คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

.::: [[VIXX]] Fiction Boxx :::.(Yaoi)

ตอนที่ 10 : [SF] Gotta Move On - Ravi x Leo


     อัพเดท 12 มิ.ย. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนฟิคเกาหลี
Tags: VIXX, N, Leo, Ravi, Hongbin, Ken, Hyuk, yaoi
ผู้แต่ง : Zionkeys ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Zionkeys
My.iD: https://my.dek-d.com/zionkeys
< Review/Vote > Rating : 100% [ 4 mem(s) ]
This month views : 10 Overall : 16,095
310 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 428 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
.::: [[VIXX]] Fiction Boxx :::.(Yaoi) ตอนที่ 10 : [SF] Gotta Move On - Ravi x Leo , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 931 , โพส : 6 , Rating : 0% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 








Forgive Me


&

Gotta Move On










แสงอาทิตย์อ่อนยามเช้าทอดผ่านกระจกใสเข้ามาภายในห้องพัก เผยให้เห็นรูปถ่ายมากมาย จากคนต่างหน้าและต่างสถานที่ประดับเรียงรายติดฝาผนังสีขาวสะอาด หากแต่มีรูปหนึ่งในมือของชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นเจ้าของ ถูกสายตาเรียวดุจ้องพิจารณานานนับหลายชั่วโมง แต่ก็เทียบแทบไม่ได้กับการที่มันถูกเก็บไว้ไม่เคยพบแสงสว่างหลายปี
 


เพราะอะไรกัน คิม วอนชิกถึงมีความกล้าหาญมากพอที่จะมองใบหน้านี้อีกครั้ง ใบหน้าที่เขาเคยหลงใหลและตกหลุมรักในรอยยิ้มแสนอ่อนโยน
 


อาจจะเป็นอาการเสียสติระยะสุดท้าย ซึ่งก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังหลังจากพยายามรักษาตัวเองให้หายมาร่วม 5 ปี
 


พระเจ้าไม่คิดเมตตาต่อคนบาปอย่างเขาเอาเสียเลย
 


วอนชิกเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหาเบอร์ที่ต้องการ ก่อนยกขึ้นแนบหูรอสัญญาณตอบรับจากอีกฝ่าย
 


“มีอะไรถึงโทรมาหาแต่เช้า” น้ำเสียงโทนทุ้มนั้นฟังดูประหลาดใจแต่ไม่แสดงความหงุดหงิด หนุ่มร่างสูงหลุดหัวเราะกับประโยคแรกของวันที่ไม่เหมือนคำทักทายสักนิด
 


“แปลกหรือ ฮงบิน”
 


“แปลกสิ คุณชายวอนชิกนี่น่ะเหรอจะตื่นก่อนเที่ยงได้” เสียงขาดห้วงและเสียงของกระแทกดังกุกกักทำให้รู้ว่าอีกคนคงวุ่นกับการเตรียมตัวเปิดร้าน  “หรือไม่ก็... ยังไม่ได้นอน”
 


“อื้อ นอนไม่หลับตั้งแต่ตี 3”
 


“ฉันควรขึ้นไปบิดหูทำโทษนายถึงห้องตอนนี้เลยไหม หัดดูแลตัวเองบ้างสิ”
 


“ขอบคุณนะแต่ไม่ต้องหรอก แค่ช่วยจัดดอกไม้ให้ซักช่อก็พอ” 
 


วอนชิกพูดถึงจุดประสงค์หลักในการโทรศัพท์กับเจ้าของร้านดอกไม้ใต้ตึกอพาร์ทเม้นท์ที่เขาอาศัยอยู่ หลังจากที่ใช้เวลาทั้งคืนเพื่อตัดสินใจกระทำการบางอย่าง
 


“มีอะไรหรือเปล่า” 
 


ฮงบินคงรับรู้ถึงความผิดปกติของตัวเขาแล้ว วอนชิกสัมผัสได้ถึงความห่วงใยในน้ำเสียงของร่างบาง นึกถึงใบหน้าหวานที่มีรอยยิ้มสวยในเขาเสมอ เขารู้ดีว่าอี ฮงบินคิดกับตนอย่างไร แต่ชายหนุ่มก็ยังคงยืนยันว่า ไม่อาจตอบรับความคาดหวังนั้นได้มากไปกว่าเพื่อน
 


“ฝันร้ายถึงเรื่องในอดีตน่ะ” เขาเปิดปากตอบหลังเงียบไปอึดใจ “ขอเป็นลิลลี่สีขาวนะ ฉันจะเอาไปให้คนสำคัญ ...ที่สุสาน”
 
 



.





