( 禠星 ) เป็นข้าเอง...องค์หญิงซือซิง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 140,037 Views

  • 1,534 Comments

  • 4,912 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    72

    Overall
    140,037

ตอนที่ 39 : [ องค์หญิงซือซิง ที่ 38 ] สายลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    26 ก.ย. 61

บทที่ 38 สายลับ


ภายในราชวังอันใหญ่โต ณ แคว้นหมิงซือ บุรุษรูปร่างสูงโปร่งนั่งบนบัลลังก์ด้วยอาการสงบนิ่ง ปรายสายตามองเหล่าบุคคลที่ดำรงตนเองว่ายิ่งใหญ่ตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน


มันก็แค่พวกชั้นต่ำของดินแดนหลิ่งซาน แค่ศักดิ์ศรีคงไม่พอให้แบกรับเอาไว้จนยอมแลกกับชีวิตของตนเอง


เวลานี้เหล่าเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายของแคว้นหมิงซือที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์ ถูกส่งลงไปยังคุกหลวงอย่างไร้ความปราณี เพราะคนเหล่านี้อาจจะสามารถเป็นตัวประกันที่มีประโยชน์ไว้หลอกล้อองค์หญิงหมิงซือซิงหากถึงเวลาที่จำเป็น แต่ถ้าไม่ เขาก็แค่รอฆ่านางพร้อมกับคนในครอบครัวของนางเท่านั้น


“องค์ราชัน สายข่าวที่ให้สืบหาองค์หญิงหมิงซือซิง ได้รายงานมาว่าตอนนี้องค์หญิงอยู่ที่แคว้นเฉินกำลังเดินทางไปแคว้นอู่พะย่ะค่ะ”


มังกรดำตนนี้ สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นองค์ราชัน!


“ส่งคนตามจับตัวนางกลับมาให้ได้”


“พะย่ะค่ะ”เจ้าคนนั้นตอบรับ เขาก็ไมได้ใส่ใจมากนักว่ามันผู้นั้นจะเป็นใคร รู้เพียงแต่ว่าอีกไม่นานดินแดนหลวงจะถูกเปิดออก และเขาจะกลับไปยังดินแดนหลวงอีกครั้งและพาพวกพ้องมังกรมาดูความล้มจมของพวกมนุษย์ดินแดนหลิ่งซานพวกนี้ ขอแค่เพียงเลือดจากหัวใจสตรีตระกูลหมิงซือคนสุดท้ายเท่านั้น


เขาจะทำให้พวกมันได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานจากการผลัดพรากจากคนที่รักให้สาสมกับที่พวกมันทำเอาไว้!


เขานี่แหละจะเป็นผู้พรากลมหายใจสุดท้ายของตระกูลหมิงซือและดินแดนหลิ่งซานให้พังพินาศเอง!


...


ขบวนเกวียนเดินทางตลอดช่วงหลายวันโดยอาศัยตำแหน่งองค์ชายแห่งดินแดนหนาวกับองค์หญิงรั่วซียอดหญิงแคว้นเฟิ่ง ทำให้บรรดาทหารนายกองของทางการที่ประจำจุดต่างๆให้ความเคารพและยำเกรงอย่างผู้น้อยที่ทำความเคารพผู้มีศักดิ์ที่สูงกว่า


และตลอดหลายวันมานี้ ดูเหมือนองค์หญิงน้อยจะสงบเสงี่ยมท่าทีที่มีต่อองค์ชายโจวเฟิงหยางมากกว่าที่เคยเป็น ส่งผลให้บรรดาพี่ชายที่ติดตามมารู้สึกสบายใจมากขึ้น แต่ที่ไม่สบายใจคือท่าทีที่องค์ชายแดนหนาวแสดงกลับบ่งบอกว่าอ่อนโยนลงกว่าเดิมมากนัก ไม่ได้ต่อต้านเหมือนอย่างที่ผ่านมา ไม่ได้ผลักหรือหลบการเดินเข้าหาขององค์หญิงสิบสี่สักครั้ง แม้ใบหน้าจะเฉยชาแต่การกระทำดูจะยังให้เกียรติขึ้นกว่าเดิมมาก


