( 禠星 ) เป็นข้าเอง...องค์หญิงซือซิง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 140,044 Views

  • 1,534 Comments

  • 4,910 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    79

    Overall
    140,044

ตอนที่ 13 : [ องค์หญิงซือซิง ที่ 12 ] โอสถน้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    21 ก.พ. 60

โอสถน้ำ

 

โอสถน้ำ! องค์หญิงสิบสี่คิดว่ากำลังทำอาหารเล่นหรืออย่างไรพะย่ะค่ะ

เสียงนั้นดังกว่าปกติ สาเหตุเป็นเพราะยาที่อยู่ในหม้อปรุงโอสถขององค์หญิงสิบสี่นั่นเอง

“ท่านเห็นว่ามันเป็นอาหารหรืออย่างไรท่านอาจารย์”เด็กหญิงวัยสิบขวบปีสวนกลับ นั่นกลับทำให้ผู้ชมโดยรอบต้องกลั้นหายใจ

มีที่ไหนกล้าปากต่อคำกับท่านอาจารย์ผู้ปรุงโอสถ ทั้งๆที่อยากจะเข้าเรียนสายนี้แท้ๆ

ส่วนคนที่ถูกตอกกลับนั้นใบหน้านั้นก็เริ่มเขียวคล้ำและบึ้งตึงในทันที

“องค์หญิงสิบสี่!”เขากัดฟันกรอด

“โอสถน้ำแล้วอย่างไร ลูกกลอนโอสถแล้วอย่างไร ท่านไม่พอใจไม่อยากจะตรวจโอสถของข้าก็รีบไปที่อื่น ใยต้องมาโวยวายเสียงดังแล้วยังจะเทโอสถข้าทิ้งอีก หึ นี่หรือที่คนอื่นนับหน้าถือตาว่าเป็นอาจารย์ มีเจตนาอันดีงามสั่งสอนศิษย์ให้มีวิชาความรู้”เขาว่าก่อนจะเบ้ปาก ใบหน้าจิ้มลิ้มนั่นก็เชิดขึ้นสูงทันที

ไม่รู้ว่าเป็นศัตรูคู่อริขององค์หญิงสิบสี่หรือไม่ แต่ก็นั่นแหละ! คิดจะเทโอสถที่เขาอุตส่าห์ตั้งใจอย่างมากทิ้ง คนอย่างท่านแม่ทัพใหญ่นั่น ใครเป็นศัตรูมาก็เป็นศัตรูกลับ ง่ายๆไม่ต้องซับซ้อน

“เขาทำแบบนั้นเหรอ?”เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น

“นั่นสิ ถึงจะเป็นโอสถน้ำก็เถอะ”

“เขาทำทำไม?”

“ไม่สมกับที่เป็นถึงรองอาจารย์ใหญ่สายผู้ปรุงโอสถเลยสักนิด”

เสียงสรรเสริญ (?) ของผู้คนนั้นตรงดิ่งไปยังอาจารย์คนนั้นทันที

องค์ชายสี่ทำให้เขาอับอายมาแล้วครั้งหนึ่ง วันนี้องค์หญิงสิบสี่ยังเติบโตเจริญรอยตามองค์ชายสี่มางัดข้อกับเขาอีกคนหนึ่งงั้นรึ?

วันนี้เขาจะต้องทำให้ทั้งคู่เห็นถึงความสำคัญของเขาในสำนักศึกษาหลวงแห่งนี้ให้ได้ คอยดู!

อาจารย์ผู้มากประสบการร์จ้องใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มชวนมองนั้นแล้วก็ยิ้มแสยะที่มุมปากอย่างร้ายกาจทันที

“โอสถน้ำระดับต่ำเช่นนี้ ต่อให้ข้าเททิ้งหรือไม่ สุดท้ายแล้วมันก็มีค่าไม่ต่างกันนักหรอกพะย่ะค่ะองค์หญิงสิบสี่”

เฮือก!

