แจ้งปิดการให้บริการ

ระบบ My.iD จะปิดให้บริการบางส่วนภายในปี 2021 รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

     วิธีการสังเกตุอาการแมวป่วย มีอะไรกันบ้าง
ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป

วิธีการสังเกตุอาการแมวป่วย มีอะไรกันบ้าง
เกริ่นเรื่อง: สำหรับวันนี้ เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับวิธีการสังเกตุอาการแมวป่วย มีข้อสังเกตุอะไรกันบ้าง หลายๆคนที่เลี้ยงแมวคงจะสังเกตุเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป หากแมวของคุณมีอาการที่เปลี่ยนไป
21 ก.ค. 64 , View: 13 , Post : 0


สำหรับวันนี้ เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับวิธีการสังเกตุอาการแมวป่วย มีข้อสังเกตุอะไรกันบ้าง หลายๆคนที่เลี้ยงแมวคงจะสังเกตุเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป หากแมวของคุณมีอาการที่เปลี่ยนไป เช่น ขี้หงุดหงิด ไม่ร่าเริงเหมือนเคย ปลีกตัว และดูซึมๆ แสดงว่าแมวของคุณอาจกำลังป่วย จึงทำให้น้องแมวมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิม ผู้เลี้ยงควรสังเกตอาการผิดปกติทางร่างกาย เช่น อาการอ้วกหรือท้องเสีย และคอยสังเกตุว่าเขาเป็นบ่อยแค่ไหน

ถ้าหากแมวของคุณไม่กินอาหารและน้ำนานถึง 2 วัน ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ถ้าหากขาดน้ำและอ้วก อาจเสี่ยงไตวายได้ ซึ่งเป็นอะไรที่ร้ายแรงถึงชีวิต และยังมีโรคเฉพาะทางที่มักสังเกตุยาก เช่น โรคเบาหวาน โรคไฮเปอร์ไทรอยด์ และโรคทางเดินปัสสาวะ เพราะว่าบางโรคก็รอไม่ได้ เรามาดูกันว่าน้องแมวป่วย มีอาการอย่างไรกันบ้าง ที่ผู้เลี้ยงต้องคอยสังเกตุพฤติกรรม

วิธีการสังเกตุอาการแมวป่วย

วิธีการสังเกตุอาการแมวป่วย มีข้อสังเกตุอะไรบ้าง แล้วมีวิธีการแก้ไขเบื้องต้นอย่างไร เมื่อแมวป่วย อาการแบบไหนที่ควรพาน้องแมวของคุณไปพบหมอโดยเร็วที่สุด

สังเกตอาการผิดปกติลักษณะท่าทางของน้องแมวที่เปลี่ยนไป

คอยสังเกตุว่าแมวของคุณนอนมากแค่ไหน

คอยสังเกตุว่า แมวของคุณนอนมากผิดปกติหรือไม่ ถ้าแมวป่วยจะนอนเยอะเป็นพิเศษ คอยดูว่ามีอาการผิดปกติอย่างอื่นด้วยไหม เช่นอาการ ท้องเสีย ตัวบวม ไม่กินอาหารหรือกินได้น้อยผิดปกติ ถ้าหากไม่มีอาการอื่น ให้จับตาดู 24 ชั่วโมง ถ้าวันที่ 2 แล้วแมวยังนอนเยอะดูเพลีย ดูท่าทางไม่ค่อยดี ให้รีบพาไปหาหมอเพื่อตรวจอาการ

ลองใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้น้องแมวดู

หากคิดว่าน้องแมวป่วยให้ใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบวัดไข้ในรูก้น แต่ถ้เขาขัดขืนไม่ยอมหรือกลัวอาจทำให้น้องแมวเครียดกว่าเดิม ให้คุณพาไปพบสัตวแพทย์ให้ตรวจอาการ ถ้าหากอุณหภูมิ 37 - 39 องศาถือว่าน้องแมวอาการปกติดี แต่ถ้าหากเกิน 39 องศา แสดงว่าเริ่มตัวร้อน ให้พาไปพบหมอด่วน

สังเกตุการขับถ่ายของแมวเปลี่ยนไปหรือเปล่า

ให้คุณลองสังเกตพฤติกรรมดูว่าแมวอึฉี่บ่อยแค่ไหน อึฉี่ลำบากมั้ย มีเลือดหรือมูกอะไรปนมาในฉี่หรือไม่ อึเป็นก้อนแข็งผิดปกติไหม ถ้าหากแมวท้องเสียแล้วต่อมากลับไม่ยอมอึหรือท้องผูก รวมถึงถ้าน้องแมวไม่อึไม่ฉี่หรืออึฉี่แต่มีเลือดปนด้วย ให้รีบพาไปหาหมอเป็นการด่วน

