Fic Drying Light : Before I go [Crane x Rahim]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 480 Views

  • 7 Comments

  • 19 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    480

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

ก่อนที่นายจะไป.ฉันก็ยังอยากให้รู้บางสิ่ง<br /> ฉันมันเป็นเด็กงี่เง่า...ไร้ประโยชน์แต่ฉันมีสิ่งหนึ่งนะที่ฉันรู้ตัวว่าทำมันได้ดีเยี่ยมเชียว<br /> รักไง...การรักนายไง นั่นคือสิ่งเดียวที่ฉัน...ทำมันได้ดี<br /> Dying Light Fanfiction


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Before I go...I just want to...

Before I go

Paring : Crane x Rahim

Author : KuFei-TanZ

Rate : PG-15




B E R L I N ❀
 

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 25 มิ.ย. 58 / 20:30

บันทึกเป็น Favorite


 


ถ้าอากาสมันหนาว ฉันจะเป็นไออุ่นจากไฟในเตาผิงให้นาย...และหากมันร้อนจนอบอ้าวฉันจะพัดผ่านรอบกายในให้นายเย็นชื่นใจ...ฉันจะคอยวนเวียนรอบตัวนายเพื่อทำทุกอย่างให้นาย...มีความสุข


...เหี้ยเอ๋ย!...”  เรฮิมกระพริบตาถี่ๆก่อนจะสบถออกมาทันทีที่ได้สติ ความเจ็บแปลบที่แขนข้างขวาทำให้ต้องขมวดคิ้วแล้วหน้าก็ถอดสีเมื่อมองรอยเหวอะนั้นดีๆ


เขาถูกผู้ติดเชื้อกัด…


“สุดท้ายก็ไร้ประโยชน์จริงๆด้วย”  ใบหน้าเด็กหนุ่มเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มขมขื่น ในคอนเทนเนอร์รถไฟที่เหม็นอับชื้น เขาตะเกียกตะกายหนีผู้ติดเชื้อเข้ามามันแทบจะไม่หลงเหลือความสว่างอะไรลอดเข้ามา


เสียงหยดน้ำจากรอยรั่วหยดแล้วหยดเล่าดังในความเงียบ เด็กหนุ่มนั่งกอดเข่าในความเงียบใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ลมหายใจที่ถูกปล่อยทิ้งเชื่องช้าได้รับการนับทุกครั้งราวกับพยายามรวบรวมสติก่อนที่เขาจะต้องแปรเปลี่ยนสภาพไป


จากการนั่งเริ่มเปลี่ยนเป็นนอนสิ้นสภาพบนพื้นคอนเทนเนอร์เย็นเฉียบ ดวงตาสีอิฐกรอกไปมาในความมืดราวค้นหาบางสิ่งบางอย่างไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจจากความสิ้นหวังนี้..

บางทีฉันก็อยากจะได้แสงเรืองรองนั้น...อยากได้นายที่เปรียบเหมือนแสงสว่างนั้นมาอยู่เคียงข้าง


ร่างกายที่เริ่มแข็งจากความเย็นของสภาพอากาศตอนกลางคืน


ติ๋ง…


หยดน้ำกระทบลงบนผืนดินแข็งกระด้างขนตายาวกระพริบถี่ๆเพื่อมองหาต้นตอของมัน หากแต่ร่างกายที่ชาจากความเจ็บปวดและสภาพอากาศเลวร้ายทำให้เขาทำได้เพียงกรอกสายตามองในความมืดเท่านั้น


แสงจากรอยกระสุนรูเล็กที่ถูกเจาะไว้สาดมาในทิศทางที่น้ำเจิ่งนองแต่กลับไม่พบหยดน้ำสักหยดตกลงมาอย่างที่ควรจะเป็น


เรฮิมขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนสายลมอ่อนจะพัดโชยจนแก้มที่ซีดเซียวจนรู้สึกเย็นชื้น


น้ำ?...


“มันคือ...น้ำตาของฉัน?”  ร่างกายที่ชาพยายามขยับตัวแต่เหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก เสียงอัดกระแทกจากด้านนอกทำให้เขากระตุกวาบ


ถ้าคาดคะเนไม่ผิดนี่เป็นตอนกลางคืน...เจ้าพวกอสูรกายพวกนั้น…


เรฮิมกัดฟันพยายามคลานพาร่างตัวเองหาของแข็งเพื่อใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว


ปังๆๆ!!!


