[จบ] Reverse 4 you ดาวบริวาร (Yuri)

ตอนที่ 15 : #15 ทุกอย่างต้องเป็นของโฟร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 461 ครั้ง
    24 ก.พ. 62



#15 ทุกอย่างต้องเป็นของโฟร์


        วันนี้ฉันหยุดเวลาแล้วกอดคนๆหนึ่งไว้แสนนาน กลิ่นหอมกรุ่นจางๆจากเสื้อเธอกระทบจมูกชวนให้ไม่อยากผละถอยไปไหน ฉันเหลือบมองเจ้าตัวเงินตัวทองที่ชื่อแองจี้ซึ่งกำลังค้างเติ่งในท่าจะกระโดดลงน้ำแล้วได้แต่หัวเราะออกมาลำพัง รู้สึกดีจัง มีความสุขเหี้ยๆ


        ถ้าโลกนี้หยุดความสุขไว้ตรงนี้ ไม่พานพบกับเรื่องเลวร้ายในอนาคตก็คงดีไม่น้อย


        เมื่อปล่อยให้เวลากลับมาเดินตามปกติ ใบหน้าของพี่โฟร์ก็เอี้ยวหันมองทางฉันพร้อมหางตาดุๆของเธอ


        ปล่อย


        ขอโทษค่ะฉันอมยิ้มกริ่ม รีบปล่อยแขนออกแล้วก้าวถอยหลัง มือเกาแก้มเลี่ยงสายตาจากคนที่หันมาเผชิญหน้ากัน ขวยเขินจังที่เปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองว่า วา


        คนตัวสูงกว่าเอียงคอพยายามชะเง้อมองสีหน้าฉันที่ก้มหลบ คิ้วของพี่โฟร์ขมวดเล็กน้อยเชิงสงสัย


        ไม่สบายเหรอ?


        เปล่าค่ะ ไม่ได้เป็นอะไร


        เป็น


        ไม่ได้เป็น


        เธอกำลังยิ้มเจ้าตัวกอดอก พยักหน้าขึ้นหนึ่งครั้งมาทางฉัน เธอเป็นบ้าอะไร?


        ไม่ได้เป็นบ้า ฉันชอบคุณ...


        ไว้เจอกันนะคะฉันตัดบทสนทนาดื้อๆแล้วหันหลังเตรียมจะหนีลอยตัวเหนือปัญหา ทว่าจู่ๆพี่โฟร์ก็เดินตามมาคว้ามือไว้อย่างไม่ทันตั้งตัวจนกลายเป็นว่าร่างหันไปหาเธอตามแรง ไม่รอให้ทันร้อง แอ๊ด้วยซ้ำ เสียงจริงจังก็พูดขึ้นก่อน


        ไปห้องพยาบาล


        เพียงคำพูดสั้นๆแกมออกคำสั่งของเธอ


        เดี๋ยวไปเพ้อกอดใครอีก


        ความรู้สึกของฉันเหมือนมีคนคอยเป็นห่วงอย่างจริงใจอย่างไรอย่างนั้น นอกจากน้องสาว และป้าตุ๋ยที่รู้จักกันมานาน ฉันก็ไม่คิดว่าใครจะฉายแววตาสนใจสภาวะร่างกายของฉันแบบนี้อีก


        มือของฉันเหงื่อออกเกร็งไปหมด มันไม่ได้นุ่มเหมือนกับนางเอกละคร ทั้งด้านแล้วก็มีรอยลอกบางนิ้ว ฉันไม่อยากให้พี่โฟร์รู้สึกไม่ดีตอนสัมผัสเลย ใครกันจะหลงมาชอบผู้หญิงที่ไม่ได้เหมือนดอกไม้อันอ่อนโยน


        นิ่งทำไม อย่าบอกนะว่าไปไม่ไหว


        คือ...


        จะให้พูดยังไงว่าไม่ได้เป็นอะไรเลย ปวดหลังนิดหน่อยแต่มันอาการประจำ ฝ่ามือของเธอที่จับไว้ต่างหากที่ทำให้ตีสีหน้าไม่ถูก ฉันก้มหน้าสลับกับคอยแอบช้อนตามองปฏิกิริยาสีหน้าคนตัวสูงกว่า เธอเลิกขมวดคิ้วแล้ว ตอนนี้วางหน้านิ่งแทน


        อย่าเฉยดิ ตกลงไหวไหม


        วาไม่ได้เป็นอะ-


        ถ้าไม่ไหว จะได้พาไปส่ง


        “…”


        จะไม่ไหวก็เพราะคุณนั่นแหละ...


        ขณะจะอ้าปากพูดกับพี่โฟร์ว่าตนก็อยากไปเอนหลังที่ห้องพยาบาลสักชั่วครู่ อยู่ๆความทรงจำในห้วงฝันก็แวบเข้ามา


        ในนั้นฉันร้องไห้ตอนไปเยี่ยมเถ้ากระดูกของน้องสาว


        วี่!


        คือวา มะ...ไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะ วาขอตัวก่อนนะคะ มีเรื่องด่วนต้องไปจัดการเดี๋ยวนี้เลยจำเป็นต้องชักมือออกจากความอุ่นของพี่โฟร์ ฉันผงกหัวขอโทษที่ทุกอย่างมันกะทันหัน แล้วหันหลังวิ่งเต็มฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังลานจอดรถมอเตอร์ไซค์


        ฉันอยากอยู่กับพี่โฟร์นะ อยากอยู่นานๆ แต่วี่นั้นสำคัญมากเพราะเรามีกันเพียงสองคนพี่น้อง ฉันทิ้งพี่เขาไว้ด้านหลังโดยไม่มีเวลาหันกลับไปมอง


        การขี่รถไปโทรศัพท์ไปอันตรายเสี่ยงตายใครก็รู้ ฉันทำมันครั้งแรกเพราะใจไปอยู่ที่โรงเรียนน้องสาวแล้วเรียบร้อย กว่าวี่จะกดรับสายหัวใจดวงนี้เต้นระทึกด้วยความกลัวแทบคลั่ง


