ตอนที่ 6 : 4th Drop

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1955
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    27 เม.ย. 60

ร่างอรชรสูงศักดินาย่างกรายเข้ามาในปะรำพิธีการ ไม่นานนักนางในจากแดนเทพก็ยื่นแขนเข้ามาประคอง แต่รองเท้าส้นสูงเจ้ากรรมก็ไม่วายพยศเจ้าของมัน

กึก! ก้าวอีกเพียงครึ่งส้นรองเท้าก็หักออกจากส่วนโครง ส่งผลให้ร่างที่อุตส่าห์พยายามก้มหน้าก้มตาเดินเสียหลัก ส่วนคนประคองที่ทำท่าจะช่วยดันล้มไปก่อนผู้ขอความช่วยเหลือเสียอีก

“ว้าย!”

“เฮ้ย!”

เสียงระงมดังขึ้น ฟริกก้ายกมือทาบหน้าอก สบกับร่างโปร่งบางนั้นเพียงเสี้ยววินาทีกก็รู้ว่าคงต้องเจ็บไม่น้อยเมื่อตกจากส้นสูงขนาดนั้น

ธอร์หลุดจากห้วงภวังค์นั้นก่อนจะถลาเข้าไปหมายจะคว้าร่างนั้นไว้ ในใจค้านอย่างหนัก ว่าที่ทำไปมันเป็นเพราะหน้าที่เท่านั้น!

คำปรามาสที่เคยกล่าวไว้กับหลายผู้คนเริ่มทำให้ตกที่นั่งลำบาก เพราะแม้แต่ร่างกายยังไม่รักดีขนาดนี้  คิดคำพูดตอกหน้าไว้เสียมากมายพอถึงเวลาก็มลายหายจนสิ้น

ทั้งๆที่ผ่านตามาก็มากกับสาวงามทั่วทุกแดนดิน แต่นี่เป็นครั้งแรก ที่เขารู้สึกเหมือนลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ…

โลกิพยายามทรงตัวไว้ให้มั่น แต่การทำแบบนั้นยิ่งทำให้ส้นรองเท้าอีกข้างทำงานหนัก และร่างทั้งร่างคงทิ้งดิ่งลงพสุธาเป็นแน่หากไม่ได้เรียวแขนของใครบางคนมาโอบประคองไว้ทัน

“ท่าน…….ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” เสียงผู้ประสงค์ดีดังขึ้นใกล้ใบหู เรียวหน้าหวานที่ตื่นตระหนกรีบปรับกลับมาเคร่งขรึมก่อนจะพยักหน้าให้อย่างถือตัว แต่บุรุษผู้นั้นหาใส่ใจไม่ ซ้ำยังประคองร่างที่พยายามหาสูญถ่วงมาสู่ปะรำพิธีแทนคนสนิทจากแดนน้ำแข็งที่ยังนั่งหน้าเหวออยู่บนพื้น

“แฟนดรัล…เจ้าคิดจะทำอะไร?” ซิฟกดเสียงต่ำพึมพำให้ได้ยินกันเพียงสอง แต่เจ้าของชื่อไม่มีทีท่าจะสนใจโต้ตอบ ธอร์ยืนค้างอยู่ห่างจากเหตุการณ์ไม่ถึงช่วงแขน ได้เพียงมองสบภาพสหายบรรจงพาร่างเจ้าหญิงเปิ่นผ่านหน้าไป

แอบตะขิดตะควงใจไม่ได้ ยามสหายอีกคนปรี่เข้าไปช่วยเหลือโดยไม่เห็นหัวว่าที่สวามีนางอย่างเขาสักนิด…

“...” เทพเจ้าแห่งสายฟ้าขมวดคิ้วเป็นปม เมื่อความคิดแปลกประหลาดตีวนอยู่ในหัว สองขาก้าวมั่นคงด้วยอารมณ์ที่ก่อตัวอย่างไร้เหตุผลตามเข้าไปสู่ปะรำพิธี ทั้งหมดอยู่ในสายตาฟริกก้าที่เหลือบมองเล็กน้อยแล้วแย้มยิ้มออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่อาจนับได้