เสียงทุบดังขึ้นติดต่อกันร่างที่เคยชาวาบบัดนี้เริ่มสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ หากแต่กลับไร้ซึ่งความหวังจากทุกสิ่ง จึงทำได้เพียงนอนกอดตัวเองแล้วหันหลังจากประตูด้านหน้า ดวงตาปิดแน่นราวกับไม่อยากรับรู้สิ่งใดอีกแล้ว


เสียงเคลื่อนเปิดประตูเชื่องช้าแต่สำหรับผู้ฟังมันกลับเหมือนกรรไกรขนาดยักษ์กำลังจรดลงบนเส้นด้ายแห่งชีวิตของเขา


สองมือยกมาปิดหูไม่อยากได้ยินเสียงแห่งฝันร้ายใด….


“เรฮิม!!!! พระเจ้านายปลอดภัย!”   ดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำใสเบิกโพล่ง แม้เสียงนั้นจะฟังดูอู้อี้เพราะเขาได้ปิดหูเอาไว้แต่เขาจำน้ำเสียงนั้นได้


ก่อนที่สมองจะได้สั่งการอะไรความอบอุ่นจากอ้อมกอดก็ทาบทับลงมาบนร่างกายของเขา ร่างกายที่สั่นสะท้านค่อยๆหยุดนิ่งรอยยิ้มบางฉาบบนใบหน้าเด็กหนุ่มก่อนจะเคลื่อนร่างที่แทบไม่รู้สึกรู้สาอะไรโอบกอดคนที่มอบความอบอุ่นให้ด้วยน้ำตานองหน้า


“มึงมาช้า...ไอ้เลว….”   ปากซีดขยับช้าๆด้วยถ้อยคำไร้มารยาทแต่ผู้ฟังกลับแย้มยิ้มออกมาแล้วกระชับกอดแน่น


“ไอ้เด็กปากหมา….ฉันอยู่นี่แล้ว”  


“น่าแปลกนะ…” เรฮิมพึมพำแผ่วเบา เครนเลิกคิ้วแต่ก็ยังไม่คลายอ้อมกอดนั้นออกแล้วเลือกจะเงียบเพื่อฟังอีกฝ่าย


“มันฟังดูประหลาดแต่..ตั้งแต่แรกพบนายเหมือนแสงสว่างที่สาดเข้ามาในทาวเวอร์...แม้นายจะหมดสติสิ้นสภาพอย่างกับหมาใกล้ตาย แต่ฉันกลับไปนั่งเฝ้านาย นั่งมองใบหน้าตอนหลับของนายด้วยความรู้สึกบางอย่าง ทุกอย่างมันบอกฉันว่านาย...นายที่ทำให้พวกพ้องเราตายไปคือความหวัง”  ราฮิมหอบหายใจพยายามกลืนน้ำลายและความเจ็บปวดทุกอย่างถ่ายทอดความคิดที่เคยได้เเต่เก็บไว้ในใจ


“วันที่นายฟื้นแม้ฉันจะบอกนายว่านายมันได้ตัวไม่ได้เรื่อง ตัวไร้ประโยชน์ หน้านายตอนฟังคำพูดนั้นตลกชะมัด...นายทำท่าเหมือนจะต่อยฉันแต่ ก็เปลี่ยนเป็นมองเอ็นดู...นายมองว่าฉันเป็นแค่ไอ้เด็กปากดี นายคิดถูกแล้วฉันมันเป็นแค่นั้นแถมยังไร้ประโยชน์อีกด้วย แค่กๆ!”


เครนผละจากกอดมาจับไหล่คนที่ไอจนตัวโก่งไว้แล้วไถ่ถามอาการอย่างเป็นห่วง


“เรฮิม! ไหวไหม?!! เราต้องกลับกันแล้วทุกคนรอนายอยู่ไป….”  เครนหยัดกายยืนขึ้นแล้วพยุงอีกคนไว้แต่ก็โดนอีกฝ่ายผลักตัวให้ออกห่างแล้วชี้ไปอีกมุมของคอนเทนเดอร์บนขบวนรถไฟ


“ไม่...ฉันยังต้องเอาระเบิดไปวาง...ฉันจะไม่ถอยอีกแล้ว ฉันทนนั่งเฉยๆอย่างไร้ค่าไปวันๆในขณะที่ทุกคนต้องออกไปเสี่ยงชีวิตไม่ได้อีกแล้ว”


