อนไหวใต้ความมืดภายในคฤหาสน์หลังโต สมิธ วัลโด้ค่อย ๆ ก้าวลงบันไดอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงก่อนจะรีบมุ่งตรงไปยังประตูบ้านซึ่งเป็นทางออก การลักลอบหนีออกจากตั้งแต่เช้าของลูกชายคนโตของบ้านก็ถูกขัดขวางโดยผู้มาใหม่



“ออกไปไหนสมิธ ? ”



เป็นหญิงผู้ให้กำเนิดเขานั่นเองที่ร้องทัก สมิธชะงักฝีก้าวก่อนจะหันไปมองแม่ด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ ของเขาทริกซี่เลิกคิ้วเชิงถามซ้ำ “ผม..นัดเพื่อนเอาไว้น่ะ”




“แน่ใจว่าแค่เพื่อน”



“ก็..ครับ”สมิธยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นมาเกาข้างแก้มเบา ๆ “แต่หลังจากเย็นนี้..ก็ไม่แน่”



สุดท้ายเขาก็ยอมสารภาพออกไป วันนี้เขามีนัดไปฉลองวันเกิดกับเจสซี่ที่อายุครบ 20 ปีเธอเป็นผู้หญิงที่เขาคุยมาซักพักแล้ว สมิธไม่ใช่ผู้ชายที่หน้าตาแย่อะไรติดจะออกดูดีด้วยซ้ำไป ไม่แปลกที่จะมีสาว ๆ แวะเวียนเข้ามาในชีวิต แต่ก็ไม่มีใครอยู่ได้นานเกิน 2 อาทิตย์หรอกเพราะเจอน้องชายตัวแสบของเขาไปก็ถอยกันไปหมด



แต่เจสซี่ต่างออกไป เธอเข้าหาด้วยความสัมพันธ์แบบเพื่อนไม่นานเธอสารภาพกับเขาว่ากำลังสนใจในตัวเขาอยู่ อาจจะเป็นไลฟ์สไตล์ที่คล้ายกันมันเลยทำให้เขาสนุกมาก ๆ ที่ได้ใช้เวลากับเจสซี่



แต่ทุกอย่งที่เกิดขึ้นระหว่างสมิธและเจสซี่เป็นความลับที่ถูกปกปิดเอาไว้กับที่บ้านของสมิธเพราะเขาไม่อยากให้เรนนี่อาละวาด และทำลายทุกอย่างเหมือนที่ผ่านมา..บางที เขาอาจจะกำลังจะจริงจังกับผู้หญิงคนนี้



และนั่นมันคงเป็นเหตุผลที่เขาไม่มั่นใจอะไรเลย..



“ก็ไปสิ แม่ไม่ห้ามลูกอยู่แล้ว”ทริกซี่ยิ้มให้ลูกชาย “คงกลัวว่าเรนนี่จะรู้สินะถึงออกแต่เช้าแบบนี้”



“ครับ..”



“โอเค เดี๋ยวทางนี้แม่จัดการเอง”เธอพยักหน้าให้กับตัวเอง “เดี๋ยววันนี้แม่อยู่กับเรนนี่เอง ลูกจะได้ไปเดทอย่างสบายใจ...อย่าลืมปกป้องนะ”



“แม่!!”



แก้มตอบของสมิธขึ้นสีอย่างเขินอาย เขารีบลาผู้เป็นแม่ก่อนจะรีบออกจากบ้านมาเพราะว่าเรนนี่จะตื่นเข้าเสียก่อน ทริกซี่มองตามแผ่นหลังกว้างของลูกชายด้วยสายตาที่เรียบนิ่งเธอเม้มปากแน่นอย่างไม่มั่นใจ เธอไม่รู้เลยว่าการที่เธอทำแบบนี้บรรพบุรุษจะสาปแช่งเธอหรือเปล่า



แต่เธอไม่อยากให้ลูกทั้งสองของเธอจะต้องมาตกอยู่ในวังวนคำสาปเช่นเดียวกับเธอก็เท่านั้นเอง...








“แม่ครับ..สมิธไปไหน ? ”



เด็กชายวัย 17 ปีเดินขยี้ตาลงบันไดเอ่ยถามผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงงัวเงีย แพรผมสีเงินสว่างชี้ฟูอย่างน่าเอ็นดูคงพึ่งจะลุกจากเตียงมา



“ออกไปหาเพื่อนน่ะ”



ทริกซี่ตอบก่อนจะยกจานมื้อเช้ามาเสิร์ฟให้ถึงลูกชายคนเล็ก เรนนี่ยู่ปากอย่างหงุดหงิดเมื่อไม่พบพี่ชายตั้งแต่เช้าแบบนี้ ความรู้สึกหม่นหมองมันแย่กว่าการที่เขานอนไม่พอเสียอีก



“ผมอุส่าห์ไปเช่าหนังมา”



“งั้นเรนนี่ให้แม่ดูด้วยแทนได้มั้ย ? ”



ทริกซี่ยื่นข้อเสนอและหวังว่าลูกชายคนเล็กจะไม่ปฏิเสธ เรนนี่พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพำพัมตอบแล้วจัดการมื้อเช้าอย่างเงียบ ๆ เหมือนทุกวันทริกซี่มองอีกคนอย่างเป็นห่วงแต่ดูเหมือนว่าเรนนี่จะไม่ค่อยหงุดหงิดเหมือนทุกที



เธอเห็นแบบนี้..ก็วางใจลงนิดหน่อย







“สมิธ...เราจะไปดูหนังรอบไหนดี”



“บ่าย ๆ ดีมั้ย ? ตอนนี้บรรยากาศกำลังดีออกไปเดินเล่นที่ปาร์คกันดีกว่า”



เขาเสนอความคิดเห็นพร้อมกับรอยยิ้มเจสซี่ยิ้มหวานก่อนจะเดินเคียงข้างเขาไปตามทาง สองมือของวัยรุ่นปัดป่ายไปมาชวนรู้สึกจั๊กจี้ จนสุดท้ายเป็นสมิธที่คว้าฝ่ามือเล็กของอีกคนมากุมเอาไว้ ระหว่างทางมีแต่ความเงียบแต่ไร้ความอึดอัด ทั้งคู่เดินกันไปจนถึงสวนสาธารณะที่มีผู้คนมาใช้บริการไม่ว่าจะเป็นปั่นจักรยาน นั่งปิกนิก ให้อาหารปลา