    แฟนดรัลโค้งให้ผู้มีศักดิ์สูงกว่าก่อนจะถอดแขนที่ให้เจ้าหญิงคนงามจับไว้เป็นที่พึ่งพิงออก ถึงแม้นส้นรองเท้าจะเหลือเพียงข้างเดียวก็คงต้องดำเนินพิธีการต่อจนจบ

โลกิสูดลมหายใจเข้าอย่างหงุดหงิดใจเป็นที่สุด ว่าอาภรณ์สตรีจะรุ่มร่ามแล้วรองเท้าที่เพิ่งได้ก่อนลงจากรถม้านั่นยิ่งมากเสียกว่า

สตรีมีชีวิตอยู่ด้วยส้นเรียวเล็กพวกนี้ได้อย่างไรกัน! มันน่าอัศจรรย์เสียยิ่งกว่ายักษามีเวทมนตร์เสียอีก!!

โฮกันต์ดึงแขนสหายที่ทำเกินหน้าเกินตาให้กลับมาเข้าที่ ตามด้วยเสียงเอ็ดของซิฟที่เปิดประเด็นร้อนทันที แฟนดรัลทำเพียงแค่ตอบรับด้วยสีหน้าเฉยชาราวกับยังไม่ได้สติดีนัก

นั่นไม่ผิดแน่ พระพักตร์แบบนั้น สรีระวรกายละม้ายคล้ายกันสิ้น เว้นเพียงแต่สีผิวและนัยน์ตา

...น่าแปลกจริงๆ

ขณะที่จอมเวทแห่งแอสการ์ดพร่ำอ่านตัวหนังสือยึกยือในคัมภีร์ ร่างของเจ้าหญิงต่างแดนที่รู้สึกไม่สบายวรกายอย่างยิ่งกลับการต้องเกร็งน้ำหนักเท้าอีกข้างที่ไม่มีส้นให้ยืนขึ้นเท่าเทียมกันไม่เช่นนั้นจะเสียหลักล้มลงไปอีก

ธอร์ที่เดินย่างก้าวมาเงียบสงบ มองอาการทุลักทุเลนั้นอยู่ชั่วครู่ก่อนจะก้มลงข้างๆโลกิแล้วจับหมับเข้าที่ข้อเท้าเรียวเล็ก สัมผัสหยาบโลนนั้นทำให้โลกิสะดุ้งโหยงแล้วเผลอร้องออกมาเสียงดัง

“เจ้า!!!.....เจ้าทำอะไรเนี่ย!”  เสียงที่ดังก้องในตอนแรกเบาลง เมื่อใบหน้าหวานจำต้องขยับหน้าเข้าไปใกล้ ดวงตาสีเขียวถลึงตามองคนเสียมารยาท ริมฝีปากก็กัดฟันกรอดๆยามเห็นผู้ทำพิธีเงียบไปชั่วอึดใจ

ธอร์มองตอบด้วยสีหน้ายียวนกวนโทสะ มือใหญ่จับข้อเท้าเล็กข้างที่ส้นรองเท้ายังอยู่ครบเอาไว้ เล่นเอาคนที่ไร้ศูนย์ถ่วงต้องคว้าไหล่บุคคลนิรนามแต่มารยาทยอดแย่ไว้อย่างเสียไม่ได้

มือใหญ่ของนักรบออกแรงเพียงนิดเดียวก็สามารถหักส้นรองเท้าอีกฝ่ายออกได้สำเร็จแล้วโยนมันทิ้งด้านข้าง ก่อนจะจับร่างที่ทำท่าจะกินหัวเขาให้ยืนมั่นคงแล้วเปิดปากพูดโดยไม่สนใจหัวหงอกหัวแก่ที่ยืนทำพิ๊อยู่เบื้องหน้าสักนิด

