คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF KHR] :: The PLACE :: {D18}

โดย Zynic / Sindy

It is SKY that allows the CLOUD to move about freely [เป็นท้องฟ้าที่ช่วยให้เมฆาได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ]

ยอดวิวรวม

1,923

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


1,923

ความคิดเห็น


12

คนติดตาม


68
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 พ.ย. 61 / 15:23 น.
นิยาย [SF KHR] :: The PLACE :: {D18} [SF KHR] :: The PLACE :: {D18} | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้





It is SKY that allows the CLOUD to move about freely

[เป็นท้องฟ้าที่ช่วยให้เมฆาได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ]


Dino Cavallone x Hibari Kyoya








Writer : ZYNIC


เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 พ.ย. 61 / 15:23








It is SKY that allows the CLOUD to move about freely

[เป็นท้องฟ้าที่ช่วยให้เมฆาได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ]

 

 

 

          “บอส ฐานทัพของวองโกเล่ที่อิตาลีโดนโจมตีครับ” ดวงตาสีทองไหววูบอยู่ชั่วอึดใจ ปากกาในมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยสักหลากสีถูกกำแน่น ก่อนคิ้วเข้มเหนือดวงตาที่ไหวระริกเมื่อครู่จะเลิกขึ้นเพียงนิดแล้วขานรับในลำคอเป็นเชิงรับรู้


          แต่ไหนแต่ไรมาก็เป็นแบบนี้ตลอด


          ไม่ต้องถาม เดี๋ยวโรมาริโอ้ก็รายงานต่อมาเอง


          “ครั้งนี้การลอบโจมตีหนักหน่วงกว่าทุกครั้ง ฐานทัพได้รับความเสียหายอย่างหนักครับ” ถ้อยคำถัดมาผิดแปลกไปจากปกติจนคนเป็นบอสต้องเงยหน้าขึ้นมองลูกน้องคนสนิทอย่างจริงจัง โรมาริโอ้กระแอมไอในลำคอ จู่ๆ ก็ไม่กล้าเอ่ยรายงานต่อ แต่ไม่กล้าได้ไม่ถึงนาทีดีก็โดนเรียกชื่อเสียงขรึม ชายสูงวัยจำต้องถอนหายใจและเอ่ยรายงานตามข้อมูลที่ได้รับมา “ยังไม่ทราบถึงที่อยู่ของคุณเคียวครับ คุซาเบะฝากแจ้งอีกอย่างว่าคุณเคียวไม่ต้องการให้คาบัคโรเน่เคลื่อนไหวในทุกกรณีครับ”


          คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง พลันดวงตาก็มืดครึ้ม


“โรมาริโอ้”


“ครับบอส”


“นายรู้ตั้งแต่แรกว่าฐานทัพวองโกเล่จะโดนโจมตี?” เสียงเนิบๆ เอ่ยถาม ไม่มีร่องรอยของอารมณ์ใดๆ ปรากฏในน้ำเสียงและสีหน้าของผู้พูดเลยแม้แต่น้อย จนคนสนิทยังไม่กล้าฟันธงว่าเวลานี้บอสของตนกำลังคิดและรู้สึกอะไรอยู่


โรมาริโอ้ใช้การพยักหน้ารับแทนการเอ่ยตอบ และจำต้องพยักหน้ารับกับคำถามข้อถัดไปของบอสต่อไปเรื่อยๆ


เคียวยะไม่ให้คาบัคโรเน่เคลื่อนไหว?


อ่อ งั้นนายก็เลยปิดฉันด้วยงั้นสิ?


สรุปแล้วคือฉันไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียว?


มันไม่ถึงขั้นนั้น แต่จะพูดยังไงก็หนีไม่พ้น... ถ้านับรวมคนรอบกายคุณเคียว เห็นทีจะมีแค่บอสคนเดียวที่ไม่รู้เรื่อง


ไม่มีการยืมกำลังจากใคร เคียวยะลุยเดี่ยว? ปกติเมฆาคนนั้นก็ลุยเดี่ยวอยู่แล้ว การรวมกลุ่มคือสิ่งที่ผู้พิทักษ์เมฆาอย่างฮิบาริ เคียวยะเกลียดที่สุด เกลียดถึงขั้นเคยพูดว่ายอมตายดีกว่ายอมรวมกลุ่ม บอสก็ใช่ว่าจะไม่รู้


คนสนิทของบอสแห่งคาบัคโรเน่ได้แต่พยักหน้าอย่างเดียวเท่านั้น พลันชายสูงวัยก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เสียงหัวเราะหึของบอสดูไม่ปกติเลยสักนิด ...เป็นห่วงก็แต่เมฆาที่แสนหยิ่งผยองนั่น จะรู้หรือไม่ว่าเวลานี้บอสของเขากำลังทำตัวไม่ปกติอย่างมาก แต่หลังจากนั้นบอสก็เงียบไปและเขาไม่รู้สักนิดว่าบอสกำลังคิดอะไรอยู่ บอสทำตัวสบายๆ อ่านเอกสารที่ยังคั่งค้างบนโต๊ะต่อ แต่เขารู้สึกจริงๆ นะ โรมาริโอ้บอกตัวเองแบบนั้น เขารู้สึกว่าบอสไม่ปกติเลยสักนิด

-The  P L A C E  that we belong-

 


ร่างสูงเพรียวทว่าบอบบางนักก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่อย่างคุ้นเคย บนใบหน้าคมสวยเต็มไปด้วยความเฉยชา ไร้ซึ่งความเจ็บปวด และไม่ยี่หระต่อบาดแผลมากน้อยบนผิวกายของตนเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีปีกกามองตรงไปเบื้องหน้าโดยไม่ละสายตาไปทางไหน ไม่สบมองใคร...และไม่มีใครกล้าสบมอง เหล่าลูกน้อง สมาชิกของคาบัคโรเน่แฟมิลี่ต่างหลีกทางให้ร่างเพรียวบางนั้นได้เดิน จวบจนร่างนั้นเดินขึ้นบันไดไปเสียงถอนหายใจของใครหลายคนจึงดังขึ้น มีเสียงกระซิบกระซาบว่าเกือบแล้วไหมล่ะ เกือบโดนคนรักของบอสขย้ำแล้ว


เป็นเรื่องคุ้นชินของทุกคนในคฤหาสน์แห่งนี้ไปซะแล้วที่จะเห็นว่าผู้พิทักษ์เมฆาของวองโกเล่... คนรักของบอสเดินเข้าออกคฤหาสน์ บางทีก็กลับมาด้วยเสื้อสูทที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ครั้งแรกๆ พวกตนตกใจจนวิ่งเข้าไปถามไถ่และโดนพลองเงินคู่นั้นซัดกลับมาจนกระดุกกระดิกไม่ได้ไปเกือบเดือน หลังจากนั้นคนสนิทของบอสก็กระซิบบอกและคำบอกเล่านั้นถูกถ่ายทอดต่อกันเป็นทอดๆ ว่ารอยเลือดพวกนั้นบนตัวของผู้พิทักษ์เมฆาล้วนไม่ใช่เลือดของเจ้าตัว แต่เป็นเลือดของเหยื่อที่โดนเจ้าตัวขย้ำมาต่างหาก พอรู้เช่นนั้นจึงไม่มีใครเข้าไปวุ่นวายกับคนรักของบอสอีก


ฮิบาริยกมือขึ้นปิดปากหาว ดวงตาที่ฉายแววคมกริบเป็นนิจปรือลงด้วยความง่วงงุน เพราะงานที่ทำเสร็จสิ้นใช้เวลาเกือบสองวันเต็มทำให้เขาพักผ่อนได้ไม่เต็มที่และติดจะหงุดหงิดด้วยซ้ำ ตามประสาคนที่นอนไม่พอ ร่างเพรียวบางเลยไม่ได้แวะที่ห้องของม้าพยศเหมือนเช่นทุกครั้งแต่เดินตรงไปยังห้องพักของตน


แน่นอน... การเป็นคนรักของนภาแห่งคาบัคโรเน่ ฮิบาริก็ยังคงเป็นฮิบาริ เคยอิสระเพียงใดก็ยังคงเป็นเช่นนั้น เรื่องห้องนอนก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมแม้สถานะของคนทั้งคู่จะเปลี่ยนจากศิษย์อาจารย์มาเป็นคนรักก็ตามที


เรื่องห้องนอนไม่ใช่ฮิบาริที่เป็นฝ่ายเอ่ยปาก คนที่เอ่ยปากขอแยกห้องแม้จะตกลงกันดิบดี (ขู่บังคับเมฆาไม่น้อย) ว่าต้องนอนร่วมห้องกัน เป็นคนรักแล้วแยกไม่ได้ก็คือดีโน่ ...ดีโน่เป็นคนเอ่ยปากของแยกห้องเองหลังจากนอนร่วมห้องกันได้เพียงหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งคนที่เคยชินกับการอยู่คนเดียวมาแต่ไหนแต่ไรตกปากรับคำทันทีว่าอื้อ ...ไม่ได้แยแสอะไรทั้งนั้น ไม่ได้คิดว่าการขอแยกห้องมีนัยยะอะไรแอบแฝงหรือเปล่า


ฮิบาริที่ตรงไปยังห้องของตัวเองขมวดคิ้วเข้าหากัน ดวงตาที่ปรือลงกว่าครึ่งฉายชัดถึงความหงุดหงิด คนอารมณ์ไม่ดีไม่ได้เปิดปากเอ่ยถามคนที่เข้ามาอยู่ในห้องของตนสักคำ ไม่มีคำทักทายใดๆ เดินผ่านอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องน้ำหวังเพียงจะอาบน้ำแล้วเข้านอนให้เร็วที่สุด ทั้งๆ ที่คิดในใจว่าถ้ามันพูดจาไม่เข้าหูหรือถามอะไรเซ้าซี้แม้แต่คำเดียว แม้จะเหนื่อยและง่วงขนาดไหนก็จะขย้ำมันทิ้งก่อนนอนให้ได้ ทว่าความคิดเหล่านั้นต้องเป็นอันพับเก็บ เมื่อคนที่ไม่ควรมาอยู่ในห้องของเขาในเวลานี้ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้นแต่เดินเข้ามาหาใกล้และลงมือช่วยถอดเสื้อสูทที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและร่องรอยฉีกขาดของเนื้อผ้า


มือหนาที่สาละวนอยู่กับการช่วยเมฆาถอดเสื้อหยุดชะงักและเสียจังหวะไปช่วงหนึ่ง นัยน์ตาสีทองไม่สะท้อนฟ้องอารมณ์ แต่มันกลับจ้องและหยุดนิ่งอยู่ที่บาดแผลบนแขนขาวจัด ยิ่งคนรักของตนมีผิวที่ขาวบาดแผลก็ยิ่งมองเห็นชัดเจน ดีโน่เลื่อนสายตาจากบาดแผลพวกนั้นไปยังดวงตาสีปีกกาที่ฉายแววเฉยชาจนน่าอ่อนใจ ริมฝีปากที่ปิดสนิทผิดวิสัยจึงเปรยขึ้นแผ่วเบาว่าช่างไม่ระวังเอาซะเลย


เมฆาดึงแขนตัวเองกลับมาแล้วคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำหมายจะเข้าไปอาบน้ำแล้วพักผ่อนเสียทีจำต้องหยุดชะงัก คิ้วสีเดียวกับนัยน์ตาขยับมุ่นเข้าหากัน นัยน์ตาคู่สวยปรากฏวี่แววดื้อดึงอย่างเห็นได้ชัด


“ทำไมถึงพลาดท่า?”


“จงใจ” มันยืดเยื้อมานานแล้ว ก็เลยรีบทำให้มันจบๆ ถึงจะเจ็บตัวไปบ้างแต่ก็คุ้มค่า เมฆาไม่ได้เอ่ยอธิบายด้วยรู้ดีว่าชายคนรักเข้าใจมัน แน่นอนว่าดีโน่ย่อมเข้าใจ แต่กระนั้นร่างสูงโปร่งของชายชาวยุโรปก็ถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้ “ถ้าแกจะมาถอนหายใจทำตัวงี่เง่าก็ไสหัวไปไกลๆ มันน่ารำคาญ”


เกะกะด้วย คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่


Well![ดีนี่!] ดีโน่ร้องประชด จากเดิมที่คิดว่าอารมณ์ของตนเองสงบลงไปบ้างแล้วนับตั้งแต่โรมาริโอ้มารายงานเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟังตอนช่วงหัวค่ำ อารมณ์นั้นกลับตีกลับขึ้นมาจนจุกอก


