( 禠星 ) เป็นข้าเอง...องค์หญิงซือซิง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 140,043 Views

  • 1,534 Comments

  • 4,909 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    78

    Overall
    140,043

ตอนที่ 10 : [ องค์หญิงซือซิง ที่ 9 ] สอบรอบสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    25 ม.ค. 60

สอบรอบสอง


บริเวณโดยรอบลานประลองนั้นกว้างจนท่านแม่ทัพนึกเห็นเป็นสนามรบ มีการยกเก้าอี้ที่นั่งสูงเพื่อใช้สำหรับรองรับผู้ชมจำนวนมาก องค์หญิงน้อยหมิงซือซิงไม่ได้เป็นข้อยกเว้นว่าจะมีที่นั่งพิเศษเหนือผู้คน เขาถูกจัดเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้คนที่มาจากต่างถิ่นต่างแดน บางแคว้นเป็นแคว้นเล็กๆในดินแดนหลิ่งซานแห่งนี้ แต่บางแคว้นกลับเป็นแคว้นใหญ่เทียบเท่ากับแคว้นหมิงซือ

แต่เนื่องจากแคว้นหมิงซือนั่นเปรียบเสมือนแคว้นแห่งการศึกษาเล่าเรียนและยังเปิดกว้างให้ผู้คนได้มาศึกษาหาความรู้กันอย่างกว้างขวาง ไม่แปลกที่จะมีสมาชิกของต่างแคว้นให้ความสนใจในการสอบเข้าศึกษาในสำนักศึกษาหลวงแห่งนี้และสำนักศึกษาหลวงเองก็มีการสอบเข้าจำนวนสองครั้งในหนึ่งปี ต่อให้พลาดการสอบในครั้งแรกก็ยังมีการสอบในครั้งต่อไปรองรับอยู่ดี

โดยเฉพาะคนที่สอบไม่ผ่านรอบแรก ก็ยังมีรอบที่สองไว้เป็นรอบแก้ตัว สอบจนกว่าจะสามารถเข้าเรียนได้ก็ยังมี แต่สำหรับท่านแม่ทัพอย่างเขา เพื่อชื่อเสียงและเกียรติยศ เพื่อฮูหยินและอนุที่รักแล้ว เขาจะต้องสอบให้ผ่านรอบนี้ให้ได้

“นั่นเป็นคนจากแคว้นโฉวจงเพคะ แคว้นนี้เป็นแคว้นแห่งความหนาววเย็น เขาว่ากันว่ามีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ไม่มีฤดูกาลอื่นเลยเพคะ นอกจากเหมันต์ฤดู”นางกำนัลที่ติดตามมาเริ่มอธิบาย

นางเองก็ทราบเรื่องเล่าเหล่านี้มาจากคนอื่นๆเช่นกัน ว่ากันว่าไม่มีใครได้ไปเยือนแคว้นนี้จริงๆด้วยสาเหตุเพราะมันอยู่ไกล และการเดินทางนั้นมีแต่อากาศหนาว ด้วยเส้นทางที่ปกคลุมด้วยหิมะ พวกเขาจึงคิดว่าแคว้นนี้จะต้องอยู่ใจกลางหิมะนั่นเอง

“เขาว่าคนของแคว้นโฉวจงนั้นเป็นพวกเย็นชา ใช้พลังยุทธ์ที่แปลกประหลาดมากเพคะ”

“แปลกประหลาดยังไงงั้นเหรอ?"ท่านแม่ทัพสงสัย ในดินแดนหลิ่งซานเมื่อก่อนนั้น การติดต่อสื่อสารนั้นล้าหลังกว่าสมัยนี้มาก ข่าวสารจึงยังไม่กว้างไปไกลเกินกว่าแคว้นน้อยใหญ่ในรอบๆรัศมีร้อยลี้ เขาจึงถามนางกำนัลต่อไปอีก

“พวกเขามีพลังที่สามารถเนรมิตสิ่งต่างๆให้แปรเปลี่ยนเป็นพลังโจมตีหรือทำลายล้างได้เพคะ"

"ยังไง?"

เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะมีพลังเช่นนั้นอยู่ในดินแดนหลิ่งซานแห่งนี้ได้"

"บางคนสามารถเนรมิตหิมะจนกลายเป็นพายุร้ายโจมตีและทำลายคู่ต่อสู้ได้เพคะ"

ผู้ใช้อักขระ!

อีกแล้ว แสดงว่าในดินแดนหลิ่งซานในปัจจุบันที่เขาอยู่นี้มีผู้ใช้อักขระ และส่วนใหญ่นั้นมาจากแคว้นโฉวจงที่อยู่ห่างไกลมาก พวกเขาจะต้องมีวิธีใช้อักขระจนสามารถเรียกสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้นได้ และหากทำได้แสดงว่าคนผู้นั้นเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสูงระดับสูงกว่าหกเป็นแน่

และนี่จะเป็นบุคคลที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา เพราะการต่อสู้กับคนที่ใช้อักขระนั้นอยากยิ่งกว่าเอาขนแพะแทงให้เสือตายซะอีก พวกเขาไม่จำเป็นต้องเก่งพลังยุทธ์แค่ใช้อักขระให้คล่อง การทำลายล้างก็สูงมากเลยทีเดียว

"ส่วนใหญ่พวกเขาเป็นชาวโฉวจงงั้นเหรอ?"

"เพคะ มีคนบอกว่ามีแต่ชาวโฉวจงที่ทำได้ คนส่วนใหญ่ไม่กล้ามีเรื่องมีราวกับคนของแคว้นนี้ อาจจะเป็นเพราะสายเลือดก็ได้เพคะเลยทำให้พวกเขามีพลังพิเศษกันเฉพาะในแคว้นเท่านั้น"นางกำนัลคนนั้นคาดเดา

แม่มันเถอะ! ผู้ใช้อักขระไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายเลือด แต่มันขึ้นอยู่กับการฝึกฝนต่างหากล่ะ

เขาเองก็อยากจะบอกนางกำนัลถึงเรื่องนี้ แต่หากเขากล่าวออกไป แล้วนางกำนัลผู้นี้ไม่สงสัยหรือไงกันว่าเขาเอาเรื่องราวและข้อมูลนี้มาจากไหน ถ้าจะให้บอกว่าแต่งเองหรือฟังจากตำนานอะไรพวกนี้ เขาไม่ทำแน่

เสียศักดิ์ศรีท่านแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรหมด(?)

องค์หญิงน้อยนิ่งคิด คาดเดาเอาว่าที่แคว้นโฉวจงคงมีสิ่งของบางอย่างที่สามารถปลุกพลังการใช้อักขระจากพลังที่ซ่อนเร้นในร่างกายมนุษย์ได้ สักวันเขาจะต้องไปเยือนที่แคว้นโฉวจงให้ได้ แม้มันจะไกลมากก็เถอะ เขาอยากจะสัมผัสการเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสูงระดับสูงกว่าหกสักครั้ง เพราะในสมัยที่เขาเป็นท่านแม่ทัพนั้น เขายังเป็นเพียงแค่ผู้ใช้อักขระขั้นกลางเท่านั้น แต่นั่นก็ทำให้เขาก้าวมาสู่ตำแหน่งท่านแม่ทัพใหญ่ได้อย่างง่ายดายแล้ว

เพ้ย! แคว้นโฉวจงจะต้องมีเคล็ดลับวิชาซุกซ่อนอยู่เป็นแน่

และเขาจะต้องเอามันมาให้ได้ เขาจะต้องเป็นบุรุษที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งในดินแดนหลิ่งซานแห่งนี้(?)

ท่านแม่ทัพยิ้มย่องด้วยแววตากล้า ความเป็นประกายแวววาวนั้นทำให้นางกำนัลที่อยู่ข้างกายนึกสยดสยองอย่างบอกไม่ถูก

หรือว่านางจะคิดไปเอง องค์หญิงน้อยไม่น่าจะมีรังสีของนักล่าเพศผู้ได้ใช่หรือไม่(?)

 

......(ต่อ).....