“สบายกว่าไหมเอาออกไปแบบนี้ แล้วก็เลิกดิ้นได้แล้ว...ข้าไม่ทำอะไรเจ้ากลางพิธีการหรอกสบายใจได้”  คำพูดตามด้วยรอยยิ้มหยัน เพิ่มความหงุดหงิดให้โลกิเป็นเท่าตัว แต่ก็ต้องพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติตามด้วยรอยยิ้มหวานที่ดูอย่างไรก็เหมือนการเสเเสร้งแกล้งทำจะปรากฎตามมา

“ข้าทราบอยู่แล้ว...ว่าเจ้าชายแห่งแอสการ์ดรู้จักกาละเทศะกับเขาเหมือนกัน ก็เป็นถึงคนในรั้วในวัง...จะมาทำตัวมิมียางอายได้ยังไง!” น้ำเสียงหวานทอดยาวก่อนจะเน้นหนักในท้ายประโยค

ถึงแม้บุรุษผู้นี้จะช่วยเอาเจ้าส้นแหลมเล็กที่ทำชีวิตเขาปั่นป่วนออกไปให้ แต่มันก็เทียบไม่ได้สักนิดกับกิริยาชวนหัวที่กระทำต่อมา

เจ้าชายแห่งแอสการ์ดถึงกับหันมองด้วยแววตาดุดัน ไม่มีผู้ใดหาญกล้าหยามเกียรติตนเช่นนี้มาก่อน  แต่มีหรือคนต่างแดนจะยอม ดวงตาสองจ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

          “อะแฮ่ม!!” เสียงของผู้ดำเนินพิธีการกระแอมไอออกมาเมื่อบุคคลสำคัญของงานกระทำตัวเสมือน ณ ที่นี้มีเพียงเราสองคน(?)

“...” โอดินยกมือขึ้นกุมขมับอย่างระอา ฟริกก้าเลยตรงเข้ามานวดไหล่เพื่อคลายความกังวลให้ แต่ใบหน้าของราชินียังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มไม่หนักพระทัยกับเหตุการณ์ตรงหน้าเหมือนสวามีสักนิด

ธอร์และโลกิที่พึ่งรู้สึกตัวว่าตกเป็นเป้าสายตาจำใจหันกลับไปกลางปะรำพิธีแล้วระบายสีหน้าเอือมระอาสุดขีดโดยเฉพาะคนตัวเล็กที่เริ่มจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าบุรุษไร้ยางอายด้านข้างนั้นคือว่าที่สวามี

ดวงตาสีเขียวอดเหลือบมองสำรวจไม่ได้

รูปร่างที่สูงใหญ่กว่าเขาแม้เป็นบุรุษเพศเฉกเช่นเดียวกัน ไหนจะร่างกายสมส่วนเกราะแกร่งโค้งเว้าเป็นรูปกล้ามเนื้อเรียงตัวสวยงาม เส้นผมสีทองอ่อนกับใบหน้าเรียวแซมไปด้วยไรหนวดขับกล่อมใบหน้าให้ดูภูมิฐาน โดยภาพรวมแล้วก็ถือว่าใช้ได้…แต่น้อยกว่าเขาล่ะนะ

เสียงนักบวชยังคงกล่าวยืดยาวออกไปอย่างไม่มีทีท่าจะหยุด ทั้งสองคนที่ยืนอยู่ตรงกลางโถงกลับไม่ได้สนใจจะฟังนัก แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ยังอดทนสำรวมได้จนจบพิธีการ

ขณะที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยร่างของเจ้าหญิงกำมะลอกลับรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมานานสองนานจนต้องเอี่ยวตัวเล็กน้อยเพื่อหันไปสบมอง