“ผ่านด่านข้างหน้าพวกเราก็คงจะข้ามแคว้นเฉินไปแคว้นอู่ได้แล้ว”พี่แปดพูดสีหน้าจริงจัง ใบหน้าหวานหยดย้อยที่เกิดจากการตั้งใจเปลี่ยนแปลงรูปร่างนั่นทำให้องค์หญิงสิบสี่ชมไม่หยุดปาก แต่สุดท้ายก็ได้แต่เงียบไป เนื่องจากเวลานี้พวกเขาต้องทำให้เหมือนการเดินทางไปงานศพญาติต่างแคว้น ด้านนี้ไม่สามารถใช้ตำแหน่งองค์หญิงรั่วซีได้ เนื่องจากได้ข่าวว่าเจ้ามังกรดำตนนั้นส่งผู้คนกระจายไปทั่วว่าใครตามจับองค์หญิงสิบสี่ได้ จะได้รับรางวัลมากมายมหาศาล คงมีคนไม่น้อยที่ต้องการตัวของนาง และอาจจะทราบว่านางอยู่ในขบวนขององค์หญิงรั่วซีผู้นี้อีกด้วย


“เจ้าเองก็ปิดหน้าปิดตาเอาไว้ ห้ามเปิดเผยใบหน้าเด็ดขาด เพราะป่านนี้ภาพวาดของเจ้าคงกระจายตัวไปทั่วทั้ง 7 แคว้นใกล้เคียงนี้แล้ว”พี่รองบอกเสียงเครียด องค์หญิงน้อยจึงได้แต่พยักหน้า ในขณะที่องค์หญิงรั่วซีที่อยู่ไม่ไกลจากฝั่งเกวียนมองด้วยสีหน้าเรียบเฉย


สายตาหวานหยดนั้นหันไปมองยังบุรุษอีกคนที่นางติดตามมาด้วยอีกครั้ง ไม่รู้เพราะอะไรหลายวันมานี้นางรู้สึกว่าท่าทีของเขาแตกต่างจากที่เคยเป็น


“ข้าเข้าใจดีพี่รอง”นางตอบรับคำ


ใครอยากจะถูกจับตัวให้เจ้ามังกรดำตัวนั้นใช้มีดแทงหัวใจตามใจชอบได้เหล่า ถ้าเกิดว่ารู้แบบนี้ตั้งแต่แรก นางน่าจะปรุงยาพิษผสมลงไปด้วย เจ้ามังกรดำตนนั้นคงไม่ต้องฟื้นจากความตายมาตามจองเวรจองกรรมนางเช่นนี้


ไม่นานเกวียนที่ใช้เดินทางก็เข้ามาใกล้ด่านสุดท้ายของแคว้นเฉินจนได้ พวกเขาต่อแถวตามลำดับก่อนหลังอย่างอย่างเรียบร้อย


“พวกเจ้าจะเดินทางไปไหน”เสียงนายกองในด่านสอบถามเสียงเข้ม


“พวกข้าจะไปงานศพญาติที่แคว้นอู่ขอรับ”เป็นพี่หกผู้ปราดเปรื่องที่พูดขึ้นด้วยท่าทีนอบน้อม ไม่ต้องบอกมากมายว่ามันคือบุคลิกของขอทานผู้เลื่องชื่อเรื่องความเสแสร้งนั่นเอง


“มีกี่คน?”เสียงนายกองพูดอย่างเบื่อหน่าย


“มีชาย 5 คน หญิง 3 คนขอรับ”


“พวกเจ้าทุกคนลงจากเกวียนก่อน แล้วไปลงชื่อเข้าออกแคว้นด้วย”นายกองคนนั้นบอกก่อนจะชี้มือไปยังมุมๆหนึ่งที่คนต่อแถวกันอยู่มากมาย


“ขอรับ”ทุกคนผงกหัวรับคำ


กว่าจะลงชื่อแล้วเสร็จก็นานเกือบชั่วยามแล้ว เมื่อเริ่มออกเดินทางกลับพบว่าองค์หญิงรั่วซีผู้นั้นหายตัวไปเสียแล้ว


“นางหายไปไหน?”คำถามที่ดังมาจากปากขององค์ชายสามทำให้ทุกคนแปลกใจ เพราะปกติไม่เคยเห็นน้ำเสียงเช่นนี้จากองค์ชายสามเลยสักนิด องค์ชายนักพนันไม่เคยมองปัญหาว่าเป็นปัญหาเลยสักครั้ง จะมีก็แค่ครั้งนี้ที่น้ำเสียงขององค์ชายสามมีปัญหา


“องค์หญิงรั่วซีบอกว่านางจะไปทำธุระของสตรีสักครู่ขอรับ”เสี่ยวหลุนบอกสีหน้าจริงจัง


“นางบอกเจ้าเช่นนั้นหรือ?”องค์ชายสามเลิกคิ้ว แล้วก็ขมวดแน่น บอกตามตรงว่าเขาไม่ค่อยวางใจท่าทีขององค์หญิงรั่วซีผู้นี้นับตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว


จำได้ว่าคืนนั้นเขาหนีออกไปเล่นพนันในตลาดมืดของแคว้นเฉิน แต่สายตาดันพบเข้ากับองค์รั่วซีผู้นั้นที่ปกปิดร่างกายกำลังเดินเข้าไปในตรอกร้างแห่งหนึ่ง เขาจึงแอบติดตามไป หากแต่กลับคลาดสายตาไป ไม่สามารถตามทัน เรื่องนี้ทำให้องค์ชายสามระแคะระคายใจอย่างบอกไม่ถูก และเขาก็ไม่คิดว่าเขาจะตาฝาดไปด้วย


“ขอรับ”เสี่ยวหลุนตอบเสียงมั่นคง แต่ในใจองค์ชายสามก็ยังไม่คายใจ


บางทีเขาควรจับตาดูการกระทำขององค์หญิงรั่วซีผู้นี้แทนเสียแล้ว!


รอไม่นาน องค์หญิงรั่วซีก็กลับมาพร้อมกับใบหน้าซีดเผือด นางบอกว่าได้ยินกลุ่มทหารพูดคุยกันว่าบริเวณเส้นทางไปยังแคว้นอู่ที่พวกเขากำลังเดินทางไปนั้นมีกองกำลังขององค์ราชันมังกรดำดักรออยู่ข้างหน้า เหมือนจะทราบว่าพวกเรากำลังเดินทางออกจากแคว้นเฉินในวันนี้ ดังนั้นทุกคนจึงต้องคิดหาหนทางใหม่กันระหว่างเดินทาง


หากไม่สามารถเดินทางด้วยเส้นทางหลักก็มีเพียงแต่ต้องเดินทางกันทางน้ำเท่านั้น เมื่อตกลงกันเรียบร้อยเส้นทางเกวียนของคนทั้งแปดจึงได้มุ่งหน้าไปยังแม่น้ำหลิ่งที่กั้นกลางระหว่างสองดินแดนไว้ทันที


องค์ชายสามขมวดคิ้วมองไปยังองค์หญิงรั่วซีตลอดเส้นทาง จนคนที่ถูกมองได้แต่หลบสายตาทั้งไม่เข้าใจว่าเหตุใดบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นองค์ชายแคว้นหมิงซือผู้ตกอับคนนี้ถึงได้มองนางด้วยสายตาจับผิดเช่นนั้นได้


แต่นางก็หาได้สนใจ เมื่อสายตาต่างตกไปยังบุรุษอีกคนที่อยู่ไม่ไกล


“จำได้ไหมเพคะว่าเมื่อตอนที่พวกเรายังเด็ก ท่านพี่ชอบพาหม่อมฉันออกมาแล่นเรือหลวงเล่นประจำจนหม่อมฉันไม่สบายเพราะอากาศเย็นจัด”


องค์หญิงรั่วซีพูดด้วยรอยยิ้มกว้างเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์สมัยเด็ก แม้ว่าแคว้นเฟิ่งกับแคว้นโฉวจงจะอยู่ห่างกันโดยมีอีกสามแคว้นกั้นกลาง แต่ทว่านางมักจะเดินทางไปแคว้นโฉวจงบ่อยๆราวกับเป็นแคว้นตนเอง จนกลายเป็นความเคยชิน


“ตอนนั้นเสด็จลุงโกรธท่านพี่มาก แต่เพราะข้าบอกว่าจะไม่กินยาถ้าลงโทษท่านพี่ ท่านลุงเลยยอมยกโทษให้”นางพูดแล้วก็เหม่อมองไปยังผืนน้ำที่อยู่ห่างไกล แม้ว่าแม่น้ำหลิ่งที่นี่จะแตกต่างจากแคว้นโฉวจง แต่มันก็เป็นแม่น้ำสายเดียวกัน ไม่แปลกที่นางจะยกเรื่องเล่าวัยเด็กมาพูด


คนที่ฟังอยู่เงียบๆจึงได้แต่อดต่อว่าในใจไม่ได้ว่า มิน่าละพวกเขาถึงได้สนิทสนมกันดี เพราะเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็กนี่เอง


องค์หญิงสิบสี่แสร้งมองแม่น้ำหลิ่งบ้างแต่แววตากลับแตกต่างไปจากองค์หญิงรั่วซีลิบลับ เพราะภาพที่ปรากฏออกมาคือภาพการสู้รบกันเพื่อครอบครองดินแดนกว้างใหญ่นี้ ไม่รู้กี่ศพที่ยังคงจมหายไปกับแม่น้ำหลิ่ง แม้จะผ่านมานานถึงห้าร้อยปีใช่ว่าพวกเขาจะสามารถค้นพบศพทหารเหล่านั้นได้ทั้งหมด


