ตื่นมารับแสงยามเช้า พร้อมกับปลุกพี่เต๋และอี้คิ้มไปชายทะเล ถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นกัน ไม่นานอากงอาม่าและยี่อี๊ก็เดินตามมาที่ทะเลด้วย เลยถ่ายรูปกันซะหน่อย หุ หุ [อากงวัยรุ่นมากอ่ะ พอถ่ายรูปเสร็จ แกก็เดินเล่นคนเดียว เดินไปซะไกลเลย]

ถ่ายกับอากง อาม่า และ พี่เต๋
ระหว่างรอพระอาทิตย์ขึ้น [มันขึ้นช้า เพราะมันมีภูเขาบัง] เลยมาไล่ถ่ายรูปญาติ ฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ มีเรื่องวน่าอับอายเล็กน้อย เพราะก้มๆเงยๆ มัวแต่ไล่ถ่ายรูปชาวบ้าน เผลอทำมือถือร่วงจากกระเป๋าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดีที่อี๊คิ้มเก็บได้ แต่ก็โดนอี๊คิ้มเอาไปเผาเหมือนกันว่า "นี่ๆ เมื่อเช้า ชั้นเก็บมือถือได้ฟรีเครื่องนึงด้วย" แหะๆ ถ้ามือถือหายนี่ เบอร์หายเกลี้ยงแน่ๆ หุ หุ

ยี่อี๊ กับ พี่เต๋ [ลูกสาวยี่อี๊ ใช้กล้องรุ่นเดียวกับผมเลย ฮิ ฮิ]

อี๊คิ้ม กับ อาม่า
และหลังจากที่รอมานานนับชั่วโมง ในที่สุด มัน!! เอ่อ หมายถึงพระอาทิตย์หนะ ก็โผล่พ้นจากเกาะจนได้ หลังจากที่โดนบดบังรัศมีมานาน เย้ๆ ขอถ่ายรูปหน่อยเถอะ ตอนไป Stamth ก็ไม่ได้ถ่ายไปทีนึงละ แต่ผมไม่รู้อ่ะ ว่าต้องใช้แสง ใช้ความเร็วชัตเตอร์ และโฟกัสเท่าไหร่ เลยปรับเป็นระบบ U2K [Up to กรู] ละกัน แหะๆ เลยได้ภาพออกมา เช่นนี้แล ใช้ได้มั๊ยอ่ะ..


