ตอนที่ 3 : 1st Drop

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2057
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    13 เม.ย. 60

โลกิวิ่งเต็มฝีเท้าออกมาจากไพรมืดยามตะวันคล้อยเลือนรางใกล้อาทิตย์อัสดงไหนจะต้องพยายามหลบทหารยามที่เริ่มออกมายืนตรวจตราทั่วราชวังอีก

ใช้เวลาไปถึงสองชั่วโมงกว่าจะหาทางเข้าไปในโถงพระโรงสำเร็จ ขณะกำลังจะเดินผ่านห้องเสวยพระกระยาหารค่ำเสียงจ้อกแจ้กจอแจกก็ดึงความสนใจของเขาไปได้ และมันทำให้ย้อนนึกว่านานแสนนานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่มีโอกาสได้นั่งร่วมกับครอบครัว

“โลกิ..หายไปไหนมาหรือ ข้าตามหาเสียให้วุ่น…มาทานอาหารด้วยกันสิจ๊ะ” เฮลด้าร้องเรียกร่างของคนที่ก้มหน้าชิดคอราวกับต้องการหาทางออกจากพื้นที่นี้ให้ไวที่สุด ร่างอรชรในชุดสมศักดิ์ผุดลุกขึ้นยืนพลางส่งยิ้มละไมให้เจ้าของดวงตาสีเขียวสดที่พินกลับมาอย่างตื่นตระหนก

ลาเวนนาเองก็หันมองตามอึ้งๆ

ยากจะคิดว่านางไม่รู้เรื่องราวอันใด ดูจากอากัปกิริยาแล้ว...คงต้องการให้โลกิถูกด่าทอเสียมากกว่า

ลาเวนนาหรี่ตามองน้องชายที่มองตื่นๆไม่แพ้กันแล้วพยักเพยิดพระพักตร์ให้รีบกลับห้องไปซะ โลกิยังยืนค้างชั่งใจเมื่อเห็นพระบิดาทอดพระเนตรมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยต่างจากทุกครา

“เอ่อข้า……”

“หรือไม่อยากร่วมโต๊ะกับส่วนเกินในครอบครัวอย่างข้า…ข้าหลงลืมตัวไป ขออถัยในกิริยาไร้มารยาทนี้ด้วย” เฮลด้าสีหน้าอ่อนลงแล้วลุกขึ้นมาโค้งให้ยิ่งทำให้องค์ชายเล็กผวา ยามเสียงช้อนส้อมกระทบกับเครื่องชามแก้วจดังระงมไปทั่วท้องพระโรงด้วยน้ำมือจอมกษัตริย์

“อย่าเอ่ยวาจาเช่นนั้นเลยเฮลด้า...คนที่เป็นส่วนเกินน่ะมันต่างหาก เจ้าไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ฆาตกร...หากเจ้าอยากจะร่วมโต๊ะกับเด็กนั่นข้าจะอนุเคราะห์ให้สักครั้ง” ลาฟฟี่เหยียดยิ้มสุรเสียงเค้นหนักถ่ายทอดออกมา นัยน์ตาสีมรกตสั่นไหวก่อนจะก้มหน้าลงกลีบปากขีดเป็นเส้นตรงพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกเลวร้ายให้จมหายไป

ปึง!

ลาเวนนาทุบโต๊ะเสียงดัง ขัดกับทุกครั้งที่ควบคุมอารมณ์ได้หมดจรด

...ครานี้มันมากเกินไป กับการใช้วาจารุนแรงใส่บุตรชายในสายเลือดเพื่อนังแม่มดไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า!

“ส่วนเกินคือนาง...ท่านพ่อ! หม่อมฉันไม่เคยคิดว่าโลกิเป็นส่วนเกิน เขาคืออนุชาของข้า…อนุชาที่เกิดอย่างถูกต้องกับมเหสีคู่บัลลังก์โยธันไฮม์!!”

           “มันคือฆาตกรที่ฆ่ามเหสีข้าต่างหาก!!” ลาฟฟี่ขึ้นเสียงกลับ แต่บุตรีกลับมองอย่างไม่ยอมแพ้

“ถ้าเช่นนั้น..ก็เป็นข้าด้วยที่คร่าชีวิตพระมารดา!...เพราะเราเกิดพร้อมกัน เป็นฝาแฝดกัน”

“ลาเวนนา!!”