“!...” แฟนดรัลที่เห็นอีกร่างหันหน้ามาสองสายตาสบกันก่อนจะเป็นชายหนุ่มนักรบที่หลบสายตาลงเสียก่อน คิ้วเรียวสีเข้มขมวดขึ้นอย่างสงสัยความสนใจทั้งหมดก็ถูกหยุดด้วยแรงบีบกระชับจากฝ่ามือคนด้านข้างที่ดึงรั้งคล้ายการกระชากให้ทั้งตัวของโลกิหันกลับมาสนใจปะรำพิธีด้านหน้า

ดวงหน้าของเทพเจ้าแห่งสายฟ้าไม่แสดงอารมณ์ใด แต่ดวงตาสีนภากลับแผ่รังสีกดดันจนโลกิต้องหันกลับไปยืนดีๆอย่างเสียไม่ได้

“สำรวมหน่อยเถอะเจ้าหญิง...ปรายตาให้ท่าบุรุษในพิธีอภิเษกเป็นธรรมเนียมของยักษ์น้ำแข็งรึไง?…หึ” สุรเสียงทุ้มต่ำพูดเบาๆจงใจให้ได้คนข้างเคียงได้ยิน ใบหน้าหวานกระตุกบึ้งตึงเพียงชั่วครู่ก่อนจะเหยียดยิ้มร้ายที่แสดงถึงความไม่แยแสต่อคำกล่าวหานั้นเท่าใดนัก

“ไม่ยักรู้ว่าเจ้าชายแห่งแอสการ์ดสละเวลาเกลือกกลั้วสนมบำเรอมาศึกษาขนบธรรมเนียมของแดนเราด้วย...ช่างเป็นเรื่องน่าปิติจริงๆ”

สงครามวาจาถูกขัดโดยผู้ทรงศีลซึ่งอ่านใจความสำคัญในตำราเก่าแก่จบเสียที

“เอาละ ธอร์ โอดินสัน เจ้าจะรับ ลาเวนนา ลาฟฟี่ซัน เป็นคู่ชีวิต แล้วดูแลกันแม้นยามสุขและยามทุกข์...หรือไม่?”

สองคนที่ถูกถามหันหน้ากลับเข้าปะรำพิธีมึนๆ คำถามยิงมาไม่ทันให้ตั้งสติ แต่ทั้งสองก็พอจับใจความได้ว่าขณะนี้ล่วงเลยมาถึงช่วงปฎิญาณตนแล้ว

“หึ…รับ” ธอร์เค้นเสียงหัวเราะก่อนจะเอ่ยตอบรับเบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน แต่กระนั้นผู้ดำเนินพิธีการก็ต้องจัดการทุกอย่างต่อไปแม้นจะงุนงงกับบรรยากาศมาคุตรงหน้าไม่น้อย

จัดงานวิวาห์มาก็หลายเผ่าพันธุ์ ทุกคู่ล้วนดูรักใคร่ชู้ชื่นกันดี ทั้งที่ครั้งนี้ถือเป็นเกียรติภูมิที่สุดในชีวิตที่ได้มาดำเนินพิธีกรให้เชื้อเจ้าแท้ๆ แต่ไหงเจ้าหญิงและเจ้าชายกลับดูเกลียดขี้หน้ากันมากกว่ารักใคร่ไปหลายขุม

“เอ่อ...แล้วท่านละ ลาเวนนา ลาฟฟี่ซัน จะรับ ธอร์ โอดินสันเป็นคู่ชีวิตจะดูแลกันแม้นยาม…..”

“รับ!…เพคะ”  โลกิขัดประโยคยาวเหยียดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างยามตั้งท่าจะตีกับว่าที่สวามีกำมะลออีกหน แต่ต้องจำยอมลดโทนเสียงลงเมื่อรับรู้ว่าแขกในพิธีการเงียบเสียงลงเพื่อตั้งใจฟังพวกเขาสัตปฎิญาณอยู่

ฝากไว้ก่อนเถอะ…

ธอร์อมยิ้มกับท่าทางแก่นกะโหลกของอีกฝ่าย ดวงตาสีเขียวมองเขม็งปั๊ดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกันให้ได้ ก่อนโครงหน้าเรียวสวยนั่นจะสะบัดกลับไปสนใจผู้ทำพิธี