นางเองก็จำได้มั่นนับตั้งแต่เป็นนายทหารคนเล็กๆในกองกำลัง เขาแทบไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเวลานั้นที่ถูกคัดเลือกมาเป็นกองกำลังทางน้ำจะสามารถรักษาชีวิตรอดมาได้ แถมยังได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นจากการปฏิบัติภารกิจครั้งนั้นด้วย


แม่น้ำหลิ่งที่เป็นหนึ่งจุดเล็กๆที่ทำให้เขากลายเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหม่ของดินแดนหลิ่งซาน แม้ว่าสุดท้ายดินแดนหลิ่งซานจะถูกแบ่งย่อยออกมาเป็นแคว้นปกครองกันถึง 16 แคว้นแต่หากจะนับแล้วดินแดนหลิ่งซานนี้ไม่ว่าตรงไหน นางก็มั่นใจว่าเคยเยียบย่างเข้าไปในฐานะแม่ทัพใหญ่ของดินแดนมาแล้วครั้งหนึ่ง จุดสูงสุดครั้งหนึ่งในฐานะบุรุษผู้ยิ่งใหญ่


พอเก็บสายตาลำลึกความหลังเอาไว้ก็ต้องตกใจกลับสายของใครบางคนที่มองกลับมาด้วยความจนใจและอ่อนใจอย่างประหลาด


แล้วทำไมคนแซ่โจวถึงได้มองนางเช่นนั้น เขาเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?


“เจ้าอาจจะเข้าใจเช่นนั้นนะ แต่แท้ที่จริงแล้วข้าถูกท่านพ่อลงโทษกักบริเวณถึงหนึ่งเดือนเต็ม”เมื่อคำพูดประโยคนี้ดังขึ้น ใบหน้าองค์หญิงรั่วซีก็ถึงกับตะลึงงัน


เขาไม่ได้ตั้งใจจะบอกนางสักนิดว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น หากไม่เป็นเพราะยังมีสตรีอีกคนหนึ่งที่เขาควรให้ข้อกระจ่างชัดแก่นาง


“จะเป็นไปได้อย่างไรเพคะ?”องค์หญิงรั่วซีไม่เชื่อ


“ข้าไมได้โกหกเจ้า”องค์ชายแดนหนาวตอบก่อนที่บรรยากาศจะการเป็นเงียบสงบ


องค์หญิงรั่วซีหน้าซีดเผือด เมื่อเงยหน้ามาพบกับแววตาเรียบเฉยขององค์หญิงสิบสี่และองค์ชายสามที่ยกริมฝีปากยิ้มเยาะ ก็ทำให้นางข่มกลั้นความโกรธเคืองไว้ในใจ


ทำไมท่านพี่เฟิงหยางที่แสนดีถึงกล้าหักหน้านางต่อหน้าคนที่ไม่ได้สนิทสนมพวกนี้กัน โดยเฉพาะองค์หญิงสิบสี่คนนี้ แววตาของนางนั้นบ่งบอกว่าชื่นชอบท่านพี่เฟิงหยางอย่างปิดไม่มิดด้วยซ้ำ


ความคิดขององค์หญิงรั่วซีไหนเลยจะหลุดรอดสายตาขององค์หญิงน้อยที่ขึ้นชื่อเรื่องการเข้าใจสตรีเป็นที่สุด ถึงแม้นางจะไม่พอใจองค์หญิงรั่วซีผู้นี้เพียงไหน แต่การที่องค์ชายแซ่โจวพูดหักหน้าองค์หญิงผู้นี้ก็ทำให้นางนึกสงสารขึ้นมาอย่างจับใจ ถึงอย่างไรนางก็เคยผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน จะถือได้ว่านางเป็นศิษย์พี่องค์หญิงผู้นี้ก็ไม่มากเกินไป


เดินทางไม่นานก็มาถึงท่าเรืออันเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างห่างไกลได้อย่างไม่ลำบากนัก แต่ก็ใช่ว่าห่างไกลแล้วข่าวคราวจะไม่ถึง เพราะรูปวาดใบหน้าอันงดงามขององค์หญิงหมิงซือซิงนั้นติดประกาศไปทั่วทั้งบริเวณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