เสียงหายใจของคนดูนั้นตกใจที่ท่านรองอาจารย์ใหญ่ผู้นี้ไม่ไว้หน้าผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ และก็อดสงสารองค์หญิงน้อยไม่ได้ถึงแม้จะคิดเอาไว้ไม่มีผิดว่าสุดท้ายแล้วองค์หญิงสิบสี่ก็คงมาเล่นตลกบนสนามสอบอีกครั้งจนได้

ผู้คนในบริเวณโดยรอบต่างเงียบเสียงลง พวกเขาแทบจะได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันขึ้นมาในทันที มันช่างเป็นความรู้สึกที่รอคอยโดยแท้ รอให้ใครคนใดคนหนึ่งพูดอะไรสักอย่างขึ้นมา จะเป็นทางฝั่งรองอาจารย์ใหญ่หรือแม้แต่จะเป็นองค์หญิงสิบสี่เองก็เถอะ

และคำภาวนาของพวกเขาก็เป็นจริงเมื่อรองอาจารย์ใหญ่เป็นฝ่ายพูดต่อ

“เจ้าก็รู้ว่าโอสถน้ำนั้น แม้จะเรียกกันว่าโอสถแต่ก็ไร้ค่ากว่าอาหารบางชนิดเสียอีก ต่อให้เจ้าพยายามกลั่นอย่างดีเพียงใด การเลือกส่วนผสมที่ลงตัวก็สำคัญ แต่เจ้าเองก็ยังเลือกใช้เพียงหญ้าน้ำค้างและเถาวัลย์เฟยเฉิงที่หาได้ทั่วไปตามทุ่งหญ้าหรือภูเขา”รองอาจารย์ใหญ่เว่ยหย่งกล่าวอย่างผู้ที่มีชัยเหนือกว่าทันที

“และระดับพลังในการปรุงโอสถก็ต้องมีสูงกว่าขั้นต้นระดับห้า แต่องค์หญิงสิบสี่เคยวัดระดับพลังในการปรุงโอสถไปเมื่อเดือนก่อน เพียงแค่ขั้นต้นระดับสามเท่านั้น แล้วโอสถน้ำที่เห็นจะให้พูดว่าเช่นไรดีเล่าพะย่ะค่ะ”

ย่ามันเถอะ! ชาติที่แล้วเขาเคยฆ่าปาดคอตระกูลมัน 7 ชั่วโคตรหรือไร เหตุใดจึงได้มาเจาะจงแต่มีเรื่องกับเขาเช่นนี้กัน

ท่านแม่ทัพขมวดคิ้ว ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มแฝงความหยิ่งทะนงและความงดงามเอาไว้ แสดงออกถึงความไม่พอใจทันที มือเรียวเล็กกำเข้าหากันแน่น ริมฝีปากเล็กเม้มตรง พร้อมกับร่างที่่เริ่มสั่นไหว น้ำตาก็ช่างเป็นสิ่งที่เขาห้ามไม่ได้เมื่อมันคลอเบ้าอย่างสุดจะทานทน 

ร่างกายนี้มันช่างรับรู้ความรู้สึกกดดันจนอยากร้องไห้แบบนี้ทุกครั้งเลยสิระ เขาแทบไม่อาจจะอดกลั้นมันไว้ได้เลยด้วยซ้ำ

เมื่อคนดูทั้งสนามมองเห็นภาพขององค์หญิงปริ่มๆจะร้องไห้ออกมา นัยน์ตานั้นทั้งเศร้าโศกเสียใจและไม่พอใจอยู่ในที ทั้งสร้างความเอ็นดูและเห็นใจได้ไม่น้อย เพราะแม้ร่างกายจะบอบบางและเล็กแถมยังไม่มีทรวดทรงองค์เอวเช่นสตรีวัยปักปิ่นแต่ถึงกระนั้นความงามก็ยังปรากฏแก่สายตาคนที่มองมาเสมอ 

นี่แหละคือที่มาฉายาสตรีงามล่มเมือง! 