“และ...ถ้าจักให้ข้าอภิเษกสมรสกับเจ้าชายแห่งแอสการ์ด...ท่านพ่อจะต้องยกบัลลังก์ให้โลกิ ข้าขอแค่นี้” ลาเวนนาเชิดหน้าสูงพลางผลักเฮลด้าออกไปให้พ้นทางแล้วเข้ามาลูบหัวน้องชายด้วยความเป็นห่วง ดวงตาสีแดงสดขับรับขนตางอนยาวฉายแววอ่อนโยนราวกับต้องการใช้ความอบอุ่นที่มีปลอบประโลมคนที่โดนบิดาพูดเสียดแทงจิตใจซ้ำล้วซ้ำเล่า สุรเสียงตรัสเบาให้ได้ยินเพียงสอง

“ข้าจะปกป้องเจ้าเอง ข้าจะไม่ทนนิ่งดูดายทนดูเจ้าถูกกระทำเยี่ยงสัตว์อีกแล้วน้องข้า...เราจะช่วยกันปกป้องบัลลังก์………จาก…..”  ลาเวนนาเน้นเสียงขึ้นมาแล้วหันมาเผชิญหน้ากับผู้มีศักดิ์ราชินีองค์ใหม่โดยมีโลกิบีบฝ่ามือพระเชษฐภคินีเชิงปรามไว้

“นางแม่มด…….”   ราชีนีคนงามแย้มยิ้มตอบรับคำพูดอีกฝ่ายสายตาจรดจ้องเด็กน้อยทั้งสองก่อนจะเดินไปนั่งเสวยกระยาหารต่อ ลาเวนนาเห็นดังนั้นจึงดึงมือโลกิให้ตามตนออกจากท้องพระโรงโดยมีเสียงตะโกนเรียกอย่างขุ่นเคืองของลาฟฟี่ไม่ขาด

“เฮ้อ!” จอมราชันย์ทิ้งตัวนั่งเก้าอี้พระพักตร์ฉายแววกริ้ว ก่อนจะยกไวน์แดงขึ้นจิบถึงแม้จะไม่ได้ยินว่าเมื่อครู่ทั้งสามคนพูดคุยสิ่งใดกันแต่มันก็ชวนหัวตั้งแต่ลาเวนนาออกโรงปกป้องเด็กคนนั้นแล้ว...

“มันน่านัก……”   ลาฟฟี่กัดฟันกรอด เฮลด้ายิ้มให้บางๆแล้วเลื่อนมือมากุมพระหัตถ์เย็นชืดไว้

“อย่าทรงกริ้วไปเลย…องค์หญิงและองค์ชายยังเยาว์วัยเกินกว่าจะเข้าใจอะไรได้...แต่ท่านสบายใจเถิดยอดรัก ข้าจะปฎิบัติตนให้ดีที่สุดเพื่อให้โอสและธิดาของฝ่าบาทยอมรับในตัวข้า”

“อันที่จริง...เจ้าไม่ต้องลำบาก--”

“ไม่หรอกเพคะ แล้วจักเป็นอะไรไหม? หากหม่อนฉันจะขอรับหน้าที่ดูแลบุตรและบุตรีของพระองค์เอง มันคงจะดีไม่น้อยหากเราสนิทชิดเชื้อกลมเกลียวกัน เห็นทีพระองค์จักได้ไม่หนักพระทัยด้วย”

ลาฟฟี่แย้มยิ้มออกมาพยักหน้ารับมั่นเชิงอนุญาตริมฝีปากสีแดงเข้มของราชินียกยิ้มออกมาก่อนจะเสวยกระยาหารกันต่อท่ามกลางการสนทนาและเสียงหัวเราะ


เส้นคั่น.png


“โลกิ ข้า…ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า” ลาเวนนาพูดเสียงอ้อมแอ้มหลังจากพากันมานั่งหลบในห้องบรรทมของอนุชาใน นัยน์ตาตาสีมรกตช้อนขึ้นมองก่อนจะบีบไหล่พี่สาวเบาๆคล้ายการเร่งเร้า

“ข้าถูกจับหมั้นหมายกับเจ้าชายแห่งแอสการ์ด...เจ้าเข้าใจใช่ไหม? แม้แต่หน้าคร่าตาเขาข้ายังไม่เคยมีโอกาสได้เห็นด้วยซ้ำ” ดวงตาสีแดงเลือดหลุบต่ำพลางพิงอนุชาอย่างสิ้นหวัง

“ข้าเข้าใจ..เจ้าเองก็มีบุรุษในดวงใจอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ เลย...”