พวกเขาทั้งคู่เลือกที่จะไปนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคน สมิธและเจสซี่นั่งพูดคุยเกี่ยวเรื่องกีฬาและหนังที่กำลังรอเข้าไปดูว่าตั้งตารอมานานแค่ไหนแล้วจนสุดท้ายทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ บรรยากาศที่เย็นสบายทำให้ทั้งคู่เผลอไผลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน



สิ่งที่อยู่รอบกายชักนำพาให้ทั้งคู่ได้สบตากัน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ใบหน้าของทั้งสองเคลื่อนเข้ามาใกล้กันถึงเพียงนี้ สมิธหลุบตามองต่ำ จ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เคลือบไปด้วยลิปลอสบางเบา เขาหลับพริ้มเมื่อริมฝีปากของเขาสัมผัสกับริมฝีปากของหญิงสาว ความนุ่มนิ่มทำให้เขาลุ่มหลงและมัวเมาไปกับมัน



เขาดันให้เจสซี่นอนหงายบนผืนหญ้า ก่อนจะก้มลงไปจุมพิตเธออีกครั้งด้วยความรู้สึกที่ทวีคูณมากกว่าเดิม ปลายลิ้นร้อนของเขาลุกล้ำเข้าไปด้านในอย่างเชื่องช้า หญิงสาวกำแขนเสื้อของเขาแน่นเมื่อเริ่มหมดลมหายใจ



ครืด...ครืด…



วัลโด้ชะงักเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวโปรด เขาผละออกมาก่อนจะหยิบเมื่อเห็นว่าเป็นสายของทริกซี่ วัลโด้เขาก็ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ



“ฮัลโหลครับแม่”



[สมิธ..แม่รู้ว่ามันไม่เหมาะเท่าไหร่ที่แม่จะโทรหาลูกตอนนี้]น้ำเสียงของเธอเป็นกังวล [แต่ตอนนี้เรนนี่อยู่ที่โรงพยาบาล ถ้าลูกเดทเสร็จแล้วมาหาน้องหน่อยน---]



“ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”พูดจบเขาก็วางสายอย่างเร่งรีบ เจสซี่มองตามอย่างไม่เข้าใจกับท่าทางที่ดูร้อนรนของอีกคน สมิธหันมามองหญิงสาวที่เขาอุส่าห์ตั้งใจมาใช้เวลาด้วยทั้งวัน “ฉันขอโทษนะเจสซี่..แต่ฉันต้องรีบไปโรงพยาบาลน่ะ”



“ใครเป็นอะไรหรอ ? ”



“เรนนี่น่ะ..เขาเข้าโรงพยาบาล”



เด็กนั่น..อีกแล้วหรอ ?



“อืม ไปเถอะ”



“ขอโทษจริง ๆ นะสุขสันต์วันเกิด”



พูดจบเขาก็ก้มลงไปจุมพิตที่ริมฝีปากเธออีกครั้งเร็ว ๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งออกไปจากสวนสาธารณะอย่างรวดเร็ว หญิงสาวมองตามอย่างหงุดหงิดเธอเสยผมอย่างสะกัดกลั้นอารมณ์ไว้ข้างใน ตอนแรกอะไร ๆ มันก็ดีอยู่แล้วเชียวถ้าไอ้เด็กนรกนั่นไม่มาป่วยเอาเสียก่อน อะไรมันก็คงง่ายกว่านี้



นายนี่มันเด็กนรกจริง ๆ เรนนี่ วัลโด้!


50%


“เรนนี่!”



พี่ชายคนโตพุ่งพรวดเข้ามาในห้องพักพิเศษที่มีน้องชายตัวเล็กกำลังนอนซุกผ้าห่มแสนบางอยู่ เจ้าของชื่อปรือตาขึ้นมามองอีกคนก่อนจะหลับตาลงเช่นเดิม เมื่อสมิธหันไปมองด้านซ้ายก็เห็นผู้เป็นแม่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ



“แม่...เรนนี่เป็นอะไร ? ”



“ก็..มีเด็กแถวนี้ติดเกมจนไม่ยอมกินข้าวน่ะ”ทริกซี่พูดพร้อมกับเหล่มองลูกชายคนเล็กที่แอบโผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม “จนเป็นลมเป็นแล้งน่ะสิ”



เมื่อเช้าคาแรกเจ้าลูกชายตัวดีของเธอบอกว่าจะดูหนังที่เช่ามาด้วยกัน แต่พอทานมื้อไปได้แค่ไม่กี่คำก็ขอตัวขึ้นไปบนห้องและหายเงียบไปจนกระทั่งมีคนได้ยินเสียงดังบนห้องของลูกชายคนเล็กแห่งตระกูลวัลโด้



แล้วทริกซี่ก็ได้รู้ว่า สภาพงัวเงียที่เธอเห็นเมื่อเช้าไม่ใช่เพราะลูกชายของเธอพึ่งตื่น.. เพราะเรนนี่ไม่ได้นอนเลยทั้งคืนต่างหากและสาเหตุที่เด็กหนุ่มไม่ยอมนอนก็เพราะว่าเขากำลังติดเกมอย่างหนัก หลักฐานก็คือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่เปิดเกมชื่อดังเอาไว้อยู่



เมื่อสมิธได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด “แม่กลับบ้านก็ได้ครับ เดี๋ยวผมดูแลเรนนี่เอง”



“อืม งั้นแม่กลับก่อนนะ”



ทริกซี่ไม่คิดที่จะขัดลูกชายคนโตเพราะเธอรู้ดีว่าสมิธจะไม่ทำอะไรเจ้าตัวดื้อที่นอนขดอยู่บนเตียง สมิธน่ะรักเรนนี่มาก มากชนิดที่ว่าดุได้ไม่เกิน 2 นาทีก็กลับมาโอ๋เหมือนเดิม



เมื่อผู้เป็นแม่เดินออกจากห้องไป ผู้พี่ก็ตวัดสายตามามองอีกคนที่กำลังปรือตามองมาอยู่ “จะดุอะไรผมล่ะ ?”



