คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF NORMOL POT: YUKIMURA X SAKUNO] NICE TO KISS YOU

โดย et cetera

Why do I like him like this, although I dont know even his name, I just know he is a beautiful guy, looks gentle. Somehow he is weird sometimes

ยอดวิวรวม

598

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


598

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


10
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 พ.ค. 56 / 21:17 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




 

 

(Normal) The Prince of Tennis Fan Fiction: Yukimura x Sakuno

  Nice to kiss you 























Thanks for Theme


Free Theme Mouse ❥Season II










ฟิคนอร์มอลใสๆ ใครอ่านนอร์มอลก็ลองอ่านดูนะ ยูคิมูระกะซาคุโนะจัง แอบชอบคู่นี้อยู่เหมือนกัน ใครไม่ชอบคู่นี้อย่าว่าไรท์เตอร์นะคะ หุๆ



+❥ free theme mouse.naru

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 23 พ.ค. 56 / 21:17

บันทึกเป็น Favorite













          ไม่มีชมรมสังกัดนี่มันก็ดีไปอย่างนะ ถึงจะทำให้เสียโอกาสทำกิจกรรมอย่างคนอื่นๆ แต่มันก็ทำให้มีเวลาว่างเยอะแยะเลยล่ะ แม้กิจกรรมเหล่านั้นจะเป็นเหมือนงานอดิเรกให้ทำในเวลาว่างอยู่แล้ว แต่มันก็มีกติกาและกฎเกณฑ์อยู่ดี เพราะเราต้องทำร่วมกับคนอื่น ที่พูดถึงเนี่ย เพราะฉันกำลังหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง โดยฉันเลือกที่จะไม่เข้าทำกิจกรรมชมรมใดๆ อย่างเพื่อนคนอื่นๆ น่ะค่ะ เพราะงั้นเลยเอาแต่เรียนและเรียนลูกเดียว มันทำให้เครียดไปหรือเปล่านะ...? ก็ไม่นะ เพราะนอกห้องเรียนฉันก็ไม่ได้หมกตัวอยู่แต่กับหนังสือสักหน่อย ฉันเองก็มีอย่างอื่นให้ทำตามประสาเหมือนกันแหละ อย่างเช่น...

          ตรวจการบ้านให้คุณย่าค่าาาา T^T

          มันก็เกี่ยวกับเรื่องเรียนอยู่ดีนี่นา แหะๆ คือย่าฉันท่านเป็นอาจารย์โรงเรียนมัธยมต้นน่ะค่ะ ท่านอายุมากแล้วนะ แต่ยังฟิตอยู่เลย สาวๆ เห็นแล้วต้องยอมเชียวล่ะ เพราะนอกจากจะเป็นอาจารย์แล้ว ยังเป็นโค้ชเทนนิสอีกต่างหาก ฉันอยู่กับท่านสองคน ซึ่งวันนี้เป็นวันหยุด แต่ท่านไม่หยุด เพราะชมรมเทนนิสมีซ้อม รู้สึกเหมือนชมรมนี้จะขยันซ้อมกันจริงๆ เลยอ่ะ ทั้งที่เพิ่งเปิดเรียนไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง อืม...เห็นเขาว่ากันว่าปีนี้จะคว้าแชมป์ระดับประเทศให้ได้ด้วยล่ะ

          RRRRRRR

        เอ๋? ใครโทรมานะ ระหว่างที่ฉันนั่งตรวจการบ้านให้นักเรียนของคุณย่าอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ฉันต้องวิ่งไปเอาในห้องนอน เพราะไม่ใช่คนติดโทรศัพท์ถึงขนาดจะพกติดตัวตลอดเวลา

          เอ๋...แล้วเบอร์ใครกันล่ะเนี่ย ไม่คุ้นเอาซะเลย แต่ฉันก็กดรับ เพราะไม่ได้ตั้งกฎกับตัวเองไว้ว่าห้ามรับเบอร์แปลก

          (ซากุโนะเหรอ)

          เสียงคุณย่า!