คิม วอนชิกเคยมีความรักเช่นเดียวกับปถุชนคนธรรมดาทั่วไป เขาตกหลุมรักคนๆหนึ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น และทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับการตอบรับ เขาได้เรียนรู้ว่าความรักนั้นแสนหวานเพียงใด 
 


และขมขื่นเสียจนไม่อาจทานทนนั้นเป็นอย่างไร
 


สองปีแรกกับความรู้สึกสำนึกผิดและอดทนอดกลั้นต่อการประนามต่อว่า ห้าปีให้หลังกับการตกนรกทั้งเป็น
 


รองเท้าบู๊ทหนังเดินย่ำไปบนพื้นหญ้าสีเขียวชะอุ่ม มือใหญ่ประครองช่อดอกไม้สวยผ่านแผ่นหินสีเทาหม่นตั้งเรียงแถวยาวสุดลูกหูลูกตา เขาไม่มีทางลืมทิศทางไปยังที่ที่ร่างของผู้เป็นที่รักนอนหลับไหลอยู่ใต้พื้นพสุธานี้ 
 


ในยามบ่ายแก่เช่นนี้ วอนชิกคาดหวังว่าจะเป็นเพียงมนุษย์ที่ยังคงมีลมหายใจเพียงคนเดียวภายในบริเวณสุสานแห่งนี้ แต่เขากลับต้องผิดหวัง
 


ชายคนหนึ่งในชุดสูดสีดำสนิทเช่นเดียวกับสีผม และดวงตาที่หมองหม่นยืนสงบนิ่งไม่ไหวติงตรงหน้าแผ่นหินสีเทาสลักนามด้วยสีทองงดงาม  วอนชิกก้าวเดินอย่างเชื่องช้าไปเทียบข้างก่อนคุกเข่าลงเพื่อวางช่อดอกไม้ลงอย่างทะนุถนอม มีช่อลิลลี่ที่บรรจงจัดอย่างสวยงามวางอยู่ก่อนหน้าแล้ว 
 


ใครๆต่างรู้ดีว่าเจ้าของหินสลักรักดอกไม้ชนิดนี้มากเพียงใด
 


จอง จีวอน... พี่สาวผู้เป็นที่รักของคิม วอนชิก น้องชายอกตัญญู ไม่แม้กระทั่งมาเยี่ยมเยียนเธอในวันครบรอบวันเสียชีวิตถึงห้าปี 
 


“ผมมาหาพี่แล้วนะครับ ไม่ว่าพี่จะยังอยากเจอผมอยู่อีกหรือไม่” 
 


วอนชิกขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางนึกถึงรอยยิ้มแสนอบอุ่นของหญิงสาวที่เปรียบเสมือนนางฟ้าในดวงใจที่ไม่อาจมีใครทดแทนได้ 
 


เขาทำมันลงไปได้อย่างไรกัน ทำลายความเชื่อใจลงย่อยยับ และทำให้นางฟ้าตนนี้ต้องร้องไห้เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของเขาเอง 
 


 “เมื่อคืนผมฝันใครบางคน และเป็นเหตุดลใจให้ผมมาที่นี่” วอนชิกเอ่ยทำลายความเงียบ และคลี่ยิ้มบางให้กับชายหนุ่มที่จ้องมองดูการกระทำของเขาตั้งแต่แรกอย่างไม่วางตา 
 


“ฉันก็ไม่คิดว่าจะได้เจอนาย”
 


“ไม่เจอกันเสียนานเลยนะครับแทคอุนฮยอง”
 


จอง แทคอุน สามีของจอง จีวอน พี่เขยผู้ร่วมวงศาคณาญาติอย่างถูกต้องตามกฏหมายและเป็น... คนที่เขาเคยรักจนหมดหัวใจ
 


ชีวิตคนเราช่างโหดร้าย...
 


เหมือนโลกทั้งใบจะถล่มลงต่อหน้า เมื่อคนรักเดินเข้ามาบอกว่าตนกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ครอบครัวจัดหามาให้ ตลกร้ายไม่จบไม่สิ้นเพราะผู้หญิงคนนั้นคือ พี่สาวแท้ๆที่วอนชิกทั้งรักและเคารพ 
 


เขาเป็นคนขี้ขลาดที่ไม่กล้าเปิดเผยความจริงว่าจอง แทคอุนกับตนนั้นมีความสัมพันธ์แบบใด ฝืนยิ้มระรื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในทุกครั้งที่มีการพบปะระหว่างครอบครัวของว่าที่บ่าวสาว เพราะไม่อยากให้จีวอนต้องเสียใจ
 


แต่วอนชิกก็ประมาณตนสูงเกินไป ในเช้าวันเข้าพิธีแต่งงาน เขาได้รับจูบจากจอง แทคอุนก่อนเจ้าสาวและนั่นก็เป็นจูบสุดท้ายที่มีให้ด้วยความรัก 
 


ต่อหน้าคนในครอบครัวที่เต็มไปด้วยอารมณ์ตกตะลึงเมื่อได้รับรู้ความจริงที่ไม่คาดคิด เขาประกาศลั่นด้วยความบ้าบิ่นที่ไม่เคยมีมาก่อนหน้าว่ารักผู้ชายคนนี้มากเพียงใด
 


วอนชิกจำทุกอย่างได้ดี เจ้าสาวแสนสวยที่มีน้ำตาอาบนองหน้าเฝ้าถามเพียงว่า ทำไมถึงทำกับเธอแบบนี้ สายตาเต็มไปด้วยความผิดหวังของมารดา คำตะโกนด่าทออย่างรุนแรงและน้ำหนักของมือบิดาที่ทำให้หยดเลือดข้นไหลจากมุมปาก
 


“พิธีแต่งงานในวันนี้จะต้องมีขึ้น” จอง แทคอุนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแหลมบาดลึกในจิตใจของวอนชิก
 


มือเรียวขาวที่เขาพยายามกอบกุมเอาไว้อย่างสุดความสามารถเช่นเดียวกับความรักที่มี ได้สะบัดออกอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาเรียวที่เคยมีแววพราวระยับกลับว่างเปล่าและมืดหม่น
 


“ก่อนหน้านี้ฉันเคยมีความหวังว่า นายจะทำอะไรสักอย่างในขณะที่ฉันหมดหนทาง จนถึงตอนนี้ ฉันถอยหลังกลับตัวไม่ได้อีกแล้ว” 
 


ร่างของแทคอุนเริ่มห่างไกลจากวอนชิกไปทุกวินาที
 


“ฉันตัดสินใจเลือกแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องทำหน้าที่เป็นลูกกตัญญู ตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่เสียที”
 
 

“ไม่...”
 
