Fic ThorxLoki : Snow Drop หยาดหิมะ

ตอนที่ 15 : 12th Drop

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1848
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    4 พ.ค. 60

เหล่าประชากรแห่งแอสการ์ดพร้อมใจกันออกมาเชยชมหิมะผิดฤดูซึ่งถือเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มาก และเปรียบเหมือนเป็นฤกษ์ชัยที่ดีสำหรับต้นคิมหันต์นี้

โอดินที่มองสบออกไปนอกกำแพงวังก็เตรียมลุกขึ้นยืนในขณะที่ฟริกก้าเองก็เริ่มเดินตามออกไป

มาซะยิ่งใหญ่เลยในครานี้

เทพบิดรมองภาพบรรยากาศที่รถม้าขบวนนำใหญ่จากโยธันไฮม์พร้อมด้วยเหล่ายักษ์มากมายในอาภรณ์งดงามบนบังเหียนกำลังร่ายเวทโปรยปรายเกล็ดหิมะขาวไปทั่วอาณาบริเวณ

“เปิดตัวยิ่งใหญ่ขนาดนี้ความสัมพันธ์ของโยธันไฮม์กับแอสการ์ดคงไม่น่าเป็นห่วงแล้วล่ะเพคะ” ฟริกก้าหันมามองโอดินที่พยักหน้ารับใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้ม

ทุกอย่างดูดีไปเสียหมด..แต่เหตุใดกัน ทำไมข้าถึงได้รู้สึก…พระหัตถ์เรียวสวยยกขึ้นทาบบนเนินอก ความรู้สึกปั่นป่วนนี่คืออะไรกัน


เส้นคั่น.png


ช่วงเช้าที่อากาศแสนสดใสองครักษ์หลวงเองก็ตื่นขึ้นมาด้วยใจเบิกบานเพียงผินคิดถึงราตรีนี้ที่อาจได้เห็นโฉมงามของเขาในอาภรณ์สวยสดแม้จะไม่มีโอกาสได้ควงคู่เต้นรำกันหากแต่ได้เห็นความงามนั่น...ก็ทำให้นอนหลับสบายไปอีกค่ำคืนแล้ว

ขณะสมองกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นสายตาสีเทาเข้มก็สบเข้ากับร่างที่กำลังนึกถึงเดินโซซัดโซเซไปทางสวนดอกไม้ แฟนดรัลย่นคิ้วมองภาพนั้นก่อนกระชับเท้าเดินเข้าไปหา

“ดอกไม้อีกแล้วหรือ? ดูท่าเจ้าจะชอบมากจริงๆ”   แฟนดรัลที่เดินเอามือไขว้หลังอมยิ้มมององค์หญิงที่ตรงปรี่มาที่ม้านั่งกลางสวนบุปผา โลกิเคลื่อนใบหน้ากลับมามองแล้วแย้มยิ้มให้น้อยๆ

แฟนดรัลที่ยังยิ้มละไมอยู่กลับยิ้มค้างยามเห็นสภาพอีกคน ชุดรุ่มร่ามที่ใส่แนบชิดปิดไปถึงลำคอระหงไหนจะดวงหน้าซีดเผือดและปากที่มีรอยแผลเล็กน้อยนั่นอีก

“ใครทำอะไรเจ้า?!” เสียงที่แทบจะกลายเป็นเสียงตะคอกทันทีหากร่างสูงไม่ปรับโทนมันลงเสียก่อน ร่างบอบบางทำเพียงหันหน้าหนีแล้วลุกขึ้นยืนพยุงร่างตนเองไปอีกทาง

แฟนดรัลเดินตามอย่างไม่ลดละพลางจับแขนอีกฝ่ายไว้

“ปล่อยข้า…”  เสียงที่เคยหวานบัดนี้แหบแห้งลงร่างสูงขององครักษ์เม้มปากจับไหล่อีกฝ่ายพลางมองสบนิ่ง