“...” พิธีการยังคงดำเนินไป ในขณะเดียวกับที่โลกิแอบชำเลืองเหลือบมองคนด้านข้างเป็นระยะ ยอมรับว่ารอยยิ้มยียวนนั่นช่างยั่วยุโทสะเสียจริง แต่ถึงแบบนั้นพอมันหลอมรวมเข้ากับร่างกายสูงสง่ามันกลับดูดีราวกับรูปปั้นของเทพเจ้าหลายคนหลอมรวมกัน

กลีบปากบางคลี่ยิ้มเล็กน้อยในหัวใคร่ประมวลความคิดนึกไปถึงหลายเรื่องจนมาสะดุดกับเรื่องราวที่ลาเวนนาเล่าในวันสิ้นใ

นางพบรักกับบุรุษต่างดินแดน ผิวกายน้ำนมขาวบริสุทธิ์ รูปหายงามสง่าคงไม่ใช่แดนไหนนอกจากดินแดนเทพเจ้าแห่งนี้ เรือนผมสีทองสว่างดุจดวงตะวันทอแสงยามเช้า อาวุธคู่กายคือดาบยาว…

โลกิวาดสายตามองคนข้างตัวผู้มีศักดิ์เจ้าชายแห่งแอสการ์ด

เรือนผมสีทองสั้น…ประบ่าสำหรับบุรุษเรียกว่าสั้นไหมละ?

ถ้าเทียบกับสตรีก็ตอบได้ทันทีว่าสั้น…แล้วอาวุธละ

“...” นัยน์ตาสีมรกตเหลือบสำรวจไปตามอาภรณ์เต็มไปด้วยเครื่องราชอิสริยศ เครื่องเงินมากมาย ประดับวาววับเคล้ากับแสงสีเงินจากเกราะคู่กายและดาวเล่มยาวในคมฝักสีทองอร่ามคู่บัลลังก์แอมสการ์ด มันถูกส่งมอบมารุ่นสู่รุ่น บัดนี้มันปะดับคู่กายของเจ้าชายรัชทายาทเสมือนการบอกกับพสกนิการทุกหมู่เหล่าว่าไม่นานนักบัลลังก์จะถูกสับเปลี่ยน

ทุกสิ่งอย่างที่พบเห็นเหมือนเครื่องการันตีชัดเจน

เป็นเจ้าหรือ…ที่พี่ข้าหลงใหลนักหนา…มันชวนคิดไม่ได้หากไม่ได้ปะทอคารมด้วยใครๆก็คงต้องมองเห็นว่า…ธอร์ เป็นเทพเจ้าที่รูปงามองค์หนึ่ง ยิ่งกับดวงตาสีผืนนภาที่ไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิต ดวงตาทรงเสน่ห์คลายมีมวลสารดูดกลืนทุกสรรพสิ่งให้หลงใหลเพียงแค่เผลอสบกัน

ไม่แปลกใจเลยที่โฉมสราญและนางบำเรอมากมายที่พลีกายถวายตัวเพียงแค่เทพเจ้าสายฟ้ากระดิกนิ้วเรียกหา

ลาเวนนา...รสนิยมของเจ้าห่วยชะมัด

แววตาสีมรกตไหววูบยามรู้สึกถึงสายตาสีฟ้าที่เลื่อนมาจับจ้องไหนจะร่างสูงใหญ่ย่างก้าวมาใกล้โดยมิบอกกล่าวอะไร โครงหน้าหล่อเหลาที่ลอบสังเกตกำลังคลืบคลานเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

โลกิภาพเบื้องหน้าอย่างอึ้งกิมกี่ ร่างกายแข็งทื่อคล้ายอัมพาตยาววงแขนแข็งแรงโอบเอวเข้าไปใกล้เพียงคืบ