 

 “และจะสาบานตนต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า ว่าจะเป็นสามีที่ดีของคิม จีวอน”
 

 
"อย่าทำแบบนี้จอง แทคอุน” มือของเขากำลังไขว่คว้าความว่างเปล่า 
 

 
“นายห้ามฉันไม่ได้อีกแล้ว”
 
 

“ผมรักพี่..."
 
 

"แต่ฉันเกลียดนาย..."
 
 
 



.
 
 
 



“คุณพ่อ” 
 


เสียงเล็กหวานใสของเด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงลูกไม้สีขาวสะอาดดังมาแต่ไกล เธอวิ่งถลาเข้ามาหาผู้เป็นบิดา ไม่ใส่ใจพี่เลี้ยงสาววัยละอ่อนที่เพิ่งพาเธอกลับมาจากห้องน้ำในโบสถ์ใกล้เคียง
 


“อย่าวิ่งสิจียอน ถ้าหกล้มบาดเจ็บขึ้นมาจะเป็นยังไง” แทคอุนขมวดคิ้วตำหนิลูกสาว ก่อนตวัดสายตาดุเผื่อแผ่ไปถึงคนที่เขาจ้างมาดูแลเด็กน้อย
 


ร่างสูงเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจเมื่อได้สังเกตุพฤติกรรม วอนชิกไม่รู้จักจอง แทคอุนคนนี้ที่มีความเป็นพ่อคน ความเป็นผู้นำและดูจะเข้มงวดไปเสียทุกเรื่อง 
 


เขาคุ้นเคยกับจอง แทคอุนคนที่ขี้อายและอ่อนโยน ทำให้รู้สึกอยากปกป้องดูแลไปตลอดชีวิต
 


เสียงหัวเราะแหบต่ำคงจะดังไปเสียหน่อยถึงเรียกความสนใจได้จากทั้งสองพ่อลูกตระกูลจอง เด็กหญิงเกาะชายเสื้อของบิดาแน่นก่อนถอยตัวไปด้านหลัง ดวงตากลมใสจ้องพิจารณาชายแปลกหน้าที่มีผมสีฟ้าสว่างและชุดหนังสีดำสนิทอย่างไม่วางใจ
 


“สวัสดีคนสวย”
 


วอนชิกย่อตัวลงและปั้นยิ้มอย่างเป็นมิตร แทคอุนส่ายหัวก่อนดันหลังลูกสาวออกมาเผชิญหน้า 
 


“สวัสดีน้าวอนชิกสิลูก เขาเป็นน้องชายของคุณแม่”
 


เมื่อจียอนได้ยินอย่างนั้น จากสายตาเกรงกลัวกลับกลายเป็นความสงสัยและให้ความสนใจ เธอมีเพียงความทรงจำเลือนลางเกี่ยวกับน้าชายคนนี้จากคำบอกเล่าของคุณตาคุณยาย ร่างเล็กก้มหัวทักทายตามมารยาทและคลี่ยิ้มหวานให้ตามประสาเด็กที่ไม่คิดติดใจอะไรมาก
 


“ยิ่งโตขึ้น ยิ่งเหมือนจีวอนนูน่าเลยนะครับ” วอนชิกเอื้อมมือลูบกลุ่มผมนุ่มด้วยความเอ็นดู “ครั้งสุดท้ายที่เจอ ...ในงานศพ ยังเป็นแค่เด็กแบเบาะอยู่เลย”
 


หลังจากเกิดเรื่องในวันแต่งงานของลูกสาวคนโตตระกูลคิม เพื่อเกี่ยวดองทั้งทางเครือญาติและความสัมพันธ์อันดีทางธุรกิจ ลูกชายคนเล็กก็แทบไม่ถูกกล่าวถึง 
 


วอนชิกแบกรับความผิดที่ถาโถมใส่ เขาประคองตัวเองแทบไม่ไหวยามได้รับสายตาที่หมางเมินจากคนในครอบครัวและคนที่เขารัก จึงแยกตัวออกมาอยู่คนเดียวและหวังว่าเวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น
 


แต่ในปีต่อมา เขาถึงกับเสียศูนย์และเสียสติเมื่อได้รับรู้ข่าวร้าย อุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้พี่สาวคนเดียวที่เขามีต้องจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
 


จากนั้นเขาก็เริ่มออกเดินทาง หนีไปไกลเสียเกือบทั่วโลกเพื่อที่จะได้ไม่ต้องรับรู้ความจริง
 


ใช่แล้ว ...คิม วอนชิกก็ยังคงเป็นคนเห็นแก่ตัวอยู่วันยังค่ำ
 
 




.
 
