Kid Zodiak
ดู Blog ทั้งหมด

Cyber Camp 5 ตอนที่ 2

เขียนโดย Kid Zodiak

       วันนี้บรรดาบัณฑิตทั้งหลายนัดออกไปเที่ยวกันตอน 7 โมงเช้า [สรุปตรูมาค่ายเพื่อ...!!? มาเที่ยวชัดๆ เอิ๊กๆ] พอลงมาที่โรงครัวกันครบแล้ว แวะไปรับเบิร์ดที่บ้านมันก่อน แล้วค่อยไปเที่ยวกัน [งานนี้บัณฑิตไปหมด ยกเว้นหมูกับบิวที่อยู่ค่าย แม้แต่พี่เปี๊ยกก็ยังไปเลย เหอๆ]


โรงครัวของเรา อยู่มันซะกลางทางออกหน้าตึกเลยวุ้ย

       ไปถึงตลาดน้ำดำเนินสะดวกราวๆ 8 โมง เดินดูของ ซื้อของกินแล้วนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นมื้อเช้ากัน [ซัดกล้วยทอด เตี๋ยวเรืออีก 2 ตบท้ายด้วยฝรั่งอีก อิ่มโคตรๆ] ตอนแรกว่าจะล่องเรือกันด้วย แต่ไปๆมาๆแต่ละคนอยากไปหยอดหอยหลอดมากกว่า เลยต้องรีบไปเพราะกลัวน้ำขึ้น


       ไปถึงดอนหอยหลอดราวๆ 10 โมงครึ่ง [ตอนอยู่บนรถนี่หลับตลอดอ่ะ สงสารแนทที่ต้องขับรถจังเลย เอิ๊กๆ] เข้าไปไหว้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์กันก่อน แล้วค่อยไปติดต่อเรือที่จะพาไปหยอดหอย [มันต้องนั่งเรือต่อ คนละ 5 บาทอ่ะ]



แอบถ่ายดอกไม้ข้างศาลมา สวยงามมากมาย

       แต่อนิจจา เค้าบอกว่าต้องมาช่วงหน้าร้อนถึงจะไปหยอดตอนเวลานี้ได้ ช่วงฤดูนี้เวลาน้ำขึ้นมันเปลี่ยน ตองไปหยอดตอนกลางคืนเท่านั้น หง่า.. เซ็งเลย สุดท้ายเลยไปเดินซื้อของที่เค้าขายแถวนั้นมานั่งกินกันแทน [กลายเป็น Eating Tour ไปซะแล้ว เหอๆ]




นุ่น นุและเบิร์ดซื้อมาเพราะสงสารคนขายอ่ะ
เค้าแขนขาดข้างนึง แต่ก็ยังนั่งทำไอ้นี่ออกมาได้ เก่งมากๆ

       ไปวัดศรัทธาธรรมกันต่อ [เป็นวัดที่มีช้างอธิษฐานอ่ะ คือเค้าจะให้อธิษฐานแล้วลองยกช้างดู ถ้าครั้งแรกยกขึ้น ครั้งที่สองยกไม่ขึ้น จะสมหวัง โดยผู้ชายใช้นิ้วก้อย ผู้หญิงใช้นิ้วนางยก]

       พอได้ทำบุญไหว้พระกันเสร็จเรียบร้อย [ทำบุญกระเบื้องปูหลังคาวัดไปด้วย แต่ผมไม่ได้เขียนชื่อผมนะ เขียนในนาม "KMITL Internet Club" ลงไปแทน ฮิ ฮิ ให้น้องๆที่ทำค่ายอยู่ได้บุญกันถ้วนหน้า] ก็มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวเจกัน [ที่วัดเค้ามีทำแจกให้กินฟรี]

       ไปอุทยาน ร.2 กันต่อ ถึงเกือบบ่ายโมงครึ่งละ [อย่าถามว่าไปไงนะ หลับตลอด เอิ๊กๆ] เสียค่าเข้าอุทยาน 20 บาท แล้วก็เข้าไปเดินดูเรือนไทยกัน แต่ผมไม่ได้ขึ้นไปดูแล้วอ่ะ ง่วงมากๆ เลยหามุมสงบๆถ่ายรูปแล้วแอบงีบแทน เอิ๊กๆ



ฟางนั่งทำเป็นนางเอก Music เอิ๊กๆ


ช็อตเด็ด เล่นโจ๋งครึมกันกลางอุทยาน ไม่มีเซนเซอร์ [ฮา..]