“ทำไมไม่กินข้าว ? นายเล่นเกมพี่ไม่เคยห้ามแต่อย่าทำแบบนี้ พี่ไม่ชอบ”



เขากังวลแทบจะเป็นบ้าตายบนรถประจำทาง ทั้งเขาและเรนนี่ไม่ได้แข็งแรงเหมือนคนทั่วไป และไม่เหมือนคนปกติอีกด้วย เรนนี่มักจะป่วยง่าย ๆ เขาจึงต้องคอยดูแลอยู่ตลอด



“ถ้าผมไม่ทำแบบนี้..สมิธก็คงไปเริงร่ากับผู้หญิงคนนั้นน่ะหรอ ? ”



“นายรู้ ? ”



“สมิธคิดว่าผู้หญิงแย่ ๆ แบบนั้นจะไม่เปล่าประกาศหรอว่าตัวเองกำลังคุยกับผู้ชายที่หล่อที่สุดในมหาลัยน่ะ เหอะ!”



สมิธ วัลโด้คงลืมไปว่าน้องชายของเขามีนิสัยร้ายกาจและกล้าได้กล้าเสียมากแค่ไหน การที่เจ้าตัวยอมอดหลับอดนอนเพื่อที่จะป่วยและทำให้เดทของเขาพังไม่เป็นท่าแบบนี้ มันเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ สำหรับเรนนี่ วัลโด้



เพราะแบบนี้เขาถึงไม่อยากที่จะให้อีกคนรู้ว่าเขากำลังคุยกับใครมากนัก



“...”



สมิธไม่ตอบอะไรออกมา เพราะกำลังกดดันอีกคนด้วยสายตาเรนนี่เห็นแบบนั้นก็ตวัดสายตาค้อนอย่างเอาเรื่อง ไม่นานคนพี่ก็ต้องถอนหายใจเพราะความดื้อด้านของน้องที่เป็นเขาเองที่ทำให้เป็นแบบนี้



“เรนนี่ นายโตแล้วนะ เลิกทำแบบนี้ซักที”



“แล้วไง ? โตแล้วก็เลยหวงสมิธไม่ได้หรอ ? ”



“มันควรมีขอบเหตุมากกว่านี้”



“จะบอกว่าผมมันงี่เง่าก็พูดมา ใช่สิ ผมเป็นผู้ชายนี่ เป็นน้องของสมิธด้วย! เพราะแบบนี้เราถึงรักกันไม่ได้ใช่มั้ย!!”



เรนนี่ตวาดใส่พี่ชายเสียงดังไม่เกรงใจใครทั้งนั้น ใบหน้าอิ่มซีดเผือกกำลังบิดเบี้ยวเพราะความโกรธ โมโหและน้อยใจ เขาสะบัดหน้าหนีไปอีกทางเพราะตัวเองไม่อยากจะพูดจาแย่ ๆ กับคนที่เขารักไปมากกว่านี้



เขารู้ว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดที่เขาจะมีความรู้สึกลึกซึ้งกับพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเอง มันอาจจะเป็นเพราะความใกล้ชิดที่มากกว่าพี่น้องคู่อื่น ๆ อาจจะเพราะเขาป่วยบ่อย ๆ และมีสมิธมาคอยดูแล อาจจะเป็นเพราะเขาไม่มีเพื่อนช่วงเวลาในวัยเด็กจึงมีแต่ภาพรอยยิ้มของสมิธวนเวียนอยู่ในหัว



“เรนนี่..”



“ผมรู้ว่าผมมันบ้า ไม่ต้องตัดพ้ออะไรทั้งนั้น”คนตัวเล็กพูดทั้ง ๆ ที่ไม่หันหาไปหาอีกคน “ผมรู้ว่าผมเป็นอะไร และมันคงจะเป็นแบบนี้ไปตลอดกาล ผมรู้ดี”



เรนนี่เม้มปากเมื่อพูดจบ นัยน์ตาสีอ่อนคลอไปด้วยน้ำสีใสเขาพยายามที่จะไม่แสดงท่าทีอ่อนแอออกมาให้พี่ชายได้เห็น เพราะตั้งแต่ที่เขาเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อสมิธ พี่ชายของเขาก็เปลี่ยนไป สมิธเริ่มเที่ยวผู้หญิง ไปสังสรรค์กับเพื่อนบ่อยครั้งเริ่มคบกับพวกไม่น่าไว้ใจ ใช่ สมิธพยายามจะตีตัวออกห่าง



ถึงแม้ว่าภายนอก ใคร ๆ ก็มองว่าสมิธ วัลโด้ยังเป็นพี่ชายที่แสนดีของเรนนี่ แต่ตัวของเรนนี่รู้ดีว่ามันไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว



และเขาก็ไม่อยากให้มันแย่ไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพียงแค่นี้มันก็เจ็บจนแทบกลั้นน้ำตาไม่ไหว



สมิธที่เห็นว่าน้องเริ่มงอแงก็ไม่อยากจะว่ากล่าวอะไรอีก ยิ่งเจ้าตัวย้ำเรื่องความรู้สึกที่เขาปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด เมื่อเห็นว่าน้องเริ่มอึดอัดร่างกายเขาก็พูดขึ้นโดยไม่ไถถามอีกคนก่อน “เดี๋ยวพี่เช็ดตัวให้”



“แค่ไข้อ่อน ๆ แค่นอนมันก็หาย”



“เดี๋ยวพี่จะเช็ดตัวให้”



สมิธย้ำอีกครั้งก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เรนนี่หันกลับไปมองหลังอีกคนอย่างไม่เข้าใจเมื่อครู่ยังทำหน้าปฏิเสธความรู้สึกเขาอย่างกับอะไรดี แล้วจู่ ๆ ก็จะมาแตะเนื้อต้องตัวเขาง่าย ๆ แบบนี้ก็ได้หรอ ?