        อา...ค่ะ

          (นั่นหลานยังอยู่บ้านมั้ย)

          ก็แหงสิคะ จะให้หนูไปไหนได้ล่ะ

          ค่ะ

          (เฮ่ยดีจังเลยนะ พอดีย่าลืมเอกสารเกี่ยวกับชมรมน่ะสิ อยู่บนเตียงในห้องย่านั่นแหละ วานหลานเอามาให้หน่อยได้รึเปล่า)

          เอาไปให้...

          (ที่เซชุนนี่แหละ ชมรมเทนนิสชายนะ ด่วนได้เท่าไหร่ยิ่งดีเลย อ้อแล้วหวังว่าคงจะไม่หลงทางหรอกนะ)

          พูดจบ คุณย่าก็วางสายไป แถมยังไม่พ้นห่วงเรื่องที่เป็นนิสัยติดตัวของฉันอีก ก็...ไอ้เรื่องหลงทางนั่นแหละ ส่วนเรื่องเบอร์โทรแปลก ท่านคงขอยืมโทรศัพท์ของลูกศิษย์ในชมรมสักคนนั่นแหละมั้ง เป็นพวกไม่ชอบพกโทรศัพท์ติดตัวเหมือนฉันซะด้วยสิ

 

          ตอนนี้หกโมงเศษๆ ยังเช้าอยู่เลย แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็รู้ว่าคุณย่าน่ะรีบมาก เพราะนัดนักกีฬาไว้ตั้งแต่ยังไม่หกโมงเท่าไร และดีด้วยที่ฉันอาบน้ำแต่เช้าแม้จะเป็นวันหยุดแบบนี้ เลยทำให้ออกจากบ้านมาได้ทันที หลังจากหยิบของที่ต้องเอามาให้คุณย่าติดมือมาด้วยแล้ว ฉันเลือกเดินทางโดยแท็กซี่ เพราะมันสะดวกและใกล้ตัวกว่า ซึ่งเหมาะกับพวกขี้หลงอย่างฉันเป็นที่สุดด้วย

          เซชุน’ ที่ฉันเรียนอยู่นั้น เป็นโรงเรียนมัธยมต้น ซึ่งฉันเพิ่งขึ้นปีหนึ่งมาได้เดือนเดียวเท่านั้น เหตุผลที่เลือกเข้าโรงเรียนนี้เป็นเพราะคุณย่าที่สอนอยู่ที่นี่แนะนำมา ไงล่ะ เป็นเหตุผลยอดฮิตเลยใช่ไหม ฮะๆ ในที่สุดแท็กซี่ก็มาส่งฉันถึงที่หมาย ฉันลงจากรถแล้วหยุดหน้าโรงเรียนอย่างครุ่นคิด

          ชมรมเทนนิส...มันไปทางไหนคะเนี่ย!!?

        ก็ฉัน...เพิ่งเข้าโรงเรียนมาเองนี่นา แถมยังไม่ได้สนใจสภาพแวดล้อมเท่าที่ควร แต่ถึงสนใจ ฉันก็เป็นพวกหลงทิศอยู่ดี แบบนี้คงต้องเดินหาไปเรื่อยๆ เท่านั้นแหละนะ เอ๋!? รู้สึกทางข้างหน้าจะมีแผนผังบอกตำแหน่งของจุดต่างๆ...

          ซากุโนะจัง...รึเปล่า

          ฉันยังคิดไม่จบ เสียงหนึ่งก็ร้องทัก เป็นเสียงใสโทนหวานแบบผู้หญิง แต่ฉันคิดว่าคนพูดเป็นผู้ชายที่กำลังโตมากกว่า และก็ใช่ เมื่อหันหน้าไปด้านข้างแล้วพบเจ้าตัว ว่าแต่...เขามาจากทางไหนกันล่ะเนี่ย ทำไมฉันไม่เห็นเลย อา...อาจเป็นเพราะมัวแต่หันไปทางอื่นก็เป็นได้

          หน้าตาโก๊ะๆ ไว้ผมเปียยาวๆ

          เอ๋?