        [อะไรเนี่ยพี่วา โทรมาไม หนูต้องขออนุญาตออกมาเข้าห้องน้ำเลยนะรู้ไหม]


        เก็บกระเป๋าไปรอหน้าห้องปกครอง เดี๋ยวพี่ไปรับ


        [ทำไมอะ-]


        มือรีบกดตัดสายแล้วยัดเครื่องมือสื่อสารเข้ากระเป๋า เร่งความเร็วบิดไปหาเธอ เรามีเรื่องต้องคุยกัน ฉันจำได้ว่าครั้งหนึ่งน้องเคยตัดพ้อทำนองว่าตัวเองอาจอยู่ไม่ถึงเรียนจบ ตอนนั้นไม่ได้เอะใจเลยปล่อยผ่าน แต่เมื่อบังเอิญฝันเห็นเหตุการณ์พวกนั้นแล้วฉันตงิดขึ้นมาว่า


        น้องอาจจะเห็นอนาคตอันเลวร้ายของตัวเอง


        เมื่อไปถึงโรงเรียน วี่สะพายกระเป๋าเป้สีดำยืนรออยู่หน้าห้องปกครองท่าทางงุนงงหนัก เธอเห็นฉันแล้วโบกมือส่งสัญญาณให้เข้าไปหา ฉันจอดรถ เดินเข้าไปข้างในพบกับอาจารย์ในห้องปกครองเพื่อทำเรื่องขอพาน้องไปธุระ อ้างว่าจะไปหาญาติ เสร็จแล้วขี่ออกมาจากตัวโรงเรียนได้สักพักเสียงใสของคนที่นั่งซ้อมท้ายก็ถามขึ้น


        มีอะไรเหรอพี่วา?


        คำพูดของฉันขาดห้วงในบางถ้อย วันนี้พี่ฝัน มันคงเกิดจากการที่เหตุการณ์พวกนั้นเคยเกิดขึ้นไปแล้วแต่ยังหลงเหลือในจิตใต้สำนึกขอบคุณที่การนั่งหน้าทำให้เธอไม่เห็นแววตาของฉัน พี่ฝันถึงพี่โฟร์ แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับเธอ


        แล้วไงคะ? เรื่องหนูมันมีอะไรสำคัญ


เธอรู้อยู่แก่ใจ แต่เธอไม่ยอมบอกพี่


        พี่วา หนูไม่เข้าใจที่พี่พูดค่ะ


        เข้าใจสิ!” อย่าร้องไห้นะจัตวา จะต้องเข้มแข็งให้น้องเห็นแม้ว่าชีวิตแม่งจะบัดซบแค่ไหน ฉันก็ยังต้องสู้กับไอ้เรื่องเวรนี่ พี่รู้ว่าเธอเห็นอนาคตของตัวเองเรื่องนั้น ทำไมเธอถึงไม่ยอมบอกเพื่อเราจะได้แก้ไขกัน!”


        เรื่องนั้นเองสินะ...เสียงน้องจางลง วี่เกยคางมายังไหล่ของฉัน ต่างไปจากทุกครั้ง ปกติเธอทำเช่นนี้เพราะออดอ้อน ครั้งนี้ดวงตาของคนอายุน้อยกว่าเหม่อมองไปด้านหน้าไร้จุดหมาย พี่เห็นว่าหนูตายก่อนเรียนจบใช่ไหมคะ...


        หัวใจจะรับเรื่องพวกนี้ไม่ไหวแล้ว แม่งเอ๊ย ทำไมฟ้าถึงลงโทษเรา


        ฉันกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก บอกพี่มาว่าเห็นอะไรบ้างในนิมิต


        ไม่เห็น


        โกหก!”


        หนูไม่ได้โกหกจริงๆค่ะพี่วา เพราะไม่เห็นตัวเองอยู่ในอนาคตที่ประสบความสำเร็จของพี่ เลยทำให้รู้ว่าคงจะตายไปก่อนหน้านั้นแล้ว


        ฉันฟังจบแล้วพยายามควบคุมลมหายใจให้ไม่กระชั้น น้องกอดฉันไว้เหมือนจะบอกว่ามันไม่เป็นอะไรหรอก แต่ใจกลับยิ่งโดนบีบเมื่อมันเป็นการย้ำว่าในอนาคตที่พยายามสร้างเนื้อสร้างตัว...อนาคตนั้นไม่มีน้องสาวที่ฉันรักเคียงข้างอยู่ด้วย


        จิตใต้สำนึกกรอซ้ำเหตุการณ์นั้นมาในฝัน รู้สึกแม่ง...เกลียดอนาคตตัวเองที่สุด


        พี่จะเปลี่ยนอนาคตของเธอฉันพูดเสียงแน่วแน่ ไม่ว่าจะเป็นยังไงหรือต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม เราสองคนจะอยู่ใช้ชีวิตที่สุขสบายกว่าตอนนี้ไปด้วยกัน


        พี่วา...


        อย่าทิ้งพี่ไปนะ


        วี่เงียบไปไม่ได้ให้คำตอบ แขนเธอกอดเอวกันให้แน่นขึ้นอีก ซุกใบหน้ามาที่ไหล่ฉันด้วยแรงสั่นสะท้านจากการสะอื้น น้องร้องไห้... อย่าร้องนะตัวเล็ก ใบหน้าเธอควรร้องไห้แค่ตอนที่มีความสุขก็พอ


ฉันเปลี่ยนความคิดที่จะกลับหอ ใช้นิ้วโป้งดันเปิดไฟเลี้ยวเตรียมเข้าสู่แยกซ้ายด้านหน้า น้องเคยบ่นว่าอยากดูหนังในโรงมากๆ เกิดมาเธอไม่เคยสัมผัสประสบการณ์นั้นเลย เงินที่ต้องประหยัดมีค่าทุกบาททุกสตางค์ก็จริง แต่จะมีค่ามากกว่าถ้าเราเอามาใช้ซื้อความสุขเล็กๆน้อยๆที่ไม่ได้มากมายกระทบอะไร


        วี่แปลกใจที่ฉันพามาห้างสรรพสินค้า เธอขยี้ใต้ตาเป็นเด็กๆขับไล่น้ำอุ่นออก แล้วกะพริบปริบๆมองกัน


        ที่นี่จะเปลี่ยนอนาคตเราได้เหรอ?