แม้ไม่พอใจ ร้องไห้ เสียใจ เศร้าโศก หัวเราะ ร่าเริง สดใส ใบหน้านั้นก็ยังมีเสน่ห์ชวนมองอยู่ดี

“ช้าก่อนท่านเว่ยหย่ง ก่อนที่ท่านจะกล่าวออกมาเช่นนั้นควรที่จะทำการทดสอบจากเข็มทิศวัดพลังรักษาเสียก่อนมิดีกว่าหรือ”เป็นองค์ชายสี่ที่พูดขึ้นมา เขานึกสบถในใจที่เว่ยหย่งผู้นี้จ้องแต่จะหาเรื่องเขาอยู่ตลอดเวลาและทราบดีว่าเขานั้นตามอกตามใจผู้เป็นน้องสาวคนเดียวเสมอ เว่ยหย่งจึงได้กล้าหักหน้าน้องสาวของเขากลางลานประลอง

หักหน้าน้องเขาก็เหมือนหักหน้าเขานั่นแหละ

คงเจ็บแค้นใจที่เขาคัดค้านการปรุงโอสถที่เว่ยหย่งทำการคิดค้นมาเป็นเวลานานนับปี เพราะแม้จะมีผลดีต่อผู้คนแต่มันกลับสร้างผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายอย่างมากเลยทีเดียว

มันคือยาลูกกลอนเพิ่มพลังสูตรเร่งรัด จะมีผลเพิ่มพลังยุทธ์ในร่างกายเพิ่มถึง 3 เท่า แต่หลังจากนั้นผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ร่างกายจะหมดแรงพลังที่เคยสูบกลืนไปแทบไม่เหลือ ต้องทนทรมานในการฝืนตัวเกือบหนึ่งเดือนเต็ม เขาเองจึงไม่เห็นด้วย และแน่นอนเมื่อเขาไม่เห็นด้วยจึงเขียนคำร้อขอต่อพระบิดา ทำให้พระองค์ปฏิเสธการผลิตยาตัวนี้ในการประชุมท่ามกลางบรรดาเหล่าขุนนางที่สนับสนุนกันเต็มที่ และยังสั่งห้ามผลิตยาตัวนี้ออกมาอีกด้วย

เว่ยหย่งคงจะแค้นใจมากทีเดียว

“ต่อให้ไม่ทดสอบพลังรักษา โอสถน้ำก็ยังเป็นโอสถน้ำ พลังรักษานั้นน้อยนิดกว่าลูกกลอนโอสถอยู่แล้ว” เว่ยหย่งยังไม่ยอมแพ้ จ้องตอบกลับองค์ชายสี่อย่างผู้ที่มีชัยเหนือกว่า

ท่านอาจารย์ใหญ่สายผู้ปรุงโอสถไม่อยู่เนื่องจากติดธุระการคิดค้นสูตรปรุงโอสถกับทางแคว้นหลงโหลว และการสอบคัดเลือกในครั้งนี้ก็มีเพียงเว่ยหย่งที่เป็นรองอาจารย์ใหญ่สายผู้ปรุงโอสถเท่านั้นเป็นผู้ควบคุมการจัดสอบ มีหน้าที่ตัดสินใจในเรื่องหลายๆเรื่อง เขาแทบยกสิทธิ์ขึ้นมาค้างไม่ได้เลย

ถึงแม้จะเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ก็ตาม แต่เชื้อพระวงศ์ก็ไม่ก้าวก่ายในสำนักศึกษาหลวง

ที่นี่จะวางกฎคนละอย่างกันนั่นคืออาจารย์เป็นใหญ่ ศิษย์สูงศักดิ์ต่ำศักดิ์มีตำแหน่งเสมอกันคือ...ศิษย์ เท่านั้น

น้องสิบสี่ เห็นทีพี่คงช่วยเจ้าได้แค่นี้”

องค์ชายสี่ส่งแววตาเป็นสื่อกลาง และท่านแม่ทัพที่ยืนนิ่งอย่างอัดอั้นตันใจ คาดคิดเอาไว้ในใจอย่างเหี้ยมโหด

คอยดูเถอะ จบจากการสอบนี้ ข้าจะเอาระเบิดพลังธาตุไฟไปปล่อยใส่จวนมัน!’