สังเกตเรื่องอาหารการกินของน้องแมว

คอยสังเกตุการกินอาหารของน้องแมว คอยดูว่าเขากินอาหารน้อยกว่าเดิม หรือกินมากกว่าปกติ ก็ถือว่าเป็นอาการผิดปกติทั้งคู่ ถ้าหากแมวของคุณไม่กินอาหารทั้งวัน แสดงว่าอาจจะรู้สึกคลื่นไส้หรือมีปัญหาเรื่องไต แต่ถ้าหากกินมากกว่าปกติ อาจจะมีปัญหาด้านสุขภาพบางอย่าง หากน้องแมวไม่ยอมกินอาหารนานเกิน 24 ชั่วโมง ควรพาน้องแมวไปตรวจร่างกายกับหมอ ก่อนเกิดภาวะหรือโรคแทรกซ้อน

คอยสังเกตุว่าแมวขาดน้ำหรือเปล่า

โดยปกติแล้วแมวจะกินน้ำมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับว่ากินอาหารเปียกหรืออาหารเม็ด ถ้าเป็นอาหารเม็ดแมวจะกินน้ำเยาะกว่าอาหารเปียก ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้กินน้ำเยาะกว่าเดิมคือ การติดเชื้อบางอย่าง หรือโรคไต ไฮเปอร์ไทรอยด์ และเบาหวาน คอยสังเกตุอาการ ถ้าเขากินน้ำเยาะกว่าปกติควรพาไปพบแพทย์

น้ำหนักและรูปร่างของแมวเปลี่ยนไปหรือไม่

น้ำหนักของแมวเปลี่ยนกะทันหันหรือเพิ่มหรือลด ถ้าแมวยังน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะน้ำหนักลดไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เป็นอาการบ่งบอกว่าแมวป่วย คอยสังเกตหรือชั่งน้ำหนักแมวอาทิตย์ละครั้ง ถ้าแมวน้ำหนักลดลงไปเรื่อยๆ ในบางโรคอย่างเช่นโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร หรือโรคหัวใจ จะน้ำหนักเท่าเดิม แต่รูปร่างผอมลง แต่หน้าท้องจะกลมเต่ง เมื่อเกิดอาการลักษณะนี้ ให้รีบพาไปหาหมอทันที

ตรวจสภาพขนของน้องแมว

สำหรับแมวป่วยมักจะไม่ค่อยมีแรงดูแลขน ทำให้ขนกลับด้าน พันกันยุ่งเหยิง เวลาน้องแมวเครียดก็จะทำเอาขนร่วงหรือแมวไม่ค่อยดูแลขนได้ แต่บางทีก็เป็นอาการบอกว่าแมวป่วย แมวเลิกดูแลขนอาจกำลังป่วยเป็นโรคข้ออักเสบทำให้เลียขนลำบาก หากแมวของคุณขนด้าน ลองพาไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพ

สังเกตอาการผิดปกติของน้องแมว

สัเกตุว่าแมวของคุณอ้วกไหม

ถ้าหากแมวของคุณอ้วกหรืออ้วกเยอะวันละหลายรอบ และดูเหนื่อยๆ ป่วยๆ อาการน่าจะมีอะไรผิดปกติ แต่ถ้าน้องแมวของคุณไม่ยอมกินน้ำหรืออ้วกหลังกินน้ำแล้วล่ะก็ ควรรับพาไปหาแพทย์ทันที

สังเกตุว่าแมวของคุณท้องเสียไหม

ปกติแมวที่ไม่ป่วยอึควรหน้าตาเหมือนไส้กรอก ไม่นิ่มเละแต่ก็ไม่แข็งจนเกินไป ถ้าท้องเสียอึจะเหลวไม่เป็นก้อน แสดงว่ากำลังเกิดอาการผิดปกติ แต่ถ้าน้องแมวท้องเสียแต่ไม่มีอาการอย่างอื่นดูปกติดี ก็ให้รอดูอาการใน 24 ชั่วโมง เขาอาจกินอะไรแปลกๆเข้าไปเลยท้องเสีย แต่ถ้ากินอาหารเข้าไปแล้วอ้วกออก ท่าทางซึมๆ ไม่ร่าเริงเหมือนปกติ หรืออึแล้วมีมูกเหนียวๆ ร้ายแรงกว่านั้นคือมีเลือดปน ก็รีบพาไปหาหมอเพื่อตรวจอาการ