“อะไร!? แกเป็นอะไร!?” เมฆาเองก็ใช่ว่าจะน้อยหน้า ด้วยนิสัยหยิ่งผยองที่มีเป็นทุนเดิม และอารมณ์ไม่ดีจากการนอนไม่พอ กอปรเป็นพายุร้ายที่แค่โดนกระทบด้วยคำพูดไม่เข้าหูก็พร้อมจะอาละวาดได้ทุกเมื่อ ...เป็นเรื่องปกติที่ยามฮิบาริอาละวาดนภาแห่งคาบัคโรเน่จะเป็นฝ่ายล่าถอยและคอยเก็บกวาดเศษซากอารมณ์ร้ายกาจที่ยังเหลืออยู่นั้นของเมฆา บ่อยครั้งที่การง้องอนจบลงบนเตียงกว้าง บ่อยครั้งที่พายุอารมณ์สงบลงในอ้อมแขนของนภา ...และน้อยครั้งเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่นครั้งนี้ที่นัยน์ตาสีทองสะท้อนฟ้องถึงอารมณ์ไม่สู้ดี เสียงทุ้มต่ำเจือเค้าประชดประชันชัดเจน


You asked me how I am but, you never attend and keep them in your mind![นายถามฉันว่าฉันเป็นอะไร แต่นายกลับไม่เคยสนใจไม่เคยใส่ใจ!] ไม่บ่อยครั้งเลยจริงๆ ที่ดีโน่เปลี่ยนกลับมาใช้ภาษาที่ตนคุ้นเคยซึ่งนั่นบงชัดว่าเจ้าตัวก็อารมณ์ไม่คงที่เช่นกัน ตามหลักแล้วดีโน่มักโอนอ่อนให้เมฆาอยู่ร่ำไป


แต่ไม่ใช่กับครั้งนี้...


ด้านคนที่โดนตอกกลับยืนกระพริบตาปริบด้วยไม่คาดคิดว่าตนเองจะโดนอีกฝ่ายพูดแบบนี้ใส่ ยังไม่ทันได้เปิดปากโต้แย้ง คนตรงหน้าก็รัวประโยคยาวยืดออกมา ทุกคำกระแทกกลางใจจนเมฆาได้แต่ยืนอึ้ง “Moreover, I gave you everything that you need …likes your freedom your work  cause I hope to share them with you. But you never know and never sent them back to me …never![ยิ่งกว่านั้น ฉันให้ทุกอย่างที่นายต้องการ อิสระ หน้าที่การงาน เพราะฉันหวังอยากจะแชร์ อยากมีส่วนรวมในทุกเรื่องกับนาย แต่นายไม่เคยรู้ ไม่เคยคืนสิ่งเหล่านั้นกลับมาให้กันเลย ...ไม่เคย]


ฮิบาริกลืนน้ำลาย อารมณ์ไม่ดีของตนถูกพายุอารมณ์ของคนตรงหน้าซัดกระเจิง แม้ปกติการตอบสนองของเขาจะรวดเร็วก็ตาม แต่ครั้งนี้เมฆากลับทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายตอกหน้าไม่ยั้ง


ทั้งๆ ที่อยากเปิดปากเถียง ...แต่ก็ไม่เคยทันคนที่ควบคุมตัวเองไม่อยู่ และเปิดเปลือยทุกความรู้สึกให้ได้รู้


Today Romario told me that you got a plan to flight alone. You didn’t need anyone to join that I know how you are[วันนี้ โรมาริโอ้บอกกับฉันว่านายวางแผนที่จะสู้เพียงลำพัง นายไม่ต้องการให้ใครอื่นเข้าไปข้องเกี่ยวซึ่งฉันรู้ว่านายเป็นยังไง]


ฮิบาริขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม เปิดปากเป็นครั้งแรกหลังจากโดนตอกหน้าจนตั้งรับไม่ทัน “ทั้งๆ ที่นายรู้ดีโน่ ...แล้วนายจะเอายังไง? ต้องการอะไร?” มันไม่ปกติรึไง ดีโน่คิดจะเท้าความเอาเรื่องตอนนี้เนี่ยนะ เขาสู้คนเดียวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว มันไม่สายไปหน่อยรึไงที่จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นและเอามันมาทะเลาะกันในเวลาที่เขาเหนื่อยสุดขีดแบบนี้ งี่เง่า!


You never know[นายไม่เคยรู้มันจริงๆ] ดีโน่พึมพำ นัยน์ตากร้าวแกร่งอ่อนแสงลงจนดูมืดหม่น “As I know you never lost so I’m not concerned about your flight. Why? I want to know why I am the last one who know anything about your plans[ฉันไม่เคยกังวลเกี่ยวกับการต่อสู้ของนายเลยเพราะฉันรู้ว่านายไม่เคยแพ้ แต่ทำไมล่ะ? ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมฉันถึงเป็นคนสุดท้ายทุกทีที่รู้แผนของนาย]


You never share your idea with me, never ask for any help …never put me into your plan[นายไม่เคยให้ฉันเข้าไปมีส่วนร่วมใดๆ ในแผนของนาย ไม่เคยปรึกษา ไม่เคยร้องขอ] We’re a couple, right? Why? I want to ask you Kyoya… where I am in your life …which place that you put me in [พวกเราไม่ใช่คู่รักกันรึไง? ทำไมล่ะ? ฉันแค่อยากถามนายเคียวยะ ฉันอยู่ตรงไหน ส่วนไหนของชีวิตนาย]


เหมือนพายุสงบลงแล้ว... หลังคำถามตัดพ้อประโยคสุดท้ายนั้น เสียงทุ้มต่ำแหบระโหยยามเอ่ยถาม which place that you put me in ฮิบาริอ้าปากค้างด้วยคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าคนที่ยิ้มแย้มได้กับทุกสถานการณ์จะเก็บทุกอย่างไว้ในใจมากมายขนาดนี้ บางสิ่งที่เขามองข้ามไปเพราะไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่ามันสำคัญ


ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบใบหน้าตนเองอย่างอ่อนแรง พออารมณ์สงบเหมือนร่างสูงจะนึกได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้างจึงพึมพำขอโทษ “ขอโทษทีเคียวยะ ฉันอารมณ์ไม่ค่อยปกติ นายรีบไปอาบน้ำเถอะ” ว่าพลางดุนแผ่นหลังของเมฆาให้ก้าวเข้าไปในห้องน้ำ ทว่าร่างเพรียวกลับดื้อดึง ยังยืนนิ่งไม่ยอมขยับ


“ดีโน่...”