“เจ้ารู้ได้อย่างไร?!!....ชู่วว! เก็บเงียบไว้นะ ข้าไม่เคยเล่าให้ใครเลยทำไมเจ้าถึง…” ลาเวนนาเขย่าแขนน้องพลางมองจ้องโลกิที่ทำเพียงแต่เค้นหัวเราะออกมา

อันที่จริงข้าก็ไม่เข้าใจว่าล่วงรู้ได้อย่างไร…

แต่เพียงแค่มองลึกในสายตาเจ้า มันก็แสดงออกถึงห้วงอารมณ์ข่มขืนแทบทั้งหมด

เสมือนการไตร่ตรองของข้าเฉียบคมขึ้นอย่างไรอย่างนั้นหรือมันคือผลของน้ำพุแห่งปัญญา?

“ข้าก็พูดไปเรื่อยเปื่อย ว่าแต่ใครกันบุรุษผู้โชคดีที่ได้กุมหัวใจเจ้าหญิงคนงามแห่งโยธันไฮม์” องค์ชายเล็กเอ่ยแซวทำให้พี่สาวหันมาทำหน้าบึ้งก่อนจะก้มหน้าเขินอาย…

“บุรุษผู้นั้นเคยมาที่โยธัน มากับสหายหลายคน แต่ข้ามิอาจละสายตาจากเขาคนนั้นได้เลย เขามีรอยยิ้มอบอุ่นดั่งดวงตะวันยามเช้า เรือนผมรองทรงสีลูกนัทแก่ เข้ากับเกราะหนักสีดำทึบและดาวยาวถึงครึ่งลำขา วินาทีที่เขาพินสายตามาหัวใจของข้าแทบหยุดเต้น เจ้ารู้ไหม! เราสองราวกับต้องมนต์ขลัง มิมีใครหลบสายตาใครอยู่นานจนสหายของเขาตรงเข้ามาเอ่ยเรียกเมื่อทหารของชาวเราเริ่มตึงมือจากการรบ”  ลาเวนนาประสานมือทำหน้าเพ้อเสียเต็มทัั้งที่ใจความดูเหมือนว่านักรบต่างแดนคนนั้นมาทำลายบ้านเมืองตนแท้ๆ นี่สิหนาที่เขาเรียกกันว่าความรักบังตา ผักขมก็บอกหวานเลี่ยนชวนชิม

โลกิหัวเราะร่วน

ไม่ได้อยากขัดฝันหวานของพระเชษฐภคินีหรอกนะ แต่จากที่ฟังมันหวานเลี่ยนชวนอ้วกไปสักนิด

จะมีจริงหรือรักแรกพบในชีวิตคนเราน่ะ ตามความเห็นเขามันก็เป็นแค่นิทานหลอกเด็กเท่านั้นแหละ

“แล้วหลังจากนั้นข้าก็ไม่ได้พบเขาอีกเลย…”   องค์หญิงทำสีหน้าเศร้าสลดลง

“มีคนบุกบ้านเมืองเราด้วยหรือ? เมื่อไหร่กัน?”

         “สามราตรีที่แล้ว…เจ้าจะเคยรู้อะไรล่ะ เอาแต่หมกตัวในห้องบรรทม!”   

เสียงพี่น้องพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวเคล้าเสียงหัวเราะสนุกสนานดังลอดรอดออกมาจากประตูห้อง พาลให้เหล่าสาวใช้ที่เดินผ่านไปผ่านมาอดจะอมยิ้มไม่ได้


เส้นคั่น.png



“เจ้าว่าไงนะ?!!!” ภาชนะใส่ของมึนเมาสีทองอร่ามถูกวางกระแทกโต๊ะตามมาด้วยเสียงโวยวายของธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า โอรสจอมกะล่อนของโอดินเทพบิดรผู้ปกครองแอสการ์ด

“ธอร์! เจ้าจะเสียงดังไปทำไม--”  แฟนดรัลแย้งด้วยสีหน้าขึงขัง

“อ๋า...ข้าแค่ตกใจไม่คิดว่าเมืองยักษ์น้ำแข็งที่มีเพียงสัตว์ประหลาดตัวฟ้าเดินไปมาจะมีความงามอะไรดั่งที่เจ้าพร่ำเพ้อให้ข้าฟังมาเมื่อสักครู่เลย” ธอร์หัวเราะดังลั่น และเสียงนั้นก็ผลักดันให้สหายคนอื่นพยักหน้าราวกับเห็นด้วยนักหนาแล้วหัวเราะตามกันเป็นแถวแล้ว

“ธอร์เจ้าอย่าล้อเลียนแฟนดรัลสิ นานๆทีเจ้านั้นจะเอ่ยปากชมสตรีสักนาง…นางผู้นั้นย่อมไม่ธรรมดา”  ซิฟนักรบสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มบุรุษเจ้าสำราญเอ่ยติดตลก