        เปล่าฉันส่ายหัวขณะล็อกคอรถมอเตอร์ไซค์ น้ำตาของตนแห้งไประหว่างทาง แม้จะยังร้องไห้ในใจอยู่ ฉันฝืนยิ้มบางๆให้เธอ ที่นี่แค่จะช่วยให้เรามีความสุขระหว่างรอแก้ไขปัญหาคนฟังยิ่งเอียงคอขมวดคิ้วสงสัยไปกันใหญ่เลยจำต้องอธิบายสั้นๆดูหนังกันยัยโง่


        น้องค่อนข้างแปลกใจว่าฉันเป็นอะไรไป เอาแต่บอกว่า หนูไม่ได้จะตายพรุ่งนี้สักหน่อย พี่ไม่ต้องเอาเงินมาใช้เรื่องนี้ก็ได้ฉันทำร่าเริงกลบ เดินไปซื้อตั๋วแบบเงอะงะไปสักหน่อยเพราะเป็นครั้งแรกของตนเช่นกัน ซื้อป๊อปคอร์นด้วยนะ ถึงจะไม่ได้ชอบกินและมันก็ราคาแพงราวกับคั่วมาจากอเมริกา แต่รู้ว่าวี่ชอบกินอะไรหวานๆ ยิ่งเป็นครั้งแรกของการดูหนังในโรงก็ต้องเพียบพร้อมสิ


        ในโรงหนาวกว่าแอร์ห้องเราเสียอีก


        มืดจังคนเสียงใสเอนตัวเข้าหาฉัน ท่ามกลางความมืดของจอที่ยังไม่เปิด


        เดี๋ยวเราซื้อปูไปทำมื้อเย็นกันเถอะ เธอต้องทำให้อร่อยล่ะ


        พี่พูดจริงดิ?


        อืม อยากกินมานานแล้วนี่


        วันนี้พี่วาเปย์เก่งที่สุดเลย! สัญญาเลยว่าจะทำอาหารให้สุดฝีมือ พี่กินแล้วต้องติดใจซื้อปูมาให้หนูทำอีกแน่นอน~”


        เปย์เก่งเหรอ... ไม่จริงหรอก ขอโทษนะที่พี่ให้เธอได้เท่านี้


        ถ้ามีรถยนต์ขับพาเธอไปเที่ยวในวันหยุด ก็คงดี


        ถ้ามีเงินพอเติมเต็มความสุขหลายๆอย่างที่ขาดไป ต้องวิเศษกว่านี้แน่ๆ


        และถ้าฝันนั้นเป็นเพียงฝันร้ายที่ไม่มีทางเป็นจริงได้ ฉันคงไม่ร้องขออะไรอีก


        ฉันหันมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนหน้าตาจิ้มลิ้ม ริมฝีปากเล็กๆของเธออมยิ้มมีความสุขยามดูหนังบนจอใหญ่ยักษ์ เด็กสาวผู้มีพลังเวลาเหมือนกันและเป็นอีกสายเลือดของฉัน แค่นึกถึงไอ้ฝันร้ายเวรๆนั่น ภายใต้ความสลัวในโรงภาพยนตร์น้ำตาก็ไหลออกมาเงียบๆอีกหนจากความรู้สึกกลัวสูญเสียเธอไป


        ได้แต่ก้มหน้า ถึงอย่างนั้นฉันไม่ยอมรับอนาคตนั่นหรอก


        อนาคตที่ไม่มีเธอ อนาคตที่ตัวเองเป็นคนไม่น่าคบหา...


        อยู่ๆสัมผัสอุ่นก็ทาบทับลงมาที่หลังมือ ฉันเงยขึ้นหันไปมองยัยตัวเล็กที่หน้าตรงมองจออยู่สนใจเนื้อเรื่องของหนัง เธอค่อยๆหันมาโดยรอยยิ้มปลอบใจยังประดับอยู่ ไม่ เป็น ไร...วี่ทำปากพูดเช่นนั้น ดวงตาปิดแทบมิดตอนยิ้มให้กว้างขึ้น


        จะไม่เป็นไรได้ยังไง


        ใดๆในโลก พี่ต้องการเธอมากที่สุด


        ความรักในรูปแบบที่มอบให้เธอมันไม่มีอะไรมาทดแทนได้ ไม่ใช่คนรัก แต่เป็นพี่น้องที่ผูกพันเกินกว่าจะรับการจากไปแบบนี้


        ตั้งสติเถอะจัตวา แกมีพรจากฟากฟ้า อนาคตจะต้องถูกแก้ไข นั่นอาจเป็นเหตุผลให้ฉันมีความสามารถควบคุมเวลา


        หลังจากหนังสามชั่วโมงกว่าสิ้นสุด เราสองคนเตร่เดินแทบครบทุกชั้นของห้าง ได้ปูมาสองตัวกับโต๊ะวางโน้ตบุ๊กพับได้แบกกลับมาหออย่างทุลักทุเลตอนเวลาประมาณเกือบหนึ่งทุ่ม ไม่ต้องห่วงเรื่องร้านก๋วยเตี๋ยว ฉันโทรไปลางานป้าตุ๋ยแล้ว


        เธอขึ้นไปเปิดห้องกับเคลียร์ที่เลย เดี๋ยวพี่แบกกล่องโต๊ะตามขึ้นไป


        ไม่เอา หนูแบกเองพูดจบไม่ขาดคำเจ้าตัวก็ก้าวลงจากรถ วิ่งแจ้นเริงระบำเข้าไปในตัวหอซะแล้ว ฉันตะโกนบอกให้น้องเดินขึ้นบันไดดีๆ อย่านะ อย่าหกล้มเป็นอะไรเชียวยัยตัวเล็ก ฉันชะเง้อมองให้ปลอดภัยพ้นสายตา ก่อนจะเปิดเบาะรถเพื่อเอากระเป๋าข้างใต้ออกมา