“เคียวยะไปอาบน้ำแล้วพักเถอะ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็หมุนตัวเป็นฝ่ายเดินออกจากห้องของเมฆาไป


เมฆาเดินเข้าห้องน้ำไปด้วยความมึนงง ฮิบาริยอมรับว่าค่อนข้างตกใจกับความรู้สึกที่น่าจะซุกซ่อนมานานของดีโน่ซึ่งความรู้สึกนั้นในวันนี้คงมีบางอย่างไปก่อกวนจนคนที่คุมตัวเองได้เป็นอย่างดีเสมอมาหลุดทุกสิ่งอย่างออกมาแบบนี้


เพราะคำพูดพวกนั้นทำให้เขาตระหนักได้ถึงบางอย่างที่มองข้ามไปจริงๆ


...ดีโน่อ่อนไหวเป็น ดีโน่น้อยใจเป็น


เอาเถอะ อาบน้ำเสร็จค่อยว่ากัน 


เห็นทีคราวนี้เขาต้องเป็นคนง้อก่อนสินะ ฮิบาริส่ายหน้าเบาๆ กับตนเอง กระนั้นมุมปากก็ประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ถึงคำพูดเหล่านั้นจะทำให้เจ็บลึกไม่น้อยแต่มันก็ทำให้เห็นชัดว่าผู้พูดให้ความสำคัญกับตนขนาดไหน


ม้าพยศของเขา...น่ารักเสมอ


ดวงตาที่ยามปกติเยือกเย็นและช่างเฉยชาทอประกายอ่อนละมุน ก่อนแววตานั้นจะเก็บซ่อนไว้เป็นอย่างดียามก้าวออกมาจากห้องน้ำ


คิ้วเรียวได้รูปสวยเลิกขึ้นนิดเดียวยามสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงของคนรัก ดีโน่ไม่ใช่กลับออกไปแล้วรึไง?


ไม่ใช่เขาที่ต้องเป็นฝ่ายตามง้อ?


“มาสิเคียวยะ ทำแผลแล้วจะได้นอน” เคียวยะ...ของคนที่เรียกขยับเท้าเดินเข้าไปหาร่างนั้นอย่างโง่งม หัวใจอ่อนยวบจนอยากพาตัวเองเข้าไปซุกในอ้อมอกอบอุ่นนั้น


...จะทำให้รักไปถึงไหนกันนะม้าพยศ


ไม่มีใครพูดถึงเรื่องเมื่อครู่ ต่างฝ่ายต่างเงียบ คนหนึ่งตั้งอกตั้งใจทำแผลอย่างเบามือ อีกคนเท้าคางกับฝ่ามือด้วยแขนข้างที่ไม่เจ็บและจ้องมองท่าทีจริงจังของคนทำแผลให้ด้วยแววตาลึกซึ้ง


พออีกฝ่ายทำแผลเสร็จเก็บกล่องพยาบาลเรียบร้อยก็ทำทีจะลุกเพื่อให้คนรักได้พักผ่อน คิ้วเข้มๆ ขยับเล็กน้อยก่อนจะเลิกขึ้น


เปรยแผ่วเบา...


“เคียวยะ”


...อยู่ด้วยกันก่อนสิ” นานๆ ครั้งคนรั้งจะเป็นเมฆา แม้จะไม่เข้าใจแจ่มชัดแต่ดีโน่ก็ตีความได้ว่าเมฆาของตนอาจจะรู้สึกผิดเพราะสิ่งที่เขาแสดงออกไปเลยพยายามหาทางงอนง้อตน แน่ล่ะ...เขาดีใจ แต่เขาไม่อยากให้เคียวยะฝืน เคียวยะควรจะพักผ่อน มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยสักหลากสีลูบกลุ่มผมสีปีกกาและจรดริมฝีปากแตะลงไปอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากนั้นพึมพำ


“ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นเคียวยะ นอนเถอะ” ดีโน่ทำท่าจะผละออกไปอีกครั้งแต่ครั้งนี้สิ่งที่รั้งไว้ไม่ใช่คำพูดแต่เป็นมือเรียวที่จับชายเสื้อเขาไว้แน่น ...และนัยน์ตาสีนิลที่เงยขึ้นมองอย่างออดอ้อนผิดวิสัย


“เคียวยะ...นายต้องพัก”


“พูดมากจริง” แล้วกัน? เมื่อครู่ยังมีทีท่าจะง้อกันอยู่เลย ทั้งๆ ที่ขอกลับออกไปเพราะอารมณ์ยังไม่เข้าที่และต้องการกลับไปสงบสติอารมณ์แท้ๆ แต่เคียวยะดันดื้องอแงขึ้นมาซะก่อน คนที่อารมณ์ดีเป็นนิจเลยถอนหายใจออกมา ทรุดตัวลงนั่งที่ข้างเตียง ปล่อยให้เมฆาเกาะกุมชายเสื้อของตนเอาไว้โดยที่เจ้าของการกระทำนั้นหลับตาพริ้มเตรียมเข้าสู่นิทรา


            ฝ่ามืออบอุ่นยกขึ้นแตะหน้าผากเรียบเนียนก่อนจะขยับปลายนิ้วเกี่ยวเส้นผมที่เริ่มยาวปรกตาออกไปให้พ้นเปลือกตาบางใส


ปกติฮิบาริเป็นคนที่หลับง่ายตื่นง่ายราวกับเคยชินที่มันเป็นเช่นนั้นเพราะต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นร่างเพรียวบางจึงขยับตัวราวกับจะบอกเจ้าของมืออุ่นๆ ว่าการกระทำเหล่านี้รบกวนการพักผ่อนของตน มุมปากของดีโน่กระตุกก่อนรอยยิ้มบางจะคลี่ขยาย


เคียวยะน่ารักเสมอ


แต่ก็ใจร้ายอย่างร้ายกาจเช่นกัน


ฝ่ามืออบอุ่นยังคงขยับคอยเก็บและปัดเส้นผมที่ตกระใบหน้าคมสวยออก


เสียงครางงึมงำในลำคอดังขึ้น เสียงแหบหวานดังเล็ดรอดกลีบปากสีระเรื่อ


“อย่ายุ่ง!”