น้องแมวของคุณร่าเริงดีไหม

สังเกตุรน้องแมวของคุณว่าเซื่องซึมหรือไม่ นิสัยแมวเปลี่ยนไปไหม ถ้าดูไม่ร่าเริงและค่อยมีแรง ไม่วิ่งเล่นไปมาเหมือนที่เคย เขาอาจมีไข้ หรือกำลังเจ็บปวดตรงไหน ถ้าแมวของคุณดูซึมๆ แถมหายใจหอบแบบถี่ หากเป็นแบบนี้หลายวัน ควรพาไปพบแพทย์

ฟังเสียงหายใจของน้องแมว

อาการของแมวที่หายใจลำบากก็คล้ายกับเสียงครางเวลามีความสุข ลองนับจำนวนครั้งการหายใจตอนที่แมวไม่ได้ครางหรือนอนหลับ โดยปกติแล้วแมวจะหายฝจอยู่ที่ประมาณ 20 - 30 ครั้งต่อนาที ถ้าหากแมวหายใจสั้นๆ ถี่ๆ หรืออ้าปากหอบหายใจแบบหยุดไม่ได้ แสดงว่าควรพาไปหาหมอ ลองสังเกตุดูว่าน้องแมวหายใจลำบากมากหรือไม่ ถ้าถึงขั้นเกร็งท้องเค้นหายใจ รีบไปพบแพทย์ด่วน

แมวมีท่าทางคอเอียง ดูมึนๆ หรือวิงเวียนหรือไม่

โดยอาการเหล่านี้เป็นอาการของโรคเกี่ยวกับระบบประสาท หรือไม่ก็เป็นอาการติดเชื้อในหู หากแมวของคุณแสดงอากาเหล่านี้ให้รีบพาไปพบแพทย์ โดยปกติแล้วแมวมักมีท่าทางที่ปราดเปรียว คล่องแคล่ว ว่องไว ถ้าอยู่ๆ แมวของคุณเกิดอาการซุ่มซ่ามหรือคอเอียงแปลกๆ ผิดวิสัย แสดงว่ามีอาการผิดปกติ อาจเป็นอาการของโรคหลอดเลือดในสมอง ความดันสูง หรือเนื้องอกในสมอง หากมีอาการเหล่านี้ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจอาการ

หมั่นดูแลขนน้องเหมียว ลูบตามตัวหาก้อนแปลกปลอมบนร่างกาย

หากลูบตามตัวน้องแมวเจอพวกตุ่ม ก้อน ฝี หรืออะไรมักไม่อันตราย แต่ถ้าหากมีหนองไหล หรือมีอาการแข็งกดแล้วเจ็บ ควรจะรีบพาไปหาหมอ คอยสังเกตว่ามีรอยเกาตรงไหนติดเชื้อบนร่างกายของน้องแมวหรือไม่ ถ้าหากปล่อยไว้ อาจจะเกิดอาการติดเชื้อจะลามจนเลือดเป็นพิษ

สำรวจดวงตาของน้องแมว

สำรวจดวงตาแมวและจมูกของน้องแมว ว่ามีขี้ตาผิดปกติหรือเปล่า ถ้าน้องแมวมีอาการน้ำตาไหลตลอด อาจจะแพ้อะไรบางอย่าง หรือมีปัญหาเรื่องไซนัส หากมีอาการขี้ตาเยิ้มและกินน้ำเยอะและฉี่บ่อยกว่าปกติ ท่าทางเซื่องซึม ขนด้าน ต้องพาไปหาหมอเพราะแมวอาจไตวายได้ คอยสังเกตการหดขยายของรูม่านตาของน้องแมว ในบางโรคทำให้ตาขยายดำปี๋แล้วค้างอยู่แบบนั้น ถ้าหากเห็นแมวตาโตดำ ให้พาไปเช็คอาการกับแพทย์เพื่อตรวจอาการ

สำรวจในปากของน้องแมว

ลองสังเกตุในปากของน้องแมว ว่ามีสีเหงือกที่เปลี่ยนไปหรือไม่ ถ้าหากแมวมีเหงือกสีเข้มไปจนถึงดำแล้วอยู่ๆ เหงือกก็ซีดขาวล่ะก็ แสดงว่ามีแมวอาการป่วย ถ้าหากแมวของคุณมีกลิ่นปากที่เหม็น โดยที่ไม่ได้เป็นเพราะอาหารล่ะก็ แปลว่าอาจมีอะไรผิดปกติ ควรนำไปพบแพทย์

สังเกตอาการป่วยของน้องแมวที่เป็นเฉพาะโรค

แมวมีหมัดหรือเปล่า

ถ้าน้องแมวของคุณเกาแกรกๆ เป็นประจำ ให้ลองสำรวจขนของน้องแมวแบบละเอียด ลองหวีและแปรงขนแล้วใช้สางขนแมวหาหมัด หากมีหมัด ให้ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดหมัด มีหลายยี่ห้อให้เลือก สามารถหาซื้อได้ไม่ยาก แต่ถ้ายังไม่หายให้พาไปพบคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำ

ถ้าแมวมีอาการไอแห้งและอ้วก อาจเป็นเพราะก้อนขนอุดตัน

Hairballs หรือก้อนขน จะสะสมจากที่น้องแมวเลียตัวเอง เป็นสาเหตุทำให้ปากเหม็นหรือไม่ยอมกินอาหาร ถ้าก้อนขนในกระเพาะเยอะๆ เข้าอาจกลายเป็น Trichobezoars ก้อนขนจับตัวแข็งกับอาหารที่ไม่ย่อยส่งกลิ่นเหม็น อาจส่งผลร้ายแรงจนต้องทำการผ่าตัด ผู้เลี้ยงต้องหมั่นดูแลขนน้องแมวบ่อยๆ และอีกหนึ่งวิธีที่ทำได้ไม่ยาก นั่นคือให้น้องแมวกินอาหารเสริม อย่างเช่น Slippery Elm Bark (เปลือกต้น Slippery Elm) ทำให้หล่อลื่นให้ก้อนขนไม่อุดตัน หรือให้เขากินเนื้อฟักทอง (กระป๋อง) เพื่อเพิ่มไฟเบอร์ให้อึเป็นก้อนสวย และขับก้อนขนด้วย และนานๆ ทีให้แมวกินปลาหรือไก่/ตับสุกบ้าง ช่วยได้เหมือนกัน

ไฮเปอร์ไทรอยด์หรือการที่ไทรอยด์ทำงานหนักเกินไป

โดยอาการนี้คือแมวอาจกินอาหารเยอะผิดปกติหรือกินน้ำบ่อยกว่าเดิม แต่น้ำหนักกลับลดแบบไม่มีสาเหตุ ทำให้เกิดการเสียมวลกล้ามเนื้อ มีอาการเครียดหรือขี้ตื่น อ้วกบ่อย ไม่ร่าเริง เซื่องซึม อ่อนแรง มีอาการท้องเสียและขนยุ่งเหยิง ถ้าหากน้องแมวมี 2 อาการขึ้นไป ให้รีบพาไปพบแพทย์ สำหรับโรคไฮเปอร์ไทรอยด์ มักจะเกิดในแมวชราหรือวัยหนุ่ม ไม่ค่อยพบในแมวทีทมีอายุน้อย

อาการโรคเบาหวานในแมว

หากน้องแมวมีอาการ เช่นอ้วก ขาดน้ำ ไม่ค่อยมีแรง หายใจผิดปกติ และไม่ค่อยกินอาหาร แต่น้ำหนักลด แต่ว่าจะกินน้ำกับฉี่บ่อยขึ้น และไม่ค่อยดูแลขนตัวเองเหมือนที่่เคย สำหรับเบาหวานในแมว สามารถเป็นได้ทุกช่วงอายุ แต่ที่ได้มากจะเป็นแมวชรา และแมวอ้วนสามารถเกิดได้ทั้งเพศผู้และเพศเมีย หากมีอาการดังที่กล่าวมา ลองพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและวัดระดับน้ำตาลในฉี่

อาการโรคทางเดินปัสสาวะ

อาการที่บ่งบอกโรคทางเดินปัสสาวะเป็นได้เพราะหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น ฉี่ยาก ฉี่น้อย ฉี่บ่อย กินน้ำน้อย ไม่ค่อยกินอาหาร เฉื่อยชา ไปจนถึงไวรัส แบคทีเรีย ฉี่มีเลือดปน สำหรับโรคนี้เป็นอาการทางเดินปัสสาวะส่วนล่างอักเสบ ที่ทำให้น้องแมวเจ็บปวดรุนแรง และลุกลามได้ง่าย ถ้าหากปล่อยไว้ไม่รักษาแล้วล่ะก็ จะกลายเป็นนิ่วอุดตัน ทำให้น้องแมวของคุณเกิดอาการเจ็บปวด

เป็นอย่างไรกันบ้าง พอสังเกตุเวลาแมวป่วยกันออกบ้างแล้วใช่มั้ย เป็นวิธีที่ไม่ยากเลย หากคุณใช้ชีวิตร่วมกับแมวทุกวัน คงจะสังเกตุและมองออกว่าพฤติกรรมแมวป่วยนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ถ้าหากเป็นโรคเฉพาะทางแล้วล่ะก็ ควรพาไปพบคุณหมอ เมื่อคิดว่าน้องแมวมีอาการเหล่านี้มาได้สักระยะ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทาสแมวทุกคน

 

 

แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1

    ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    152
    Comments
    0
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog