สงครามเทวะ ภาคพิเศษ ดอกไม้ผู้ไม่เคยร่วงโรย

ตอนที่ 8 : บทส่งท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 พ.ค. 62


 

อ๊า!!~ หายไปอีกแล้วเหรอ เจ้าบ้าไซฟง!”

เสียงแหลมเล็กดังทะลุออกมาจากห้องด้านในศาลเจ้า หลังจากที่ซางะได้เข้าไปเห็นเพียงผ้าคลุมที่กองอยู่กลางห้องอย่างไร้เจ้าของ เด็กน้อยกระทืบเท้าปึงปังออกมาจากห้องอย่างหัวเสีย โชไรที่นั่งพิงเสาอยู่ที่เฉลียงด้านนอกต้องขอให้เธอบันยะบันยังความโกรธ ก่อนที่ศาลเจ้าไม้ผุๆหลังนี้จะพังทลายเพราะการย่ำเท้าอันหนักหน่วงของเธอ

ปล่อยไปเถอะ ให้นอนอยู่นิ่งๆแบบนั้นเป็นใครก็ต้องหงุดหงิด

แต่ว่าเขายังไม่หายดีเลยนะ ข้างนอกไม่มีอะไรน่าห่วงก็จริงแต่ว่าภายในยังสาหัสอยู่เลย ถ้าเกิดไปเจอปีศาจข้าล่ะ มีหวังได้ตายจริงๆแน่

ช่างมัน

=___=~

ประโยคยาวเหยียดมีเหตุผลถูกสวนกลับด้วยคำพูดที่สุดแสนจะเรียบง่าย(เฉื่อยชา)ของชายหนุ่มผู้รับฟังแบบสายฟ้าแลบ ซางะพยายามนึกแต่ก็นึกยังไงก็ยังคาใจว่ามีเรื่องไหนบ้างที่โชไรผู้นี้จะตื่นเต้นและจริงจังด้วย เด็กน้อยถอนหายใจพลางนั่งลงข้างๆชายหนุ่มอย่างปลงตก

โชไรสังเกตได้ชัดเจนว่าซางะเหนื่อยจากการใช้พลังรักษาไซฟง การจะฟื้นพลังต้องใช้เวลานานโดยเฉพาะเด็กน้อยตัวกระจ้อยอย่างเธอ ทันทีที่ซางะทิ้งก้นลงนั่งข้างๆ เขาก็รั้งศีรษะเธอมาซบตัก เด็กน้อยไม่ได้ฝืนทนและยังคว้าชายเสื้อของเขาเอาไว้เหมือนเด็กหาสิ่งยึดเกาะ

นี่ ไร

หืม

ข้าอยากกลับบ้านจังบ้านของข้าที่อยู่ที่ไหนซักแห่ง ข้าจะมีโอกาสได้กลับไปบ้างไหมนะ

 ซางะพึมพำเสียงแผ่วกุมชายเสื้อของโชไรเอาไว้เต็มกำมือ ชายหนุ่มลูบศีรษะเธอเบาๆเหมือนกล่อมให้หลับ ถึงจะมีพลังสูงกว่าใครๆแต่เด็กยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขาเองที่ยังมีความเป็นเด็กแอบแฝงไว้ภายใต้ความเย็นชา และความเป็นเด็กนั้นก็กำลังพร่ำเพ้อหาบางสิ่งที่ไม่เคยได้สัมผัสมาทั้งชีวิต

ไซฟงหลบหนีการควบคุมของซางะมาเดินเตร็ดเตร่อยู่ในเมือง ถึงบาดแผลส่วนใหญ่จะถูกรักษาจนหายสนิท แต่ความเจ็บปวดก็ยังทวีคูณจนแทบขยับไม่ไหว แต่ถึงกระนั้นเขาก็อยากมา เพราะคิดว่ามันคงจะดีว่าการที่จะนอนแหง็กอยู่ในห้องแคบๆไร้ชีวิตชีวา เขาย่ำเท้าไปอย่างเชื่องช้าบนทางเดินที่ว่างเปล่าและสถานที่ๆคุ้นเคย จนกระทั่งได้มาหยุดอยู่ที่หน้าสุสาน และเลือกที่จะเดินตรงดิ่งเข้าไปด้านในที่มีป้ายหินอ่อนตั้งอยู่คู่กัน ในหลุมนั้นเป็นเจ้าของชื่อที่สลักบนป้ายหลับใหลอยู่ถึงสองคน นี่คือครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาใกล้ขนาดเอื้อมมือถึง

ผมมารบกวนอีกแล้วสินะ

คำพูดแผ่วเบาเล็ดรอดออกมาจากปากบางเฉียบ ดวงตาสีน้ำทะเลจับจ้องป้ายหินอ่อนที่ตั้งอยู่ตรงหน้าอย่างไม่วางตา เขาไม่อาจจะเอื้อนเอ่ยชื่อของคนสองคนนั้นได้ ซึ่งมันทรมานสุดจะทน ทั้งที่อยู่ใกล้แต่ก็ไม่อาจจะเอื้อมถึง ในระหว่างที่คร่ำครวญหวนหาเสียงย่ำเท้าแผ่วเบาก็ดังพอที่จะให้อมนุษย์เช่นเขาหันไปหา และทันทีหันกลับไปเห็นเพียงหางตา ไซฟงก็ถึงกับชะงักตัวแข็งทื่อ

ฮิคารุ!”