        ผู้หญิงแต่งตัวดีแต่ไม่คุ้นหน้าคนหนึ่งลงมาจากฝั่งคนขับของรถเก๋งญี่ปุ่นคันงามทรงสวยสีขาวที่จอดในล็อกถัดไป คนไม่คุ้น รถก็ไม่คุ้น รู้เพียงว่าเป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวกระชากอายุให้น้อยกว่าวัยพอตัว เธอกำลังต่อสายหาใครสักคนที่ไม่ยอมกดรับสักที เสียงส้นสูงกระแทกแรงเหมือนอารมณ์โมโหนั้นยิ่งทวีคูณ แล้วก็กำลังเดินขึ้นไปบนหอด้วย


        ฉันไม่ได้ใส่ใจ เธอคงมาหาใครมั้ง เพื่อน สามี หรือตามลูกกลับบ้าน ล็อกคอรถเสร็จฉันก็เดินเอื่อยๆขึ้นบันไดเพราะปวดหลัง มันเป็นอาการที่ออกจะน่ารำคาญไปสักหน่อยคงเพราะงานรับจ๊อบยกของชอบมาเป็นระยะไม่ประจำ เมื่อเดินมาถึงยังชั้นสาม สายตาก็พลันเห็นหญิงคนก่อนหน้าหยุดอยู่หน้าห้องพี่โฟร์


        เป็นอะไรกับคนของฉันน่ะ


        อย่าบอกว่าเลี้ยงต้อยเธอนะ


        ด้านหน้าหอแสงน้อยเลยเห็นหน้าไม่ชัด แต่ตรงทางเดินแบบนี้ชัดเจนเลย กางเกงสีขาวกับเข็มขัดเส้นเล็กนั่นดูเป็นแฟชั่นผู้ใหญ่ราคาเกินเอื้อมสำหรับคนธรรมดา ไหนจะเสื้อที่คลุมบ่าอีก ทำไมฉันรู้น่ะเหรอ อ๋อ คุณอย่าลืมว่าวันนี้ฉันไปเดินห้างกับน้องสาวมา ของพวกนี้แค่เห็นราคาก็ขนลุกแล้ว


        ระหว่างที่ฉันเดินมุ่งหน้าไปยังห้องของตนบ้าง หญิงปริศนาก็เคาะประตูห้องพี่โฟร์รัวๆ


        หมายถึง รัวแบบคนอารมณ์ร้อนจัด เสียงดังด้วยแรงโกรธ บางทีพี่โฟร์อาจไม่ชอบให้ใครมาเคาะใส่ก็เพราะเหตุนี้


        โฟร์ ออกมาคุยกับแม่เดี๋ยวนี้ ทำไมไม่ยอมรับโทรศัพท์!”


        แม่เหรอ? แม่เลี้ยงที่พี่เขาเคยบอกกับฉันสินะ ฉันคิดพลางหมุนลูกบิดเปิดประตูห้องทำเป็นไม่สนใจหญิงคนนั้นที่ยืนห่างไม่ไกล ทว่าเมื่อเข้าห้องตนเองมาและกำลังปิดประตูลงนั้น บังเอิญได้ยินประโยคสุดท้ายก่อนว่า


        ฉันเหนื่อยจะเล่นบทแม่เลี้ยงแสนดีกับแกแล้ว!


        หล่อนคิดว่าฉันไม่ได้ยิน เลยพูดประโยคที่ว่าได้เต็มปาก


-----


        ไม่เป็นมิตรกับพี่โฟร์...


        ฉันไม่ใช่คนชอบฟังเรื่องของคนอื่น มันไม่ได้ทำให้เงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นหรือได้คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม แต่คราวนี้เป็นเรื่องของพี่โฟร์ ฉะนั้นฉันจึงแง้มเปิดประตูออกพอให้เสียงเล็ดลอดเข้ามา แอบส่องสายตาข้างหนึ่งผ่านช่องว่างเล็กๆ


        หล่อนเคาะประตูต่อเนื่องจนดังน่ารำคาญหู สักพักคนด้านในก็ทนไม่ไหวจนต้องเปิดออก พี่โฟร์อยู่ในชุดเสื้อกล้ามกางเกงเลกกิ้ง มีผ้าขนหนูพาดบ่า เหงื่อออกคล้ายกำลังออกกำลังกายแต่ต้องถูกขัดจังหวะ และพอเห็นหน้าหญิงวัยกลางคนที่ว่า พี่โฟร์ก็ยิ้มยียวนใส่ทันที


        ดิ้นเป็นปลาโดนน้ำร้อนเลย มีเรื่องไม่สบายใจเหรอคะ?


เพี๊ยะ!


        หล่อนฟาดฝ่ามือไปยังแก้มซ้ายของคนที่เพิ่งพูดเสียงกวนประสาทจบ ฉันยกมือขึ้นปิดปากไม่ให้ตัวเองร้องอุทานหรือหายใจดัง เป็นรอยแล้ว...แก้มของคนรักในอนาคตฉันเป็นรอยเพิ่มอีกแล้ว


        แกพยายามดิ้นรนจะฟ้องศาลให้ย่าตัวเองเป็นคนไร้ความสามรถได้ ฉันก็ฟ้องได้เหมือนกันว่าแกมันเป็นหลานที่หนีออกมาอยู่ข้างนอกคนเดียวไม่เหลียวแลใครเลยในบ้าน คิดว่าตัวเองเก่งนักใช่ไหมที่ไปตามหาญาติคนอื่นๆมาคุยให้ยินยอมแล้วปกปิดฉันแบบนี้?