          แต่ฉันว่าหน้าตาน่ารักมากกว่า แล้วท่าทีไร้เดียงสาไปหน่อยเลยถูกมองเป็นโก๊ะล่ะมั้ง

          เขาเป็นผู้ชายที่สวยมากๆ จนผู้หญิงอย่างฉันยังนึกอิจฉาเลยค่ะ อยากจะสวยแบบเขาบ้างจัง มีผมสีน้ำเงินเหยียดตรงที่พลิ้วไปตามสายลมอ่อนๆ แววตาสีม่วงน่ามองสบด้วยนานๆ นั้นราวกับกำลังสร้างมนตร์เสน่ห์ ตัวสูงพอประมาณ อยู่ในชุดกีฬาโดยเสื้อเป็นสีทอง ส่วนกางเกงเป็นขาสั้นสีขาว และมีเสื้อนอกฟอร์มเดียวกันคลุมไหล่เอาไว้ คงเป็น...นักกีฬาสินะ

          คุณยายบอกให้มารอรับของจากเธอ เพราะกลัวเธอจะไปไม่ถูกน่ะ

          เขาพูดเสริมมาอีกพร้อมรอยยิ้ม ฉันค่อยๆ พยักหน้าก่อนส่งของในมือให้ ซึ่งเป็นแฟ้มอย่างที่คุณย่าวานให้เอามา ฉันเชื่อคนง่ายไปไหมนะ...มันก็ไม่นี่ แค่เอกสารเฉยๆ เอง ใครจะมาหลอกเอาไปกันล่ะ แฮะๆ

          ว่าแต่...เขาเรียกย่าของฉันว่า ยาย’ งั้นเหรอ?

          ขอบใจนะ ซากุโนะจัง 

          เขาบอกแบบนั้นหลังรับของไป หันหลังให้ฉัน แล้วออกเดินไป ระหว่างนั้นก็มีบางอย่างจากตัวเขาหล่นลงพื้น...

          เป็นผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าคราม เหมือนมีลายปักเล็กๆ อยู่ด้วย ซึ่งเขาไม่สนแล้วยังเดินต่อ ฉันเลยวิ่งตามไปเก็บขึ้นให้

          เอ่อ...   จากนั้นส่งเสียงให้เขาสนใจ เขาหันข้างมาแล้วเลิกคิ้ว

          หืม?

          คือ...ผ้าเช็ดหน้าคุณตกน่ะ  ฉันชูของในมือขึ้น เขามองตามเล็กน้อยก่อนขำเล็กๆ

          ฉันทิ้ง

          ทิ้ง?

          อื้อ เช็ดเหงื่อแล้วก็ทิ้ง

          อา...คงใช้เช็ดเหงื่อจริงๆ เพราะมันชุ่มน้ำอยู่นิดหน่อยด้วย

          ลายสวยดีนะ แต่เหมือน...ปักเองเลย  ฉันพูดออกไปตามตรง และอย่างที่ใจคิดเมื่อมองดูผ้าเช็ดหน้า

          ก็นะ  เขาตอบตามสไตล์ของตัวเอง คือแฝงความอ่อนโยน ที่ฉันฟังแล้วรู้สึกสบายขึ้นมาที่ใจ

          ปักเองเหรอคะ!!  ฉันออกเสียงดังอย่างตื่นเต้น

          หึ?  ซึ่งนั่นทำให้เขาหัวเราะเหมือนขำเล็กๆ ออกมา ฉันเลยสลดลงเล็กๆ อย่างเพิ่งรู้ตัว

          ในวิชางานบ้านน่ะ แต่มันสวยไม่ได้ดั่งใจ และมีคนทำแทนให้แล้ว อันนั้นเลยไม่ได้ส่ง

          สวยไม่ได้ดั่งใจ นี่น่ะ..ฉันหัดเป็นเดือนยังไม่ได้เท่าคุณเลยนะคะ  แต่ถึงจะสวยยังไง มันก็ดูออกว่าเป็นคนธรรมดาปักอยู่ดี เพราะมันยังมีข้อผิดพลาดเล็กๆ แถมยังปักไม่เสร็จด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็สวยกว่าฝีมือฉันไปครึ่งชาติเลยทีเดียว