 


……(ต่อ).....  

 

"จะอย่างไรก็ลองทดสอบพลังรักษาหน่อยไม่ได้หรือไง ท่านอาจารย์เว่ยหย่งที่รักและเคารพของศิษย์!"เป็นเสียงองค์ชายสามที่ดังขึ้นมานั่นเอง

เขาเองก็โดนอาจารย์ผู้นี้เล่นงานไม่น้อยหน้าใคร สรุปง่ายๆท่านอาจารย์ผู้นี้ไม่ค่อยจะสนใจเชื้อพระวงศ์สักเท่าไร อยากจะส่งคนไปขู่กรรโชกอยู่หลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้เมื่อพระบิดารับรู้เข้า เขาถึงกับถูกกักขังในตำหนักถึง 2 สัปดาห์ คิดแล้วก็อดแค้นเคืองใจไม่ได้

เวลานี้คนดูทั้งสนามต่างให้ความสนใจสนามผู้ปรุงโอสถกันอย่างหนาตา ในขณะที่สนามผู้ใช้พลังรักษาก็ได้เสร็จสิ้นไปหลังจากสนามสอบพลังยุทธ์และผู้มีพลังซ่อนเร้นจบไปนานแล้ว ผู้ชมจำนวนมากจึงเดินหันมาสนใจสนามสอบที่ 3 นั่นเอง

"นั่นสิท่านอาจารย์ ข้าเองก็สงสัยเช่นกันว่าโอสถน้ำขององค์หญิงสิบสี่จะวัดได้พลังระดับใด?"เป็นหนึ่งในลูกศิษย์สายผู้ปรุงโอสถนั่นเองที่พูดขึ้นมาด้วยท่าทางแกมสงสัยใคร่รู้

แต่ก็เป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สายตาคมของเขาจับจ้องและเปล่งประกายแวววาวส่งไปให้กับองค์หญิงสิบสี่ที่กำลังจ้องมองด้วยความฉงน ท่าทางนั้นน่ารักเสียจนคนที่เผลอสบตามองเองยังต้องเบือนหน้าหนี 

แต่เขาหารู้ไม่ว่าองค์หญิงน้อยที่เขาแอบมองนั้นไม่ได้มีท่าทีตื่นกลัวสายตาของเขาหรือแม้แต่เขินอายสักนิด ท่านแม่ทัพคิดเพียงว่า คุณชายผู้นี้เป็นใครเหตุใดจึงช่วยพูดเพื่อเขาได้ต่อหน้าคณาจารย์อย่างไม่มีท่าทีหวั่นเกรงใดๆ หรือเขาจะเป็นหนึ่งในคุณชายตระกูลเสนาบดีซ้ายและขวาที่เป็นที่เคารพยำเกรงของเหล่าอาจารย์

เนื่องด้วยบุตรชายเสนาบดีซ้ายและขวาต่างเป็นฝ่ายคานอำนาจในแคว้นหมิงซือและถ้าให้เขาสันนิษฐานจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว คุณชายผู้นี้คงเป็น...

คุณชายตระกูลเสนาบดีฝ่ายซ้าย ตงลู่เหวิน เป็นแน่!