       คนอื่นๆก็ไม่แพ้กัน เริ่มหมดสภาพกันหมด เมื่อวานนอนกันไม่พอ แถมยังตื่นกันแต่เช้าอีก เหอๆ กลายเป็นว่าแต่ละคนเริ่มหามุมสงบๆ แอบงีบกันซะงั้น เอิ๊กๆ [โดยเฉพาะแนทกับนุนี่ หลับไปเลยอ่ะ เพราะขับรถตลอดไม่ได้นอนเลย ส่วนนุ่น วิทและต้องนี่พลังงานเหลือเฟือมากๆ ถ่ายรูปกันตลอด]



ไอ้ต้องมาลอดท้องช้างงี้ จะได้บุญมั๊ยเนี่ย เหอๆ

       จนกระทั่งบ่ายสามโมง โมโทรมาหาบอกว่าที่ค่ายมีปัญหา เพราะว่า รองฝ่ายวิชาการมาบอกว่าให้เลิกค่ายเร็วขึ้น 1 วัน จากเดิมเลิกวันอังคารที่ 24 เลื่อนมาเลิกตั้งแต่วันจันทร์แทน เพราะโรงเรียนเค้าจะเปิดเทอมแล้ว [เค้ากลัวห้องเรียนที่เราใช้นอนไม่เรียบร้อย]

       แค่นี้แหละ ทำเอาตารางค่ายวุ่นวายไปหมดเลยครับ ต้องมานั่งปรับนั่งเลื่อนใหม่หมด กิจกรรมต่างๆที่จะทำในวันอังคารต้องเลื่อนมายัดลงวันจันทร์หมด เหอๆ เป็นปัญหาเร่งด่วนดีจริงๆ พวกผมเลยต้องรีบเดินทางกลับค่ายกันทันที

       กลับมาถึงค่าย 4 โมง หมูก็มาอธิบายให้ฟังว่า ตอนแรกที่น้องไปคุยกับผอ.และรองฯวิชาการ น้องเค้าบอกว่าค่ายจะจบวันที่ 23 ทั้งสองคนเลยบอกไม่มีปัญหา แต่หลังจากนั้นน้องเค้าไปบอกผอ.ขอเลื่อนวันปิดค่ายเป็นวันที่ 24 แทน

       ซึ่งผอ.คงไม่ได้ประสานกับรองฯวิชาการ พอเค้ารู้เข้าเลยฉุนขึ้น มาโวยวายใส่เลย [ซึ่งจริงๆแล้ว ก็ถือว่าเป็นความผิดพวกเราด้วยที่ไม่ได้แจ้งให้เค้ารู้ล่วงหน้า เผลอคิดไปเองว่าผอ.จะช่วยแจ้งประสานให้]

       ก็เข้าใจนะว่าเค้าอยากให้ห้องเรียนที่พวกผมใช้นอนเรียบร้อยก่อนเปิดเทอม เพราะถ้าเปิดเทอมมาแล้วห้องที่ใช้ทำกิจกรรมมันยังไม่เรียบร้อย มันจะดูไม่งาม สุดท้ายเลยต้องเปลี่ยนตารางใหม่ งดงานเลี้ยงปิดค่ายแล้วกลับกันวันจันทร์แทน

       เหตุผลที่เค้าทำมันก็ถูกนะ แต่ที่ผมไม่ค่อยชอบคือ ทำไมโรงเรียนนี้ไม่ค่อยให้ความร่วมมือซักเท่าไหร่ ไม่ค่อยสนใจค่ายที่ผมไปจัด เห็นว่าตอนแรกจะเก็บค่าน้ำค่าไฟด้วย - -" [นี่ไปจัดให้ฟรีนะเฟร้ย พวกผมไม่ได้อะไรด้วยนะ เพื่อน้องค่ายแท้ๆเลยนะเนี่ย]

       แล้วงกอย่างแรงอ่ะ จะเบิกอะไรมาใช้ทีนี่ วุ่นวายที่สุด ใช้แล้วต้องคืนเลย อย่างโปรเจคเตอร์เนี่ย เบิกวันต่อวันเลย ลิฟท์ก็ห้ามใช้ แล้วขนของขึ้นชั้น 4 ชั้น 5 เนี่ยนะ เอาแค่ยกหม้อข้าวขึ้นไปชั้น 2 เนี่ย ก็น่าจะให้ใช้มั่งนา หม้อเบ้อเร่อเลย [แต่ก็แอบใช้กันนะ ไม่งั้นไม่ไหวอ่ะ]