ภาพผู้คนที่เคยสนิทชิดเชื้อแต่ละคนโบกมือล่ำราเขาตอนออกไปปฏิบัติภารกิจยังคงตรึงอยู่ในความทรงจำและกับคนที่ทำให้เขาต้องยืนมองแผ่นหลังกว้างนั้นกระโดดหายออกไปจากจุดปลอดภัยในทุกเช้านั่นอีก…


ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะไม่รีบวิ่งตามออกมายืนส่งเครน เจ้าตัวอาจไม่รู้เพราะเขาจงใจเดินตามอย่างเงียบเชียบไปจนถึงด้านหน้าประตู


แต่ยามที่เฝ้าตรงนั้นกลับมองเห็นมันเป็นประจำ และได้ส่งแววตาล้อเลียนมาทุกครั้งที่เขาเผลอหันไปสบตาด้วย


ใช่เครนไม่เคยรู้...ว่าเขารู้สึกยังไง ทั้งชื่นชม และ….


“นายออกไปไม่ไหวหรอกเรฮิม ถ้าจะทำมัน ฉันจะไปทำให้! นายรออยู่นี่ ถ้าไม่ได้ยินเสียงฉันอย่าเปิดให้ใครเด็ดขาดเข้าใจไหมไอ้เด็กดื้อ! แล้วนั่นนายเลือดออกนี่ นายได้รับบาดเจ็บเหรอ?!”   เครนกระชากตรงแขนเสื้อที่เปื้อนเลือดของคนตัวเล็กขึ้นแต่เรฮิมเลือกที่จะดึงมันกลับแล้วบอกปัดไป


“มันแค่แผลโดนบาดนิดหน่อย รีบไป! มันกำลังจะเย็นแล้ว เราต้องทำให้ได้!” เรฮิมใช้แรงทั้งหมดผลักไสร่างนั้นให้ออกจากขบวนรถไฟเครนอ้ำอึ้งไปสักพักแล้วก็พยักหน้ารับ


“แล้วฉันจะรีบกลับมา”


“ฉันรู้ว่าแกจะพูดงั้นไอ้ตัวไร้ประโยชน์ รีบไปได้แล้ว!!”


ไม่ต้องกลับมานะ...ลืมฉันไปได้เลยยิ่งดี


“อดทนไว้ล่ะ จะรีบพากลับทาวเวอร์..”  เครนหันมาบีบไหล่อีกคนที่นอนหอบหายใจรวยริน


เรฮิมเม้มปากสะกดกลั้นความรู้สึกเจ็บที่แล่นริ้วมาตามผิวหนัง หัวใจที่เต้นถี่ทำให้เขารู้ตัวดีว่ามันคงเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว


“อึก...เออ! รีบไปเหอะ…”


เครนมองอีกคนเป็นครั้งสุดท้ายในขณะที่สองขากำลังจะเคลื่อนพ้นตัวรถไฟ


หมับ! มือที่สั่นระริกคว้าชายเสื้อเขาเอาไว้ เสียงลมหายใจดังในความเงียบก่อนใบหน้าคมคายจะหันมองคนที่หอบตัวโยนช้าๆ เรฮิมที่หน้าซีดเซียวขยับยิ้มบางแล้วรั้งคออีกคนลงมากดจูบแผ่วเบา


เครนเบิกตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะปรือปิดแล้วสอดมือรั้งท้ายทอยอีกคนมาจูบตอบอย่างเร่าร้อน สองลิ้นสอดประสานเกี่ยวรัดกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้สองเข่าของคนตัวเล็กกว่าทรุดลงบนพื้นกระนั้นเจ้าของวงแขนแข็งแรงก็ยังโอบร่างนั้นไว้แล้วบดขยี้ริมฝีปากซีดนั้นเพื่อทดแทนสิ่งที่ไม่เคยพูดออกไป


ความรู้สึกบ้าๆที่ก่อตัวในใจมาตั้งแต่ได้พบกับเด็กกวนประสาทนั่น


เครนดูดริมฝีปากซีดนั้นจนบวมช้ำแล้วผละออกมาอย่างเสียดายก่อนบรรจงประคองร่างอีกฝ่ายในนอนพักบนผืนคอนเทนเนอร์รถไฟ


“ฉันจะรีบกลับมาเรฮิม...รอฉันในนี้”


“ไปได้แล้ว!!! ไป!!!”  