การกระทำมักสวนทางกับคำพูด ทั้งที่เป็นคนบอกว่าอย่ายุ่งแท้ๆ แต่ใบหน้าเรียวสวยนั้นกลับขยับเข้าใกล้ฝ่ามืออุ่นๆ และนาบใบหน้าลงตามความเรียวยาวของฝ่ามือ ซบหน้าหลับพริ้มไปอีกครั้ง


ดีโน่อยากหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก นัยน์ตาสีทองทอประกายอ่อนหวาน เมื่อครู่เขาเผลอตัวหลุดการควบคุมและเผยความรู้สึกอ่อนไหวน่ารังเกียจนั่นออกไป


แต่เขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ความรู้สึกนั่นเขาเก็บกับตัวมานานและคิดจะฝังมันไว้ลึกที่สุดของใจไปตลอดกาล ถ้าเพียงเรื่องวันนี้จะไม่เกิดขึ้น


คำถามที่เขาถามเคียวยะ เขาหมายความแบบนั้นจริงๆ


...เคียวยะวางเขาไว้ตรงไหนของชีวิตกัน เขาล่ะมีความสำคัญกับเจ้าตัวแค่ไหน เขารู้...เขารู้ว่าเคียวยะรักเขา แต่มันจะมากเท่าไรกัน มากเท่างานที่เจ้าตัวรัก อิสระที่เจ้าตัวชอบไหม เขาไม่เคยมั่นใจเลย


ถึงจะน้อยใจขนาดไหน อยากตัดพ้อเพียงใดเขาก็ยังรักเคียวยะของเขาอยู่ดี ก็เคียวยะที่เป็นแบบนี้เป็นเคียวยะที่เขารักนี่


ดังนั้น...ไม่เป็นไรหรอก แค่เก็บฝังความรู้สึกน่ารังเกียจนี่เอาไว้และรักษาเวลาที่มีด้วยกันเอาไว้ก็พอแล้ว


“ฉันรักเคียวยะนะ” ร่างสูงจูบลงบนหน้าผากขาวจัดแผ่วเบาก่อนจะผละออกไปเมื่อเห็นว่าเมฆาหลับสนิทแล้ว แต่พอเขาขยับ...ร่างเพรียวทว่าบอบบางนักของเคียวยะก็ขยับตาม คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างแช่มช้า ถึงจะโง่และซื่อบื้อขนาดไหน แต่ดีโน่คิดว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่เคียวยะแสดงออก


...แค่อยากให้เขาอยู่ด้วย ...สินะ


ความคิดนั้นทำให้ร่างสูงที่ถอดใจคิดอยากกลับไปพักฟื้นอารมณ์ต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ร่างสูงขยับตัวช้าๆ ระมัดระวังไม่ให้ตนเองทำเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของเมฆาจนเกินไปและสอดตัวขึ้นไปยังพื้นที่ข้างตัวเมฆาที่เว้นว่างเอาไว้ ฝ่ามืออีกข้างโอบรั้งร่างเพรียวบางที่พอรับรู้ถึงไออุ่นก็ขยับเข้าหาเช่นกันเข้ามาในอ้อมกอด


หนึ่งนภาหนึ่งเมฆาใช้การโอบกอดเยียวยาบาดแผลที่พลั้งเผลอทำร้ายซึ่งกันและกันอย่างเงียบๆ

-The  P L A C E  that we belong-

 


ฮิบาริขยับตัวอย่างเกียจคร้านนิดๆ ก่อนจะยันตัวขึ้นมานั่ง ดวงตาสีปีกกาคู่สวยพยายามลืมขึ้นสู้แสงแดดที่แยงตานัก ร่างเพรียวบางของผู้พิทักษ์เมฆากวาดตามองซ้ายทีขวาทีก่อนจะถอนหายใจออกมา ความทรงจำเมื่อคืนไหลหลั่งเข้ามา ริมฝีปากสีเรื่อเม้มแน่นและคลายตัวออกมาพร้อมกับชื่อของนภา เสียงนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนใจและแฝงความเอ็นดูนิดๆ


...ดีโน่ ไอ้ม้าโง่”


ฮิบาริคิดว่าการหาตัวคนรักไม่ยากนักหรอกจึงเฉื่อยชาไม่น้อยกว่าจะลุกไปอาบน้ำ แต่งตัว แต่พอไปถึงโต๊ะอาหารคิ้วสีเข้มจึงขยับมุ่นจนใบหน้าดูยับยุ่งผิดปกติ


มันหายไปไหน?


“บอสมีงานครับคุณเคียวจึงมาทานอาหารเช้าเป็นเพื่อนไม่ได้” ทว่าคิ้วยังไม่คลาย ริมฝีปากยิ่งเม้มแน่น


ข้ออ้าง! ไอ้งี่เง่านี่


แล้วทั้งวันเมฆาก็หาตัวนภาเจ้าของคฤหาสน์ไม่เจอ เขาไปซ้ายมันอยู่ขวา เขาหาขวามันอยู่ซ้าย  ใบหน้าสวยดูไม่สบอารมณ์อย่างเคย

-The  P L A C E  that we belong-

 


แผลที่โดนสะกิดยังไงก็ยังเจ็บและต้องการเวลาเยียวยา


ดีโน่กุมหน้าอย่างอ่อนแรง แต่เย็นขนาดนี้แล้ว หมดเวลาให้เขาหนีแล้ว ไม่งั้นเมฆานั่นจะอาละวาดจนวุ่นวายอีกเป็นแน่ ดีโน่ยิ้มแห้งๆ พอนึกภาพตามก็อดจะขบขันไม่ได้


แต่ดีโน่ที่พยายามสงบสติอารมณ์มาทั้งวันอดไม่ได้ที่จะมองหาและถามหาคนรักกับคนสนิท


เคียวยะล่ะ...หายไปไหน?


“วันนี้เคียวยะไม่มีงานนี่ แล้วเคียวยะไปไหนล่ะ?


“คุณเคียวบอกว่าเหนื่อยเลยจะพักไวขึ้น ไม่ขอรับอาหารเย็นครับ” ใบหน้าคมคายยับยุ่งและเผลอพึมพำถาม


...บอกทีสิว่าเป็นใครกันแน่ที่คิดหลบหน้ากัน


นภายันตัวขึ้นจากที่นั่ง คิดจะกลับไปอาบน้ำที่ห้องก่อนจะไปง้อเมฆาที่ไม่รู้ว่าตอนนี้โมโหฟาดงวงฟาดหางไปถึงไหนแล้ว แต่พอดีโน่กลับออกมาจากห้องน้ำกลับพบว่าตัวเองได้แต่ยืนนิ่งอย่างโง่งม


เคียวยะ...?