       กลับมาถึงค่าย ก็ขึ้นมาเก็บของ ไปอาบน้ำกับบิ๊ก [ไปค่ายคราวนี้ไม่ได้เอาไรไปเลยอ่ะ พกแต่แปรงสีฟัน เสื้อผ้ากะผ้าเช็ดตัวไปอย่างเดียว นอกนั้นขโมยชาวบ้านใช้หมด ตั้งแต่ยาสระผมยันโฟมล้างหน้า เอิ๊กๆ]

       ไอ้บิ๊กอาบน้ำอาบน้ำฮามากมาย ใช้ท่ากายกรรม ยกขาข้างนึงอาบ เพราะเล็บมันหลุด โดนน้ำไม่ได้ [น่าถ่ายรูปไปให้น้องๆดูจริงๆ] จน 6 โมงก็ลงไปกินข้าวกัน

       ราวๆทุ่มครึ่งก็ไปโรงยิม เพื่อเตรียมฟังการนำเสนอ Research ของน้องๆ โดยมีหัวข้อว่า "ให้น้องใช้ความรู้ที่เรียนมาในค่าย มาทำสิ่งที่ยังไม่เคยมีมาก่อน และสามารถนำไปใช้กับสนามบินสุวรรณภูมิได้" ซึ่งกรรมการก็คือบรรดาพี่ๆบัณฑิตนั่นเอง


ผู้สนับสนุนหลักของ Cyber Camp 5 @ ราชบุรี : กลิ้ง โอ่ง.. ดริฟท์ !!

       น้องๆปีนี้หัวคิดบรรเจิดกันมากอ่ะ แต่ละกลุ่มนำเสนองานออกมาในรูปของละครทั้งนั้นเลย ดูแล้วไม่เบื่อดี ฮิ ฮิ บางกลุ่มนี่ แสดงได้ฮาเกินความน่าสนใจของงานที่จะนำเสนอซะอีก เอิ๊กๆ

       พอน้องแต่ละกลุ่มนำเสนอเสร็จ ก็จะเป็นการถามคำถามจากพี่ๆและเพื่อนๆ ซึ่งกลุ่มที่โชคร้ายที่สุดคือกลุ่ม 2 ที่ทำเครื่องวาร์ปนั่นเอง เพราะโดนพี่แขวะกันสนุกสนานเลย [กลุ่มแรกโชคดี เพราะพี่ๆยังเขินอยู่ ส่วนกลุ่มหลังๆนี่เวลามันเลทไปเยอะแล้ว เลยไม่ค่อยถาม เอิ๊กๆ]

       คำถามส่วนใหญ่นั้น ผมเป็นคนถามเองทั้งนั้นเลยครับ ถามจนน้องสต๊าฟแซวเลยว่าพี่ต้นโหด เอิ๊กๆ แหม ก็คนอื่นเค้าไม่ถามกันหนิ แล้วมันมีคะแนนตอบคำถามด้วย ผมก็จำเป็นต้องถามอ่ะดิ จริงๆผมออกจะใจดี เอิ๊กๆ [แอบสะใจสุดๆเล็กน้อย]

       1. CC1 Cyber Capsule เป็น TV วิเศษ สามารถพูดคุยโต้ตอบได้ มีอักษรเบลล์สำหรับคนตาบอด ส่งสินค้าทางหน้าจอได้ แม้กระทั่งสร้างห้องน้ำมาข้างๆทีวี [เว่อร์สุดๆ] โดนคำถามง่ายๆไป ผ่านได้ฉลุย เพราะพี่ๆยังเขินอยู่ อ่อ มีแค่แนะนำว่าเวลาแสดง อย่าหันตูดให้คนดูเท่านั้นแหละ 55+

       2. ชะแว๊ปชะ Warp เป็นเครื่องย้ายมวลสารไปยังอีกจุดนึงที่มีเครื่องนี้อยู่ ด้วยความเร็ว 100 เมตรต่อวินาที โดนไปสองคำถามเด็ด คือ ถ้ามีเครื่องวาร์ปนี้แล้ว จะไปสุวรรณภูมิทำไมให้เมื่อยตุ้มหละ และอีกคำถามคือ ถ้าระหว่างวาร์ปไฟเกิดดับหละ หัวจะอยู่ทาง ตัวจะอยู่ทางหรือเปล่า 555+