 




บรรยากาศภายในโบสถ์วันธรรมดานั้นเงียบสงัด เมื่ออยู่ต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า จิตใจที่ฟุ้งซ่านกลับสงบลงได้อย่างน่าประหลาด เด็กหญิงจียอนผลอยหลับไปบนตักของผู้เป็นบิดาไม่รับรู้ถึงความอึดอัด ไร้ซึ่งคำพูดจาของผู้ใหญ่ทั้งสอง 
 


จอง จียอนออกอาการติดน้าชายสุดเท่ห์เป็นอย่างมาก จนวอนชิกที่ตั้งใจในครั้งแรกเพียงว่าจะนำดอกไม้มาเคารพศพพี่สาวสักครั้งแล้วก็กลับ แต่กลายเป็นว่าเขาต้องอยู่เป็นเพื่อนเล่นให้หลานสาวในขณะที่จอง แทคอุนได้ใช้เวลากับภรรยาผู้ล่วงลับ และจับพลัดจับผลูมานั่งอยู่ตรงนี้
 


“นายไปอยู่ที่ไหนมา”
 


“โตเกียว, ฮ่องกง, กรุงเทพ, ชิคาโก...” สายตาเรียวนั้นจับจ้องแสงสว่างที่ผ่านรอดหน้าต่างบานใหญ่ขณะไล่ชื่อสถานต่างๆที่เขาออกท่องเที่ยวเพื่อหนีความเป็นจริงอันน่าเจ็บปวด หากแต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความล้มเหลว “...อิสตันบูล, ปารีส, ลอนดอน แล้วก็ ...โซล” 
 


“แต่นายไม่เคยกลับมาให้ครอบครัวได้เห็นหน้า ทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้”
 


“ทุกคนก็ดูมีความสุขดีที่ไม่มีผม” หนุ่มร่างสูงแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง
 


“คุณแม่เก็บข่าวทุกอย่างที่เกี่ยวกับนาย การประกวดภาพถ่ายที่นายได้รางวัลหรือแม้แต่นิตยสารที่ลงรูปของราวี” แทคอุนเอ่ยเสียงเรียบ “คุณพ่อเองก็รู้อยู่เสมอว่านายอยู่ที่ไหน”
 


“ผมไม่มีหน้ากลับไปพบพวกท่านหรอกครับคุณจอง” ดวงตาที่มักฉายแววกร้านกลับสั่นไหว “แม้กระทั่งตอนนี้ต่อหน้าหลุมศพจีวอนนูน่า ยังแทบไม่กล้ามอง”
 


“ใครจะอยากเจอผู้ชายชั่วๆที่รักได้แม้กระทั่งว่าที่เจ้าบ่าวของพี่สาวของตัวเอง”
 


เขามีคนรักคนเดียวกับพี่สาว 

เขารักจอง แทคอุนไม่น้อยไปกว่าคิม จียอน 
 


ชายหนุ่มผู้ถูกกล่าวถึงเม้มริมฝีปากแน่น คำพูดนั้นแทงใจดำลึกอย่างสาหัสและถูกฉุดเข้าไปในความทรงจำที่อยากจะลืม 
 


“อย่าโทษตัวเองสิวอนชิก เรื่องนี้นายไม่ได้ผิดแค่คนเดียว” แทคอุนเอ่ยสวนขึ้นมา “ฉันเองก็...”
 


“แม้แต่คุณเองก็ยังเกลียดผม”
 


“ฉันไม่เคยรู้อะไรเลยต่างหาก” เสียงที่ไม่จะผ่านไปนานเพียงใดก็ยังหวานรื่นหูในความคิดของวอนชิกกระซิบเบา “ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย”
 


“ถึงจะรู้แล้ว คุณก็เลือกจีวอนนูน่าอยู่ดี” มือที่กำแน่นเพื่อระงับอารมณ์พยายามคลายออกอย่างช้าๆ “ทำถูกแล้วครับ”
 


ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนพร้อมหยิบเสื้อแจ็ตเก็ตมาสวมใส่ เขาหลับตาสูดหายใจลึกก่อนเอ่ยประโยคที่สมควรจะกล่าวตั้งแต่แรกที่ได้พบเจอคนที่เขาไม่คาดคิด
 


“ผมอยู่ที่นี่มานานเกินไปแล้ว ได้เวลากลับเสียที”
 


“วอนชิก”
 


ร่างสูงโปร่งนั้นเอื้อมมือมาจับที่แขนหวังจะยื้อเอาไว้ วอนชิกสะดุ้งราวกะถูกไฟแผดเผา เขาปัดออกและถอยห่างอย่างพยายามควบคุมมารยาท ควบคุมน้ำเสียงเพราะไม่ต้องการให้หลานสาวตัวน้อยได้ตื่นขึ้นมา
 


“ยินดีที่ได้เจอคุณนะครับ และ...ลูกสาวของคุณก็น่ารักมากจริงๆ”
 


วอนชิกเลี่ยงที่จะไม่สบกับดวงตาคู่นั้นที่กำลังมีประกายน้ำใส ดวงตาคู่ที่สามารถทำให้เขาโอนอ่อนศิโรราบแทบเท้าได้อย่างไม่มีเงื่อนไข 
 



“ยังไม่สายที่จะเริ่มต้นใหม่นะ”

 


เสียงนั้นแว่วหวานราวกับมนต์สะกด แต่เขาจะไม่ยอมให้มันไม่เกิดขึ้นอีกครั้งหรือตลอดไป
 



“ลาก่อนครับจอง แทคอุน”
 
 




.