          แล้วทิ้งทำไม...ไม่เสียดายเหรอคะ ถึงยังไงมันก็เป็นของที่คุณอุตส่าห์ทำขึ้นมานะ  ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ หรือพวกผู้ชายไม่ใส่ใจกับเรื่องพรรค์นี้

          อ้อ มันเปื้อนน่ะ ฉันขี้เกียจซัก

          ว่าแล้วเขาก็เดินจากไป ฉันก้มมองผ้าเช็ดหน้าในมืออีกครั้ง อือ...มันเปื้อนจริงๆ น่ะแหละ แต่รอยเหมือนเศษดินนิดๆ เท่านั้นเอง แค่นี้เองก็ขี้เกียจซักซะแล้ว ผู้ชายเนี่ย...ต่างจากผู้หญิงจริงๆ เลยนะ 

 

 

          มันเป็นลาย...กล้วยไม้ที่เขาพยายามจะปักเป็นช่อน่ะค่ะ แต่ได้แค่สามดอกเท่านั้นเอง ทว่าถึงอย่างนั้นก็สวยมากจริงๆ แถมยังมีส่วนของก้านและดอกอ่อนของมันที่เขาทำไว้ได้น่าชมมากๆ เพราะชอบลายปักของเขา ฉันเลยเลือกที่จะเก็บผ้าเช็ดหน้าเอาไว้ และฉันก็ซักให้เขาแล้วด้วย พอมันซักออกแล้วสะอาดได้เหมือนเดิม เลยคิดที่จะเอาไปคืนให้ เผื่อเขาจะต้องการมัน โดยวันนี้ฉันขอเข้าชมรมพร้อมย่าแต่เช้า ซึ่งมันถึงวันจันทร์แล้วน่ะค่ะ จนย่ายังแปลกใจขึ้นมาเลย เพราะปกติฉันไม่เคยขออะไรแบบนี้ ซึ่งฉันไม่ได้บอกเหตุผลที่แท้จริงไป บอกแค่ว่าอยากไปดูนักกีฬาซ้อมเทนนิสกัน แต่นั่นแหละที่ยิ่งทำให้ย่ารู้สึกแปลกใจเข้าไปใหญ่ ก็ร้อยวันพันปีฉันเคยสนใจเทนนิสซะที่ไหน ซึ่งถ้าสนจริงล่ะก็ ฉันเป็นมือสมัครเล่นทีมีฝีมือระดับหนึ่งไปแล้ว จะว่าไปฉันก็น่าจะสนสักหน่อยนะ คุณย่าก็อุตส่าห์เป็นถึงโค้ชซะแท้ๆ

          มองหาอะไร ท่าทางตั้งใจเชียว

          คุณย่าถามขึ้นหลังจากที่เข้าชมรมมาพักใหญ่ แล้วปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวตลอด ก่อนเข้าหากันใหม่อีกครั้ง โดยตลอดเวลา ฉันมองหาเจ้าของผ้าเช็ดหน้าที่ตัวเองตั้งใจเอามาคืน แต่ก็ไม่พบ ทั้งๆ ที่รู้สึกว่านักกีฬาจะเข้าซ้อมกันชุดใหญ่แล้ว ซึ่งความแคลงใจใหม่ที่เข้ามาก็คือชุดที่นักกีฬาของที่นี่ใส่ ไม่เหมือนกับที่คนๆ นั้นใส่วันนั้น แต่อาจจะเป็นชุดพิเศษหรือชุดส่วนตัวก็ได้ เพราะคิดแบบนั้น ฉันเลยถามคุณย่าเพื่อความแน่ใจ

          สีขาวฟ้าน่ะ เป็นของพวกตัวจริง ส่วนขาวแถบเขียวน่ะเป็นชุดที่พวกฝึกหัดใส่กัน

          คุณย่าตอบออกมาแบบนั้น ฉันขมวดคิ้วแล้วถามต่อ

          เอ๋? แล้วสีทองล่ะคะ? สีทอง...ตรงกลางคาดดำ?