พี่ชายเดินกลับออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กกับชามแก้วขนาดใหญ่ เรนนี่ยู่ปากอย่างหงุดหงิดเมื่อท้ายที่สุดเขาก็ต้องยอมอ่อนให้พี่ชายตัวเองอีกครั้ง เขายัดตัวขึ้นมาพร้อมกับแกะเชือกผูกชุดผู้ป่วยสีขาวออกอย่าง


หงุดหงิดดึงรั้งให้สาบเสื้อหลุดออกจากไหล่ของตัวเองไป



“รู้ว่าหวั่นไหวแล้วทำไมถึงยังทำแบบนี้ ? ”



เรนนี่ถามอีกคนพร้อมกับเอนตัวนอนเช่นเดิม ปล่อยให้อีกคนใช้ผืนผ้าลูบไล้ไปตามเนื้อตัวอย่างเบา ๆ ความอ่อนโยนของผู้ชายตรงหน้ามันยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยของเรนนี่สั่นไหวเหมือนทุก ๆ ครั้ง



“พี่แค่ทำหน้าที่ของพี่ชาย”



“แต่สิ่งที่สมิธกำลังทำอยู่ มันเป็นหน้าที่ของพยาบาล”



“แต่ตอนนี้มีแค่พี่กับนาย เข้าใจมั้ยเรนนี่ ? ”



น้องชายเม้มปากเมื่อได้ยินแบบนั้นก่อนจะสะดุ้งโหย่งเมื่อขอบผ้าผืนเล็กปัดป่ายโดนยอดอกที่กำลังตั้งชูชันเพราะอากาศที่เย็นจนเริ่มแสบผิวและสาเหตุหลักก็คือชายตรงหน้าที่ตั้งหน้าตั้งตาเช็ดตัวให้ สมิธเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น เรนนี่ยิ่งเม้มปากแน่นเขาถูกพลิกตัวให้นอนตะแขงเพื่อที่สมิธจะได้เช็ดแผ่นหลังบอบบางของเขา



“ยกสะโพกหน่อย”



น้ำเสียงทุ้มของสมิธกำลังจะทำให้เขาสติแตก ไม่บ่อยนักที่สมิธจะมานั่งเช็ดตัวให้เขาแบบนี้เพระปกติจะเป็นป้าแม่บ้านหรือคุณนายทริกซี่ที่ทำให้ แต่ตอนนี้มีเพียงแค่สมิธและเรนนี่เท่านั้น หน้าที่นี่จึงตกเป็นของผู้เป็นพี่



“อย่ามองนะ..”



เรนนี่เอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวเพราะตอนนี้เขากำลังเปลือยกายต่อหน้าชายที่เขามอบหัวใจให้ไปตั้งแต่ตัวเองยังเป็นเด็กตัวเล็ก สมิธไม่ได้มีท่าทีสนอกสนใจในเรือนร่างของเขาเลยซักนิด แต่ไม่รู้ว่าทำไมยามที่เรนนี่เลื่อนสายตาตัวเองขึ้นไปมองนัยน์สีนิลของอีกคนที่กำลังวาววับเหมือนคิดอะไร มันทำให้เลือดในกายร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก



“ส..สมิธ!”



เรนนี่ร้องอย่างตกใจเมื่อสองขาเรียวถูกจับแยกออก เผยให้เห็นช่องทางที่ปิดสนิทสมิธยังคงมีใบหน้าที่เรียบนิ่ง เขาใช้ผ้าหมาดซับไปที่บริข้อพับและเรียวขาอย่างแผ่วเบา ใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรงกว่าเก่าเมื่อผ่ามือหนาของอีกคนเลื่อนขึ้นจนมาถึงซอกขาเล็ก



“ไปเช็ดที่อื่นไม่ได้หรือยังไง ? ”



“ตรงนี้มันร้อน เช็ดตรงนี้จะทำให้นายหายเร็ว”



ข้ออ้าง! นั่นมันก็แค่ข้ออ้าง!!



ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่จู่ ๆ สมิธ วัลโด้ก็เริ่มควบคุมสติและมือไม้ตัวเองไม่ได้ คราแรกเขาก็จัดการเช็ดเนื้อตัวของน้องชายตัวเองอย่างที่เคยทำ แต่เมื่อรับรู้ถึงอาการสั่นเหมือนลูกนกของเรนนี่มันก็ทำให้เขารู้สึกอยากแกล้งอีกมีหลายครั้งที่ปลายขอบผืนผ้าไปสัมผัสจุดไวต่อสัมผัส และเมื่อเห็นว่าความเป็นชายของเรนนี่กำลังสั่นไหวเพราะสิ่งที่เขาทำมันก็ทำให้เขารู้สึกสนุกอย่างแปลกประหลาด



“รีบ ๆ เช็ดสิ! หนาวจะตายแล้วนะ”



เรนนี่ร้องสั่งด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ สมิธเงยหน้าขึ้นไปก็พบว่าเรนนี่กำลังพยายามที่จะใช้หมอนปิดใบหน้าของตัวเองเอาไว้ อ่า ทำไมเขาถึงเป็นพี่ชายที่แย่แบบนี้ล่ะทั้ง ๆ ที่รู้ว่าน้องชายรู้สึกอย่างไรกับตัวเองแต่ก็ยังดึงดันที่จะทำแบบนี้



“อืม พี่จะรีบเช็ด”



เหมือนว่าเขากลับมาควบคุมตัวเองได้อีกครั้ง เขาเลิกล้อเล่นกับร่างกายของน้องชายถึงแม้ว่าจะมีบ้างที่เรนนี่บิดเร้าไปมาอย่างน่ารังแกแต่เขาก็พยายามโฟกัสเพียงแค่ผ้าในมือเท่านั้น เมื่อเขาละออกไปเรนนี่ก็เอาหมอนออกจากใบหน้าของตัวเอง นัยน์ตาสีอ่อนเจือไปด้วยน้ำตาขอบตาที่เหมือนจะช้ำน้อย ๆ ทำให้สมิธชะงัก



น่ารังแกเป็นบ้า…



“สมิธ..”น้ำเสียงแหบพร่าของอีกคนเรียกชื่อชายผู้เป็นพี่ “ถ้าเราไม่ใช่พี่น้องกัน...”



“...”