Can I get your half of bed? [ขอพื้นที่เตียงครึ่งหนึ่งสิ] ดีโน่จับจ้องคนพูดไม่วางตา ดวงตาคมกริบวาววับเมื่อใบหน้าสวยจัดของเมฆาขึ้นสีระเรื่ออย่างที่นานๆ ทีจะได้เห็น


ฮื้ออ... เขาชอบเวลาเคียวยะเขินนี่!~


คนตัวสูงหัวเราะหึ และเสียงหัวเราะนั้นเรียกความเข้มของสีเลือดบนใบหน้าขาวจัดได้เป็นอย่างดี เคียวยะของเขาน่ารักจริงๆ


“เอาสิ อนุญาต”


“งี่เง่า” เมฆาพึมพำ แต่เดินตรงปรี่ไปยังเตียงครึ่งหนึ่งที่ตนเอ่ยขอจากเจ้าของห้อง


           ก่อนจะล้มตัวลงนอนก็ยังไม่วายหันไปมองหน้าระรื่นของม้าพยศอย่างหงุดหงิด แต่พอเห็นมันมีแววตาระริกระรี้ ไม่ได้หมองหม่นเหมือนเมื่อวานก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ้ม แล้วเอ่ยพูด...เพื่องอนง้อ I mean forever [ฉันขอมันตลอดชีวิต]


I know Kyoya~ [ฉันรู้เคียวยะ~]


แล้วร่างสูงของนภาแห่งคาบัคโรเน่ก็แทบจะกระโจนตัวขึ้นไปบนเตียง ตะครุบร่างเพรียวสวยของเมฆาเข้ามาในอ้อมกอดและพรมจูบไปทั่วใบหน้าขึ้นสีนั้น


I love you as I don't know how to love you anymore [ฉันรักจนไม่รู้ว่าจะรักยังไงอีกแล้ว] “tutto il mio tempo a sinistra, io camminerò con voi” จู่ๆ ดีโน่ก็พร่ำภาษาอิตาลีออกมา เขารู้ว่าเคียวยะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่เขาไม่สนใจ ริมฝีปากอุ่นจัดเคลื่อนไปตามกกหูขาว ทั้งจุมพิตอย่างยั่วเย้าทั่วขบเม้มอย่างหมั่นเขี้ยว


คำที่เขาพูด...เป็นสัญญาที่เขาให้กับเคียวยะ


Ti amo Kyoya


ตลอดชีวิตที่เหลือ ฉันจะใช้มันกับนาย


ฉันรักนายเคียวยะ

-The  P L A C E  that we belong-

 


หลังจากพายุอารมณ์ที่แสนอ่อนหวานและเร่าร้อนจบลง ร่างโปร่งบางเจ้าของผิวกายขาวจัดก็ยันตัวขึ้นโดยสองมือวางทาบอยู่บนแผงอกกำยำ ดวงตาสีปีกกาสบมองนัยน์ตาสีทองที่ฉายแววรักใคร่อย่างสุดซึ้งก่อนจะเป็นฝ่ายหลุบตาลงและยื่นริมฝีปากไปประทับจูบแผ่วเบาที่ปลายคางของนภาเบื้องล่าง เมฆาแทะเล็มปลายคางได้รูปสวยระเรื่อยไปยังริมฝีปากบางเฉียบนั้น


“ดีโน่...”


“หืมม์” คนโดนเรียกขานรับ มือหนาขยับลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่าอย่างเบามือราวกับให้กำลังใจคนที่อยากจะพูดอะไรสักอย่าง


เขารอของเขาได้


...ให้รอไปตลอดชีวิตเขาก็รอของเขาได้


ดังนั้นเคียวยะไม่จำเป็นต้องพูดมันออกมาเขาก็เข้าใจ แต่ถ้าเคียวยะอยากบอกอะไรเขาก็พร้อมจะฟังเสมอ


ดวงตาที่หลุบต่ำทำให้ม้าพยศไม่อาจเห็นได้เลยว่าเจ้าตัวรู้สึกเช่นไร แพขนตาสีเดียวกับดวงตาทาทาบผิวแก้มขาวจัด ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของนภากระตุก ทั้งหวามไหวทั้งอ่อนหวาน จนนึกอยากจะรั้งร่างนั้นลงมานอนใต้ร่างแล้วกลืนกินไม่ให้เหลือแม้กระทั่งกระดูก


“ดีโน่...”


“ว่าไปสิ ฉันรอฟังอยู่” เสียงทุ้มต่ำว่าอย่างเอาใจ ทว่ามืออบอุ่นกลับซุกซนนัก เวลานี้มันเคลื่อนตัวช้าๆ ลูบไล้ไปตามแนวสันหลังใต้ผ้าห่มที่คลี่คลุมกายอยู่และทำท่าจะลูบลงต่ำยิ่งไปกว่านั้น เดิมทีเมฆาต้องประท้วงให้ได้ออกแรงรบรากันพักใหญ่แต่เวลานี้ดูเหมือนคนที่โดนเขาตอดเล็กตอดน้อยกลับไม่รู้ตัว...เหมือนคนใจลอย


ใช่... ฮิบาริกำลังถกเถียงบางเรื่อง...บางอย่างที่จำเป็นและสำคัญกับตนเองอยู่จนไม่รู้เลยว่าเวลานี้ฝ่ามือนั้นกำลังลูบไล้และบีบขย้ำส่วนไหนของร่างกายตนเองอยู่


“เคียวยะ...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่า เว้าวอนและยั่วเย้าประหนึ่งเสียงเพรียกหาของปีศาจเจ้าเล่ห์


แต่ทั้งเสียง ทั้งการกระทำกลับหยุดชะงักราวกับสมองที่สั่งการโดนทำร้ายอย่างรุนแรง


ไม่ผิดหรอก... เวลานี้สมองเขาเหมือนโดนแช่แข็งด้วยคำพูดของเคียวยะ


คนที่หลุบตามาโดยตลอดกลับลืมตาขึ้นและเงยหน้าขึ้นมอง แม้คิ้วเรียวเหนือดวงตาคู่สวยจะขมวดกันจนยุ่งและส่งผลให้ใบหน้าสวยดูหงุดหงิดอยู่ในที แต่กระนั้นภาพตรงหน้าก็ยังน่าหลงใหลอยู่ดีสำหรับดีโน่ แล้วคำถามนั้นล่ะ...ที่เคียวยะถามนั่น


“ดีโน่...เรามาอยู่ด้วยกันสักทีดีไหม?


“เคียวยะเข้าใจความหมายใช่ไหม เข้าใจรึเปล่าว่ามันหมายความว่ายังไง...” ดีโน่ถามด้วยหัวใจที่เต้นถี่ระรัว แต่เขาพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ร่างสูงละฝ่ามือที่เกาะกุมสะโพกเต็มอิ่มมาลูบแผ่นหลังบอบบาง


พยายามตะล่อมกล่อมเมฆาให้เข้าใจความหมายลึกซึ้งที่เจ้าตัวเอ่ยออกมานั้น


“อยู่ด้วยกันคือจะไม่แยกไปไหน... เราจะแชร์กันทุกเรื่อง” อื้อ แม้ใบหน้าสวยจัดจะยังคงเค้าความหงุดหงิดเต็มเปี่ยม แต่ก็พยักหน้าหงึกหงักให้รู้ว่าตนเข้าใจมันดี


“จะตัดสินใจร่วมกันในแทบทุกอย่าง ...จะแคร์กัน เป็นห่วงกัน และจะบอกกล่าวไม่ให้อีกฝ่ายเป็นห่วง”


อื้อ...เมฆาพยักหน้ารับ ดีโน่ยิ้มอ่อนหวาน


“เคียวยะต้องให้ฉันเข้าไปในโลกของเคียวยะ เหมือนที่เคียวยะเข้ามาในโลกของฉัน”


อื้อ...