รูปพระอาทิตย์ยามเช้าครับ [มือสมัครเล่น ไร้ขาตั้งกล้อง มีปัญญาแค่นี้แหละ แหะๆ]
หลังจากที่ถ่ายรูป รับลมกันสมใจแล้ว ก็กลับไปอาบน้ำ และทานข้าวเช้ากัน มื้อเช้าวันนี้เป็นข้ามต้ม แล้วก็กับข้าวอีก 4-5 อย่าง แล้วก็มีขนมปังปิ้ง อ๋อ มีชุดไส้กรอกไข่ดาวอีกด้วย แต่ต้องสั่งเพิ่ม[ไม่คิดตังค์] แต่มันก็ไม่บอกว่ามี ต้องถามเอง เวรถ้ากรูไม่ถาม ก็ไม่คิดจะบอกใช่มั๊ยเนี่ย โกงเห็นๆ
พอกินข้าวกันเสร็จ ก็ขอยี่อี๊ไปเที่ยวถ้ำพระยานครกัน โดยจะให้รถทัวร์ไปส่ง[คุยกับไกด์เรียบร้อยแล้ว] ยี่อี๊ก็ให้ไป แต่พวกผู้ใหญ่ไม่ไป เนื่องจากปีนเขาไม่ไหวแหงๆ หุ หุ เลยรีบออกเดินทางกันตอน 8 โมงครึ่ง ด้วยรถทัวร์ 2 ชั้นที่นั่งมาจากกทม.นั่นแหละ
นั่งรถทัวร์ไปประมาณ 15 นาทีก็ถึงอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ก็แวะลงไปจ่ายค่าเข้า 320 บาท [เค้าบอกว่ารถใหญ่] แล้วก็เอา Passport การท่องเที่ยวไปปั้ม [หุ หุ นี่แหละ จุดประสงค์หลักที่อยากไปอีก เพราะคราวที่แล้วไปไม่ได้ปั้ม กร๊ากกก] แล้วค่อยขับรถเข้าไปต่อ
จนไปถึง คนมองมาเต็มเลย[ก็คิดดู รถทัวร์ 2 ชั้น จุได้ 50 กว่าคน] คงนึกในใจแน่เลยว่า "ทัวร์ใหญ่ลงแน่ๆ" พวกผมก็แอบฮาในใจ เพราะทั้งคันมีแค่ 6 คน[ผม พ่อ ต๊อบ พี่เต๋ พี่กานต์และพี่กั๊ก] กับไกด์อีก 3 คนเอง[โบ เบิร์ด บอย] เอิ๊กๆ เพราะพวกช่างไม่มีใครมาเลย เมาค้างหมด
พวกคนที่เห็นคงคิดว่า โห ไอ้พวกนี้เศรษฐีหว่ะ มาแค่ 6 คน เอารถคันเบ้อเร่อมา แถมไกด์อีก 3 โคตรใช้ไกด์เปลืองเลย หุ หุ
จากนั้นก็เดินข้ามเขา เข้าไปที่เขตอุทยานกัน ระยะทางไม่ค่อยไกล แต่แค่นี้พ่อกับบอยเริ่มจะตายแล้ว 555 เลยต้องเดินไป พักไปรอพ่อ [ไม่เป็นไรๆ ไม่รีบๆ]


เดินข้ามเขา เข้าไปเยือนถ้ำพระยานคร
พอข้ามเขามาเสร็จ มาอยู่หน้าทางเข้าถ้ำพระยานคร ก็แวะร้านอาหาร พักดื่มน้ำให้หายเมื่อย จนพร้อมก็ออกเดินทาง คราวนี้มีไกด์เพิ่มมาอีกคน เป็นเด็กชายอายุ 11 ชื่อ "เฟรม" เค้าจะมานำทาง และแนะนำสิ่งต่างๆให้ ตามโครงการอะไรของที่นี่ก็ไม่รู้ [คือ เค้าจะให้เด็กมีงานทำ ว่างั้นเถอะ] ก็ไม่มีปัญหา เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ยี่อี๊ให้ตังค์พี่เต๋มาแล้ว [บอกแล้ว ว่าทริปหรู หุ หุ]
ต้องเดินขึ้นเขาไปอีก ประมาณ 480 เมตร เพื่อที่จะเข้าไปในถ้ำพระยานคร ก็เดินๆปีนๆจนอีก 130 เมตรก็ถึงถ้ำ ก็นั่งพักกันซักครู่ พอพ่อได้นั่งเท่านั้นแหละ พ่อก็ท้อแล้วบอกให้ไปกันเลย จะนั่งรอตรงนี้ อ้าว พ่อๆ ปีนมาถึงนี่แล้ว อีก 100 กว่าเมตรเอง สู้ๆสิ
จนในที่สุดพ่อก็ยอมเดินจนได้ หุ หุ เลยเดินลุยเข้าไปในถ้ำกัน ไม่นานก็ถึง เพราะช่วงหลังเป็นทางลงไปในถ้ำซะส่วนใหญ่ เลยไม่ค่อยเหนื่อย น้องเฟรมก็เริ่มแนะนำว่านี่คือสะพานมรณะ นี่คือน้ำตกแห้ง ฯลฯ อ๋อ ไกด์ที่ชื่อเบิร์ดกับโบก็ไม่เคยมาเหมือนกัน ท่าทางตื่นเต้นเหมือนกัน ทั้งคู่เลย ฮิ ฮิ

