Kid Zodiak
ดู Blog ทั้งหมด

ท่องแดนโสมขาว ตอนที่ 2

เขียนโดย Kid Zodiak

       06:00
       เสียงโทรศัพท์จาก Call Center โทรมาปลุกตรงเวลาเป๊ะ เต้ยเค้าก็ตื่นไปอาบน้ำก่อน ผมเลยมีเวลาหลับต่ออีกครึ่งชั่วโมง จนเต้ยอาบเสร็จผมถึงค่อยไปอาบต่อ

       07:00
       เก็บกระเป๋าแบกลงมารวมข้างล่าง แล้วไปกินข้าวเช้ากัน [เป็นบุปเฟ่ต์พวกขนมปัง ไส้กรอก โจ๊ก ไข่] นั่งกินไปกินมา เอ๊ะ ใครหายไปหว่า อ้าว ไอ้เอหายไปไหน สรุป มันยังไม่ตื่น - -" กว่าจะตื่นนอน กว่าจะอาบน้ำเก็บของเสร็จลงมาก็ 8 โมง เค้าจะออกเดินทางกันแล้ว มันเลยได้กินแค่น้ำส้มแก้วเดียว กับแอปเปิ้ลอีก 2 ชิ้นที่เกดเก็บมาเท่านั้นเอง เหอๆ [เกดกะไว้ว่าจะเอามากินบนรถต่อ อดเลย เอิ๊กๆ]

       09:00
       เดินทางมาถึงทะเลสาบชอนจู [Chungju Lake] มาล่องเรือชมความงาม ของทะเลสาบสีมรกตและภูเขาหินปูน โดยใช้เวลาล่องเรือราวๆ 45 นาที [อากาศวันนี้หนาวกว่าเมื่อวานอีก ใส่เสื้อหนาวทับกัน 2 ชั้นยังหนาวเลย เมื่อวานใส่ชั้นเดียวเอง]

 
 
หินรูปเต่า / หินรูปมือที่กำลังยกนิ้วหัวแม่โป้งขึ้นมา

 
ไผ่สวรรค์ สิ่งมหัศจรรย์อันดับหนึ่งประจำเมืองทันยาง

       10:00
       ออกเดินทางไปกลับไปยังกรุงโซล เพื่อรับประทานอาหารกลางวันกัน โดยในระหว่างทางก็มีการแนะนำตัวสมาชิกทัวร์แต่ละคน พร้อมทั้งเล่นเกมกันเล็กน้อยเป็นการแก้เบื่อไปพลางๆ

       12:00
       รถแวะจอดพักที่ปั้ม เพื่อให้ลูกทัวร์ได้ลงไปยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำแล้วหาของว่างกินกัน หลังจากที่ผมเข้าห้องน้ำเสร็จก็ไปซื้อไก่ทอดมากิน แล้วก็ได้ชิมขนมครกเกาหลี [Waffle Cake] กับปลาหมึกย่างด้วย รสชาติใช้ได้ หุ หุ เค้าให้แวะพักราวๆครึ่งชั่วโมงก็ออกเดินทางต่อ

 
เค้าใช้เครื่องทำขนมครกด้วย ดูแล้วเท่ดี [ดูแล้วเหมือนมีการลงทุน เอิ๊กๆ]

 
สะพานยองจองโด สะพานที่ยาวที่สุดของเกาหลี / รัฐสภาของเกาหลี

       13:30
       เดินทางมาถึงร้านหมีย่างเกาหลู => หมูย่างเกาหลี [Kalbi] แอบดูราคามา W8,500 ต่อหัวแหนะ เหอๆ ที่นี่กลุ่มผม 4 คนก็ซัดเอาซัดเอา ไม่ยั้งเหมือนกัน ลุกโต๊ะสุดท้ายอีกแล้ว เพราะกินแข่งกับโต๊ะพี่โป้งข้างๆ [พี่โป้งเป็นคนตัวใหญ่ๆ กินค่อนข้างเก่ง] แต่โต๊ะผมก็ยังชนะ เอิ๊กๆ

 

       15:00
       หลังจากที่อิ่มหนำสำราญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดินทางราวๆ 20 นาทีก็ถึงพระราชวังเคียงบ๊อก [Kyongbokkung Palace] ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี 1394 [ปีที่ 3 ของราชวงศ์โชซอน] เคยโดนญี่ปุ่นยึดและเผาเสียจนวอดวาย จนกระทั่งมีการบูรณะสร้างขึ้นมาใหม่ ในพระราชวังแห่งนี้ จะมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน [National Folk Museum] ที่แสดงถึงชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี และพิธีกรรมทางศาสนาของชาวเกาหลีอีกด้วย