เนื่องจากคุณชายหวังผู้นี้เป็นบุรุษรูปงามรองๆเพียงแค่เหล่าองค์ชายทั้งหลายเท่านั้น มีความสามารถสายผู้ปรุงโอสถขั้นกลางระดับสาม ซึ่งถือว่าเป็นขั้นที่สูงมากพอสมควรสำหรับชายหนุ่มอายุ 16 ปี และที่สำคัญคือเขาเป็นศิษย์เอกของอาจารย์ใหญ่สายผู้ปรุงโอสถ คำพูดเขามักมีน้ำหนักกว่าบรรดาองค์ชายเสเพลของพระบิดาเขาอีก

"ก็จริงอย่างที่คุณชายหวังกล่าว ข้าเองก็อยากจะเห็นเช่นกัน"บุรุษรูปร่างสมบูรณ์(?)กว่าผู้อื่นพูดขึ้น พูดกับประกายตาที่ไม่ได้แตกต่างจากคุณชายหวังเลยสักนิดเดียว

หากจะให้ท่านแม่ทัพเดาจากคำบอกเล่าของบรรดานางกกำนัลในตำหนักเขา คงจะต้องบอกได้เพียงว่า ชายหนุ่มร่างสมบูรณ์พูนสุขผู้นี้คงเป็นบุตรชายคนโตของเสนาบดีฝ่ายขวา ลี่เฟยเทียน อย่างแน่นอน นั่นเพราะว่าชายหนุ่มรูปร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์แถมยังวางท่าทีอย่างกับเป็นชื้อพระวงศ์สะเองคงจะเดาได้ไม่อยาก

คุณชายลี่ผู้นี้เขาทราบเพียงแค่ว่าเป็นนศิษย์สายผู้ใช้พลังรักษา ที่มีระดับถึงขั้นกลางระดับหนึ่ง ความสามารถไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าคุณชายหวังสักนิด เพราะสายผู้ใช้พลังรักษานั้นหายากยิ่งที่จะพัฒนาจนถึงขั้นกลางระดับสูงๆได้ ยิ่งขั้นสูงแล้วก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

ท่านแม่ทัพเริ่มขมวดคิ้ว เมื่อมองสลับกันระหว่างบุตรชายของทั้งสองเสนาบดี

หนึ่งอ้วน หนึ่งผอม!

'อืม...ช่างเป็นคู่แข่งที่แบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนยิ่งหนัก ช่างลงตัวๆ'

ท่านแม่ทัพคิดก่อนจะเบือนหน้าหนี 

หนึ่งอ้วน หนึ่งผอม เป็นศัตรู!

หนึ่งดูดี หนึ่งมากมี เป็นศัตรู!

หนึ่งรูปงาม หนึ่งสมบูรณ์ ก็เป็นศัตรู!

เอาเถอะ! เขาก็รับรู้ได้ว่าทั้งคู่เป็นศัตรูกัน

แต่ที่ไม่เข้าใจคือแววตาแวววาวที่จ้องมองเขาอยู่ต่างหาก นี่มันหมายความว่าอย่างไร ต้องการเป็นสหายกับเขารึ? ท่านแม่ทัพคิดแล้วพยักหน้าเข้าใจเอง 

'ได้! เขาจะยอมเป็นสหายกับพวกเจ้าเอง'

ท่านแม่ทัพหมายมั่น

"เอาเถอะ หากทุกคนต้องการเช่นนั้น ข้าเองก็จะเป็นคนแสดงให้พวกเจ้าดูเอง"อาจารย์เว่ยหย่งว่า

ก็ดีเหมือนกัน เขาเองก็อยากจะบอกให้ทุกคนทราบว่า องค์ชายสี่ที่มีความก้าวหน้าในฐานะแพทย์โอสถสายผู้ปรุงโอสถ จะไม่สามารถสอนสั่งน้องสาวที่มีพลังสายนี้ให้ก้าวเข้ามาในสายนี้ได้อย่างเต็มตัว

อาจารย์เว่ยหย่งหยิบเข็มทิศวัดระดับพลังรักษาที่มีติดกายออกมา เข็มทิศชนิดนี้เกิดขึ้นจากการคิดค้นของผู้ใช้อักขระเมื่อนานมาแล้วและเป็นสิ่งตกทอดในสำนักศึกษาหลวงจำนวน 3 อัน