“เจ้ามังกรดำตนนี้ช่าง...”นางคิดอย่างโกรธเคือง ขณะที่สองเท้าก็เดินตามพี่รองไปอย่างเงียบๆ ข้างกายของนางยังเป็นพี่แปดและพี่หก ในขณะที่องค์หญิงรั่วซีกลับตามติองค์ชายโจวเฟิงหยางไม่ห่าง


“ท่านแม่ขอรับ...ท่านแม่”


เสียงในสมองของนางเป็นเสียงใสกังวานของเจียวหมิ่งนั่นเอง ผ่านไปหลายวันไม่ได้พูดอะไรก็อดนึกแปลกใจไมได้ พอจู่ๆตะโกนขึ้นมาในหัวด้วยน้ำเสียงร้อนรนเช่นนี้ก็ทำให้นางยิ่งแปลกใจมากกว่า


“มีอะไรหรอ?”


นางส่งกระแสจิตเชื่อมตรงไปยังเจียวหมิ่งอย่างนึกสงสัย


“รอบๆนี้มีผู้แข็งแกร่งที่มีพลังยุทธ์ขั้นเงินกับขั้นทองเต็มไปหมดเลยขอรับ ข้ากลัวยิ่งนัก”


บิดามันเถอะ! เป็นถึงสัตว์อสูรขั้นจ้าว ยังหวาดกลัวอะไรถึงเพียงนั้น


แต่ก็ใช่ว่านางจะไม่รู้ว่าจ้าวหมิ่งนั้นมีพลังมหาศาลแต่ใช้ไม่คล่องแคล่วนัก แต่การหวาดกลัวผู้ฝึกยุทธ์ขั้นทองแดงกับขั้นเงินนี้ทำให้นางนึกไม่ถึงจริงๆ


“ท่านแม่ข้ากลัวขอรับ”


“ใจเย็นๆก่อนเจียวหมิ่ง เจ้าจะหวาดกลัวอะไรถึงเพียงนั้น”


“กระแสจิตขอรับ ข้ารับรู้ว่าพวกมันเป็นคนไม่ดี พวกมันจะมาจับท่านแม่ไปขอรับ!


เสียงในหัวที่เจียวหมิ่งส่งมาทำให้นางใจเต้นไม่เป็นจังหวะ วินาทีที่พี่รองกำลังจะเดินต่อไปนั้น นางจำเป็นต้องดึงรั้งชายเสื้อเอาไว้อย่างสุดความสามารถ


พี่รองหันกลับมามองด้วยความแปลกใจ


แต่ก่อนที่ความแปลกใจจะบังเกิดไปมากกว่านี้ เสียงของวัตถุบางอย่างก็วิ่งตรงเข้าเฉียดพี่หกที่อยู่ข้างนางไม่ไกล โชคดีที่พี่หกมีพลังยุทธ์สูงแม้จะดำรงตำแหน่งขอทาน แต่วัตถุและยาจำพวกเสริมพลังยุทธ์นั้นก็มีอยู่ไม่ขาด


“ระวังตัว พวกเราโดยล้อมไว้หมดแล้ว”เสียงเย็นเฉียบขององค์ชายโจวเฟิงหยางยิ่งส่งผลให้คนในกลุ่มราวกับไร้เสื้อผ้าในดินแดนหิมะ ความหนาวเหน็บเกาะกุมจิตใจทันที


“พวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเราได้ยังไงกัน”เสียงพี่แปดในร่างของหญิงสาวงดงามพูดด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน


องค์ชายสามเหลือบมองใบหน้าขององค์หญิงรั่วซีที่ไร้ความกังวลอย่างจงใจ มือแกร่งกระชากแขนเรียวที่อยู่ไม่ไกลจากองค์ชายโจวเฟิงหยางอย่างรุนแรง


“โอ๊ย!”นางถึงกับร้องเสียงหลง


“เป็นเพราะเจ้าสินะ องค์หญิงรั่วซี”เสียงไม่ดังมากขององค์ชายสามทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง ใบหน้าเย็นเฉียบขององค์ชายโจวเฟิงหยางนั้นบ่งอกชัดว่าผิดหวัง


"วันนั้นข้าเห็นเจ้าที่ตรอกมืดแคว้นเฉิน คงเพราะต้องการไปส่งข่าวสินะ!"


“พวกเจ้าไม่รอดหรอก”นางเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งทะนง ก่อนจะหันไปมองท่านพี่เฟิงหยางของตนอย่างจนใจ


“ท่านพี่ หากท่านพี่ยอมมอบตัวองค์หญิงหมิงซือซิงให้องค์ราชันพวกเขาสัญญาว่าจะไว้ชีวิตท่านกับคนของท่านด้วย”นางเอ่ยด้วยความหวังดี


“ทำไมเจ้าต้องทำเช่นนี้รั่วซี”


“หม่อมฉัน....”