แสงแดดนอกโบสถ์ทำให้ตาพร่าไปชั่วขณะ แต่คิม วอนชิกก็ไม่คิดที่จะหยุดก้าวเดิน เขาพุ่งตรงไปตามทางอย่างไม่คิดจะหันหลังกลับไป เช่นเดียวกับความคิดและจิตใจ หัวใจของเขาพองโตแม้จะเจ็บเสียดกับการเผชิญหน้าความจริง อาจะเทียบไม่ได้กับการทำตัวเป็นไอ้ขี้แพ้แสนอ่อนแอที่ปล่อยให้ฝันร้ายมีชัยชนะเหนือตัวเขามาตลอด 5 ปี มันช่างเล็กน้อยจริงๆกับความภาคภูมิใจในความกล้าหาญของตัวเองตอนนี้ ที่ได้เอ่ยคำขอโทษแสดงความสำนึกผิดและความอาวรณ์ด้วยสายสัมพันธ์ของพี่น้องที่ไม่มีวันตัดขาดต่อหน้าหลุมศพของผู้หญิงที่เขารัก
 


ได้...เอ่ยคำลาต่อหน้าคนที่เขาเคยรักมากที่สุด 
 


เขา...จะไม่...จมปลักอยู่กับอดีตอีกแล้ว
 


ใช่... ยังไม่สายที่จะเริ่มต้นใหม่
 


อย่างไรต่อไปดีนะ ยังพอมีเวลาอีกสักหน่อยให้ขับมอเตอร์ไซต์คู่ใจกินลมชมวิว ก่อนโทรชวนอี ฮงบิน หนุ่มเจ้าของร้านดอกไม้คนนั้นออกไปหาอะไรอร่อยทานกันสองต่อสองเป็นมื้อค่ำ
 


คงจะ...เป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะไม่ว่าอย่างไร หากยังมีลมหายใจ ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อไป
 


อย่างนั้นหรือเปล่า จอง แทคอุน
 
 
 
 

.





“คุณน้าวอนชิก....”
 


เด็กหญิงตัวน้อยเรียกเสียงใสดังตามหลังมาแต่ไกล ทำให้ชายหนุ่มจำต้องชะลอฝีเท้าลง เอี้ยวตัวกลับไปมองและยืนรอจนกระทั่งเจ้าหญิงเสด็จมาถึง เธอคลี่ยิ้มหวานพร้อมกับเอื้อมมือคว้าเกาะชายเสื้อ 
 


“มีอะไรหรือจียอน” เขาย่อตัวลงก่อนเอ่ยถาม
 


“จียอนจะได้เจอคุณน้าอีกไหมคะ” ตาแป๋วๆไร้เดียวสานั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง พยายามออดอ้อนเขาเสียเหลือเกิน “จียอนไม่อยากเล่นกับคุณพ่อ เล่นกับคุณตาคุณยายแล้ว คุณน้ามาเล่นกับจียอนที่บ้านนะคะ” 
 


วอนชิกหลุดหัวเราะในลำคอ ก่อนเหลือบมองร่างโปร่งที่ยืนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอยู่ห่างๆ 
 


สั่งสอนอะไรให้ลูกกันน่ะจอง แทคอุน รู้ทันอย่างนั้นหรือว่าตัวเองกำลังจะไม่มีข้อต่อรองอะไรที่จะมารั้งคิม วอนชิกคนนี้ไว้ได้ ถึงได้รีบส่งไพ่ตายออกมาขัดขวางกันแบบนี้ 
 


“ชอบคุณหมีเหรอ” หนุ่มผมฟ้าเอื้อมมือลูบผมนิ่มยาวเป็นลอนของหลานสาวด้วยความเอ็นดู เอ่ยถามถึงเจ้าตุ๊กตาสีน้ำตาลที่เธอถือติดมือมาด้วย
 


“อื้อ”

 

“อาทิตย์หน้า น้าพาครอบครัวคุณหมีที่บ้านของน้าไปเล่นกับจียอนด้วยดีไหม”
 


เขาหลีกเลี่ยงและหลบซ่อนตัวจากอดีตมาโดยตลอด ไม่ต้องการรับรู้หรือมีความเกี่ยวข้อง แต่วันนี้ที่เขาได้มาพบหน้าหลาน ลูกสาวของจีวอน แก้วตาดวงใจของพี่สาวที่รัก วอนชิกเกิดความรู้สึกตื้อในอก ความคิดที่ขัดแย้งกันกลับบอกว่าเขาไม่อาจจะตัดใจจากเด็กคนนี้ไปได้ 
 


“จริงเหรอคะ” เด็กหญิงทำตาโต “สัญญานะ ใครผิดสัญญาต้องกลืนเข็มพันเล่ม”
 


“สัญญาครับ”
 
 





.