        “อืมคนหน้าหยิ่งพยักหน้าขึ้นรับ คุณว่าโฟร์เก่งไหมล่ะ


        “เด็กจัญไร…”


        “ไม่แย่เท่าเหตุผลที่คุณโดนถอนใบประกอบวิชาชีพการเป็นแพทย์หรอก


        ขณะฉันขมวดคิ้วแปลกใจกับปมปัญหาของครอบครัวนี้ หล่อนก็ฉุนขาดกระแทกลมหายใจเสียงดัง


        “ฮึ! งั้นเราจะได้รู้ว่าใครเก่งกว่ากัน


        “รู้อะไร? รู้ว่าแย่กว่าการที่โฟร์เป็นลูกเมียน้อย คือการที่ฟิล์มไม่ใช่ลูกแท้ๆของพ่อเหรอคะ?รอยยิ้มของคนพูดราวกับสมเพชคนเป็นผู้ใหญ่กว่า แววตาคู่นั้นมองแม่เลี้ยงตัวเองอย่างไม่ยี่หระ ตามกฎหมายแล้ว แบบนี้ทุกอย่างที่ฟิล์มจะได้ก็ต้องตกเป็นของโฟร์สิ พอเรื่องนี้ถูกแฉออกไป... โชคดีจังที่พ่อเซ็นรับโฟร์เป็นลูกถึงจะแบบจำใจก็ตาม


        “งี่เง่า


        “พูดเสียงสั่นเชียว นี่ขนาดศาลยังไม่ได้ตัดสินอะไรเลยนะคะ


        เสียงหล่อนกดต่ำ นังเด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง


        “...คนถูกต่อว่านิ่งฟังหน้าตาย ราวกับตลกต่อคำสบถจากปากแม่เลี้ยงที่พ่นออกมา


        “แกคือตัวภาระที่ทำให้นามสกุลเราดูสกปรก เด็กอย่างแกเหมาะจะอยู่กับแม่ที่หน้าเงินนั่นล่ะ


        แรงเกินไปแล้วนะ! คำพวกนั้นบาดลึกในใจของฉันทั้งที่ไม่ใช่คนโดนตอกเอง สีหน้าของหล่อนเป็นยังไงไม่อาจรู้เพราะเห็นเพียงด้านหลัง รู้แค่ว่าใบหน้าสวยของพี่โฟร์บัดนี้นั้นนิ่งมาก


        นิ่งจนเหมือนชาชิน


        นิ่งคล้ายกับได้ยินอะไรทำนองนี้มาตลอด


        “นอกจากเป็นกาฝากชั้นดีแล้ว แกก็ไม่มีอะไรดีอีก


        คราวนี้พี่โฟร์ค่อยๆเผยยิ้มที่ปั่นประสาทหนักกว่าเก่า พร้อมกับตอบรับเสียงเน้นทำให้คำจากแม่เลี้ยงที่กล่าวออกมามากมายนั้นช่างดูไร้ค่า


ค่ะ


        และคำทิ้งทวนก่อนจะปิดประตู


เจอกันอีกทีตอนโฟร์ยื่นเรื่องว่าฟิล์มไม่ใช่ลูกของพ่อนะ


        นี่ไม่ใช่ปัญหาครอบครัวเล็กๆน้อยๆแล้ว ถึงพี่โฟร์จะเคยเล่ามาบ้าง แต่ฉันไม่คิดว่าความสัมพันธ์ของเธอกับแม่เลี้ยงจะรังเกียจเดียดฉันท์กันมากขนาดนี้ และเพราะทั้งสองจบการสนทนาแล้ว ฝ่ายผู้ใหญ่กว่าเดินกระแทกส้นสูงจากไป พี่โฟร์เองก็ปิดประตูคงเพื่อกลับไปออกกำลังกายต่อ ฉันจึงปิดบานประตูและล็อกห้องอย่างเงียบๆ พอหมุนตัวเข้ามาด้านในก็แทบตกใจร้องเสียงหลง วี่กำลังกอดอกกระดิกเท้าจ้องเขม็งใส่


        แอบฟังอะไรน่ะ?


        “เรื่องของผู้ใหญ่


        พี่เองก็เด็กจะตาย ทำกับข้าวก็ไม่เป็น ซักผ้าก็ไม่เกลี้ยง ไหนจะซกมกชอบหมกถุงเท้าไว้ใต้เตียงจนหนูต้องตามเก็บไปซักอีก ดีนะยังรีดผ้าเก่ง


        “อย่าพูดเรื่องพวกนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด


        “เคๆ เห็นแก่ปู เรารู้กันสองคน คนทั้งโลกไม่รู้


        “ดีมาก


        “ว่าแต่ตกลงแล้วพี่แอบฟังอะไรคะ? เราไม่มีความลับต่อกันนะ


        เนื่องด้วยทางเลือกใช่จะมีมาก ฉันเองก็ไม่รู้จะปิดน้องสาวไปทำไมด้วยซ้ำ จึงถอนหายใจออกมาแล้วบอกจะเล่าให้ฟังตอนขณะนั่งมองยัยตัวเล็กทำอาหาร


เมื่อรับรู้อย่างละเอียดยิบทุกบทสนทนา วี่ตกใจกับเรื่องนี้เหมือนกัน เธอให้ความเห็นว่าปัญหาภายในครอบครัวพี่โฟร์นั้นเหมือนปัจจัยภูเขาน้ำแข็ง ฉันงงเป็นไก่ตาแตกว่าภูเขาแม่งเกี่ยวไร แล้วก็โดนยัยน้องด่าว่าโง่ก่อนจะอธิบายว่ามันคือปัญหาที่เราควบคุมหรือจัดการไม่ได้


        วี่หัวเราะคิกคัก...


        ฉันลืมเรื่องแม่เลี้ยงพี่โฟร์ไปอัตโนมัติยามที่ความฝันเมื่อกลางวันหวนมาในสมอง เธอจะอยู่กับฉันไปจนสิ้นสุดวันสุดท้ายของปี ไปทุกๆปีไหมนะ...


        ใจหายอีกแล้ว เราหยอกกันทุกวันแบบนี้ ขาดเธอไปฉันคง...


        ไม่ อย่าคิดแบบนั้นจัตวา ฉันสะบัดหัว ไม่ว่ายังไงก็ต้องเปลี่ยนแปลงอนาคตให้ได้ นั่นต่างหากเรื่องที่ควรคิด


        พี่วา! ฟังที่หนูพูดอยู่เปล่าเนี่ย ก้มหน้าก้มตาคิดอะไรอยู่?