“ข้าไปทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจสินะ”องค์หญิงสิบสี่ที่นิ่งเงียบเอ่ยเสียงดัง แววตาไม่เป็นมิตรนั้นฉายชัดกว่าแต่ก่อนมาก


นางไม่คิดเลยว่าสตรีนางนี้จะเป็นสายลับ ประสบการณ์สายลับแฝงตัวเข้ามาในกองทัพที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองนั้นทำให้แววตาเย็นเยียบที่องค์หญิงสิบสี่ส่งไปให้นั้นทำให้องค์หญิงรั่วซีถึงกับหวาดกลัว แม้จะทราบว่าองค์หญิงหมิงซือซิงมีพลังยุทธ์ขั้นสูงสุดระดับหกเหมือนกันกับนาง แต่เหตุไฉนแววตาของอีกฝ่ายถึงได้แววโชนราวกับผ่านประสบการณ์ฆ่าฟันมาแล้วนับไม่ถ้วน จนทำให้องค์หญิงรั่วซีเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ไปไม่ไกลมากนักเหมือนมือแกร่งขององค์ชายสิบสามยึดจับแขนเรียวเอาไว้แน่น แววตาบ่งบอกว่าไม่ยินยอมปล่อยตัวนางไปแน่


“องค์ชายรอง ข้าว่าควรจะรีบส่งตัวองค์หญิงสิบสี่มาให้พวกข้าจะดีกว่า แล้วพวกท่านก็จากไปได้ พวกเราไม่คิดจะเอาตัวพวกท่านไปเป็นภาระด้วย องค์ราชันประสงค์เพียงแค่เลือดจากหัวใจองค์หญิงสิบสี่เท่านั้น”ผู้ฝึกยุทธ์ผู้มีพลังขั้นทองระดับแปดพูดด้วยน้ำเสียงทรงพลัง พวกเขาทราบเพียงว่าองค์ชายรองเป็นผู้ที่มีพลังยุทธ์สูงสุดรองจากองค์ชายใหญ่คือมีพลังยุทธ์ขั้นทองระดับสี่ หากให้ต่อสู้จริงๆแล้ว ย่อมพ่ายแพ้อย่างไม่เป็นท่าให้กับคนที่มีระดับขั้นเหนือกว่าแน่นอน


แต่พวกเขากลับไม่ทราบว่ายังมีอีกคนที่มีพลังยุทธ์มากกว่านั้นหากเขาแสดงฝีมือไม่แน่ว่าคนกลุ่มนี้จะน่ากลัวกว่าเขา


สายตาหวานมีร่องรอยตึงเครียดอย่างชัดเจน มองไปยังองค์ชายแซ่โจวที่อยู่ไม่ไกลทันที เห็นชัดว่ามีแค่เพียงคนผู้นี้ลงมือพวกนางถึงจะมีสิทธิ์ฝ่าวงล้อมออกไปได้


“หากพวกเจ้าต้องการน้องสิบสี่เห็นทีต้องข้ามศพของข้าไปก่อนแล้วละ”องค์ชายสามว่าเสียงเข้ม มือข้างหนึ่งปรากฏดาบเรียวยาวเล่มหนึ่งที่แฝงกลิ่นอายน่ากลัว


ไม่คิดไม่ฝันว่าองค์ชายผู้ถนัดด้านการพนันจะมีอาวุธที่น่ากลัวติดกาย แสงวาววับของดาบยกสูงหมายจะฟันคอองค์หญิงรั่วซีก่อนเป็นคนแรก แต่กลับถูกองค์ชายโจวเฟิงหยางขัดขวางเอาไว้ได้ทันท่ามกลางอาการตกใจกลัวขององค์หญิงแคว้นเฟิ่งผู้นี้


“ปล่อยนางไป”เสียงแฝงแววขอร้องนั่นทำให้องค์ชายสามอึดอัด


พลังกำลังขององค์ชายโจวเฟิงหยางนั้นมากกว่าเขาแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย หากไม่ลงมือปล่อยพลังยุทธ์มีหรือที่เขาจะสัมผัสได้ว่าคนผู้นี้มีพลังยุทธ์ขั้นจ้าวไปแล้ว