ดวงตาสองสีสบประสานกันเนิ่นนาน และเป็นธอร์ที่ได้สติก่อน ดวงตาสีนิลกวาดมองใบหน้าสวยสะพรั่งในระยะใกล้ มันดูเหม่อลอยและตื่นตระหนกในคราเดียวกัน

คงมัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่ทันได้ฟังสิ่งที่ตาเฒ่านั่นพูดสินะ

‘เจ้าบ่าวเจ้าสาว จูบสาบานรักต่อกันได้’

ธอร์นึกประหลาดใจในความอดทนของตนเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้หมายมั่นจะพังงานอภิเษกให้มันพินาศสิ้นน่าแลกที่พิธีการสามารถล่วงเลยมาได้ถึงกาลนี้

ลมหายใจผ่อนเบาบางรอดมาจากกลีบปากสีสด ราวกับยังไม่ได้สติดีนัก ธอร์เองก็อดประหม่าไม่ได้ ปรามาสเขาไว้เสียมากแต่ร่ากายกลับมายืนกอดกันเป็นอัมพาตอยู่เสียนี่

ดวงตาสีเขียวสั่นระริก ไล่มองสำรวจร่างสูงสง่าในระยะใกล้ ร่องรอยจากการสู้รบยังมีให้เห็นและปากแผลของมันก็ยังไม่แห้งสนิทดีบ่งบอกว่าพึ่งผ่านศึกนี้มาไม่นานนัก มันยิ่งตอกย้ำว่าบาดแผลพวกนี้จะเกิดจากศึกใดไม่ได้เลยหากไม่ใช่ ที่ดินแดนน้ำแข็งเมื่อสามราตรีก่อน

ตึก ตึก

ทุกความคิดลอยเอื่อยเฉื่อยในหัว ต่างจากก้อนเนื้อในออกข้างซ้ายที่เต้นถี่รัวอย่างบ้าคลั่ง

เจ้าทำอะไรกับหัวใจข้ากันธอร์ โอดินสัน ใยเพียงแค่ถูกสัมผัสผิวเผินกลับร้อนดั่งไฟแผดเผาจนเชือนชาขนาดนี้

ไม่…ไม่ได้จะหวั่นไหวไม่ได้ นี่เป็นบุรุษที่ลาเวนนา…รัก

ดวงหน้าขาวขึ้นสีแดงระเรือต่างจากแววตาหม่นหมองที่ฉายชัดเพียงครู่และภาพนั้นก็เสมือนกรรไกรหั่นสัมปะชัญญะของผู้มองจนหมดสิ้น ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้าใกล้ก่อนกระซิบผะแผ่วเคลียใบหูเล็ก

“ขออภัยที่ต้องล่วงเกินเจ้า...ลาเวนนา” เสียงทุ้มต่ำพาให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหวกว่าเดิม ความร้อนฉ่ามลายหายไปยามนามที่เอื้อนเอ่ยไม่ใช่ของตน

“!!” ดวงตากลมเบิกกว้างยามรู้สึกถึงกลีบปากอุ่นทาบมาปิดสนิท มันอ่อนโยนดั่งสายลมพัดผ่าน

แฟนดรัลเสมองอีกฟากฝั่งด้วยความรู้สึกหลากหลาย

เฮฮ!

เสียงปรบมือแสดงความดีใจของพสกนิกรแดนเทพปลุกสติสัมปชัญญะของคนทั้งสองให้ผงะออกห่างจากกัน

“ขอประกาศให้เจ้าทั้งคู่เป็นคู่สามีภรรยากันนับแต่นี้สืบไป” จอมเวทยังดำรงสติและท่องบทบัญญัติต่อไปจนจบ เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วพร้อมน้ำเสียงตะโกนสรรเสริญเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งแอสการ์ดกึกก้องไปทั่ว

“เหอะ…” ธอร์สะบัดหัวไล่ความคิดประหลาดที่ตีวนกันยุ่งเหยิงในหัว ดวงตากวาดมองความดีใจของประชาชนแล้วอดจะยิ้มขำออกมาไม่ได้

