[จบ] Reverse 4 you ดาวบริวาร (Yuri)

ตอนที่ 8 : #8 ครึ่งเสี้ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 420 ครั้ง
    28 ม.ค. 62



#8 ครึ่งเสี้ยว


        ไม่โอเค ฉันไม่ยินดีกับตำแหน่งที่ถูกโหวตมา พอระบายเรื่องนี้ให้ขุนฟังเขาก็ผิวปากเป็นจังหวะเพลง บอกว่าดีแล้วไงที่ดาวกับเดือนสนิทกันแบบนี้ ย้ำบอกแล้วไงว่ามันไม่โอเค ฉันไม่ต้องการละทิ้งงานล้างจานในตอนเย็นมาซ้อมกิจกรรมอะไรทั้งนั้น


        เมื่อวี่รู้เรื่องนี้ เธออมยิ้ม และบอกว่าเห็นแล้วในนิมิต แต่ปิดไว้เซอร์ไพรส์


        ไม่เรียกเซอร์ไพรส์ พี่ไม่ดีใจกับตำแหน่งนี้


        ทำไมล่ะ การเป็นดาวคณะไม่ดีตรงไหน


        พี่ต้องทำงาน


        ไปทำวันที่ไม่มีซ้อมอะไรก็ได้


        แล้ววันที่ไม่ได้ไปทำก็แปลว่าเสียรายได้ ตอนนี้เราพึ่งตัวเองไม่มีใครมาช่วยเหลือแล้วนะ อย่าลืมสิ


        น้องดูไม่เครียดตามที่ฉันบิ้วอารมณ์เลย พี่คิดดูให้ดีๆ ถ้าพี่ชนะในระดับดาวมหาลัย เงินรางวัลน่าจะมากพอชดเชยเวลาที่เสียไป ไม่สิ มากกว่าเยอะเลยแหละ


        แต่พี่ไม่ได้สวยเหมือนคนอื่นเขา ความสามารถก็มีแค่ควบคุมเวลา เอามันไปโชว์ไม่ได้ด้วยซ้ำ แบบนี้จะเอาอะไรไปสู้ แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้ว พี่มันขนมจีนเปล่าๆ


        อะไรคือขนมจีนเปล่าๆ?


        ไร้น้ำยา


        เอิ่ม...เดี๋ยวนี้มีความพยายามเล่นมุก ขำให้ก็ได้ แฮะๆ


        วี่แสยะยิ้ม ฝืนสุด ไอ้บอทคอร์กี้ที่ชื่อขุนทำแป้กตามอีกคนแล้วไง


        แต่หลายๆคนชอบยิ้มของพี่นะ


        เฮอะ! เธอบอกเองว่าพี่ยิ้มเหมือนพริกติดฟันหนิ


        นั่นมันสีหน้าตอนพี่ยิ้มแห้งๆวี่รีบแก้ต่าง เอาเป็นว่าไหนๆก็ได้เป็นดาวคณะแล้ว พี่ต้องคว้ามงมาให้ได้ โอเค๊?


        ไม่โอเค


        ใช่ ฉันไม่โอเคเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรำคาญหน้าแป้นแล้นของวี่จนหนีออกมายืนริมระเบียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเจอข้อความจากขุนก็เซ็งหนักกว่าเก่า เขายังยืนยันคำเดิมว่าดีใจมากที่ดาวคือเพื่อนอย่างฉัน จะได้ไม่น่าเบื่อ ฉันสิเบื่อแทน


        จ๊ะเอ๋ หนีหนูเหรอ


        โอ้ย วี่นี่ก็ตามมากอดเอวจากด้านหลังทำตาใสแจ๋ว ฉันหันไปขมวดคิ้วใส่


        อะไร?


        เมื่อกี้เห็นนิมิต


        เห็นอะไรล่ะ


        พี่โฟร์อยู่บนดาดฟ้าหอ


        “…”


        เวลาสี่ทุ่มสิบนาที สังเกตจากนาฬิกาบนข้อมือเขานะ


        เขาขึ้นไปทำอะไรบนนั้น


        ไม่รู้สิ เขานั่งอยู่ที่ขอบ แววตาดูเศร้าๆ เหม่อมองดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว ท้องฟ้ากลางคืนสวยมากๆเลย เสียตรงดาวน้อยไปหน่อยประโยคหลังคล้ายจะเป็นเพียงความคิดเห็น


