สวัสดี คุณผู้เยี่ยมชม
[
Login ที่นี่
,
สมัครสมาชิกใหม่
,
หน้าแรก Dek-D
]
Search เพื่อน!
พบชาว My.iD
ตั้ง My.iD นี้เป็น Home!
Profile
Now, I'm Offline
Welcome to my ID
รูปที่ถูก Tag ของ
sagime
ชื่อเล่น :
CherrY
3 คำที่คือตัวฉัน :
Friendly
,
Talkative
,
Stubborn
นามแฝง :
sagime
นามปากกา :
จุง เชอร์ปาร์ค
อ่านต่อ
My.iD Stat
ผู้เข้าชมรายวัน
( UIP By Truehits )
ผู้เข้าชมเดือนนี้
22,944
ผู้เข้าชมทั้งหมด
1,075,232
EXP Point
333,145
สถิติเหล่านี้คืออะไร?
My Character
คุณสมบัติของฉัน >
หน้าตา
(30)
เสียสละ
(40)
จริงใจ
(30)
มุ่งมั่น
(50)
ความขำ
(90)
My Group
ยังไม่เป็นสมาชิกของ Group ใด
ร่วม Join ได้ที่นี่
My Network
ที่อยู่
ประเทศ :
ไทย
จังหวัด :
กรุงเทพมหานคร
โรงเรียน
ศรีวิกรม์
มหาวิทยาลัย
บริหารธุรกิจ อัสสัมชัญ (เอแบค - ABAC)
สถาบันกวดวิชา
The TUTOR
Dek-D ism
ระดับการติดพัน Dek-D >
เด็ก Board
เด็ก My.iD
นักเขียน
เด็กการศึกษา
เด็กไลฟ์สไตล์
My Zib!
Zib! ล่าสุด >
แอ๊บแบ๊ว,น่ารักจัง,สวยพริ้ง
โดย
intail d
Zib! สูงสุด 3 อันดับ >
ร่าเริง สดใส
7 เสียง
น่ารักจัง
6 เสียง
สวยพริ้ง
4 เสียง
ดู Zib! ทั้งหมด
หน้าหลัก
Blog
Gallery
Writer
My Board
เพื่อนของฉัน
Network
QMSG
"โทรศัพมือถือ" ผู้ช่วยหรือภัยใกล้ตัว?
ตอนก่อนหน้า
ตอนถัดไป
"โทรศัพมือถือ" ผู้ช่วยหรือภัยใกล้ตัว?
เกริ่นเรื่อง:
16 มี.ค. 53 , View:
606
, Post :
0
นิตยสาร "ไทม์" สื่อทรงอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาฉบับล่าสุด เขียนบทความตั้งคำถามดังๆ ถึงความปลอดภัยจากการใช้ "โทรศัพท์มือถือ" ว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพมาก-น้อยขนาดไหนในห้วงเวลาเดียวกับที่ส.ส.อเมริกันกำลังผลักดันให้มีการออกกฎหมายบังคับผู้ผลิตมือถือต้องติด "ป้ายคำเตือน" ระดับการแผ่คลื่น-รังสีลงบนมือถืออย่างชัดเจน
เนื่องจากทุกวันนี้ "มือถือ" ได้กลายเป็นเสมือนปัจจัยที่ 5 ของพลเมืองโลกไปแล้ว "ข่าวสดหลาก&หลาย" ขอนำข้อมูลของไทม์ฉบับดังกล่าวมาสรุปเรียบเรียงรายงานต่อสังคมไทย ซึ่งมีสถิติผู้ใช้มือถือหลายสิบล้านหมายเลข!
