3:00
ตื่นนอนเป็นคนแรก เพราะตั้งมือถือให้ปลุกไว้ ฮิ ฮิ พอตื่นก็สวมเสื้อหนาว ใส่ถุงมือ แล้วคว้ากล้องออกมานอกเต้นท์ กะว่าจะมาถ่ายรูปดาวซะหน่อย แต่วันนี้ดาวมันน้อยอ่ะ ถ่ายไม่ติด แง้ๆ [จริงๆแล้วไม่ใช่ดาวน้อยหรอก กล้องผมมัน... ไม่ดีพอต่างหาก แหะ แหะ] จากนั้นก็ไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วเข้าไปปลุกเพื่อน
3:30
เพื่อนๆแต่ละคนเริ่มทยอยตื่นนอน ผลัดกันไปล้างหน้าแปรงฟัน[ไกด์มารอแล้ว] กว่าจะครบทุกคน กว่าจะเก็บของ เตรียมของเสร็จก็ตี 4
4:00
เริ่มออกเดินทางไปยังยอดดอยผ้าห่มปก เดินขึ้นเขาท่ามกลางความมืดมิด อาศัยเพียงแสงจากไฟฉาย และเทียนลุยขึ้นไปเรื่อยๆ โดยก่อนที่จะขึ้นเขาลูกแรก จะมีจุดชี้เป็นชี้ตายอยู่จุดหนึ่ง คือ "ม่อนวัดใจ" ซึ่งจะชันและสูงมาก คาดว่าคงมีหลายๆคนยอมแพ้ที่ตรงนี้ แต่เราก็กระเสือกกระสนผ่านไปจนได้ หุ หุ
ยิ่งเดินนานเข้าผ่านเขาลูกที่ 2 จนลูกที่ 3 ไฟฉายของแต่ละคนก็เริ่มถ่านหมดไล่ไปทีละคนๆ จนตอนที่จะข้ามลูกที่ 4 ซึ่งเป็นลูกสุดท้าย ก็เหลือเพียงไฟฉายของไกด์ และเทียนของขันเท่านั้น ทำให้การเดินทางยิ่งยากลำบากมากขึ้นเรื่อย อีกทั้งยังต้องแข่งกับเวลาให้ทันพระอาทิตย์ขึ้นอีก
6:15
หลังจากที่เดินทางมากว่า 2 ชั่วโมง กินระยะทางราวๆ 5-6 กิโลเมตรแล้ว ในที่สุดคณะของผมก็เดินทางขึ้นมาถึงยอดดอยก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจนได้ แถมยังมาเป็นพวกแรกๆด้วย [ไกด์บอกว่าพวกผมทำเวลาค่อนข้างดี ระหว่างทางเลยมีหยุดนั่งพักอยู่หลายรอบ หุ หุ]
6:30
แสงอาทิตย์เริ่มไล้มาตามขอบฟ้าแล้ว และค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่ง เกือบๆ 7 โมงพระอาทิตย์จึงเริ่มขึ้นมาจากขอบฟ้า เป็นภาพที่สวยงามมากๆ ได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าบนยอดสูง 2,285 เมตร Cool ชะมัด => หมายถึง ทั้งเจ๋ง ทั้งหนาว ฮิ ฮิ
ภาพในตอนนั้นสวยเสียจนผมเผลออุทานออกมาว่า "สุดยอด" ทำเอาคาซึโญะถามเลยว่าแปลว่าอะไร เอิ๊กๆ



ชมพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดดอยผ้าห่มปก
หลังจากนั้นก็ไล่เก็บภาพต่างๆกันมากมาย แล้วก็ต้มน้ำร้อนชงกาแฟกับไมโลดื่มให้หายหนาวกัน คิดดูกลุ่มอื่นๆเค้าขนกันแค่ขนมปัง กระติกน้ำร้อน ไม่ก็ข้าวกล่องขึ้นไปกินข้างบน แต่ของพวกผมขนเตาแก๊สไปทำไมโลกับกาแฟดื่มข้างบน เอิ๊กๆ