        ฉันลดโทรศัพท์ในมือลง เงยหน้ามองดวงจันทร์ของวันนี้ มันปรากฏลักษณะครึ่งเสี้ยวไร้ดาวเข้าใกล้ มีเงาของเมฆอยู่ไม่ไกลจึงทำให้คืนนี้ยิ่งมืดสลัวไปกว่าเดิมอีก สายตาเลื่อนลงต่ำพลางพูดเสียงเรียบ


        ช่างเถอะ เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา


        แต่เขาเป็นคนรักในอนาคตของพี่นะคะ


        อนาคตมันเปลี่ยนกันได้ ไม่เห็นเหรอว่าแทนที่เขาจะขาหัก พี่ก็ช่วยให้เหตุการณ์นั้นไม่เกิดขึ้น


        พี่จะไม่แคร์จริงๆเหรอถ้าพี่โฟร์ฆ่าตัวตาย?


        “…”


        ต่อให้คนๆนั้นจะอยู่เคียงข้างพี่ในวันแรกที่สู้คดีแพ้ในศาลน่ะนะ


        ฉันเงียบไปครู่ใหญ่ วี่ยังจ้องตามาเพื่อรอคำตอบ มันค่อนข้างเป็นอะไรที่อธิบายยาก ฉันจึงทำเป็นเสียงเย็นชาแล้วตอบน้องไปโดยไม่สบตาคู่นั้น ก็มันยังไม่เคยเกิดขึ้น ตอนนี้พี่จะรู้สึกเฉยๆกับเขาก็ไม่แปลก


        ไม่หรอก เป็นเพียงข้ออ้างเพราะตอบอะไรไม่ถูกเท่านั้นล่ะ


        ฉันสนใจเรื่องแตงกวาดองในเบอร์เกอร์ของผู้หญิงคนนั้น สนใจทักไปถามเพื่อนในเซคว่ารู้จักเธอมากน้อยแค่ไหน น่าเบื่อตัวเองที่กรอดูคลิปพี่กี้โดนทำร้ายซ้ำๆ โฟร์คนๆนี้น่าสนใจได้ยังไง พี่ปีสอง พี่เอส นามสมมติ บอกว่าเธอเคยโดนบีบคางขู่ไม่ให้เอาเรื่องความลับในสี่อสรพิษไปป่าวประกาศ


        น่ากลัว ในขณะที่น่าค้นหาว่าเพราะอะไร



 

21.55 น.


        หน้าปัดนาฬิกาเรือนเล็กเรืองแสงได้ที่ตั้งอยู่หัวเตียงบอกเวลาเกือบสี่ทุ่มเข้ามาทุกที ฉันจ้องเข็มวินาทีเคลื่อนเดินทางเป็นวงกลม ได้ยินเสียงลมหายใจของน้องสาวดังเบาๆเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เธอกอดตุ๊กตาหมูตัวโปรดยามหลับ ขายกเกยเกือบถึงเอวของฉัน


        พี่โฟร์จะขึ้นไปทำอะไรที่ดาดฟ้ากัน ความสงสัยนี้วนไปพร้อมเข็มนาฬิกา


22.05 น.


        สี่ทุ่นกว่าจนได้ ฉันชั่งน้ำหนักความคิดไปมา เอาขาของวี่ที่เกยเอวออก ลุกขึ้นนั่งแล้วสางผมให้เรียบจากการชี้ฟูไปบ้าง


        เอาวะ ขึ้นก็ขึ้น คงไม่ดูแส่มากไปหรอก ถ้าเธอคิดสั้นโดดลงไปฉันจะรู้สึกผิดที่นอนอยู่ในห้องเฉยๆ

22.09 น.


        ที่ดาดฟ้าชั้น 5 แค่เปิดประตูออกไปหน้าก็ปะทะเข้ากับอากาศหนาวของระดับความสูง ข้างบนนี้เป็นพื้นที่โล่งๆที่มีแท็งก์น้ำกับเฟอร์นิเจอร์สภาพดีไม่ใช้แล้วอีกสองสามตัวกองที่มุม หญิงสาวผู้เป็นหลุมดำของมหาวิทยาลัยนั่งอยู่ตรงขอบดาดฟ้าตามคำที่น้องสาวฉันบอกเล่า มือซ้ายถือกระป๋องเบียร์ก่อนจะกระดกกิน


ฉันเดินไปหาพี่โฟร์ เธอบ้าไปแล้ว


        นั่งขอบดาดฟ้าแล้วกินเบียร์ กลัวไม่ตกลงไปหรือยังไงคะ?


        เจ้าตัวแปลกใจที่เห็นฉันมายืนตรงนี้ เธอหันมามองอย่างไม่สบอารมณ์ ลดเบียร์ในมือลง


        ยุ่งไรวะ


        อ่าฉันพยักหน้าพึมพำกับตัวเอง เมาแล้วใช่ไหมเนี่ย


        แล้วยุ่งอะไรด้วย


        เมาแล้วก็ไปนอนในห้องสิ มานั่งตรงนี้ทำไม


        เธอแม่งน่าโมโหว่ะ คราวก่อนก็มาขอให้ไม่ลงแข่งวิ่ง คราวนี้ก็โผล่หน้ามาตอนอยากอยู่คนเดียว ขึ้นมาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย ไป!”


        หนูก็แค่อยากขึ้นมามองดวงจันทร์สวยๆ ถ้ารู้ว่ามีคนใจร้ายนั่งอยู่คงไม่ขึ้นมาให้เสียเวลาหรอก


        เอาสิจัตวา เถียงเข้าไปให้เสี่ยงโดนตบหน้า ฉันรู้ตัวว่าเคืองเกินเบอร์ไปหน่อยจึงรีบเอามือปิดปากตัวเองไว้ ไม่ทันแล้วเพราะคิ้วขวาของคนสีหน้าค่าตาไม่เป็นมิตรกระตุกหนึ่งที แววตาเธอบ่งชี้ชัดว่าไม่เชื่อคำโกหกของฉัน


        ระเบียงก็หันไปทางดวงจันทร์ จะขึ้นมาดูบนนี้หาอะไร


        เพราะบนนี้มีจักรวาลด้วยล่ะมั้ง... แล้วฉันก็แค่กลัวเสียจักรวาลไป


        สูงกว่ามันก็สวยกว่าฉันตอบออกไปแบบรวบรัด เท้าคางไปกับขอบปูน แหงนมองดาวบนท้องฟ้าที่มีเพียงนิดเพราะโดนบดบัง


พี่โฟร์ใช้สายตาดุๆคู่นั้นจ้องฉันเพื่อไล่อยู่นานพอตัว พอไม่ได้ผลจึงเดาะลิ้นอย่างถูกขัดใจ ยกเบียร์กระดกอีกยก แล้วเงยหน้าเหม่อมองจันทร์ต่อ มันให้ความรู้สึกนานทีเดียวกับอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ รอบข้างก็เงียบ จนตอนที่เธอเอ่ยขึ้น


        ทำไม


        คะ?ฉันนึกสงสัย ทำไมอะไร ทำไมเกี่ยวกับใคร


        ทำไมถึงไม่อยากให้ลงแข่งวิ่ง


อ่อ เรื่องนี้นั่นเอง


        เด็กพละจ้างมาสินะ


        ไม่ใช่!” เสียงมันออกไปเองอัตโนมัติ ไม่อยากให้คู่สนทนาเข้าใจผิด รู้ตัวว่าดูน่าสงสัยกว่าเดิมจึงรีบลดน้ำเสียงลง เพราะมองเห็นภาพตอนพี่ล้มในอนาคตล่ะมั้งคะ


        ข้ออ้างไม่แปลกไปหน่อยเหรอ


        ได้ยินแล้วหันมาจ้องเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอเขม็งทันที แปลกตรงไหน?


        ก็พูดเหมือนเป็นห่วง


        ...ฉันไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไป ให้อธิบายว่าย้อนเวลาจากสิบนาทีก่อนหน้าเพื่อแก้ไขเหตุการณ์ ก็ฟังดูแฟนตาซีเกินไป ใครจะไปเชื่อ


        เหมือนเบียร์ของพี่โฟร์จะหมด เธอเอากระป๋องเปล่าๆวางไว้อีกข้างที่ฉันไม่ได้ยืนอยู่ แล้วเอื้อมหยิบกระป๋องใหม่ที่ตั้งเรียงราย ณ ขอบปูนมาเปิดฝาพลางมองหน้าฉันตอบ


        กี้จ้างเธอ ยอมรับมา


        ทำไม...