          หึๆ  คุณย่าทำหน้าเหมือนคิดได้ แล้วขำออกมา นั่นยิ่งทำให้ฉันอยากรู้

          นั่นน่ะ...หรือว่าจะเป็นสาธิตริคไค

          สาธิตริคไค?

          อื้ม เป็นโรงเรียนชื่อดังแถบคันโตที่เป็นแชมป์ระดับประเทศมาสองสมัยแล้ว ว่าแต่ทำไมจู่ๆ ถึงเกิดถามเรื่องชุดขึ้นมาล่ะ

          คุณย่าถามสีหน้าเอ็นดู ซึ่งปกติฉันไม่สนเรื่องพวกนี้เลย จึงไม่รู้แม้กระทั่งว่าโรงเรียนไหนเป็นแชมป์อะไรยังไง แต่ก็เคยได้ยินชื่ออยู่หรอก...สาธิตริคไคอะไรนั่นน่ะ

          อ๋อ...วันนั้นเห็นคนใส่ชุดสีนั้น...

          ฉันพูดแค่นั้น คุณย่าต่อเมื่อฉันวรรคเสียง

          หึ พวกนั้นมาซ้อมพิเศษกับพวกเราได้อาทิตย์นึงแล้ว เพิ่งกลับเมื่อวานกันเอง

          อ๋อ...งั้นเหรอ หลังจากบอกคำนั้น คุณย่าก็ถูกเรียกไปโดยสมาชิกคนหนึ่ง ฉันก้มหน้าเศร้าเล็กๆ พลางมองผ้าเช็ดหน้าในมือ แบบนี้แปลว่า...ผู้ชายหน้าสวยคนนั้นมาจากสาธิตริคไคล่ะสินะ เฮ่อ...ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า แต่แบบนี้คงไม่มีโอกาสได้คืนผ้าเช็ดหน้าแน่ๆ

 

 

          สามอาทิตย์ผ่านไป ฉันกลายเป็นคนที่ติดชมรมเทนนิสไปแล้วนะคะ เพราะอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของชมรม โดยเอาตัวเข้ามาเป็นผู้ช่วยคุณย่า ก็ประมาณว่าช่วยขนของ เสิร์ฟน้ำ อะไรเทือกนั้นน่ะแหละ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเขาคนนั้น เหตุผลอาจจะเล็กน้อยไปสักหน่อย...ที่แค่ผ้าเช็ดหน้าผืนเดียวก็เชื่อมฉันให้ผูกพันกับเขาได้ แต่ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ นี่นา เอ่อ...แต่ไม่ได้ชอบเขาเชิงชู้สาวหรอกนะ ฉันแค่รู้สึกชอบฝีมือการปักของเขา ชอบการพูดจา และลักษณะท่าทางของเขาจนอยากเป็นเพื่อนด้วยเท่านั้นเอง ฉันว่าเขาอายุมากกว่าฉันนะ อายุมากกว่าแน่นอน ไม่รู้มากกว่ากี่ปี แต่คงอยู่ระหว่าง 3-4 เนี่ยแหละ เพราะเขาน่าจะอยู่ ม.ต้น

          และก็ได้เรื่อง เมื่อหนึ่งเดือนผ่านไป มีการจัดแข่งเทนนิสรุ่นลองสนาม มีสนามเปิดใหม่ในโตเกียวเนี่ยแหละ และเชิญโรงเรียนแชมป์ที่เด่นๆ มาแข่งเปิดสนามกันด้วย แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมีริคไค ฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก ดีใจมากตั้งแต่รู้ข่าว หวังว่าเขาคนนั้น...จะมานะ ขอให้เจอทีเถอะ

         

          เมื่อถึงวันจริง ฉันก็มากับคุณย่าแต่เช้า โรงเรียนแรกที่ลงสนาม รู้สึกจะเป็นเฮียวเท โรงเรียนไฮโซอ่ะนะ แข่งกับ ม.ต้นยามาบุกิสามคอร์ท ส่วนสองคอร์ทที่เหลือนั้นเป็นโรงเรียนนอกเขตโตเกียว