“สมิธจะจูบผมมั้ย”



วัลโด้คนพี่จะไม่ลังเลเลยถ้าเกิดเรนนี่ถามเขาด้วยสภาพที่ปกติดีกว่านี้ เรือนร่างอันเปลือยเปล่ากำลังบิดเร้าไปมา ริมฝีปากอิ่มที่กำลังช้ำสีสดเผยอออกอย่างไม่รู้ตัว เขาเม้มปากแน่นเมื่อความคิดในหัวกำลังตบตีจนมั่วซั่ว



“แค่ซักครั้ง..ได้โปรด”เรนนี่ร้องขอพร้อมกับยัดกายขึ้นมา “จูบเรนนี่เหมือนกับที่พี่จูบกับผู้หญิงคนนั้น”



สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ให้ความรู้สึกผิดบาปในใจ เขาดึงกายอันบอบบางของเรนนี่ขึ้นมาเกยบนตักตัวเอง มือข้างหนึ่งรั้งท้ายทอยอีกคนให้เข้ามาใกล้ก่อนจะกดจูบลงไปบนริมฝีปากอวบอิ่มของน้องชาย



ความนุ่มที่ริมฝีปากกำลังทำให้เขาลุ่มหลงไปกับมัน มือของเขาเริ่มซนอีกครั้งมันปัดป่ายแผ่นหลังบอบบางของวัลโด้คนน้องอย่างหนักมือฟอนเฟ้นจนมันเริ่มขึ้นสี ปลายลิ้นของสมิธสอดเข้าไปฉกชิมความหวานและร้อนระอุเพราะอุณหภูมิในกายของคนป่วย



ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่แผ่นหลังของเรนนี่แนบบนผืนเตียงอีกครั้ง คนเป็นพี่ผละออกไปเล็กน้อยก่อนจะลอบมองใบหน้าอิ่มที่กำลังขึ้นสีอย่างน่ารัก นัยน์ตาเยิ้มกำลังฉ่ำไปด้วยน้ำสีใส เหมือนเขาได้สติกลับมาแต่ก็ไม่ทันอีกคนที่รั้งตัวของเขาไปกอดแนบกายเล็กของตัวเอง



“เรนนี่”



“ขอบคุณที่จูบผม”น้ำเสียงของคนเด็กกว่าสั่นเครือ “ขอบคุณที่ลืมไปว่าเราเป็นพี่น้องกัน”



หยาดน้ำตาหยดลงบนปอกหมอนเตียงผู้ป่วย เรนนี่ยิ้มออกมาอย่างเหมือนคนบ้า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาภาวนาให้ซักวันหนึ่งชายที่เขากำลังกอดเอาไว้ตอนนี้จะลืมไปว่าเราเป็นพี่น้องกัน ลืมไปว่าเรารักกันไม่ได้ ลืมไปว่าเราจูบกันไม่ได้ และแล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่เขาได้จุมพิตจากชายที่เป็นรักแรกและจะเป็นรักสุดท้ายของเรนนี่ วัลโด้



“...”



“ผมหยุดรักพี่ไม่ได้จริง ๆ ”เรนนี่ยิ้มออกมาอีกครั้ง “แต่ผมจะเป็นน้องชายที่ดีให้พี่ให้ได้นะ”



เขารู้มาตั้งแต่แรกว่ายังความรักของเขาและสมิธมันคงเป็นไปไม่ได้ ในอดีตสิ่งที่ชายผู้นี้พูดกับเขา เขายังจำได้ดีว่าวันหนึ่งทั้งเขาและสมิธก็จะต้องมีครอบครัว มีคนที่รัก แต่ตอนนี้เขารู้ดีว่าใครเป็นคนที่เขารักมากที่สุด ถึงแม้ว่าสุดท้ายบั้นปลายชีวิตของเขาอาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนคนนี้



“ผมรักพี่นะ สมิธ”



คนที่เขารักเหลือเกิน



แต่ครั้งหนึ่งเขาก็ได้บอกรักผู้ชายที่เขารักในฐานะคนคนหนึ่งที่รักเขาหมดหัวใจ












สิ่งที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลมันตามมาหลอกหลอนเขาจนถึงทุกวันนี้



เรนนี่หายดีจนกลับมานอนที่บ้านได้แล้ว หลังจากนั้นเรนนี่ก็เป็นฝ่ายที่หลบหน้าหลบตาและเปลี่ยนไปมันอาจจะฟังดูหน้าเหลือเชื่อ แต่เรนนี่เริ่มมีเพื่อนมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน คราแรกเขาก็เป็นห่วงกลัวว่าน้องจะไปเจอคนไม่ดี



แต่ในฐานะพี่ชายเขาจะไปขัดขวางน้องแบบนั้นไม่ได้



สมิธ วัลโด้จึงทำได้เพียงแค่เฝ้ามองอีกคนจากบนบ้านได้เท่านั้น



ครืด..ครืด..



“ฮัลโหล ? ”



[สมิธ นายว่างมั้ยออกไปเที่ยวกันมั้ย ? ]



เป็นเจสซี่ที่โทรเข้ามาหา ตอนนี้เขารู้สึกไม่ค่อยอยากเจอใครซักเท่าไหร่ “เอาไว้คราวหน้านะ ตอนนี้ออกมาทำธุระให้แม่น่ะ”



มันเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น คุณนายทริกซี่ยังคงนอนเล่นอยู่ที่ห้องรับแขกไม่ได้ใช้ให้เขาไปทำธุระที่ไหนหรอก



[อ่า เอาแบบนั้นก็ได้ ครั้งหน้าห้ามปฏิเสธฉันนะ!]



ว่าจบเจสซี่ก็วางสายไป สมิธโยนโทรศัพท์ราคาแพงของตัวเองไปบนเตียง เขาเดินไปที่หน้าต่างที่มองออกไปที่หน้าประตูได้ สายตาที่เฉียบคมของเขาก็บังเอิญไปเห็นอะไรซักอย่างที่ทำให้อารมณ์ของเขาพุ่งสูง ชายหนุ่มพุ่งตัวลงไปที่ชั้นหนึ่งแทบจะทันที และพอลงบันไดมาถึงขั้นสุดท้ายก็เห็นน้องชายกำลังเดินเข้าบ้านมา



“ใคร ? ”



ไม่มีการเล่าทักทายเหมือนทุกที สมิธใช้สายตาพิฆาตจ้องกดดันน้องชายอย่างเอาเรื่อง เรนนี่เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจก่อนจะกรอกตาไปมา “อ่อ เมื่อกี้ ? เจสันน่ะเพื่อนผมเอง”



“เพื่อน ? ”สมิธถามเสียงสูง “เพื่อนที่ไหนเขาจูบปากกันแบบนั้น!?”