อันแรกอยู่ที่ท่านอาจารย์ใหญ่ที่นำติดตัวไปที่แคว้นหลงโหลว อันที่ 2 อยู่ที่เขาที่ดำรงตำแหน่งเป็นรองอาจารย์ใหญ่สายผู้ปรุงโอสถ เป็นการสำรองติดไว้ที่สำนักศึกษาหลวง และอันสุดท้ายอยู่ที่แพทย์โอสถหลวงในวังหลวงนั่นเอง

เข็มทิศนี้ใช้วัดระดับพลังรักษาจากโออสถเท่านั้น มันมีทั้งหมด 2 ทิศ คือทิศร้อนและทิศเย็น ทิศเย็นเข็มทิศจะเป็นสีน้ำเงินส่วนทิศร้อนจะเป็นสีแดง

และนอกจากนี้ยังแยกระดับตามฝั่งนับตั้งแต่ 1 - 12  กล่าวคือ เลข 1 - 6 คือ โอสถที่มีพลังรักษาอยู่ที่ขั้นต้น ตามระดับ เช่น เมื่อชี้ที่เลขสาม คือขั้นต้นระดับสาม ส่วนเลข 7 - 12 นั่น คือโอสถที่มีพลังรักษาขั้นกลาง เช่น เมื่อเข็มทิศชี้ไปที่เลข 10 แปลได้ว่าเป็นขั้นกลางระดับสี่ และหากวนหนึ่งรอบ เริ่มต้นที่ 1 - 6 ใหม่ คือพลังรักษาขั้นสูง ส่วน 7 - 12 คือขั้นสูงสุดนั่นเอง

อาจารย์เว่ยหย่งวางเข็มทิศลงไปในหม้อปรุงโอสถขององค์หญิงสิบสี่ ซึ่งในนั้นมีโอสถน้ำที่ยังไม่ทันได้บรรจุใส่ขวดแก้วด้วยซ้ำ ทันใดนั้นเองแสงสีม่วงจากเข็มทิศวัดระดับพลังรักษาก็ทอประกายออกมาจากหม้อปรุงโอสถ ปรากฎเป็นควันสีน้ำเงินจางๆ มีรูปลักษณ์คล้ายกับเข็มทิศที่อยู่ในหม้อปรุงโอสถทุกประการ ควันเข็มทิศที่มีสีำน้เงินจางๆเริ่มหมุนท่ามกลางสายตาของทุกคนที่กำลังเฝ้าจ้องมอง

เข็มทิศสีน้ำเงินเริ่มหมุนระดับจากเลข 1 ไปยังเลขที่ 2 และเดินเรื่อยไปยังเลขที่ 3 อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง

สายตาของอาจารย์เว่ยหย่งตกตะลึงตาค้าง นับต้งแต่เข็มทิศเริ่มมีปฏิกริยา เพราะหากเป็นโอสถระดับต่ำนั้นเข็มทิศย่อมไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆแม้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงสีน้ำเงินยังไม่มีปรากฎแต่นี่มันกลับมีควันสีและเข็มยังหมุนเรื่อยๆ

หัวใจบีบอัดเข้าหากันก่อนจะเลื่อนสายตาไปสบเข้ากับนัยน์ตาเรียวหงส์ขององค์หญิงสิบสี่ที่บัดนี้ยังไม่ได้ละไปจากหน้าของเขา เรียวปากเล็กเบ้ให้เขาเล็กน้อยท่ามกลางคนที่ไม่ได้สนใจในตัวของนาง เรียวปากเล็กจิ้มลิ้มชวนมองนั้นเอื้อนเอ่ยประโยคโดยไร้เสียง

'ท่านเจอข้าแน่!'

เพ้ย! องค์หญิงสิบสี่กล้าข่มขู่เขาถึงขนาดนี้เชียวเหรอ?

ขนกายของท่านอาจารย์เว่ยหย่งชูชัน น่าแปลกที่องค์ชายอื่นๆไม่ได้ทำให้เขานึกหวาดกลัว แต่ทำไมองค์หญิงน้อยผู้นี้ถึงมีรังสีฆ่าฟันได้มาขนาดนี้ ทั้งๆที่อายุแค่นี้ไม่น่าจะเคยฆ่าใครมาก่อน(?)