“นั่นสิ..ข้าหลงนึกไปแล้วด้วยซ้ำว่าแฟนดรัลคงปักใจเป็นผู้ทรงศีลถือความบริสุทธ์ไปจนตลอดชีวิต ฮ่าๆ”  โวสแตคว่าเสริม สุดท้ายคนโดนล้อก็ยกมือขึ้นตบกบาลสหายไปคนละทีสองที เรียกเสียงหัวเราะดังขึ้นกว่าเก่า

“ท่านไม่ไปร่วมงานเลี้ยงกับธอร์หรือฝ่าบาท” ฟริกก้า ชายาองค์ปัจจุบันคู่บัลลังก์แอสการ์ด สาวเท้ามาหยัดยนข้างสวามีแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มขบขันที่ดูก็รู้ว่ามันคือการแสร้งปะชดมากเสียกว่าตั้งใจชวนจริงๆ

“ข้ากำลังคิดหนัก…ว่าจะบอกธอร์อย่างไรเรื่องที่ตัดสินใจทำลงไป” มหาเทพเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนล้า

ด้วยทราบดีว่านิสัยโอรสของตนเป็นเช่นไร เหตุนั่นเลยยิ่งหนักใจ...หากแต่พันธะสัญญาอภิเษกสงบศึกนี่ก็เสมือนสิ่งเดียวที่จะยุติสงครามที่ยาวนานนี้ได้

“ลูกเราต้องเข้าใจประสงค์ดีของเราเพคะ...อีกอย่างเจ้าหญิงแห่งโยธันไฮม์เองก็มีสิริโฉมงดงามหาใดเปรียบ...ธอร์คงพอใจหากได้สาวงามมาครองคู่”

“ข้าจักกลัวว่าบุตรชายตัวดีจะหาเรื่องกลั่นแกล้งเจ้าหญิงองค์นั้นต่างหาก ทำตัวไร้ความรับผิดชอบ รังแต่จะหานางบำเรอความใคร่ สรรหาทุกวิธีทางให้นางตรอมใจจนมาขอถอนหมั้นเสียเองน่ะสิ”  โอดินตรัสเสียงเครียดกว่าเดิมหากแต่พระพักตร์กลับเริ่มมีรอยยิ้มปรากฎยามฝ่ามือเรียวลูบไหล่เขาด้วยความอ่อนโยน

“ฮะๆ ท่านจะเชื่อไหมโอดิน ข้ามีลางสังหรณ์…ว่าลูกเราจะเปลี่ยนไปหลังจากงานอภิเษกนี่” ฟริกก้าจับมือสวามีไว้มั่นเสมือน้ำหนักของสิ่งที่เอ่ย เทพบิดาเลิกคิ้ว นัยน์ตาที่เหลือเพียงข้างเดียวพินมองเล็กน้อย             เป็นเรื่องลือหนาหูไม่แพ้กันว่าลางสังหรณ์ของเทพีแห่งเมฆามักถูกต้องเสมอ

“เปลี่ยนไปในทางที่ดี...หรือไม่ดีกัน?”

“ดี…ดีมากเสียด้วย”


เส้นคั่น.png


“ตกลงว่าเจ้าชอบนางจริงๆเหรอ? ให้ข้ากลับไปสู่ขอนางให้เอาไหม? ฮ่าๆ!” ธอร์เดินโซซัดโซเซออกจากงานเลี้ยงมาพร้อมสหายที่เอาแต่พร่ำเพ้อถึงนางอันเป็นที่รัก ณ ดินแดนยักษ์น้ำแข็ง

“ข้าคงทำได้เพียงฝัน…นางทรงอาภรณ์ล้ำค่าราวราชนิกูลเลยเชียว เจ้าเชื่อข้าสิ! ...นางน่ะแตกต่างจากยักษ์นางอื่น ผิวกายสีฟ้าสะอาดคล้ายผืนมหาสมุทรแสนบริสุทธ์ นัยน์เนตรแดงปลั่งรับริมฝีปากอวบแต้มสีโอรสเรือนผมนางสีดำขลับราวขนอีกาหยักศกกรอมโครงหน้า แถมยังทรงเครื่องประดับที่ทองเรืองรองเคล้าให้นางดูงดงามเกินกว่าจะหาสิ่งใดเปรียบ ให้ตาย...นางอัปสรสวรค์ที่เจ้าพร่ำพรรณาว่างามจับจิตนักหนากลายเป็นลิงโดนน้ำร้อนลวกเชียวหากนำไปเปรียบกับนาง”

“โฮ่ ข้าไม่กล้าคิดเปรียบแน่ แค่คิดภาพตามดั่งเจ้าว่ายังไม่อยากเลย อะไรนะ...ยักษ์ตัวสูงใหญ่กล้ามเนื้อแน่นหนัด กับทองคำล้อมกรอบคอ...ข้าคิดว่ามันเกินคำว่างดงามไปหลายขุมนะ ฮ่าๆ!”