ณ บริเวณลานประลองที่ปกคลุมไปด้วยผู้ชมมากมาย บ้างก็มาพร้อมกับผู้ที่ประสงค์จะลงสอบ บ้างก็ต้องการมาชมเพื่อลูกหลานในอีกหลายปีข้างหน้า และนอกเหนือจากนั้นก็ยังมีอีกกลุ่มคนที่มาที่นี่เพื่อเล่นพนันขันต่อกันอย่างเมามันส์ ซึ่งผู้นำทีมนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน องค์ชายสามหมิงซือเค่อนั่นเอง

“อาเค่อ คราวนี้เจ้าเปิดบ่อนภายใต้จมูกอาจารย์ใหญ่หลวนชุน เชียวหรือนี่”

“เอาน่า คราวนี้รับรองจับไม่ได้หรอก”ผู้ที่ผู้อื่นขนานนามว่าอาเค่อยิ้มกริ่ม ใบหน้าหล่อเหลานั้นอาจจะทำให้สตรีหลายคนหลงใหล แม้จะไม่ได้รู้ถึงฐานะที่แท้จริงก็ตามที

แต่ฐานะก็ไม่ได้เป็นตัววัดถึงลักษณะนิสัยและความชอบส่วนตัวเลยสักนิด

ฐานะองค์ชายใช่ว่าจะชื่นชอบความหรูหรา ชอบการฝึกพลังยุทธ์ ชอบศึกษาตำราเพื่อหาความรู้ หรือแม้แต่ชอบในลาภยศสรรเสริญ หมิงซือเค่อเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่บ่งบอกได้ว่าต่อให้เกิดเป็นองค์ชาย เขาก็ยังคงไม่ได้หลงใหลในฐานะของตนเองสักเท่าไหร่ กลับกันเขากลับคิดว่าในฐานะองค์ชายช่างเป็นเรื่องน่าเบื่อ ไปไหนก็มีแต่คนจับตามอง หวังแต่จะยัดเหยียดบุตรสาวให้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เขาเลี้ยงตัวเองทุกวันนี้ด้วยเงินทองที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง ยังไม่ได้อยากมีคนมาร่วมใช้ด้วยหรอกนะ เขาเป็นพวกตระหนี่

“คราวก่อนเจ้าก็พูดเช่นนี้เหมือนกัน ผลสุดท้ายจำได้ว่าอาจารย์ใหญ่ไล่เจ้าไปทำความสะอาดคอกม้าเป็นเวลา 5 วันไม่ใช่หรือไง”

“เรื่องนั้นมันเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว เจ้าจะพูดอีกทำไมชงจื้อ”

“จำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว”ชงจื้อส่ายหน้า

เขาไม่น่าหลวมตัวมาเป็นเพื่อนกับองค์ชายผู้นี้เลย คราแรกคิดว่า หากเป็นเพื่อนกัองค์ชายคงยิ่งจะเจริญขึ้นๆ ซึ่งมันก็จริง เจริญขึ้นแต่ทว่ากลับขึ้นในทางที่กลับกัน พอคิดจะเปลี่ยนตัวเปลี่ยนใจก็ไม่ทันเสียแล้ว

“คราก่อนไม่ได้พนันที่สำนักศึกษาหลวง”

“แต่เจ้าก็เล่นต้อนให้ศิษย์ในสำนักศึกษาหลวงกว่าครึ้งค่อนสำนักเพื่อไปว่าระหว่างสตรีหอโคมแดงและสตรีหอโคมเขียวใครจะถูกประมูลในราคาที่สูงกว่ากัน”

“เงินมากมายเชียวนะ”องค์ชายสามยิ้มใหห้กับสหายคนสนิท

ชงจื้อไม่ได้เถียง เพราะเป็นเรื่องจริง องค์ชายสามผู้นี้หาเงินใช้เองด้วยภาษีคนรวย แบบชนิดที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินเดือนองค์ชายสักนิดเดียว

“เอาเถอะ แล้วคราวนี้เจ้าจะตั้งวงพนันอะไรอีกล่ะ”

“ใครว่าเล่าว่าข้าจะตั้งวงพนัน”

ทันทีที่องค์ชายสามพูดจบ ชงจื้อถึงกับเลิกคิ้วสงสัย

“แล้วเจ้าจะทำอะไร”

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่มาวางค่าหัวกันว่าใครจะได้รับคะแนนสูงสุด”องค์ชายสามยักคิ้วอย่างพอใจในความคิดตัวเอง “มาๆเอาเงินค่าหัวมาลง ถ้าใครเดาถูกจะได้เงินรางวัลสามเท่าที่เอาเงินมาลงไว้ทันที”

ย่ามันเถอะ! มันต่างกันที่ตรงไหนเนี่ย


.....