ขึ้นดอยคราวนี้เจอ "แม่คนิ้ง" ด้วย แต่ละคนรุมถ่ายกันจนน้ำแข็งแทบละลาย เอิ๊กๆ



บรรยากาศบนยอดดอย สูง หนาว ขาว สวย [ทิวทัศน์นะ ไม่ใช่คน เอิ๊กๆ]
บรรดาคนที่ขึ้นดอยกับผมวันนี้ แต่ละกลุ่มดูมีน้ำใจกันมากๆ มีทั้งแบ่งขนมปังให้ แบ่งขนมให้ แถมขากลับยังมีบางคนช่วยถือเตาแก๊สให้อีก น่ารักจริงๆเลย ฮิ ฮิ พวกผมเลยตั้งร้านกาแฟมั่ง ฮิ ฮิ คราวหน้าตกลงกันไว้ว่าจะเปิดร้านกาแฟข้างบน คาดว่าคงขายดีแหงๆ ประมาณว่าต่อให้ตั้งราคาแพงกว่า Starbug ก็ขายออก เอิ๊กๆ
8:00
ไกด์บอกว่าจะพาไปเดิน "ป่าใส่เสื้อ" โดยจะลงอ้อมไปอีกทางนึง ไม่ย้อนไปทางเดิม พอเดินลงไปอีกทางนึงถึงเข้าใจเลยว่าทำไมถึงตั้งชื่อว่าป่าใส่เสื้อ นั่นก็เพราะว่าแต่ละพื้นที่ของป่า ไม่มีที่โล่งเลย มีต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด เหมือนป่าทึบเลย มีเพียงทางเดินแคบๆตามทางที่เค้าบุกเบิกไปแค่นั้นเอง ขนาดไกด์ยังต้องพกมีดคอยฟันต้นไม้ที่ขวางทางอยู่เลย
แรกๆก็ยังสนุกสนานกันอยู่ ถ่ายรูป ชมนู่นชมนี่ คุยกันสนุกสนาน แต่ยิ่งเดินไปทางยิ่งลำบากมากขึ้นเรื่อย ทั้งปีนขึ้นปีนลง ฝ่ากิ่งไม้ไปเรื่อย จนเริ่มคิดกันว่า เอ๊ะ พวกเรามันรุ่นบุกเบิกป่าวหว่า ทำไมหนทางมันเละเทะวุ่นวายลำบากขนาดนี้เนี่ย เอิ๊กๆ



ไกด์บอกว่า นั่นคือยอดดอยที่พวกผมเพิ่งขึ้นไปดูพระอาทิตย์เมื่อตอนเช้า
หนทางไกลมากๆ เดินขึ้นเดินลง ปีนขึ้นปีนลงอยู่ 7-8 กิโลเมตร ก็เดินทางมาถึงต้นซากุระ[ที่ยังไม่บาน] จุดแวะครึ่งทาง โอ้ ยังเหลืออีกตั้งครึ่งแหนะ เหนื่อยๆ ขอแวะพักถ่ายรูปกันก่อนนะ


ป่าซากุระ แต่มันยังไม่บานอ่ะ
10:30
หลังจากที่ได้พักเหนื่อยกันแล้ว ก็เดินกันต่อ แต่หนทางต่อจากนี้จะสบายขึ้นแล้ว ไม่ต้องลุยป่า เดินเลียบดอยไปเรื่อยๆก็ถึง แต่... ไกด์บอกว่าระยะทางยังเหลืออีก 7 กิโลเมตร แถมยังเป็นทางขึ้นดอยซะด้วย เหอๆ จะรอดมั๊ยเนี่ย
เดินลุยต่อไป ชมนก[ไม่เห็นซักกะตัวเลย] ชมไม้ มองนู่นมองนี่ไปเรื่อย ผ่านทางน้ำนับสิบ พอหันไปเห็นไกด์เดินแล้วก็งง ไมเค้าเดินเอาเดินเอาไม่เหนื่อยเลยหว่า เค้าเดินเหมือนเค้าเดินเล่นเลยอ่ะ ทำได้ไงฟร๊ะ!!