กระแสหวาดหวั่นว่า "คลื่นและรังสี" ที่แผ่ออกจาก "โทรศัพท์มือถือ" อาจทำอันตรายต่อสมองและอวัยวะภายในศีรษะ เริ่มแผ่ขยายวงกว้างขึ้นตามลำดับ ภายหลังจากปริมาณผู้ใช้มือถือทั่วโลก พุ่งทะลุหลัก 4,000 ล้านคน
เฉพาะในสหรัฐอเมริกา ประเมินกันว่า มีผู้ใช้มือถือ 270 ล้านคน
ที่สำคัญ พฤติกรรมการใช้มือถือของคนทั่วโลกมีแนวโน้ม "คุยนาน" หรือ ใช้งานนานมากกว่าในอดีต
ล่าสุด นางแอนเดรีย โบแลนด์ ส.ส.รัฐเมนของสหรัฐ กำลังต่อสู้อย่างหนัก เพื่อผลักดันให้สภาท้องถิ่น ผ่านกฎหมายกำหนดให้บรรดาผู้ผลิตมือถือต้องเขียนป้ายคำเตือนประทับลงบนเครื่องมือถือ ว่า
"อุปกรณ์นี้แผ่นคลื่นแม่เหล็กและรังสี ซึ่งอาจก่อให้เกิดมะเร็งสมอง"
และ "ผู้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในวัยเด็กและสตรีมีครรภ์ ไม่ควรนำมือถือวางใกล้กับศีรษะและลำตัว"
ความเคลื่อนไหวของโบแลนด์เกิดขึ้นหลังจากการรับฟังผลการทดลอง-ศึกษาจากหลายสถาบัน ซึ่งตั้งสมมติฐานว่า คลื่นมือถือส่งผลกระทบต่อเซลล์มนุษย์จริง
สำหรับโบแลนด์เอง ทุกวันนี้ไม่นิยมใช้มือถือรุ่นใหม่ๆ ซึ่งมีกำลังรับ-ส่งสัญญาณแรงๆ เหมือนกับนักการเมืองอเมริกันส่วนใหญ่
แต่พอใจที่จะเปิดมือถือในช่วงที่คิดว่าจะมีคนโทร.เข้ามาหา และจำเป็นต้องโทร.ออกติดต่อธุระเท่านั้น!
ปัจจุบัน มีบางประเทศประกาศคำแนะนำด้านการใช้มือถือเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริง
อาทิ ฟินแลนด์ ชาติผู้ผลิตมือถือรายใหญ่, อิสราเอล และฝรั่งเศส
กำไลมือถือของอัลซุส
นายเกวิน นิวสัน นายกเทศมนตรีมหานครซานฟรานซิสโกของสหรัฐ กล่าวว่า เริ่มศึกษาข้อมูลการแผ่รังสีของมือถืออย่างจริงจัง เมื่อภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนแรก
และเป็นที่มาทำให้ตนเรียกร้องให้นักการเมืองท้องถิ่นสนับสนุนการออกกฎหมาย บังคับให้ผู้ผลิตมือถือต้องพิมพ์ข้อมูลการแผ่รังสีเอาไว้บนบรรจุภัณฑ์มือถืออย่างชัดเจน
นอกจากนั้น ตรงจุดขายจะต้องมีป้ายแสดงรายละเอียดระดับการแผ่รังสีเอาไว้ด้วยเช่นกัน
ข้อกังวลของทั้งโบแลนด์และนิวสัน จริงๆ แล้วถือว่าไม่ได้เข้าข่ายวิตกจริตจนเกินไป
เพราะว่ากันตามเทคนิคนั้น มือถือทุกยี่ห้อล้วนแผ่รังสีคลื่นวิทยุ (อาร์เอฟ) ในระดับต่ำ แต่แรงกว่าคลื่นวิทยุเอฟเอ็มทั่วๆ ไป
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมมือถือยืนยันว่า คลื่นอาร์เอฟดังกล่าวมีความแรงแค่ 1 ใน 1,000 ล้านส่วน เมื่อเทียบกับคลื่นรังสีซึ่งกระตุ้นให้เกิดเซลล์มะเร็ง เช่น รังสีเอ็กซ์ (เอกซเรย์)
บทสรุปของฝ่ายนี้ ก็คือ จนถึงปัจจุบันไม่เคยมีหลักฐานเชื่อมโยงจะจะว่า "มือถือก่อมะเร็ง" หรือ คลื่นมือถือจะอุ่นสมองมนุษย์ได้แต่อย่างใด!