CC1 Cyber Capsule | ชะแว๊บชะ Warp

       3. Special Movement เป็นรถโอเวอร์คราฟท์ที่ใช้แล่นในสนามบิน [จะได้ไม่ต้องเดิน] โดยมีกระจกแก้วที่แสดงแผงควบคุมครอบไว้ในระหว่างใช้งาน ทีนี้คำถามคือ ถ้าสนามบินมีคนอยู่ 5,000 คน แล้วใช้ไอ้นี่พร้อมกัน มันไม่ชนกันตายเหรอ เอิ๊กๆ [ตอนแรกน้องตอบว่ามีเซนเซอร์คอยกะระยะให้ห่างกัน 5 เมตร โห่ งั้นก็รถติดไม่ต้องไปไหนกันพอดี]

       4. เครื่องลดเสียงรบกวนจากเครื่องบิน โดยมีหลักการทำงานโดยจะมีเสาคอยปล่อยคลื่นมารบกวนคลื่นเสียงจากเครื่องบิน [ที่เครื่องบินจะมีจานติดอยู่ คอยส่งสัญญาณมาให้เสา] ซึ่งน้องกลุ่มนี้นำเสนอด้วยทฤษฎีอะไรก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจเลย เลยเดากันมั่วถั่วไปเองว่า น่าจะใช้หลักคลื่นเสียงความถี่เดียวกันมาหักล้างกัน โดนถามไปเยอะเหมือนกัน เพราะพี่ๆไม่เข้าใจ เอิ๊กๆ


Special Movement | เครื่องลดเสียงจากเครื่องบิน

       5. ชิว ชิว Studio เป็นห้องถ่ายรูป โดยสามารถเลือกชุด ทรงผม สีผิวได้ เมื่อเลือกเสร็จแล้ว เครื่องจะผลิตเสื้อทำผมเปลี่ยนสีผิวให้ตัวเราเลย แล้วค่อยถ่ายรูปต่อ เมื่อเดินออกจากเครื่อง ทั้งหมดก็จะหายไปกลายเป็นแบบเดิม โดนคำถามง่ายว่า มันเกี่ยวกับสุวรรณภูมิตรงไหน? [ว่าแต่ทำไม่มันไม่ทำเครื่องขายเสื้อผ้ากับเสริมสวยไปเลยเนี่ย ออกจะเวิร์ค]

       6. เครื่องเสิร์ฟอาหารลอยฟ้า เป็นเครื่องรับ order เสิร์ฟอาหารและเก็บเงินโดยอัตโนมัติ [คล้ายๆตู้ขายของเคลื่อนที่เองได้ว่างั้นเถอะ] สามารถรับ input เป็นเสียงพูดได้
       โดนถามไปแค่ว่า ถ้าตอนเค้ากินเสร็จแล้วเรียกเก็บเงินแล้วเค้าใส่เงินไม่ครบจะทำไง กับถ้าสั่งอาหารอย่างพวกข้าวมันไก่ ไม่เอาหนัง น้ำซุปเยอะๆ จะได้มั๊ย

       7. Smart Tele and Protector เป็นเครื่องสแกนตรวจอาวุธที่สนามบิน โดยจะใช้ lasar สแกนแล้วส่งภาพที่ได้ไปที่แว่นของรปภ. [ว่าแต่ไอ้เลเซอร์นี่มันทะลุสิ่งของได้ด้วยเหรอ แค่กำแพงมันก็จอดแล้วหนิ - -"] ซึ่งถ้าไม่มีปัญหาก็จะให้ผู้โดยสารเข้าไปอีกห้องนึงเพื่อวาร์ปยังยังเครื่องบินเลย โดยสามารถวาร์ปได้ทีละคน
       โดนคำถามเด็ดไปสองคำถามคือ สแกนทะลุหมดเลยก็โป๊อ่ะสิ [น้องตอบว่าใช่ด้วยนะ เหอๆ อยากได้ซักเครื่องจัง 555+] แล้วอีกคำถามคือ วาร์ปที่ทีละคนแล้วถ้าเป็นผู้หญิงท้องหละ แล้วถ้าแม่อุ้มลูกอายุขวบเดียวมาอ่ะ [เค้าคงไม่ยอมแยกกับลูกแน่ๆ] แล้วก็โดนไปอีกหนึ่งคือ ถ้าเป็นแฝดสยามหละ ฮา...