11:15
คณะทัวร์ของผมก็หยุดแวะพักกันอีกครั้ง เพื่อกินมาม่า [แหม ก็อุตส่าห์แบกมาม่ากะเตาขึ้นมาแล้วหนิ] พอพวกผมกินกันเสร็จ พวกกลุ่มอื่นก็เดินมาถึงพอดี [ให้รู้ไว้ว่ากลุ่มผมทำเวลาดีขนาดไหน ถึงขนาดมีเวลานั่งกินมาม่าด้วย เอิ๊กๆ] ดานก็ตะโกนบอกกลุ่มอื่นๆว่า "มาม่าขายหมดแล้วคร๊าบบบ" ฮา... มีบางคนตอบกลับมาด้วย "ว๊า.. มาช้าไปนิดเดียวเอง อดกินเลย" หุ หุ
จากนั้นก็เก็บของแล้วเดินทางกันต่อไป มีบางจุดมันจะเป็นทางแยก ไกด์บอกว่าเป็นทางลัด แต่ทางชันมาก แรกๆก็เลือกทางลัดกันอยู่หรอก ประมาณว่าขี้เกียจเดินอ้อม แต่หลังๆ.. ปีนไม่ไหวแล้ว อ้อมก็อ้อมฟร๊ะ!!
13:00
เดินทางกลับมาถึงจุดกางเต้นท์ หลังจากที่เดินทางกันมาร่วม 14 กิโลเมตร เบ็ดเสร็จตั้งแต่ขึ้นยันลงรวมประมาณ 20 กิโลเมตร เหอๆ เดินเข้าไปกันได้ไงเนี่ย รู้สึกว่าจะเดินรอบดอยกันเลยหละ ประมาณว่าตอนเช้าตรงขึ้นยอด ส่วนขากลับลงอ้อมดอยกลับมาที่พัก เหนื่อยๆ
หลังจากได้นั่งพักกันซักครู่แล้ว แอบงีบหลับไปนิดนึง ฮิ ฮิ ก็เก็บข้าวเก็บของกัน เคลียร์พื้นที่ เพราะรถลงจากดอยจะมารับตอน 3 โมง แล้วกลุ่มสาวๆก็แกงกะหรี่ไก่ให้กิน อาหารมื้อนี้เป็นแกงกะหรี่จริงๆ เพราะแยกเป็น 2 หม้อแล้วแต่ละคนก็เอาช้อนจ้วงเองเลย ไม่มีการแยกจาน เอิ๊กๆ กลายเป็นอาหารร่วมสาบานไปซะแย้ววว..
15:30
ตอนก่อนที่จะลงจากดอย มีผู้หญิงกลุ่มอื่นเข้ามาถามว่าขึ้นดอยเดินป่าเป็นยังไง สรุปทั้งกลุ่มผมตอยเสียงเดียวกันเลยว่า ขึ้นดอยโอเค แต่อย่าเดินป่าเด็ดขาด เอิ๊กๆ
ออกเดินทางลงจากดอยกลับสู่อุทยานด้วยรถกะบะ 4WD เหมือนเดิม กว่าจะมาถึงที่อุทยานก็เกือบๆ 5 โมง เอ๊ะ ทำไมขากลับมันเร็วกว่าไปหว่า หุ หุ