องค์หญิงสิบสี่มองการกระทำขององค์ชายแดนหนาวอย่างไม่พอใจทันที ไว้ชีวิตสายลับทั้งๆที่รู้ว่าเป็นสายลับ คนผู้นั้นแม้มีเหตุจำเป็นแต่ก็มีใจออกห่างกองทัพผู้ร่วมอุดมการณ์อย่างไม่ต้องสงสัย


“ถ้าเกิดองค์ชายโจวเฟิงหยางอยากจะปกป้องคนรัก ก็เชิญ ที่นี่พวกเราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกัน”นางพูดเสียงเข้ม กลิ่นอายอำนาจบางอย่างแผ่ออกมาจากร่างกายอย่างยากที่คนรอบข้างจะมองไม่เห็น


น้อยครั้งที่ความกดดันผลักดันให้นางปลดปล่อยกลิ่นไอฆ่าฟันที่เคยมีมาออกมาให้คนอื่นรับรู้


ครั้งนี้เห็นทีนางคงจะหลีกเลี่ยงการฆ่าฟันไม่ได้ แม้จะเกิดมาเป็นสตรีแต่เรื่องนี้ก็วกกลับมาให้นางประสบพบเจอจนได้


องค์หญิงน้อยแห่งแคว้นหมิงซือซิงกลายร่างอย่างแท้จริง เถาวัลย์เลือดที่ฝึกยุทธ์อยู่ในโลกของนางปรากฏกายออกมาพร้อมกับกลิ่นเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ


แม้อาจจะทำได้เพียงแค่ถ่วงเวลา แต่นางก็ต้องทำ เถาวัลย์เลือดเองเป็นเพียงสัตว์อสูรขั้นสูงสุดระดับสองเท่านั้น ห่างไกลกับผู้ฝึกยุทธ์ที่ห้อมล้อม แต่ก็เพียงพอให้เป็นอุปสรรคสำหรับพวกเขาได้บ้างไม่มากก็น้อย


เมื่อเห็นผู้เป็นน้องสาวเริ่ม ผู้เป็นพี่ชายทั้งสี่จึงเริ่มเคลื่อนไหว การต่อสู้เริ่มขึ้นโดยไม่คาดคิด ไม่มีใครสนใจกลุ่มองค์หญิงรั่วซีและองค์ชายโจวเฟิงหยาง แม้แต่เสี่ยวหลุนเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้หากไม่ได้รับคำสั่งจากผู้เป็นนาย


“องค์ชาย..”เสี่ยวหลุนเอ่ยเสียงแผ่วเบา


“พาองค์หญิงรั่วซีออกไปจากที่นี่ก่อน”รับสั่งเสียงเบาแต่แฝงไว้ด้วยความหนักใจที่ยากจะปฏิเสธ


อย่างน้อยนางก็เคยเป็นเพื่อนสนิทเมื่อครั้งยังเยาว์ หากไม่ช่วยเหลือนางทั้งๆที่มีโอกาสไม่แน่เสด็จพ่อที่จากไปคงกระหน่ำประณามเขาเป็นแน่


“ท่านพี่เองควรไปด้วยกันนะเพคะ”


“รั่วซี  ข้าผิดหวังในตัวเจ้ายิ่งนัก”โจวเฟิงหยางเอ่ย ประกายตาตำหนิ


“ท่านพี่..”องค์หญิงผู้เป็นต้นเรื่องเอ่ยเรียกผู้ที่อยู่ในหัวใจตนอย่างไม่อยากเชื่อ


เพราะอะไร? นางเพียงแค่ทำตามคำสั่งของเสด็จพ่อเสด็จแม่ ไม่อาจเพิกเฉย แต่เขากลับทำเหมือนนางทำผิดมหันต์


แววตาที่ปกคลุมด้วยหมอกขาวจางๆนั้นมีหยาดน้ำตาซุกซนเอาไว้อย่างมิดชิด


“พานางไป!”โจวเฟิงหยางหันไปบอกเสี่ยวหลุน ขนาดที่ร่างกายกลับทะยานเข้าไปยังกลุ่มคนที่โอบล้อมบุคคลทั้งห้าเอาไว้ที่กำลังตั้งใจฝ่าออกไปจากวงล้อม


สายตางดงามที่มัวหมองมองจนกระทุ่งชายหนุ่มหายเข้าไปในกลุ่มคน ก่อนจะตระหนักถึงบางอย่างที่เกิดขึ้นและการกระทำของท่านพี่เฟิงหยางของนาง


“ท่านพี่...”เสียงแผ่วเบา ที่สะท้อนความกังวลบางอย่าง นางเชื่อว่าต่อจากนี้เขาไม่มีทางมองนางเช่นเดิมอีกแล้ว


 "ไปเถอะขอรับ"เสี่ยวหลุนบอกก่อนจะพาร่างบอบบางขององค์หญิงรั่วซีจากไป โดยมราไใาใีใครคิดเข้ามาทำร้ายองค์หญิงแคว้นเฟิ่งผู้นี้เลยสักคนเดียว


สาเหตุคือ...เสด็จพ่อของนางคือผู้บัญชาการสูงสุดรับใช้องค์ราชันมังกรดำนั่นเอง!