น่าสงสารท่านอาจารย์เว่ยหย่งที่ไม่ทราบถึงความเป็นไปของร่างเล็กวัย 10 ขวบ ในปัจจุบันนี้ ว่าวิญญาณในร่างนั้นผ่านชีวิตอันโชกโชนมากกว่าร่างที่กำลังจะเน่าเปื่อยของเขาเสียอีก

เข็มทิศหมุนไปอย่างช้าๆ แต่กลับเร่งรัดหัวใจคนดูได้อย่างง่ายดาย ไม่มีใครสนใจสิ่งอื่น นอกจากควันสีน้ำเงินจางๆที่ลอยอยู่เหนือหม้อปรุงโอสถอันนั้น

มันหยุดแล้ว! หยุดอยู่ที่เลข 5 

"พลังรักษาธาตุเย็นขั้นต้นระดับห้า โอ้! นี่เป็นโอสถน้ำจริงๆนะรึ?"เสียงของหนึ่งในบรรดาผู้ชมหันมาจ้องมองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง องค์หญิงน้อยอายุเพียง 10 ขวบปี สามารถปรุงโอสถน้ำในขั้นต้นระดับห้าได้ นับว่าเเป็นสิ่งที่หายากยิ่งนัก

"อนาคตคงไม่พ้นอัจฉริยะเช่นเดียวกับองค์ชายสี่เป็นแน่"

ผู้คนพูดกันลั่นสนามสอบ จากองค์หญิงสิบสี่ผู้ล้มเหลวถูกแปรเปลี่ยนเป็นยอดหญิง(?)ผู้น่าเคารพและเลื่อมใสทันที

ก็ดีเหมือนกัน! ที่นี่หญิงงามมากหน้าหลายตาจะได้รุมล้อมรอบกายเขาสักที

ท่านแม่ทัพคิดพร้อมกับรอยยิ้มที่ส่องแสงประกายแพรวพราว






....

จบตอนนี้แล้วนะคะ ฝากติชมกันมาด้วยนะ แต่คำตินี่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว 555+  ^^

11/02/2017



......

เดี๋ยวจะมาแก้ไขเพิ่มเติมนะคะ ตอนนี้ทำงานต่อก่อน อิอิ เลิกงานค่อยเอาระเบิดพลังไปปล่อยใส่จวนท่านอาจารย์เว่ยหย่งกัน 5555

10/02/2560

 มาแก้ไขแล้วนะคะ ปมดราม่าเรื่องทำไมอาจารย์ถึงกล้าทำเช่นนี้คือโบว์รีบพิมพ์จากกระดาษที่เขียนระหว่างทำงานเลยไม่ได้ทวนบทนะคะ มันเป็นการเขียนแบบรวบรัดตัดตอนจ้า เพิ่มรายละเอียดเข้าไปอีกนิดหน่อยนะ ดูรูปได้เลยผลงานการเขียนแบบใจรัก 555 แต่มันก็จริงนะแหละ ทำไมอาจารย์เป้นคนแบบนี้ แต่ท่านแม่ทัพเราไม่ยอมแน่ๆหรอก เอิ๊กๆ ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

56 ความคิดเห็น

  1. #1475 ~[P]u[M]ki[N]~ (@pinkhina) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 00:08