มาที่นี่จริงๆด้วยสินะ

หญิงสาวเอ่ยทักและยืนทิ้งระยะห่างจากเขาประมาณสองเมตร ไซฟงไม่มีคำตอบให้และทำได้เพียงหันหน้าไปอีกทาง พอความเงียบเข้ามาเขาก็รีบเอ่ยถามทำลายความอึดอัด

หะ หายดีแล้วเหรอ

จ้ะ

งั้นหรอกเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็คงจะเป็นเรื่องดีสินะ เพราะถ้าเกิดฮิคารุเป็นอะไรไปล่ะก็ ผมคง…” คำพูดสุดท้ายขาดหาย มือที่ซุกซ่อนไว้ในแขนเสื้อกำแน่นจนสั่นกึก และพอรู้สึกว่ามีบางอย่างสะกิดที่ชายเสื้อ ไซฟงก็แทบกระโดดหนีเพราะตกใจกับใบหน้าผ่องใสออกขาวซีดของหญิงสาวที่จ้องมองอยู่ใกล้เพียงคืบ

คงต้องไปแล้วสินะ

“…!”

ต้องไปจริงๆเหรอ

อื้อ

ทำไมล่ะ

เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ของผมอีกต่อไป

คำตอบสวนกลับไปอย่างไม่ลังเล และไม่นานน้ำใสๆก็ขึ้นมาคลอเต็มเบ้าตาเตรียมจะไหลอาบแก้ม ไซฟงตั้งใจจะเอื้อมมือไปเช็ดแต่ก็ต้องยับยั้งชั่งใจและชักมือกลับ ตอนนี้เขาไม่ควรแตะต้องเธอ ไม่ควรเลยแม้แต่น้อย เขาไม่เหมือนซาทซึเกะที่เกิดมาพร้อมกับพลังเทวะ แต่เขาเป็นคนที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นความตาย พูดง่ายๆก็คือดวงจิตกล้าแข็งที่ยังไม่หลุดพ้นจากพันธนาการของกายเนื้อซึ่งรอการปลดปล่อยเท่านั้น หากว่ากายเนื้อนั้นสิ้นลมหายใจ เขาก็คงจะได้เดินทางสู่ยมโลกจริงๆเสียที คงอีกไม่นาน และคงขึ้นอยู่กับตัดสินใจของเธอคนนี้ซึ่งรู้จักกายเนื้อนั้นเป็นอย่างดี

อย่าร้องไห้เลย ผมลำบากใจนะ

อึก~ จ้ะ ฉันจะไม่ร้องไห้อีกก็ได้

ฮิคารุรีบใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาออกพอลวกๆ ไซฟงเห็นท่าทางอึกอักของเธอก็ได้แต่ยิ้มอย่างขำขัน เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมอง จนกระทั่งรู้สึกว่าร่างกายกำลังเลือนหายไปทีละน้อยเฉียดเช่นสายหมอก ฮิคารุถึงกับชะงักเมื่อมองเห็นร่างกายของเขาที่กำลังโปร่งแสง

ตัวเธอ…”

ไม่มีอะไรหรอก แค่ต่อไปฮิคารุจะมองไม่เห็นผมอีกเท่านั้น

ขอฉันกอดเธอหน่อยจะได้ไหม

ฮิคารุร้องขอและยืนรอคำตอบจากชายหนุ่ม ไม่นานไซฟงก็ยิ้มและเดินเข้ามาหาให้เธอกอดได้ตามคำขอ พอได้สัมผัสน้ำตาก็ร่วงพรูและพลั้งปากพูดคำต้องห้ามออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

อย่าไปเลยนะ ฉันเหงาจริงๆ คาสึนะ

เป็นชื่อที่คิดถึงจริงๆ นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้ยินคนเรียกชื่อนี้ คงจะนานมากพอที่จะทำให้เขาคุ้นชินกับชื่อไซฟงได้กระมัง การที่ได้พบกับเธออีกครั้งมันช่างเป็นสิ่งที่มีค่าเหลือเกิน ถึงแม้การพบกันจะอยู่ในฐานันดรที่แตกต่างกันก็ตาม แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งตามหาความทรงจำที่ขาดหายอีกต่อไปแล้ว

ร่างกายที่โปร่งแสงเริ่มกระจายตัวออกไปทีละน้อย ไซฟงไม่พูดและปล่อยให้เธอร่ำไห้อยู่เพียงลำพัง จนกระทั่งชิ้นส่วนสุดท้ายที่เป็นปลายนิ้วสลายหายไปทั้งหมด

พอรู้ว่าคนที่พยายามกอดรั้งเอาไว้ได้หายไปไม่เหลือแม้ส่วนเสี้ยว ฮิคารุก็ได้แต่ยืนนิ่งมองดูมือทั้งสองข้างของตัวเอง เธอรั้งเขาเอาไว้ไม่ได้จริงๆ

นี่ฉันต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วสินะ ทำไมไม่อยู่กับฉัน ทำไมคาสึนะ

น้ำตาร่วงพรูอาบแก้มลงมาต่อเนื่อง ฮิคารุทำได้เพียงเอามือสองข้างนั้นปิดบังเอาไว้เท่านั้น ทว่ามือนั้นไม่ได้กลบเสียงสะอื้นได้แม้แต่น้อย

ละอองเล็กๆนับร้อยพันล่องลอยมาพร้อมกับธาตุอากาศก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างอยู่เหนือยอดไม้และมองสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลสั่นระริกพร้อมกับหยดน้ำใสๆที่ไหลอาบแก้มสองข้างอย่างไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีใครรู้ว่าความคิดคำนึงในจิตใจเบื้องลึกนั้นเป็นเช่นไร เฉียดเช่นการมองคนจากด้านหลังที่ไม่อาจจะเห็นใบหน้าหากไม่อ้อมไปซักหน่อย

 

0 ความคิดเห็น