สะพานมรณะ กับ หินที่มีน้ำไหลตลอด [เอานิ้วแตะกันเหมือนตอนกรวดน้ำเลย หุ หุ]
พอเดินเข้าไปส่วนในของถ้ำ โอ้โห!! สุดยอดมากๆ บอกตรงๆเลยว่าพวกผมโชคดีมากกว่า ไปถึงตอน 10 โมง แล้วแสงกำลังส่องลงมาทำมุมพอดีมาก สวยโคตร มาครั้งก่อนยังไม่ประทับใจเท่าครั้งนี้เลย

พระที่นั่งฯ ยามต้องแสง ของจริงสวยมากๆอ่ะ

เห็นแล้วประทับใจ ไร้คำบรรยาย จนพ่อบอกว่า "คุ้มที่มาจริงๆ"
ก็อยู่ในนั้น ไล่ถ่ายรูปกัน น้องเฟรมก็แนะนำนู่น แนะนำนี่พอเป็นพิธี เพราะน้องเค้าไม่ค่อยพูดเหมือนไกด์เด็กคนอื่น แต่เรื่องกวนส้งตีงนี่ที่ 1 เลย อย่างเช่น มีตอนนึงน้องเค้าบอกว่านี่คือ "รันตู" แล้วชี่ไปที่ทางๆนึง พวกพี่ๆก็งงกัน แต่ผมรู้ทัน โห่ มุกเด็กๆ หมายถึง "รูตัน" หรือ "ทางตัน" ใช่มั๊ยหล่ะ เอิ๊กๆ มุกงี้ kic เค้าเลิกเล่นกันไปแล้ว
ซักพักไม่นาน น้องเค้าก็ถามอีก "แล้วพี่รู้มั๊ย ระหว่างพิซซ่ากับหญ้า ความชอบกินอะไร" น้องเฟรมถามต๊อบ ไอ้ต๊อบก็ตอบว่า "พิซซ่า" ทำเอาผมขำเลย กร๊ากกก ไปตอบเค้าได้ไง ผมเลยตอบว่า "จะไปรู้เหรอ ไม่ใช่ควายหนิ" เอิ๊กๆ ไอ้ต๊อบเอ๊ย โดนเด็กหลอกด่า 555

พระที่นั่งฯ กับ ซุ้มลอดคู่ [เค้าว่าลอดแล้วจะมีคู่ ไมผมยังไม่เจอซักทีหว่า]
จนตอน 11 โมงครึ่งก็เริ่มเดินทางกลับกัน เพราะต้องกลับไปกินข้าวเที่ยงที่โรงแรม [ขากลับนี่รู้สึกว่าไวกว่าขาเข้ามากๆอ่ะ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แหะ แหะ] ระหว่างทางที่เดินกลับมา ตอนแรกต๊อบบอกว่า "เนี่ย ถ้าเจอคนสวนมา เรามาแกล้งพูดกันดีกว่า ว่า โห โคตรเหนื่อยเลย เดินตั้งแต่ 7 โมง กว่าจะถึง" เอิ๊กๆ แต่สุดท้าย มันก็ป๊อด ไม่กล้าหลอกเค้า ขนาดรายแรกนี่เดินเข้ามาถามเลยนะว่าอีกไกลมั๊ย หุ หุ