นักวิทยาศาสตร์บางคนเตือนว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า มือถือไม่มีส่วนทำให้เกิดมะเร็ง
เช่น
ดร.เฮนรี่ เล่ย
ผู้เชี่ยวชาญวิชาประสาทวิทยา มหาวิทยาลัยวอชิงตัน สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของสหรัฐ ชี้ให้เห็นว่า
งานวิจัยอันตรายมือถือแยกได้เป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก ได้รับทุนสนับสนุนจากอุตสาหกรรมือถือ ซึ่งมักระบุว่าปลอดภัย
กับกลุ่มที่สอง ซึ่งทำงานโดยอิสระ กลุ่มนี้จะพบว่า คลื่นมือถือจะส่งผลให้กระบวนการทางชีวภาพในร่างกายมนุษย์เปลี่ยนแปลงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ ดร.เล่ยเคยร่วมทดลองจัดสภาพแวดล้อมให้ "หนู" ได้รับรังสีคลื่นอาร์เอฟนาน 2 ชั่วโมง
และคลื่นดังกล่าวมีระดับไม่เกินมาตรฐานความปลอดภัยที่ทางการสหรัฐกำหนดเอาไว้
ผลพบว่า หน่วยพันธุกรรมในเซลล์สมองหนูตัวนี้ได้รับความเสียหาย
ศ.ดาริอุซ เลสซินสกี นักวิจัยสังกัดหน่วยงานความปลอดภัยด้านรังสีและนิวเคลียร์ ประเทศฟินแลนด์ เปิดเผยว่า
ทีมงานของตนศึกษาพบว่า คลื่นรังสีอาร์เอฟอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลล์เกิดความตึงเครียด และขัดขวางกระบวนการไหลเวียนของโลหิตในสมอง
"รังสีจากมือถืออาจทำร้ายเซลล์ทางอ้อม เนื่องจากไปขัดขวางความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของดีเอ็นเอ
"และเพราะหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีความแน่นอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงเร็วเกินไปที่จะบอกว่ามือถือมีความปลอดภัย" ศ.เลสซินสกี กล่าว
ด้านนายจอห์น วอลล์ ประชาสัมพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมมือถือสากล "ซีทีไอเอ" โต้ว่า ถ้ารังสีคลื่นอาร์เอฟเพิ่มความเสี่ยงป่วยเป็น "มะเร็งสมอง" จริง ก็น่าจะมีข้อมูลดังกล่าวปรากฏฟันธงอยู่ในผลวิจัยมือถือ ซึ่งใช้ระยะเวลานานๆ
แต่ที่ผ่านๆ มา ไม่เคยพบหลักฐานเหล่านี้เลย อีกทั้งผลศึกษาสุขภาพผู้ใช้มือถือ ระหว่างปี 2525-2538 จำนวน 421,000 คนในประเทศเดนมาร์ก เมื่อปี 2550 จัดทำโดย "สมาคมมะเร็งเดนมาร์ก" ก็ไม่พบความเชื่อมโยงเช่นเดียวกัน
ขณะที่นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขชาวเดนมาร์ก 4 แสนกว่าคนนั้น ไม่ได้รวมกลุ่ม "นักธุรกิจ" ซึ่งใช้มือถือมากกว่าคนทั่วไปเข้าไปด้วย
ดร.ไซกัล ซาเด็ตสกี นักวิจัยโรคมะเร็ง สถาบันเกิร์ตเนอร์ อิสราเอล ซึ่งเคยมีผลงานการวิจัยชี้ว่า คลื่นมือถืออาจก่อมะเร็งต่อมน้ำลาย กล่าวว่า
มีความพยายามตั้งองค์กรกลางขึ้นมาทดสอบผลลัพธ์การใช้มือถือขึ้นมา โดยมีสมาชิก 13 ประเทศ เรียกว่า "อินเตอร์โฟน" แต่ไม่ได้ข้อสรุปเสียที
วิธีป้องกันตัวเองดีที่สุด สำหรับคนห่วงในสุขภาพ ได้แก่
1. ไม่ใช้มือถือโดยไม่จำเป็น
2. ใช้วิธีเปิดลำโพง หรือ สวมชุดหูฟัง (บลูทูธช่วยลดคลื่นเช่นกัน แต่ยังได้รับผลกระทบอยู่บ้างเล็กน้อย)
3. อย่าวางมือถือไว้ใกล้ตัว
4. เด็กจะมีกะโหลกบางกว่าผู้ใหญ่ โอกาสที่รังสีจะแผ่สู่สมองจึงมีสูง ผู้ปกครองควรเลือกเวลาที่เหมาะสมก่อนซื้อมือถือให้บุตรหลาน
5. ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ จำเป็นต้องซื้อให้เด็กๆ อาจแนะนำให้ใช้วิธีส่งข้อความแทนยกมือถือขึ้นมาโทร.บ่อยๆ
ไทม์ปิดท้ายบทความชิ้นนี้ ว่า สำหรับส.ส.โบแลนด์ และ ศ.ซาเด็ตสกี ประเด็นสำคัญที่ต้องการเตือน ก็คือในเมื่อยังไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ฟันธงว่า มือถือปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่
การวางมาตรฐานป้องกันไว้ก่อน เช่น ติดป้ายเตือนระดับรังสีเพื่อให้ผู้บริโภครับทราบจึงเป็นทางออกเบื้องต้นที่ควรกระทำ
ข้อมูล : บทความ How Safe Is Your CellPhone?, ไทม์ 15 มี.ค. 2553
วิวัฒนาการ"มือถือ"
1.พ.ศ.2465 : ตำรวจนครชิคาโก สหรัฐ ทดลองใช้โทรศัพท์ที่ใช้ "คลื่นวิทยุ" ซึ่งมีความถี่สูงกว่าคลื่นเอเอ็มเพียงเล็กน้อยสื่อสารกัน
2.ทศวรรษ 2480 : ทหารสหรัฐยังใช้วิทยุสื่อสารขนาดใหญ่สมัยเกิดสงคราม
3.พ.ศ.2502 : เรจินัลด์ เบลวินส์ อธิบดีกรมไปรษณีย์อังกฤษ เป็นประธานพิธีเปิดให้บริการโทรศัพท์ระบบคลื่นวิทยุสำหรับรถยนต์เป็นครั้งแรก
4. พ.ศ.2515 : หนึ่งในต้นแบบโทรศัพท์มือถือยุคแรกๆ ที่ต่อสัญญาณเข้าสู่โทรศัพท์บ้านได้ เปิดตัวในกรุงลอนดอน อังกฤษ
5. พ.ศ.2526 : มาร์ติน คูเปอร์ ผู้พัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ โทรศัพท์มือถือเชิงพานิชย์รุ่นแรกของโลก คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ "มือถือกระติกน้ำ"
6.พ.ศ.2531 : มือถือกระติกน้ำได้รับความนิยมแพร่หลายตามลำดับ ในภาพนี้แฟรงก์ พิคาร์ด นักกีฬาสกีชาวฝรั่งเศส ใช้มือถือรุ่นนี้โทร.กลับบ้านหลังชนะโอลิมปิกฤดูหนาว
7.พ.ศ.2540 : บ.ฟิลิปส์เปิดตัว "มือถืออัจฉริยะ" หรือ สมาร์ตโฟนยุคแรกๆ ตั้งชื่อว่า "เดอะซินเนอร์ยี่" ใช้เชื่อมต่ออีเมล์ อินเตอร์เน็ต และแฟ็กซ์ ได้
8.พ.ศ.2543 : บ.พานาโซนิกเผยโฉมต้นแบบเครื่องเล่นเกมที่ผสานเข้ากับโทรศัพท์มือถือ แต่ไม่มีการพัฒนาต่อเนื่อง
9. พ.ศ.2549 : มือถือกลายเป็นอุปกรณ์พกพาประจำตัวของชาวโลก อีกทั้งยังใช้งานง่ายและมีฟังก์ชั่นเสริมมากมาย รวมถึงโหมดถ่ายภาพ
10.พ.ศ.2550 : นอกจากมนุษย์จะใช้มือถือสื่อสารทางเสียงแล้ว การส่งข้อความเอสเอ็มเอส หรือแชทผ่านมือถือ ก็ได้รับความนิยมเฟื่องฟูเช่นกัน
11.พ.ศ.2551 : มือถือรุ่นใหม่ๆ เดินหน้าเข้าสู่ยุค "3 จี" โดยพร้อมเพรียง ช่วยให้การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งราคายังถูกลงตามลำดับ
ที่มา ข่าวสดออนไลน์
แฟนคลับ [227]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
C o m m e n t
1
1
ตอนก่อนหน้า
ตอนถัดไป
C O M M E N T B o X
อยากบอกว่า :
ลงชื่อ
พิมพ์ตัวเลข
My Blog
1658
Comments
1128
Fanclub
227
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
Blog ที่ผ่านมา
ดู Blog ทั้งหมด
Favorite Blog
เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ
ยังไม่มี Favorite Blog
หน้าหลัก
Blog
Gallery
Writer
My Board
เพื่อนของฉัน
Network
QMSG
My.iD
Dek-D.com
Login name :
Password :
remember me