        ทำไมฉันถึงรู้น่ะเหรอ


        ทำไมพี่ถึงไม่ยอมออกจากจุดสตาร์ต ถ้าคิดว่ามีคนจ้างหนูมาแต่แรก


        “…” เจ้าตัวถึงทางตันบ้าง เปลือกตาหรี่ลงไม่รู้ว่าง่วง หาเรื่อง หรือแค่เพ่งมองให้ชัดกว่าเดิม ฉันยังคงไม่ไหวติง กล้าสบประสานสายตาตอบโดยไม่สนว่าผู้หญิงตรงหน้านี้จะเคยฟาดแรงหนักหน่วงบนแก้มของใครมาก่อนบ้าง ไม่อยากพูดด้วยแล้วพี่โฟร์บอกแบบนั้น มองดวงจันทร์ให้พอใจเถอะ


        คนขายาวยอมเลิกทำอะไรสุ่มเสี่ยงเช่นการนั่งห้อยขาไปกับขอบดาดฟ้า เธอหมุนตัวกลับมา เหยียดเท้ายืนเต็มความสูงในชุดเดียวกับที่เห็นในมหาวิทยาลัยเมื่อกลางวัน มือซ้ายกำกระป๋องเบียร์ที่ยังไม่หมดไว้ไม่แน่นมาก หางตาเรียวปรายมองยังกระป๋องอื่นๆที่เกลี้ยงแล้ว


        ฝากทิ้งขยะด้วยละกัน


        ฉันมองจนพี่โฟร์เดินพ้นสายตา ประตูสีครีมบานนั้นแง้มไว้หน่อยๆเหมือนรอให้ฉันเดินกลับลงไปเช่นกัน วันนี้ไม่เห็นจักรวาลในแววตาของเธอเลย มันถูกบดบังด้วยเมฆหมอกบางอย่างเหมือนกับดวงดาวบนฟ้า


        มองความงดงามของจันทร์ครึ่งเสี้ยวไม่กี่นาที มันก็สวยดีนะมองมุมโล่งๆแบบนี้ แต่อยู่คนเดียวแล้วออกจะเหงาไปสักหน่อย ฉันเดินไปไล่เก็บกระป๋องเบียร์เปล่าๆทั้งหมด 3 กระป๋องเผื่อว่าจะเอาไปชั่งกิโลขาย คนบ้าอะไรกินของมึนเมาบนพื้นที่เสี่ยงตาย ชะโงกมองด้านล่างแล้วไม่น่าชมเลย


        เธอคงอยากร่วงลงไปที่พื้นแข็งๆนั่น แต่ฉันปรากฏตัวขึ้นมาเสียก่อน แววตาเศร้าๆที่วี่เห็น จึงได้ถูกเปลี่ยนเป็นเคืองฉันแทน


---


 

        จนกว่าคณะอื่นจะประกวดดาวเดือนคณะกันเสร็จ คณะเราก็ว่างขุนพูดอย่างโล่งอกที่วันนี้ยังไม่มีกิจกรรมอะไรมาแทรก เขาสนใจจอขนาดใหญ่บนหน้าห้องเรียนต่อ


        ดาวเดือนคณะอื่นต่างประชันกันในระดับสาขาเพื่อแย่งเป็นตัวแทนคณะเข้ามาแข่งรอบมหาวิทยาลัย พวกเราว่างจริงๆนั่นล่ะในช่วงนี้ พี่ๆดึงเข้ากรุ๊ปไลน์ไว้ สั่งว่าถ้าต้องการตัวจะทักมา ขุนมีโซเชียลไว้ประดับพอร์ตโฟลิโอ ทวิตเตอร์เขามีฉันเท่านั้นที่รู้ตัวตน เขาไม่เคยตอบไลน์ใครหรอกแม้แต่ส่งเกมเศรษฐีก็ไม่เคย


        วิชารวมในคลาสเช้าบังเอิญเจอโจอี้ด้วย เขาไม่สนใจอาจารย์พูด เอาแต่ก้มหน้าลิสต์รายชื่อเกมที่จะซื้อบนสตรีมในเดือนนี้ จังหวะที่อาจารย์ขอเวลานอกเพื่อหาไฟล์แบบฝึกหัดท้ายบท ฉันก็ละความสนใจมากระซิบถามเพื่อนผู้ไม่ค่อยพูดจา


        นายเรียนสาขาอะไรนะ โจอี้


        “การตลาด เขาใช้ปากกาแดงวงไปสองเกม จะถามถึงพี่โฟร์อีกเหรอ ผมไม่ค่อยเจอหรอก เขาปีสี่ ไม่ได้เรียนแน่นแบบเราๆ


        ฉันทำไก๋ พยักหน้าทำนองสนใจไม่ได้มากมาย หันกลับมาก็แทบหงายหลังเพราะหน้าหล่อๆของขุนยื่นเข้ามาใกล้อย่างจับผิด


        มึงถามถึงพี่โฟร์อีกแล้ว


        “เรื่องของกูป่ะ


        “เล่าครับ คุณจัตวา


        “เล่า?