          คุณย่า ริคไคแข่งตอนไหนคะ  ฉันหันไปถามคุณย่าที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณย่าไม่ทันตอบ รุ่นพี่คนหนึ่งก็พูดขึ้น

          ซากุโนะจังเชียร์ริคไคเหรอ ฉันก็แข่งกับริคไคนะ จะไม่เชียร์เซงาคุหรือไง

          อา...รุ่นพี่คิคุมารุน่ะค่ะ เขาเล่นคู่กับรองกัปตันของชมรม ทำหน้างอนแบบแกล้งๆ

          อา...”  ฉันก็พูดไม่ออกสิ พูดไม่ออกอ่ะ

          หุๆ หรือแอบชอบหนุ่มริคไคกันนะ บอกมานะว่าแอบชอบใคร

          รุ่นพี่คิคุมารุเผยยิ้มแล้วโน้มหน้ามาล้อฉันอย่างร่าเริง

          มะ...ไม่มีหรอกค่ะ ขะ...ขอตัวนะคะ

           ฉันปฏิเสธแทบไม่เป็น ถึงไม่ได้คิดอะไรเกินเลย แต่โดนแซวแบบนี้มันก็แย่เหมือนกันนะ

          โป๊ก!

          เฮ้ถึงกับเขวเลยเหรอ ฮ่าๆๆ

          เอจินี่ล่ะ...

          ในจังหวะที่ฉันเดินหนีมานั้น ก็ดันสะดุดขาตัวเองแล้วกระเด็นไปชนเข้ากับเสาบันไดทางลงไปห้องใต้ดินอ่ะ จนรุ่นพี่คิคุมารุหัวเราะขำเลย ฉันนี่มันโก๊ะสมกับที่คุณย่าว่าจริงๆ โดยหลังจากนั้น เสียงของเพื่อนเขาก็พูดปรามเบาๆ เขาถึงได้เลิกหัวเราะไป

          เฮ่อ... หลบหน้าคนแซวไปห้องพักนักกีฬาดีกว่า อีกสักครู่ค่อยออกไป

          พลั่ก!

          โอ๋ยอะไรอีกล่ะเนี่ย

          เอ่อ..โทษทีนะ

          ทั่กๆๆ

          อา...เจ็บ เจ็บจัง ตะกี้นี้มีชายร่างใหญ่เดินชนจนฉันล้มลงนั่งจุมปุ๊กกับพื้น ไหล่ที่ถูกกระแทรกยังเจ็บไม่หายเลยอ่ะ เหมือนเขาจะรีบมากเลยวิ่งหนีไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้จักเอ่ยขอโทษ ส่วนฉันเองก็ไม่คิดอะไรมากหรอกนะคะ แต่ฉันเจ็บ T^T

          “เป็นไรรึเปล่า?

          ระหว่างที่นั่งโอดครวญในใจอยู่นั้น เสียงหวานใส แฝงห่วงใยก็ผ่านเข้าหู เป็นเสียงที่ฟังดูคุ้นเล็กๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหน...บางทีอาจเป็นในฝัน โดยเสียงนั้นมาพร้อมมือเรียวสวยที่ส่งมาต่อหน้าเหมือนให้ฉันใช้จับเพื่อพยุงตัวเองขึ้น

          อ๊ะ...!

          เมื่อฉันเงยหน้ามองเจ้าของมือซึ่งอยู่ต่อหน้า ความตกใจมันก็แทรกเข้ามา แต่สุดท้ายก็คงเหลือความประทับใจเอาไว้ ใจเต้นเล็กๆ เพราะดีใจที่ได้พบเขาอีก... แล้วนี่ฉัน...เผลอยิ้มออกไปด้วยหรือเปล่า

          หมับ!

          เอาล่ะ ทีนี้ลุกขึ้นมาได้แล้ว

          เขาคว้าแขนฉันไปซะเอง แล้วดึงให้ลุกขึ้น ส่วนฉันก็ยังนิ่งอย่างเดิม แต่มองหน้าเขาไม่เลิก

          เป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนมั้ย

          เขา...คงจำฉันไม่ได้สินะ

          ว่าแต่...ซากุโนะจังไม่ใช่เหรอ

          เอ๋!?