“เราจะไม่แยกห้องนอน” อื้อ! เมฆาพยักหน้าหงึกหงักทันทีโดยไม่ต้องคิด ก็เรื่องแยกห้องเขาไม่ใช่บอกไปแล้วรึไง เขาขอพื้นที่ครึ่งเตียวจากม้าพยศตลอดเวลาทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ไปแล้ว


ม้าตัวนี้งี่เง่าจริงๆ ชิส์!


“แต่งงานกันเถอะเคียวยะ”


อื้อ!~


O_o!


ฮิบาริตาโต เพราะพยักหน้ารับกับทุกคำถามมาโดยตลอดจึงไม่ทันฟังว่าดีโน่พูดอะไร แต่พอเห็นม้าพยศยิ้มกว้างจนประกายความสุขระยิบระยับเต็มดวงตาเมฆาก็ต้องครางอิดออด


เสียรู้เจ้าม้าบ้านี่จนได้


“จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปไง”


...แล้วเขามีสิทธิ์ปฏิเสธไหมนี่


“เคียวยะ...”


Depend on you [แล้วแต่นายสิ] นั่นคือคำตอบรับ ดีโน่เข้าใจมันดี ท่าทียิ้มละไมทำให้เมฆาเบือนหน้าหนีไปอีกทางก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อฟ้าพลิกหน้ากลับหลัง เวลานี้ร่างเพรียวบางของเมฆาโดนตรึงไว้ใต้ร่างของนภา ดวงตาสองคู่ต่างสีต่างสบมองกัน ความจริงจังและจริงใจฉายชัดจนดวงตาสีปีกกาต้องเสหลบด้วยการหลุบตาลงต่ำ


ราวกับดีโน่เองก็รอคอยจังหวะนี้มาเนิ่นนาน ภาพแพขนตายาวสวยที่ทาบลงกับข้างแก้มซีดขาวชวนให้หัวใจสั่นไหวจนน่าตระหนก


ดีโน่ทาบริมฝีปากจุมพิตแผ่วเบาที่เปลือกตาไหวระริกก่อนจะเคลื่อนมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยสักหลากสีวางทาบปิดดวงตาทั้งสองข้างของเมฆาเอาไว้ เสียงทุ้มต่ำพร่ำกระซิบไม่ปล่อยให้เมฆาได้เอ่ยประท้วง


“หลับตาซะเคียวยะ ...หลับตา” ดีโน่พึมพำชิดใบหูขาวจัด ริมฝีปากไล้เล็มและขบเม้มไปทั่วผิวขาวสะอาด เพราะรับรู้ถึงการดิ้นรนจัดขืนของคนที่โดนตนเองปิดตานภาจึงเคลื่อนริมฝีปากกลับไปใกล้ใบหูขาวจัดอีกครั้ง


“ใจเย็นเด็กน้อย ...ไว้ใจฉันสิ เคียวยะก็รู้ว่าฉันไม่เคยทำเคียวยะเจ็บ” เสียงทุ้มปลอบประโลมจนรับรู้ว่าร่างเบื้องล่างเริ่มโอนอ่อนจึงเคลื่อนริมฝีปากไปแนบจุมพิตที่เรียวปากบางเฉียบ เปิดฉากรุกเร้าอย่างอ่อนหวาน


และเคลื่อนตัวอย่างแช่มช้า แทรกผ่านตัวตนเข้าหาความอบอุ่นที่ตนหลงใหล


...ที่ทาบฝ่ามือไม่ให้ดวงตาคู่นั้นได้ลืมขึ้นเขาคิดเพื่อเคียวยะหรอก


ใครใช้ให้วันนี้เจ้าตัวโอนอ่อนจนหัวใจเขาสั่นสะท้านถึงขนาดนี้กันเล่า


เขาแค่ไม่อยากเห็นแววตาคู่นี้ ...เพราะไม่อยาก 'รัก' ร่างในอ้อมกอดให้รุนแรงมากไปกว่านี้!

-The  P L A C E  that we belong-

 


ภายในอ้อมกอดของนภา เมฆากลับพยายามลืมตาขึ้น มือเรียวสวยยกขึ้นลูบปลายคางได้รูปจนน่าอิจฉานั่นแผ่วเบา


เขามีความลับหนึ่งที่ไม่ได้บอกกับดีโน่... และคิดว่าจะไม่บอกไปตลอดกาล


แค่นี้มันก็เหลิงขนาดนี้ ขืนบอกมีหวังเขาโดนแกล้งโดนล้อไปทั้งชาติแน่


ที่ไม่เคยถามไม่เคยขอความเห็น ...ไม่ใช่ไม่อยากให้ยุ่ง แต่ต้องการแสดงให้เห็นว่าเขาเก่งกาจที่จะรับมือกับทุกอย่างได้โดยไม่ต้องร้องขอความช่วยเหลือ


เขาแค่อยากคู่ควรกับนภาให้มากกว่านี้ แค่อยากลดช่องว่างระหว่างความแตกต่าง ไม่ให้เกิดเสียงครหาใดๆ เพียงแต่เขาหลงลืมและมองข้ามไปว่ามันทำให้ดีโน่เสียใจ


          งานชิ้นที่เพิ่งเสร็จสิ้นเขาเลือกจบมันด้วยวิธีรุนแรง ต่อกรด้วยตัวคนเดียวโดยไม่คิดหยิบยืมกำลังจากคาบัคโรเน่เพราะเขาคิดแค่ว่าคนอย่างเขาสามารถทำมันด้วยตัวคนเดียวได้ และเขาคิดให้รางวัลกับตัวเองหลังจบงานชิ้นนี้


...เขาคิดขอนภาแต่งงาน


แต่ก็ดันช้ากว่าม้างี่เง่านี่


ซึ่งเขาจะเก็บความลับนี้ไปจนตาย


จะไม่ยอมให้นภานี่รู้โดยเด็ดขาด แค่นี้ก็เขินจนไม่รู้จะเขินยังไงแล้ว อีกคำถามที่คั่งค้างและติดอยู่ในใจนายมาเนิ่นนาน...เรื่องนั้น สักวันฉันจะบอกกับนายเองม้าพยศ All of mine is the place that you belong form this day until forever [ทุกสิ่งของฉันคือพื้นที่ที่นายเป็นเจ้าของ ...ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงนิจนิรันดร์]