        ใช่ ไหนเล่าให้เพื่อนฟังหน่อยว่าถามถึงทำไม


        ฉันยิ้มแห้งๆเหมือนพริกติดฟัน ประมวลเหตุการณ์ว่าจะเล่าขอบเขตตรงไหนดีไม่ให้กระทบกับเรื่องความสามารถพิเศษ แล้วฉันก็บอกสั้นๆว่าพี่เขาอยู่หอเดียวกัน ห้องตรงข้าม เท่านั้นขุนก็ตื่นเต้นเกินหน้าเกินตาแล้ว


        อย่าไปยุ่งมากล่ะมึง โดนตบขึ้นมาจะ-


        “มองคนอื่นในแง่ร้ายไปไหมถามจริง


        “ปกป้องคนนอกทำไมอะ นี่เพื่อนไง


        “ไม่ได้ปกป้อง แค่พูดว่ามึงมองโลกในแง่ร้ายฉันพูดเสียงแข็งใส่เขา คลิปที่เอามาให้ดูแค่นาทีกว่า มันบอกได้ทุกอย่างยันชื่อพ่อแม่หรือนิสัยส่วนตัวเลยรึไงวะ?


        “พักนี้คุณกวนตีนผมบ่อยนะครับคุณจัตวา


        “เคยบอกเองนี่ว่าใส่ได้เต็มที่


        “เรื่องรุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นจริงจังนะเนี่ย ไม่อยากให้ไปยุ่งหรือเฉียดเข้าใกล้จริงๆ กลัวคุณมึงอะโดนทำร้าย


        “ก็ไม่ได้ยุ่งอะไร เราอยู่ห้องตรงข้ามกันแบบบังเอิญ กูเลือกได้ที่ไหน


        “แค่นั้น? ไม่ได้สนใจอะไรเลย?


        “ไม่ส่ายหน้าด้วย เอาสิ เชื่อไม่เชื่อ


        “โกหก


        “ไปโกหกอะไรมึงอีก?


        “เพราะกูจำตอนแข่งวิ่งคัดนักกีฬากรีฑาขึ้นมาได้ ผู้หญิงลู่วิ่งที่ 4 ไม่ยอมออกจากจุดสตาร์ตคนนั้นคือพี่โฟร์นั่นเอง เหตุผลที่วิ่งไปหน้าตาตั้งเป็นเพราะจะไปหาเขาเหรอ นี่นอกจากมีรสนิยม Bad เหี้ยๆ แล้วมึงยัง...เป็นเลสเบี้-


        “หุบปาก! กูรู้แล้วทำไมพ่องหรือแม่งตั้งชื่อมึงว่าขุน เพราะพูดมากเป็นเจ้าขุนทองแบบนี้ไง


        โดนมองด้วยตาเขียวปั๊ด ชายหนุ่มหน้าตาดีที่แสนรู้ก็ยอมลดราไปบ่นงุบงิบพอได้ยินคนเดียวแทน แต่ถึงยังไงไอ้เพื่อนบ้าก็หลุดคำหนึ่งมาเสียงเดซิเบลดังเกินกว่าจะพูดคนเดียว เขาเหมือนต้องการให้ฉันได้ยิน


        ทำตัวเป็นดวงจันทร์ไปได้...


        ดวงจันทร์ทำไม ดวงจันทร์มันทำไมล่ะ?


        ดวงจันทร์สวยจะตายไม่คล้ายกับฉันหรอก


        แล้วดวงจันทร์ก็มีหน้าที่ประจำถาวรและยิ่งใหญ่อย่างการโคจรรอบโลก...เพราะเป็นดาวบริวาร



 

        ภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ฉันไม่ค่อยถนัด ช่วงก่อนสอบเข้าได้มีโอกาสอ่านหนังสือหลักสูตรนิติศาสตร์ เขาว่าภาษาต่างประเทศนั้นสำคัญกับเราในสายอาชีพนี้ จะไปยืนเด๋องงเยส โน โอเค เรียลลี้? คงไม่ได้


        ขุนสมัครคอร์สติวเข้มเอาไว้เพราะพ่อสั่ง(แหงล่ะ) เขาไม่เก่งภาษาเหมือนกัน โชคดีที่มีเงินพอจะรังสรรค์สิ่งเหล่านั้นได้ ไหนใครบอกว่าเงินซื้อทุกอย่างไม่ได้ในโลก


        ส่วนฉันเหรอ ฉันไปปรึกษาอาจารย์ภาษาอังกฤษที่ท่าทางใจดีมา เนื่องจากเข้าหาผู้ใหญ่บ่อยเลยมีทักษะการเล่าเรื่องให้เหมือนขอความคิดเห็น อาจารย์แนะนำการจำศัพท์ก่อน บอกว่าควรเริ่มตั้งแต่ปีหนึ่งแบบไม่เร่งรีบ แต่จดจำอย่างสม่ำเสมอ ท่านแนะนำชื่อหนังสือนิยายน้ำดีภาษาอังกฤษมาหนึ่งเล่ม ให้ไปหาซื้อหรือยืมที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัย โดยกล่าวว่าเล่มนี้คำศัพท์ไม่ยากเกินไป ลองแกะแต่ละประโยคดู


        ฉันขอบคุณอาจารย์ บ่ายวันนั้นจึงแวะไปห้องสมุดแอร์เย็นฉ่ำ ห้องสมุดที่นี่มีหลายชั้นแถมมีลิฟต์ด้วย นี่มันเข้าใกล้ความรวยอีกแล้วนะ


        นิยายต่างประเทศอยู่ล็อกนั้นจ้ะ ดูเนื้อในดีๆนะ บางทีชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษแต่เป็นนิยายของประเทศอื่นก็มี


        “ค่ะ ขอบคุณค่ะ


        ฉันยิ้มให้บรรณารักษ์สาว เดินไปตามที่พี่เขาบอก


        ‘Mr. If Not Now, Then When?อยู่ตรงไหนกันนะ


        ยีนส์


        ไล่นิ้วไปตามสันหนังสืออย่างขะมักเขม้น เสียงจากอีกฝั่งชั้นก็ดังขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ย ฉันสะดุ้งเบาๆดีที่ไม่เผลอร้อง แอ๊ฟังคำเดียวสั้นๆก็จำได้ทันทีว่าผู้หญิงที่เอ่ยเรียกชื่อคนอื่นนี้คือมือตบพระกาฬห้องตรงข้ามฉัน มีเหตุอันใดต้องจำเสียงพี่โฟร์ไม่ได้ เราคุยกันเมื่อคืน


นี่ใช่เล่มที่มึงหาไหมพี่โฟร์ถามยาวขึ้น คราวนี้มีเสียงฝีเท้าดังเหมือนใครสักคนเดินเข้าหาเธอ


        ใช่ แต่กูมองหาเล่ม 2 นี่มันเล่ม 1


        ฉิบหายแล้วกลุ่มเพื่อนของเขาแน่ๆ! ฟังน้ำเสียงยังรู้เลยว่าไม่เป็นมิตรกับสิ่งรอบด้าน ฉันว่าจะเลี่ยงไปล็อกอื่นก่อนแล้วค่อยกลับมาหาใหม่ท่าจะดีกว่า แต่แล้วพี่โฟร์ที่อาจคิดว่าปลอดผู้คนก็เอ่ยถามเพื่อนชื่อยีนส์ของเธอนอกประเด็น


        มึง


        “ว่า?


        มึงเคยรู้สึกแปลกๆไหมวะ


        “รู้สึกอะไร ปวดขี้ก็ขนลุก


        “ตลกแดกเหรอ เดี๋ยวตบหงายหรอก


        อิเชี้ย! กลัวแล้ว นึกภาพออกเลย ใครจะอยู่ก็อยู่แต่จัตวาไม่อยู่!!


        ก่อนจะทันพ้นล็อกหนังสือนั้น ได้ยินเสียงผู้หญิงที่ชื่อยีนส์หัวเราะ ว่าแต่รู้สึกแปลกที่ว่าเนี่ยอะไร?