เขาอาจจะต้องกลืนเข็มมากกว่าหมื่นเล่ม 
 


อาจจะเพราะงานด่วนที่ทางนิตยสารเร่งในเขาแต่งรูปในเสร็จภายในคืนเดียว อาจจะเพราะความอ่อนล้าจากการโหมทำงานติดต่อกันหลายวัน จึงทำให้วอนชิกผิดสัญญากับหลานสาวตัวน้อย แต่ที่จริงแล้ว ...เขาจงใจ
 


แค่เด็กน้อยเพียงหนึ่งคน เขาไม่คิดอิดออดจะไปพบเจอ หากแต่เป็นผู้ใหญ่หลายคนที่มีความทรงจำที่ไม่ดีในอดีตและมีอคติต่อกันเป็นที่ตั้ง นึกสภาพยามที่ต้องเผชิญหน้าไม่ออกเลยจริงๆ 
 


เสียงออดหน้าประตูห้องพักดังลั่น วอนชิกส่งเสียงตอบอย่างเกียจคร้าน ในใจคาดหวังให้เป็นฮงบินที่มีแก่ใจมาสำรวจว่าเขายังมีชีวิตอยู่ดีหรือไม่ พร้อมอาหารอร่อยๆสักมื้อ
 


แต่เมื่อประตูไม้บานใหญ่เปิดกว้าง เขากลับพบในสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดถึงมาก่อน
 


จอง แทคอุน...
 


“คุณมาทำอะไรที่นี่”
 


“ฉันมารับคนผิดสัญญา ให้พาครอบครัวคุณหมีไปหาลูกสาวของฉันเสียที”
 


ใจหนึ่งอยากทำตัวเลวร้ายด้วยการออกปากไล่ แต่คิม วอนชิกทำไม่ได้ สุดท้ายก็กลั้นใจผายมือเชิญชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นพี่เขยเข้ามาภายใน ดวงตาเรียวกวาดมองสำรวจไปทั่วจนปะทะกับสายตาแข็งกร้าวของเจ้าของห้อง
 


“รู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่”
 


“ข้อมูลส่วนตัวของราวี ช่างภาพชื่อดังไม่ได้ลึกลับอะไรมากมายหรอก จริงไหม” แทคอุนบอกพร้อมกับรอยยิ้มบาง “ก็เคย
บอกไปแล้ว คุณพ่อรู้เสมอว่านายอยู่ไหน”
 


“มันก็เรื่องของพวกคุณ ผมไม่สนใจอะไรด้วย” ร่างสูงเอ่ยเสียงห้วนแข็งอย่างไม่รับแขกเท่าที่จะทำได้ 



แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ตัวหรือจงใจที่จะไม่รู้ แทคอุนก้าวเดินไปบนพื้นห้องปูนเปลือยที่เกลื่อนกลาดไปด้วยข้าวของตามสไตล์หนุ่มโสด รูปภาพมากมายถูกวางเรียงอยู่ทุกทิศทางบ่งบอกอาชีพของเจ้าของห้อง 
 


“เรื่องของจียอนน่ะ ผมไม่ได้ลืมแต่ผมยังไม่ว่าง ถ้าเคลียร์งานเสร็จเมื่อไหร่จะไปหาเธอเอง ไม่ต้องลำบากคุณจองให้ต้องเสียเวลามาตามตัวผมหรอก” วอนชิกเอ่ยขึ้นอีกครั้งทำลายความเงียบ
 


“ไม่ลำบากเลย ไม่เสียเวลาสักนิด ฉันเสียเวลามาเยอะแล้ว อีกสักหน่อยคงไม่เป็นไร”
 


นิ้วเรียวไล้ไปตามแผงรูปถ่ายบนผนัง คิม วอนชิกไม่ได้มีชีวิตที่ย่ำแย่มากนัก ถ้าไม่นับถึงเรื่องอดีตที่พวกเขาต่างรู้ดีว่ามันเลวร้ายมากเพียงใด 
 


“แต่ผมเป็น...”
 


“วอนชิกคนที่ฉันรู้จักไม่ได้เย็นชาขนาดนี้นะ”
 


“เรียกว่า ‘เคย’ รู้จักจะดีกว่านะครับ เวลาตั้ง 5 ปีจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างเลยหรือ” 
 


“ต่อปากต่อคำเก่งขึ้นเสียด้วย”
 


สายตาของแทคอุนไปหยุดที่รูปถ่ายใบหนึ่งบนโต๊ะไม้ใกล้ เขาห้ามตัวเองไม่ได้ที่จะเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาดูให้ชัดๆ 
 


รูปถ่ายของตัวเขาเองที่มีรอยยิ้มเขินอายในอ้อมกอดของคนที่พยายามจะจูบเขาและกดชัตเตอร์ไปพร้อมๆกัน
 


“คุณไม่ควรหยิบของของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตินะ” หนุ่มผมฟ้าผู้เป็นเจ้าของห้องถลาเข้าไปฉวยเอารูปถ่ายขึ้น ตวาดใส่เสียงดังลั่นด้วยความโกรธเคือง
 


“นายยังเก็บมันไว้” แทคอุนไม่ได้สนใจกริยาหยาบคายนั้น เขาจ้องสลับไปมาระหว่างรูปถ่ายและใบหน้าของอีกฝ่าย เขาเกิดความสงสัยเพิ่มพูนมากขึ้นทุกวินาที
 