องค์หญิงน้อยมองไปยังเส้นทางที่มีผู้คนสัญจรไปตลอดอย่างแปลกใจ เพราะบริเวณนั้นปรากฏมีชายหนุ่มหน้าตาดี แต่ก็น้อยกว่าเขาสักเล็กน้อยกำลังแย้มรอยยิ้มเริงร่ากับเงินที่เทกระจายลงบนถุงผ้าขนาดใหญ่ มือก็ถือสมุดจดเล่มใหญ่เอาไว้จด ด้างข้างเป็นบุรุษหนุ่มสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก แต่ก็ส่งกระดาษที่เขียนอะไรยุกยิกๆ ให้กับคนเอาเงินมาให้อยู่ดี

เขาสงสัยว่าทั้งสองคนนั้นกำลังทำอะไรกันอยู่

“ยาโถว นั่นพวกเขากำลังทำอะไรอยู่”เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ไหนหรือเพคะ”นางกำนัลผู้ติดตามชะเง้อคอมอง ปกติแล้วนางกำนัลหรือสาวใช้ไม่มีสิทธิ์นั่งเสมอเจ้านาย แต่เพราะมันเป็นกฎของสำนักศึกษาหลวงที่ทุกคนต้องมีสิทธิ์เสมอกัน ทำให้ที่นั่งของใครก็ตามที่เข้ามาชมการสอบรอบสองนี้ จำเป็นจะต้องนั่งเสมอกันทุกคนทุกชนชั้น เหมือนกับองค์หญิงและนางกำนัลที่ติดตามมาด้วย

“นั่นองค์ชายสามนี่เพคะ”

“หืม?”เขาเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ

ถ้าหากนางกำนัลบอกว่าองค์ชายสาม งั้นก็คงจะเป็นหนึ่งในพี่ชายขององค์หญิงสิบสี่ที่ในขณะนี้ก็คือเขานั่นเอง

“องค์ชายสามเรียนที่สำนักศึกษาหลวเพคะ ปกติคนที่อายุเลย 20 ปี จะไม่ให้เรียนอยู่ที่นี่ต่อ แต่เนื่องจากองค์ชายสากลับวังหลวงไม่ได้ อจารย์ใหญ่หลวนชุนที่รับองค์ชายเข้าเป็นศิษย์จึงอนุญาตให้อยู่ต่อและเรียนรวมกับศิษย์ชั้นปีสุดท้ายเพคะ”นางกำนัลผู้กว้างขวางอธิบาย

“ทำไมถึงกลับไม่ได้เล่า”

“เป็นเพราะองค์ชายสามชมชอบการพนันเพคะ ไปอยู่ที่ไหนก็ก่อเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน ที่วังหลวงก็ไม่เว้นเพคะ”

ย่ามันเถอะ!พี่ชายแต่ละคนขององค์หญิงสิบสี่นี่ดีๆกันทั้งนั้นเลย


...


ผ่านมาได้สักพัก พิธีการสอบรอบสองจึงได้เริ่มขึ้น

การสอบนั้นแบ่งเป็นสามสนามสอบก็คือ

สนามสอบที่ 1 การสอบวัดระดับพลังยุทธ์ และผู้ไร้ยุทธ์ที่มีพลังซ่อนเร้น

สนามสอบที่ 2 การสอบบังคับสัตว์อสูร (สนามนี้หลายปียังไม่มีผู้เข้าทดสอบ)