          หุ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนเห็นผีแบบนั้นด้วย

          เขาถามกลับด้วยสีหน้าและแววตาใจดี ฉันหลบตาเขามาถามตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อว่าเขาจะจำฉันได้ ทั้งที่เคยเจอกันครั้งเดียวตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อนเท่านั้นเอง จากนั้นความรู้สึกปลื้มก็เข้ามาเติมใจ ซึ่งที่ฉันจำเขาได้นั้น เป็นเพราะฉันนึกถึงเขาตลอดมา

          คุณจำฉันได้ด้วยเหรอ...คะ”  ฉันค่อยๆ ถาม ขณะยกสายตาขึ้นสบกับเขา เขายังมาสไตล์เดิมเลยค่ะ ทั้งสีหน้า ท่าทาง และการแต่งตัว

          จำได้สิ ว่าแต่เธอก็เหมือนจะจำฉันได้นะ

          ก็...บุคลิกคุณมันเด่น

          อา...จริงสิ เรียกฉันว่า...

          พลั่ก!

          เหมือนเขากำลังจะแนะนำตัว ทว่าระหว่างนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาตบไหล่เขา ฝ่ายนั้นไม่พูดอะไร แล้วเดินนำไปก่อน แต่เหมือนนั่นจะเป็นสัญญาณที่พวกเขาสื่อกันว่าถึงเวลาต้องไปแล้ว โดยเขาเปลี่ยนจากแนะนำตัวมาเป็นบอกลาฉันทันที

          เอ่อ...  แต่ฉันเรียกเขาไว้ แล้วส่งผ้าเช็ดหน้าที่เก็บติดตัวมาด้วยให้

          “ผ้าเช็ดหน้าเมื่อตอนนั้น ฉันซักให้แล้ว ได้โปรดรับไว้ด้วยเถอะค่ะ  ฉันพูดอย่างขอร้องพลางก้มหน้า เมื่อรู้สึกว่าผ้าเช็ดหน้าถูกดึงไปจากมือแล้ว ถึงได้เงยหน้าขึ้น

          “ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะเก็บเอาไว้...

          เขาเอ่ยเหมือนไม่อยากเชื่อจริงๆ เผยรอยยิ้มเล็กๆ แล้วมองผ้าเช็ดหน้าสลับกับฉันด้วยแววตาซึ้งๆ เอ๋...ขนาดนั้นเชียวเหรอคะ?

          หึ ทั้งที่ฉันทิ้งมันเพราะความสกปรกแท้ๆ แต่เธอกลับเก็บเอาไว้ แถมยังมองเห็นความสวยงามในความสกปรกนั่น แล้วยัง...ซักมาคืนอีก ทั้งที่เวลามันผ่านมาตั้งนานแล้ว...

          ...

          เรื่องแบบนี้น่ะ ทำให้ผู้ชายรู้สึกปลื้มมากเลยรู้หรือเปล่า โดยเฉพาะเรื่องของที่มันสกปรก แต่กลับได้รับการเอาใจใส่จากผู้หญิงเนี่ยแหละ

          เขาก้มลงมากระซิบข้างหูฉัน นั่นทำเอาฉันตัวชาไปเลยทีเดียว

          กัปตันคร้าบบบ มาได้แล้ว

          ระหว่างนั้นเสียงเรียกก็ดังขึ้น ส่งผลให้เขาผละออกจากฉัน และเดินหนีไปจริงๆ

          ซากุโนะจังก็มาด้วยสิ  เสียงหวานบอกมาจากหน้าประตูทางเข้า หรือว่า...เรียกให้ฉันไปเชียร์?