ก่อนที่ฉันจะเผลอจับมือและรั้งนายเอาไว้…


เจ้าของร่างสูงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนะยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้าย


เรฮิมขยับยิ้มตอบกลับไป...


เสียงเคลื่อนปิดประตูดังพร้อมกับความมืดที่สาดทับกลับมาอีกครั้ง


“อึก…แค่กๆ” เรฮิมไอกระอักเลือดออกมาเต็มมือก่อนจะหลับตาด้วยน้ำตาไหลรินมือทุบลงบนพื้นอย่างเจ็บแค้นในโชคชะตาของตัวเอง


ดวงตาเหม่อมองไปที่รูกระสุนแสงสว่างแห่งสุดท้ายในห้วงความมืดแห่งนี้ก่อนมือยกปาดคราบเลือดตรงปากแล้วเหม่อมองมัน….


ก่อนที่ฉันจะไป...ก่อนที่ฉันจะไม่ใช่ฉันอีกต่อไป…


.

.

.


“สำเร็จ!! ไอ้หนูเราทำได้”  เครนตะโกนดังลั่นไปในวิทยุอย่างสะใจที่สุด เมื่อระเบิดเริ่มทำงานและได้ยินเสียงพวกผู้ติดเชื้อมากมายร้องโหยหวนก่อนถูกดูดกลืนไปด้วยแรงระเบิด


สองขาของนักวิ่งที่ถูกฝึกมาอย่างดีทำให้ใช้เวลาไม่นานก็กลับมาถึงจุดหมายเดิม


ที่ๆเขาบอกให้อีกฝ่ายรอ…


กลับไปทาวเวอร์คราวนี้พวกเขาคงได้พูดคุยเปิดใจกัน...มากขึ้น นั่นรวมไปถึงการบอกเจดเรื่องความรู้สึกของพวกเขา


แทบจะอดใจรอจะเจอหน้าอีกฝ่ายไม่ได้...ทุกอย่างกำลังจะเข้าที่เข้าทางแล้ว


เครนยิ้มให้ตัวเองขณะที่ใช้สองมือพยายามดึงเปิดประตูคอนเทนเนอร์รถไฟ สองมือเคาะมันร้องเรียกอีกฝ่ายไปด้วย


“เรฮิม! ฉันกลับมาแล้ว มันไปได้สวยทุกอย่างเป็นแบบที่นายพูดเลย!” เสียงทุ้มเอ่ยเจื้อยแจ้วแต่ก็ต้องลดเสียงลงเหลือเพียงความเงียบเมื่อเสียงที่ควรจะได้รับไม่ตอบกลับมา


หัวใจเต้นถี่ระรัวขึ้นความรู้สึกบิดมวนประหลาดกำลังเล่นงานเขาอย่างหนัก เครนดึงประตูเปิดออกแล้วก็ยิ้มอย่างโล่งอกเมื่อเห็นคนที่เขามองหายืนหันหลังอยู่อีกฝั่ง


“เรฮิม!...สำเร็จแล้ว” เครนตรงเข้าไปหา ร่างอีกคนหันมาเชื่องช้า ใบหน้าที่เคยขาวซีดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวปากเขรอะไปด้วยคราบเลือดกระนั้นกลับมีรอยยิ้มบางฉายชัดบนใบหน้า


“ฉันไม่ได้อยากให้นายกลับมาหรอกนะ..ไอ้โง่เอ๋ย” เรฮิมใช้แรงเฮือกสุดท้ายพูดด้วยเสียงราบเรียบภาพตรงหน้ามันเริ่มพร่าเลือนและเเปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวในขณะที่ร่างกายเขาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ


เครนมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจมือที่ถืออาวุธผละมันตกลงข้างตัว…


“เร...ฮิม”


“ฉันน่ะทำอะไรไม่ได้สักอย่าง...ได้แต่เฝ้ามองคนรู้จักออกไปตามหาแอนตาซินแล้วคอยรับแต่ข่าวว่าพวกเขาจะไม่มีวันกลับมาอีกแล้วหรือหากแต่ใครกลับมาก็จะมีแต่รอยแผลเต็มตัวไปหมด ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังดึงดันจะออกไปในช่วงเช้าอีกครั้ง...ฉันทำได้แค่นั้น...แต่ไม่ใช่กับตอนนี้มันสำเร็จใช่ไหมเครน...ฉันเก่งใช่ไหมล่ะ” เรฮิมกระพริบตาถี่อย่างเจ็บแปลบดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำความรู้สึกเศร้าเสียใจกำลังถูกระบายด้วยหยดเลือดมากมายที่หลั่งไหลออกมาจากหางตา