รถกะบะ 4WD ที่พวกผมฝากชีวิตไว้ ทั้งขาขึ้นและขาลงดอย หุ หุ
17:00
กลับลงมาถึงอุทยานแห่งขาติแม่ฝาง ติดต่อ Check in เข้าบ้านพักที่อุทยาน "น้ำพุ 1" ซึ่งเป็นห้องนอนโถงขนาดใหญ่นอนได้ 10 คน มีห้องส้วมและห้องอาบน้ำแยกออกจากกัน พอเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว ผมกับตี๋ก็เลยไปเดินสำรวจที่ทางแถวนี้กัน
ไปเจอร้านขายข้าวบอกจะปิดตอน 6 โมงกว่าๆ เลยกลับมาที่บ้านพักไปตามนัทให้รีบมาซื้อข้าวกล่องไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวคืนนี้ไม่มีกินกัน แล้วก็บอกร้านน้ำขอซื้อน้ำกับน้ำแข็ง แต่ผมกับตี๋จะไปอาบน้ำแร่กันก่อน[น็อต ขันกะดานล่วงหน้าไปก่อนแล้ว] เลยฝากเค้าไว้ก่อน บอกไว้อาบเสร็จจะมาซื้อ
18:00
เดินไปแช่น้ำร้อนสบายๆ[อนเซ็น] ระยะทางไกลโคตรๆ ห่างจากที่พักไป 3-400 เมตรแหนะ จ่ายค่าอนเซ็น 20 บาทและค่าเช่ากางเกงขาสั้น 10 บาท เพราะไม่ได้เอาขาสั้นกันไป [ใครจะรู้ฟร๊ะว่าต้องใช้ หุ หุ] เพิ่งเคยแช่ครั้งแรกซะด้วย สบายดี แต่แช่ได้แค่ครึ่งชั่วโมงเอง เพราะมือกับเท้าเปื่อยหมดแล้ว ตอนขึ้นมาหนาวโคตรๆ เอิ๊กๆ
18:30
เดินแวะมาที่ร้านน้ำซื้อน้ำ ซื้อขนมขึ้นไปกินตอนกลางคืนที่บ้านพัก ส่วนตี๋ซื้อไข่ไก่ไว้เตรียมไปต้มพรุ่งนี้ แล้วก็เดินกลับบ้านพักกัน นั่งคุย นั่งเล่น นั่งกินขนมดื่มเหล้ากัน สอนคาซึโญะเล่นไพ่ ทั้งสลาฟ ไพ่ระเบิด ส่วนคาซึโญะก็สอนไพ่ Speed ให้[วิธีเล่นคล้ายๆไพ่จับหมูของเรา] ตอนนี้แหละ ที่ใช้ภาษากันมั่วมากๆ ทั้งไทย-ญี่ปุ่น-อังกฤษ เอิ๊กๆ ผสมกัน 3 ภาษาในประโยคเดียว "คาซึโญะหยิบ card ไปอีก อิจิ" เอิ๊กๆ
นั่งเล่นกัน 4 คน ผม นัท จ๋อมและคาซึโญะ ตี๋มาเล่นแค่แป๊ปเดียวก็เลิก ส่วนผึ้งขอดูเฉยๆ ไม่ยอมเล่น ส่วนอีกวงนึงน็อต ขันและดานนั่งเล่นดัมมี่กันหน้าดำหน้าแดง นี่ขนาดไม่กินตังค์นะเนี่ย แค่จดแต้ม แต่ละคนกั๊กไพ่กันสุดฤทธิ์เลย เอิ๊กๆ ประมาณว่าจบเกม คงจะมีชกกันตายไปข้างแหงๆ หุ หุ
23:00
เริ่มทยอยเข้านอนกัน เพราะเหนื่อยจากการปีนเขาตอนเช้า [รู้สึกพอมาต่างจังหวัดนี่เข้านอนแต่หัวค่ำมากๆอ่ะ ทีตอนอยู่กรุงเทพเนี่ย ตี 2 ตี 3 ไม่ยอมนอน หุ หุ]
ข่าวเผาวันนี้ : ขันโดนทิ้ง!! เอิ๊กๆ ตอนที่ไปหอเช่าห้อง เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องเดินขึ้นไปบ้านพักอีก 3 กิโล โอ้!! จิงอ่ะ แบกของกันไปไม่ไหวนา แต่พอดีพี่เค้าแอบไปยืมรถกะบะมาให้ แต่ต้องรีบขนของไป พอดีขันไปเข้าห้องน้ำพอดี รอตั้งนานก็ยังไม่มา[ไปทิ้งบอมส์มั๊ง หุ หุ] เลยต้องไปกันก่อน เพราะรถยืมเค้ามา ทิ้งขันไป แต่โชคดีที่ระยะทางไม่ใช่ 3 กิโลจริงๆ ผมว่าแค่ประมาณ 800 เมตรเอง แหม พี่เค้าก็เว่อร์ซะ หุ หุ
ความคิดเห็น