ถ่ายกับไกด์ตอนปีนเขากลับครับ
กลับมาถึงที่พักราวๆเที่ยงนิดๆ แว๊บไปเก็บของแล้วมานั่งกินข้าวกิน จนประมาณบ่ายโมงล้อรถก็เริ่มหมุนกลับกรุงเทพฯ
รถแวะพักให้ซื้อของฝากที่ชิดชนกก่อน โดยยี่อี๊แจกเงินให้ช่างไปซื้อของฝากกันคนละ 300 บาท พอแจกเสร็จ ก็หันมาทางผม แล้วให้มา 300 บอกเอาไปซื้อของละกัน [ให้พีจังกับต๊อบด้วย] หุ หุ อะไรเนี่ย เที่ยวคราวนี้อะไรจะดีขนาดนี้ ตังค์ก็ไม่เสีย แถมได้ตังค์อีก คิดไปคิดมาได้มา 500 แล้วนะเนี่ย เอิ๊กๆ
แต่ถึงเวลาจริงๆ ผมก็ไม่ได้ซื้อของฝาก เพราะเพิ่งซื้อต้องไปงาน Stamth เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนเอง อ๋อ มีหยิบดอกจอกมาถุงนึงเหมือนกัน อยากกินจัด แต่ก็ไม่ได้จ่าย อาม่าออกให้ เพราะไปช่วยอาม่าถือของ ฮิ ฮิ พอซื้อเสร็จก็มานั่งได้ไม่นาน พี่เต๋ก็จะไปซื้อของฝากพนักงานที่ไม่ได้มาสัมมนา เลยไปช่วยพี่เต๋ถือของอีก ได้ข้าวตังหมูหยองมาอีกห่อ แหะๆ ไม่เสียซักแดงเลยแฮะ เอิ๊กๆ อ๋อ มีเรื่องนึง คือตอนชื้อของอ่ะ ถ้าบอกว่ามาจากทัวร์ของ A plus มันจะลดให้ 10% ไกด์ก็ดันไม่บอก ดีนะที่ผมรู้ทัน [จากประสบการณ์งาน Stamth ที่ผ่านมา]
กลับมาถึงบริษัทราวๆ 5 โมงกว่าๆ พอลงจากรถพวกช่างมันก็ชกกันอีกละ พอถามไปถามมา สาเหตุมันก็มาจากช่างคนเดิม คือเมื่อวานตอนร้องเกะ ช่างที่ชื่อ "จิ้ม" มันมาแย่งไมค์ตั้ง 4-5 เพลง [มันเมา] เลยโมโห เก็บไว้ตั้งแต่ที่งานจนมาถึงที่นี่ เออ.. ชกกันเพราะแย่งไมค์ เหมือนเด็กๆเลย - -"
พอเรื่องราวเริ่มเคลียร์ พวกช่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านไป เหลือแต่พวกญาติก็มานั่งคุยกันในบริษัท ว่าจะทำยังไงกับช่างที่ชื่อ "จิ้ม" เลยลงความเห็นกันว่าวันจันทร์ต้องเอาเรื่องหน่อยแล้ว โทษฐานเมาจนไม่มีสติ ตั้งแต่วันแรกแล้ว
จากนั้นก็หาข้าวเย็นกินกัน พวกผู้ใหญ่ก็กินราดหน้ากับส้มตำอีสาน ส่วนเด็กๆก็กินส้มตำฝรั่ง หรือก็คือ พิซซ่า นั่นเอง อ่อ มีเบอร์เกอร์คิงด้วย ซื้อมากินในบริษัท หุ หุ พออิ่มหนำสำราญกระเป๋าตุงกันแล้ว เด็กๆก็ไปต่อ Swensens กัน เป็นที่เอร็ดอร่อย แล้วค่อยแยกย้ายกันกลับบ้าน
เฮ้อ!! ไปเที่ยวคราวนี้ ตังค์ไม่ได้ควักเลยซักบาท แถมได้มาอีก 500 อะไรจะดีขนาดนี้เนี่ย ขนาดเล่นไพ่ยังมีคนให้ทุนมาเลย เอิ๊กๆ นี่นัดกันไว้แล้วด้วยว่า ช่วงปีใหม่จะไปเล่นของเล่นที่เมืองทองกัน ไปกะพ่อกะพี่ ตังค์เราจะหนีไปไหนเสียหละ 555 มีความสุขจริงๆ
ความคิดเห็น