 

.....


ไรต์จะพยายามเขียนนะคะ เพราะไม่ค่อยมีเวลา ทำงานตลอด จะมีเวลาแค่วันหยุดกลับวันที่เข้าเวรเช้าเท่านั้น วันหยุดไรต์คือวันอังคาร เพราะฉะนั้นวันอังคารถึงจะมีเวลาเขียนและอัพลงในช่วงไหนอีกก็ยังไม่รู้ 555+ ฝากคนที่ติดตามด้วยนะคะ พล็อตเรื่องนี้เขียนจบไปนานแล้ว แต่คนเขียนไม่มีเวลาสานต่อ แหะๆ ขอบคุณมากค่ะที่ยังติดตามอยู่>/\<

ป.ล. เขียนเสร็จแล้วล็อกอินเข้าเด็กดีไม่ได้ 555+ ไม่ได้เข้านานลืม


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #1505 ~PiToN~ (@nightsza) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 02:24
    องค์หญิงสายบู๊กำลังมาาา
    #1505
    0
  2. #1503 illuses (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 16:28

    พึ่งอ่าน สนุกดี

    แต่หลังๆท่านแม่ทัพเปลี่ยนไป จากเป้าหมายที่จะให้เค้าสอนอักขระ กลายเป็นหาสามีเต็มกำลัง

    #1503
    0
  3. #1502 ~[P]u[M]ki[N]~ (@pinkhina) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 11:52
    รั่วซีเหมือนก็ไม่ได้อยากทำ แต่โดนบังคับ เห้ออ สงสารองค์หญิงซือ
    #1502
    0
  4. #1501 bensansonninja (@bensansonninja) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 06:44
    จะว่ารั่วซีผิดไหมก็ไม่นะ ก็ทำตามคำสั่งพ่อ แต่ก็นะ มันทำให้ผิดหวัง
    #1501
    0
  5. #1500 archmess (@anyfearless) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 01:28
    โดนงอนแน่พ่อพระเอก แหม พ่อพระจริง ๆ หมั่นไส้แม่รั่วซีล้วนๆ แต่ก็ทำถูกนะ เอาให้หนักเลยนะ ถ้าตัดใจได้ ก็หา พระเอกคนใหม่ให้ไปเลย สงสารน้องสิบสี่
    #1500
    0
  6. #1499 SLBG7 (@SLBG7) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 01:02
    รอน๊าาาา สู้ๆค่ะ กำลังสนุกเลย55555
    #1499
    0
  7. #1498 ณณัฏฐ์ (@MYT_NNR) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 23:27
    นางเอกก็ปล่อยๆพระเอกไปเหอะ ไม่ชัดเจนกับอะไรซักที
    #1498
    0
  8. วันที่ 26 กันยายน 2561 / 21:15

    แอบลำไยพระเอกเบาๆ ยัยรั่วซีนี่ก็ตัวอิจฉาได้ใจ อย่างี้หาพระเอกใหม่โลดค่ะ

    #1496
    0
  9. #1493 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 18:10
    เสี่ยวหลุนฆ่านางทิ้งซะ
    #1493
    0
  10. #1492 Highbuff (@pimnaje-77) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 17:19
    หมั่นไส้รั่วซี!!
    #1492
    0
  11. วันที่ 26 กันยายน 2561 / 16:40
    อินังดอ* รั่วซี!!!
    #1491
    0
  12. วันที่ 26 กันยายน 2561 / 16:13
    รอค่ะ จะโดนจับไหมเนี่ย
    #1490
    0
  13. #1489 eatamare (@eatamare) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 15:59
    หน่ายพระเอกแล้วนะ เรื่องจะเป็นยังไงต่อไปนะ
    #1489
    0
  14. #1488 m_mod951 (@m_mod951) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 15:45

    รอออออออ
    #1488
    0
  15. #1487 27602 (@27602) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 15:28

    .......&#128513;
    #1487
    0
  16. #1486 puggaddong (@puggad_d_o_n_g) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 14:36
    หาพระเอกใหม่เถิด
    #1486
    0