“ท่านไม่เชื่อใจข้าหรือ? ข้าบอกท่านแล้วว่าจะคอยช่วยเหลือคอยดูแลท่าน”  

คำพูดที่เฝ้าคุ้นหูดียิ่งเรียกหยาดน้ำใสให้เอ่อล้นขึ้นมาที่หางตา

“เดี๋ยวเจ้าก็โกหก…ข้าเคยฟังบุรุษที่เอ่ยคำนี้มาแล้ว สุดท้ายเขาก็ละทิ้งสัญญานั่น และเจ้าอีกคน...เจ้าก็เหมือนกัน เหมือนกันทุกคน!!!”  โลกิสะอื้นไห้ออกมายิ่งนึกถึงแผ่นหลังกำยำที่เปิดประตูออกไปไม่มีแม้จะนิดที่จะหันกลับมามอง โดยทิ้งถ้อยคำบาดลึกสุดท้ายเอาไว้

        ข้าเกลียดเจ้า

ร่างสมส่วนดึงคนสะอื้นฮักเข้ามาโอบกอดไว้แนบแน่นแม้อีกฝ่ายจะดีดดิ้นสักเท่าไหร่วงแขนมั่นคงนี้ก็ไม่คลายความอบอุ่นออกไป ร่างบอบบางซบลงที่อกอีกฝ่ายอย่างอ่อนล้า

“เดี๋ยวเจ้าก็โกหกข้า...เจ้าต้องโกหกข้าอีกแน่” สุรเสียงแหบแห้งพึมพำออกมาระคนน้อยใจ แฟนดรัลลูบหัวอีกฝ่ายก่อนก้มลมจุมพิตที่หน้าผากอีกฝายแผ่วเบา สัมผัสอบอุ่นที่ทำให้ร่างบอบบางชะงักค้างไป หยาดมรกตสั่นไหวเงยมองสบดวงตาสีเทาหม่นนั้นอย่างสับสน

“ข้าไม่มีวันโกหก…โดยเฉพาะกับท่าน”    ถ้อยคำที่เฝ้าคอยมาแสนนานถูกระบายออกมาจากบุรุษเบื้องหน้า


บุรุษแสนดี…ผู้ที่ช่วยเหลือตนตั้งแต่วันแรกที่ย่ำเท้าเข้ามาต่างแดน

บุรุษแสนดี..ที่แสนอบอุ่นทั้งคำพูดและการกระทำราวกับเข้าใจจิตใจว้าเหว่ของอีกฝ่ายและย้อมมันด้วยถ้อยคำแสนหวาน

เจ้า…มีและทำทุกอย่างที่ใจข้าพึงปารถนา


“ทำไมถึงไม่เป็นเจ้านะ……”   เสียงหวานพึมพำตัดพ้อแผ่วเบาแต่ดวงตายังคงมองสบกัน ร่างสูงพินิจเพียงครู่ก็รับรู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงสิ่งใดดวงใจบีบรัดอย่างไม่อาจห้ามได้ล่วงรู้อยู่เต็มอกว่าคนตรงหน้านั้นมีใจให้ผู้ใด

แต่ปากเจ้ากรรมก็ยังคงเอื้อนเอ่ยคำพูดตามใจออกมา

“ก็หันกลับมามองข้าบ้างสิ….”  

ดวงตากลมมองสบยิ่งอีกฝ่ายเอื้อนเอ่ยเท่าไหร่หยาดน้ำใสยิ่งไหลเพิ่มมากขึ้นกลีบปากเล็กยังคงพร่ำพูดราวกับคนไร้สติ

“ทำไมไม่เป็นเจ้า…ทำไมเจ้าถึงไม่เป็นเขา”

แฟนดรัลระบายยิ้มบางกระชับกอดอีกฝ่ายแนบแน่นพลางพูดเสียงนุ่มหู แต่ผู้สดับฟังถึงกับเบิกตากว้าง