สนามสอบที่ 3 การสอบปรุงโอสถของแพทย์โอสถสายผู้ปรุงโอสถ

สนามสอบที่ 4 สนามสอบสุดท้ายคือการสอบรักษาของแพทย์โอสถ สายผู้ใช้พลังรักษา

ท่านแม่ทัพผู้อยู่ในร่างองค์หญิงน้อยถูกเรียกตัวให้ไปประจำที่ในสนามสอบที่ 3 ทันที เรียงตามลำดับการสมัครเข้าสอบ และเขาอยู่ในลำดับที่ 101 ผู้เข้าสอบสนามสอบที่ 3 มีเยอะจนไม่น่าเชื่อ เพราะเมื่อในอดีตนั้นการหาตัวผู้ปรุงโอสถราวกับต้องพลิกน้ำพลิกดินพลิกภูผผา ถึงจะเจอสักคน ซึ่งในสมัยอดีตนั้นการใช้พลังรักษานั้นแม้จะดีและรวดเร้วเพียงใด ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการรักษา คนที่ใช้พลังรักษาจะต้องใช้สมุนไพรควบคู่ไปกับพลังรักษาด้วยโอสถถึงจะออกมาอยู่ในระดับที่ประเสิร์ฐ

และด้วยสาเหตุนี้ เขาผู้เป็นแม่ทัพใหหญ่จึงได้เจียดเวลาหลับนอนกับอนุคนโปรดเป็นเวลากว่าสามเดือนในการศึกษาสมุนไพรทั้งระดับต่ำจนกระทั่งถึงระดับสูงและสมุนไพรหายากที่ประเมินด้วยระดับไม่ได้กว่าหลายร้อยชนิด แต่เพราะในตอนนั้นเขาขาดพลังยุทธ์ที่ใช้หลอมโอสถไป เมื่อหลอมโอสถไม่ได้เขาจึงทำให้โอสถนั้นเป็นโอสถน้ำแทน

“เอาล่ะ ผู้เข้าสอบทุกท่าน วันนี้เป็นการสอบรอบที่สองในปีนี้ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของปี ข้าขอให้พวกท่านทุกคนทำอย่างสุดความสามารถ มีเคล็ดลับอะไรก็ขอให้งัดออกมาใช้ เวลาที่กำหนดคือหนึ่งชั่วยาม เมื่อหมดเวลาของให้ทุกคนวางมือและถอยจากหม้อปรุงโอสถไป 2 ก้าว แล้วจะมีอาจารย์สายผู้ปรุงโอสถเดินไปตรวจสอบ หากใครผ่านจะมีป้ายไม้ประจำตัวอาจารย์ผู้นั้นเสียบไว้ที่กระบอกไม้ไผ่ข้างหน้า ศิษย์หนึ่งคนสามารถมีอาจารย์สายตรงได้ไม่เกิน 2 ท่านเท่านั้น ล่วนสมุนไพรสามารถเลือกได้จาตะกร้าหวายที่อยู่ล้อมๆสนามสอบแห่งนี้”

อาจารย์ที่อธิบายกติกาเป็นสตรีสวยหยาดเยิ้มที่ทำเอาท่านแม่ทัพหนุ่มหัวใจกระชุ่มกระชวยราวกับถูกน้ำฝนราดรดหัวใจที่เหี่ยวแห้ง

เขาไม่คาดคิดว่าแค่การมาเยือนสำนักศึกษาหลวงครั้งนี้จะทำให้เขาได้พบกับยอดพธูผู้งดงามอีกหนึ่งนาง

แววตาท่านแม่ทัพส่อประกายมุ่งมั่น เขาจะต้องเป้นศิษย์สายตรงของอาจารย์ผู้งดงามนางนี้ให้ได้คอยดูเถอะ!

ท่านแม่ทัพคิดพร้อมกับแววตาที่สดใส  ถ้าไม่ติดว่ากลัวนาง กระต่ายจะตื่นตูม น้ำลายที่อยู่เต็มปากเขาคงไหลย้อย แค่คิดว่าหากได้นอนร่วมห้องกับอาจารย์คนสวยนางนี้ เขาจะจับต้องส่วนไหนดีถึงจะถึงรสถึงใจ

เพ้ย!นี่เขาเริ่มจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ เขาอยากนอนร่วมห้องกับนางเสียเต็มทนแล้ว

ในขณะที่ท่านแม่ทัพใหญ่กำลังยิ้มกริ่ม เสียงหวานก็ตะโกนดังก้องปลุกเอาสติของเขากลับคืนมาในทันที

เริ่มการทดสอบได้!

 

 

.

......