        “ฮะ? เรียกพี่เหรอ? เมื่อกี้เธอว่าอะไรฉันเงยหน้ากลับมาสู่ปัจจุบัน เหมือนว่าวี่จะพูดอะไรบางอย่างในขณะที่ฉันเหม่อไปครู่หนึ่ง เธอจิ๊จ๊ะปาก เร่งไฟในกระทะแล้วกลับเข้าเรื่อง


        หนูถามว่าพี่ตกหลุมรักพี่โฟร์แล้วใช่ไหม ดูพี่จะสนใจในตัวเขามากกว่าครั้งก่อนๆ


        ตกหลุมรักแล้วใช่ไหมน่ะเหรอ...


        ฉันยกฝ่ามือทั้งสองข้างของตัวเองขึ้นมาดู มันไม่ได้นุ่มเนียนน่ากุม สากและลอกยังไงก็คงเดิมเช่นนั้น แต่วันนี้พี่โฟร์กลับจับโดนไม่เคลือบแคลงใจใดๆหรือคลายออกเมื่อสัมผัส ในขณะเดียวกันมือของเธอที่เป็นนักกีฬายังนุ่มกว่าเสียอีก ความรู้สึกประทับใจที่เกิดขึ้นในอกฉันนี่มันเรียกว่าอะไร ใช่ตกหลุมรักรึเปล่า?


        วี่แซวว่าฉันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หลบเลี่ยงการตอบคำถาม ไม่ใช่ซะหน่อย แค่นึกอะไรเพลินๆจนลืมตอบต่างหาก พอเห็นฉันพูดเรื่องอาหารค่ำกลบเกลื่อนเธอก็พูดประหนึ่งชวนคิดขึ้นมา


        พี่น่ะชอบพี่โฟร์ตั้งแต่มองโคมไฟดวงจันทร์นั่นทุกคืนแล้วมั้ง


        หืมม?


        ไม่สิ หนูว่าก่อนหน้านั้นอีกเธอว่าพลางใช้ตะหลิวชี้หน้าฉัน หรี่ตาเล็กๆนั่นลง พี่วาคนซึน


        “ซึนคืออะไร ศัพท์ใหม่ของวัยรุ่น ม.ปลายเหรอ


        ก่อนน้องจะกลอกตามองบนอย่างเอือมระอา แล้วยืนอธิบายว่าซึนแปลว่าคนที่รู้สึกอะไรในใจแต่ไม่ยอมแสดงออก ด่าตบท้ายอีกว่านี่ไม่ใช่ศัพท์ใหม่เลย มันถูกใช้มาตั้งนานแล้วไอ้พี่โง่!


        ก็มันไม่คุ้นหู ใครๆก็มีคำที่ไม่เคยได้ยินทั้งนั้น


        กับข้าวคืนนี้อร่อยมากๆ วี่ฝีมือไม่เคยตก ยิ่งกับวัตถุดิบใหม่ชั้นดีอย่างปูที่เธออยากลองลงมือทำมานาน ข้าวผัดปูเนื้อเน้นๆ ปูผัดผงกะหรี่ ส่วนอีกตัวนั้นแช่ตู้เย็นไว้ ฉันดื่มด่ำรสชาติแปลกใหม่ที่ต่างจากไข่เจียวหรือยำปลากระป๋อง มันอร่อยมากๆ อร่อยจนอยากซื้อให้เธอทำกับข้าวทุกวัน แต่ก็นั่นล่ะ เรามีขีดจำกัดเรื่องของเงิน


ความอ่อนแอก่อตัวทุกครั้งที่เด็กสาวตรงหน้าดูมีความสุข เธอฟังเพลงพลางล้างจาน เก็บข้าวของ ทำการบ้าน และให้อาหารทอดมันในตู้ซ้ำยังไม่วายพูดกับปลา วี่รักมันแล้ว สภาพนี้คงกินมันไม่ลงหรอก ค่อยโล่งใจเปราะหนึ่ง


ฉันกระซิบถามแผ่วเบาก่อนนอนว่าเธอกลัวมันไหม อนาคตว่างเปล่าที่มองไม่เห็นตัวเองน่ะ วี่ส่ายหน้าตาใสแจ๋ว


        ตอนนี้หนูอยู่กับพี่ พูดคุยกับพี่ นอนกับพี่ มีความสุขขนาดนี้ก็กลบความรู้สึกทุกอย่างไปหมดแล้ว


        “…”


        “อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้สิคะอีกครั้งที่มืออุ่นๆของน้องปลอบใจฉัน เธอใช้สองนิ้วทาบปากฉันไว้ด้วยสีหน้าร่าเริงเป็นต้นแบบ ยิ้มนะ ยิ้มเหมือนพริกติดฟันก็ได้


        “เด็กบ้า...


        “ตอนพี่บอกว่าจะแก้ไขปัญหาน่ะ หนูไว้ใจแล้วก็เชื่อว่าพี่ต้องช่วยได้แน่ๆค่ะ


        “…”


        “เพราะงั้นไม่ร้องน้า ขาพี่โฟร์ยังไม่หักได้ หนูเองก็คงไม่ตายเร็วๆนี้เหมือนกัน


        “อื้มฉันขานรับเสียงจวนเจียนจะหลั่งน้ำตาเต็มทน พี่จะทำให้ได้


        น้องฟังแล้วโอ๋ฉันเหมือนโอ๋เด็กๆ เธอกระแซะเข้ามากอด ซุกหน้าเนียนใสมาบนหมอนใบเดียวกัน ตุ๊กตาหมูเบียดเราอยู่ตรงกลาง วี่หลับง่าย เธอผล็อยหลับไปในที่สุด แต่ฉันที่นอนไม่หลับนั้นเอาแต่จ้องมองเธอ ลูบหัวเธอ และสัญญากับตัวเองซ้ำๆในใจว่าจะปกป้องเธอ