“เฮ้! อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”เรนนี่ยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นว่าพี่ชายตัวเองกำลังเดือดดาล “พูดเหมือนพี่ไม่เคยจูบเพื่อนตัวเองสิ.. เจสซี่เธอก็เป็นเพื่อนพี่นี่นา เคยจูบกันมาตั้งหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรอ ? ”



“เรนนี่ ! ”



“อะไรกัน ผมพูดความจริงนี่นา”



คนเด็กกว่าก็ยังคงทำหน้ายี่ยวนอารมณ์คนโตกว่า ไม่รู้ว่าเขากำลังหงุดหงิดอะไรอยู่แต่เมื่อได้ยินคำว่า พี่ ออกมาจากปากอิ่มของน้องชายมันก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ชอบขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่างกันอยู่ตลอดเวลาแท้ ๆ



แต่พอโดนทำคืน มันก็รู้สึกโมโหอย่างบอกไม่ถูก



“นายต้องการอะไรถึงทำแบบนี้ ? ”



ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเข้าใจความคิดบางอย่างของเรนนี่ แต่ก็พอรู้ว่าสิ่งที่อีกคนกำลังทำอยู่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของน้องชาย เหมือนเรนนี่กำลังเล่นเกมอะไรซักอย่างกับเขา



และเป็นเขาเองที่พ่ายแพ้อย่างราบคาบ



“ต้องการอะไรกันล่ะ ? ”เรนนี่ถามย้อนกลับ “นี่เป็นสิ่งที่พี่ต้องการไม่ใช่หรอ ? ”



“...”



“พี่ไม่รับรักผม เพราะเราเป็นพี่น้องกัน”เรนนี่พูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “ผมก็ต้องออกไปหาความรัก..ความรักที่พี่ไม่ยอมมอบให้”



“...”



“มันผิดหรือไงที่ผมอยากจะได้ความรักจากใครซักคนบ้าง”น้ำเสียงตัดพ้อของเรนนี่ทำให้สมิธใจกระตุก “ในเมื่อพี่ไม่ให้ก็อย่ามาขัดขวางผม ! ”



สมิธจ้องหน้าอีกคนด้วยอารมณ์ที่เดือดดาล เขาไม่เข้าใจว่าทำให้จู่ ๆ น้องชายที่เคยน่ารักและว่านอนสอนง่ายถึงได้ดื้อด้านขึ้นมาถึงเพียงนี้ มันเป็นเพราะเขาไม่ยอมมอบความรักตามที่อีกคนต้องการอย่างนั้นหรือ เพราะเขาตามใจมากไปสินะเรนนี่ถึงได้เป็นแบบนี้



“อยากได้มากสินะความรักจากพี่นะ”



“พี่พูดอะไรของพี่น่ะ ? ”



เรนนี่ถามอีกคนอย่างไม่เข้าใจ จู่ ๆ พี่ชายที่เคยเป็นชายที่แสนดีและคอยดูแลเขามาตลอดกำลังจ้องมองเขาด้วยนัยน์ตาสีดำที่วาววับเหมือนหมาป่าเจอเหยื่อ สมิธคว้าท่อนแขนของเขาก่อนจะลากขึ้นไปบนห้องเรนนี่ไม่คิดที่จะโวยวายออกมาให้ใครออกมาดู คนตัวเล็กกดยิ้มที่มุมปากเหมือนคนได้รับชัยชนะ เขาถูกพาเข้าไปในห้องนอนขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งด้วยสิ่งของที่เป็นสีน้ำเงินเข้ม ทำให้เรนนี่รู้ทันทีว่าเขาก้าวเข้ามาในห้องของสมิธ วัลโด้แล้ว



ห้องนอนของพี่ชายที่กำลังจะกลายเป็นสังเวียนรักของพวกเขาทั้งสองคน






CUT...




ก๊อก ๆ



ทริกซี่ วัลโด้เคาะประตูห้องของลูกชายคนโตในอาการที่สงบนิ่ง เธอไม่รู้ว่าอะไรไปจุดชนวนให้ลูกชายคนโตของเธอที่ไม่เคยมีท่าทีจะทำแบบนี้กับเรนนี่เลยซักนิด อาจจะเป็นคำสาปและโชคชะตาที่กำหนดเอาไว้ ไม่นานเจ้าของห้องก็ออกมาเปิดประตูให้สมิธมีท่าทีตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่อยู่หน้าห้อง



“แม่..”



“แม่มีอะไรจะคุยด้วย ตามมาสิ”



สมิธที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำเดินตามหญิงผู้ให้กำเนิดไปจนถึงห้องทำงานของพ่อ แม่เดินนำเข้าไปก่อนแล้วตามด้วยลูกชายคนโต ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังตื่นเต้นและหวาดกลัว เพราะไม่รู้ว่าแม่รู้หรือเปล่ากับสิ่งที่เขาทำกับน้องชายไปเมื่อครู่ ทริกซี่ผายมือให้เขาไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาหาพร้อมกับสมุดภาพเล่มหนึ่ง



“เปิดดูสิ”



ทริกซี่ว่าพร้อมกับใบหน้าที่เรียบนิ่ง สมิธค่อย ๆ เปิดมันทีล่ะหน้ามันมีแต่รูปเก่า ๆ ที่เป็นรูปถ่ายครอบครัวในนั้นมีเด็กชายและเด็กหญิงที่ยืนเคียงข้างกันอยู่



“ลูกเคยสงสัยมั้ย ? ว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงหน้าคล้ายกัน”



“เพราะเป็นคู่แท้หรอครับ ? ”



เขาเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องคู่ครอง ถ้าเกิดเป็นคู่แท้แห่งโชคชะตาหรือรักกันมาก ๆ ทั้งคู่ก็จะเริ่มมีบางส่วนที่คล้ายคลึงกันอาจจะเป็นนิสัยหรือรูปร่างภายนอกที่มองเห็นได้



แต่สิ่งที่เขาคิดมันไปคนละทางกับสิ่งที่แม่พูด มันทำให้มือของเขาเย็นเฉียบนัยน์ตาเบิกกว้างอย่างตกใจ



“พ่อของลูก.. ริชาร์ท วัลโด้น่ะ..เขาเป็นพี่ชายในสายเลือดของแม่”



“!!!”



“ใช่ เราทั้งคู่เป็นเหมือนกับลูก เหมือนกับเรนนี่ พวกเรารักกัน”ทริกซี่ยิ้มบาง ๆ “ทั้ง ๆ ที่เราเป็นพี่น้องกัน”



“น..นี่มันบ้าชัด ๆ ”สมิธพูดออกมาอย่างเพ้อ ๆ “พี่น้องจะแต่งงานกันได้ไง ! แม่อำผมใช่มั้ย ?!”



“ลูกไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าสายเลือดสีน้ำเงินของตระกูลเรางั้นหรือสมิธ ? ”ทริกซี่ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเพราะตอนที่เธอรู้สภาพจิตใจของเธอก็ไม่ได้ต่างจากลูกชายในตอนนี้ “มันเป็นคำสาปที่ติดตัวเราทุกคน..สมิธ แม่เคยดีใจที่เรนนี่เป็นผู้ชาย แม่เคยคิดว่าพวกลูกจะหนีคำสาปนี้พ้น”



“...”



“แต่สุดท้าย มันก็ลงเอยแบบเดิม ๆ ”ทริกซี่น้ำตาคลอ “แม่ขอโทษที่ทำให้พวกลูกเกิดมาผิดปกติแบบนี้”



ใบหน้าสวยของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา สมิธทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นหญิงผู้ให้กำเนิดกำลังร้องไห้ มันยากที่เขาจะทำความเข้าใจกับมันได้เร็ว เขาอยากจะถามกับพ่อให้เข้าใจ อยากให้เขาได้ยืนยันกับสิ่งที่แม่พูดออกมา แต่ชายคนนั้นได้ตายจากเราไปนานแล้ว..



“เพราะแบบนี้สินะ...พ่อถึงจากเราไปเร็วแบบนี้”



ริชาร์ท วัลโด้ จากไปด้วยโรคร้ายทั้ง ๆ ที่อายุยังไม่ขึ้นเลข 5 ด้วยซ้ำ ในวันที่เรารู้เรนนี่ร้องไห้จนแทบสลบเขาเองก็มีสภาพไม่ต่างจากน้อง ผิดกับทริกซี่เธอทำเพียงแค่จ้องมองร่างที่ไร้วิญญาณของสามีไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมามีเพียงแค่สายตาที่ยังอาลัยและคิดถึงเท่านั้น



แม่ก็คงรู้สินะ..ว่าพ่อจะอายุไม่ยืน



“ใช่ แม่เองก็ไม่ต่างกัน”เธอตอบเสียงสั่น “ทั้งลูกและเรนนี่...พวกเรามีอายุที่ไม่ยืนกันทั้งนั้น”



สมิธเม้มปากเมื่อได้ยินแบบนั้น สองมือผายผอมของหญิงสาวเลื่อนมากอบกุมมือของลูกชาย เธอยิ้มให้ลูกอย่างอ่อนโยน



“ถ้าพวกลูกรักกันแม่ก็ไม่ห้าม”ทริกซี่สบตากับลูกชายคนโตของเธอ “แต่ได้โปรด..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าทิ้งน้อง”



“...”



“รักน้องให้เหมือนวันแรกที่ลูกได้เจอกัน เอ็นดู และปกป้องไม่ว่าน้องจะเป็นอย่างไร”



เมื่อได้ยินแบบนี้ สมิธก็เข้าใจว่าหลังจากนี้มันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปสถานะที่เพิ่มความสำคัญ มันจะมีบางอย่างที่ทำให้ทั้งคู่ลำบากใจมากขึ้น แม่ก็คงผ่านมันมาแล้วถึงได้พูดเตือนเขาแบบนั้น วัลโด้คนโตยิ้มให้แม่เมื่อนึกถึงอีกคนที่นอนรอเขาอยู่ในห้อง



“ครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมจะดูแลน้องให้ดีที่สุด”



มันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้กัน ในเมื่อเรนนี่ไม่เคยเห็นเขาเป็นพี่ชายมาตั้งนานแล้วนี่นา











เมื่อเขาได้รู้ว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเรนนี่มันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดสำหรับตระกูลเรา เขาก็รู้สึกเบาใจไปเปราะหนึ่ง มีความคิดบางช่วงเวลาที่เขาคิดว่าคนภายนอกจะมองเราสองคนเป็นแบบใด ถ้ารู้ว่าพี่น้องที่ใคร ๆ ต่างก็อิจฉาพลิกบทบาทความสัมพันธ์ให้มันลึกซึ้งยิ่งกว่าเก่าจากที่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตอันแสนสั้น แต่ตอนนี้ทั้งคู่กลายเป็นของกันและกันตราบชั่วชีวิตของทั้งคู่



แต่ความคิดของคนอื่น ไม่ได้สำคัญเท่าความรู้สึกของเด็กน้อยผู้ที่เป็นที่รักของเขาในตอนนี้



ไม่ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร แต่คน ๆ เดียวที่เขาจะต้องสนใจคือ เรนนี่ วัลโด้เท่านั้น



วัลโด้คนพี่เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของตัวเองหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวความเป็นมาของตระกูลและคำสาปที่มีไว้เพื่อปกป้องสายเลือดสีน้ำเงินให้เข้มข้นจนวันสุดท้ายของตระกูลวัลโด้ เขาได้เห็นอีกคนกำลังนั่งแบะขาเปลือยกาย เนื้อตัวถูกแต่งแต้มไปด้วยร่องรอยสีจางที่เขาเป็นคนสร้าง เรนนี่กำลังเหยียดยิ้มอย่างมีความหมาย ผ้าห่มผืนหนาที่ปกปิดช่วงล่างของเขาถูกถีบออกอย่างไม่ใยดี



สมิธย่างก้าวเข้าไปใกล้พร้อมกับปลดเสื้อคลุมอาบน้ำของตัวเองให้ตกพื้นพรมไปก่อนจะกระโจนเข้าใส่น้องชายผู้อันเป็นที่รักของเขานับแต่นี้จากไป



เรนนี่ วัลโด้ที่แสนบริสุทธิ์และไร้เดียงสาได้ตายจากไปพร้อมกับสมิธ วัลโด้พี่ชายที่แสนดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



เหลือเพียงมนุษย์ที่แสนโง่เขลาที่มีแต่ความราคะ ละโมบ อิจฉาริษยาและคำสาปสีน้ำเงิน ที่ค่อย ๆ ทำลายชีวิตทั้งคู่ไปเรื่อย ๆ แต่ทั้งคู่ก็ยินดีให้มันเป็นแบบนี้นับตั้งแต่นี้ไปจนวันสุดท้ายของชีวิต..



...และซักวันหนึ่งคำสาปร้ายนี้จะตายพร้อมกับทั้งคู่...