แค่ข้าอภิเษกมันเป็นเรื่องน่าดีใจตรงไหนกันนะ

“!...” ความคิดหยุดชะงักยามรับรู้ถึงความอุ่นวาบในกายา ความเจ็บปวดจากแผลฉกรรจ์ที่อดทนอดกลั้นมาสามทิวาทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ มือใหญ่ยกขึ้นมองรอยคมจากดาบน้ำแข็งที่บาดสร้างแผลเป็นอนุสรณ์เอาไว้ด้วยแววตาทึ่ง

บาดแผลสมานตัวเข้าหากันราวกับเวทมนต์ ไม่เหลือแม้เพียงริ้วรอยแผลเป็นหรือกระทั่งความเจ็บปวดเสมือนไม่เคยเกิดบาดแผลใดมาก่อน นัยน์ตาสีฟ้าเงยขึ้นสบางเจ้าหญิงต่างเมืองซึ่งบัดนี้คือภรรยาตามขนบพิธีด้วยสายตาใคร่รู้

...เจ้าเป็นใครกันแน่

กลิ่นหอมเย้ายวนกลีบกุหลาบลอยแตะจมูก แม้นยามผละห่างจากร่างนั้นไปแล้ว ธอร์ยกมือแตะสัมผัสริมฝีปากตนช้าๆ

เจ้าหญิงไร้ซึ่งกุลสตรี กิิริยาท่าทางปะเปิ่นราวกับเจ้าหญิงฝึกหัด วาทศิลป์เสียดแทงเกินกว่าสตรีทางไหน…ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าน่าอภิรมย์ใจสักนิด

ร่างเทพแห่งสายฟ้านึกหาหลากหลายเหตุผลบอกตัวเองโดยแทบจะลืมตัวไปแล้วว่าเขาได้เผลอมองร่างที่ไม่น่าอภิรมย์ดังใจว่ามาพักใหญ่แล้ว

เสร็จสิ้นพิธีทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับเข้าที่พำนัก เจ้าหญิงคนงามถูกพาไปเตรียมอาบน้ำล้างวรกายโดยมีบรรดาสนมตระเตรียมอาภรณ์หลากสีสันไว้ให้มากมายจนโลกิได้แต่กุมขมับระอา

ยุ่งยาก…ข้าต้องอดทนกับการเป็นสตรีเพศไปอีกนานแค่ไหนกัน

ธอร์ออกมาดื่มด่ำน้ำเมาร่วมกับสหายตามวาระเกิดอยากจะเมาที่คิดขึ้นเอง ทุกคนมาบรรจบที่โต๊ะไม้ยาวตัวเดิม กระแสเสียงครื้นเครงดังไปทั่วท้องพระโรง จะมีเพียงแค่เเฟนดรัลเท่านั้นที่นั่งเหม่อลอยคิดอะไรเรื่อยเปื่อย

“ธอร์….ข้ามีเรื่องจะปรึกษามากับข้าหน่อยสิ” สุดท้ายก็จำใจเรียกคนที่ติดในห้วงความคิดมาพักใหญ่

เจ้าชายผู้ทำตัวสนุกสนานต่างจากใบหน้าบึ้งตึงก่อนพิธีลิบลับ สงสัยธอร์คงปลงตกกับบ่วงรัดคอที่เรียกว่าการอภิเษกได้แล้ว

แน่ล่ะ...สุราเข้าปากก็ลืมหมดทุกที

เทพเจ้าสายฟ้ายอมลุกออกไปแต่โดยดีท่ามกลางสายตาสงสัยใคร่รู้ของสหาย โดยเฉพาะแววตาจ้องลึกของซิฟที่มองตามจนแผ่นหลังของคนทั้งสองจนลับสายตา

หมู่นี้แอบปรึกษากันบ่อยจริงคู่นี้….หรือจะกินกันเอง?