        ต้องทำให้ได้ดังพูด ยังไงฉันก็เคยเปลี่ยนอนาคตพี่โฟร์มาครั้งหนึ่งแล้ว


        ราตรีสวัสดิ์ ตัวเล็กของพี่



 

        วันถัดมาบังเอิญหรืออะไรไม่ทราบ ฉันและพี่โฟร์เราเปิดประตูห้องออกมาพร้อมกัน วี่ที่อยู่ข้างๆในชุดนักเรียนสะกิดแขนกันพร้อมหัวเราะคิกคักเหมือนจะย้ำว่ามันเป็นพรหมลิขิต ฉันขมวดคิ้วดุน้อง แต่ก็ต้องรีบคลายออกเมื่อเห็นสีหน้าหงอยๆ


        อย่ามาอ้อนหน่อยเลยน่า


หันกลับมายังคนอายุมากกว่าที่บังเอิญพานพบประสบเจอ ดวงตาเจ้าจักรวาลคู่นั้นที่ฉันไม่กล้าสบเพราะความขวยเขินจากการพุ่งพล่านไปกอดเจ้าตัวเขาเมื่อวาน พอตั้งใจลากคอน้องตัวดีเดินลงไปด้านล่างลานจอดรถ น้องมันก็ดันแหกปากเสียงหวานใสขึ้นมาก้องทางเดิน


        พี่โฟร์จ๋า หนูไม่เห็นรถพี่เลย สนใจซ้อนสามไปเรียนด้วยกันไหมเอ่ย?


        อิเด็กนี่หนิ! แกควรจะจำได้บ้างสิว่าเมื่อคืนฉันเล่าอะไรให้ฟัง!!


        กอดน่ะ ทั้งกอดทั้งแอบฟังเขาคุยปัญหาครอบครัว จะกล้านั่งไปด้วยกันโดยไม่มีพิรุธได้ยังไง


        ฉันหันไปยิ้มแห้งๆให้คนอายุมากกว่า ไปด้วยกันไหมคะ


        เวรเอ๊ย! แล้วนี่กูชวนซ้ำทำไมวะคะ


        ไปเถอะ สามคนเดี๋ยวตำรวจจับเธอตอบเสียงเรียบใบหน้าไม่ออกอาการใดๆ มือข้างหนึ่งถือสมุดเล่มบางเหมือนสำหรับจดเลกเชอร์ ขายาวๆภายใต้กางเกงสแลคแนบเนื้อก้าวนำล่วงหน้าไปตามทางเดิน ฉันหยิกแขนเนียนของเจ้าวี่ไปหนึ่งทีพร้อมถลึงตาดุอย่างอดไม่ได้ ยัยน้องปากสว่างยังยิ้มเกาแก้มแกรกๆไม่สลด


        ถ้าเขายอมไปด้วยจะทำยังไง ใจฉันเนี่ยจะทำยังไง


        เห็นว่าพี่โฟร์ไปแท็กซี่คันสีฟ้า ฉันว่าเธอต้องมีความเชื่อผิดๆที่ว่ามันแอร์เย็นกว่าสีอื่นเหมือนกันแน่ๆ


        ฉันมาส่งน้องสาวก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติประมาณ 5 นาที เรียกได้ว่าทันเหตุการณ์ ปกติไม่ว่าจะส่งช้าหรือเร็วฉันจะออกรถไปเลยเพราะมีธุระให้ทำต่อ เช่นการรีบไปขายแซนด์วิช แต่วันนี้หลังจากยัยตัวเล็กยกมือไหว้แล้วหันหลังเดินร่าเข้ารั้วโรงเรียนไป ฉันดับเครื่องลง นั่งบนรถมองเธอจนลับสายตาเท่าที่จะสามารถเห็นได้


        พี่รักเธอนะมากนะวี่ อะไรก็แทนหรือเทียบไม่ได้ ถ้าพี่ต้องเลือกระหว่างทุกอย่างบนโลกใบนี้ กับเธอ พี่เลือกเธอ


        บางทีถ้าจะเปลี่ยนอนาคตจริงๆ คงต้องให้ คนๆนั้นที่ย้อนเวลาให้โลกเราหมุนกลับได้ไกลกว่าฉันช่วยเหลือ ปัญหาคือฉันไม่รู้ว่าเขาหรือเธอเป็นใคร อยู่มุมไหนส่วนใดของโลก


        มันยากเหลือเกิน


        จนเย็นวันที่กองประกวดเรียกเหล่าดาวเดือนจากคณะต่างๆไปซ้อมการแสดงรวม เมื่อนั้นเองที่ข้อข้องใจของฉันถูกแทนที่ด้วยคำตอบ




----100%

ชอบเรื่องนี้ ฝากเม้นด้วยค่ะ


- เห็นมีนักอ่านสงสัยว่า การมองเห็นอนาคตเป็นความสามารถของวี่ แล้ววามีได้ไง?

ตอบ : จัตวาไม่ได้มีความสามารถมองเห็นนิมิตค่ะ จัตวาแค่ฝัน ฝันในส่วนนี้คือเป็นจิตใต้สำนึกจากการที่มันเคยเกิดขึ้นไปแล้วครั้งก่อนๆ อย่างที่วาได้บอกวี่เลยค่ะ


- ข้อต่อมา หลายๆคนไม่อยากให้วี่ตาย อันนี้ยังไม่สปอยใดๆเกี่ยวกับเนื้อเรื่องว่าจะช่วยได้ไหม แต่ปมตรงนี้เกี่ยวกับทั้งจัตวา โฟร์ และอีกบุคคล

บอกตรงๆเรื่องนี้แต่งยาก เล่นกับเวลา พอจัตวาหยุดเวลาแบบนี้ หลายๆอย่างมันก็กระทบเช่น จะแก่กว่าคนอื่นไหม? จะอายุสั้นไหม? หรือแท้จริงไม่มีผลอะไรเลย ต้องติดตาม