    ท่านอาจารย์โดนเล่นคืนแล้วไง โธ่เอ๋ยหากทราบความสามารถที่แท้จริงไม่คลั่งเลยรึ
    #1475
    0
  2. #1311 ploy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 16:45
    บางทีก็ดูโง่ๆไปนะ นางเอก
    #1311
    0
  3. วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 14:49
    เฮ่อๆลุ้นตั้งแต่หม้อยาจะแตกแล้ว ลุ้นพี่ชายสี่กัดกับคู่หมั่นเดินมาหาไม่ถึงตัวอีก ลุ้นรองอาจารย์มาพูดจาดูถูกอีก กว่าจะออกมาเป็นยาหม้อนี้ได้เนอะ
    #1136
    0
  4. #1033 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 00:58
    น่าจะปลดออกจากการเป็นอาจารย์
    #1033
    0
  5. #951 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 20:40
    ให้รู้บ้างใครเป็นใคร
    #951
    0
  6. #674 parkraerim (@parkraerim) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 01:14
    เมื่อไหร่หนอที่เธอ(?)จะกลับใจ(???) 5555 บุรุษห้อมล้อมดีจริงๆ แต่ว่าก็ว่าเถอะพอยาหมดหม้ออล้วยกหม้อฟาดหน้าอาจารย์คนนี้ซักทีซิ! เราชอบคนผอมๆที่หล่อๆที่จำชื่อไม่ได้ 55555 รอเจอนะเออ
    #674
    0
  7. #611 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 11:04
    แน่ใจว่าญ.จะห้อมล้อม อ่านตอนนี้แล้วมีแต่ช.ห้อมล้อมนะแม่ทัพ
    #611
    0
  8. #599 Kumiko. (@tam-wannporn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 19:02
    โอ๊ยยย ยิ่งเก่งผู้หญิงยิ่งอิจสิท่านแม่ทัพ ไม่มีปญที่ไหนชอบคนที่ได้ดีกว่าหรอกกก
    #599
    0
  9. #465 เอฟี่ (@famvyza) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 14:05
    ท่านจะหล่อมากถ้าท่านไม่คิดหื่นกาม!
    #465
    0
  10. #451 korawan-ni (@korawan-ni) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:39
    สะใจเล็กๆๆ
    #451
    0
  11. #262 แกงส้ม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:06
    เจอแน่ ท่านเว่ย
    #262
    0
  12. #247 AnnyDream1 (@9911club) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 04:49
    นิยายสนุกมากค่ะ🌸😊
    #247
    0
  13. #179 yoonly (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:13
    ขอบคุณค่ะ 55555555555555555 ท่านแม่ทัพยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าตัวเองตอนนี้เป็นผู้หญิง
    #179
    0
  14. #169 Helen. (@berry-mink) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:02
    รีบมาต่อนะคะ ติดตามค่าา
    #169
    0
  15. #168 archmess (@anyfearless) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:39
    เจอดีแน่ ท่านรองอาจารย์
    #168
    0
  16. #167 ซันหลิงอี (@pla14) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:08
    ขอบคุณค่ะ
    #167
    0
  17. #166 bassjeedjad (@bassjeedjad) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:34
    สะใจเว่อร์ หักหน้านางผู้หญิง-ได้สักที แหวะ
    #166
    0
  18. #165 pun00012000 (@pun00012000) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:09
    ต่อๆจัดมาหน่อยครับอ่านไม่ทันมันส์
    #165
    0
  19. #164 shadow_devil (@wrtja) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:28
    สมน้ำหน้าท่านอาจารย์//55555
    #164
    0
  20. #163 Queen-st (@stampstamp123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:01
    หญิงงามหรือหนุ่มหล่อจ้ะ
    #163
    0
  21. #162 Mina_Chu+Chu (@lovelyztk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:09
    อ่านมาตั้งนานแล้ว องค์หญิงอายุเพียงสิบหนาวเองรึ หรือเราจะพลาดอ่านบทที่บอกอายุองค์หญิง แต่เราจะรอดูนางไฟท์ค่ะ อิอิ
    #162
    0
  22. #161 snantaza (@snantaza) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:13
    มันจะไม่ได้รุมล้อมด้วยสาวงามสิท่าน แหม
    #161
    0
  23. #159 Mintx2 (@Mintx2) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:57
    55555 สมน้ำหน้าอาจารย์
    #159
    0
  24. #158 pooh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:07
    สนุกจ้า...มาต่อเร็วๆนะ
    #158
    0
  25. #157 pooh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:07
    สนุกจ้า...มาต่อเร็วๆนะ
    #157
    0