“ก็เปิดใจให้ข้าสิ…”


เส้นคั่น.png


“แล้วก็นะ…ทหารพวกนั้นก็……เฮ้ย!!! เกิดอะไรขึ้นกันแฟนดรัล?!!!” โวสแตคที่กำลังคุยออกรสชาติกลางโถงหลวงกับสหายครบหน้าโดยมีธอร์นั่งปั้นหน้าเนือยๆฟังอยู่ร้องออกมาด้วยความตกใจ พาให้ทั้งกลุ่มต้องรีบเสสายตาขึ้นมอง

ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นมองเขม็งกับภาพตรงหน้า สหายคนสำคัญกับร่างบอบบางของชายากำมะลอที่ไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขน

แฟนดรัลปราดมองไปที่บุคคลที่จ้องตนนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉยกว่าปกติ

“วันนั้นเจ้าบอกว่ามีอะไรจะพูดกับข้านี่…….”  แฟนดรัลเค้นเสียงถาม ธอร์จ้องมองกลับสีหน้าอ่อนลงยามละสายตาลงมองร่างที่ไม่ได้สตินั้นแต่ก็ต้องสายตากลับมาสบกับสหายต่อยามรับฟังคำต่อไป

“ข้าคิดว่า…ข้าเองก็มีเรื่องจะพูดกับเจ้าแล้วล่ะ”

ซิฟมองใบหน้าทั้งคู่สลับกันอย่างใช้ความคิดดวงตาเรียวสวยของเทพสงครามตวัดกลับขึ้นไปมองสบร่างไม่ได้สติ สายตาชิงชังเริ่มฉายชัดขึ้นมา..


เส้นคั่น.png


        “ก็เปิดใจให้ข้าสิ”

        “เจ้า…กำลังพูดอะไร….”   คนตัวเล็กผละตัวออกมามองพลางถอยห่างออกไป แฟนดรัลขยับกายเข้าไปหาพลางเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง

“ขออภัยที่ข้าไม่รู้จักเจียมในฐานันดรของตน…แต่ข้าก็ไม่อาจหักห้าม……”

        “หยุดนะ! ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว….”  โลกิตวาดเสียงดังพลางถอยห่างออกไปมากกว่าเดิม ร่างสูงมองกลับอย่างสับสน

        ไร้ซึ่งเสียงใดๆกว่าหลายนาที โลกิมองสบอีกฝ่ายก่อนจะเค้นเสียงพูดออกมา

“เจ้ายังไม่รู้อะไร…..และหากเจ้ารู้เจ้าจะรังเกียจข้า เพราะฉะนั้น อย่าพูดอะไรแบบนั้นออกมาหากเจ้าไม่ได้รู้สึกนึกคิดมันจริงๆ!!”  

“อะไรเล่าคือสิ่งที่ข้าไม่รู้?!!! เจ้าก็บอกข้าสิ”  แฟนดรัลขึ้นเสียงกลับพลางพยายามเดินเข้าใกล้อีกฝ่ายที่ถอยหลังออกห่างมากขึ้น

        ดวงหน้าหวานหม่นหมองลงก่อนจะเอื้อนเอ่ยพึมพำราวกับบอกตัวเอง

“หากเจ้ารู้ว่าข้าเป็นใคร เจ้าก็จะรังเกียจข้า…เหมือนกับที่สหายเจ้าทำ”

ใช่ทุกคนจะรังเกียจโลกิ…

จะรักใคร่ลาเวนนา …คราแรกที่ใครรู้ใครพบเห็นและมองว่าคือลาเวนนา เมื่อนั้นคือคราที่เขาได้รับความรักมากมาย…ได้รับการเอาใจใส่ดูแล

        เมื่อใดที่อยู่ในฐานะโลกิ…จะมีแต่เสียงเซ็งแซ่ติฉินนินทา สายตาปรามาสและรังเกียจจับจ้องมองเข้ามา