“ธอร์!! ใช่สิคนอย่างเจ้าไม่เคยจริงจังกับใคร...ขำกับเรื่องข้าไปเถอะไอ้้คุณท่าน! ...อย่าให้เจอกับตัวบ้างแล้วกัน ถึงเวลานั้นข้าจะหัวเราะห้าคืนเจ็ดคืนเชียว!!”  แฟนดรัลชี้หน้าพลางหลุดสบถใส่ไม่เป็นภาษา ท่าทีนั้นยิ่งเรียกเสียงหัวเราะจากธอร์ไปอีกระลอกใหญ่

“ถึงเวลานั้นข้ายอมให้เจ้าเอาดาบตีบั้นท้ายต่อหน้าทหารยามให้เสื่อมเกียรติเลย เอาสิ!”   ธอร์กอดอกหัวเราะแล้วยกสุราขึ้นซดอีก

“จำคำเจ้าไว้แล้วกัน หึหึ”  แฟนดรัลแย้มยิ้มแล้วยกสุราขึ้นกระดกดื่มบ้าง

“จำอยู่แล้ว…แต่ถึงยังไงก็ไม่มีวันนั้นหรอก”


เส้นคั่น.png


“เอาล่ะวัตถุดิบครบแล้ว เห็นทีจะเหลือเพียงยาพิษจากป่าลึกของนิลไฮม์ มาถึงกาลนี้หากเจ้าไม่สิ้นลม...ข้าคงนับถือเจ้าเป็นยักษ์น้ำแข็งแสนตายยากตายเย็นกระมัง...หึหึ”    ชุดยาวกรอมพื้นไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเคลื่อนย้ายตัวไปหาสสารมาปรุงยา ราชินีคนใหม่แห่งโยธันไฮม์แย้มยิ้มยามนึกไปถึงพระพักตร์ของโฉมสะคราญคนงามที่มีศักดิ์เป็นธิดาของเธอ

“เสือสองตัวอยู่ในถ้ำเดียวกันไม่ได้ อาณาจักรนี้ต้องเป็นของข้า เมืองน้ำแข็งนี่ต้องล่มสลายเพื่อเป็นเกียรติภูมิให้อำอำนาจและความงามพิศอันไร้ซึ่งขีดจำกัดของข้า ลาเวนนาเจ้าเพียงหนึ่งนามที่อิกดราซิลตีจารึกถึงว่าแผ่นดิน...โยธันไฮม์เคยมีเจ้าหญิงสิริโฉมงดงาม…แต่ช่างน่าสงสารที่นางต้องสิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันสมควร ฮ่าๆ!”


-------------------------------------------------------------------------------------

มาอัพเพิ่มแล้ว เฮ รื้อฟื้นรู้จักกันก่อนธอร์ 3 เข้าแล้วกันหนา เพราะช่วงนั้นอาจมีอีกเรื่องคลอดอกมา ฮ่าๆ ฝากเม้นติชมด้วยฮ้าบ #หยาดหิมะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

913 ความคิดเห็น

  1. #890 Jennifer0412 (@Jennifer0412) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 14:40
    ทอเทอนะเทอมั่นใจอะไรขนาดนั้น
    #890
    0
  2. #885 iinnchh (@cunt) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:50
    ท้ออย่ามั่นใจไปป
    #885
    0
  3. #881 Nusda (@pla2546) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 22:36
    งง มากเลยค่ะ ทำไมพระราชาถึงเกลียดลูกชายคนเดียว นี่เป็นพระราชาจริงปะเนี่ย//โมโหแทน =^=
    #881
    0
  4. #865 J'Sun (@lovelyztk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 02:41
    <p>เจ๊เฮลด้าคะชักจะเหิมเกริมไปแลเวนะคะเจ๊ เป็นตัวร้ายที่เราว่านางชักจะเยอะขึ้นทุกตอนๆ ส่วนอิพี่ธอร์ แหมมม ปากคอเราะร้าย แล้วฉันจะคอยดู นี่ลับดาบรอตีก้นเลย!</p>
    #865
    0
  5. #844 Mamimilky (@Mamimilky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 00:53
    เราจะรอดูนะพี่ท่อ อย่ามารักกิลูกเราแล้วกัน!!!!
    #844
    0