       8. Robot Guide เป็นหุ่นยนต์ที่คอยบริการข้อมูลและขนของภายในสนามบิน มีสิ่ง Entertain ให้ครบครัน ใช้พลังงานการสังเคราะห์แสงแบบต้นไม้ - -"
       โดนถามไปง่ายๆว่า ถ้าทำออกมาจริงจำนวนจะพอเพียงเหรอ เพราะอย่างเช่นบางคนไปสนามบินก่อนเครื่องออกตั้ง 2 ชั่วโมง เค้าก็คงจะยึดหุ่นนี้ไว้ใช้เต็มๆ 2 ชั่วโมงแน่ๆ เพราะสิ่ง Entertain เยอะเหลือเกิน เอิ๊กๆ


Smart Tele and Protector | Robot Guide

       9. แว่นตาบอกพิกัด เป็นแว่นที่สวมแล้วจะบอกแผนที่ภายในสนามบินขึ้นมา มีสิ่ง Entertain ไว้แก้เบื่อบ้าง โดนถามไปง่ายๆว่ามันต่างกับ PDA ตรงไหน เอิ๊กๆ

       10. Ionplas เป็นเครื่องบินเก็บเสียงความปลอดภัยสูง เมื่อเกิดอุบัติเหตุปุ๊ป ก็จะส่งกล่องช่วยชีวิตที่ผู้โดยสารนั่งอยู่ลงพื้นโดยสวัสดิภาพ โดยข้อแม้คือผู้โดยสารต้องนั่งติดเก้าอี้ภายในตู้นิรภัยนั้นตลอด - -" น่าเบื่อตายเลย กลุ่มนี้มีฮาด้วย แต่ละข้างของเครื่องบิน เขียนไม่เหมือนกัน ข้างนึงเขียน Ionplas อีกข้างเขียน Iornplas เอิ๊กๆ สรุปมันสะกดยังไงหว่า


Ionplas.. [หรือ Iornplas หว่า เอิ๊กๆ]

       หลังจากนั้นก็เป็นสันทนาการและการแสดงจากน้องๆ โดยพวกบัณฑิตก็มาตั้งวงมโหรี ถือฉิ่งตีฉาบฟาดกลองเคาะจังหวะกันอย่างสนุกสนาน หุ หุ การแสดงก็มีมีทั้งฮาๆจนกระทั่งบ๊องส์ๆเลยทีเดียวเชียว [หลังๆนี่มัวแต่ตีฉาบ ฝากกล้องให้แบตกับวะไปถ่ายแทนอ่ะ]

       การแสดงก็มีทั้งเรื่องสโนว์แบล็ค ซินเดอเรลล่า สเด็ปโน๊ต เกมกุ๊กกุ๊กกู๋ ก็ฮาๆขำๆดี [มันส์เพราะคอยตบมุขด้วยแหละ ตะลึ่งตึ่ง โบ๊ะ!!] แต่บางเรื่องก็ไม่ค่อยได้ฟัง มัวแต่เม้าท์ เอิ๊กๆ



ไลท์ | ยมฑูต(ที่ดูแล้วขน)ลุค


แหน่ะ ทำไมเขย่าๆผ้าม่าน แล้วโยนเสื้อผ้ากันหลังม่านหละ
งี้คนดูจะคิดอะไรเนี่ย!!? เหอๆ


       กว่าจะจบการแสดงก็เกือบเที่ยงคืนกว่าแล้ว จากนั้นก็ให้น้องดูภาพกิจกรรมต่างๆ เพื่อ down อารมณ์น้องๆเตรียมเข้าสู้พิธีบายศรีสู่ขวัญ.. หลังจาก down อารมณ์น้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว [น้ำตาตกกันใหญ่] ก็ให้น้องปิดตาแล้วพาเดินอ้อมโลกให้น้องงงทางเล่นไปที่สนามวอลเล่ย์บอล [ส่วนผมก็เดินตรงไปเลย ไม่ต้องอ้อม เอิ๊กๆ]

       กว่าจะเริ่มผูกข้อมือน้องได้ก็ปาเข้าไปตี 2 ละ บายศรีน้องได้อยู่พักนึง ฝนเกิดตกซะงั้น เลยย้ายไปผูกกันต่อที่โรงอาหารแทน อยู่นั่งผูกให้น้อง แล้วก็นั่งคุยยาวยันเกือบตี 4 แหนะ ถึงค่อยขึ้นมานอน

       นอนกับวะวันนี้ปลอดภัย ไร้กังวล ไม่ต้องป้องกันตัว เพราะมันหันไปรังควานกิตแทน เอิ๊กๆ หลับสบายจริงๆเลย แต่ได้ข่าวว่าโมนี่โดนจิ๊งค์รังควานแทน เหอๆ

 
จิ๊งค์ ตัวต้นเหตุ | โม ผู้รับกรรม

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น