“ผมกำลังจะทิ้งมัน”
 


“แต่ทำไม่ได้ใช่ไหม” แทคอุนสวนกลับในทันที “เหมือนกับที่นายลืมฉันไม่ได้”
 


“อย่าทำเหมือนรู้จักผมดีไปหน่อยเลย”
 


“ฉันรู้จักนายดีกว่าใคร คิม วอนชิก”
 


วอนชิกไม่รู้ตัวเลยว่า ทำไมเอื้อมมือไปคว้าเอาตัวของจอง แทคอุนเข้ามาใกล้ขนาดนี้ ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวประสานกัน  ก็แค่อารมณ์ชั่ววูบที่อยากเอาชนะความอวดดีของอีกฝ่าย ก็แค่อยากให้จอง แทคอุนหยุดพูดสักที
 


“อืออ...”
 


เสียงครางประท้วงเบาจากอีกฝ่ายเรียกสติของร่างสูงให้กลับคืนมา วอนชิกเบิกตากว้าง ขายาวถอยหนีโดยไม่รู้ตัว 
 


ทำไม...ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน 
 


ทำไม...ริมฝีปากนี้ถึงยังคงหวานละมุนไม่เปลี่ยนแปลง
 


“ผมขอโทษ...ผมไม่ได้ตั้งใจ”
 


“ทำไมกันวอนชิก ทำไมต้องขอโทษ” ใบหน้าที่มักเรียบเฉยนั้นกำลังแสดงอารมณ์ที่หลากหลาย เศร้า เจ็บปวด และสับสนไม่น้อยไปกว่าวอนชิก “ทำไมถึงต้องทำเหมือนว่าจะต้องผลักไสฉันไปให้ไกลๆเสียให้ได้”
 


"ความรักของเราจะไม่มีทางเริ่มต้นใหม่ เพราะความตายของใครครับแทคอุนฮยอง"
 


"เธอตายไปแล้ว แต่นายยังอยู่" มือเรียวยกขึ้นแตะแก้มกร้าน "ยังต้องมีชีวิตต่อไป จีวอนคงเสียใจหากรู้ว่านายจมอยู่กับความทุกข์แบบนี้"
 


"ผมก็เหมือนตายทั้งเป็น"
 


“ทุกคนให้อภัยนายหมดแล้ว คิม วอนชิก” แทคอุนบังคับให้อีกฝ่ายสบตา “แล้วนายล่ะ พร้อมที่จะให้อภัยตัวเองหรือยัง”


 
“...”
 


“ฉัน...  ไม่เคยเกลียดนายได้อย่างที่พูดซักครั้ง” ไหล่กว้างของผู้นำครอบครัวตระกูลจองที่เคยผึ่งผายเป็นที่พึ่งพิงของคนในครอบครัว กลับดูเล็กลู่ลงอย่างน่าประหลาด “ไม่มีทางเกลียดนายได้”
 


มือหนากำแน่น ทั้งที่อยากสวมกอดเพื่อปลอบโยนใจจะขาด
 


ใช่... ใจเขาโหยหาความทรงจำที่ดีบางอย่างในอดีต ไม่ใช่ทั้งหมด และวอนชิกก็ยังคงยืนยันกับตัวเองว่าเขาไม่อาจยอมรับความสัมพันธ์ในสถานะ ‘คนรัก’ กับจอง แทคอุนได้อีก ชีวิตที่ผ่านมาเขาได้รับบทเรียนที่แสนสาหัสมากเกินพอแล้ว 
 


“ฉันเข้าใจและรู้ดีไม่น้อยไปกว่านายหรอกว่าเราไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้อีก” แทคอุนเงยหน้าสบตาอีกฝ่าย เขาพยายามอย่างหนักในการควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเท่า “ไม่ใช่เพื่อ ‘เรา’ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนรักกัน แค่กลับมา... กลับมาเป็นหัวใจของคุณพ่อคุณแม่ เป็นน้องชายของฉัน เป็นน้าชายของจียอนได้ไหมวอนชิก ฉันขอร้องล่ะ”
 


“อย่าให้คนดีๆอย่างคุณต้องมาก้มหัวขอร้องคนชั่วอย่างผมเลยครับจอง แทคอุน”
 


“ไม่เลยวอนชิก เรื่องนี้ไม่มีใครดีทั้งนั้น มีแต่คนเห็นแก่ตัวที่นึกถึงแต่ตัวเอง จนถึงท้ายที่สุดจึงได้รับรู้ว่าสูญเสียอะไรไปบ้างจากการกระทำของตัวเอง”
 


คิม วอนชิกไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร เขาไม่รู้จริงๆว่าควรเลือกทางเดินไหนที่ดีที่สุดให้กับชีวิตต่อไปจนกว่าจะหมดสิ้นลมหายใจ
 


“ฉันจะไม่ยอมทนทุกข์อีกต่อไป แต่ฉันต้องขอความช่วยเหลือจากนาย” ดวงตาเรียวตวัดจ้องลึก “ถ้าไม่มีนาย ฉันคงทำไม่ได้”
 


“บอกผมทีสิว่าจะต้องทำยังไง จอง แทคอุน ผมไม่อยากจมอยู่กับอดีตอีกแล้ว ผมอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่และผมคาดเดาว่าคงใจแข็งได้อีกไม่นาน หากคุณยังคงจะทำตัวดื้อดึงหว่านล้อมผมอยู่อย่างนี้”
 