        “เดจาวู


        เท้าของฉันหยุดกึก ใบหน้าไม่เฉลียวมอง แต่โสตประสาทรอรับฟังพี่โฟร์พูดต่อ


        กูเดจาวูบ่อยๆ


        “ใครก็เคยเดจาวูทั้งนั้น มันเป็นอาการของสมองที่เราคิดไปเองว่าสิ่งๆนี้เกิดไปแล้ว แต่ความจริงก็อย่างที่บอก มึงแค่คิดไปเอง


        “ไม่ กูไม่ได้รู้สึกแบบนั้น


        “แล้วมึงรู้สึกยังไง


        “รู้สึกเหมือนรู้จักคนๆนึงมาก่อน ทั้งที่ความจริงเพิ่งรู้ชื่อเมื่อไม่นานมานี้


ตึกตัก!


        เสียงหัวใจสูบฉีดหล่อเลี้ยงเลือดรู้สึกได้ชัด


        พี่ยีนส์บอกปัดว่าอาจเพราะเพื่อนพักผ่อนน้อยหรือเครียดเรื่องครอบครัวมากเกินไป เจ้าตัวฟังแล้วไม่พูดต่อสักนิด ก่อนพี่ยีนส์เธอจะเจอหนังสือเล่มที่ต้องการ และชวนเพื่อนให้ออกจากล็อกนั้น


        ฉันอิงหลังไปกับชั้นวางหนังสือ ตาเหม่อมองสันปกภาษาอังกฤษเข้าใจยากความทั้งหลายแหล่ ค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเย็นเฉียบ หัวใจยังไม่หยุดตื่นเต้นเลย ตอนขี่รถไปรับวี่ต้องรีบบอกว่าพี่สาวคนนี้ไม่ได้คิดไปคนเดียว เห็นไหม อีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกัน


        คนๆนึงที่ปรากฏในถ้อยคำบอกเล่าของพี่โฟร์นั้น จะเป็นคนเดียวกันกับที่ยืนอยู่ตรงนี้หรือเปล่า


ถ้าใช่ ก็แปลว่ามีช่วงเวลาระหว่างเราที่หล่นหายไป และย้อนกลับมาเล่นฉากเดิมซ้ำใหม่อย่างที่ฉันรู้สึกจริงๆ


        ดีใจเป็นบ้าเลย ยิ้มอยู่กับตัวเอง ฝ่ายตรงข้ามก็รู้สึกเช่นเดียวกัน


        ฉันอาจเคยหั่นแตงกวาเป็นชิ้นเล็กใส่ในมื้อเช้า อาจเคยทัดปอยผมเธอทัดหูตอนมันปรกลงมา หรืออาจติดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนยาวให้ก่อนออกไปทำงานแต่ละวัน แค่คิดถึงมันขึ้นมา ริมฝีปากฉันก็เผยยิ้มปริ่มอีกจนได้


        แล้วความรู้สึกพองโตนี้ก็หายไปพริบตาเดียว เมื่อกลับมาที่หอและเห็นพี่ภัคคนดีขับลัมโบร์คันสวยนั่นมาส่งเธออีก...



---100%

ศัตรูหัวใจจ้า

ฝากเม้นต์ด้วยน้า ออกมาจากเงากันเต๊อะ


เรื่องนี้มีพาร์ทตอนวัยทำงานด้วยถึงจะไม่เยอะเท่าวัยมหา'ลัย แต่เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมายแล้วก็สายอาชีพนั้นๆ เลยต้องบอกไว้ก่อนว่า