...สมิธ วัลโด้และเรนนี่ วัลโด้…


100%

ความจริงแล้ว เรนนี่ร้ายกว่าที่ทุกคนคิดนะคะ คริๆๆๆๆ

หลังคัทโคตรเขียนยาก อาจจะอ่านแล้วเมาหัวเล็กน้อยนะคะ

ไม่เคยใช้คำประดิษฐ์ประดอยขนาดนี้เลย โคตรเหนื่อยน้องหอบแล้วววว

น้องจะกลับไปเดินสายคำดิบ ๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว555555555

แย้บเนื้อหาอาจจะขาด ๆ เกิน ๆ เอาไปมโนต่อกันเองนะคะ

จบแบบค้าง ๆ รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยอ่ะฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

ชอบกันมั้ยเอ่ย คอมเม้นกันเยอะๆน้า รออ่านอยู่:) 

อยากอ่านฟิคแนวไหนอีก เม้นไว้นะๆๆ เผื่อเราอยากเขียนอยู่พอดี55555 <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 301 ครั้ง

594 ความคิดเห็น

  1. #465 toki226 (@toki226) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 02:05
    เจ้าแบมร้ายกาจมาก คือนี่ถือว่าเป็นแฮปปี้เอนสำหรับเรานะ เพราะเป็นผู้ชายทั้งคู่คำสาปน่าจะหยุดลงที่2คนนี้ละนะ
    #465
    0
  2. #429 markbammuay (@markbammuay) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 06:21
    ก็ดูเป็นการจบที่สวย มั้ง? แต่เป็นโรคทางพันธุกรรมสินะ แค่คิดว่ายังไงสมิธต้องจากไปก่อนก็สงสารเรนนี่แล้วอะ จุดนั้นคือจะไม่เหลือใคร เศร้าไปอีก แต่แบบถ้าเอาเรื่องศีลธรรมออกไปก็คนรักกันอะ แต่โดนสาปทั้งตระกูลที่แท้
    #429
    0
  3. #360 ปีใหม่ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 10:52

    Happy ending ?

    #360
    0
  4. #337 noang76 (@noang76) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 22:45
    คำสาปจบลงที่รุ่นสมิธ เรนนี่เลย
    #337
    0
  5. #336 tunty0505 (@tunty0505) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 10:53
    จริงด้วยยยยย ถ้าเป็นผู้ชายทั้งคู่ก็มีลูกไม่ได้เพราะงั้นก็จะไม่มีใครโดนคำสาปอีก
    #336
    0
  6. #335 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 23:52

    ถ้าไม่มีความรักด้วยคำสาปก็เป็นได้เพียงแค่คำสาปแหละ แต่นี่ในใจลึก ๆ แล้วเค้าก็รักกันมันถึงได้ออกมาเป็นแบบนี้สินะ

    #335
    0
  7. #334 PJ_PM (@pandp) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 03:13
    แบมร้ายมาก ฮื่อออออ
    อยากอ่านแบบที่มาร์คเป็นมาริโอ้ ละแบมเป็นบอสมังกรอะ
    #334
    0
  8. #332 Someonepp (@someonepp) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 18:58
    ไรท์แต่งเนื้อเรื่องที่เราคาดไม่ถึงได้ตลอดเลยอ่ะ ชอบ555
    #332
    0
  9. #331 Theerakarn2001 (@Theerakarn2001) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 10:26
    น้องร้ายยย แต่บอกเลยเราชอบ
    #331
    0
  10. #330 pcnmtcn (@gamelovekyuwook) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 01:53

    ดีค่ะชอบจบแบบนี้กิ้กิ้
    #330
    0
  11. #329 seetonmaidai (@seetonmaidai) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 22:59
    โอ้วววว ซาร่า ดี
    #329
    0
  12. #328 Joyler (@Joyler) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 21:33
    น้องร้ายมากกกก
    #328
    0
  13. #327 SugarBrowniie (@namtarn_zapp) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 21:28
    ไรท์แต่งดีอ่ะค่ะ ชอบมากก สำนวนดี คัทยิ่งดี หุหุ ชอบแนวๆนี้อ่ะค่ะไรท์ แบบพี่มาร์คแอ๊บดี แต่ในใจนี่รอขย้ำเหยื่องี้ กรี๊ดดดดดดด ชอบๆนะคะ รอติดตามเรื่องต่อไปอยู่นะคะ
    #327
    0
  14. #326 Lyn. (@sryko1a) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 21:22
    โอเค ดีลค่ะ รักกัน
    #326
    0
  15. #322 seetonmaidai (@seetonmaidai) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 22:52
    โอ้ พล็อตดีอะไรเยี่ยงนี้
    #322
    0
  16. #321 Jermm (@toeiit21) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 21:54

    Incest อะไรเรารับได้หมด แค่เค้าคู่กันก็พออิอิ สู้ๆน้ามาต่อไวไวจ้า

    #321
    0
  17. #320 Lyn. (@sryko1a) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 20:33
    ยัยเจสซี่นางแอบร้ายนะคะหัวหน้า กำจัดหล่อนซะ!!!!
    #320
    0
  18. #319 pcnmtcn (@gamelovekyuwook) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 14:20
    เรนนี่เป็นอะไรลูกกกกก
    #319
    0
  19. #318 A REENA (@ary-lee) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 12:31

    เรื่องราวน่าติดตามมาก มาต่อเร็วๆน้า
    #318
    0
  20. #317 PH_G7 (@PH_G7) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 12:13

    น้องอย่ายอมมันลูกกก

    #317
    0
  21. #315 SugarBrowniie (@namtarn_zapp) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 11:44
    งื้อออ ดีอ่ะ ชอบแบบนี้ งื้อๆๆๆ รอนะคะ สำนวนดี ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยย กอดไรท์แน่นนน
    #315
    0
  22. #312 chanisara195 (@chanisara195) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 06:23
    อ่านนิยายไรท์ทีไรทุกๆย่อหน้าที่เว้นบรรทัดกลัวมันจบตลอดเลยฮืออออ
    #312
    0
  23. #311 Jiberita (@Jiberita) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 03:30
    รอนะคะ
    #311
    0
  24. #310 imx97 (@MyMully) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 02:07
    มาต่ออีกไวๆ นะคะ
    #310
    0
  25. #308 BMHTSPRNPOP (@BMHTSPRNPOP) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 00:36
    รอน้าาาา
    #308
    0