ก่อนที่นายจะไป….ฉันก็ยังอยากให้รู้บางสิ่ง

ฉันมันเป็นเด็กงี่เง่า...ไร้ประโยชน์แต่ฉันมีสิ่งหนึ่งนะที่ฉันรู้ตัวว่าทำมันได้ดีเยี่ยมเชียว

รักไง...การรักนายไง นั่นคือสิ่งเดียวที่ฉัน...ทำมันได้ดี

รัก..รักนาย


เครนมองภาพนั้นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆสองมือตั้งท่าจะเดินเข้าไปใกล้แต่ก็ต้องเปลี่ยนมาจับรั้งร่างที่พุ่งเข้ามาหมายจะกัดเขา


“เรฮิม!!! นี่ฉันไง เครน! ฉันเอง!!!!”   เลือดหยดแล้วหยดเล่าตกลงไหลไปพร้อมกับน้ำตาของคนที่พยายามตะโกนเรียกสติอีกฝ่ายจนในท้ายที่สุดสองมือก็ต้องหักคอคนที่คลุ้มคลั่งให้สงบลง


ร่างที่ไร้วิญญาณกระทบลงบนพื้นแข็งทาบทับรอยเลือดบนพื้นจากลายมือที่บิดเบี้ยวจนอ่านแทบไม่ได้ศัพท์ เพียงแค่กวาดตามองผ่านก็พาลให้สองเข่าทรุดลงใกล้ร่างนั้นแล้วทุบพื้นอย่างบ้าคลั่ง..


เสียงคำรามอย่างเจ็บปวดดังกู่ก้องไปทั่วขบวนรถไฟเก่า...




Before I go...I want to tell you

I love you CRANE


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Madam Kufei จากทั้งหมด 20 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 21:47
    เควสให้แต่งคู่นี้อีกได้ไหม แบบสมหวัง โฮฮฮ ไม่มีใครแต่งเลย ไม่คิดว่าจะมีคนชอบคู่นี้ด้วย โฮกกกก T^T
    ชอบมาก ชอบจริงๆ เศร้า เกลียดที่ราฮิมต้องตาย เด็กบ้าาาาา
    แต่งอินมาก เราโคตรชอบๆๆ TT
    #7
    0
  2. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:37
    เข้าโหมดบ่อน้ำตาแตกอีกครั้ง
    ฮืออออ ราฮิมนายไม่น่าเลย เราก็ว่าแล้ว แผลโดนบาดอะไรกัน โดนกัดชัดๆ ทำไมไม่รีบบอก เครนมีแอนติซินตั้งขวดหนึ่ง//ที่ไม่ได้ใช้เลย เครนเสียใจเราก็เสียใจด้วย
    #6
    0
  3. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:13
    ตอกย้ำความเศร้าได้อีก ฮืออออออออออออออออออออออออออออ /// ร้องไห้บ้านแตก

    ว่าแต่.....ขอคู่นี้อีกได้มั้ยคะ.....(//ปรับอารมไม่ทัน)
    #5
    0
  4. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:46
    แง๊ QAQ!!!

    เรฮิมจ๋า ฮื้อออ ทำไม ทำไมต้องตายยย แง๊งงง

    R.I.P Rahim
    #4
    0
  5. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:34
    กรีดดดดร้องงงงงงงง TToTT ดูคลิปฉากนี่ก็แทบร้อง มาอ่านอันนี้ กรี๊ดดดดดดลั่นบ้าน ตรงกลับที่มโนทุกประการรรรรร แงงงงงงงงงงงงงงง~~~~~~ TT___TT ไม่มีนายแล้วฉันจะจิ้นเครนกับใคร ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ซึ้งมากมาย
    #3
    0
  6. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:44
    *กรีดร้อง*

    มันเศร้าเหลือเกินค่ะะะะะ ฮรือว์ *ซรับน้ำตา*

    ชอบมากค่ะ! บีบอารมณ์มากมาย หวังว่าจะมีฟิคอื่นๆ ของคู่นี้อีกนะคะ! ; 7 ; )b
    #2
    0
  7. #1 Faramure (@faramure) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:50
    ราฮิมมมมมมมม มาอ่านหลังจากดูคลิปตอนนี้จบ มันเศร้ามาก อ๊าากกกก
    #1
    0