ร่างสูงโปร่งขยับตัวเล็กน้อย และทั้งๆ ที่ไม่รู้ตัวแต่กลับโอบกอดเมฆาเข้ามาแนบอกให้มากขึ้น เมฆาเลยถือโอกาสเลื่อนริมฝีปากไปจุมพิตปลายคางนั้นแผ่วเบา


ดวงตาสีปีกกาวาววาบ กระซิบคำรักที่อ่อนหวานที่สุดในชีวิตออกไป


Ti amo Dino


ฉันรักนาย...ดีโน่

 

 

 

 

THE END

 

 

 

 


#จบแล้วค่ะ สำหรับ SF ทีนี้รู้กันยังคะว่าสถานที่ไหนที่เฮียดีโน่เขาเป็นเจ้าของ อิอิ

ไรท์ชอบ SF นี้มากเป็นพิเศษ ^^ เพราะชอบการวางตัวของคนทั้งคู่ บางเรื่องรู้กันดี อยู่ด้วยกันมานานแต่ก็มองข้ามมันไป

จริงๆ แล้ว (แอบกระซิบ) เฮียดีโน่เขาแก่กว่าน้องฮิของเรามากค่ะ การตะล่อมเด็กเนี่ยเฮียแกเชี่ยวชาญนัก >.,<

ไว้พบกันในโอกาสหน้าค่ะ

ขอบคุณค่ะ

zynic

ผลงานอื่นๆ ของ Zynic / Sindy

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

12 ความคิดเห็น

  1. #12 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 23:35
    แงงงง ดีจังงงเลยค่าา
    #12
    0
  2. วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 21:16
    แง้ ชอบมากๆเลยค่ะ 
    #11
    0
  3. วันที่ 21 มกราคม 2561 / 19:06
    อบอุ่น~ 😍😍😍😍😍😍
    #10
    0
  4. วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 21:57
    โอ๊ยย ฟัดหมอนทิ้งเลยง่าาา >////< D18 จงเจริญ!!
    #9
    0
  5. วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 13:18
    กว่าจะเจอแบบไม่ดราม่ามาก555
    #8
    0
  6. #7 Nnnn4mb (@nncorx6861) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 11:19
    เรื่องนี้ดีมากกกกก เราชอบมากเลย ทุกอย่างมันลงตัวไปหมดเลย รอผลงานแบบนี้จากไรท์อีกนะคะ
    #7
    0
  7. #6 Yoseop~Ah :) (@janeeya) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 22:56
    ฮือออออ ดีงามมากค่ะ สนุกมากกกคิดถึงสองคนนี้จังค่ะ หวานกันจนนี่มดกัดไปหมดแล้วว
    #6
    0
  8. วันที่ 14 เมษายน 2560 / 04:46
    โอยยย อ่านไปเขินไปเลยค่ะ แบบเหมือนได้เรียนภาษาด้วยชอบ5555
    คือเเต่งได้อารมมากค่ะ สมเป็นตัวดีโน่กับเคียวยะมากๆ เฮียเขาโกรธน่ารักอ่าาา ชอบ ไม่รุนเเรงเเค่ตัดพ้อเเล้วพูดภาษาตัวเอง น่ารักสุดๆ ชอบมากๆๆเลยคร่าา
    #5
    0
  9. #4 ีUNKNOWN (@SomedaysS) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 20:38
    ชอบบบบบบบบบบบ
    #4
    0
  10. #3 Eric
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 00:12
    ซึ้งกินใจเกินบรรยายเลยคับ
    #3
    0
  11. วันที่ 11 เมษายน 2560 / 21:23
    โอ๊ยย กรี๊ดดดดดดดด น่ารักมาก ฮืออออ เราชอบบรรยากาศของเรื่องมากเลยค่ะ คือมันไม่ดราม่าดี 55555 ตอนพี่โน่โกรธแล้วตัดพ้อนี่เราคิดไปแล้วว่าเฮ้ย ต้องจับขังแน่แก ต้องมีโซ่แส้กุญแจมือ ทำไมเราคิดไปแบบนั้น สงสัยเพราะไม่คิดว่าคุณนักเขียนจะแต่งหวาน 55555555555 แต่เรื่องนี้หวานมากเลยค่ะะ น่ารักมาก เราหุบยิ้มไม่ได้เลย ตอนน้องฮิดึงเสื้อพี่โน่ไว้นี่แบบ.. โอ๊ยยยย นั่นเราก็ว่าเราเขินมากแล้วนะคะ พอน้อฮิมาขอแชร์เตีงนี่เราไม่ไหวแล้วว ฮือออออออ กรี๊ดมาก เขินนนน แตมันจะตลกมากเลยนะคะถ้าปรากฏวันต่อมาพี่โน่สั่งทำเตียง 2 ชั้น แบ่งกันนอนคนละชั้นแต่ถือว่าเตียงเดียวกันไรงี้ 555555555555 เราล้อเล่นนน อย่าตีเรา แอร๊ยยย แต่เราชอบความเป็นพี่โน่มากเลยอ่ะค่ะที่พี่โน่คิดถึงน้องฮิก่อนทุกเรื่องเลย ฮืออออ จริงๆน้องฮิก็คิดถึงพี่โน่ก่อนนะคะ น้องแค่ไม่พูด แต่ว่าไปเราอยากเห็นน้องขอพี่โน่แต่งงานจังเลยค่ะะะ ขอโลกคู่ขนานสมมติว่าพี่โน่ยังไม่โกรธให้น้องิได้ทำตามแผนได้ไหมคะ อิอิ เราจะรอนะคะ ฮื้อออ นี่ถึงขั้นโมเมเอาเองว่าคุณนักเขียนตกลงแล้ว อิอิ ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่แต่งมาให้ได้อ่าน ดีใจมากเลยค่ะที่ยังมีฟิคพี่โน่น้องฮิให้เราได้กรี๊ดอยู่ จะติดตามต่อไปนะคะะะะะ รอรวมเล่ม อิอิ

    ปล. เราว่ามีคำผิดอยู่หลายที่นะคะ ไว้รวมเล่มค่อยแก้ก็ได้ค่ะ แอร๊ยยย // ยังไม่เลิก 555555 ขอบคุณนะค้าาา
    #2
    0
  12. #1 MoePunCH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 21:04
    ฟิน...
    #1
    0