เส้นคั่น.png


“ฮัดชิ้ววว!!!”  ธอร์ที่เดินตามออกมายังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดก็เกิดคัดจมูกจนต้องจามออกมาเสียงดัง

อะไร...ใครติฉินนินทาอะไรข้ารึเปล่าเนี่ย

“ธอร์ เจ้าจำหญิงงามที่ข้าตกหลุมรักได้หรือไม่?”  แฟนดรัลเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนผู้สดับฟังอดจะหัวเราะไม่ได้

“จำได้ซี่! ยักษ์ตัวฟ้า ความงามพิลึกพิลั่นที่ข้าไม่เคยเข้าใจ ฮะๆ”

“ข้าคิดว่าเจ้าหญิงลาเวนนาคือสตรีนางนั้น….” แฟนดรัลสวนประโยคชวนหัวพวกนั้นขึ้นมาเล่นเอาเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากหยุดชะงักกลางอากาศ

“..........เจ้าว่าไงนะ?”  

“เจ้าหญิงลาเวนนาคือสตรีที่ข้าบอกเจ้า” แม้นสีผิวและนัยน์ตาไม่ใช่แต่จะเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะมีบุคคลคล้ายคลึงกันจนเหมือนถอดแบบกันออกมาเช่นนี้ กษัตริย์ลาฟฟี่ก็บอกทั่วแดนดินว่ามีเพียงธิดาองค์เดียวและนางคือรัชทายาทผู้จะขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากตน

ธอร์กระพริบตาปริบปรับ รู้สึกถึงได้ถึงสติสัมปะชัญญะที่ถูกจิกกระชากกลับมาหลังจากเมามายอย่างหนัก ใจความจากสหายเหมือนคมหอกเล็กๆกรีดแทงลงบนอกจนหายใจไม่ทั่วท้อง ใบหน้ายิ้มแย้มดูปั้นแต่งสร้างยากขึ้นทุกทีเมื่อแฟนดรัลยังคงเอื้อนเอ่ยเจตนารมย์ต่อไป

“ไหนๆเจ้าก็ไม่ได้รักนาง ข้าอยากให้เจ้าช่วยให้ข้าสมหวัง ถึงเวลานั้นข้าจะช่วยหาวิธีถอดถอนหมั้นคืนอิสรภาพที่เจ้าใฝ่หาให้”



----------------------------------------------------------------------------------------------


มาอัพครบแล้วจ้า เหมือนพี่ธอร์จะดูงุนงงกับชีวิตตัวเองมาก จะเอาไงก็เอาพ่อกล้ามโต เพื่อนเค้าจริงจังกว่านายอีก ฮ่าๆ #หยาดหิมะ สุดท้ายฝากติชมเหมือนเคย 1 เม้น 1 ล้านกำลังใจจ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

913 ความคิดเห็น

  1. #909 panayjorn (@heawpanayjorn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 01:32
    เจ๋ง ขอกันตรงๆ ชัดเจน!!!
    #909
    0
  2. #893 Jennifer0412 (@Jennifer0412) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 15:33
    เอาแล้งวววว เข้าใจกันผิดไปใหญ่
    #893
    0
  3. #868 J'Sun (@lovelyztk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 03:06
    <p>รักกี่เศร้าคะเนี่ย อห.เข้าใจผิดทั้งคู่ ว่าแต่ซิฟคิดได้ไงคะ คิดเหมือนกันเลย 55555</p>
    #868
    0
  4. #847 Mamimilky (@Mamimilky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 08:18
    ไม่ใช่เว้ยยยยย คนละคนแล้วพี่มึ๊งงงง555555. ใจเย็นกันนะ แล้วน้องคือแบบ...จำผิดจากที่ลาเวนนาบอกผิดไปปปปป
    #847
    0
  5. #818 chs219 (@chs-kjd) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 13:03
    อ้าวๆแกร ผิดคนแล้วจ้าาาาา
    #818
    0
  6. #9 lonely you (@babylovely555) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 11:04
    รอต่อน้าๆๆ
    #9
    0