ริมฝีปากเรียวคลี่ยิ้มบางเมื่อได้ฟังประโยคนั้นจนจบ
 


“อย่างแรก ไปกับฉัน หอบครอบครัวคุณหมีของนายไปที่บ้านตระกูลคิม ทุกคนกำลังรอนายอยู่ แล้วก็อยู่เป็นเพื่อนเล่นให้จียอนสักสองสามวัน ห้ามบ่นหรือคิดหนีไปให้ห่างสายตาฉันเลยนะ”
 



วอนชิกตอบรับด้วยรอยยิ้มที่กว้างกว่า หัวใจของเขาคล้ายกำลังถูกปลดโซ่ตรวนพันธการอันหนักอึ้งออกไปทีเส้น
 



.





“ผมจะพยายามนะครับ จะลองพยายามอีกสักครั้ง” 







END.









For VIXX Eternity 1st Win.





สวัสดีค่ะ 

จริงๆไม่รู้จะทอล์คอะไรกะคนอ่านดี เอาเป็นว่า คนเขียนคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ค่ะ :p

รับทราบทุกการทวงถามถึงฟิคชั่นทุกเรื่องที่เราดองเอาไว้ ไม่ทิ้งงานแต่คลอดช้าตามสถานะ/ภาระหน้าที่การงานที่หนักหน่วงตอนนี้ค่ะ

ช็อตฟิคเรื่องนี้ เริ่มต้นฉบับไว้นานมากแล้วแต่เพิ่งมีแรงฮึดแต่งต่อจนจบ ได้ฤกษ์อัพเลยถือเป็นของขวัญให้ชัยชนะของหนุ่มๆไปด้วยเลย ฮ่าๆๆ

เรื่องหน้า(เมื่อไหร่ไม่อาจกำหนดเวลาได้) เอาแนวหวานๆบ้าง เนอะ!  

- Natt



 
B B


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
.::: [[VIXX]] Fiction Boxx :::.(Yaoi) ตอนที่ 10 : [SF] Gotta Move On - Ravi x Leo , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 931 , โพส : 6 , Rating : 0% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 6 : ความคิดเห็นที่ 309
คุมราวี่;_; ภาษาดีมากๆเลยค่ะไรท์
Name : jxrim_oo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jxrim_oo [ IP : 124.121.197.226 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กรกฎาคม 2561 / 00:12
# 5 : ความคิดเห็นที่ 282
อ่านแล้วหน่วงจังเลยยยยย ฮือออออ คิดเหมือนทุกเมนท์เลยค่ะ นึกว่าแทคอุนจากไปแล้ว.. กลายเป็นพี่สาว โฮ้ก แล้วมันดราม่ามาก แต่ก็ชอบมาก เข้าใจฟีลเลย อยากอ่านอีกนะคะ ไปตามอ่านก่อน... ขอบคุณค่ะ :D
Name : Hirotic Kim < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hirotic Kim [ IP : 49.229.135.4 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กันยายน 2560 / 01:13
# 4 : ความคิดเห็นที่ 112
อ่านจบเเล้วมึนอยู่ชั่วครู่นึง...
สนุกมากค่ะ ดราม่าดีด้วย คิดเหมือนกับความเห็นข้างบนนึกว่าเลโอตายตั้งเเต่เริ่มเรื่อง
ในใจอยากให้เป็นตอนจบอีกเเบบ เเเต่เเบบนี้ก้ดีเหมือนกัน อยากให้ราวีให้อภัยตัวเอง
ขอบคุณไรเตอร์มากๆค่ะ
PS.  
Name : ChilL Out !! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ChilL Out !! [ IP : 202.28.182.5 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2557 / 16:18
# 3 : ความคิดเห็นที่ 109
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดชอบอ่ะ
Name : taohui [ IP : 49.0.117.154 ]

วันที่: 28 มิถุนายน 2557 / 17:48
# 2 : ความคิดเห็นที่ 108
นึกว่าเลโอตาย ตกใจหมดเลย จียอนเป็นตัวสมานบาดแผลสินะ
Name : Thitiworada Chueaphramphae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Thitiworada Chueaphramphae [ IP : 118.173.219.166 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2557 / 19:54
# 1 : ความคิดเห็นที่ 107
ฮืออออออออออออออออๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กลับมาได้อย่างประทับใจเช่นเคยค่ะพี่นัท ฮือออออออออออ

ตอนแรกตกใจนึกว่าแทคอุนตาย ๕๕๕๕๕๕๕๕๕ แต่โล่งใจ แต่ก็เจ็บปวดอยู่ดี เฮ้อ เรื่องนี้พูดยากจริงๆ ฮือออออออออออออออออออออออออออออ ไม่รู้จะเม้นอะไรเลยค่ะเนี่ยยยยย แต่แบบว่า โถ่ บินนี่ก็เศร้าสินะท้ายที่สุด ฮือออออออออออ

ขอบคุณนะคะที่แต่งมา ประทับใจค่ะ ฮือออออออ
Name : Yogurt3200 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Yogurt3200 [ IP : 171.101.144.222 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2557 / 23:46
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android