ว่ากันว่า พระราชวังแห่งนี้ ตั้งอยู่ในตำแหน่งฮวงจุ้ยที่ถูกหลักมาก มีนกอมตะฟินิกซ์
มีภูเขาเปรียบเสมือนมังกรล้อมรอบ [ด้านหลังเป็นหัวมังกร และมีภูเขาอีก 2 ลูกเป็นตัวมังกร]

 
 
Dolhareubang : หญิงคนใดอยากขอลูกชายให้ลูบจมูก อยากขอลูกสาวให้ลูบท้อง
[แล้วต้องลูปอะไรถึงได้แฟนหว่า / แอบเห็นลูกทัวร์ลูบกันตรึมเลย 55+]

 
National Folk Museum / พี่โอ๋เล่าประวัติการรบของเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ

 
 
 


ชาวเกาหลี เมื่อพ่อแม่อายุครบ 60 เค้าจะจัดงานฉลองให้ [เหมือนปลดเกษียณ]
โดยลูกหลานจะเอาขนมต่างๆมาให้กินมากมาย [เป็นเบาหวานตายพอดี]
แล้วตอนอายุ 70 ก็จะจัดอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ใหญ่โตเท่าตอนอายุ 60


ในพิธีแต่งงานตามหลักขงจื้อ จะให้ฝ่ายเจ้าสาวคารวะฝากตัวกับเจ้าบ่าว
และมีไก่เป็นๆ 2 ตัว [ที่ใช้ไก่เป็นๆ เพราะมันออกไข่ได้ จะได้มีลูกหลาน]
บนโต๊ะจะมีต้นไม้ 2 ชนิด คือต้นสน [ความอดทน] และต้นไผ่ [ความซื่อตรง]
แล้วจะมีสายสิญจน์สีแดงและสีน้ำเงิน [แทนถึงฝ่ายชายและฝ่ายหญิง]
พันกันให้ยุ่งๆ เพื่อแสดงถึงการฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกัน
ส่วนผู้หญิงชุดเหลืองที่คอยแอบดูอยู่ข้างบ้าน คือ "คนอกหัก" 55+

 
12 นักกษัตร / นาฬิกาแดด

 
ช่องที่อยู่ใต้ห้อง เป็นที่ใส่ฟืน เพื่อให้ความร้อนภายในห้อง


ตำหนักกลางน้ำ


ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกก่อนกลับ

 

       17:15
       ออกเดินทางจากพระราชวังไปยังย่าน I Tae Won ย่านขายเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเกาหลี ถนนยาวประมาณ 1 ไมล์ เรียงรายไปด้วยร้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมากมายเต็ม 2 ข้างทาง [ไกด์ให้เวลาเดินกันจนถึงทุ่มตรง] กระเป๋า Prada ปลอมที่นี่ เค้าจะไม่วางโชว์ขาย แต่จะมีพวกใส่สูท 4-5 คน [คล้ายยากูซ่า] ยืนตามตรอกซอกซอยที่เป็นบันไดลงไปคอยดูต้นทาง แล้วให้เราลงไปซื้อเอง [น่ากลัวมากกว่าน่าซื้อ เหอๆ]

       ได้แวะซื้อหนวดปลาหมึกปิ้งบนหินย่างไฟกินกันด้วย อร่อยดี [ขนาดผมไม่ชอบกินปลาหมึกยังกินได้เลย เหอๆ] ก่อนกลับก็แวะซื้อเหล้าขาว [โซจู] ของเกาหลีไปดื่มกัน [พี่โอ๋บอกสุดยอด งี้ก็ต้องลองซะหน่อยแล้ว ขวดนึง W1,200 เอง]

 

       19:15
       เดินทางไปถึงร้านหมูกะทะเกาหลี [Bulgogi] แต่พอคนขับเปิดประตูรถ ประตูมันดันไปชนกับเสาไฟข้างๆ ทำให้เป็นรอย คนขับก็ไปโวยวายใส่โทนี่ บอกว่าทำไมไม่ดูทางให้เค้า โทนี่ก็ได้แต่ยืนฟังเงียบๆ เถียงอะไรไม่ได้ [ไรฟร๊ะ ตัวเองพลาดเอง แล้วก็ไปโทษชาวบ้าน น่าเกลียดจริง]

       ที่นี่โต๊ะผมก็เหมือนเดิม กินเอากิน ลุกมันโต๊ะสุดท้ายอีกแล้ว 555+ จนลูกทัวร์คนอื่นแซวว่าสงสัยต้องจับ 4 คนนี้แยกโต๊ะซะแล้วมั๊ง ไม่รู้อะไร ถ้าผมแยกโต๊ะแล้วไปแย่งชาวบ้านกินไม่รู้ด้วยนา เอิ๊กๆ