**นิยายเรื่องนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง

ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริง


บอกละ สบายใจ

#ดบรว


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 420 ครั้ง

2,135 ความคิดเห็น

  1. #1912 MeeEng (@Virin_thorn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 12:33
    สนุกมากค่ะ เพิ่งได้อ่านเรื่องนี้ชอบจังเลย
    #1912
    0
  2. #1536 P.Witch (@punnypunyaporn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 01:36
    ช่วงเวลาหล่นหาย? อันนี้น่าสนมากกก
    #1536
    0
  3. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:13
    ชอบหนูวี่ แต่มีแววว่าจะ...
    #479
    0
  4. #349 Puengnoy_pan (@Puengnoy_pan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 14:14
    อยากได้อีบุ๊คล๊าววววว
    #349
    0
  5. #345 black-village (@peam-ff) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 16:29
    ไม่กล้าเดาไปไกลเลย กลัวแป้ก
    #345
    0
  6. #316 Plarinz (@Plarinz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 03:29
    เอาใจช่วยน้องวานะ
    #316
    0
  7. #315 pokamon23 (@pokamon23) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 01:34
    จัตวาสู้ๆ ความต่างทางฐานะมันเหนื่อยแน่ๆ พ่อแม่พี่โฟร์คงไม่ปลื้มน้องวา
    #315
    0
  8. #314 YBOAP (@suppharat) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 14:04
    เดจาวูเหมือนกันไปอีก แสดงว่าเค้าต้องเคยอยู่ด้วยกัน รักกันมาก่อนใช่ไหม??? แงงเดาไม่ถูก
    #314
    0
  9. #313 _Kannikar_ (@_Kannikar_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 20:46
    ถ้าจัตวาย้อนเวลาได้มากกว่า 10 นาที เราคงคิดว่า ตอนนี้โฟร์กำลังย้อนเวลามาเพื่อเปลี่ยนแปลง หรือเพื่อทบทวนอะไรบางอย่างแน่ๆ แต่นี่ไม่ไง งื้อออ เดาไม่ถูก
    #313
    0
  10. #312 Nsnai (@Nsnai) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 13:58
    เมื่อไหร่จะได้รักกันนะ
    #312
    0
  11. #311 12547rr (@miewmiew43) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 10:44
    อยากอ่านตอนพี่โฟร์รุกแล้ววว
    #311
    0
  12. #310 kanyanat_mei (@kanyanat_mei) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 10:24
    เดจาวู!!
    #310
    0
  13. #309 GARN9 (@GARN9) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 05:21
    Fc น้องวา
    #309
    0
  14. #308 moomooyeeyee (@moomooyeeyee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 01:27
    ช่างมโนเหมือนกันนะจัตวา
    #308
    0
  15. #307 MOOJIRA_2001 (@MOOJIRA_2001) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 23:35
    ชอบบ มีแฟนตาซีด้วยแบบนี้ อยากด้าย555
    #307
    0
  16. #306 Nounjuta (@Nounjuta) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 23:09

    คงอาจจะเกิดจากมิติที่ซ้อนทับกันหลายๆมิติตัวเราที่อยู่ในมิติที่แตกแขนงเป็นหมื่นๆมิติที่มีเหตุการณ์ที่คล้ายกันนี้เกิดขึ้นหรือกระทำไปแล้วในอีกมิติจึงทำให้เหมือนมันเกิดขึ้นไปแล้วหรือรู้สึกซ้ำๆป่าว?ไม่งั้นวี่คงไม่เห็นอนาคตหรอกมันคงเป็นสายพานของมิติที่ต่อกันและวกต่อไปเรื่อยๆคล้ายๆการนั่งไทม์แมชชีนไปอนาคตหรืออดีตนั่นหล่ะมั้ง #นี่คือการวิเคราะห์ในความเห็นส่วนตัวนะ
    #306
    0
  17. #305 Kumiko. (@tam-wannporn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 22:24
    ช่องว่างเวลาที่หายไปป อั้ยยะ
    #305
    0
  18. #304 WannapaWen (@WannapaWen) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 21:14
    อาจจะเพราะน้องย้อนเวลาบ่อยจนลืมบางอย่างไป อาจจะเคยเจอกัน อาจจะเคยรักกัน อาจจะรักกันเลยก็ด้ายยย ดีจุย
    #304
    0
  19. #303 KumaTaku (@varin499) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:34

    แค่คุยกับเพื่อนน้องก็กลัวแล้ววว55
    #303
    0
  20. #302 Nue96 (@Nue96) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:25
    วรุ้ยยย เค้าเดจาวูเหมือนกัน
    #302
    0
  21. #301 Nue96 (@Nue96) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:25
    วรุ้ยยย เค้าเดจาวูเหใือนกัน
    #301
    0
  22. #300 Dal Vanto (@Vanto) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:16
    คู่แข่งรุกแรกนะวา
    #300
    0
  23. #299 TuewNapa (@TuewNapa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 18:58
    พี่โฟร์เดจาวูกับน้องวาเหรอคะ อิอิ
    #299
    0
  24. #298 GARN9 (@GARN9) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 00:09
    ชอบน้องวามาก
    #298
    0
  25. #297 Snowor (@snowy55) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 21:31
    ปูเสื่อรอตอนพี่โฟร์รุกค่ะ ขอแบบรุกหนักๆเลยนะคะ 555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 มกราคม 2562 / 21:34
    #297
    0