 

          เขาแข่งกับรุ่นพี่ฟูจิ อัจฉริยะของชมรมเทนนิสเซงาคุค่ะ และทั้งๆ ที่ฉันควรจะเชียร์ฝ่ายโรงเรียนตัวเอง แต่กลับ...เผลอเชียร์เขาซะได้ แย่จังเลยนะ..หุๆ ระหว่างเกม ได้ยินเสียงเชียร์เล็กๆ ด้วยว่ายูคิมูระๆ สู้ๆ อะไรเนี่ยแหละ ทว่าก็ไม่ดังเท่าไร เพราะส่วนมากจะร้องเชียร์เป็นชื่อโรงเรียนมากกว่า นอกจากนี้ยังมีเสียงเชียร์อื่นกลบด้วย แต่นั่นก็ทำให้ฉันรู้ชื่อเขา      

          ยูคิมูระ

        น่าจะชื่อนี้หรือเปล่านะ แม้ไม่จำเป็นก็ตาม แต่รู้สึกดีจริงๆ เมื่อได้รู้ ว่าแต่ทำไมกันนะ...ถึงได้รู้สึกปั่นป่วนแปลกๆ เมื่อมองดูทุกท่วงท่าของเขา ใช่ๆ เป็นเพราะเขาเล่นเทนนิสได้ยอดมาก ฉันถึงได้รู้สึกตื่นเต้นจนเป็นได้ถึงขนาดนี้ เขาเก่งจริงๆ นะ เก่งมากๆ เลย คุณย่าแอบบอกมาระหว่างการแข่งด้วยค่ะว่าเขาเป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ ในวงการเทนนิส ม.ต้นเชียวล่ะ อา...ไม่รู้มาก่อนเลยนะ แต่ฉันชอบที่สุดอ่ะ ชอบมากๆ การเล่นของเขาทำให้ฉันรู้สึกชอบตัวเขามากกว่าที่เป็นอยู่ขึ้นมา

          ตายแล้วซากุโนะ...มันเป็นความชอบแบบไหนไปแล้วกันเนี่ย!!

 

        พอได้ดูการเล่นของเขา ฉันก็ไม่อยากดูเกมไหนอีกเลย เพราะฉะนั้นเมื่อเขาแข่งจบ ฉันเลยขอตัวออกจากสนามมา เรื่องของเรื่องคือถูกใช้ให้มาเอาผ้าเย็น ผ้าขนหนูน่ะค่ะ

          ซากุโนะจัง...

          ระหว่างที่ออกจากห้องเก็บตัวนั้น ฉันก็พบเข้ากับเขาที่เพิ่งเดินเข้ามาจากประตูหลัก โดยเขาเรียกฉันเอาไว้ แล้วรอให้คนบริเวณนั้นเดินผ่านไปจนหมด ก่อนโน้มหน้าลงมาหา เอ๊ะ...นี่เขา...

          ฉันหลับตาปี๋เพราะกลัวขึ้นมา ซึ่งความกลัวนั้นไม่ได้สั่งให้ฉันปฏิเสธ บ้า...จังเลย

          หุๆ

          เสียงหัวเราะนั้นทำให้ฉันค่อยๆ ลืมตา และในทันที...

          ///

          แก้มซ้ายของฉันก็ถูกสัมผัสโดยริมฝีปากของเขาเข้าเต็มๆ

          ยูคิมูระซัง...

        เขาค้างไว้สักพักก่อนถอนออกแล้วขำเบาๆ

          ตอบแทนเรื่องผ้าเช็ดหน้าน่ะ

          เขาบอกเสียงใสแล้วเดินผ่านตัวฉันไป ว่าแต่นี่เขาเรียกว่าการกระทำตอบแทนเหรอคะ!!? โดยการกระทำของเขาส่งผลให้ฉันชาไปทั่วร่าง ทั้งยัง...

          ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตัก...

        ฮือออออใจร้ายจังเลยมาทำให้ใจฉันเต้น >///<

 

 

 

 

 

 

 

 

-End-







 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ et cetera จากทั้งหมด 27 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 15:00
    ชอบคู่นี้ฮอลลลลลลลลลล
    #2
    0
  2. วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 21:09
    อร๊ายยยยยยยยยน่ารักๆๆๆต่อๆๆๆนะค่ะ
    #1
    0