 

       20:40
       ออกเดินทางไปยังที่พัก Seoul Palace โดยวันนี้ผมได้พักห้อง 503 กับเอ ส่วนพี่เปรียวกับเกดพักที่ห้อง 516 พอไปถึงก็แยกย้ายไปเก็บของทำธุระส่วนตัวกันก่อน แล้วนัดออกไปเดินเล่นรอบๆโรงแรมกันตอน 3 ทุ่ม 45

       21:45
       นัดมาเจอกันที่ Lobby ด้านล่าง เพื่อไปเดินเล่นตอนกลางคืนกัน รวมแล้วมี 10 คนพอดีเลย [ผม เกด พี่เปรียว พี่โป้ง พี่บุญ น้องเม พี่ต้นกับแฟนเค้า และอีก 2 คนจำชื่อไม่ได้ละ แหะๆ ส่วนเอไม่ไป มันนัดพี่สุวัฒน์ดื่มเหล้าขาวที่ห้องแล้ว] ไปเดินเล่น แวะดูร้านนู้นร้านนี้ ทั้ง 7-11, Family Mart, Dunkin Donut, ร้านขายของชำ ดูไปเรื่อย แล้วก็เดินเลยไปยัง Central City แล้วลงไปดูรถไฟใต้ดิน

 
ปั้มน้ำมันที่นี่แปลกดี หัวจ่ายมันจะอยู่ข้างบน ทำให้ประหยัดที่มากๆ

 
หมอชิตของเกาหลี

       23:30
       กลับมาถึงโรงแรมขึ้นห้องก็มานั่งคุยนั่งดื่มเหล้าขาวเล้กน้อย [มีผม เอ พี่เปรียว พี่สุวัฒน์ พี่บุญ อ๋อง พี่กนกและอุ๊] ไอ้เอเมาแล้วกวนส้งตีงมากๆ อยู่ๆมันก็เริ่มเล่าเรื่องมันกับแฟนมัน พอเล่าไปครึ่งนึงอยู่ๆก็หยุด ทำเอาทุกๆคนที่ฟังอยู่เกิดความอยากรู้อยากเห็น เลยถามมัน "อ้าว หยุดทำไม เล่าต่อสิ" แต่มันดันตอบกลับมาว่า "แล้วพี่อยากรู้เรื่องของผมทำไมอ่ะ" "ไอ้ส้งตีง" ผมด่ามันเต็มปากเต็มคำเลย แมร่งกวนส้งตีงจริงๆ แต่สุดท้ายมันก็เล่ามาจนจบ เหอๆ

       ยิ่งดึก เอยิ่งเมามากขึ้นเรื่อย แถมเมาแล้วงอแงด้วย มันบอกอยู่ทุก 10 นาทีเลย ว่ากูง่วงแล้วหว่ะ อยากนอน แต่มันก็ไม่ยอมนอนซักที - -" แถมย้ำผมแล้วย้ำผมอีก ว่าพรุ่งนี้ให้ปลุกมันด้วย [กลัวโดนทิ้งหรือไงว๊ะเนี่ย] ย้ำทุก 5 นาทีเลย

 
โรงแรม Seoul Palace ที่ผมพัก / เหล้าขาวที่ซัดกันไป

       จนตี 3 จึงค่อยแยกย้ายกันกลับ ผมเลยได้เข้านอนซะที เหอๆ แต่ที่ไหนได้ นอนไปซักพักนึง ไอ้เอก็ลุกขึ้นมาสะกิดปลุกผม ผมก็ถามว่า "อะไร??" รู้มั๊ยมันทำอะไร มันใส่นาฬิการข้อมือ หยิบกระเป๋าตังค์ แล้วบอกผมว่า "เฮ้ย กูกลับบ้านก่อนนะ" O_o เจอประโยคนี้ เล่นเอาผมอึ้งไปพักนึง ก่อนจะตั้งสติแล้วถามมันกลับว่า "แล้วมรึงจะกลับยังไง" [ผมไม่ได้บอกมันนะ ว่าตอนนี้อยู่เกาหลี ปล่อยมันคิดเอง] มันยืนอึ้งอยู่พักนึง [นานเหมือนกัน] แล้วก็บอกว่า "เออ ตอนนี้กรูอยู่เกาหลีหนิหว่า เฮ้ย กรูขอโทษนะเว้ย" แล้วมันก็ลงไปนอน โดยหารู้ไม่ว่า พรุ่งนี้ผมจะเอาเรื่องนี้ไปเผา 55+

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น