มาแล้วนะ มาต่อแล้ว ตอนนี้ยาวกว่าทุกตอน 555 เพราะโบว์เขียนด้วยมือในกระดาษ A4 ก่อนจะเอามาพิมพ์บ้างอ่านออกเสียงบ้าง อ่านแล้วเป็นยังไงก็มาคอมเม้นท์ด้วยน๊า อิอิ

25/01/2560


          มาแค่นี้นะคะ ไม่ไหวอะ ช่วงนี้เหมือนตัวเองจะเพลียมากจริงๆ ตื่นก็แต่เช้า เดี๋ยวจะมาต่อครึ่งหลังนะคะ

          24/01/2560


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #1473 ~[P]u[M]ki[N]~ (@pinkhina) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 23:23
    ท่านแม่ทัพจะต้องฝ่าฟันการสอบยังไงน้า พี่ๆลงขันพนันกันอีกแล้วรึ 555
    #1473
    0
  2. #1427 Suwimon_11 (@Suwimon_11) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 13:11
    จะมีพระเอกมั้ยค่ะนิ??? ถ้าไม่มีจะได้หยุดอ่าน
    #1427
    0
  3. #1207 Ruki&Gazette (@4444025396987176) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 11:36
    คิดแต่เรื่องอย่างว่ามิน่าละถึงได้ตายในสนามรบคงเพราะคิดถึงแต่เรื่องนี้จนเผลอโดนฆ่าตาย
    #1207
    0
  4. วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 13:46
    คิดกินเต้าหู้ตลอดเลยน้า
    #1135
    0
  5. #1030 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 00:47
    คิดแต่จะกินเต้าฮู้สาวไฟ
    #1030
    0
  6. #764 Casai1 (@Casai1) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 23:06
    พระ((นางเอก) นี่ ชาติก่อนคงจะมักมากในกามคุณ เนอะ เอะอะกะคิดเป็นแต่เรื่องเดียวนี่
    #764
    0
  7. #667 parkraerim (@parkraerim) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 00:01
    กำลังคิดอยู่ว่าจะมีเหตุอะไรให้ท่านแม่ทัพไปแคว้นแห่งอักขระนั่นได้น้าาาา~ แต่กว่าท่านแม่ทัพจะรู้ตัวว่ามีพี่ชายแปลกๆอยู่ตั้งสิบสองคนคงอีกนาน เราไม่รวมองค์รัชทายาทเพราะดูปกติที่สุด 55555 นี่กำลังคิดอีกเรื่องว่าท่านแม่ทัพมีสกิลอะไรบ้างแล้วสอบมันหมดทุกสนามเลยได้มะ 555
    #667
    0
  8. #608 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 10:25
    หื่นได้ทุกที่จริงๆ
    #608
    0
  9. #552 Kuro-NekoNo-97 (@Kuro-NekoNo-97) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 23:55
    ท่านแม่ทัพขาดน้ำขาดอาหารได้ แต่ขาดสตรีมิได้สินะ
    #552
    0
  10. #450 korawan-ni (@korawan-ni) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:13
    ท่านหื่นทุกที่ทุกเวลา
    #450
    0
  11. #259 แกงส้ม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:58
    เริ่มแล้ว
    #259
    0
  12. #96 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:00
    เป็นคนที่คิดแต่เรื่องแบบนี้อยู่ในหัวสินะ!!! แล้วดันทำออกมาดีด้วย!!
    #96
    0
  13. #61 If you change (@saprang) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 22:54
    ท่านแม่ทัพในสภาพหื่น ในสายตาคนอื่นจะเป็นอย่างไร เพราะเลือกเกิดที่ประตูคนที่งามมากว่าทั้งชายและหญิงทั่วไป แต่ที่บรรยายมาคนสวยๆเยอะมาก แต่ท่านแม่ทัพสวยที่สุดใช่ไหมคะ
    #61
    0
  14. #60 ลินิน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 09:49
    ท่านแม่ทัพนี่นะ 555
    #60
    0
  15. #59 lucky (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 06:06
    ชอบค่ะ รอนะคะ ^^
    #59
    0
  16. #58 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 23:58
    แวะมาอ่านต่อค่ะ
    #58
    0
  17. #57 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 00:02
    ขอบคุณค่ะ
    #57
    0