การกระทำหรือคำพูดเล็กๆจะส่งผลในอนาคตไหม? อันนี้แน่นอน สิ่งเล็กๆเปลี่ยนอนาคตทั้งหมดอยู่แล้ว เปลี่ยนเหตุการณ์ เปลี่ยนผู้คนรอบข้างที่รู้จักให้เป็นไม่เคยพบได้ และสุดท้ายอาจเปลี่ยนนิสัยของเรา


เรื่องเปิดพรีหนังสือ รอหน่อยนะคะ ไม่นานหรอก คือม่อนกำลังเร่งอยู่ แต่งถึงช่วงจัตวาและพี่โฟร์ในวัยทำงานแล้วค่ะ NC มากกว่าตอนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นวี่จะอยู่หรือไม่....แบร่! ไม่บอกหรอก


ปล.ทำไมมีคนโทษทอดมัน น้องอยู่ในตู้ว่ายน้ำเล่นเฉยๆแท้ๆ


ปล.2 ปลื้มปริ่มมากหลังหลายๆคนเดาทิศทาง จะบอกว่ามีคนถูกนิดหน่อย แต่ไม่ทั้งหมด


#ดบรว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 461 ครั้ง

2,135 ความคิดเห็น

  1. #1915 MeeEng (@Virin_thorn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 08:05
    ชอบตรงที่คุณมักจะมีประโยคที่โดนใจในแต่ละตอนเสมอ
    #1915
    0
  2. #1737 naphatss53 (@naphatss53) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 23:41

    อ่านแล้วร้องไห้เพราะวี่ วี่ต้องไม่เป็นอะไรนะลูก

    #1737
    0
  3. #1546 P.Witch (@punnypunyaporn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 03:43
    อ่านแล้วซึมเลย ยิ่งมีน้องสาวยิ่งอิน แงงงง
    #1546
    0
  4. #1147 Jan_24 (@Jan_24) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 22:34
    ชอบชื่อปลาจังเลยค่ะ ดูท่าอร่อย555555
    #1147
    0
  5. #1007 dream4try (@dream4try) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:19
    ความรู้สึกนี้เข้าใจนะ เพราะเราก็มีน้องสาว อ่านแล้วคิดถึงน้องเลยแหะ ก็มีกันอยู่แค่สองคนแล้วนี้พ่อแม่ก็ไม่มี มีกันอยู่แค่นี้จริงเป็นความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนและคงไม่สามารถหาอะไรทดแทนได้อีก
    #1007
    0
  6. #898 kawaii-8596 (@kawaii-8596) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 15:58
    อยากให้วี่อยู่ถึงตอนจบ
    รู้สึกหน่วงๆเลยตอนวาฝันถึงน้อง
    #898
    0
  7. #617 EuneunApink (@EuneunApink) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:54
    อ่านแล้วจุกอยู่ข้างใน
    แง
    #617
    0
  8. #616 Mink_Supapittt (@Mink_Supapittt) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:27

    ลุ้นหนักพอสมควร

    #616
    0
  9. #615 pokamon23 (@pokamon23) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:00
    ใครๆก็รักวี่
    #615
    0
  10. #614 Plarinz (@Plarinz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:22
    อ่านตอนนี้ น้ำตาคลอเลย สงสาร
    #614
    0
  11. #612 rungrungwong (@rungrungwong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:38
    คนๆนั้นต้องเป็นคนที่รักพี่4หรือวา หรือไม่ก้อวี่ป่าวนะเค้าอาจย้อนเวลามาช่วย
    #612
    0
  12. #611 rungrungwong (@rungrungwong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:37
    ใครๆๆๆๆ
    #611
    0
  13. #610 UMZ" (@umongzz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:38
    โอ่ยยยย​ กลัววีเป็นไรอะ
    นางเป็นน้องสาวที่น่ารักจริงๆนั
    หลงใหลตัวละครนี้
    #610
    0
  14. #609 Poizpoiz (@Poizpoiz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:38
    รอๆ

    #609
    0
  15. #608 kanyanat_mei (@kanyanat_mei) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:05
    ใครกันนะะะ
    #608
    0
  16. #607 WannapaWen (@WannapaWen) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:02
    ม่อนม่อนอย่าใจร้ายก็พอนะคะ เค้าอะ ทำใจกับอะไรยากมาก อ้อนๆค่ะ ฮืออ เเต่ชอบบ

    ม่อนเขียนเก่งมากก ไม่สับสนเลย
    #607
    0
  17. #606 MOOJIRA_2001 (@MOOJIRA_2001) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:26
    รอหนังสือนะคะะ
    #606
    0
  18. #605 Dal Vanto (@Vanto) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:07
    วี่ผู้น่ารัก และคนๆนั้นคือใคร?
    #605
    0
  19. #604 AnAnAnT (@antaot) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:59
    พ่อแหงๆที่ย้อนเวลาไปแก้ไขนานๆได้ เพราะไรท์เคยบอกป่ะว่าพ่อหายไปเพราะจะไปแก้ไขปัญหา
    #604
    0
  20. #603 KumaTaku (@varin499) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:15

    วี่นี่วอนโดนตีจริงๆ ปั่นพี่วาเหลือเกินน5555
    #สงสารวาอะ ต้องมากังวลมาคอยระแวงกับการเสียน้องไป ฮื่ออ ไรท์อย่าทำวี่เลยยT_T
    #603
    0
  21. #602 _Kannikar_ (@_Kannikar_) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:26
    หืมมม หมายความว่า เจอคนที่น้อนเวลาได้นานกว่าแล้วเหรอคะ หรือว่าจะรู้ว่าตัวเองนั่นแหละที่ย้อนได้นานมากขึ้น?
    #602
    0
  22. #601 TuewNapa (@TuewNapa) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:04
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #601
    0
  23. #599 whisky_801 (@whisky_801) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:01
    วี่ต้องไม่ตาย!!! น้ำตาไหลอีกแร้ว แงงง
    #599
    0
  24. #598 re.catzu (@Durecheff) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:58
    เส้าเลย
    #598
    0
  25. #597 praewdrw (@praewdrw) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:57
    แงงงอยากอ่านต่อละค่ะะ
    #597
    0