        ใช่!! ข้าทนคิดแบบนี้ไม่ไหวแล้ว

        ถ้าจะต้องเป็นแบบนั้นสู้ข้าเป็นโลกิที่ใครเขามองว่าไร้ค่าเสียแต่แรก …ดีกว่าต้องมาถูกมอบความอบอุ่นที่ชวนฝันให้แล้วผลักไสข้าตกสู่หุบเหวของความเป็นจริงยามต้องกลับมาฐานะโลกิ

        ข้ายอมแล้ว…ยอมไร้ตัวตน ทุกคนอย่ามองเห็นตัวข้า ให้ข้าอยู่ภายใต้เงาของลาเวนนาได้รับแต่ความดำมืด ท้อแท้ สิ้นหวังตลอดไป..

        ดีกว่าสร้างฝันลมๆแล้ง แล้วถีบหัวส่งข้าลงขุมนรกแห่งความหนาวเหน็บเพียงลำพัง

“อย่ามาทำดีให้ข้าอีก….เจ้าควรจะทำเป็นมองไม่เห็นข้าเสีย…” โลกิเชิดหน้าขึ้นบอกเสียงแข็งดวงหน้าซีดเซียวแต่ก็ยังฉายชัดความทระนงถึงสายตาจะสั่นระริกร่างกายจะแทบยืนหยัดไม่ไหว แต่ใบหน้ากลับพยายามแสดงออกว่าเข้มแข็งถึงเพียงไหน


เงา…ต่อให้พยายามแทบตายก็คือเงา…จะมีแต่สีดำไม่ผันเปลี่ยนไปไหน

เงา…ต่อให้พยายามสักเท่าไหร่ก็คือเงา….ไม่อาจมีรูปร่างเป็นของตนเองทำได้เพียงลอกเลียนเจ้าของร่างเท่านั้น

เงา…ต่อให้ดิ้นรนสักเพียงไหนก็คือเงา..ไม่มีวันที่ผู้ใดจะได้พบเห็นหากไร้ซึ่งเจ้าของร่าง

เงา…ต่อให้ตาย ก็คือเงา….สุดท้ายก็ไม่อาจได้ตามหวังทุกสิ่งไป

เพราะเงา…ไม่เคยมีตัวตนตั้งแต่แรก และจะไม่มี….ตลอดไป


ดวงใจที่อ่อนล้าบวกกับการร้องไห้ติดต่อกันจนรุ่งเช้าส่งผลให้ร่างกายไม่อาจรับไหว ภาพบุรุษตรงหน้าเลอะเลือนไปกับคราบน้ำตาจนเหลือเพียงจุดดำเล็กๆก่อนจะหายวับไปยามความฝันแสนอบอุ่นได้จากไป

        ร่างอรชรในชุดยาวทรุดล้มลงบนผืนหญ้า แฟนดรัลรีบถลาเข้ามารับร่างนั้นได้ทันก่อนจะกระแทกลงบนพื้นดิน เสื้อตัวยาวเผลอเปิดลงมาจนถึงไหปลาร้าลำคอขาวประดับไปด้วยรอยสีกุหลาบจ้ำแดงปรากฏสู่สายตา

       “!!...” แฟนดรัลมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง กัดฟันกรอดยามโอบอุ้มร่างนั้นไว้ในอกแกร่ง โทสะแล่นเข้ามาริ้วๆ ไม่ต้องบอกก็คงทราบกันดีว่าผู้ใดที่เป็นคนกระทำเรื่องราวทั้งหมดนี่….ทำร้ายคนในอ้อมกอดเขา


เส้นคั่น.png


แฟนดรัลขอตัวบรรดาสหายไปส่งร่างบอบบางในอ้อมกอดให้พักผ่อนก่อนจะกลับมาประจันหน้ากับเจ้าชายคนสำคัญในเวลาไม่นาน

ทั้งคู่มองสบกันอย่างรู้ความนัย ธอร์ยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วก้าวตามออกไปจากโถงกลางโดยมีสายตาของสหายจับจ้องมองจนลับหายไป

โฮกันต์หันมองหน้าโวสแตคที่มองตนอยู่ก่อนแล้ว และพูดออกมาพร้อมกัน

“ทำไมข้ารู้สึกว่าเหตุการณ์มันเหมือนตอนเฮร่าไม่มีผิด”

ทุกคนต่างรู้ดีเพราะเป็นสหายกับทั้งคู่ แฟนดรัลที่แอบหลงรักเฮร่าในขณะที่ธอร์และเฮร่าครองคู่กัน แม้แฟนดรัลจะไม่เคยเอ่ยปริปากบอกใครว่าตนรู้สึกเช่นไรแต่พวกเขาก็เห็นและสัมผัสได้ถึงอารมณ์รักใคร่ของสหาย

หลังจากเฮร่าตายพวกเขาก็ไม่เคยเห็นแฟนดรัลเข้าหาสตรีนางใดอีกเลยทั้งๆที่เมื่อก่อนหลงใหลในความงามของอิสตรีมากหน้าหลายตาไม่เคยคิดจะจริงจังกับนางไหน แต่กลับเปลี่ยนนิสัยจนพวกเขาอึ้งไปก็หลายหน

ทุกคนคิดแน่แล้วว่าไม่แน่แฟนดรัลอาจจะกลายเป็นนักบวชถือศีลไม่สนใจสตรีเพศนางใดหากไม่มาเห็นแฟนดรัลในตอนนี้

ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกรึไง

ซิฟที่นั่งนิ่งเงียบปล่อยให้สหายอีกสองหนุ่มพูดคุยเรื่องราวในอดีตกันไปแก้วทองคำในมือถูกบีบจนแทบบุบสลายระบายความรู้สึกในจิตใจ


ไม่ใช่ข้าอีกแล้ว…

ข้าควรจะทำเช่นไรดี?

หรือต้องให้เกิดเหตุการณ์เยี่ยงเฮร่าอีกครั้ง…

ถึงจะเป็นทางเดียวที่ทำให้ท่านเลิกยึดติดกับสตรีนางนั้น

ถ้าหากไม่มีนางอยู่…จะถึงคราวของข้าแล้วใช่ไหม ธอร์

ถ้าหากนางตาย…


--------------------------------------------------------------------------------------


มาอัพเพิ่มฮึบบบ ฝากเม้นติชมด้วยฮับ 1 เม้น 1ล้านกำลังใจค่า #หยาดหิมะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

913 ความคิดเห็น

  1. #901 Jennifer0412 (@Jennifer0412) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 18:09

    เทอกำลังเข้าใจผิดแล้วว
    #901
    0
  2. #876 J'Sun (@lovelyztk) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 03:52
    <p>เมื่อไหร่ท่านพี่ลาเวนนาจะมาถึงแอสการ์ดกันคะ ชาวแอสการ์ดเริ่มมีอาการคิดเองเออเองระบาดอย่างหนักค่า</p>
    #876
    0
  3. #855 Mamimilky (@Mamimilky) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 12:42
    แฟนดรัลลลลล นี่โลกิ ไม่ใช่ลาเวนนาที่เจ้าชอบในครั้งที่ไปโยธันไฮม์นะ โอ้ยยยยยย พ่อกับนังแม่มดก็กำลังมา นี่ก็รักสามเศร้า ลาเวนนารีบมาาาาาาาาาา
    #855
    0
  4. #792 IntiraW. (@intira-poopoo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 22:12
    ไรท์ครัช รีดจะลงแดงตายแล้วววว ฮืออออ //ดิ้นพล่าน
    #792
    0
  5. #791 ปลาซาบะราดซอส (@SanaYun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 22:08
    รอตอนต่อไปอย่างแน่วแน่ค่าาาาา
    #791
    0